<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณจี้นายกฯสอบ&#039;กยท.&#039;เทขายยางสต็อก 1.04 แสนตันมีพิรุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค. 2564 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ดำเนินการระบายยางในโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พ.ย.63 โดยทำการขายยางแผ่นรมควันอัดก้อน ยางแท่ง STR20 และยางอื่น ๆ แบบเหมาคละคุณภาพและคละโกดัง จำนวน 17 โกดัง ปริมาณ 104,763.35 ตัน ไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบการเทขายสต็อกยางดังกล่าว พบข้อพิรุธอยู่หลายประการ ซึ่งอาจทำให้รัฐเสียหาย อาทิ 1.การออกประกาศขายยางดังกล่าวเกิดขึ้นในระยะเวลาที่รวดเร็วจนผิดสังเกต โดยกำหนดให้บริษัทที่สนใจยื่นข้อเสนอซื้อในระหว่างวันที่ 9-20 เม.ย.64 ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ จะเหลือวันทำการเพียง 3 วันคือวันที่ 9, 19 และ 20 เม.ย.เท่านั้น ซึ่งถ้าไม่รู้ตัวมาก่อนจะไม่สามารถยื่นข้อเสนอตาม TOR ได้ทัน เพราะต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นแคชเชียร์เช็ค 200 ล้านบาท และต้องมีหนังสือแบ็งค์การันตีไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทมายื่นด้วย ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวถ้าไม่รู้ตัวก่อนล่วงหน้าไม่มีทางทำทัน เว้นแต่จะมีการส่งซิกบอกกันล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ยื่นต้องเป็นบริษัทที่เคยร่วมประมูลซื้อยางกับ กยท.มาก่อนมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท และโรงงานต้องเคยมีปริมาณการผลิตและแปรรูปในปี 2563 มากกว่า 2 แสนตัน ซึ่งในไทยมีเพียง 5 บริษัทเท่านั้นที่มีปริมาณการผลิตเกิน 2 แสนตัน ชี้ให้เห็นถึงการกีดกันบริษัทอื่นๆให้ไม่สามารถเข้ายื่นข้อเสนอซื้อยางได้ ทำให้รัฐขายยางได้ในราคาที่ต่ำเกินจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การที่มีบริษัทเอกชนเพียง 1 รายยื่นข้อเสนอซื้อยางดังกล่าว โดยไม่มีคู่แข่งเลยนั้น อาจทำให้รัฐเสียหาย ชี้ให้เห็นถึงข้อพิรุธ ที่สำคัญ การประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่ 22 เม.ย.64 โดยไม่ปรากฏว่าผู้ชนะดังกล่าวสามารถซื้อยางได้ในราคาเท่าไรนั้น ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันมากในกลุ่มบริษัทผู้ซื้อยางว่า งานนี้คาดว่ารัฐบาลอาจขาดทุนกว่า 40 บาท/กก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การที่บอร์ดการยางแห่งประเทศไทย อนุมัติให้เอกชนกู้เงินไปได้จำนวน 1,200 ล้านบาทนั้นผ่านมติคณะรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ และเป็นที่สงสัยว่า เป็นการเอื้อให้เอกชนสามารถจับเสือมือเปล่า ใช่หรือไม่ เพราะขณะนี้ทราบว่ามีเอกชนพยายามนำยางดังกล่าว วิ่งไปขายยังประเทศจีน แต่ถูกปฏิเสธหมด เพราะการซื้อขายผิดปกติ จึงไม่มีใครกล้าที่จะรับเผือกร้อนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยข้อพิรุธดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่รวบงานประมูลยางดังกล่าวมาดูแลแทนกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อใช้อำนาจตาม ม.11(6) ของ พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาสอบสวนเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยเร็ว แต่หากยังเพิกเฉย สมาคมฯจะนำความนี้ไปร้อง สตง. และ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101464</URL_LINK>
                <HASHTAG>การยางแห่งประเทศไทย (กยท.), ขายสต็อกยาง, นายศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e0f4f55522.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่ศรีเอาจริงยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินสอบมาตรการแก้ไขโควิด-19 เอื้อนายทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค. 2564 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว เปิดเผยว่า สมาคมฯได้เฝ้าติดตามการทำงานแก้ไขปัญหาการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง พบว่า มีข้อพิรุธเป็นที่ผิดสังเกต ที่ก่อให้เกิดความคลางแคลงใจและเกิดความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก จำเป็นที่จะต้องกระชากหน้ากากความจริงของรัฐบาลผ่านการตรวจสอบของผู้ตรวจการแผ่นดิน คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)กรณีการปิดตลาดนัด เป็นมาตรการป้องกันการระบาด โดยรัฐเริ่มต้นด้วยการเลือกปิดตลาดนัด ปิดร้านอาหาร พ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อนเพราะไม่มีแหล่งขายสินค้า เพื่อหารายได้ รัฐประกาศปิดตลาดนัดเพราะกลัวประชาชนจะไปแออัดกันซื้อสินค้าตลาดตลาดนัด แต่รัฐไม่ปิดห้างสรรพสินค้าที่มีระบบแอร์ตลอดเวลาและเป็นสถานที่ปิด เป็นความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 มากกว่า แต่เมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมากจึงผ่อนคลายให้ การดำเนินนโยบายป้องกันดังกล่าวของรัฐ เป็นการเอื้อกลุ่มทุนแต่ทุบผู้ประกอบการรายย่อย เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)กรณีเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้ก่อสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย เพื่อแจกฟรีให้กับบุคลากรทางการแพทย์และคนไทยทั่วไป ใช้ป้องกันไวรัสโควิด-19 โดยมีกำลังการผลิตของโรงงานอยู่ที่ 100,000 ชิ้นต่อวัน หรือ 3 ล้านชิ้นต่อเดือน โดยเริ่มผลิตและส่งมอบให้กับทางราชการมาตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2563 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันก็น่าจะเกือบ 30 ล้านชิ้นแล้ว หน้ากากดังกล่าว หายไปไหน ทำไมคนไทยยังต้องวิ่งซื้อหามาใช้อย่างยากลำบากอีกเมื่อมีการระบาดระลอกใหม่ มีหน่วยงานใดยักยอกไว้ใช้โดยไม่นำมาแจกจ่ายให้ประชาชนหรือไม่ หรือว่าโรงงานไม่ได้ผลิตตามที่โฆษณาไว้จริง หรือมีการลักลอบนำเอาหน้ากากไปซื้อขายกันในตลาดมืด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)กรณีการนำวัคซีนป้องกันโควิด-19 มาฉีดให้คนไทยอย่างล่าช้า ทั้งๆที่ประเทศอื่นๆในภูมิภาคนำมาใช้ฉีดให้กับพลเมืองของตนนานแล้ว เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และล่าสุดประเทศที่เล็กและด้อยกว่าไทยก็ยังนำวัคซีนมาใช้แล้ว คือ ลาว แต่สำหรับประเทศไทยโฆษณาชวนเชื่อมานานแล้วว่าจะซื้อวัคซีนจาก บ.แอสตราเซเนกา(ไทย-อังกฤษ) ซึ่งใช้สูตรยาและเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดร่วมกับ บ.แอสตราเซเนกา ซึ่ง บ.สยามไบโอไซเอนซ์จะเป็นผู้ผลิต และจะเริ่มนำมาใช้ประมาณ พ.ค.-มิ.ย.64นี้เป็นต้นไปจนครบ 26 ล้านโดสซึ่งถือว่าล่าช้ามาก กระทั่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ต่อมาไปจัดซื้อวัคซีนบางส่วนที่พัฒนาโดยบริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค บริษัทเภสัชภัณฑ์ของจีน จำนวน 2 ล้านโดส โดยชุดแรก 2 แสนโดส จะขนส่งมาถึงไทยช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ และชุดที่สอง 800,000 โดส จะมาถึงช่วงสิ้นเดือนมีนาคม และอีก 1 ล้านโดส จะมาถึงช่วงสิ้นเดือนเมษายน ทั้งนี้การที่รัฐบาลไปจัดหาวัคซีนจากจีน มีความเกี่ยวข้องกับการที่มีบริษัทเจ้าสัวจากเมืองไทยไปเข้าถือหุ้น 15% ใน&amp;ldquo;ซิโนแวค&amp;rdquo; บ.ผลิตวัคซีนโควิด-19 ของจีน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กันและกันใช่หรือไม่ด้วย และทำไม อย.จึงไม่รีบรับรองวัคซีนของบริษัทต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ รพ.เอกชนสามารถจัดซื้อจัดหามาใช้ได้อย่างรวดเร็วได้ รัฐบาลมีอะไรซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น การที่มีการปิดบังไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไปใช้บริการร้านสะดวกซื้อ แต่ไม่มีการเปิดเผยให้ประชาชนทราบ และไม่มีการสั่งปิด แต่กลับมาสั่งปิดสถานที่อื่นๆแทนนั้นเป็นการเอื้อกลุ่มทุนแต่ทุบผู้ประกอบการรายย่อย เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ด้วย โดยสมาคมฯจะไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในวันจันทร์ที่ 11 ม.ค.64 เวลา 10.00 น.ณ ศูนย์ราชการ อาคาร B ห้อง 903 นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89325</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศรีสุวรรณ จรรยา, มาตรการรัฐ, ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, เอื้อนายทุน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffa5c623211b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;เล่นงานบ่อบาดาลแล้ว!บี้รัฐบาลตรวจบ่อทั่วประเทศมีใบอนุญาตหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.2563 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เนื้อหาพร้อมรูปบนเฟซบุ๊กระบุว่า ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยประสานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ (ทส.) จัดตั้งคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกจังหวัดเร่งพิจารณาพื้นที่น้ำหลากจัดขุดเจาะทำบ่อเติมน้ำใต้ดิน จำนวนอย่างน้อย 1 บ่อในทุกตำบล โดยให้ฝ่ายปกครองท้องถิ่นในทุกตำบล ดึงประชาคมในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดพื้นที่กักเก็บน้ำและร่วมจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำระดับพื้นที่ร่วมกัน ให้ครอบคลุมความต้องการใช้น้ำของแต่ละชุมชน และให้ ทส. ร่วมให้คำแนะนำข้อมูลทางวิชาการและเร่งทำบ่อเติมน้ำใต้ดินต้นแบบ จำนวน 500 บ่อ ให้แล้วเสร็จในปีนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำบนดินและใต้ดินอย่างสมดุลร่วมกันระยะยาวนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณโพสต์อีกว่า การขุดเจาะทำบ่อเติมน้ำใต้ดินนั้น จะกระทบต่อระบบน้ำบาดาลทั้งโดยตรงและโดยอ้อม การที่จะดำเนินการได้จะต้องใช้นักวิชาชีพเฉพาะที่ต้องอาศัยวิชาการหลายด้านประกอบด้วยหลักวิชาการทางด้านวิศวกรรม ธรณีวิทยา และด้านวิทยาศาสตร์ โดยต้องมีมาตรฐานในการดำเนินงาน หากดำเนินการไม่เป็นมาตรฐานอาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนและความเสียหายต่อระบบน้ำใต้ดินและน้ำบาดาลได้ ไม่ใช่ว่าหน่วยงานใด องค์กรปกครองท้องถิ่นใด หรือใคร ๆ อยากจะทำก็ทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตาม มาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการน้ำบาดาลในเขตน้ำบาดาลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นที่มีกรรมสิทธิ์หรือครอบครองที่ดินในเขตน้ำบาดาลนั้นหรือไม่ เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเสียก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการตรวจสอบของสมาคมฯพบว่า หลายพื้นที่และหลายหน่วยงานดำเนินการขุดเจาะและใช้ประโยชน์จากน้ำบาดาลไปโดยไม่มีใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะโครงการของท้องถิ่นของ อบจ.ทั่วประเทศ ของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ และพื้นที่ในเขต กทม. ในสถานอาบ อบ นวด ต่าง ๆ ทำให้เกิดปัญหาการทรุดตัวของแผ่นดิน หรือการแพร่กระจายของน้ำเค็มเข้าสู่ชั้นน้ำบาดาล รวมทั้งอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคและสารเคมีต่าง ๆ เช่น น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ยาฆ่าแมลง ที่แอบนำไปทำลายโดยการสูบอัดลงใต้ดิน แทนที่จะนำส่งโรงงานกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและกฎหมายทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ซึ่งรัฐบาลต้องสั่งตรวจสอบบ่อบาดาลทั่วประเทศว่ามีการขุดเจาะโดยมีใบอนุญาตหรือไม่ และหากพบว่ามีการฝ่าฝืนให้เร่งเอาผิดเสียโดยเร็ว ซึ่งหากยังเพิกเฉยสมาคมฯจะนำความยื่นฟ้องต่อศาลฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณโพสต์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72160</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ่อบาดาล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f1794a34e7d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 07:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 07:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; ร้องผู้ตรวจการฯปมสภาสูงโหวต &#039;อดีต สนช.&#039; นั่ง ป.ป.ช. ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.63 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้เสนอเรื่องต่อศาลปกครองกรณีที่ที่ประชุมวุฒิสภา ได้ร่วมกันลงคะแนนให้ความเห็นชอบให้นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี&amp;nbsp;ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2563&amp;nbsp;ด้วยคะแนนเห็นชอบ 219 เสียง&amp;nbsp;ไม่ให้ความเห็นชอบ 12 เสียง และไม่ออกเสียง 8 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งๆที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช.2561 มาตรา 11 (18) ที่บัญญัติไว้ว่ากรรมการ ป.ป.ช.ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้ &amp;ldquo;เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะสิบปีก่อนเข้ารับการสรรหา&amp;rdquo; เนื่องจากนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เคยได้รับการแต่งตั้งจาก คสช.ให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 และพ้นจากตำแหน่ง สนช.ซึ่งถือว่าเป็นข้าราชการการเมือง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 นับถึงปัจจุบันพ้นตำแหน่งมาเพียง 1 ปี เท่ากับพ้นตำแหน่งไม่เกิน 10 ปี จึงน่าจะเป็นการขัดต่อลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายบัญญัติดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.เคยมีความเห็นว่า สนช.ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามมาตรา 6 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ที่บัญญัติให้ สนช.ทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา จึงมีหน้าที่ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ซึ่งหากพิจารณารัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 263 ก็ได้บัญญัติว่า ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ยังคงทำหน้าที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต่อไป และให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ตามลำดับตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ และให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติสิ้นสุดลงในวันก่อนวันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นตามรัฐธรรมนูญนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงเห็นว่าจะต้องหาข้อยุติดังกล่าวโดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 231 ในการยื่นเรื่องต่อศาลปกครองว่า การที่ ส.ว.ให้ความเห็นชอบบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช.2561 มาตรา 11 (18) เป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และหากศาลปกครองวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สมาคมฯจะดำเนินการร้องเอาผิด ส.ว.ทั้ง 219 คนที่โหวตให้นายสุชาติเป็น ป.ป.ช.ตามครรลองของกฎหมายต่อไป เพราะไม่ว่าจะใหญ่มาจากไหนก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน&amp;quot; นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67759</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย ป.ป.ช., ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), สุชาติ ตระกูลเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed839508bce2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณจ่อร้องนายกฯค้านวัดยานนาวาทุบทิ้งกุฏิสร้างที่จอดรถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่วัดยานนาวาหรือวัดคอกควายในอดีต พระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ได้ทำการรื้อถอนกุฏิโบราณรูปแบบทรงไทย 2 ชั้น ที่เป็นเอกลักษณ์แบบวัดยานนาวาทิ้งไปแล้ว 7 หลังโดยส่วนหนึ่งนำไปทำเป็นที่จอดรถ และตอนนี้กำลังจะทำการรื้อถอนกุฏิอีก 7 หลังและอาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรม ที่เป็นเอกลักษณ์แบบวัดยานนาวามีศิลปะปูนปั้นหน้าบรรณอันทรงคุณค่ายิ่งที่เหลืออยู่เป็นชุดสุดท้ายจาก 15 หลังทิ้งไปด้วย ซึ่งปัจจุบันกุฏิทั้งหมดนี้ยังมีพระภิกษุสามเณรพำนักอาศัยอยู่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้วัดแห่งนี้ได้ดำเนินการพัฒนาวัดมาอย่างยาวนานอย่างมีพิรุธ เพราะไม่มีโครงการใดแล้วเสร็จเลย ซึ่งสมควรที่จะรีบเร่งดำเนินการส่วนนี้ก่อน ตัวอย่างเช่น 1.การบูรณะพระอุโบสถ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาร่วม 10 ปี แล้วแต่ก็ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างใดๆ 2.การให้บริษัทของเอกชนมาเช่าพื้นที่ดินของวัดยานนาวาด้านทิศเหนือเริ่มดำเนินการมา 10 กว่าปีแล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ซึ่งตอนนี้ก็ยังทำอะไรไม่ได้ (น่าสงสัยมาก) และ 3.การก่อสร้างหอศิลป์เฉลิมพระเกียรติฯ ริมฝั่งแม่น้าเจ้าพระยา เริ่มดำเนินการมาจะร่วม 10 ปีแล้ว การก่อสร้างมีเพียงส่วนฐานราก ก็เพิ่งจะโพล่พ้นพื้นผิวดินเท่านั้น และตอนนี้ก็หยุดก่อสร้างมานานแล้ว (น่าสงสัยมาก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่วัดยานนาวา มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว มีพระอุโบสถเป็นเรือสำเภารูปเจดีย์ ซึ่งกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้แล้ว แต่มิได้ขึ้นทะเบียนทั้งวัด จึงเป็นการเปิดช่องให้รื้อถอนอาคารโบราณที่ทรงคุณค่าออกไปได้ ซึ่งถ้ากรมศิลปากรจะได้ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ตาม ม.14 แห่ง พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 2504 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 เสียก่อนโดยเร็ว ก็จะเป็นการอนุรักษ์และปกป้องคุ้มครองป้องกันโบราณสถานแห่งนี้เอาไว้ให้อยู่คู่วัดยานนาวาต่อไปได้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอบู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเคยมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับโบราณสถานความตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;การสร้างอาคารสมัยนี้ คงจะเป็นเกียรติสำหรับผู้สร้างคนเดียว แต่เรื่องโบราณสถานนั้นเป็นเกียรติของชาติ อิฐเก่าๆ แผ่นเดียวก็มีค่าควรช่วยกันรักษาไว้.... ไม่ควรจะเอาของใหม่ไปปนกับของเก่า ควรจะรักษาของเก่าไว้เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตใจของพลเมือง และสิ่งเหล่านี้เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ จึงควรรักษาไว้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้สั่งการให้มีการตั้งกรรมการสอบวัดดังกล่าว รวมทั้งระงับการรื้อถอนกุฏิและอาคารปริยัติธรรมดังกล่าวเสีย และห้ามก่อสร้างอาคารสิ่งแปลกปลอมใหม่ๆขึ้นในวัดดังกล่าว โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 1 มิ.ย. 2563 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ตึก กพร.เดิม ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67418</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้านวัดยานนาวา, รื้อถอนกุฏิโบราณ, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200530/image_big_5ed1bd82990b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2019 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2019 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณโวยโรงเรียนชื่อดังไร้ความรับผิดชอบนำเด็กทัศนศึกษาจนเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 15 ธ.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้รับการร้องเรียนจากนายสมชาย โชติพันธ์ และ น.ส.จิราภรณ์ เรืองเดชา ซึ่งเป็นผู้ปกครองของเด็กนักเรียนอายุ 9 ปี ของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในย่านปากเกร็ด จ.นนทบุรี สังกัดกรมสามัญศึกษา ซึ่งได้นำนักเรียนไปออกค่ายวิทยาศาสตร์ที่โรงแรมชื่อดังของชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 19-21 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่า ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของครู อาจารย์ และผู้ควบคุม ดูแลนักเรียน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของโรงแรม ทำให้เด็กนักเรียนของผู้ปกครองข้างต้นต้องจมน้ำเสียชีวิต ในขณะเข้าร่วมกิจกรรมการว่ายน้ำในสระของโรงแรมดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เหตุที่เกิดขึ้นจนกระทั่งบัดนี้ยังไร้วี่แววความรับผิดชอบของผู้บริหารโรงเรียนและโรงแรมดังกล่าว รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องในการที่จะเข้ามาดูแลเยียวยาความรู้สึกและความเสียหายที่เกิดขึ้นตามหลักมนุษยธรรมแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัย หรือตามพฤติการณ์อาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ อันมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.290-291 มีระวางโทษจำคุก 3-20 ปี ประกอบประมวลกฎหมายแพ่ง ม.420 ซึ่งเป็นเหตุทางละเมิดด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจำต้องนำผู้ปกครองของเด็กนักเรียนดังกล่าวเข้าร้องเรียนต่อ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการเอาผิดกับผู้บริหารและครูอาจารย์โรงเรียนชื่อดังดังกล่าว และหากเป็นไปได้จักได้เจรจาหาทางออกร่วมกันในทางที่เหมาะสม โดยมิจำต้องนำความขึ้นฟ้องร้องต่อศาล โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 10.30 น. ณ สำนักรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52504</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191215/image_big_5df5955cd8e19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2019 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2019 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานเข้า&#039;อนค.&#039;อีก!&#039;ศรีสุวรรณ&#039;จี้เลขาฯสภาเอาผิดมือบอนขีดเขียนประตูกระจกรัฐสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.62- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรียกร้องให้เลขาธิการสภาผู้แทนฯเอาผิดพลพรรค อนค.ที่ &amp;ldquo;มือบอน&amp;rdquo;ขีดเขียนประตูกระจกรัฐสภาทำให้ทรัพย์สินของราชการเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏภาพข่าวในสื่อโซเชียลเป็นการทั่วไป กรณีที่พลพรรคอนาคตใหม่ ต่างไปช่วยกันขีดเขียนข้อความหลากหลายความคิดเห็นในเชิงการให้กำลังใจนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หน.พรรคอนาคตใหม่ ต่อการที่ศาลถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสภาพความเป็น ส.ส. เนื่องจากฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ม.98(3) ประกอบ ม.101(6) กรณีมีการถือครองหุ้นสื่อมวลชนของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ในขณะที่ไปสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 6 ก.พ.2562 ด้วยคะแนนเสียง 7 : 2 ณ บริเวณประตูกระจกทางเข้าห้องพักของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ในอาคารรัฐสภานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำดังกล่าว อาจถือได้ว่าเป็นการเจตนาที่จะทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายอาญา ม.360 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นยังอาจเข้าข่ายความผิดตาม ม.12 ของ พรบ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง 2535 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาทอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประตูกระจกดังกล่าวถือเป็นเป็นส่วนหนึ่งของรัฐสภา ซึ่งเป็นอาคารสถานที่ราชการมีเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ควบคุม ดูแล ตามที่กฎหมายบัญญัติ ดังนั้นเมื่อมีสมาชิกพรรคหรือ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายเยี่ยงนั้น จะทำเพิกเฉยไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ เพราะกรณีที่เกิดขึ้นปรากฏเผยแพร่กันมากมายในสื่อโซเชียลมีเดียเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากของสาธารณะชนถึงความไม่เหมาะสมของพฤติการณ์ดังกล่าว และถือว่าเป็นความผิดที่สำเร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงขอเรียกร้องให้เลขาธิการสภาผู้แทนฯปฏิบัติหน้าที่ในการเอาผิดผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนดังกล่าวเสียโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50975</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศรีสุวรรณ จรรยา, พรรคอนาคตใหม่, รัฐสภา, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, เลขาธิการสภาผู้แทนฯเ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dd9eee49a060.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
