<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พึ่งม.44 อุตฯจี้โรงงานน้ำตาลกู้เงินไปชดเชยชาวไร่ แก้ปัญหาราคาอ้อยตกต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิ๊งไอเดียช่วยวิกฤตราคาอ้อยตกต่ำในรอบ 10 ปี จี้โรงงานน้ำตาลกู้เงินสะสมที่เจียดจาดการขายน้ำตาล ของ กท. เดือนละ 800 ล้านบาท เพื่อไปชดเชยชาวไร่อุ้มราคาอ้อยขั้นต้น ไม่ง้อม.44 ดึงดูดให้ชาวไร่ไม่เปลี่ยนใจปลูกพืชอื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่4 องค์กรชาวไร่อ้อย ได้แก่ สหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย สหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน และสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทยเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรม ขอให้รัฐบาลใช้มาตรา44 มาแก้ไขปัญหาวิกฤติราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2561/62ที่จะเปิดหีบในเดือนพ.ย.นี้ เพราะ4 องค์กรฯ คาดว่า ราคาจะไม่เกิน730 บาทต่อตัน ซึ่งถือเป็นราคาต่ำสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ฤดูปี2551/52 ด้วยการให้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย(กท.)ไปกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เพื่อนำมาเพิ่มราคาอ้อยขั้นต้นให้สูงเกิน 800 บาทต่อตันขึ้นไป เหมือนปีการผลิตที่ผ่านๆมา

ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.)ได้ข้อสรุปหลังการหารือร่วมกันระหว่างชาวไร่และโรงงานน้ำตาล ว่า สนอ.ได้เสนอให้นำเงินส่วนหนึ่งที่เกิดจากการจำหน่ายน้ำตาลในประเทศ ที่โรงงานและชาวไร่ทำได้ และกันเงินส่วนนี้ส่งเข้าไปสมทบให้กับ กท. 3-4 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) เป็นรายเดือนที่คำนวณจากการขายส่งน้ำตาลหน้าโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินส่งเข้ากท.เดือนละประมาณ400 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากนับตั้งแต่มีการลอยตัวราคาขายปลีกน้ำตาลเมื่อเดือนม.ค.2560 จนถึงขณะนี้ มีเม็ดเงินสะสมรวม 10,000 ล้านบาท ซึ่งกท.สามารถนำเงินก้อนนี้ออกมาใช้เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของชาวไร่อ้อยได้ก่อน ด้วยการให้โรงงานมากู้แบบปลอดดอกเบี้ยหรือคิดดอกเบี้ยอัตราต่ำที่สุด เพื่อนำไปจ่ายค่าอ้อยเพิ่มเติมจากราคาอ้อยขั้นต้นที่จะมีการคำนวณออกมา เหมือนกับค่าเกี๊ยวอ้อย(เงินยืมล่วงหน้า)ที่โรงงานให้ยืมล่วงหน้าไปก่อนแล้วมาหักกลบลบหนี้เมื่อนำอ้อยมาขายก่อนการลอยตัวราคาน้ำตาลซึ่งหากใช้วิธีการนี้ก็จะไม่จำเป็นต้องขอให้รัฐบาลออกมาตรา 44 แต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อเสนอดังกล่าวได้ถูกส่งให้ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรับไปพิจารณาเรียบร้อยแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายโรงงานแสดงความไม่เห็นด้วยเพราะไม่ต้องการรับภาระดังกล่าวแต่ สอน.ได้ชี้แจงว่าฝ่ายโรงงานจะต้องให้ความร่วมมือเพราะเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของชาวไร่และโรงงาน เพราะหากโรงงานไม่ช่วยเหลือชาวไร่อ้อยในระยะยาวชาวไร่อ้อยอาจหันไปปลูกพืชเกษตรอื่นๆแทนเพราะรายได้จากการปลูกอ้อยลดลงแต่หากโรงงานให้ความร่วมมือชาวไร่ก็ปลูกอ้อยตามเดิมโรงงานก็มีอ้อยป้อนเข้าหีบตามปกติ

นอกจากนี้มาตรการดังกล่าว ก็เป็นแผนการรองรับวิกฤตราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิต2561/62 ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเปิดหีบ และหากเริ่มเปิดหีบอ้อยเดือนพ.ย.นี้ราคาน้ำตาลตลาดโลกในช่วงนั้นไปจนถึงเดือนมี.ค.2562อาจปรับตัวดีขึ้น ก็จะส่งผลให้ราคาอ้อยขั้นต้นสูงกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ที่ 730 บาทต่อตัน ก็อาจไม่จำเป็นต้อนให้โรงงานไปกู้เงินกท.มาช่วยเหลือชาวไร่อ้อยก็ได้เช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15749</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงอุตสาหกรรม, กู้เงิน, ชาวไร่อ้อย, นายอุตตม สาวนายน, สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย, โรงงานน้ำตาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180215/image_big_5a85acbf97df7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2026 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิบล้อขนอ้อยต่อคิวยาวเหยียด ส่งอ้อยขายโรงงานหลังใกล้ปิดหีบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเกษตรชาวไร่อ้อยในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ , จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมารวมตัวกันเรียกร้องให้โรงงานอ้อยชะลอการปิดหีบ โดยให้ทางจังหวัดแต่ละจังหวัด , อุตสาหกรรม และหอการค้าช่วยเจรจาจนได้รับคำตอบที่พอใจในการขยายเวลาปิดหีบออกไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเกษตรกรชาวไร่อ้อยเร่งบรรทุกผลผลิตส่งขายโรงงานน้ำตาลราชสีมา ที่อำเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมา ทำให้ขณะนี้มีรถบรรทุกอ้อยกว่า 1,000 คันเข้าคิวต่อแถวขายอ้อยให้กับโรงงานน้ำตาลยาวเหยียดแน่นขนัดเต็มพื้นที่ โดยผลผลิตอ้อยปีนี้มีปริมาณมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่โรงงานน้ำตาลในพื้นที่อำเภอแก้งสนามนาง โดยนายนิเวช ง่วนสำอางค์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการอาวุโสบริหารกิจการโรงงานกลุ่มวังขนาย อุตสาหกรรมอ่างเวียน หรือโรงงานอ้อยราชสีมา หรือโรงงานน้ำตาลแก้งสนามนางประกาศขยายเวลาปิดหีบรับซื้ออ้อยไปจนถึงวันที่ 5 พฤษ ภาคมนี้&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์ จากเดิมกำหนดปิดหีบตั้งแต่วันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกลงมาในพื้นที่ต่อเนื่องจึงทำให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตล่าช้า&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิเวช &amp;nbsp;กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์เปิดหีบอ้อยปีการผลิต 2560/61 โรงงานน้ำตาลทั่วประเทศเปิดหีบอ้อยตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้มีปริมาณผลผลิตอ้อยออกสู่ตลาดประมาณ 129 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 40 % เมื่อเทียบกับผลผลิตอ้อยปีที่ผ่านมา ที่มีปริมาณอ้อยเข้าหีบอยู่ที่ 93 ล้านตัน เนื่องจากช่วงฤดูปลูกอ้อยปีนี้มีปริมาณฝนเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นอ้อย ทำให้ผลผลิตอ้อยเฉลี่ยต่อไร่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 15 - 20 ตันต่อไร่ และขณะนี้เกษตรกรจำนวนมากเก็บเกี่ยวอ้อยส่งโรงงานน้ำตาลไม่ทัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งยังมีผลผลิตอ้อยในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น และชัยภูมิเหลือตกค้างในไร่อ้อยเป็นจำนวนมาก ทางจังหวัดนครราชสีมาจึงได้ประสานโรงงานน้ำตาลพื้นที่ให้ขยายเวลาปิดหีบรับอ้อยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งจากการคาดการณ์ล่าสุดยังคงมีผลผลิตอ้อยตกค้างอยู่ประมาณ 200,000 ตัน และมั่นใจว่าภายในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้เกษตรกรในพื้นที่จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อยส่งขายโรงงานได้ทันกำหนดระยะเวลาปิดหีบ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8151</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิเวช ง่วนสำอางค์, ปลูกอ้อย, รถสิบล้อบรรทุกอ้อย, สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย, โรงงานกลุ่มวังขนาย, โรงงานน้ำตาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae68eff439d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นปากี-อินเดียหนุนส่งออกน้ำตาล กระทบตลาดโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันธมิตรปฎิรูปการค้าน้ำตาลโลก เรียกร้องมาตรการอุดหนุนการผลิตและส่งออกของปากีสถาน และอินเดีย หวั่นผลักผลผลิตน้ำตาลส่วนเกินออกสู่ตลาดโลก ส่งผลราคาในตลาดโลกวูบ พร้อมเตรียมออกแถลงการณ์ร่วม 8 พ.ค.นี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย. 2561 - นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมาพันธมิตรเพื่อการปฎิรูปการค้าน้ำตาลโลก(จีเอสเอ) ที่มีประเทศออสเตรเลีย บราซิล และไทย ได้จัดประชุมทางไกล เพื่อหารือประเด็นการอุดหนุนการผลิตและส่งออกน้ำตาลของปากีสถานและอินเดีย และเห็นชอบที่จะออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ปากีสถาน ในฐานะผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 9 ของโลกยกเลิกมาตรการอุดหนุนการส่งออกน้ำตาล อีกทั้งกังวลต่ออินเดียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก &amp;nbsp;มีแนวโน้มที่จะนำมาตรการอุดหนุนการส่งออกมาใช้เช่นเดียวกัน เนื่องจากในฤดูการผลิตนี้ ทั้งสองประเทศมีน้ำตาลเหลือจากการบริโภคจำนวนมาก จึงเรียกร้องให้เคารพและปฏิบัติตามพันธกรณีองค์การการค้าโลก(ดับเบิลยูทีโอ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มจีเอสเอ ประเมินว่า ปากีสถานและอินเดีย จะมีน้ำตาลส่วนเกินที่เหลือจากการบริโภคภายในประเทศเพื่อส่งออกไปสู่ตลาดโลก รวมประมาณ 2.3 ล้านตันและ 3 ล้านตัน ตามลำดับ และมีแนวโน้มว่า ทั้งสองประเทศจะผลักน้ำตาลส่วนเกินนี้ออกสู่ตลาดโลกโดยมีการอุดหนุนจากภาครัฐ ซึ่งจะทำให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด ดังนั้น ประเทศสมาชิกกลุ่มจีเอสเอ จะออกแถลงการณ์ร่วมกัน เพื่อเรียกร้องให้ปฏิบัติตามข้อตกลงดับเบิลยูทีโอ และแสดงจุดยืนคัดค้านการออกมาตรการอุดหนุนใดๆ ในการสนับสนุนการส่งออกน้ำตาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในฐานะที่ไทยเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลทรายรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกและเป็นหนึ่งในสมาชิกของจีเอสเอ จะเข้าร่วมการประชุมที่นครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ เพื่อเรียกร้องให้ปากีสถานและอินเดียปฏิบัติตามกฎกติกาทางการการค้าภายใต้ดับเบิลยูทีโอ &amp;rdquo; นายสิริวุทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7350</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำตาล, น้ำตาลทราย, สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย, อุดหนุน, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad6f4a1d0747.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
