<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2019 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2019 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘รสนา’ยังติดใจนายพลโรเล็กซ์จัดหนัก’ป.ป.ช.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 ก.พ.2562 - น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กรุงเทพฯ และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ป.ป.ช.อย่าเป็นองค์กรฟอกผิดให้นักการเมือง&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า จากกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวบรรยายเรื่อง นโยบายระดับประเทศและการปฏิรูปประเทศ ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในงานเปิดโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ 10 เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 62 นายวิษณุ กล่าวยกตัวอย่างความหมายของการทุจริต ที่ประชาชนมักสับสน ซึ่งได้อ้างอิงกรณีนาฬิกาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องของการทุจริต แต่กฎหมายได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน แต่หากไม่ยื่น ก็ไม่ทุจริต แต่ผิดที่ไม่ได้ยื่น ซึ่งการโยงไปสู่การทุจริตหรือไม่ สุดท้ายเป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวน&amp;rdquo;
คดียืมนาฬิกาเพื่อนตามที่นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องการทุจริต แค่ผิดเพราะไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินเท่านั้น นายวิษณุคงไม่ได้ติดตามข่าวที่ว่า ป.ป.ช.เสียงข้างมาก 5:3 ได้มีมติยุติการสอบสวนไปแล้ว และมีมติว่านาฬิกาที่ พล.อ. ประวิตรสวมใส่ 20 กว่าเรือนนั้นยืมเพื่อน และเมื่อยืมเพื่อนก็ไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน เป็นอันไม่มีความผิดจากการไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สิน เหลือเพียงแต่ว่า ป.ป.ช.จะมีมติให้มีความผิดฐานรับผลประโยชน์อื่นใดที่คำนวณเป็นเงินเกิน 3,000บาทหรือไม่เท่านั้น ใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสอบสวนของ ป.ป.ช.ถูกตั้งคำถามว่าเป็นการฟอกผิดให้ พล.อ.ประวิตรหรือไม่ ด้วยประเด็นดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) การสอบสวนคดีนาฬิกาจะโยงไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่นั้น ประการแรก ป.ป.ช.ต้องไม่เชื่อว่านาฬิกาเหล่านั้นเป็นการยืมจริง แต่เป็นทรัพย์สินของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถ้าแนวการสืบสวนเป็นไปในทิศทางนี้ ก็อาจจะสามารถสืบสวนสอบสวนลงลึกว่าการไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน อาจจะเข้าข่ายเป็นการทุจริต รับสินบน ซึ่งเป็นเหตุให้ร่ำรวยผิดปกติได้ ใช่หรือไม่ แต่เพราะ ป.ป.ช.ตั้งธงเชื่อว่านาฬิกาเหล่านั้นไม่ใช่ของ พล.อ.ประวิตร แต่เป็นนาฬิกาที่ยืมจาก นายปัฐวาท ทั้งๆที่ไม่มีหลักฐานใดๆที่บ่งชี้ได้ว่านาฬิกาดังกล่าวเป็นของนายปัฐวาท ที่เสียชีวิตไปแล้วใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ป.ช.ได้ใช้อำนาจปัดคดีดังกล่าวออกไปจากสารบบการตรวจสอบ ทั้งที่นาฬิกาดังกล่าวถูกนำเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย และ พล.อ.ประวิตรไม่สามารถหาหลักฐานมาแสดงจนสิ้นสงสัยว่านาฬิกาเหล่านั้นไม่ใช่ของตน ซึ่ง ป.ป.ช. ต้องสอบสวนต่อไปว่านาฬิกาเหล่านั้นเกี่ยวพันกับการรับสินบน หรือร่ำรวยผิดปกติหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) เมื่อ ป.ป.ช.เชื่อว่านาฬิกาไม่ใช่ทรัพย์สินของ พล.อ.ประวิตร แต่ยืมคนอื่นมาใช้ และตัดสินว่าการยืมไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งน่าจะเป็นมติที่ขัดต่อวิธีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ ป.ป.ช.เคยวางระเบียบเอาไว้ว่า ทรัพย์สินที่มาจากการกู้ยืมแม้ไม่ใช่การยืมที่เป็นเป็นทางการก็ต้องแจ้งใช่หรือไม่
นาฬิกามูลค่ากว่า30ล้านบาทที่ พล.อ.ประวิตรครอบครองอยู่ หากเป็นการยืม ก็ต้องแจ้ง เพราะการยืมทำให้เกิดทั้งทรัพย์สินและหนี้สินในเวลาเดียวกัน เช่น การกู้ยืมเงินมา30ล้านบาทก็ต้องลงบัญชีในฝั่งทรัพย์สิน 30ล้านบาท และลงบัญชีในฝั่งหนี้สิน 30ล้านบาท ก็เป็นการหักลบทรัพย์สินและหนี้สินออกไปใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ดูตัวอย่างคดีหนี้สิน 45 ล้านบาทของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสตร์ที่ ป.ป.ช.ในอดีตไม่เชื่อว่ามีการกู้ยืมจริง และป.ป.ช.ได้สืบสวนจนพบว่าบริษัทที่อ้างว่าให้ พล.ต.สนั่น กู้ 45 ล้านบาทนั้น ไม่ได้มีการลงบัญชีให้กู้ในงบดุลของบริษัทแต่อย่างใด พล.ต.สนั่นจึงถูกตัดสินว่าจงใจแจ้งบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินเป็นเท็จ มีผลให้ถูกตัดสิทธิการดำรงตำแหน่ง 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนาฬิกามูลค่า 30 ล้านบาทอยู่กับ พล.อ.ประวิตรย่อมเป็นทรัพย์สินที่ครอบครองอยู่ หากจะอ้างว่าไม่ใช่ทรัพย์สินของตน ก็ต้องหาหลักฐานมาแสดงจนสิ้นสงสัยว่านาฬิกาเหล่านั้นเป็นของใคร หากหาหลักฐานไม่ได้ นาฬิกาเหล่านั้นก็ยังเป็นทรัพย์สินของ พล.อ.ประวิตร ที่เป็นความผิดฐานปกปิดการแจ้งทรัพย์สิน และหนี้สิน และยังอาจจะนำไปสู่การสอบสวนในเรื่องความร่ำรวยผิดปกติต่อไปได้ ใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ ป.ป.ช.ตั้งธงคดีนี้ว่านาฬิกาทั้งหมดไม่ใช่ทรัพย์สินของ พล.อ.ประวิตร แต่เป็นทรัพย์สินที่ยืมมา และใช้อำนาจปิดคดีโดยไม่ตรวจสอบต่อ และยังใช้อำนาจเกินเลยหรือไม่ ที่ชี้สวนทางกับกฎหมายและระเบียบการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินว่าถ้าเป็น&amp;rdquo;การยืม&amp;rdquo; ก็ &amp;rdquo;ไม่ต้องแจ้ง&amp;rdquo;นั้น จะถือได้หรือไม่ว่าเป็นการปัดคดีเพื่อฟอกผิดให้ พล.อ.ประวิตร ทั้งในฐานความผิดที่ปกปิดการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และยังเป็นการยุติการสืบสวนต่อไปในคดีร่ำรวยผิดปกติ ที่มีทั้งโทษจำและโทษปรับรวมทั้งการตัดสิทธิการดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปีอีกด้วย ใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) &amp;nbsp;ป.ป.ช.ตั้งธงปัดคดีนี้ให้อย่างสุดลิ่ม แม้ว่าไม่มีหลักฐานใดๆบ่งชี้ว่านาฬิกาที่นำเข้ามาโดยผิดกฎหมายเป็นของใคร แต่ ป.ป.ช.ก็ช่วยอธิบายให้เสร็จสรรพว่าที่เชื่อว่านาฬิกาทั้งหมดเป็นของนายปัฐวาท เพียงเพราะว่านายปัฐวาทเป็นนักสะสมนาฬิกา และมีนาฬิกาจำนวนมากอยู่ในบ้านโดยไม่มีหลักฐานอื่นใดที่บ่งบอกว่านาฬิกา 19-22 เรือนนั้นเป็นของนายปัฐวาททั้งหมด ใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนตายแล้วย่อมพูดไม่ได้ ทำให้ ป.ป.ช.สามารถโยนบาปให้นายปัฐวาทว่าเป็นผู้นำเข้านาฬิกาโดยผิดกฎหมาย และให้ พล.อ.ประวิตร ยืมไปใส่เป็นปีๆ แม้ตายแล้วก็ไม่ต้องคืน เพราะทายาทไม่พร้อมรับคืน ป.ป.ช.ออกตัวมาชี้แจงสังคมแก้แทนให้ โดยขาดความสำนึกว่าองค์กรของตนถูกตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐมิให้ใช้อำนาจในการทุจริตประพฤติมิชอบ ใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้านายปัฐวาทมีชีวิตอยู่ย่อมมีความผิดทั้งทางอาญาที่ลักลอบนำเข้านาฬิกาโดยไม่เสียภาษี ที่ต้องถูกลงโทษทั้งจำและปรับตาม พ.ร.บ.ศุลกากร 2469 มาตรา 27 และนาฬิกาทั้งหมดต้องถูกยึดให้ตกเป็นของแผ่นดิน แม้นายปัฐวาทเสียชีวิตไปแล้ว แต่ชื่อเสียงที่เสียหายย่อมตกเป็นของครอบครัวนายปัฐวาท ใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) แม้ ป.ป.ช.จะปัดคดีด้วยเหตุผลที่รับฟังไม่ขึ้นและขัดต่อสามัญสำนึกของวิญญูชนแล้ว แต่การยืมนาฬิกาที่มีมูลค่าเรือนละเป็นแสนเป็นล้านบาทมาสวมใส่เป็นปีๆ ย่อมเข้าข่ายเป็นการรับผลประโยชน์อื่นใดที่คำนวณเป็นเงินเกิน 3,000 บาทหรือไม่ ควรที่ ป.ป.ช.จะมีมติประเด็นนี้ได้อย่างรวดเร็ว ใช่หรือไม่ แต่ ป.ป.ช.ก็ไม่ตัดสินในประเด็นนี้ และปล่อยเวลาล่วงเลยเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว ทั้งที่การพิจารณาเรื่องการรับประโยชน์อื่นใดเกิน 3,000 บาทหรือไม่นั้น ไม่ใช่ประเด็นซับซ้อน แต่ก็มีการถ่วงเวลานานเกินสมควร แสดงถึงความไร้ประสิทธิภาพและทำงานไม่คุ้มค่าเงินเดือนสูงๆที่ประชาชนจ่ายให้ ใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และย่อมทำให้เกิดข้อสงสัยต่อมาว่าคนเหล่านี้ถูก คสช.ต่ออายุให้เป็น ป.ป.ช.ต่อไป ทั้งที่มีคุณสมบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ คสช.ให้ยกร่างขึ้นมานั้น จะมิกลายเป็นว่าการตั้งคนเหล่านั้นให้อยู่ในอำนาจต่อไปเพื่อมาใช้อำนาจขององค์กรปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเพื่อปกป้องและฟอกผิดให้ผู้มีอำนาจไม่ต้องรับผิด หากมีการกระทำความผิด ใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28200</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รสนา โตสิตระกูล, สปช., สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ, อดีต ส.ว., เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac74ef46ca99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 22:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น กสม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บุญเลิศ ช้างใหญ่ เปลี่ยนนามสกุลเป็น คชายุทธเดช มีภาพของความเป็นคนทำสื่อ เพราะคร่ำหวอดอยู่ในวงการน้ำหมึกมานานกว่า 30 ปี ปัจจุบันเป็นสื่ออิสระ ไม่มีสังกัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคยได้รับโล่รางวัล สื่อมวลชนดีเด่นด้านสิทธิมนุษยชน จากองค์กรนิรโทษกรรมสากล (ประเทศไทย) เมื่อปี 2541&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังพ้นตำแหน่งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ชายร่างเล็กแต่ใจใหญ่ ฉายา พริกขี้หนู ไม่ได้หายไปไหน บางครั้งก็มีข่าวผ่านหน้าสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้ฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อชื่อเขาไปปรากฏเป็น 1 ใน 38 ผู้สมัครเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคพวกเพื่อนฝูงและนักข่าวพากันกระเซ้าไปตามประสา บางคนก็อวยพรให้บุญเลิศประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรรมการคัดเลือก 10 คน ประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการ หลังจากนัดให้ผู้สมัครแสดงวิสัยทัศน์ก่อนสิ้นเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นจะลงคะแนนคัดไว้เท่าจำนวน กสม.คือ 7 คน จึงต้องมารอลุ้นกันว่าจะมีชื่อบุญเลิศติดกลุ่มหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากติดกลุ่มเข้าไปก็ยังจะต้องผ่านมติของ สนช.อีกรอบ ซึ่งใช้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้ต้องคอยติดตามข่าวกันไปด้วยหัวใจระทึกและหวาดเสียว!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่างสงสัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13090</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ช่างสงสัย, บุญเลิศ คชายุทธเดช, พริกขี้หนู, สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ, สื่อมวลชนดีเด่นด้านสิทธิมนุษยชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2018 22:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกกรรมการสิทธิฯ ชุดที่ 4 ไทยต้องก้าวข้ามกับดักให้ได้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จำนวน 7 คน ตามรัฐธรรมนูญ 2560 จะปรากฏโฉมให้เห็นในอีก 2-3 เดือนข้างหน้านี้ หลังปิดรับสมัครเมื่อ 25 มิถุนายน มีผู้มาสมัครทั้งสิ้น 38 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับรายชื่อผู้สมัคร 38 คนได้เผยโฉมให้เห็นกันแล้ว ที่เด่นๆ ดังๆ มีอาทิ นายบุญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เลิศ คชายุทธเดช สื่อมวลชนอิสระที่มีดีกรีเป็นอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านสื่อ,&amp;nbsp; นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช., น.ส.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เพิ่งมีข่าวติด 1 ใน 3 ของการสรรหาเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน, น.ส.ปิติกาญจน์&amp;nbsp; สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม, นายไพโรจน์ พลเพชร อดีตกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กสม.ที่กำลังสรรหากันอยู่นี้ สุดท้ายแล้วจะได้คนคนเก่ง คนดี มีความกล้าหาญ พอจะเป็นความหวังในการทำงานเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เป็นที่เชิดหน้าชูตาประเทศได้บ้างไหม หรือได้คนที่ชาวบ้านร้องยี้?&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับแต่ประกาศใช้ รธน.2540 ที่ให้กำเนิดองค์กรอิสระที่ชื่อ กสม.มาถึงปัจจุบัน มี กสม.มาแล้ว 3 ชุด&amp;nbsp; ชุดแรกประกอบด้วย นายเสน่ห์ จามริก เป็นประธาน ชุดสอง นางอมรา พงศาพิชญ์ เป็นประธาน และชุดสาม มีนายวัส ติงสมิตร เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ​​&amp;nbsp; ตามขั้นตอนในการสรรหา กสม.ชุดที่ 4 ผู้สมัครจะต้องมาแสดงวิสัยทัศน์ต่อหน้ากรรมการสรรหา 10&amp;nbsp; คนในเดือนสิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นกรรมการสรรหาจะลงคะแนนคัดให้เหลือ 7 คนเพื่อเป็น กสม. โดยมีความรู้ ประสบการณ์&amp;nbsp; และความเชี่ยวชาญอยู่ใน 5 ด้านอย่างน้อยด้านละ 1 ส่วนอีก 2 คนไปเติมเต็มในด้านใดอื่นตามแต่กรรมการจะเห็นเหมาะสมเพื่อให้ครบ 7 คน โดยในการโหวตต้องให้ได้คะแนนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 หรือ&amp;nbsp; 7 ใน 10 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ใน 5 ด้านได้แก่ 1.ทำงานด้านสิทธิมนุษยนชนต่อเนื่อง 2.เชี่ยวชาญการสอน หรือทำวิจัยเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในระดับอุดมศึกษา 3.เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชน 4.มีประสบการณ์ด้านการบริหารงานภาครัฐเกี่ยวกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และ 5.มีความรู้และประสบการณ์ด้านปรัชญา วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังได้ 7 คนซึ่งผ่านชั้นคณะกรรมการสรรหาแล้ว จะส่งรายชื่อพร้อมประวัติไปให้ สนช.เพื่อพิจารณาลงมติว่าเห็นชอบหรือไม่ โดยใช้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งเป็นเกณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นที่น่าสังเกตว่า กสม.ที่กรรมการสรรหาและ สนช.กำลังจะช่วยกันทำคลอดออกมาเป็นชุดที่ 4&amp;nbsp; นั้น รธน.2560 กำหนดให้มีอำนาจลดลงจากเดิมหลายเรื่อง เช่น อำนาจในการเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่บทบัญญัติกฎหมายกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำนาจในการเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครองในกรณีที่กฎ คำสั่ง หรือการกระทำทางปกครองกระทบต่อสิทธิมนุษยชน หรือมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อำนาจในการฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหายเมื่อได้รับการร้องขอจากผู้เสียหาย เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนรวม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รธน.2560 ได้กำหนดหน้าที่ กสม.เพิ่มเติมเข้ามา คือชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การบัญญัติไว้เช่นนี้ต้องยอมรับว่าบางเรื่องอาจแยกแยะได้ลำบากว่า อะไรคือสิ่งที่ต่างประเทศรายงานไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในระยะ 10 ปีมานี้ได้เกิดวิกฤติการเมืองและความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง มีคนไทยร้องเรียนไปยังองค์การสหประชาชาติ ไทยถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่สอบตกด้านสิทธิมนุษยชน เป็นที่อับอายขายหน้าชาวโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กสม.ต้องเล่นบทเป็นหนังหน้าไฟให้รัฐบาล แทนที่ กสม.จะต้องทำหน้าที่คุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนอย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่ปัญหาเกิดจากรัฐบาล แต่ กสม.กลับต้องมาคอยชี้แจงขายผ้าเอาหน้ารอดให้รัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กฎหมาย ประกาศ คำสั่ง คสช.ที่ออกมาบังคับใช้ตลอด 4-5 ปี ซึ่งละเมิดสิทธิฯ หากยังไม่ยกเลิก แล้วถูกสื่อต่างชาติหรือแม้แต่องค์กรระหว่างประเทศตำหนิประณามประเทศไทย จะให้ กสม.ชี้แจงอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;​&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเลือก กสม.ครั้งนี้หากจะวิพากษ์ว่ามีใบสั่งจากผู้มีอำนาจส่งมาหรือไม่ ว่าให้เลือกคนนี้ ไม่เอาคนโน้น อาจยังเร็วเกินไปที่จะหาคำตอบในตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่สำคัญคือ ประเทศไทยที่กำลังเดินไปสู่การเลือกตั้ง จะต้องก้าวข้ามกับดักแห่งการจำกัดสิทธิเสรีภาพต่างๆ ให้ได้ !&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12514</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, บุญ  เลิศ คชายุทธเดช, ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา, ปิติกาญจน์  สิทธิเดช, ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์, วัส ติงสมิตร, สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ, อมรา พงศาพิชญ์, เสน่ห์ จามริก, ไพโรจน์ พลเพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180701/image_big_5b38ec4d9a54f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
