<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กิตติ&#039;ฝากถึง&#039;ส.ส.&#039;กับเหตุผลที่ควรรับฟังข้อเสนอนักศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้เรียกได้ว่าการเมืองดุเดือดไม่แพ้วันอื่นๆ ทั้งของเหล่าคณะราษฎร รวมไปถึงการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7ญัตติ ด้านผู้ประกาศข่าวชื่อดังจากรายการ ข่าว 3 มิติ อย่าง กิตติ สิงหาปัด ก็ได้โพสต์ทวิตเตอร์ถึงเหล่า ส.ส. ถึงเหตุผลที่ควรรับฟังข้อเสนอของเด็กๆนักศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ท่าน ส.ส.ครับเหตุผลหนึ่งที่ควรรับฟัง ข้อเสนอของเด็กๆนักศึกษาก็คือ เขาไม่ได้ต้องการมาแย่งอำนาจใดๆจากพวกท่าน เพราะอำนาจที่ท่านมีอยู่ทุกวันนี้ ก็มาจากการกาบัตรของประชาชน และพวกเด็กๆนี้ก็ไม่ได้มาเป็นรัฐบาลแทนพวกท่านอยู่แล้ว มีกติกาใหม่ พวกท่านก็ลงสมัครใหม่ได้เหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจากอินสตาแกรม kitti3miti&lt;/p&gt;

&amp;nbsp;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84271</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติ สิงหาปัด, คณะราษฎร, ประชุมร่วมรัฐสภา, ม็อบคณะราษฎร, รัฐธรรมนูญ, ส.ส., สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb4f0cdaa2be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กิตติ สิงหาปัด&#039;โพสต์ถึง ส.ส. ให้นึกถึงวันที่ไหว้ขอคะแนนประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง กิตติ สิงหาปัด โพสต์ทวิตเตอร์ถึงเหล่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่าในวันที่บ้านเมืองมีปัญหาให้ถามตัวเองว่าได้ทำหน้าที่เพื่อประชาชนที่เลือกพวกท่านมาหรือยัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ส.ส.= สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชาวบ้านเรียกสั้นๆว่า &amp;quot;ผู้แทน&amp;quot; ของเขา เวลาบ้านเมืองมีปัญหา ท่านต้องถามตัวเองว่า ท่านได้ทำหน้าที่ แทนชาวบ้านที่เขาเลือกท่านอย่างไรบ้าง ท่านได้เป็นฟันเฟืองหนึ่งในการแก้ปัญหาหรือไม่ โปรดนึกถึงเวลาเดินไหว้สิบทิศขอคะแนนเสียงจากเขาด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม kitti3miti&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติ สิงหาปัด, ข่าว3มิติ, ช่อง3, ผู้ประกาศข่าว, ส.ส., สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201016/image_big_5f895e8821086.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่องเนื้อหาอภิปรายมาตรา152ซัดรัฐบาลเป็นภยันตรายอย่างยิ่งต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ในเวลา 09.30 น. สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 28 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่งเป็นพิเศษ ได้นัดประชุมเรื่องญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤตทางเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมือง โดยไม่มีการลงมติตามมาตรา 152 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กับคณะจำนวน 79 คนเป็นผู้เสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื้อหาของหนังสือของการขอเปิดอภิปรายทั่วไปที่ น.อ.อนุดิษฐ์และคณะยื่นนั้นมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ของประเทศในขณะนี้มีความน่าเป็นห่วงในทุกด้าน โดยเฉพาะสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางด้านการเมืองที่มีความน่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง ผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยหดตัวอย่างรุนแรง เป็นผลให้เศรษฐกิจไทยที่แย่มาก่อนจะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด -19 แล้ว ต้องได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมากขึ้นในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการส่งออก การท่องเที่ยว การบริโภคภายใน และการลงทุนที่เกิดการหดตัวอย่างรุนแรง ยิ่งไปกว่านั้น ฐานะทางการคลังของรัฐบาลยังมีความเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นการก่อหนี้เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งการที่รัฐบาลต้องกู้ยืมเงินจำนวนมากเพื่อนำมาใช้ในการเยียวยาและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากโควิด-19 เป็นผลให้หนี้สาธารณะ ณ สิ้นปี 2564 คาดว่าจะสูงถึงร้อยละ 58 หรือสูงเกินกรอบความยั่งยืนทางการคลังหากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามประมาณการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ ก็ได้เกิดสถานการณ์ทางการเมืองขึ้นมาแทรกซ้อน อันเป็นผลมาจากความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลในการเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐที่มิได้อยู่บนหลักนิติธรรม และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ประชำชนเห็นว่าถูกออกแบบมาเพื่อคำยืนยันการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ จึงเกิดการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดการข่มขู่คุกคามประชำชน จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน และยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนอันเป็นข้อเรียกร้องทางการเมืองที่อยู่ในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลกลับฉวยโอกาสใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือข่มขู่คุกคามและจับกุมแกนนำผู้ชุมนุม ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่มีมากอยู่แล้วต้องตึงเครียดเพิ่มขึ้นอีก ส่งผลให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ยากยิ่งอยู่แล้วต้องทวีความยากขึ้นตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังได้กราบเรียนมา ข้าพเจ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าสถานการณ์ของประเทศมีความน่าเป็นห่วงและเปราะบางเป็นภยันตรายอย่างยิ่งต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ จึงเข้าชื่อกันเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาที่เกี่ยวข้องตลอดจนแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมติ จึงกราบเรียนมาเพื่อขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาดำเนินการให้ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปดังกล่าวมาเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีและให้นำยกรัฐมนตรีได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76882</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, พท., พรรคเพื่อไทย, มาตรา 152, วิกฤต, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, อภิปราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f5834b3737a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอเอกยันอดีตส้มหวานไม่มีแยกสาขาแน่กลัวกระทบเก้าอี้กมธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงกระแสข่าวแยกตัวออกไปเป็นแกนนำพรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่งโดยมีอดีต ส.ส.อนาคตใหม่บางส่วนตามไปด้วย และจะเคลื่อนไหวร่วมกับพรรคที่มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นแกนนำ ว่าเป็นเพียงข่าวลือ ที่ว่าจะออกไปเป็นแกนนำตั้งพรรคใหม่ แต่เข้าใจได้เพราะการเกิดเหตุการณ์การยุบพรรค ซึ่งทุกคนก็คาดการณ์ไปอย่างโน้นอย่างนี้ ซึ่ง ส.ส.ที่ยังอยู่ อาจจะมีคนที่รู้สึกหวั่นไหว เพราะทุกคนไม่เคยโดนยุบพรรคมาก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อได้คุยกันแล้ว ก็ได้ข้อสรุปว่าจะเดินหน้าร่วมกันต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การแยกตัวออกไปอีก อาจทำให้พรรคยิ่งเล็กลง จาก ส.ส.ส่วนที่หายไป ตอนนี้เราเหลือ ส.ส.เพียงประมาณ 50 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อย หากเราแยกไปอีก ยิ่งทำให้แรงในการขับเคลื่อนน้อยลงไปกันใหญ่ นอกจากนี้ยังมีผลกับเรื่องเก้าอี้กรรมาธิการชุดต่างๆ และโควตาในบางเรื่องอีกด้วย เท่าที่บอกได้ คือตอนนี้แนวทางของเรายังคงเป็นแบบเดิม หากจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ขอเป็นแกนนำเกาะกลุ่มเดิมที่คุยกันไว้แต่แรกดีกว่า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58232</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ, พรรคการเมือง, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, อดีตพรรคอนาคตใหม่, อนค., แกนนำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d8990c974185.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุณช่อยันธนาธร แจงทรัพย์สินแน่ ‘พิษณุ’รับจนจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ยัน ป.ป.ช.แจงแล้วเรื่องทรัพย์สินยืมเป็นอย่างไร &amp;ldquo;พิษณุ&amp;rdquo; รับมีสมบัติแค่ 5 พันบาทจริงๆ ตรวจสอบได้ &amp;ldquo;ช่อ&amp;rdquo; รีบแจ้ง &amp;ldquo;ธนาธร-ปิยบุตร&amp;rdquo; ไม่เบี้ยวแจ้งแน่ เผยยังมี 10 ส.ส.ได้ยืดเวลาไปอีก 10 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ยังคงมีความต่อเนื่องในการเปิดเผยบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเฉพาะการแจ้งบัญชีว่ามีการยืมรถเพื่อน
โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพิษณุ พลธี ส.ส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินว่าได้รถยนต์มาจากเพื่อน สามารถทำได้หรือไม่ ว่า ป.ป.ช.ชี้แจงออกมาแล้วว่าระหว่างยืมใช้คงรูปกับยืมใช้สิ้นเปลือง ซึ่งการแจ้งนั้นต่างกัน ยืมใช้คงรูปคือยืมอะไรต้องคืนอย่างนั้น ส่วนยืมใช้สิ้นเปลือง เช่น ยืมเงินมาเป็นของเรา วันหลังก็ไปคืนจำนวนเดิม แต่ไม่ต้องนับธนบัตรใบเดิม ดังนั้นเขามีเกณฑ์อยู่แล้ว&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า ไม่ได้ผิดปกติอะไรใช่หรือไม่ นายวิษณุปฏิเสธว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ
ด้านนายพิษณุยอมรับว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นชื่อของเพื่อน ยืมมาใช้กว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งก่อนแจ้งบัญชีทรัพย์สินไม่ได้สอบถาม ป.ป.ช.ก่อน และเชื่อว่าสามารถแจ้งได้&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการยืมรถเพื่อนมาใช้ นายพิษณุกล่าวว่าใช้ชีวิตอยู่กับแม่ ไม่มีลูก ไม่มีภรรยา ใช้เงินของครอบครัวและแม่อยู่ ไม่ได้ไปทำอะไรสามารถตรวจสอบได้หมด ยืนยันความบริสุทธิ์ และไม่ได้กังวลต่อการวิพากษ์วิจารณ์ ว่าทำไมถึงมีทรัพย์สินเพียงเท่านี้ เพราะในช่วงที่ทำงานอยู่ใน อบจ.ปทุมธานี ก็มีทรัพย์สินเพียงเท่านี้จริงๆ ก็ไม่มีเงิน ไม่มีทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายพิษณุถือเป็น ส.ส.ที่มีทรัพย์สินน้อยที่สุดในบรรดา ส.ส. 414 รายที่แจ้งบัญชี โดยมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 5,064 บาท ไม่มีภาระหนี้สิน และยืมรถเพื่อนใช้
นายพิษณุยังเล่าประวัติว่า รู้สึกดีใจที่พ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดปทุมธานี เขต 6 ได้ให้ความไว้วางใจเลือกเข้ามาทำหน้าแทน โดยในครั้งนี้เป็นการลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกในสนามการเมืองใหญ่ ในนามพรรคภูมิใจไทย ซึ่งครอบครัวเป็นอดีตนักการเมืองมาก่อน และได้คลุกคลีกับการเมืองมาตลอด เนื่องจากบิดาเป็นนักการเมืองท้องถิ่น จึงลงพื้นที่เพื่อช่วยงานทางด้านการเมืองเป็นเวลากว่า 20 ปี ทำให้ได้สัมผัสกับวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และเข้าถึงความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น&amp;nbsp;
&amp;ldquo;มันเหมือนการเมืองอยู่ในสายเลือดมากกว่า ได้ออกพื้นที่มาโดยตลอดไปในฐานะลูกของนักการเมืองจนถึงเวลาที่เหมาะสมทั้งอายุและวุฒิการศึกษา เมื่อพร้อมก็เลยตัดสินใจลงสมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พอเราไปคลุกคลีกับชาวบ้านในเขตพื้นที่ ก็พบปัญหาหลักคือพืชผลทางการเกษตรไม่ได้ราคา นี่คือตัวปัญหาหลัก เมื่อชาวบ้านเขาไม่มีเงินกินเงินใช้ เขาก็จะได้รับความเดือดร้อน และไม่มีความสุขในชีวิต ทั้งนี้ เราเองก็ได้นำปัญหาเหล่านี้ไปเสนอในพรรคภูมิใจไทยเพื่อจะทำเป็นนโยบายเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเงินเดือนที่ได้รับเราก็เอาเงินตรงนี้ช่วยงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ลงพื้นที่ตลอดแทบทุกวัน&amp;rdquo; นายพิษณุกล่าว
ทั้งนี้ ในโลกออนไลน์ได้มีการเข้าตรวจสอบเฟซบุ๊กของนายพิษณุ และได้ตั้งข้อสังเกตถึงการแต่งกายของนายพิษณุ ซึ่งมีทรัพย์สินเพียง 5,000 บาท แต่กลับใส่เข็มขัดแบรนด์หลุยส์ วิตตอง ซึ่งชาวโซเชียลต่างแสดงความเห็นกันมากว่าหากเข็มขัดดังกล่าวเป็นของแท้ราคาต้องหลักหมื่นบาทขึ้นไป ซึ่งสวนทางกับทรัพย์สินที่มีอยู่อย่างมาก&amp;nbsp;
สำหรับการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้น ล่าสุดยังมี ส.ส. 87 รายที่ไม่ยื่นบัญชี ซึ่งมี 10 รายที่ได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอขยายเวลาสุดท้าย ซึ่ง ป.ป.ช.ได้อนุญาตให้ขยายได้อีก 10 วันเท่านั้น ซึ่งในบรรดา 87 รายนั้น มีระดับหัวหน้าพรรคที่ยังไม่ยื่น 3 ราย คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.), นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์&amp;nbsp;
ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรค อนค. ทวีตข้อความกรณีนายธนาธร, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค. และตนเองยังไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ว่ามีคนถามเข้ามาเยอะว่าทำไมไม่พบรายการบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินของคุณธนาธร อ.ปิยบุตร รวมถึงของช่อ ขอแจ้งว่าทุกคนขอขยายเวลาการยื่นบัญชีไป 30 วัน ซึ่งทำได้ตามกฎหมายมี ส.ส.กว่า 70 คนที่ขอขยายเวลา ซึ่งจะสิ้นสุด 23 ส.ค.นี้ เวลา 16.00 น. เราทุกคนยื่นตามเวลา และ ป.ป.ช.จะเปิดเผยบัญชีตามปกติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44150</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน, ป.ป.ช., ยืมรถเพื่อน, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แจงทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5ff1b07017d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดกรุสส.นาทีอูฟู้4.6พันล. ธรรมนัสแจง2เมีย859ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ป.ป.ช.เปิดเชฟ 415 ส.ส. &amp;quot;นาที&amp;quot; อู้ฟู่สุด 4.6 พันล้าน รองลงมา &amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; 4.2 พันล้าน พบจ่าย 50 ล้านหย่าเมีย ฮือฮา &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; แจงทรัพย์สินยิบเมีย 2 ลูก 7 รวย 859 ล้าน รถหรู 26 คัน พระเครื่องล้นกรุ ส.ส.ปทุมฯ จนสุดมีเงินติดบัญชีแค่ 5 พัน &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ยังไม่แจงขอยืด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ทำการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง จำนวน 414 ราย และกรณีพ้นจากตำแหน่ง จำนวน 1 ราย รวม 415 ราย โดยเปิดเผยระหว่างวันที่ 22 ส.ค.-20 ก.ย.62 ที่ สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เอก วิจิตรกูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า สำหรับ ส.ส.ที่ยังไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.มี 10 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นส.ส.ใหม่ทั้งหมด และส่วนหนึ่งอาจอยู่ระหว่างการดำเนินการยื่นที่ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดยังไม่ได้ส่งข้อมูลมายัง ป.ป.ช.กลาง ส่วนอีก 77 คน ได้ขอขยายระยะเวลาการยื่นบัญชีกับ ป.ป.ช.เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีระยะเวลา 30 วัน หากครบกำหนดแล้วยังไม่มายื่นบัญชี ป.ป.ช.จะต้องมีการติดตามตรวจสอบ ถ้าหากยังไม่ยื่น ป.ป.ช.ตามกำหนด จะดำเนินการยื่นฟ้องในข้อหาจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ขอขยายเวลาการยื่นมาแล้ว ซึ่งจะได้เปิดเผยในรอบต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ส.ส.ที่มีทรัพย์สินมากที่สุดคือ นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย คู่สมรสของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 4,674,631,835 บาท เป็นทรัพย์สินของผู้ยื่น 71,597,709 บาท ของคู่สมรส 4,603,034,225 บาท มีหนี้สินรวมทั้งสิ้น 177,066,184 บาท เป็นหนี้ของผู้ยื่น 2,152,537 บาท หนี้ของคู่สมรส 174,913,647 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองลงมาคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ที่มีทรัพย์สิน 4,248,828,812&amp;nbsp;บาท มีหนี้สิน 50,255,070 บาท&amp;nbsp;รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 4,198,573,741 บาท ทั้งนี้ ในส่วนหนี้สินกว่า 50 ล้านบาท นอกจากเป็นเงินกู้จากธนาคารแล้ว อีกส่วนยังมาจากบันทึกข้อตกลงการหย่าจากนางศศิธร จันทรสมบูรณ์ อดีตภริยา ที่ได้จดทะเบียนหย่าเมื่อวันที่ 22 ม.ค.2562 โดยมีการทำหนังสือสัญญาการหย่าว่า นายอนุทินจะจ่ายเงินให้นางศศิธร 50 ล้านบาท แยกเป็นปีละ 10 ล้านบาท เป็นเวลา 5 ปี รวมถึงจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูอดีตภริยาเดือนละ 300,000 บาท ไปจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะถึงแก่กรรม เงินค่าเบี้ยประกันสุขภาพรายปี และมอบห้องชุดที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ให้นางศศิธร นอกจากนี้ นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ส.ส.สตูล พรรคภูมิใจไทย น้องชายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา สามีนางนาที ยังมีทรัพย์สินมากเป็นอันดับ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยมีทรัพย์สิน&amp;nbsp;2,342,419,826&amp;nbsp;บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ รมว.อุตสาหกรรม มีทรัพย์สิน 2,198,328,980 บาท มีหนี้สิน 696,108 บาท,&amp;nbsp;นายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;2,048,799,734&amp;nbsp;บาท, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ รมว.ศึกษาธิการ มีทรัพย์สิน1,984,957,656&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และ รมช.ศึกษาธิการ มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;1,784,961,225&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;น.ส.ศุภมาศ อิสรภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย มีทรัพย์สิน 1,609,430,926 บาท,&amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;1,529,975,196&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;1,097,305,394&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา และ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;1,030,115,827&amp;nbsp;บาท ทั้งนี้ พบว่า ส.ส.ที่มีทรัพย์สินเกิน 1,000 ล้านบาท มีทั้งสิ้น&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คน แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลถึง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน และฝ่ายค้านเพียงคนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;31,518,538&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านฯ มีทรัพย์สิน 176,872,804 บาท,&amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มีทรัพย์สิน 135,476,212 บาท,&amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ และคู่สมรส มีทรัพย์สิน 47,368,677 บาท,&amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ มีทรัพย์สิน 623,023,582 บาท,&amp;nbsp;นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;195,995,203&amp;nbsp;บาท, นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ มีทรัพย์สิน 29,852,530 บาท, นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ มีทรัพย์สิน 542,722,737 บาท, นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และประธานส.ส.พรรคพลังประชารัฐ มีทรัพย์สิน 861,105,818 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคู่สมรส รวมถึงบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สิน 758,425,485 บาท, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และ รมว.คมนาคม มีทรัพย์สิน 115,760,030 บาท,&amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ รมว.ยุติธรรม มีทรัพย์สิน 79,467,192 บาท,&amp;nbsp;นายสันติ พร้อมพัฒน์&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;และ รมช.การคลัง มีทรัพย์สิน 15,402,771 บาท,&amp;nbsp;นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย และ รมช.พาณิชย์ มีทรัพย์สิน 99,662,809 บาท หนี้สิน 11,138,404,713 บาท มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน 11,038,741,803 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และประธานสภาผู้แทนราษฎร มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;8,189,114&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และรองประธานสภาฯ มีทรัพย์สิน 10,422,141 บาท โดยระบุว่า มีทรัพย์สิน 12,107,352 บาท เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคารเพียงแค่ 36,302 บาท ที่ดิน 11,521,050 บาท และนาฬิกาโรเล็กซ์มือสอง รุ่นเดย์โทนา มูลค่า 550,000 บาท,&amp;nbsp;นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย และรองประธานสภาฯ มีทรัพย์สิน 40,398,604 บาท,&amp;nbsp;นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.เพื่อไทย และคู่สมรส มีทรัพย์สิน 181,708,152 บาท,&amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ มีทรัพย์สิน 222,623 บาท หนี้สิน 202,360 บาท, น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และนายฉาย บุนนาค คู่สมรส มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;511,334,424&amp;nbsp;บาท หนี้สิน&amp;nbsp;82,280,019&amp;nbsp;บาท, น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน 664,683,713 บาท หนี้สิน 979,715 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินของตนเองและคู่สมรส 2 คน คือ นางอริสรา พรหมเผ่า และ น.ส.ธนพร ศรีวิราช รวมถึงบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 7 คน (เสียชีวิต 2 คน) มีทรัพย์สินทั้งหมด 859,316,182 บาท หนี้สิน 79,261,936 บาท โดยเป็นทรัพย์สินผู้ยื่น 644,921,184 บาท ของนางอริสรา คู่สมรส 189,952,776 บาท ของ น.ส.ธนพร คู่สมรส (อยู่กินฉันสามีภรรยา) 63,684,291 บาท ส่วนบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินรวมกัน 31,148,049 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของ ร.อ.ธรรมนัส แบ่งเป็นเงินฝาก 189,554,858 บาท ยานพาหนะ 26 คัน มูลค่ารวม 62,840,000 บาท อาทิ รถยนต์ยี่ห้อเบนท์ลีย์ แบบคอนติเนนทัล รถยนต์ยี่ห้อโรลส์-รอยซ์ และทรัพย์สินอื่น มูลค่ารวม &amp;nbsp;157,120,000 บาท อาทิ พระสมเด็จบางขุนพรหม ประเภทเบญจภาคี พิมพ์ปกโพธิ์ 1 องค์ มูลค่า 10 ล้าน นอกจากนี้ ยังมีพระเครื่องอีกจำนวนหนึ่งที่ระบุว่าประเมินค่าไม่ได้ เช่น พระรอดลำพูน พร้อมตลับทองฝังเพชร พระกิ่งชัยวัฒน์ เนื้อทองคำ หลวงปู่ทวดรุ่น 1 พระยอดธง ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสยังแจ้งว่ามีรายได้ประจำคือ การขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเฉลี่ยเดือนละ 3,000,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ส.ที่มีทรัพย์สินน้อยที่สุดคือ นายพิษณุ พลธี ส.ส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย ที่แจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 5,064 บาท โดยเป็นเงินฝากธนาคาร ทั้งนี้ระบุว่าอาศัยอยู่บ้านของมารดาย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี สำหรับยานพาหนะที่ใช้คือ รถยนต์จากบุคคลหนึ่งซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นเพื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อ ส.ส.ที่ยังไม่ได้ยื่นบัญชีในล็อตนี้ อาทิ น.ส.พรรณิการ์ วานิช, น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายชัชวาลล์ คงอุดม, นายปิยบุตร แสงกนกกุล และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เป็นต้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44087</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณีเข้ารับตำแหน่ง, กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน, ป.ป.ช., สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5ead050c94d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้วเว้ย!เพื่อไทยแสดงความเป็นพรรคประชาธิปไตย ประกาศรับสมัครส.ส.เข้าชิงเก้าอี้ประธานสภาผู้แทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.62 - ที่พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยนัดประชุมเพื่อหารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองและการขับเคลื่อนงานทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรคเข้าร่วม อาทิ&amp;nbsp; พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชชยชัย เลขาธิการพรรค, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง, นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค,&amp;nbsp; นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์​ โฆษกพรรค เข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิธรรม กล่าวก่อนการประชุมว่า ที่ประชุมจะเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคได้แสดงความเห็นต่อการเสนอชื่อบุคคลที่จะเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 2 คน ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดประชุมเพื่อเลือกบุคคลในตำแหน่งดังกล่าววันที่ 25 พฤษภาคมนี้ นอกจากนั้นที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค จะหารือต่อประเด็นสถานการณ์ทางการเมือง การฟอร์มพรรรคการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง ส.ส. เป็นอันดับหนึ่งมีสิทธิที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดย 7 พรรคการเมืองที่ร่วมลงสัตยาบรรณ ยังจับมือร่วมกันอย่างเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ที่นัดเจรจาเพื่อรวมเสียงต่อรองการเข้าร่วมเป็นรัฐบาล ว่า เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องทำหน้าที่ของตนเองที่สอดคล้องและเหมาะสม ส่วนผลจะเป็นอย่างเชื่อว่าประชาชนจะทราบถึงความชัดเจนในผลการกระทำดังกล่าวว่าเป็นบวกหรือเป็นลบกับประชาชน​ การตัดสินใจเข้าร่วม และการรวมตัวพูดคุย สำหรับพรรคเพื่อไทยยืนยันในเจตนารมณ์ที่เคยทำสัตยาบรรณว่าต้องทำให้ประเทศหลุดพ้นจากวิกฤต พรรคไม่ยึดกับตำแหน่ง และมีสิ่งที่อยากเห็นคือเป็นทางออกให้กับประเทศ และหลุดพ้นจากกติกาที่เป็นปัญหาผ่านการร่วมมือของ ส.ส. ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมคุยกับทุกพรรคการเมือง ที่เป็นทางออกให้กับประเทศ และพร้อมรับฟังทุกฝ่าย โดยเชื่อว่าก่อนวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ทุกอย่างจะมีความชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า สิทธิที่พรรคที่ได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แม้ขณะนี้จะมีกลไกที่สร้างเงื่อนไขที่ทำให้สิทธิดังกล่าวไม่เป็นไปตามความต้องการและเจตนารมณ์ของประชาชน ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ที่มีความพยายามชิงตั้งรัฐบาลแข่งนั้น มองว่าสิ่งที่ควรคำนึงถึงการยึดเจตนารมณ์ของประชาชนที่สะท้อนจากการเลือกตั้งผ่านการเลือก ส.ส. และการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ดังนั้นพรรคเพื่อไทยยืนยันต่อเจตนารมณ์ที่ต้องเคารพเสียงของประชาชน ​ส่วนกรณีที่จะใช้กระบวนการพิเศษที่ผิดไปจากระบบปกติ เป็นเรื่องไม่สมควร และพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พล.ต.ท.วิโรจน์ ได้ลงนามในประกาศพรรคเพื่อไทย ขอรับฟังความคิดเห็นและเสนอรายชื่อส.ส.ของพรรคเพื่อเสนอต่อสภาฯ ให้ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ&amp;nbsp; ส่งไปยังส.ส., หัวหน้าสาขาพรรค, ตัวแทนประจำจังหวัดและสมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้เสนอความเห็นมายังพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 24 พฤษภาคม เวลา 18.00 น. เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาของกรรมการบริหารพรรคที่จะนัดประชุมพร้อมกับส.ส. ช่วงเย็นวันที่ 24 พฤษภาคม นี้ ก่อนจะเสนอชื่อบุคคลเข้าแข่งขันเป็นประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ​ในที่ประชุมสภาฯ​วันที่ 25 พฤษภาคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36507</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานรัฐสภา, รัฐสภาไทย, ส.ส.เพื่อไทย, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, เพื่อไทย, เลือกประธานสภาผู้แทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190325/image_big_5c988d1f87478.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
