<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉัตรไชย หรือ...?  จ่อนั่ง ปธ. 7 เสือ กกต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคาะออกมาแล้วจากฝ่ายสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่เป็นฝ่ายธุรการ-อำนวยการในการจัดประชุมนัดแรกของ ว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ ที่กำหนดให้วันที่ 31 ก.ค. คือวันที่ว่าที่ กกต. 5 ชื่อซึ่งผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จัดประชุมนัดแรกเพื่อลงมติเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธาน กกต.คนใหม่ แทน นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.คนปัจจุบัน ที่พอลงมติเลือกกันเสร็จก็จะนำชื่อของ ว่าที่ประธาน กกต.-กกต. ส่งให้ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยใน พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.มาตรา 12 บัญญัติไว้ตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ในกรณีที่ผู้ซึ่งวุฒิสภาให้ความเห็นชอบยังได้ไม่ครบจํานวนที่ต้องสรรหาหรือคัดเลือก แต่เมื่อรวมกับกรรมการซึ่งยังดํารงตําแหน่งอยู่ ถ้ามีจํานวนถึงห้าคนก็ให้ดําเนินการประชุมเพื่อเลือกประธานกรรมการได้ และเมื่อโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้วให้คณะกรรมการดําเนินการตามหน้าที่และอํานาจต่อไปพลางก่อนได้ โดยในระหว่างนั้นให้ถือว่าคณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ และให้ดําเนินการสรรหาหรือคัดเลือกเพิ่มเติมให้ครบตามจํานวนที่ต้องสรรหาหรือคัดเลือกต่อไปโดยเร็ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเลือก ว่าที่ประธาน กกต. คนใหม่ที่จะทำหน้าที่ 7 ปี เว้นแต่อายุครบ 70 ปีเสียก่อนจึงสำคัญมาก เพราะหากได้คนที่บารมีไม่ถึง เป็นคนที่ถูกแทรกแซงได้ ทำงานไม่ตรงไปตรงมา ก็จะมีผลต่อระบบการเมืองการเลือกตั้งต่อจากนี้เลยทีเดียว โดยเฉพาะกับภารกิจสำคัญที่รอ กกต.ชุดใหม่ คือการควบคุมดูแลการเลือกตั้ง ทั้งการเลือกตั้งใหญ่และการเลือกตั้งท้องถิ่นในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับรายชื่อว่าที่ กกต. 5 คนดังกล่าวที่จะมานั่งประชุมกันในวันที่ 31 ก.ค.เพื่อลงมติเลือก ประธาน กกต. คนใหม่ ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2 ชื่อที่มาจากสาย ตุลาการ-ศาลฎีกา เพราะได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา คือ ฉัตรไชย&amp;nbsp; จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และ ปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา&amp;nbsp; และอีก 3 ชื่อที่มาจากการเลือกของคณะกรรมการสรรหาฯ ประกอบด้วย 1.สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์&amp;nbsp; อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2.อิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และ 3.ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด รวมถึงเป็นอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในยุค คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดิมทีก่อนหน้านี้ชื่อของ ฉัตรไชย รุ่นน้องตุลาการของ ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.คนปัจจุบัน&amp;nbsp; คือเต็งหนึ่งว่าที่ประธาน กกต.คนใหม่ โดยเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงมาตั้งแต่การเลือก กกต.รอบที่แล้ว โดยมี&amp;nbsp; ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เป็นคู่ชิง แต่ปรากฏว่า สนช.โหวตคว่ำกระดานรายชื่อ 7 กกต.รอบที่แล้วยกแผง จนเมื่อ ฉัตรไชย ไปสมัครเป็น กกต.อีกครั้งที่ศาลฎีกา และเมื่อผลโหวตของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาออกมาท่วมท้นยืนยันชื่อของ ฉัตรไชยและปกรณ์ อีกรอบ กระแสข่าวชื่อฉัตรไชยจะมาเป็นประธาน กกต.ก็ถูกพูดถึงอีกครั้งตั้งแต่ที่ สนช.ยังไม่โหวตเมื่อ 12 ก.ค.ที่ผ่านมาเสียด้วยซ้ำ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระนั้นเมื่อ สนช.โหวตเสร็จเรียบร้อย และเวลานี้อยู่ในขั้นตอนให้ว่าที่ กกต.แต่ละคนไปเคลียร์ตัวเอง เช่นลาออกจากงานที่ทำอยู่เพื่อเตรียมไปเป็น กกต. และกว่าจะถึงวันประชุมเลือกประธาน กกต. คือ&amp;nbsp; 31 ก.ค.ก็เหลือเวลาอีกร่วมครึ่งเดือน ทำให้อะไรๆ ก็ยังไม่แน่นอนเสมอไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะต้องไม่ลืมว่าใน 5 ชื่อว่าที่ กกต.ชุดใหม่ มีที่มาจากสายกรรมการสรรหาฯ 3 ชื่อ ส่วนจากศาลฎีกามี 2 ชื่อ แม้ชื่อ-ชั้น-ประสบการณ์ในด้านกฎหมายที่เป็นเรื่องสำคัญของคนที่จะเป็น กกต.ของ ฉัตรไชย จะเหนือกว่าว่าที่ กกต.อีก 3 คน แต่ทั้ง 3 คนนี้ก็มีคุณสมบัติ-ประสบการณ์เป็นจุดแข็งของตัวเองเช่นกัน อาทิ ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีตพ่อเมืองหลายจังหวัด มีประสบการณ์ที่เคยดูแลการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและท้องถิ่นมาแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งหากดูที่มาที่ไป ก็พบว่าก่อนหน้านี้ บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เคยตั้งให้เป็น สปท. และมีข่าวว่า ธวัชชัย ก็ยังมีคอนเนกชันอยู่กับ สายทหาร-นักปกครอง ที่อยู่ฝ่ายกุมอำนาจในเวลานี้ จึงทำให้ชื่อของ ธวัชชัย เริ่มมีคนพูดถึงไม่ใช่น้อยว่าอาจเป็นอีกหนึ่งคู่ชิงประธาน กกต. โดยเฉพาะหากว่าที่ กกต.สายสรรหา 3 คน ทั้ง ธวัชชัย-สันทัด-อิทธิพร จับมือกันแน่นก็ได้แล้ว 3 เสียง เว้นแต่จะ เสียงแตก กันเอง เพราะบางคนอาจไม่ยอม!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ที่เคยคาดหมายกันว่า ตัวแทนสายศาลอย่าง ฉัตรไชย-ปกรณ์ ใครคนใดคนหนึ่งจะแบเบอร์นั่งประธาน กกต. ถึงตอนนี้จึงยังไม่แน่เสมอไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระนั้นก็เชื่อว่าการเลือกประธาน กกต.คนใหม่ ไม่น่ามีแรงกระเพื่อมอะไรมากมาย อาจจะออกมาแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่มีความขัดแย้งใดๆ ตามมาหลังเลือกกันเสร็จ โดยว่าที่ กกต.ทั้ง 5 คนน่าจะได้ข้อยุตินอกรอบว่าใครเหมาะสมกับการเป็นประธาน กกต.กันก่อนโหวตจริง 31 ก.ค.ด้วยซ้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13456</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คณะกรรมการการเลือกตั้ง, ฉัตรไชย  จันทร์พรายศรี, ฐากร ตัณฑสิทธิ์, ตุลาการ, ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย, ปกรณ์ มหรรณพ, พรเพชร วิชิตชลชัย, ศาลฎีกา, ศุภชัย สมเจริญ, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4b5badb67a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรธ.บ้อท่า ถูกเพื่อนรุมกินโต๊ะ เสียฟอร์มเจ้าแห่งความถูกต้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่าไม่ขัดต่อ รธน.
คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทั้ง 21 คน มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ก็มีอัน &amp;ldquo;หน้าแตก&amp;rdquo; ทันที ใน 2 ประเด็นที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กลุ่มหนึ่งส่งคำร้องมาให้พิจารณาศาล รธน.พิจารณา คือ การตัดสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหากไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง กับการให้มีคนอำนวยความสะดวกในการกาบัตรให้กับคนพิการหรือทุพพลภาพเวลาเข้าคูหาเลือกตั้ง และศาล รธน.วินิจฉัยว่าไม่ขัด รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุที่หมอไม่รับเย็บก็เพราะนายมีชัย และ กรธ.ทักท้วงว่าทั้ง 2 ประเด็นนี้ขัด รธน. โดยที่ สนช.เห็นว่าไม่ขัด ก่อนหน้านี้ 1 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม กรธ.ก็เสียหน้ามาแล้ว เพราะไปยืนยันว่า ในร่าง พ.ร.ป.สรรหา ส.ว. ที่ สนช.แก้ไขเพิ่มเติมนั้นขัด รธน. แต่ศาล รธน.วินิจฉัยชี้ว่าไม่ขัด นั่นคือประเด็นที่เกี่ยวกับวิธีการสมัคร และการแบ่งกลุ่มตามอาชีพเป็น 10 กลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนกลับไป 9 มีนาคมที่ผ่านมา ศาล รธน.ก็วินิจฉัยร่าง พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประเด็นคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.ปัจจุบัน แม้เคยดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองพ้นมายังไม่ครบ 10 ปี ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ ป.ป.ช.ได้ต่อไปจนครบวาระ&amp;nbsp;
กรธ.แย้งว่า สนช.ไปแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.ป.จนเกิดการขัด รธน. และประดิษฐ์คำทางการเมืองว่า &amp;ldquo;ลูกฆ่าแม่ และกฎหมายลูกทรพี&amp;rdquo; แต่สุดท้ายศาล รธน.ก็วินิจฉัยว่า ไม่ขัด รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพลักษณ์ของ กรธ.ถูกลดทอนความน่าเชื่อถือมากขึ้น เมื่อ 2 อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ทางด้านการเมือง ออกมาให้ข่าวเมื่อ 31 พฤษภาคม ตำหนิ กรธ.อย่างรุนแรง คือ นายวันชัย สอนศิริ และนายเสรี สุวรรณภานนท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัยกล่าวตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;เราเสียเวลากับเรื่องนี้ 2-3 เดือน ทั้งหมดเกิดขึ้นจากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.โดยแท้ ทั้งที่ทุกฝ่ายพิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบ ผ่านขั้นตอนในและนอกสภาฯ ร่อนตะแกรงกันละเอียดยิบ แต่ประธาน กรธ.ดูเหมือนมีความรู้สึกว่า อะไรไม่ตรงตามที่ กรธ.คิดน่าจะขัดต่อ รธน.ไปหมด ทำตัวเสมือนเป็นเจ้าแห่งความถูกต้องตาม รธน....&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเสรีกล่าวว่า &amp;ldquo;(กรธ.) ทำให้เสียเวลาไปเปล่าประโยชน์ และกระบวนการเลือกตั้งสะดุดหยุดลง ถูกมองว่ายื้อการเลือกตั้ง จนมีคนออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งวุ่นวายไปหมด...&amp;rdquo;
เท่านั้นยังไม่พอ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ได้ออกคำแถลงความเห็นกรณีคำวินิจฉัยของศาล รธน. กรณีร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. แสดงความชื่นชมศาล รธน.ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ประเด็นที่ สนช.ยื่นคำร้องนั้นไม่ขัด รธน. พร้อมกับชี้ว่า สนช.ทำงานด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการตรากฎหมายไม่ให้ขัดต่อ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเห็นของประธาน สนช.ที่แถลงอย่างเป็นกิจจะลักษณะนั้น กระทบชิ่งไปถึงนายมีชัยและ กรธ.อย่างมิต้องสงสัย บาดแผลบนใบหน้าที่เคยแตกมาก่อนหน้านี้ยิ่งเป็นรอยฉกรรจ์มากขึ้น
นอกจากนี้ในเรื่องของการจัดทำบันทึกเจตนารมณ์ รธน. ต้องถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง โดยนายมีชัยได้ตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาบันทึกเจตนารมณ์ร่าง รธน.ตั้งแต่ 12 กันยายน 2559 มีนายศุภชัย ยาวะประภาษ เป็นประธาน ประชุมกันมาจนถึงวันที่ 5 มิถุนายนนี้ นับได้ 102 ครั้ง
แต่ภารกิจตามที่คำสั่งระบุว่า &amp;ldquo;พิจารณาศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ และปรับปรุงแก้ไขบันทึกเจตนารมณ์ร่าง รธน.ให้มีความถูกต้อง สมบูรณ์ตรงตามเจตนารมณ์ในการจัดทำร่าง รธน.ของคณะกรรมการร่าง รธน.&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงวันนี้ยังไม่มีผลงานออกมาต่อสาธารณะเลย ในเว็บไซต์ก็ไม่มีรายละเอียดใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่ กรธ.ได้ค่าเบี้ยประชุมอนุกรรมการชุดนี้ ไปแล้วคนละ 3 แสนกว่าบาท!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10690</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, พรเพชร วิชิตชลชัย, มีชัย ฤชุพันธุ์, วันชัย สอนศิริ, สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, เสรี สุวรรณภานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b15630d3d938.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
