<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช. เปิดกรุ​ อดีต สนช.ลาออก &#039;ดิสทัต&#039; รวย​ 205 ล้าน &#039;อนุมัติ&#039; อู้ฟู่ 345 ล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.62 - ที่สำนักงานป.ป.ช. สนามบินน้ำ สำนักงานป.ป.ช.ทำการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จำนวน 2 ราย ได้แก่​ 1.นายดิสทัต โหตระกิตย์ ตำแหน่ง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2562 และ​ 2.นายอนุมัติ อาหมัด ตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรายการทรัพย์สินและหนี้สินขของนายดิสทัต และนางอารณี คู่สมรส และด.ช.อดิทัต บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 205,664,904 บาท โดยที่ไม่มีหนี้สิน ทั้งนี้ ในส่วนของนายดิสทัต เป็นเงินฝาก 10,924,297 บาท เงินลงทุน 9,263,545 บาท ที่ดิน 74,892,523 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 66,931,250 บาท ยานพาหนะ 2,040,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 3,179,300 บาท ทรัพย์สินอื่น(ราคาตั้งแต่ 200,000 บาทไป) 11,173,000 บาท รวมทรัพย์สิน 178,403,916 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของคู่สมรสเป็นเงินฝาก 426,115 บาท สิทธิและสัมปทาน 78,622 บาท ทรัพย์สินอื่น(ราคาตั้งแต่ 200,000 บาทไป) 1,950,000 บาท รวมทรัพย์สิน 2,545,737 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เป็นโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 24,806,250 บาท รวมทรัพย์สิน 24,806,250 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทรัพย์สินอื่นของนายดิสทัต และคู่สมรสนั้นส่วนใหญ่เป็นเครื่องลายคราม อาทิ บลูแอนด์ไวท์ ชุดสีกุหลาบ ลายผีเสื้อและพื้น ชุดน้ำชาสีชมพู ลายดอกไม้ เบญจรงค์ ลายมังกร ลายสุโขทัย , คริสตัลโบราณ , เครื่องประดับ,นาฬิกา ,งาช้างคู่ โดยเครื่องประดับหลายชิ้นที่ระบุไว้ว่าไม่ทราบราคาเนื่องจากได้รับเป็นมรดก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายการทรัพย์สินและหนี้สินขของนายอนุมัติ และนางคาโล คู่สมรส ทรัพย์สินทั้งสิ้น 345,409,270 บาท และ 15,475,746 ฮ่องกงดอลล่าร์ โดยที่ไม่มีหนี้สิน ทั้งนี้เป็นทรัพย์สินของนายอนุมัติ ทั้งสิ้น 258,257,315 บาท และ 15,475,746 ฮ่องกงดอลล่าร์&amp;nbsp; โดยระบุว่าเป็นเงินฝาก 16,627,545 บาท และ 15,475,746 ฮ่องกงดอลล่าร์ เงินลงทุน 116,724,437 บาท เงินให้กู้ยืม 1,200,000 บาท ที่ดิน 89,336,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 9,173,433 บาท ยานพาหนะ 17,685,900 บาท สิทธิและสัมปทาน 275,000 บาท ทรัพย์สินอื่น(ราคาตั้งแต่ 200,000 บาทไป) 7,235,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนทรัพย์สินของคู่สมรสเป็นเงินฝาก 5,119,898 บาท เงินลงทุน 200,000 บาท ที่ดิน 52,381,000 บาท&amp;nbsp; โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 7,111,596 บาท ยานพาหนะ 692,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 2,007,461 บาท ทรัพย์สินอื่น(ราคาตั้งแต่ 200,000 บาทไป) 19,640,000 บาท รวมทรัพย์สินของคู่สมรส 87,536,016 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัพย์สินอื่นของนายอนุมัติ และคู่สมรสนั้นส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับ อาทิ แหวนเพชร แหวนพลอย เข็มกลัดเพชร เข็มกลัดมุก กำไลทองคำ กำไลเพชร กำไรพลอย จี้ทับทิม จี้เพชร จี้ไข่มุก สร้อยคอชุด , ทองคำแท่ง , นาริกาหรู , ปืน ออโตเมติก .45&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36015</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายดิสทัต โหตระกิตย์, นายอนุมัติ อาหมัด, บัญชีทรัพย์สิน, ป.ป.ช.เปิดกรุ, สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, แสดงรายการทรัพย์สิน สนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdcf9035c896.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.เปิดกรุ​อดีตสนช.ลาออก&#039;ดิสทัต&#039;รวย​ 205 ล้าน&#039;อนุมัติ&#039;อู้ฟู่ 345 ล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ สำนักงานป.ป.ช.ทำการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จำนวน 2 ราย ได้แก่​ 1.นายดิสทัต โหตระกิตย์ ตำแหน่ง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2562และ​ 2.นายอนุมัติ อาหมัด ตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรายการทรัพย์สินและหนี้สินขของนายดิสทัต และนางอารณี คู่สมรส และด.ช.อดิทัต บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 205,664,904 บาท โดยที่ไม่มีหนี้สิน ทั้งนี้ ในส่วนของนายดิสทัต เป็นเงินฝาก 10,924,297 บาท เงินลงทุน 9,263,545 บาท ที่ดิน 74,892,523 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 66,931,250 บาท ยานพาหนะ 2,040,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 3,179,300 บาท ทรัพย์สินอื่น(ราคาตั้งแต่ 200,000 บาทไป) 11,173,000 บาท รวมทรัพย์สิน 178,403,916 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของคู่สมรสเป็นเงินฝาก 426,115 บาท สิทธิและสัมปทาน 78,622 บาท ทรัพย์สินอื่น(ราคาตั้งแต่ 200,000 บาทไป) 1,950,000 บาท รวมทรัพย์สิน 2,545,737 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เป็นโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 24,806,250 บาท รวมทรัพย์สิน 24,806,250 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทรัพย์สินอื่นของนายดิสทัต และคู่สมรสนั้นส่วนใหญ่เป็นเครื่องลายคราม อาทิ บลูแอนด์ไวท์ ชุดสีกุหลาบ ลายผีเสื้อและพื้น ชุดน้ำชาสีชมพู ลายดอกไม้ เบญจรงค์ ลายมังกร ลายสุโขทัย , คริสตัลโบราณ , เครื่องประดับ,นาฬิกา ,งาช้างคู่ โดยเครื่องประดับหลายชิ้นที่ระบุไว้ว่าไม่ทราบราคาเนื่องจากได้รับเป็นมรดก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายการทรัพย์สินและหนี้สินขของนายอนุมัติ และนางคาโล คู่สมรส ทรัพย์สินทั้งสิ้น 345,409,270 บาท และ 15,475,746 ฮ่องกงดอลล่าร์ โดยที่ไม่มีหนี้สิน ทั้งนี้เป็นทรัพย์สินของนายอนุมัติ ทั้งสิ้น 258,257,315 บาท และ 15,475,746 ฮ่องกงดอลล่าร์ &amp;nbsp;โดยระบุว่าเป็นเงินฝาก 16,627,545 บาท และ 15,475,746 ฮ่องกงดอลล่าร์ เงินลงทุน 116,724,437 บาท เงินให้กู้ยืม 1,200,000 บาท ที่ดิน 89,336,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 9,173,433 บาท ยานพาหนะ 17,685,900 บาท สิทธิและสัมปทาน 275,000 บาท ทรัพย์สินอื่น(ราคาตั้งแต่ 200,000 บาทไป) 7,235,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนทรัพย์สินของคู่สมรสเป็นเงินฝาก 5,119,898 บาท เงินลงทุน 200,000 บาท ที่ดิน 52,381,000 บาท &amp;nbsp;โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 7,111,596 บาท ยานพาหนะ 692,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 2,007,461 บาท ทรัพย์สินอื่น(ราคาตั้งแต่ 200,000 บาทไป) 19,640,000 บาท รวมทรัพย์สินของคู่สมรส 87,536,016 บาท&amp;nbsp;
ทรัพย์สินอื่นของนายอนุมัติ และคู่สมรสนั้นส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับ อาทิ แหวนเพชร แหวนพลอย เข็มกลัดเพชร เข็มกลัดมุก กำไลทองคำ กำไลเพชร กำไรพลอย จี้ทับทิม จี้เพชร จี้ไข่มุก สร้อยคอชุด , ทองคำแท่ง , นาริกาหรู , ปืน ออโตเมติก .45&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36011</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายดิสทัต โหตระกิตย์, นายอนุมัติ อาหมัด, บัญชีทรัพย์สิน, ป.ป.ช.เปิดกรุ, สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน สนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdcf9035c896.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยํ้าเลือกตั้งตามโรดแมป ‘พท.’ปูดแผนสืบอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนช.-กรธ.ประสานเสียง การเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแมป ปลายเดือน ก.พ.-ต้นเดือน พ.ค. &amp;nbsp;ยันไม่มีการยื้อออกไป ไม่มีเจตนาแอบแฝงอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกต เสนอแก้ พ.ร.ป.กกต.เพื่อความโปร่งใส ไม่เอาผู้เล่นมาเป็นกรรมการ ขณะที่ห้องประชุมอนุสรณสถาน 14เพื่อไทยปูดเป็นแผนวางคนตัวเองไว้ใน กกต.เพื่อสืบทอดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะผู้รวบรวมรายชื่อ สนช. 36 คน เสนอแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ระบุการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.กกต. มีเจตนา เพื่อยื้อการเลือกตั้งออกไปว่า ยืนยันไม่เกี่ยวกันโดยสิ้นเชิง ก่อนจะเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าว ได้วิเคราะห์ข้อเท็จจริงทุกแง่มุมอย่างรอบคอบแล้วว่าไม่มีผลกระทบต่อไทม์ไลน์เลือกตั้งแน่นอน จึงเสนอแก้ไขกฎหมายลูกฉบับนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันไม่มีเจตนาแอบแฝงทางการเมือง การเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแมป การที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุจะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนไปเป็นปลายปี 2562 ก็แล้วแต่พรรคประชาธิปัตย์จะคิด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ระยะเวลาแก้ไข พ.ร.บ.กกต.นั้น ยังไม่สามารถตอบเงื่อนเวลาที่ชัดเจนได้ เพราะเกี่ยวกับหลายฝ่าย ส่วนการขอให้ถอนร่าง พ.ร.บ.แก้ไขกฎหมายลูก กกต. เร็วเกินไปที่จะพูด เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับตนคนเดียว ยังมีขั้นตอนอีกมาก เช่น การผ่านความเห็นชอบจากวิป สนช. และที่ประชุม สนช. รวมทั้งต้องรับฟังความเห็นของ สนช.คนอื่นๆ ที่เข้าชื่อแก้ไขกฎหมายด้วย แต่การใช้สิทธิเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เป็นสิทธิโดยชอบที่ สนช.ทำได้ และดำเนินการโดยชอบ แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ ปล่อยให้เป็นเรื่องอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมหรรณพกล่าวว่า เจตนาการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.กกต. เพราะเห็นว่าการที่ กกต.ชุดปัจจุบันไปออกระเบียบคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งนั้น ตนรับไม่ได้กับองค์ประกอบคณะกรรมการคัดเลือกฯ ตามระเบียบที่ กกต.กำหนดขึ้น แม้จะอ้างการให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่มิได้หมายความว่าจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมทุกกรณี โดยเฉพาะกรณีการให้ได้มาซึ่งผู้ตรวจการเลือกตั้งที่จะมาอำนวยความสุจริตการเลือกตั้ง ต้องคัดเลือกคนที่สุจริต เที่ยงธรรม แต่การให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยคัดจากตัวแทนสภาประชาชน สภาตำบล จึงน่าเป็นห่วง อาจมีกลไกการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหมือนเอาผู้เล่นมาเป็นกรรมการ จะมีความเป็นกลางเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อกำลังจะมี กกต.ชุดใหม่ ก็ไม่อยากให้ กกต.ชุดเก่าเร่งคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง ควรให้ กกต.ชุดใหม่ดำเนินการ ไม่ใช่การแทรกแซงอำนาจ กกต.ชุดเก่า แต่ทำเพื่อให้เกิดความสุจริตเที่ยงธรรม&amp;quot; นายมหรรณพกล่าว
อย่างช้าต้น พ.ค.เลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า การนับโรดแมปเลือกตั้ง ต้องยึดตาม พ.ร.ป.ว่าการเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะครบกำหนดประกาศในราชกิจานุเบกษา กลางเดือน ก.ย.นี้ ก่อนจะมีผลบังคับใช้หลังจากนั้นอีก 90 วัน ก็จะไปตกกลางเดือน ธ.ค. แล้วกรอบ 150 วัน เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งก็จะเริ่มนับ ซึ่งที่ผ่านมา คสช.เคยระบุว่า วันเลือกตั้งจะอยู่ระหว่างปลายเดือน ก.พ.-ต้นเดือน พ.ค. ดังนั้นการแก้ไขร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. จะไม่ส่งผลให้วันเลือกตั้งเลื่อนออกไปจากกรอบเวลาดังกล่าวแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เมื่อกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.ของ สนช.ยังไม่เริ่ม ก็ต้องยอมรับว่า ตัวเลือกกำหนดวันเลือกตั้งแรกในปลายเดือนก.พ.62 ก็อาจไม่ทัน แต่เลื่อนไปไม่เกินกรอบ 150 วัน อย่างช้าก็คือต้นเดือน พ.ค.62 ตามที่เคยประกาศไว้ ปัญหาทั้งหมดจึงอยู่ที่ สนช.เอง หากต้องการแก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. เพื่อยกเลิก 616 ผู้ตรวจการเลือกตั้ง แล้วให้มีการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งใหม่โดยกกต.ชุดใหม่ ก็ต้องเร่งแก้ไข พ.ร.ป.ฉบับดังกล่าว เพราะหากแก้ไม่ทัน 616 ผู้ตรวจการเลือกตั้งเดิมที่ กกต.ชุดนี้คัดเลือก ก็จะเป็นผู้ทำหน้าที่ในระหว่างการเลือกตั้ง ส.ว.แบบแบ่งกลุ่ม ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. จำนวน 50 คน ที่มีกำหนดต้องแล้วเสร็จก่อนมีการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างน้อย 15 วัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างกฎหมายแก้ไข พ.ร.ป.กกต.ยังไม่ได้สู่กระบวนการเตรียมบรรจุระเบียบวาระการประชุมของ สนช. เพราะอยู่ในระหว่างกระบวนการรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 77 เพราะการพิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมีรายละเอียดและขั้นตอนพอสมควร ซึ่งต่างจากการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ปกติ โดยการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอาจต้องใช้เวลาเป็นปี ทำให้อาจไม่ทันกับวาระของ สนช.ที่กำลังจะหมดลงตามโรดแมป ดังนั้นยืนยันได้ว่าการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้มีผลกระทบต่อกรอบเวลาจัดการเลือกตั้งแต่อย่างใด เนื่องจากการพิจารณากฎหมายใด สนช.ก็ย่อมต้องคำนึงถึงโรดแมปด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า รับทราบจาก กกต.ว่ากระบวนการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งกำลังรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเกี่ยวกับ 616 คน ว่าจะมีประชาชนร้องเรียนหรือไม่อย่างไร และการลงนามรับรองอาจจะให้กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในส่วนของวิป สนช.จะนำมาข้อมูลเหล่านี้พิจารณาต่อไป
ยันต้องทำตามระเบียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงข้อเสนอที่ต้องการให้ กกต.ขยายกรอบเวลาการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งออกไปก่อน เพื่อรอให้ กกต.ชุดใหม่เข้ามาคัดเลือกว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้องทำตามกฎหมายและระเบียบที่วางไว้ หากไม่ทำก็อาจถูกผู้ที่ได้รับการคัดเลือกฟ้องร้องได้ แล้วใครจะมาช่วยเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง อยู่ในขั้นตอนรับฟังข้อมูลจากจังหวัดต่าง ๆ ว่าบุคคลที่คัดเลือก 8 คน มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมีความประพฤติอย่างไร มีความเป็นกลางหรือไม่ กว่าจะแต่งตั้งก็ปลายเดือน ก.ย. คาดว่า กกต.ชุดนี้คงพ้นหน้าที่ไปแล้ว โดย กกต.ชุดใหม่น่าจะเป็นผู้ลงนามประกาศรับรอง และถ้าปรากฏว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งประพฤติมิชอบ &amp;nbsp;ไม่เป็นกลาง ขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 29 วรรค 7 กกต.มีมติปลดได้ทันที แม้จะแต่งตั้งไปแล้วก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ สนช.จะแก้ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.ก็เป็นอำนาจหน้าที่ที่สามารถทำได้ หากเห็นว่ามีปัญหาหรือข้อบกพร่อง แต่ถ้าไม่มีผู้ตรวจการเลือกตั้งก็ไม่สามารถเลือกตั้งได้ เนื่องจากตามกฎหมายกำหนดว่า หากมีการเลือก ส.ส.หรือมีการคัดเลือก ส.ว. ต้องมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง หากมีการล้มกระดานผู้ตรวจการเลือกตั้งก็จะต้องคัดเลือกใหม่เพื่อทำหน้าที่ ส่วนจะกระทบโรดแมปเลือกตั้งหรือไม่ ก็ต้องดูกรอบเวลาการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งตนไม่คิดในประเด็นนี้ เนื่องจากจะไปแล้ว &amp;nbsp;แต่ในระหว่างที่ยังไม่มีการแก้ไขกฎหมาย กกต.ก็จะเดินหน้าไปตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่กำหนดไว้ เมื่อ กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ก็สามารถปฏิบัติงานได้เลย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่มีการวางยา เนื่องจากเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติทั้งนั้น และไม่มีความจำเป็นที่จะตั้งคนของตัวเองเอาไว้ ทั้งนี้ หาก กกต.ชุดใหม่เห็นว่ามีระเบียบใดไม่เหมาะสม ก็สามารถออกมติแก้ไขได้&amp;rdquo;นายศุภชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเลือกตั้งจะเลื่อนออกไปได้ต้องใช้มาตรา 44 แก้บทเฉพาะกาล ให้การบังคับใช้กฎหมายเลื่อนออกไป เช่น ใช้บังคับใน 90 วัน ก็อาจจะเป็นว่าใช้บังคับ 150 วันหรือ 180 วัน ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายบนหลังอูฐ ความอดทนของคนจะถึงที่สุด จึงไม่ควรใช้วิธีการเลื่อนเลือกตั้งอีกต่อไปแล้ว
ปูดแผนสืบทอดอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กกต.ชุดปัจจุบันทำถูกต้องหรือไม่ นายนิพิฏฐ์ตอบว่า กกต.ปัจจุบันทำตามกฎหมายที่ สนช.เป็นคนออก ถ้าไม่ทำก็ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ &amp;nbsp;แต่อาจจะไม่ถูกใจบางคนเท่านั้นเอง ซึ่งสิ่งที่ กกต.ปัจจุบันทำตนว่าทำได้ และเหมาะสม เพราะไม่ได้ลงนามเอง ให้ กกต.ชุดใหม่เป็นคนลงนาม ซึ่งเขาก็ทำแล้ว ตนว่าเรื่องอย่างนี้ สนช.คิดเองไม่ได้หรอก ต้องมีคนไปสะกิดให้ทำ ต้องมีคนคิดให้ทั้งนั้น อาจมีคนไปเข้าฝัน สนช.ให้ทำ ดังนั้นการเลือกตั้งจะเลยไปถึงเดือน พ.ค.62 ก็เป็นไปได้ เพราะถ้าผู้ตรวจการเลือกตั้งไม่มี ก็เลือกตั้งไม่ได้ ก็ต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากเลื่อนเลือกตั้งอีกครั้ง ความเชื่อมั่นประเทศจะเป็นศูนย์ ศักดิ์ศรีประเทศจะไม่เหลือ เพราะเลื่อนมาหลายครั้ง จะยิ่งตอกย้ำความเหมาะสมกับการเป็นประธานอาเซียนที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สนช.อาจจะถูกกล่าวหาว่าวางคนของตนเองในการให้คุณให้โทษกับการเลือกตั้ง เพื่อประโยชน์ในการสืบทอดอำนาจหรือไม่ &amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 13.20 น. ที่ห้องประชุมอนุสรณสถาน 14 ตุลาคม แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน มีการจัดงานเสวนา #เวทีประชาชน เลือกตั้งอย่างไรให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่มั่นคงและยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่า ประเทศไทยตั้งแต่เปลี่ยนการปกครองจนถึงปัจจุบัน ประชาชนใช้ประชาธิปไตยแค่ได้เลือกตั้งเท่านั้น แต่ไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงในการพัฒนาประเทศ หรือแก้กฎหมาย อย่างไรก็ตาม ประเทศในปัจจุบันด้านสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ยังเป็นเรื่องชนชั้นสูง นายทุน ทหาร และคนชั้นล่างยังคงเป็นผู้ที่สูญเสียโอกาส ทั้งนี้ การเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2562 อย่างน้อยประชาชนก็ยังได้ใช้สิทธิ ใช้เสียงของตนเอง ซึ่งดีกว่าให้ประชาชนอยู่ในระบบที่เป็นอยู่ตอนนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.การต่างประเทศ &amp;nbsp;กล่าวว่า เราต้องช่วยกันขับเคลื่อนการกระจายอำนาจ และการเปิดเผยข้อมูล ขณะที่แผนงานและการใช้งบประมาณต้องเปิดเผยได้ ซึ่งการจัดทำแผนงานของรัฐต้องให้ประชาชนระดับท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย โดยไม่ใช่ความเห็นของคนไม่มีคนในสภา และอยากให้เปลี่ยนสภาพขององค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (P-net) เป็นองค์กรที่ให้คะแนนผู้สมัครพรรคต่างๆ การอภิปรายในสภา และการเลือกตั้ง โดยมีกฎหมายคุ้มครอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15159</URL_LINK>
                <HASHTAG>การนับโรดแมปเลือกตั้ง, การเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแมป, นายชาติชาย ณ เชียงใหม่, นายมหรรณพ เดชวิทักษ์, พ.ร.บ.กกต., พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6da0af6295a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮึ่ม!ฉีกได้ก็ฉีกไป ป้อมท้าพวกต้าน ยุทธศาสตร์ชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉีกได้ก็ฉีกไป! &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ท้าพวกต่อต้านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี-รธน. ลั่นคิดไปข้างหน้าไม่ถอยหลัง อันไหนทำไม่ได้ 5 ปีรัฐบาลใหม่แก้ได้ &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; ชี้เขียนไม่ชัดเจนขัดแย้งกันเอง ยกตัวอย่างอยากได้พลังงานสะอาดแต่เดินหน้าถ่านหิน ยันทั้ง รธน.-ยุทธศาสตร์ชาติต้องแก้ไข แต่ไม่เอาเป็นสัญลักษณ์ความขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ถึงกรณีที่มีการออกมาต่อต้านร่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และควรเป็นรัฐบาลใหม่ที่ร่างยุทธศาสตร์ชาติว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมียุทธศาสตร์ อันนี้เรามาเริ่มต้นให้ ถ้าสมมุติอันไหนทำไม่ได้รัฐบาลใหม่ก็ไปแก้ ซึ่ง 5 ปีก็แก้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการขู่จะฉีกยุทธศาสตร์ชาติและรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ฉีกได้ก็ฉีกไป&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าหลายฝ่ายวิจารณ์ยุทธศาสตร์ชาติคนที่จะใช้คือคนอายุ 20-40 ปี แต่เอาคนมีอายุมาร่าง &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวสวนทันทีว่า คนมีอายุก็คิดเหมือนคนอายุ 20 ปีเหมือนกัน ทำไมต้องมาว่าคนอายุ 60 ปีจะต้องคิดแบบคนอายุ 60 ปี เขาคิดแล้วว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ใครจะไปคิดถอยหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วิจารณ์ว่าการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดในรัฐธรรมนูญนั้นกว้างเกินไป ว่า ก็แก้ได้โดยบอกไปทางรัฐบาล &amp;nbsp;ซึ่งตนเชื่อว่าเรื่องนี้สามารถพูดคุยกัน เพราะยุทธศาสตร์ชาติตามหลักนั้นต้องกว้าง จะไปบอกวิธีคงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างยุทธศาสตร์ชาติว่า ตนไม่แน่ใจว่าคนที่บอกจะฉีกยุทธศาสตร์ชาติ อ่านและชี้ให้เห็นได้หรือไม่ว่ามีอะไรบางที่จำเป็นถึงขั้นต้องฉีก อย่างไรก็ตามไม่แน่ใจว่ายุทธศาสตร์ชาติ 6 ข้อมีตรงไหนที่เป็นปัญหา ส่วนเนื้อหาก็เป็นเรื่องแปลก เพราะเท่าที่ดูเขียนออกมาไม่ค่อยเป็นยุทธศาสตร์ เพราะการเขียนยุทธศาสตร์ชาติต้องมาจัดลำดับความสำคัญ แต่ของเราไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร่ ขณะเดียวกันมีสิ่งที่ขัดกันเอง เช่นการลดความเหลื่อมล้ำ หรืออยากได้พลังงานสะอาดแต่รัฐบาลยังเดินหน้าทำพลังงานถ่านหิน หากทำโรงไฟฟ้าถ่านหินถือว่าขัดยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่ ตนถึงบอกว่าเขาพยายามเขียนให้กว้างเลยไม่ค่อยเป็นยุทธศาสตร์ สิ่งที่เป็นปัญหาคือ ถ้านำมาเป็นเงื่อนไขทางการเมืองก็จะเกิดความยุ่งยากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สำหรับจุดยืนประชาธิปัตย์ ตนยืนยันว่าพรรคมีวิสัยทัศน์อนาคตของประเทศ &amp;nbsp;เป็นไปได้ว่าเมื่อเข้าไปทำงาน หรือเมื่อนำเสนอนโยบายในการเลือกตั้ง บางเรื่องอาจจะถูกตีความว่าไม่ตรงหรือไม่อยู่ในยุทธศาสตร์ แต่ถึงขั้นจะขัดก็ยังไม่แน่ใจ เพราะถ้าเขียนกว้างแบบนี้ตนก็จะเสนอ ถ้าประชาชนเห็นพ้องก็ต้องพยายามไปปรับแก้ให้ไปด้วยกันได้ เพราะไม่ต้องการให้หลังการเลือกตั้งสังคมกลับสู่ความขัดแย้งทันที โดยนำรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติมาเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ อยากเห็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งแก้ปัญหาของประชาชน เรียกศรัทธาให้กลับคืนสู่ฝ่ายการเมืองให้ได้เสียก่อน &amp;nbsp;แล้วค่อยบอกประชาชนว่ามีความจำเป็นในการที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญ แก้ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อให้เดินหน้าได้ดียิ่งขึ้นต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งในใจผมในที่สุดทั้งรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติคงต้องมีการปรับแก้แน่ แต่ไม่อยากให้สังคมกระโดดเข้าไป พอหลังการเลือกตั้งปั๊บก็เอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นสัญลักษณ์ความขัดแย้งรอบใหม่ สุดท้ายประชาชนคนไทยกับประเทศก็เสียโอกาสในเรื่องอื่นๆ อีก&amp;quot; นายอภิสิทธิ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11633</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, พรรคประชาธิปัตย์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มีชัย ฤชุพันธุ์, สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b27c611632d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรธ.บ้อท่า ถูกเพื่อนรุมกินโต๊ะ เสียฟอร์มเจ้าแห่งความถูกต้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่าไม่ขัดต่อ รธน.
คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทั้ง 21 คน มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ก็มีอัน &amp;ldquo;หน้าแตก&amp;rdquo; ทันที ใน 2 ประเด็นที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กลุ่มหนึ่งส่งคำร้องมาให้พิจารณาศาล รธน.พิจารณา คือ การตัดสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหากไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง กับการให้มีคนอำนวยความสะดวกในการกาบัตรให้กับคนพิการหรือทุพพลภาพเวลาเข้าคูหาเลือกตั้ง และศาล รธน.วินิจฉัยว่าไม่ขัด รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุที่หมอไม่รับเย็บก็เพราะนายมีชัย และ กรธ.ทักท้วงว่าทั้ง 2 ประเด็นนี้ขัด รธน. โดยที่ สนช.เห็นว่าไม่ขัด ก่อนหน้านี้ 1 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม กรธ.ก็เสียหน้ามาแล้ว เพราะไปยืนยันว่า ในร่าง พ.ร.ป.สรรหา ส.ว. ที่ สนช.แก้ไขเพิ่มเติมนั้นขัด รธน. แต่ศาล รธน.วินิจฉัยชี้ว่าไม่ขัด นั่นคือประเด็นที่เกี่ยวกับวิธีการสมัคร และการแบ่งกลุ่มตามอาชีพเป็น 10 กลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนกลับไป 9 มีนาคมที่ผ่านมา ศาล รธน.ก็วินิจฉัยร่าง พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประเด็นคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.ปัจจุบัน แม้เคยดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองพ้นมายังไม่ครบ 10 ปี ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ ป.ป.ช.ได้ต่อไปจนครบวาระ&amp;nbsp;
กรธ.แย้งว่า สนช.ไปแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.ป.จนเกิดการขัด รธน. และประดิษฐ์คำทางการเมืองว่า &amp;ldquo;ลูกฆ่าแม่ และกฎหมายลูกทรพี&amp;rdquo; แต่สุดท้ายศาล รธน.ก็วินิจฉัยว่า ไม่ขัด รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพลักษณ์ของ กรธ.ถูกลดทอนความน่าเชื่อถือมากขึ้น เมื่อ 2 อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ทางด้านการเมือง ออกมาให้ข่าวเมื่อ 31 พฤษภาคม ตำหนิ กรธ.อย่างรุนแรง คือ นายวันชัย สอนศิริ และนายเสรี สุวรรณภานนท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัยกล่าวตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;เราเสียเวลากับเรื่องนี้ 2-3 เดือน ทั้งหมดเกิดขึ้นจากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.โดยแท้ ทั้งที่ทุกฝ่ายพิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบ ผ่านขั้นตอนในและนอกสภาฯ ร่อนตะแกรงกันละเอียดยิบ แต่ประธาน กรธ.ดูเหมือนมีความรู้สึกว่า อะไรไม่ตรงตามที่ กรธ.คิดน่าจะขัดต่อ รธน.ไปหมด ทำตัวเสมือนเป็นเจ้าแห่งความถูกต้องตาม รธน....&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเสรีกล่าวว่า &amp;ldquo;(กรธ.) ทำให้เสียเวลาไปเปล่าประโยชน์ และกระบวนการเลือกตั้งสะดุดหยุดลง ถูกมองว่ายื้อการเลือกตั้ง จนมีคนออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งวุ่นวายไปหมด...&amp;rdquo;
เท่านั้นยังไม่พอ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ได้ออกคำแถลงความเห็นกรณีคำวินิจฉัยของศาล รธน. กรณีร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. แสดงความชื่นชมศาล รธน.ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ประเด็นที่ สนช.ยื่นคำร้องนั้นไม่ขัด รธน. พร้อมกับชี้ว่า สนช.ทำงานด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการตรากฎหมายไม่ให้ขัดต่อ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเห็นของประธาน สนช.ที่แถลงอย่างเป็นกิจจะลักษณะนั้น กระทบชิ่งไปถึงนายมีชัยและ กรธ.อย่างมิต้องสงสัย บาดแผลบนใบหน้าที่เคยแตกมาก่อนหน้านี้ยิ่งเป็นรอยฉกรรจ์มากขึ้น
นอกจากนี้ในเรื่องของการจัดทำบันทึกเจตนารมณ์ รธน. ต้องถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง โดยนายมีชัยได้ตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาบันทึกเจตนารมณ์ร่าง รธน.ตั้งแต่ 12 กันยายน 2559 มีนายศุภชัย ยาวะประภาษ เป็นประธาน ประชุมกันมาจนถึงวันที่ 5 มิถุนายนนี้ นับได้ 102 ครั้ง
แต่ภารกิจตามที่คำสั่งระบุว่า &amp;ldquo;พิจารณาศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ และปรับปรุงแก้ไขบันทึกเจตนารมณ์ร่าง รธน.ให้มีความถูกต้อง สมบูรณ์ตรงตามเจตนารมณ์ในการจัดทำร่าง รธน.ของคณะกรรมการร่าง รธน.&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงวันนี้ยังไม่มีผลงานออกมาต่อสาธารณะเลย ในเว็บไซต์ก็ไม่มีรายละเอียดใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่ กรธ.ได้ค่าเบี้ยประชุมอนุกรรมการชุดนี้ ไปแล้วคนละ 3 แสนกว่าบาท!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10690</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, พรเพชร วิชิตชลชัย, มีชัย ฤชุพันธุ์, วันชัย สอนศิริ, สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, เสรี สุวรรณภานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b15630d3d938.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พลเอกกิตติพงษ์&#039; ลาออกพ้น &#039;สนช.&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 6 1 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)มีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ได้ขอลาออกจากการเป็นสนช. โดยมีผลทันที ทำให้เหลือ สนช.จำนวน 246 คน ทั้งนี้พล.อ.กิตติพงษ์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ลาออกจากสนช. เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ และอายุมากแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9390</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท, ลาออก, สนช., สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd1b4063808.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
