<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หญิงหน่อย’จี้จัดเลือกตั้งส.ข.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงการเปิดรับสมัครเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กว่า 5,300 แห่ง ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 11 -15 ตุลาคมนี้ว่า เป็นก้าวแรกของการกระจายอำนาจ เพื่อปลดล็อกการพัฒนาท้องถิ่น ที่ประชาชนจะได้มีตัวแทนของตนเอง เข้าไปแก้ไขปัญหาท้องถิ่นได้อย่างตรงจุด หลังร้างการเลือกตั้งมานานกว่า 8 ปี โดยที่ผ่านมา อบต.หลายพื้นที่ทั่วประเทศ มีการว่างเว้นผู้บริหารท้องถิ่น และให้ข้าราชการประจำทำหน้าที่รักษาการ จึงทำให้ท้องถิ่นไม่มีตัวแทนประชาชน เข้ามาดูแลชุมชนท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะในช่วงภัยพิบัติน้ำท่วม ที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงราชการได้ จึงทำให้เกิดความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคไทยสร้างไทย พร้อมสนับสนุนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อทะลายกรอบความคิด รัฐราชการอำนาจนิยม ปลดปล่อยพลังการพัฒนาท้องถิ่น ให้คนในพื้นที่สามารถร่วมกันสร้าง และแก้ไขปัญหาของชุมชน เพราะ ไม่มีใครรู้ปัญหา และแก้ไขได้ดีเท่ากับคนในพื้นที่ &amp;nbsp;อีกประเด็นหนึ่งที่พรรคไทยสร้างไทยขอเรียกร้อง คือนอกเหนือจากการให้มีการเลือกตั้ง อบต. ในต่างจังหวัดแล้ว ควรการเปิดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขตในกรุงเทพมหานครอีกด้วย พรรคไทยสร้างไทย ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น อบต.ให้มากที่สุด เพื่อกำหนดตัวแทนประชาชนในการเข้ามาดูแลแก้ปัญหาท้องถิ่น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119598</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ประธานพรรคไทยสร้างไทย, ส.ข., สมาชิกสภาท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a49a5559836.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อบจ.-อบต.&#039;หนาว&#039;ครม.&#039;เคาะแล้วกฎหมายเข้าชื่อยื่นถอดถอนได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 กันยายน 2563 - &amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... รวม 2 ฉบับที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป และรับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรองกรอบระยะเวลาและกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติรวม 2 ฉบับที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เป็นการปรับปรุงพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. 2542 โดยปรับปรุงกระบวนการการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นสามารถเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นได้สะดวกและมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น และปรับปรุงวิธีการในการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นให้สอดคล้องกับมาตรา 254 ของรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แห่งราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ รวม 2 ฉบับ &amp;nbsp;
1. ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. .... &amp;nbsp;
1.1 กำหนดนิยาม &amp;ldquo;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;rdquo; &amp;ldquo;ข้อบัญญัติท้องถิ่น&amp;rdquo; &amp;ldquo;ผู้บริหารท้องถิ่น&amp;rdquo; &amp;ldquo;ประธานสภาท้องถิ่น&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง&amp;rdquo; เพื่อให้เกิดความชัดเจน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
1.2 กำหนดจำนวนผู้มีสิทธิเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นเป็นไม่น้อยกว่า 5,000 คน หรือ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น &amp;nbsp;
1.3 กำหนดให้ผู้เข้าชื่อสามารถยื่นคำร้องขอต่อประธานสภาท้องถิ่น เพื่อดำเนินการจัดทำร่างข้อบัญญัติหรือดำเนินการเชิญชวนให้ร่วมเข้าชื่อหรือขอให้ดำเนินการทั้งสองกรณี และให้ประธานสภาท้องถิ่นตรวจสอบความถูกต้องของคำร้อง หากเห็นว่าไม่ถูกต้อง ให้แจ้งเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง เว้นแต่ความไม่ถูกต้องเกิดจากการปลอมลายมือชื่อให้ยุติการดำเนินการ &amp;nbsp;
1.4 กำหนดให้สภาท้องถิ่นตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นโดยมีผู้แทนของผู้เข้าชื่อไม่น้อยกว่า 2 คน ร่วมเป็นกรรมการวิสามัญ &amp;nbsp;
1.5 กำหนดให้ในกรณีที่ร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นต้องตกไปเพราะเหตุอายุของสภาท้องถิ่นสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาท้องถิ่น ถ้าภายใน 120 วันนับแต่วันที่เรียกประชุมสภาท้องถิ่นครั้งแรก ผู้แทนของผู้เข้าชื่อได้ยืนยันเป็นหนังสือให้พิจารณาร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้นต่อไป &amp;nbsp;ให้ประธานสภาท้องถิ่นดำเนินการเสนอร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้นต่อสภาท้องถิ่นโดยเร็ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... &amp;nbsp;
2.1 กำหนดนิยามผู้กำกับดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทเพื่อให้ เกิดความคล่องตัวในการดำเนินการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น &amp;nbsp;
2.2 กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นโดยต้องไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือถูกจำกัดสิทธิในการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น &amp;nbsp;
2.3 กำหนดวิธีการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ไว้สองกรณี ดังนี้ (1) การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (2) การเข้าชื่อขอให้มีการสอบสวนเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น &amp;nbsp;
2.4 กำหนดพฤติการณ์ของสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่จะเป็นเหตุให้ถูกเข้าชื่อเพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่ง เช่น มีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียหรือก่อความไม่สงบเรียบร้อย มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต ซึ่งการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นต้องมีจำนวนผู้เข้าชื่อเกินกึ่งหนึ่งของผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สำหรับการเข้าชื่อขอให้มีการสอบสวนเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5,000 คน หรือไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง &amp;nbsp;
2.5 กำหนดให้ในกรณีการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หากมีการถอนชื่อแล้วจำนวนเหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ให้ผู้กำกับดูแลยุติเรื่อง หากมีการถอนชื่อหรือไม่ถอนชื่อและมีจำนวนเกินกึ่งหนึ่ง ให้ผู้กำกับดูแลประกาศให้ประชาชนทราบและให้ถือวันประกาศเป็นวันพ้นจากตำแหน่งของผู้ถูกถอดถอน &amp;nbsp;
2.6 กำหนดให้กรณีการเข้าชื่อขอให้มีการสอบสวนเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หากมีการถอนชื่อแล้วจำนวนไม่ถึง 5,000 คน หรือไม่ถึง 1 ใน 5 ให้ผู้กำกับดูแลยุติเรื่อง หากมีการถอนชื่อหรือไม่ถอนชื่อและมีจำนวนเกิน 5,000 คน หรือเกิน 1 ใน 5 ให้ผู้กำกับดูแลตั้งคณะกรรมการสอบสวน และการสอบสวนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนด &amp;nbsp;
2.7 กำหนดฐานความผิดของผู้กระทำความผิดฐานปลอมลายมือชื่อผู้ให้เสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้ หรือผู้เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อดำเนินการเข้าชื่อหรือมิให้เข้าชื่อ เพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76165</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, คณะรัฐมนตรี, ครม., บัญญัติท้องถิ่น, ผู้บริหารท้องถิ่น, สมาชิกสภาท้องถิ่น, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7ad4c63b9a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณยื่นแล้วจี้กกต.เดินเครื่องเลือกตั้งท้องถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย. 2563 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ กกต.ส่งหนังสือเพื่อหนังสือไปยังรัฐบาลเพื่อยืนยันความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายศรีสุวรรณ ระบุว่าตามกฎหมายกำหนดให้ ครม.เป็นผู้กำหนดว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อใด ซึ่งที่ผ่านมาทางสมาคมได้ติดตามการออกระเบียบและประกาศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่นของ กกต. แล้วพบว่าระเบียบแล้วเสร็จตั้งแต่ต้นปี 2563 และเลขาธิการ กกต.ก็ได้ออกมาระบุว่าพร้อมจัดการเลือกตั้งและมีงบประมาณเตรียมไว้อยู่แล้ว &amp;nbsp;ดังนั้นการที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า ระเบียบต่างๆยังไม่พร้อม เงินไม่มี จึงเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ตนเห็นว่านับตั้งแต่ คสช.ยึดอำนาจตั้งแต่ 2557 ท้องถิ่นหลายแห่ง ผู้บริหารท้องถิ่นบางแห่งหมดวาระ &amp;nbsp;แต่ยังอยู่ปฏิบัติหน้าที่ &amp;nbsp;ซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว 6-7 ปี ขณะที่บางแห่งไม่มีผู้บริหาร &amp;nbsp;ปลัดท้องถิ่นทำหน้าที่รักษาการณ์ ก็มีการตั้งคนใกล้ชิดขึ้นมาช่วยทำหน้าที่ ทำให้ประชาชนไม่สามารถที่จะไปตรวจสอบได้ &amp;nbsp;การที่นายกรัฐมนตรียังอ้างว่าตนเองมาจากการเลือกตั้ง และในระบอบประชาธิปไตยถือว่าการเลือกตั้งถือเป็นพื้นฐานสำคัญ ในการได้ตัวแทนประชาชน มาใช้อำนาจ &amp;nbsp;ดังนั้นก็ควรที่จะให้ท้องถิ่นมีการเลือกตั้งได้แล้ว การประวิงเวลาไม่มีประโยชน์ข้ออ้างว่าไม่มีงบ ถ้ามีปัญหาก็สามารถใช้งบกลางจัดการเลือกตั้งได้ หรือถ้าบอกว่ากลัวการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ไม่มีน้ำหนัก &amp;nbsp;เพราะ กกต.ยังสามารถจัดการเลือกตั้งซ่อมที่ลำปางได้ เพราะฉะนั้น กกต.จึงต้องแอคชั่นให้มากกว่านี้ &amp;nbsp;โดยทำหนังสือไปถึงรัฐบาลว่า กกต.พร้อมจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยมีงบประมาณเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้ารัฐบาลเพิกเฉย ประวิงเวลา &amp;nbsp;หนังสือที่ผมนำมายื่นจะเป็นหลักฐานสำคัญที่จะเอาผิดทั้ง กกต. และ ครม. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ &amp;nbsp;ดังนั้นการเลือกตั้งควรจะมีขึ้นภายในปี 2563 &amp;nbsp;ถ้าจะดีควรจะมีการเลือกตั้งตั้งแต่เดือนต.ค.เพราะมีช่วงเวลาให้ผู้สมัครได้หาเสียง&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ ยังเห็นว่าหากมีการเลือกตั้งท้องถิ่นก็ควรจะมีการเลือกพร้อมกันในทุกระดับ &amp;nbsp;ไม่ใช่จะมาแบ่งว่าต้องระดับไหนก่อน เพราะการจัดพร้อมกันจะทำให้เกิดการตื่นตัวของประชาชน ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเคลื่อนไหว &amp;nbsp;เพราะผู้สมัคร และพรรคการเมืองจะใช้เงินในการหาเสียง &amp;nbsp;จัดทำป้าย &amp;nbsp;ซึ่งคิดว่าจะมีเงินหมุนเวียน 7-8 หมื่นล้านบาท ดีว่ารัฐบาลแจกเงินให้คนไปเที่ยว เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทางอ้อมอย่างมหาศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68946</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คณะกรรมการการเลือกตั้ง, ผู้บริหาร, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมาชิกสภาท้องถิ่น, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5ee9a8fc6d5f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
