<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอดบทเรียนปัญหาเยาวชน-กลุ่มเปราะบางยุคโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ในงานเสวนาเนื่องในวันประชาธิปไตยสากล ระหว่างเยาวชนกลุ่มเปราะบาง และสมาชิกรัฐสภา ภายใต้หัวข้อ &amp;quot;ชีวิตประจำวัน ความฝัน และความท้าทาย ของเยาวชนไทยในยุคโควิด-19&amp;quot; โดยมี นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารชมรมสมาชิกรัฐสภา Young MP ทำหน้าที่ประธานการประชุม พร้อมกันนี้ ยังมีตัวแทนสมาชิกรัฐสภาคนรุ่นใหม่ จากทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล รวมถึง ส.ว. เข้าร่วม อาทิ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.), น.ส.วิไลลักษณ์ อรินทมะพงษ์ &amp;nbsp;ส.ว., นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะส.ส.กลุ่มชาติพันธุ์, น.ส.เพชรชมพู กิจบูรณะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) &amp;nbsp;รวมถึงผู้แทนกลุ่มเยาวชน และนายเรอโน เมแยร์ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ เข้าร่วมสังเกตการณ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิสระ กล่าวเปิดการประชุมว่า จุดประสงค์วันนี้คือหวังว่าจะถอดบทเรียนปัญหาโควิด-19 ที่สร้างอุปสรรคให้กับเยาวชนเปราะบาง เยาวชนไร้สัญชาติ เยาวชนผู้พิการและเยาวชนกลุ่มความหลากหลายทางเพศ แล้วนำออกมาเป็นนโยบาย หรือข้อเสนอ ส่งให้รัฐบาลได้นำไปอุดช่องโหว่ให้ตรงจุดมากขึ้น ความพิเศษของดรีมทีมจุดประกายในครั้งนี้ คือระดมแนวคิดจากแทบทุกพรรคการเมือง ส่งต่อไปยัง 2 ช่องทางคือ 1.ส่งให้นายกฯ โดยตรง และ 2.ส่งให้เลขาธิการสหประชาชาติ ผ่านผู้แทน ทั้งนี้ คนทั่วไปในสังคมที่ว่าปรับตัวลำบากเเล้ว กลุ่มคนเหล่านี้ยากยิ่งกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่า เราควรยอมแพ้ ผู้แทนราษฎร สมาชิกรัฐสภาไม่ควรนิ่งดูดาย ขอขอบคุณทุกท่านที่สละความเป็นพรรคการเมืองเข้าร่วม ทุกท่านล้วนเป็นดรีมทีมจุดประกาย ริเริ่มควานหาย่างก้าวที่สำคัญ นอกจากกลุ่มต่าง ๆ ในที่นี้ ตนยังประสานงาน ส่งเจ้าหน้าที่ไปหาพี่น้องพื้นที่ห่างไกล ให้เขาได้เสวนาถอดบทเรียนและสะท้อนปัญหาของเขากับเรา ผ่านระบบซูม อาทิ พี่น้อง จ.น่าน และ จ.ตราด หวังว่าตอนจบเราจะได้ถอดบทเรียนเเล้วนำออกมาเป็นนโยบายหรือข้อเสนอที่จะส่งให้รัฐบาลได้นำไปอุดช่องโหว่ ให้ตรงจุดมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเรอโนระบุว่า &amp;nbsp;กลุ่มเยาวชนวันนี้มีความคิดก้าวหน้ากระตือรือร้น อยากมีส่วนร่วมทางการเมือง สิ่งที่อยากย้ำเป็นพิเศษ คือปัจจัยพื้นฐานก่อนการนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย คือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในองค์กรสาธารณะ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จาก 3 ส่วน 1.เรื่องประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของโยบายการบริการภาครัฐ 2.สิ่งเหล่านั้นได้สะท้อนความต้องการของประชาชนหรือไม่ หน่วยงานอาทิรัฐสภา ได้รับฟัง &amp;nbsp;มีความเข้าใจและเปิดกว้างให้ทุกคนเเสดงความคิดเห็น เพื่อผลิตนโยบายและบริการให้สอดคล้อง หรือไม่ และ 3. ความสัมพันธ์ ในการจัดสรรทรัพยากร นำมาสู่ในหลายๆเรื่องทั้งความไม่เท่าเทียมในสังคม ทั้งในกลุ่มเปราะบาง กลุ่ม LGBT กลุ่มเเรงงานต่างด้าว นี่คือสิ่งตอกย้ำให้สมาชิกรัฐสภารับฟังเสียงกลุ่มต่าง ๆ ให้มากขึ้น &amp;nbsp;เช่นเดียวกับการนำกลุ่มเยาวชนเข้ามาเพื่อทำความเข้าใจกับบทบาทนี้ เเสดงความเห็นเพื่อเติมเต็มปัจจัยทั้ง 3 ข้อดังกล่าว เพื่อวางรากฐานสำคัญของประชาธิปไตย แต่อย่างที่บอกหลายประเทศกำลังเผชิญปัญหาคล้ายๆกัน คือเรื่องการสื่อสารที่มีปัญหาจนเกิดแรงกดดันต่าง ๆทางสังคม ซึ่งวันนี้ตนดีใจที่การพูดคุยวันนี้เกิดมาจากการริเริ่มของกลุ่ม ส.ส.กันขึ้นมาเอง โดยที่ไม่มีการแบ่งพรรคการเมือง ไม่มีโอกาสไหนที่จะดีกว่านี้แล้ว ในการกล่าวถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน และกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า ถึงบทบาทสมาชิกรัฐสภา ได้มีการทำหน้าที่อาทิ การผ่านร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแห่งราชอาณาจักรไทย ในวาระ 3 ที่ล่าสุดมีการเปลี่ยนบัตรเลือกตั้งจากเดิมรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 1 ใบ กลับมาเป็น 2 ใบ เพื่อสะท้อนเสียงของประชาชนมากที่สุด ในการเลือกผู้เเทนเเต่ละเขต เข้ามาทำหน้าที่ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขอให้คิดว่าการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว ของทุกคน ที่ผ่านมาตนรับเรื่องร้องเรียนจากน้อง ๆ เช่นว่าเมื่อไหร่จะได้วัคซีน อย่างที่นายอิสระ บอกว่า ขณะนี้มีความเหลื่อมล้ำ เเม้เเต่สัญญาณอินเตอร์เน็ตยังเข้าไม่ถึง ประสิทธิภาพการเรียนออนไลน์เเตกต่างกัน เรากระตุ้นรัฐบาลให้จัดสรรวัคซีนที่มีคุณภาพสำหรับฉีดให้เยาวชน ทุกอย่างมีทางออก ทำอย่างไรให้มีเราทางออกเรา อยู่กับโควิดได้ เยาวชนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ตนดีใจเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่จะสร้างการเมืองที่สร้างสรรค์ มีทุกพรรคฝ่ายค้านเข้ามาทำการเมืองรวมกัน ลดความขัดเเย้งที่ไม่ก่อประโยชน์ ทั้งนี้ มองว่า เรื่องความรุนเเรงที่สามเหลี่ยมดินเเดง ไม่สามารถบอกได้ว่า เกิดจากใคร แต่สิ่งที่เราเห็นคือความสูญเสียทั้งของประชาชนโดยรอบ และผู้เข้าร่วมการชุมนุมประท้วง &amp;nbsp;วิธีแก้ปัญหาของเราคือการตั้งโต๊ะเจรจา เปิดรับฟังความเห็นจากผู้ประท้วง และให้รัฐบาลนำไปแก้ไข สงครามทุกสงครามจบด้วยการเจรจาเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิสระ กล่าวสรุปว่า จะรวบรวมไล่เรียงประเด็นต่าง ๆ ให้ชัด ส่งเรื่องไปยังนายกฯ และเลขาธิการสหประชาชาติ ผ่านผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ เพื่อขยายเสียงที่สะท้อนในวันนี้ให้ดังขึ้น โดยเฉพาะคำว่า ซับซ้อน แบ่งแยก ติดฉาก แปะฉลาก ให้ใครเป็นคนกลุ่มใด มันไม่สิ่งที่พวกเขาอยากได้ยินหรือถูกเรียก หรือไม่ รวมถึงบทเรียนที่น้อง ๆ ผู้เข้าร่วมงานได้สะท้อนว่า &amp;nbsp;ไม่ว่าคนกลุ่มใดก็ตามเขาไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร ไม่ว่าจะสงสารจริง หรือสงสารเทียม เพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ในทางธุรกิจ ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการให้ใครมาสร้างวาทกรรมที่สวยหรูให้ แต่พวกเขาต้องการการยอมรับ ในอัตลักษณ์ที่เขาต้องการจะเป็น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชีวิตประจำวัน ความฝัน และความท้าทาย ของเยาวชนไทยในยุคโควิด-19, นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, สมาชิกรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141994bd4f96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; ยันเปิดประชุมร่วมตามเดิม หลังตรวจ ส.ส.-ส.ว.ไม่ติดโควิด ไม่มั่นใจรับมือได้ตลอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.64 -&amp;nbsp;เวลา 13.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีส.ส.และส.ว.ร่วมงานเลี้ยงรับรองเพื่อเป็นเกียรติแก่สมาชิกวุฒิสภาไทย ในโอกาสที่ได้รับรางวัลจากการกระทรวงต่างประเทศประเทศญี่ปุ่นที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เมื่อวันที่22 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า ได้รับรายงานมาเบื้องต้นแล้วพบว่างานดังกล่าวมีขึ้นในวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา และมีรายงานว่าเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ติดเชื้อโควิด-19 หลังวันที่ 25 มี.ค. ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากที่สมาชิกรัฐสภาเข้าพบ และนายประมนต์ สุธีวงศ์ ส.ว. ในฐานะประธานกลุ่มมิตรภาพไทยญี่ปุ่นรัฐสภา ที่เข้าร่วมงานดังกล่าว ได้ไปตรวจเชื้อโควิด-19แล้ว ผลเป็นลบ ไม่พบการติดเชื้อ จึงแนะนำให้ส.ส.และส.ว.ที่ไม่มั่นใจ ไปรับการตรวจเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวต่อว่า ดังนั้น การประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 7-8 เม.ย. นี้ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ก็จะดำเนินการประชุมตามปกติ เนื่องจากรัฐสภามีมาตรการป้องกันเข้มข้นอยู่แล้ว และยังไม่ปรากฏการติดเชื้อจากส.ส.และส.ว.รวมถึงเจ้าหน้าที่คนอื่นๆภายในรัฐสภา แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะรับมือได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ จึงขอความร่วมมือส.ส.และ ส.ว.อย่าประมาท ทั้งการสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน และการรักษาระยะห่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคพลังประชารัฐเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในวันที่ 7 เม.ย.ว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รับการประสานจากพรรคพลังประชารัฐ เพียงแต่ทราบข่าวจากสื่อมวลชน แต่ก็สามารถยื่นเสนอแก้ไขได้ หรือถึงแม้จะพ้นการประชุมสมัยวิสามัญไปก็ยังสามารถยื่นได้ตามปกติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98388</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, สมาชิกรัฐสภา, เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ac540454ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ฝ่ายค้านอัด73สส.-สว. เล่นเกมเตะถ่วงแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประธานชวน&amp;rdquo; ยันญัตติ 73 สมาชิกรัฐสภาล่าชื่อยื่นเรื่องตีความแก้ไขรัฐธรรมนูญถึงมือแล้ว ต้องรอฝ่ายกฎหมายเคาะก่อน ไม่ใช่ส่งไปทุกเรื่อง &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; แย้มไม่เห็นด้วยเพราะไม่ขัด รธน. &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; รีบปัดไม่ก้าวล่วง แต่กำชับห้ามสภาล่มในวันที่ 17-18 พ.ย. &amp;ldquo;ไพบูลย์-สมชาย&amp;rdquo; แจ้นแจงเหตุผลไม่ใช่เพื่อเตะถ่วง หวังเคลียร์ข้อข้องใจทำให้ &amp;ldquo;ส.ว.&amp;rdquo; โหวตสบายใจ ลั่นจะรับยกมือโหวตวาระ 1 ก่อนแล้วค่อยดันเรื่องญัตติ &amp;ldquo;พรรคค้าน&amp;rdquo; เชื่อซื้อเวลา โวยกมือรับหลักการร่างทั้ง 7 ฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคาร ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 48 คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 25 คน เข้าชื่อเสนอญัตติให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 3 ฉบับที่ให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
โดยนายชวนกล่าวว่า ได้รับเรื่องที่ยื่นมาแล้ว โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณาอยู่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกฎหมายจะเป็นผู้พิจารณา การยื่นสามารถทำได้ ส่วนกระบวนการว่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่าจะส่งได้ทุกเรื่อง ขึ้นอยู่กับรายละเอียดแต่ละเรื่อง ซึ่งมีทั้งกรณีที่ส่งและไม่ส่งให้ศาล และยังไม่ถึงขั้นส่งผลต่อกระบวนการพิจารณาในวันที่ 17-18 พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ขอไปก้าวล่วงกระบวนการ เพราะเป็นดุลยพินิจของสมาชิกรัฐสภา ไปสั่งใครไม่ได้ ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง มีความรู้ มีประสบการณ์ และเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล ซึ่งเป็นวิถีทางการเมือง ดังนั้นเป็นเรื่องที่ต้องเคารพกระบวนการ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายภาคหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับตอนหนึ่งว่า ในการประชุมสภาเพื่อพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 ในวันที่ 17-18 พ.ย. ให้เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง อย่าให้เกิดปัญหาสภาล่ม นอกจากนี้ยังกำชับรัฐมนตรีเรื่องการตอบกระทู้ว่า หากติดภารกิจไม่สามารถไปตอบกระทู้ได้ ก็อย่าปล่อยผ่าน แม้เลยไปแล้วก็ต้องกลับไปตอบทุกกระทู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ญัตติดังกล่าวยื่นต่อประธานรัฐสภา หากสภาไม่เห็นชอบก็ไม่ต้องส่งให้ศาล หากเห็นชอบก็ส่งตามข้อบังคับที่ 31 ซึ่งเขาอ้างด้วยว่าวิธีดังกล่าวจะไม่ทำให้กระบวนการล่าช้า เพราะสามารถเดินคู่ขนานกันไปได้ ถ้าสภามีการรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาวาระ 2-3 เขาก็จะยื่นแยกไปอีกทาง เขาอ้างเช่นนี้ แต่ข้อเท็จจริงไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสภาโหวตรับไปแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมิชอบ จะเป็นปัญหาหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ชอบก็เดินต่อไม่ได้ แต่ดีกว่าไม่มีใครทำอะไร แล้ววันหนึ่งเกิดมีคนไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และศาลวินิจฉัยว่าไม่ชอบจะทำให้ลำบากกว่านี้ &amp;nbsp;
&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo;ไม่เห็นด้วย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ทำให้สะเด็ดน้ำตั้งแต่ต้นดีกว่าใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เขาอ้างว่าอย่างนั้น และขั้นตอนที่เขาอ้างว่าเดินคู่ขนานกันไปก็ไม่ได้ทำให้เสียเวลา แต่ถ้าสภาต้องหยุดการพิจารณา แบบนั้นถือว่าเสียเวลา ต่อให้หยุดไปเพียงวันเดียวก็เสียเวลา อย่างไรก็ตาม ระหว่างการตั้ง กมธ.วิสามัญ ก็ส่งเรื่องให้กับศาลพิจารณาภายใน 1 เดือนก็น่าจะเสร็จ หากศาลบอกไม่มีปัญหา ในชั้นคณะ กมธ.วิสามัญก็เดินต่อไปได้ แต่ถ้าศาลบอกไม่ชอบ ก็หยุดแค่ตรงนั้น ดีกว่าไปถึงขั้นทำประชามติ หมดเงินไป 3,000 ล้านบาทแล้วโมฆะ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่าเห็นด้วยกับการยื่นให้ศาลวินิจฉัยครั้งนี้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เห็นด้วย เพราะไม่เห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญ ส่วนจะดีกว่าหรือไม่นั้น เขาว่าดีกว่า แต่ก็ไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวตอบคำถามที่ว่าเรื่องนี้ต้องพูดคุยกันในพรรคหรือไม่ ว่าเดี๋ยวพูดคุยเอง แต่เวลานี้ยังไม่รู้เหตุผลอะไร สื่อถามนำหน้าตลอด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็แก้สิ ให้เขาไปดูกันก่อน ส่วนจะว่ากันอย่างไรเป็นเรื่องของลูกพรรค ส่วนที่ถูกมองว่า พปชร.กำลังยื้อเวลานั้น ยื้อเวลาอย่างไรไม่รู้ ไม่เข้าใจที่สื่อถาม แต่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) บอกแล้วว่าสามารถทำไปพร้อมๆ กันได้ จะมาถามทำไม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า เป็นเรื่องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พปชร.ในฐานะ ส.ส. สามารถยื่นได้ รวมถึง ส.ส.พรรคที่ไปลงชื่อถือเป็นสิทธิ์ส่วนตัว ไม่ต้องเป็นมติพรรค และแม้จะยื่นตีความแต่กระบวนการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ยังไม่หยุด โดยรัฐสภาจะประชุมในวันที่ 17-18 พ.ย.นี้ ส่วนใครจะยื่นก็ยื่นไป โดยสามารถทำคู่กันไปได้จนกว่าศาลจะมีคำสั่ง แต่ต้องชี้แจงให้สังคมเข้าใจได้ด้วย ซึ่งในที่ประชุม ครม.รัฐมนตรีของพรรคก็ไม่ทราบเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเห็นด้วยกับการตั้ง ส.ส.ร.หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ตอบว่า การนำเรื่องเข้าสภาและตั้ง กมธ.เดินตามกระบวนการเป็นช่องทางที่ถูกต้อง แต่ยังไม่ได้ฟังเนื้อหารายละเอียดอย่างครบถ้วน ซึ่งกระบวนการนี้ถือว่าดีที่สุดที่ทุกฝ่ายจะพูดคุย ผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นอย่างไรต้องไปดูจากที่ประชุมว่าเห็นชอบกับร่างแก้ไขฉบับใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า การลงชื่อเพื่อยื่นให้ศาลตีความจะสวนทางกับสิ่งที่นายกฯ บอกว่าต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็วหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ย้ำว่า เป็นสิทธิ์ของ ส.ส.และ ส.ว.จะยื่นตีความ ซึ่งต้องดูประธานรัฐสภาหารือกับวิปทั้ง 4&amp;nbsp; ฝ่ายจะมีข้อตกลงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจะนำเข้าหารือในวันที่ 17-18 พ.ย.นี้หรือไม่ หากเข้าก็ต้องเดินไปตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (พปชร.) ระบุว่า การยื่นตีความจะไม่มีผลกระทบกับการพิจารณาแก้ไขรับรัฐธรรมนูญในวันที่ 17-18 พ.ย. ไม่ต้องกังวล โดยพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เล่นเกมด้วย เราตรงไปตรงมาว่าอยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามวิถีทางที่เราเสนอมาอย่างต่อเนื่อง และร่างของพรรคร่วมรัฐบาลก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะมีความชัดเจนถึงการแก้มาตรา 256 เพื่อให้ตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมาโดยไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ถือเป็นจุดยืนที่มีความชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว. และนายไพบูลย์ได้แถลงถึงเรื่องดังกล่าว โดยนายไพบูลย์กล่าวว่า การเสนอญัตติดังกล่าวมาจากการที่ถูกทักท้วงว่ารัฐสภาไม่มีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งตนเองได้ร่วมลงชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของวิปรัฐบาล ตอนนั้นยังไม่เห็นปัญหา แต่เมื่อตอนนี้มีปัญหาแล้วก็ควรทำให้เกิดความชัดเจนก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสิ้นสุดทั้งกระบวนการ
ลั่นไม่ได้เตะถ่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้กำหนดให้รัฐสภามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อทำรัฐธรรมนูญใหม่ จึงเป็นปัญหาว่ากระทำได้หรือไม่ ช่องทางการส่งศาลรัฐธรรมนูญโดยรัฐสภาตามมาตรา 210 (2) เป็นการเปิดให้รัฐสภามีส่วนร่วม อยากให้พิจารณารับหลักการร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 ไปก่อน แล้วค่อยให้รัฐสภาพิจารณาในเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญ&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว และว่า เราอยากให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นโดยไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น หากเริ่มต้นด้วยความชัดเจนแล้วจะทำให้ทุกอย่างราบรื่น ไม่ได้มีเจตนาเตะถ่วงแต่อย่างใด หากถึงที่สุดแล้วรัฐสภามีมติเสียงข้างมากเห็นด้วยก็จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชายกล่าวว่า ส.ว.มีหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมาย ร่างรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้ตั้ง ส.ส.ร.นั้น ไม่ค่อยสบายใจในข้อกฎหมาย เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้เขียนรัฐธรรมนูญทั้งฉบับใหม่ได้เหมือนรัฐธรรมนูญชั่วคราว แต่ยืนยันว่าไม่มุ่งหมายในการยื้อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการเสนอให้รัฐสภาพิจารณาเรื่องนี้ภายหลังได้ผ่านขั้นตอนการรับหลักการในวาระที่ 1 ไปก่อน โดยเมื่อวันที่ 17-18 พ.ย. รัฐสภารับหลักการแล้ว จึงมาพิจารณาว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ต่อไปตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ได้เติมเชื้อไฟในความขัดแย้ง แต่เป็นการทำให้ถูกต้อง เพราะหากรัฐสภาทำไม่รอบคอบและศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระทำโดยมิชอบ ยิ่งจะทำให้เกิดความเสียหาย&amp;rdquo; นายสมชายระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเสนอเช่นนี้จะทำให้รัฐสภาไม่ลงมติในวาระที่ 1 หรือไม่ นายไพบูลย์ยืนยันว่า ในวันที่ 17-18 พ.ย. จะออกเสียงให้เห็นด้วยกับรัฐสภาในการรับหลักการในวาระที่ 1 เป็นการแยกระหว่างการทำหน้าที่ระหว่างสมาชิกรัฐสภาที่ต้องการให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กับในฐานะนักกฎหมายที่เห็นว่าเมื่อมีปัญหาข้อกฎหมายก็ควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ได้รู้สึกว่าจะตั้งธงใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเชื่อว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้ตั้ง ส.ส.ร.ของพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านจะผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา แต่หากไม่มีการยื่นญัตตินี้ไว้ก่อนเชื่อว่าจะมี ส.ว.หลายคนไม่สบายใจและงดออกเสียงในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อมีการยื่นญัตติดังกล่าวแล้วย่อมทำให้ ส.ว.สบายใจและพร้อมเห็นด้วยในการลงมติรับหลักการในวาระที่ 1&amp;rdquo; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 256 (9) กำหนดไว้อยู่แล้วว่าสามารถเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ภายหลังรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นทั้ง 3 วาระ แต่กลับมาเสนอญัตติก่อน นายไพบูลย์กล่าวว่า การส่งเรื่องไปยังศาลมีหลายช่องทาง และการใช้มาตรา 210 (2) เป็นเพียงช่องทางหนึ่งเท่านั้น เพราะไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ต้องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เสนอตั้งแต่ต้นเพื่อให้เกิดความชัดเจนและทำให้ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้โดยเร็วที่สุด และหากที่สุดแล้วรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นทั้ง 3 วาระ ก็จะไม่ใช้สิทธิ์ตามมาตรา 256 (9) เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ส.ส.พรรค พปชร. 25 คนที่ร่วมลงรายชื่อในท้ายญัตติเพื่อขอให้ประธานรัฐสภาส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้น ปรากฏว่าในจำนวนดังกล่าวมี ส.ส. พปชร. 21 คน ได้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอด้วย
ไฟเขียวเข้าชื่อตีความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรค พปชร. แถลงภายหลังการประชุม ส.ส.พรรค ว่ามีวาระเตรียมความพร้อมประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 11-12 พ.ย.นี้ และการประชุมร่วมของรัฐสภาในวันที่ 17-18 พ.ย. ที่จะมีญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าทั้ง 7 ฉบับ ส่วนกรณี ส.ส.พรรคร่วมลงชื่อในญัตติเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ไม่มีเจตนาอื่นใดที่จะทำให้ความขัดแย้ง หรือทำให้ยืดยาวออกไป โดยทุกท่านก็ทราบดีถึงนโยบายของพรรคที่ พล.อ.ประวิตรเน้นย้ำเสมอ ให้เรามีความจงรักภักดี และยึดมั่นในชาติ ศาสน์ พระมหากษัตริย์ และสร้างความปรองดองในชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายวิรัชได้ชี้แจงและยืนยันไปแล้วว่า ในวันที่ 17-18 พ.ย.นี้ ในกระบวนการพิจารณาผ่านวาระ 1 นั้น จะลงมติแน่นอนทั้ง 7 ร่าง ส่วนที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความตามนั้นก็เป็นการเปิดโอกาสให้ทำได้ แต่ต้องไม่กระทบต่อการทำงานของ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นทางออกหนึ่งให้รัฐสภาได้ และผู้ใหญ่ในพรรคก็ ไม่ได้ห้าม ส.ส.ร่วมลงชื่อ เพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ในการดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ใจ ยืนยันว่าไม่มีปัญหาหรือส่งสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้น&amp;rdquo; น.ส.พัชรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พัชรินทร์ยืนยันว่า ทุกอย่างที่พรรคทำไปจะต้องทำด้วยความรอบคอบ และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดตามมาในภายหลัง ซึ่งพรรคเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ต้องไม่แตะต้องหมวด 1 และ 2 เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในชาติ และหวังว่าทุกท่านจะร่วมมือร่วมใจกันนำพาชาติไทยผ่านวิกฤติต่างๆ ไปด้วยกัน
ขณะที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ย้ำว่าการเข้าชื่อของ ส.ส.พรรค และ ส.ว.ไม่ใช่การยื้อเวลา เพราะกระบวนการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยังเป็นไปตามเดิม แต่ที่ต้องทำเพราะ ส.ส. และ ส.ว.เห็นพ้องต้องกันว่า เมื่อมีข้อสงสัยของการตั้ง ส.ส.ร.ทำได้หรือไม่ ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขหนึ่งเพื่อทำให้ ส.ว.มั่นใจและร่วมลงมติรับหลักการ เพราะหากไม่ทำเช่นนี้ อาจมี ส.ว.บางคนไม่สบายใจ และอาจไม่ลงมติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในฐานะคณะอนุ กมธ.พิจารณาเสนอความเห็นในประเด็นข้อกฎหมายในคณะกรรมการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ก่อนรับหลักการกล่าวว่า ไม่เห็นด้วยต่อการขอเสนอญัตติขอให้ศาลวินิจฉัยเกี่ยวกับการการเสนอร่างรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้ขัดหรือหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ และก็ได้ลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวไปเองแล้ว จะมาแย้งการกระทำของตนเองได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสนอในขณะนี้อาจทำให้สมาชิกรัฐสภาไขว้เขวในการลงมติรับหลักการ และทำให้ร่างแก้ไขนั้นตกลงไปได้ และอาจทำให้ประชาชนเห็นว่าเป็นการถ่วงเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องกระทำในเวลานี้&amp;rdquo; นายนิกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวเรื่องนี้ว่า มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากเป็นการซื้อเวลา ไม่อยากให้เกิดการยื่นเรื่องเช่นนี้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์และนายวิษณุมีความชัดเจนว่า ต้องการให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้น พรรครัฐบาลต้องยุติเรื่องนี้ แม้การยื่นศาลจะเป็นสิทธิ แต่สถานการณ์แบบนี้ไม่เหมาะสม ส.ว.ที่ยื่นก็เป็นหน้าเก่าๆ อยากเรียนไปยังพรรคพลังประชารัฐว่าการเมืองต้องเดินไปด้วยกันด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝากไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความเชื่อว่าได้ไม่เท่าเสีย ถอยดีกว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะสั่งไม่ได้ แต่สามารถไปบอกคนเหล่านี้ได้&amp;quot; นายสมคิดกล่าว &amp;nbsp;
รับหลักการทั้ง 7 ฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิดกล่าวถึงการโหวตรับหลักการของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 7 ฉบับ ว่าฝ่ายค้านจะรับหลักการทั้ง 7 ฉบับ แต่ทราบมาว่ารัฐบาลจะไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์ เพราะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในทุกเรื่อง รวมถึงหมวด 1-2 ด้วย โดยรัฐบาลจะรับหลักการเฉพาะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของวิปรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า กระบวนการยื้อการแก้ไขรัฐธรรมนูญปรากฏมาตลอด โดยเฉพาะท่าทีของ ส.ว. ซึ่งจุดประสงค์ของการยื่นให้ศาลตีความนั้นเท่ากับว่าพยายามใช้กลไกของศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาขยายแดนอำนาจ และจะทำให้รัฐสภาพิจารณากฎหมายไม่ได้เลย เป็นการเปิดช่องให้ศาลล้วงลูก และจำกัดอำนาจของรัฐสภา การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมองอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากใช้กลไกกฎหมายเพื่อทำลายกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่นนี้เท่ากับการทำรัฐธรรมนูญจะทำได้แค่การรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญเท่านั้นใช่หรือไม่ ก็จะยิ่งทำให้การเปลี่ยนด้วยสันติวิธีเกิดขึ้นได้ยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าร่างพระราชบัญญัติประชามติไม่ผ่านการรับฟังความเห็นของประชาชนตาม มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญว่า ร่าง พ.ร.บ.ประชามติฉบับนี้จัดทำโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ผ่านเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว ส่วนที่ฝ่ายค้านจะเสนอร่าง พ.ร.บ.ประชามติประกบไปด้วยนั้น สามารถกระทำได้อยู่แล้ว
นายวิษณุกล่าวเช่นกันว่า ฝ่ายค้านมีสิทธิ์เสนอร่างประกบ แต่ถ้าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเกี่ยวกับการเงิน ต้องส่งให้นายกฯ ลงนามรับรอง เนื่องจากเป็นกฎหมายที่ต้องใช้เงิน ซึ่งไม่รู้ว่าเกี่ยวหรือไม่ ส่วนเนื้อหาที่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยนั้นไม่เป็นปัญหา เนื่องจากถ้าเข้าไปในสภาแล้วที่ประชุมสามารถแก้ไขได้ จะเสนอประกบก็ได้ ส่วนที่ฝ่ายค้านมองว่าร่างนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยนั้น ไม่รู้ เพราะ กกต.เป็นผู้ร่าง แต่ถ้าไม่ชอบใจสามารถแปรญัตติได้อยู่แล้ว แก้ไขได้ทุกมาตรา และการให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาในคราวเดียวถือเป็นการเร่งเวลาพิจารณา เป็นการพิจารณาม้วนเดียวจบ และจะเร็วขึ้นประมาณ 3 เดือน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการยืมมือ ส.ว.เพื่อทำให้กฎหมายตกไปตั้งแต่ต้น นายวิษณุกล่าวว่า ไม่จริง จะตกไม่ได้ ร่างกฎหมายใดที่เป็นของรัฐบาล หากตกไปรัฐบาลต้องลาออกหรือยุบสภา แม้รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้ แต่เป็นประเพณีปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงแนวคิด พ.ร.ก.ประชามติ ตั้งคำถามพ่วงไปกับการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่เสนอก่อนหน้านี้ยังมีอยู่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เลิกพูดกันไปแล้ว เพราะคำถามต้องเกิดจากคณะกรรมการสมานฉันท์ เมื่อคณะกรรมการฯ ยังไม่เกิดก็เดินไปไม่ได้ และกรอบเวลาขณะนี้ดูแล้วก็ไม่ทัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า ปกติจะบรรจุระเบียบวาระตามลำดับที่กฎหมายเข้ามา ซึ่งในวันที่ 11 พ.ย. จะประชุมคณะกรรมการประสานงานของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาหารือกันถึงการบรรจุระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาวันที่ 17-18 พ.ย.นี้ โดยทราบว่าฝ่ายค้านจะส่งร่างกฎหมายเข้ามาประกบ ซึ่งหากมีเนื้อหาในลักษณะเดียวกัน ก็สามารถพิจารณาพร้อมกันได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83433</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยื่นเรื่องตีความ, สมาชิกรัฐสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faaa4c36d6e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2019 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2019 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฐวุฒิ&#039;ชวนประชาชนคนไทยร่วมมือกันผลักดันแก้รัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.62 - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวในรายการ &amp;lsquo;หัวใจไม่หยุด &amp;lsquo;เต้น&amp;rsquo;&amp;rsquo; เผยแพร่ทางแฟนเพจ &amp;lsquo;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ&amp;rsquo; &amp;nbsp;ช่วงหนึ่งว่า
จะเริ่มต้นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ยากอ่ะครับ ใช้เสียง ส.ส. ไม่ต่ำกว่า 1 ใน 5 ของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าจะมีส.ว. มาร่วมด้วยก็ไม่ต่ำกว่า 1 ใน 5 ของทั้ง 2 สภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือจะรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่น้อยกว่า 50,000 ชื่อ ยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำได้ แต่มันไปยากในกระบวนการของสภานี่ล่ะครับว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วาระแรกรับหลักการ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา(ส.ส.และส.ว.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มีข้อแม้ว่า คะแนนเสียงที่ได้ จะต้องมีเสียงส.ว.ร่วมด้วย ไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 ของส.ว.เท่าที่มีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มเห็นความยากแล้วใช่ไหมครับ ส.ว.ชุดนี้ ลุงตู่ตั้งมาเพื่อเลือกลุงตู่เป็นนายกฯ อีกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงานชัดเจน 249 คน ยกมือไปในทางเดียวกัน ส.ว.เกิดขึ้นมาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นไปได้ยากเหลือเกินครับที่จะมี ส.ว. 1 ใน 3 เห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ากระบวนการผ่านมาถึงวาระ 3 จะออกมาเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขได้ก็ต่อเมื่อมีสมาชิกทั้ง 2 สภาเห็นด้วย ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในจำนวนกึ่งหนึ่งที่เห็นด้วยจะต้องมีส.ส.ที่ไม่ได้เป็นคณะรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จากทุกพรรคการเมือง เห็นชอบไม่ต่ำกว่า 20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ว.ก็จะต้องเห็นชอบไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านคิดหรือครับว่า 19 พรรคการเมืองซึ่งสนับสนุน &amp;lsquo;ลุงตู่&amp;rsquo; สืบทอดอำนาจจะมายกมือเพื่อสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น พูดอีกก็ถูกอีกครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าพูดให้ลึกสุดใจ แก้ยากเต็มที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คสช.เรียกรัฐธรรมนูญนี้ว่าเป็น &amp;lsquo;ฉบับปราบโกง&amp;rsquo; ก็ในเมื่อตัวรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองว่า &amp;lsquo;โกง&amp;rsquo; เพื่อให้ผู้มีอำนาจ สืบทอดอำนาจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวรัฐธรรมนูญยังถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นเครื่องมือในการโกง เพื่อให้มีอำนาจหลังการเลือกตั้ง แล้วจะใช้รัฐธรรมนูญนี้ปราบโกงได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขาเรียกว่าเป็น &amp;lsquo;ฉบับปฏิรูป&amp;rsquo; เห็นการปฏิรูปไหมล่ะครับ เห็นอนาคตไหมล่ะครับ ผมยืนยันว่า &amp;lsquo;ไม่มี&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ต้องอ้างเรื่องประชามตินะครับ เพราะกระบวนการประชามติรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เต็มไปด้วยความไม่ชอบมาพากล เป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ การเมืองไทยถอยหลังไปไม่น้อยกว่า 40 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นเจตนาของผู้มีอำนาจ นี่คือกฎหมายสูงสุดของการปกครองประเทศ เพื่อสืบทอดอำนาจ ถ้ายังใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อไปเรื่อยๆ &amp;lsquo;ลุงตู่&amp;rsquo; ก็จะเป็นนายกฯ จน &amp;lsquo;ลุงป้อม&amp;rsquo; เดินไม่ไหวโน่นแหละครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผมพูด ไม่ได้ให้หมดกำลังใจ แต่ผมพูดให้เกิดพลัง การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำได้โดยวิธีเดียวครับ คือเชิญชวนประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยทั้งประเทศส่งเสียงแสดงพลังร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเพียงประชาชนคิดเห็นตรงกันว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่มีอำนาจใดจะขัดขวางพลังที่แท้จริงของประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่ได้บอกให้ออกมาเดินขบวนกันบนถนนนะครับ แต่ผมเห็นด้วยกับแนวทางของ 7 พรรคฝ่ายค้าน ที่จะให้ความรู้ ทำความเข้าใจกับประชาชน ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการมีรัฐธรรมนูญฉบับเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วใครเดินพูดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ถือเป็นเสรีภาพโดยชอบนะครับ เป็นสิทธิที่ทำได้ตามกฎหมาย อย่าไปดักตบเค้าอีกล่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางคนบอกว่า ฉันก็ทำมาหากินของฉันไป รัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับฉัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันเกี่ยวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนะครับ ถ้าเราอยู่ในบ้านเมืองที่รัฐธรรมนูญ เป็นสมบัติทางอำนาจของคนเพียงกลุ่มเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างขึ้นมาเพื่อตอบสนองคนเพียงคนเดียว ประเทศไม่มีทางพัฒนาเดินหน้าไปไหน ประชาชนที่ยากลำบากกันมาแล้วหลายปี ชีวิตความเป็นอยู่จะเป็นยังไงล่ะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำเป็นต้องเกิดขึ้นด้วยพลังของประชาชนร่วมกับพลังของสมาชิกรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังใจว่า หลายพรรคที่ไปร่วมรัฐบาลจะแสดงความจริงใจกับประชาชน จับมือร่วมกันผลักดันแก้รัฐธรรมนูญนะครับ จะรอดูว่าประชาธิปัตย์ จะว่ายังไง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40858</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, สมาชิกรัฐสภา, แก้รธน., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190713/image_big_5d2955d85ce92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โซเชียลล้อเลียนหนักมาก!คลิป&#039;ส.ส.&#039;ขานชื่อแคนดิเดตนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;7 มิ.ย.62 - ขณะนี้สังคมออนไลน์ ให้ความสนใจไปยังคลิปวิดีโอตัดต่อล้อเลียนทางการเมือง กรณีสมาชิกรัฐสภา ขานชื่อบุคคล ที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวสมาชิกรัฐสภาหลายคน ขานชื่อสกุล นายธนาธร &amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ แบบผิดๆถูกๆ เนื่องจาก &amp;quot;จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;quot; ออกเสียงยาก ทั้งนี้สังคมออนไลน์แซวว่าอาจเป็นสาเหตุทำให้คะแนนหล่นหายไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37911</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประชุมรัฐสภาเลือกนายกฯ, สมาชิกรัฐสภา, เอก ธนาธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190607/image_big_5cf9cac9502e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
