<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 07:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.สมานฉันท์ฯ ห่วงสถานการณ์รุนแรง หวั่นบานปลาย แนะ 4 ข้อทุกฝ่ายร่วมพิจารณา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;คณะกรรมการสมานฉันท์ ที่มีนายเทอดพงษ์&amp;nbsp;ไชยนันทน์&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานกรรมการ&amp;nbsp;ได้ออกข้อเรียกร้องจากคณะกรรมการสมานฉันท์&amp;nbsp;ซึ่งมีข้อห่วงใยต่อสถานการณ์ความรุนแรง จนอาจเป็นชนวนเหตุที่ทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายและรุนแรงมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ การแก้ไขวิกฤติ ต้องอาศัยพลังทางปัญญา ความจริงใจในการแก้ไขปัญหา และความร่วมมือกันของทุกฝ่ายในสังคม โดยทุกฝ่ายควรร่วมกันเร่งหาทางออกของปัญหาอย่างสันติ เป็นไปตามหลักนิติธรรมเพื่อให้คนไทยผ่านพ้นวิกฤติการณ์ความขัดแย้งนี้ไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์การชุมนุมประท้วงของประชาชนหลายครั้งนับแต่ปี พ.ศ.2563&amp;nbsp;เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน คณะกรรมการสมานฉันท์ได้มีการศึกษาและติดตามการชุมนุม ที่จัดโดยกลุ่มต่างๆอย่างใกล้ชิด และคณะกรรมการสมานฉันท์ จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายพิจารณาร่วมกัน 4 ข้อ ดังนี้ 1.ขอให้ทุกฝ่ายเคารพในการแสดงออกตามวิถีประชาธิปไตยและเคารพในหลัก กติกาสากล โดยผู้ชุมนุมสามารถแสดงออกตามสิทธิและเสรีภาพตามที่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การใช้เสรีภาพในการชุมนุมนั้น ต้องเป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธอย่างแท้จริง ในขณะที่รัฐบาลต้องเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพอันพึงมีของประชาชน และใช้ความอดทนอดกลั้น ในการรับฟังเสียงของประชาชนที่เห็นต่าง โดยเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามแนวทางในการจัดการและควบคุมฝูงชนให้สอดคล้องกับหลักการสากลของสหประชาชาติ 2.ขอให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง เน้นการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหา ลดการเผชิญหน้าและหลีกเลี่ยงการยั่วยุปลุกปั่นทุกรูปแบบที่อาจนาไปสู่การใช้ความรุนแรง อันไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใด ไม่ว่าต่อรัฐบาล ต่อกลุ่มผู้ชุมนุม และต่อภาพรวมของการพัฒนาของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ควรเร่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ความรุนแรง โดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นกลางและอิสระตามหลักวิชาการเพื่อหาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการแก้ไข ปัญหาความขัดแย้งที่มีแนวโน้มว่า จะเกิดสถานการณ์ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ 4.ควรเปิดพื้นที่ปลอดภัยในการหารือ โดยองค์กรอิสระและความร่วมมือระหว่าง สถาบันการศึกษาเพื่อหาทางออกของปัญหาร่วมกันด้วยแนวทางสันติวิธี และสร้างกระบวนการพูดคุยที่ประชาชนมีส่วนร่วมและอยู่บนหลักประชาธิปไตยและนิติธรรมอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อให้นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านความขัดแย้งของสังคมไทย&amp;nbsp;คณะกรรรมการสมานฉันท์ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพในศักด์ศรีความเป็นมนุษย์ หันหน้าพูดคุยกัน ยึดมั่นในรัฐธรรมนูญ และหลักนิติธรรม เพื่อให้ผู้คนในสังคมไทยสามารถอยู่ร่วมกันได้ และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมสู่ความเป็นสังคมประชาธิปไตยที่โอบอุ้มทุกความหลากหลายอย่างสันติและยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113200</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรองดอง, สมานฉันท์, เทอดพงษ์ ไชยนันทน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_61166e2ff3a7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งสอบอุ้มการ์ด3นิ้ว ตร.รับหากเป็นจริงอุกอาจ/ฝ่ายค้านซัดป่าเถื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ฉุนข่าว กอ.รมน.อุ้มการ์ดราษฎร&amp;nbsp; บอกทำไปทำไม &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; เต้นสั่งตรวจกล้องวงจรปิดกรณีเยล ชี้เป็นเรื่องอุกอาจหากเป็นจริง ส่วนกรณี &amp;ldquo;ทศเทพ&amp;rdquo;&amp;nbsp; เจ้าตัวรับสารภาพพ่นสีสเปรย์พระบรมฉายาลักษณ์จริง คดีละเอียดอ่อนตำรวจไม่มั่วนิ่ม ผกก.สำโรงเหนือแจงยิบจับ 2&amp;nbsp; การ์ดอาชีวะไม่ใช่เรื่องปลอกแขน แต่เพราะพกระเบิด 2&amp;nbsp; ลูก-มีด ส่งอีโอดีคุ้ยพันบึ้มสามย่านหรือไม่ &amp;ldquo;พท.-ก.ก.&amp;rdquo;&amp;nbsp; กอดคอถล่ม ชี้เป็นกองกำลังป่าเถื่อนหลัง &amp;ldquo;บิ๊กปั๊ด&amp;rdquo; ไฟเขียว เตรียมตั้งกระทู้สดถามนายกฯ ตามคาดที่ประชุมเคาะ &amp;ldquo;เทอดพงษ์&amp;rdquo; นั่งประธานสมานฉันท์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ม.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ถึงข้อสังเกตว่ามีเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เกี่ยวข้องกับการอุ้มตัวนายมงคล&amp;nbsp; สันติเมธากุล หรือเยล กลุ่มการ์ดราษฎร ก่อนจะนำตัวไปปล่อยในภายหลังว่า กอ.รมน.ชี้แจงแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่าเป็นห่วงที่เกิดเหตุการณ์โยนระเบิดปิงปอง ในระหว่างการชุมนุมที่บริเวณสามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่าไม่อยากให้ใช้ความรุนแรง ซึ่งตำรวจทำตามขั้นตอนอย่างระมัดระวังอยู่แล้ว ส่วนที่มีข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่รัฐอาจเกี่ยวข้องกับเหตุโยนระเบิด พล.อ.ประวิตรพูดสวนทันทีว่า &amp;ldquo;เจ้าหน้าที่ทำเมื่อไหร่ คุณก็พูดไปเรื่อย เจ้าหน้าที่จะไปทำทำไม คุณก็ไม่น่าถามเลย ถามทำไม ถามให้มีเรื่องหรือ คุณพูดไปเรื่อย คิดเองคนเดียว คนอื่นเขาไม่คิดหรอก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำเกรงสถานการณ์จะบานปลายหรือไม่&amp;nbsp; เพราะผู้ชุมนุมยังรวมตัวไม่กลัวการระบาดโควิด-19 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะบานปลายหรือไม่ต้องไปถามผู้ชุมนุม&amp;nbsp; เราก็ดูแลอย่างที่ดูแลอยู่
ขณะที่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร.กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการอุ้มนายมงคลว่า ผู้เสียหายได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ โดยเบื้องต้น&amp;nbsp; พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ สั่งระดมทีมสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาพยานแวดล้อม จุดที่ผู้เสียหายถูกอุ้มไป ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงถือว่าอุกอาจพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวอีกว่า บางคนอาจบอกว่าเป็นฝ่ายความมั่นคงของตำรวจ ขอชี้แจงว่าเวลานี้ตำรวจทำงานยึดถือกฎหมาย หากเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร ไม่ใช่งานของตำรวจที่ต้องไปอุ้มเขาอยู่แล้ว ซึ่งพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น หากไม่ใช่การทำตามกฎหมายของหน่วยราชการใด ถือว่าเป็นเรื่องที่อาจละเมิดกฎหมาย และต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่าง เพราะเป็นเรื่องละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศยังกล่าวถึงกรณีตำรวจ สภ.บางแก้ว จับกุมนายทศเทพ ดวงเนตร หรืออาร์ต หนึ่งในการ์ดราษฎร จากเหตุการณ์ทำกิจกรรมพ่นสีสเปรย์ใส่พระบรมฉายาลักษณ์ ว่าตำรวจได้เชิญตัวนายทศเทพมาสอบถาม&amp;nbsp; ก่อนที่เจ้าตัวจะรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง ตำรวจจึงขออนุญาตศาลจังหวัดสมุทรปราการออกหมายจับ และแจ้งข้อกล่าวหาทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย ซึ่งเมื่อผู้ต้องหารับสารภาพ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน ซึ่งวันนี้จะนำตัวนายทศเทพไปฝากขัง ทั้งนี้ยืนยันว่านายทศเทพไม่ได้ถูกอุ้มหายไปไหน
ตร.ยันมีหมายจับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากรณีโลกโซเชียลแชร์ข้อมูลว่าตำรวจยึดโทรศัพท์มือถือของนายทศเทพไม่ให้โทร.หาทนาย รวมถึงไม่ให้พบญาติ พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้เพราะตำรวจเชิญตัวมาพูดคุยก่อน ว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้หรือไม่ เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นแล้ว เขาก็รับสารภาพว่าทำ จึงไปขอศาลออกหมายจับ เรื่องนี้เป็นประเด็นอ่อนไหวทางสังคม เราไม่ทำสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ.อาญา ตำรวจไม่กล้าทำ ส่วนการที่เขาจะร้องขอทนายหรือไม่เป็นสิทธิ์ของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมคณะได้นำกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนกว่า 1 กองร้อยเข้าตรึงกำลังที่บริเวณหน้า สภ.สำโรงเหนือ หลังมีข่าวในโซเชียลว่ากลุ่มการ์ดอาชีวะประชาธิปไตยนัดรวมตัวกันปิดล้อมโรงพัก เพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัว 2 การ์ดอาชีวะ ซึ่งถูกตำรวจสำโรงเหนือจับกุมกรณีพบระเบิดทำเองและปลอกแขนซุกอยู่ใต้เบาะระหว่างขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพักเมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ม.ค. แต่เวลาผ่านไปก็ยังไม่พบกลุ่มการ์ดอาชีวะเดินทางมาแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ&amp;nbsp; ยังได้ประสานเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดจากนครบาล (อีโอดี) เข้ามาตรวจสอบระเบิดทั้ง 2 ลูกที่ตรวจยึดเอาไว้ ว่าเป็นชนิดเดียวกับที่เกิดระเบิดขึ้นที่ปทุมวันหรือไม่ โดย พ.ต.อ.อาทิตย์กล่าวถึงการจับกุมนายสิทธิชัย ขำจริง อายุ 18 ปี&amp;nbsp; และนายสิทธิ์ไพศาล พูลสมบูรณ์ศรี อายุ 17 ปี สมาชิกการ์ดอาชีวะประชาธิปไตย พร้อมวัตถุระเบิดไทยประดิษฐ์ที่ประกอบขึ้นเองพันด้วยผ้าเทปสีดำ จำนวน 2 ลูก และอาวุธมีดดาบยาว 80 เซนติเมตร และมีดง้าวพร้อมด้ามยาว&amp;nbsp; 1 เมตรเมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ม.ค.ว่า ทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีแดง-เทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน&amp;nbsp; ผ่านมาที่บริเวณปากซอยด่านสำโรง 24&amp;nbsp; ด้วยท่าทางมีพิรุธ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบของกลางทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ในตัวและกระเป๋าเสื้อแขนยาวของนายสิทธิชัย และมีดดาบพกอยู่ที่เอว ส่วนนายสิทธิ์ไพศาลพกอาวุธมีดง้าว อยู่ที่เอว พร้อมปลอกแขนการ์ดอาชีวะประชาธิปไตย จึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาทำการสอบสวนที่โรงพัก โดยนายสิทธิชัยรับสารภาพเป็นคนทำระเบิดดังกล่าวขึ้นมาเอง และอ้างว่าที่พกติดตัวมาเพื่อเอาไว้ป้องกันตัวเอง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งการจับกุมทั้งสองไม่ได้กลั่นแกล้งจับกุมเพราะมีปลอกแขน แต่เป็นการจับกุมคดีอาวุธมีดและวัตถุระเบิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ศาลแขวงดุสิต พนักงานสอบสวน สน.พญาไท&amp;nbsp; นำตัวนายภานุพงศ์ หรือตา พงษ์ธนู อายุ 20 ปี และนายใบบุญ หรือโอม ไทยพานิช อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาแนวร่วมกลุ่มการ์ดปลดแอก มายื่นคำร้องขอผัดฟ้องฝากขังครั้งแรกต่อศาล มีกำหนดวัน 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-23 ม.ค.นี้ จากกรณีโพสต์เชิญชวนชุมนุม รวมทั้งการเขียนป้ายความยาว 112&amp;nbsp; เมตรที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยศาลให้ผัดฟ้องและฝากขัง แต่ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัว ศาลอนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์เงินสดคนละ 20,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต่างจากที่ศาลแขวงปทุมวัน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ยื่นคำร้องผัดฟ้องและฝากขังนายสถาพร วราวงศ์วณิชย์, นายอภิสิทธิ์ ชนากรสุนีย์, นางกฤษณา สาระ และนางจารุณี สายแผลง 4 ผู้ต้องหาผู้ชุมนุมสนับสนุนกลุ่มการ์ดปลดแอกในความผิดต่างๆ ในการชุมนุมที่แยกสามย่าน ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผัดฟ้องและฝากขังมีกำหนด&amp;nbsp; 6 วัน ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัว&amp;nbsp; ศาลอนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์เงินสดคนละ&amp;nbsp; 20,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; (พท.) กล่าวถึงการชุมนุมทำกิจกรรมของประชาชนเมื่อวันที่ 16 ม.ค และมีบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ลักพาตัวผู้ทำกิจกรรมว่า ทำเหมือนประชาชนเป็นเชลยสงคราม&amp;nbsp; ไม่ใช่พฤติกรรมที่รัฐควรทำกับประชาชน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่ารัฐประหารไม่เสร็จ รัฐบาลละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างชัดแจ้ง และทำจนเป็นนิสัยอ้างเพียงมิติด้านความมั่นคง
ตั้งกระทู้สดถามนายกฯ
ส่วน น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า การจับกุมที่อนุสาวรีย์ชัยฯ และสามย่านมิตรทาวน์มาจากการที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไฟเขียวให้ตำรวจใช้กำลังจัดการผู้ชุมนุมได้หากจำเป็นโดยไม่ลังเล นำมาสู่การจับกุมประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 6 ราย รวมทั้งยังเกิดการอุ้มเยลไปจากที่พักกว่า 14 ชั่วโมง รวมถึงการคุมขังนายทศเทพไว้ที่ สภ.บางแก้ว โดยไม่ได้แจ้งไปยังญาติ ซึ่งการที่&amp;nbsp; พล.ต.อ.สุวัฒน์ไฟเขียวเช่นนี้ นับเป็นเรื่องอันตรายอย่างมาก เป็นการเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ถืออาวุธกำลังกลายเป็นกองกำลังที่ป่าเถื่อน สามารถใช้กำลังและอาวุธได้ตามใจชอบในการกำจัดและจัดการผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง และถ้าเปรียบเทียบการดำเนินการที่กระทำความรุนแรงต่อประชาชนต่อผู้ชุมนุม กับกรณีบอส กระทิงแดง&amp;nbsp; หรือกรณีบ่อนการพนัน กลับไม่เห็นความขมีขมันความตั้งใจจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคก้าวไกลเตรียมตั้งกระทู้ถามสดถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อนายกฯ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรมีพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย&amp;rdquo; น.ส.เบญจากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันที่สำนักงานอัยการจังหวัดลำปาง นายพินิจ ทองคำ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง แกนนำกลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน เป็นตัวแทนนายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือบอล แกนนำกิจกรรมวิ่งไล่ลุง, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร และนายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน เข้ามารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นการนัดรายงานตัวครั้งที่ 3 ในการจัดกิจกรรม &amp;ldquo;ลำปางรวมการเฉพาะกิจ รวมพลคนไม่ทนในลำปาง&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 26&amp;nbsp; ก.ค.63 โดยเจ้าหน้าที่ได้เลื่อนนัดเป็นครั้งที่ 4 โดยให้มาอีกครั้งในวันที่ 22 ก.พ.64 เพื่อรับฟังว่าอัยการจะพิจารณาสั่งฟ้องดำเนินคดีหรือไม่ &amp;nbsp;
ส่วนที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง&amp;nbsp; ศาลอ่านคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำ&amp;nbsp; อท188/2563 ที่นายวสันต์ เสตสิทธิ์ หรือโต้ง อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นและอดีตสมาชิกกลุ่มดาวดิน&amp;nbsp; เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.โชคอำนวย วงษ์บุญฤทธิ์ รองผู้กำกับการสอบสวน สน.ชนะสงคราม เป็นจำเลย ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ และข้อหากลั่นแกล้งให้เป็นคดี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 200 จากกรณีถูกระบุเป็นผู้ร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่สนามหลวง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลให้โจทก์แก้ฟ้อง และจัดทำคำฟ้องฉบับสมบูรณ์ยื่นต่อศาลแทนฉบับเดิมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่&amp;nbsp; 18 ม.ค. และมีหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้มีหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินการกรณีต่างๆ ตามที่ปรากฏในฟ้องโจทก์ พร้อมบทบัญญัติที่ยกขึ้นอ้างเพื่อดำเนินการในกรณีดังกล่าวต่อศาลภายในวันที่ 18 ก.พ.64&amp;nbsp; และเลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งและกำหนดวันนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 1 มี.ค.64 เวลา 10.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์เป็นนัดแรก ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาได้เข้ามานั่งเป็นประธานในเบื้องต้น และได้กล่าวถึงที่มาของคณะกรรมการ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ได้หารือเรื่องนี้กับผู้นำฝ่ายค้านและบอกไปว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของส่วนรวม ฝ่ายค้านยังสามารถไล่นายกฯ ได้เหมือนเดิม ซึ่งท่านก็บอกว่าขอกลับไปพิจารณาอีกครั้งก่อน ต่อมาก็ไม่ได้เข้าร่วม ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมยอมรับว่าไม่สามารถประสานกับใครได้โดยตรง ทั้งนี้เหลือผู้ทรงคุณวุฒิอีก 4 คน ก็จะให้คณะกรรมการชุดนี้เป็นผู้เลือก ซึ่งเรื่องนี้ถ้าไม่มีฝ่ายค้านก็ใช่ว่าจะทำงานไม่ได้&amp;nbsp; หรือหากไม่มีฝ่ายรัฐบาลก็ใช่ว่าจะทำงานไม่ได้เช่นกัน เพราะเรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชน
&amp;#39;เทอดพงษ์&amp;#39; นั่งประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวอีกว่า ในฐานะรัฐสภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เราจะไม่ทำเรื่องถูกให้เป็นเรื่องผิด หรือทำเรื่องผิดให้เป็นเรื่องถูก ขอให้กำลังใจทุกท่าน เราไม่สามารถบันดาลใครได้หรือสั่งใครได้ แต่ขอให้คิดว่าเป็นการนำความรู้มาพูดคุยเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายชวนได้ให้คณะกรรมการหารือเบื้องต้น โดยนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. ในฐานะกรรมการ ได้สอบถามถึงการรายงานความคืบหน้าของคณะกรรมการว่าควรรายงานความคืบหน้าอย่างไร นายชวนตอบกลับว่าเบื้องต้นให้รายงาน 2 สัปดาห์ต่อครั้ง จากนั้นนายชวนได้เชิญให้กรรมการที่มีความอาวุโสสูงสุดเป็นประธานเพื่อดำเนินการตามระเบียบวาระต่างๆ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงกรณีให้รายงานความคืบหน้าให้รับทราบใน 2 สัปดาห์ว่า ไม่ใช่การแทรกแซงเพียงแค่ให้รายงาน เพราะยังมีรายละเอียดของการทำงาน เช่นการตั้งกรรมการสมานฉันท์ ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ และฝ่ายผู้ชุมนุมที่ต้องลงนามแต่งตั้งเพิ่มเติม ส่วนกรณีไม่มีฝ่ายค้านเข้าร่วมและหลายคนมองว่าไม่สำเร็จ ขอให้เข้าใจว่าฝ่ายค้านไม่ขอเข้าร่วม ไม่ใช่ว่าเลือกปฏิบัติ&amp;nbsp; อย่างไรก็ดีในการทำงานของกรรมการ อาจแต่งตั้งอนุกรรมการหรือคณะทำงาน หรือศึกษาโดยขอความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์นัดแรก&amp;nbsp; 11 คน ที่ประชุมได้ให้ นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวเพื่อเลือกตำแหน่งประธาน ซึ่งก่อนจะเริ่มคณะกรรมการมีความเห็นเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งแรกต้องการให้มีผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 4 คนเข้ามาก่อนแล้วถึงเลือกประธาน ขณะที่อีกฝั่งเห็นว่าควรเดินหน้าทำงานเลย กระทั่งที่สุดเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าควรเดินหน้าทำงานเลย ซึ่งท้ายที่สุดที่ประชุมมีมติเอกฉันท์เลือกนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ต้องรอมีผู้ทรงคุณวุฒิให้ครบ 4 คนก่อนถึงจะเลือก โดยคณะกรรมการจะประชุมทุกวันจันทร์เวลา 13.30 น.เป็นต้นไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90254</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.สมานฉันท์, กล้องวงจรปิด, กอ.รมน., พ่นสีสเปรย์พระบรมฉายาลักษณ์, สมานฉันท์, สอบอุ้มการ์ด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุ้มการ์ด3นิ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_6005926b0130e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกก.สมานฉันท์ไร้ฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชวน&amp;quot; เซ็นตั้งกรรมการสมานฉันท์ 11 คน ไร้เงาฝ่ายค้านร่วมวง นายกฯ สั่งตรวจสอบข่าวเท็จ-ข้อความจาบจ้วงสถาบัน กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบังคับใช้กฎหมายดำเนินการ ขณะที่เยาวชนกลุ่มราษฎรธนบุรีถูกแจ้งข้อหา 112 หลังร่วมปราศรัยหมิ่นสถาบัน ศาลเยาวชนฯ ให้ประกันตัวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ มีรายงานข่าวจากรัฐสภาแจ้งว่า นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้ลงนามในประกาศรัฐสภา&amp;nbsp; เรื่องแต่งตั้งกรรมการสมานฉันท์ โดยเนื้อหาในเอกสารระบุว่า &amp;quot;ตามที่มีประกาศรัฐสภาเรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ ลงวันที่ 8 ธ.ค.2563 กำหนดรูปแบบและองค์ประกอบของคณะกรรมการสมานฉันท์ โดยกำหนดให้มีกรรมการ จำนวน 21 คน และบัดนี้ รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล&amp;nbsp; ส.ว. ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ และที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ได้เสนอชื่อผู้แทนของตนเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 80 วรรคสี่&amp;nbsp; ประธานรัฐสภาจึงออกประกาศแต่งตั้งบุคคลต่อไปนี้ เป็นกรรมการสมานฉันท์ 1.พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล 2.นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ 3.นายนิโรธ สุนทรเลขา 4.นายสรอรรถ กลิ่นประทุม 5.นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ 6.นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร 7.นายสุริชัย หวันแก้ว 8.นายวันชัย&amp;nbsp; วัฒนศัพท์ 9.นายสมศักดิ์ รุ่งเรือง 10.นายนิรุต ถึงนาค 11.นายวิโรจน์ ลิ้มไขแสง และให้ข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสมานฉันท์ ดังนี้ นายคุณวุฒิ ตันตระกูล เลขานุการ นายณัฐพัฒน์ พัดทอง ผู้ช่วยเลขานุการ นายศตพล วรปัญญาตระกูล ผู้ช่วยเลขานุการ&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 มีกระบวนการปล่อยข่าวที่ไม่มีข้อเท็จจริง&amp;nbsp; อ้างอิงไม่ได้ รวมทั้งการโพสต์ข้อความจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ตามช่องทางสื่อต่างๆ&amp;nbsp; เช่นสื่อออนไลน์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใย จึงได้มอบหมายให้นายบรรสาน บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และตน เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงการต่างประเทศ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมระดมความคิดเห็น บูรณาการการทำงานร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า การเผยแพร่ข้อความเท็จหรือบิดเบือน เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และที่ผ่านมามีการดำเนินการสืบสวน สอบสวน และดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีหากพบความผิด มีหลักฐานที่ชัดเจน พร้อมทั้งย้ำกับประชาชนอย่ากดไลก์หรือแชร์ หรือบิดเบือนข่าว สร้างข่าวเท็จ เพราะจะสร้างความเสียหายต่อส่วนรวม รวมทั้งมีความผิดตามกฎหมาย ที่จะต้องดำเนินคดีลงโทษผู้กระทำผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่คอยติดตาม ตรวจสอบการเผยแพร่ข้อความที่เผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดียตลอดเวลา ดังนั้น อย่าประมาทว่าเป็นการกระทำที่พิสูจน์ตัวตนไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.บุปผารามได้ควบคุมตัวเยาวชนชาย อายุ 17 ปีเศษ ผู้ต้องหาคดีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อขอควบคุมตัวตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553&amp;nbsp; ภายหลังที่พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบถามข้อมูลจากเยาวชน และแจ้งข้อหาตามขั้นตอนมาตรา 70 วรรคหนึ่ง วรรคสองแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพฤติการณ์คือ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.63 เวลาประมาณ 16.00-21.40 น. ผู้ต้องหากับพวกเข้าร่วมชุมนุมของกลุ่มราษฎรฝั่งธนฯ และฟันเฟืองธนบุรี บริเวณวงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี และ ถนนลาดหญ้า เขตคลองสาน กทม.&amp;nbsp; แล้วได้ขึ้นปราศรัยมีข้อความหมิ่นประมาท ดูหมิ่นฯ พระมหากษัตริย์ ตาม ป.อ.มาตรา 112 โดยผู้ต้องหาได้มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก และได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยบิดาของเยาวชน ผู้ต้องหาคดีดังกล่าว ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วก็อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเยาวชน ผู้ต้องหาคดีนี้ไปตลอดตั้งแต่ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณา&amp;nbsp; โดยตีราคาหลักทรัพย์ 5,000 บาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89502</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.สมานฉันท์, ข้อความจาบจ้วงสถาบัน, ชวน หลีกภัย, ตรวจสอบข่าวเท็จ, สมานฉันท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เร่งบังคับใช้กฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffc5cd57e28e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2021 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2021 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานชวน เล็งทาบตัวแทน &#039;สื่อ&#039; ร่วม คกก.ปรองดองสมานฉันท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.64 - นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร กล่าวถึงความคืบหน้าคณะกรรมการสมานฉันท์ ว่า ขณะนี้เหลือรายชื่อจากที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏส่งมาเป็นทางการ แต่ทราบว่าได้มีการลงมติแล้ว เข้าใจว่าน่าจะเลือกมาครบหมดแล้ว หากส่งรายชื่อมาก็จะเริ่มมีการประชุมนัดแรก และตนจะเข้าร่วมด้วย โดยจะมีการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิอีก 4 ราย ซึ่งตนเตรียมเสนอให้มีการคัดเลือกตัวแทนสื่อมวลชน 1 ราย เข้าไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เนื่องจากจะมีส่วนสำคัญในการช่วยเรื่องความปรองดอง แก้ไขความขัดแย้งได้ ส่วนฝ่ายค้านจะไม่เข้าร่วม แต่ถ้าหากยังติดใจเรื่องสัดส่วน ก็สามารถเสนอเพิ่มจำนวนสัดส่วนเข้ามาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอยากให้ทุกฝ่ายเข้ามาร่วม แต่ถ้าหากไม่มีความประสงค์จะเข้าร่วม ก็คงจะไปบังคับเขาไม่ได้ ยืนยันว่าไม่มีความตั้งใจให้กรรมการชุดนี้มาลงมติว่าเห็นด้วยหรือไม่ หรือมาลงคะแนนมากน้อยกว่ากัน แต่เป็นการระดมความคิดของทุกฝ่าย ว่าในสภาพของความขัดแย้ง ควรจะหาทางออกอย่างไร เชื่อว่าแต่ละฝ่ายมีประสบการณ์&amp;rdquo; ประธานสภาฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน ยังกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ตามปฏิทินจะต้องมีการกำหนดกรอบการประชุมกรรมาธิการภายในกำหนดเวลา พอถึงกำหนดแล้วถ้าไม่มีการขยายเวลาออกไป ก็ต้องเสนอในสมัยประชุมนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	ดร.อานนท์ เผยอยากเห็นกฎแห่งกรรมทำงานโดยเร็วที่สุด!
	1 เมษาฯเห็นทางสว่าง! ส.ว.วันชัย สวมบทโหรทำนายศึกโควิด
	&amp;#39;ไมค์&amp;#39; สั่งเสีย งานศพผมไม่ต้องเปลือง ไม่ต้องเอาไว้นาน!
	&amp;#39;สิระ&amp;#39; จัดหนักจัดเต็ม อดีตนายกฯ 2 พี่น้องแค่หมาเน่ากับคนโง่!
	มือทำกราฟิก &amp;#39;เพจปลดแอก&amp;#39; โหมงานหนักจนทรุด
	เมื่อนักโทษหนีคดีทำเป็นเก่ง &amp;#39;ปารีณา&amp;#39; เรียกสติทักษิณ!
	อย่ากลัวโดนด่า &amp;#39;ดร.เสรี&amp;#39; ชี้ช่องสกัดโควิด-19

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88579</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ชวน หลีกภัย, ปรองดอง, สมานฉันท์, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbcb1921b8d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สว.วันชัย สวมบทโหร ทำนายเปรี้ยงเริ่มศักราชใหม่ ปรองดองสมานฉันท์ จะเกิดขึ้นชนิดที่ไม่คาดฝัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.63 - นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้ ใครจะพูดกันเรื่องหลักรัฐศาสตร์หรือนิติศาสตร์ในสถานการณ์การเมืองขณะนี้ก็ว่ากันไป แต่วันนี้ส.ว.วันชัย ขอพูดเรื่องหลักโหราศาสตร์กับการเมืองสักหน่อย... ในเพลานี้ดาวมฤตยูยังทับดวงเมืองและดาวราหูอยู่ในราศีพฤษภ ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ทับกันในราศีมังกร ซึ่งเป็นเรือนกัมมะของดวงเมือง แต่วันที่ 29 มี.ค. 64 ดาวพฤหัสบดีจะเดินหน้าแยกจากดาวเสาร์มุ่งเข้าสู่ราศีกุมภ์เป็นลาภะแก่ดวงเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายความว่าประเทศชาติในขณะนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งแรงและเร็วอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง บางครั้งเปลี่ยนแปลงชนิดที่เราคาดไม่ถึง ใครที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดจะถูกดาวมฤตยูบดขยี้ ทั้งราหูก็จะซ้ำเติม นอกจากนี้ทั้งที่ผ่านมาและกำลังดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นเดือนมี.ค. 64 ด้วยอิทธิพลของดวงดาวเหล่านั้นยังจะมีความขัดแย้งกันเรื่องการเมืองการปกครอง รัฐธรรมนูญและกฎหมายสำคัญๆ เป็นสถานการณ์แห่งความขัดแย้งที่จะเป็นไปในช่วงดังกล่าว ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ทั้งเบาและหนัก เป็นสถานการณ์ที่มากับมฤตยูคาดไม่ถึง จะสู้กันทั้งดาวดีและดาวร้าย ระหว่างพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ ทั้งเดินหน้าและถอยหลัง บางครั้งคาดว่าจะชนะแต่ก็ไม่ชนะ คาดว่าแพ้แต่ก็ไม่แพ้ จะสู้กันอยู่ตลอดเวลาของดาวสองดวงนี้ ความปั่นป่วนวุ่นวายยังมีอยู่และอิทธิพลของดวงดาวที่ว่ามานั้นก่อให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศอย่างมากมายในหลายๆด้าน รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บเสมือนผีซ้ำด้ำพลอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อดาวพฤหัสบดีแยกจากดาวเสาร์ก็นำมาซึ่งความโชคดีแก่ประเทศ มากับมฤตยูชนิดคาดไม่ถึง และนับแต่ 1 เม.ย.64 &amp;nbsp;เริ่มศักราชใหม่เป็นต้นไป ความปรองดองสมานฉันท์จะเกิดขึ้นชนิดที่ไม่คาดฝัน เป็นอิทธิพลของดวงดาวและผู้มีอำนาจในประเทศเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมืองเศรษฐกิจและสังคมจะเกิดเปลี่ยนแปลงใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องการเมืองเปลี่ยนแปลงแบบที่เราคิดไม่ถึงจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โหราจารย์ท่านว่าบ้านเมืองของเรานับแต่นั้น ทางเศรษฐกิจสังคมและการเมืองจะเข้าสู่ยุคใหม่ ไม่ใช่แบบเดิม... ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อหรือจะว่าอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับผมนะ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล... แต่ก็น่าคิด.&lt;/p&gt;


	ถึงเวลาเบิกเนตร! อิสรภาพแบบไหนที่คอยทำตามคำสั่งใครบางคน
	สาธารณรัฐสะดุ้ง! &amp;#39;เหวง&amp;#39; อยากเห็นมาตรา 113 สำเร็จโทษพวกกบฏ
	&amp;#39;โบว์&amp;#39;เฮ! มาสเตอร์การ์ดประกาศหยุดให้บริการธุรกรรมบน Pornhub แล้ว
	เงียบจัง &amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; ง้างปากทอน พูดสิทำไมน้องชายรอดคุก!
	112 ไม่คุกคามใคร!ฉะพวกไร้สำนึกอ้างชื่อนิสิตจุฬา​ฯ ทำหนังสือกราบบังคมทูล​
	ผงะ!แผนก่อสงครามกลางเมืองเพื่อความเป็นใหญ่
	เปิดเอกสาร &amp;#39;กระทรวงวัง&amp;#39; ประจานกาเหว่าลวงโลก หลอกเด็กอีกแล้ว!
	สะพัด! &amp;#39;อ๋อย&amp;#39; จะมีพรรคการเมืองเป็นของตัวเองแล้ว เตรียมเปิดตัวต้นปีหน้า

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86645</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรองดอง, วันชัย สอนศิริ, สมาชิกวุฒิสภา, สมานฉันท์, โหร, โหราศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0daa3d2edae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’ไปก่อนไม่รอฝ่ายค้าน เดินหน้าสมานฉันท์เท่าที่มี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชวน&amp;quot; ไม่รอฝ่ายค้าน กรรมการสมานฉันท์เท่าไหร่ก็เท่านั้น เดินหน้าต่อ ด้าน &amp;quot;พรเพชร&amp;quot; เผยสัดส่วน ส.ว. 2 ที่นั่งถอนตัวไป 1 คนต้องเลือกใหม่ ยันสิ้นปีได้ชื่อส่งประธานรัฐสภาแน่แม้ตั้งสเปกสูงก็ตาม สมน้ำสมเนื้อ อดีตรองโฆษก พปชร.ตอกโฆษกเพื่อไทยพูดเหมือนเด็กเพิ่งเกิด โตมาไม่ทันยุคเผด็จการรัฐสภา จี้หยุดสร้างวาทกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่้อวันที่ 10 ธันวาคม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา นำ ส.ส., ส.ว., ผู้แทนพรรคการเมือง, ข้าราชการ และผู้แทนสถาบันพระปกเกล้า วางพานประดับพุ่มดอกไม้ถวายบังคมพระรูปต้นแบบพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 10 ธันวาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จพิธี นายชวนกล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า สัปดาห์หน้าจะได้รายชื่อคณะกรรมการทั้งหมดก่อนสิ้นปี ส่วนที่ฝ่ายค้านและกลุ่มผู้ชุมนุมจะไม่เข้าร่วมนั้น ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ซึ่งเดิมฝ่ายค้านแสดงความจำนงที่จะไม่เข้าร่วมตั้งแต่แรกแล้ว โดยตนเคยไปเจรจาอยากให้เข้าร่วม ขณะนั้นมีแนวโน้มจะตอบรับ แต่ยังขอดูท่าทีก่อน ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านระบุว่าโครงสร้างสัดส่วนแต่ละฝ่ายไม่สมดุล และได้ชี้แจงแล้วว่าเรื่องสัดส่วนไม่ได้นำมาลงมติ แต่เป็นการระดมความคิดความร่วมมือของแต่ละฝ่าย จึงไม่ใช่ว่าฝ่ายใดจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ทั้งนี้ จะเสนอแนวคิดนี้เข้าไปในโครงสร้างด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ว่าคณะกรรมการฯ จะมีเท่าไรก็จะเดินหน้าต่อ และเมื่อได้รายชื่อคณะกรรมการแล้วก็จะนัดประชุม ซึ่งผมจะเข้าร่วมประชุมในนัดแรกเพื่อรับฟังความคิดเห็นด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า การนัดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ารัฐสภามีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ยังไม่มีการนัดประชุม โดยบรรจุอยู่ในระเบียบวาระแล้ว แต่ต้องรอว่ามีวาระอื่นที่สำคัญก่อนหรือไม่ ซึ่งในเดือนธันวาคมจะมีการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งสุดท้ายของปี ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ ซึ่งมีญัตติที่ค้างอยู่กว่า 200 ญัตติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นไปตามการดำเนินการของคณะกรรมาธิการ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทราบว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็น ส่วนกระบวนการคงเป็นไปตามการพิจารณากฎหมายปกติ เร่งรัดมากไม่ได้ เพราะบทบัญญัติบางบทบัญญัติไม่สามารถลอกของเก่าได้ เนื่องจากอาจเกิดการขัดกันของกฎหมาย จึงต้องพิจารณาให้มาตราต่างๆ สอดคล้องกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อเรียกร้องของฝ่ายต่างๆ ให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดนั้น ประธานวุติสภาชี้แจงว่า ส.ส.ร.ควรมาจากการเลือกตั้ง แต่ควรรับฟังความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการเมือง รัฐธรรมนูญ และการปกครองด้วย รวมไปถึงควรให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยพบว่าเสียงผู้ทรงคุณวุฒิเพียงไม่กี่คนจะมีบทบาททำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จึงขออย่ามองในแง่ร้าย เพราะผลสรุปสุดท้ายต้องเป็นไปตามเสียงข้างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรยังกล่าวถึงการส่งตัวแทนร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ในสัดส่วนของวุฒิสภา 2 คนว่า มีการทาบทามบุคคลที่เหมาะสมแล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อนํารายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมวิปวุฒิสภา มีคนถอนตัวไป จึงเหลือเพียงคนเดียว โดยจะดำเนินการคัดเลือกให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อส่งรายชื่อให้กับนายชวน และคงต้องพูดคุยกันให้หนักแน่นมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดการถอนตัวอีก ซึ่งที่ผ่านมาก็ตั้งสเปกผู้ที่จะมาเป็นกรรมการสมานฉันท์ค่อนข้างสูง ไม่เอาคนที่เคยร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ผู้เห็นต่าง ยืนยันไม่เข้าร่วมเป็นกรรมการสมานฉันท์นั้น นายพรเพชรมองว่า เดี๋ยวก็คงได้ แต่เบื้องต้นไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการเทียบเชิญ แต่มองว่าต้องทำความเข้าใจกันมากขึ้น ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องพยายามทำให้ครบองค์ประกอบ และคาดว่านายชวนจะพูดคุยกับฝ่ายค้านอีกรอบ
มกราคมจบทุกเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา ชี้แจงถึงกรณีที่ฝ่ายค้านกล่าวหากรรมาธิการในซีกวุฒิสภาและ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลใช้เสียงข้างมากในการลงมติเพื่อปิดกั้นฝ่ายค้านว่า กรรมาธิการได้พิจารณาตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐสภารับหลักการมาแล้ว และเห็นชอบให้ใช้ร่างแก้ไขฉบับรัฐบาลเป็นหลักในการพิจารณา ซึ่งการปรับแก้รายละเอียดต่างๆ กรรมาธิการจะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง ความเห็นที่ไม่ตรงกันก็จะต้องมีการพูดคุยกัน หรือลงมติชี้ขาด ซึ่งอยู่ที่กรรมาธิการแต่ละคนจะพิจารณาด้วยเหตุและผลโดยไม่เลือกปฏิบัติ แต่คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะได้ข้อสรุปในบางเรื่อง และน่าจะเสร็จสิ้นทั้งหมดในเดือนมกราคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานวิปรัฐบาลยังกล่าวถึงการเสนอรายชื่อบุคคลเข้าร่วมคณะกรรมสมานฉันท์ว่า ขณะนี้แต่ละฝ่ายส่งชื่อมาแล้ว ขณะที่สัดส่วนของคณะรัฐมนตรีได้มีการเตรียมการไว้แล้วเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบรายชื่อ สำหรับสัดส่วนของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ที่เสนอชื่อไว้ 3 คน ได้แก่ นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ, นายสรอรรถ กลิ่นประทุม บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แต่สัดส่วนกำหนดไว้แค่ 2 คนนั้น อาจจะส่งไปเป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี 1 คน ซึ่งก็จะส่งผลให้คณะรัฐมนตรีจะต้องหารายชื่อมาอีก 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรอรรถ กล่าวกรณีที่พรรคฝ่ายค้านไม่ร่วมนั้น ว่าแม้ไม่มีปัญหาต่อการทำงาน แต่ส่วนตัวอยากให้เข้าร่วมเพื่อให้การเดินหน้าปรองดองสมานฉันท์นั้นมีตัวแทนทุกฝ่ายพูดคุยหาทางออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงวันรัฐธรรมนูญ 10 ธ.ค.ว่า รัฐธรรมนูญหลายฉบับเริ่มต้นด้วยปากกระบอกปืน พรากการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะที่รัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ปัจจุบันมีจุดเริ่มต้นมาจากคนไม่กี่คน ไม่ได้คำนึงถึงประชาชนอันเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง ในวันรัฐธรรมนูญปีนี้ หวังว่าการตั้ง ส.ส.ร.ในครั้งนี้จะสำเร็จลุล่วงและแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง และจะต้องไม่มีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกหลังจากนี้ เราจะสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่ออนาคตของลูกหลาน และพาไปสู่ทางออกประเทศอย่างสันติและยั่งยืนต่อไป เพื่อรัฐธรรมนูญในฝันที่เป็นประชาธิปไตยอย่างจริง
พูดเหมือนเด็กเพิ่งเกิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ แย้งว่า การแสดงความเห็นของโฆษกพรรคเพื่อไทย สะท้อนว่าพูดเหมือนเด็กเพิ่งเกิด โตมาไม่ทันยุคเผด็จการรัฐสภาและกระบวนการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ 2560 จึงไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่มีความชอบธรรม ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านการลงประชามติ และได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนกว่า 16.8 ล้านคน คิดเป็นส่วนใหญ่คือ ร้อยละ 61.35% ของประชาชนผู้ไปใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติ ส.ส. ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีก็มาจากรัฐธรรมนูณฉบับนี้ ไม่มีฝ่ายไหนเป็นประชาธิปไตยมากกว่าอีกฝ่ายเหมือนที่ฝ่ายค้านพยายามปลุกระดมด้อยค่าฝ่ายตรงข้าม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเน้นย้ำให้หยุดสร้างวาทกรรม และยอมรับความจริงว่ารัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้ง มาจากรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทำประชามติยอมรับจากประชาชนกว่า 16.8 ล้านเสียง แม้ว่าจะมีกระบวนการเคลื่อนไหวอย่างบิดเบือนเพื่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญที่มีพรรคการเมืองบางพรรคอยู่เบื้องหลัง และที่สำคัญรากเหง้าปัญหาที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเกิดวิกฤติเผด็จการรัฐสภา มีรัฐบาลที่เคยรวบอำนาจ รัฐบาลที่เหมือนบริษัทเอกชน และรัฐบาลที่บริหารงานผิดพลาดจนรัฐและประชาชนต้องเสียหายกว่า 800,000 ล้าน ซึ่งรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์กำลังแก้ไขความล้มเหลวจากรัฐบาลชุดนั้น และดำเนินการมอบอนาคตที่ดีให้ลูกหลาน ผ่านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่กำลังพัฒนา ไม่ล้าหลัง ให้ทันสมัย จะเอาผลงานนำความเจริญไปทุกภูมิภาค ภายใต้กฎหมายและความเป็นธรรมในทุกๆ พื้นที่&amp;quot; น.ส.ทิพานันกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ ออกมาเตือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระวังซ้ำรอยพฤษภาทมิฬว่า นายสุลักษณ์มีโทสาคติกับ พล.อ.ประยุทธ์เกินไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาเพื่อแก้ปัญหาให้กับบ้านเมือง ไม่ได้เข้ามาแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ และก็มาตามกลไกตามระบอบประชาธิปไตย ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยมีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเหมือนรัฐบาลในอดีต อยากจะให้นายสุลักษณ์มองพล.อ.ประยุทธ์ด้วยใจที่เป็นธรรม อย่ามองแบบมีเจตนาพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า เหตุการณ์พฤษภาทมิฬไม่มีทางเกิดขึ้นในยุค พล.อ.ประยุทธ์ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนดี ตั้งใจทำงานให้กับบ้านเมือง รักชาติ รักประชาชน ที่สำคัญประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศให้การสนับสนุน ทั้งนี้ อยากถามนายสุลักษณ์ว่า คณะราษฎรคิดล้มล้างการปกครอง จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ นายสุลักษณ์ยังจะให้การสนับสนุนอีกหรือ นายสุลักษณ์มั่นใจหรือว่าคณะราษฎรจะปลุกม็อบให้เหมือนพฤษภาทมิฬ แต่คนไทยทั่วประเทศคงไม่ยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากเตือนความจำนายสุลักษณ์ว่า ใครเป็นคนออกมาหยุดความขัดแย้งหรือสถานการณ์ที่คนไทยเข่นฆ่ากันเองในช่วงพฤษภาทมิฬ ไม่ใช่ในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือ นายสุลักษณ์ควรไปเตือนคณะราษฎรให้เลิกพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์จะดีกว่า ไม่ใช่ออกมาพูดเหมือนให้ท้ายแบบนี้&amp;quot; นายธนกรกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86545</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ก.สมานฉันท์, กรรมการสมานฉันท์, ชวน หลีกภัย, วุฒิสภา, สภาผู้แทนราษฎร, สมานฉันท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201210/image_big_5fd232a0ac12d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ก๊วนกทม.’ปัดชิ่ง แขวะ‘เพื่อไทย’ เล่นเกมให้น้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก๊วน กทม.ปัดเตรียมชิ่งหนีตาม &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; บอกยังรักพรรคเพื่อไทย แต่กระตุกผู้บริหาร พท.คิดการเมืองให้น้อยลง&amp;nbsp; เอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ฝ่ายค้านจ่อยื่นศาล รธน.ตีความสร้างบรรทัดฐานร่าง พ.ร.บ.ประชามติ รอดูท่าทีหลายฝ่ายก่อนจะเข้าร่วมวงสมานฉันท์หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กลุ่ม กทม. โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ช่วงนี้มีโทรศัพท์เข้ามาเยอะ หลายกระแสเหลือเกิน คาดการณ์ไปต่างๆ นานา จึงขอชี้แจงคร่าวๆ ดังนี้นะครับ 1.ผมและทีมงานพื้นที่ทั้งหมดยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และรักพรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง 2.ผมยังคงใส่เสื้อพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ทุกครั้ง หาเสียงให้พรรคในทุกครั้งที่พบเจอชาวบ้าน ขอคะแนนเสียงให้พรรคเพื่อไทยทุกครั้ง 3.ที่ผมตัดสินใจออกมาให้สัมภาษณ์สดวันนี้ ออกมาจากความรู้สึกส่วนตัวที่ผมอึดอัด 4.ผมไม่ได้ออกมาพูดแทนใครทั้งนั้น อย่าคิดว่าผมเป็นเด็กของใครหรืออะไร เพราะสิ่งที่ผมออกมาพูดล้วนมาจากความรู้สึกส่วนตัวและผมเชื่อว่าสมาชิกพรรคทุกคน ย่อมสามารถสะท้อนความเห็นได้ ซึ่งเป็นสิ่งพื้นฐานของประชาธิปไตย โดยเฉพาะในพรรคการเมือง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอย้ำว่า ผมรักพรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม เพราะบ้านหลังนี้ คือที่ที่มอบโอกาสให้ผมคนนี้ได้เข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง ตามความฝันของผมที่อยากเห็นบ้านเมืองดีขึ้น โดยผมเองเดินต่อสู้เพื่อพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มที่มาโดยเสมอ ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง จนหลังถึงวันนี้ที่สอบตก ก็ยังเต็มที่เหมือนเดิม ไม่มีผ่อน ลึกๆ อยากหวังว่าผู้บริหารจะคิดการเมืองให้น้อยลง เอาผลลัพธ์ของประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง มันคงจะดีกว่านี้&amp;quot; นายตรีรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการกำลังพิจารณาก่อนที่จะนำเข้าสู่รัฐสภาในวาระที่ 2-3 ในช่วงต้นปี 2564 เป็นเพียงเกมการเมืองที่รัฐบาลต้องการซื้อเวลาให้นานที่สุด เพื่อหวังที่จะบรรเทาสถานการณ์ทางการเมือง เมื่ออยากแก้รัฐธรรมนูญก็ให้แก้ แต่ไม่จริงใจทั้งหมด รัฐบาลสามารถสั่งได้ว่าจะให้ออกมาอย่างไร เพราะสามารถคุมเสียงได้ทั้งหมด ทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ดังนั้นเมื่อเป็นผู้คุมเกมจะสั่งซ้ายหันขวาหันก็ได้ จะคว่ำในขั้นตอนไหนก็ได้ รวมทั้งที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่มีความจริงใจกับประชาชนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตั้งแต่แรก ดังนั้นการตั้งคณะกรรมาธิการเป็นการหาข้ออ้างว่า รัฐบาลได้ฟังเสียงประชาชนแล้ว เพื่อหยุดกระแสต้านเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์โยนบาปให้ผู้ชุมนุมว่าทำลายเศรษฐกิจประเทศ ทั้งที่การชุมนุมมีเวลาแน่นอน ไม่กระทบกับความเป็นอยู่ประชาชน ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาการชุมนุมไม่ยาก หากรัฐบาลจะลงมาแก้ปัญหาด้วยความจริงใจ แต่ พล.อ.ประยุทธ์มองว่าตัวเองเป็นเทวดา จึงมองไม่เห็นหัวประชาชน แต่มักอ้างประชาชนตลอด 6 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์สร้างภาระให้ประเทศมากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา&amp;rdquo; นายวิสารกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการถอนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.&amp;hellip; ของฝ่ายค้าน ที่ยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎร ว่า เรื่องการถอนฝ่ายค้านไม่ติดใจ แต่การที่ยื่นไปทางสภาผู้แทนราษฎรนั้น เพื่ออยากให้มีหน่วยงานหรือองค์กรมาชี้ เพื่อเป็นบรรทัดฐานในอนาคตว่าร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการปฏิรูปประเทศหรือไม่ และควรจะเป็นการพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา หรือของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหากได้ความชัดเจนก็อาจจะถอนก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จำเป็นต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ก็น่าจะถึงขั้นนั้น และอยากบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วทำเป็นเรื่องใหญ่ แต่เราต้องการสร้างบรรทัดฐาน เนื่องจากหวั่นว่ารัฐบาลจะเสนอกฎหมายปฏิรูปประเทศเข้ามามั่วๆ อีกหลายฉบับ ทั้งนี้ คงไม่กระทบกับร่าง พ.ร.บ.ประชามติของรัฐบาล เนื่องจากเรายื่นตีความเฉพาะของร่างฝ่ายค้านว่ามาถูกทางหรือไม่ ถ้าศาลชี้ว่าของเราที่มาจากสภาผู้แทนราษฎรผิด แล้วให้ยึดร่างของรัฐบาลเดินหน้าต่อ แต่ถ้าบอกว่าร่างของเราเข้ามาถูกแล้วนั้น เรื่องนี้จะจบอย่างไรก็ยังไม่รู้ อย่างไรก็ตาม การไม่ยื่นร่างของรัฐบาล เนื่องจากอยากให้ร่างที่รับหลักการเดินหน้าไป ไม่สะดุด และการยื่นร่างของฝ่ายค้านก็จะได้คำตอบไปยังร่างของรัฐบาลด้วย ทั้งนี้ เราอยากได้การทำประชามติ เพราะตามหลักการต้องทำและต้องรวดเร็ว แต่จะต้องไม่ผิด ไม่สร้างบรรทัดฐานที่จะมีปัญหาในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุทินกล่าวถึงท่าทีฝ่ายค้านในการเข้าร่วมในคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า ได้รับหนังสือจากประธานสภาผู้แทนราษฎรถึงเรื่องการส่งตัวแทนร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์แล้ว ซึ่งตนจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมร่วมฝ่ายค้านในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ ซึ่งการจะร่วมหรือไม่ หรือได้ชื่อคนหรือไม่นั้น ต้องรอดูมติอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะต้องฟังเสียงผู้ชุมนุมว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ เพราะยังหาช่องทางการเชิญผู้ชุมนุมเข้าร่วมยังไม่ได้ นายสุทินกล่าวว่า จากเสียงของที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านเขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่อยากจะดูท่าทีของผู้ชุมนุมก่อน เพราะเป็นกลุ่มสำคัญและฝ่ายอื่นๆ จะเข้าร่วมด้วยหรือไม่ หากผู้ชุมนุมและฝ่ายอื่นๆ เข้าร่วม พรรคฝ่ายค้านก็คงจะไม่มีปัญหา ส่วนกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เสนอให้มีการตั้ง กมธ.เพื่อพูดคุยหาทางออกนั้น เป็นอีกแนวทางที่ฝ่ายค้านได้เสนอ ทั้งนี้ หลายคนมองว่าการตั้งเวทีในรูปแบบของกรรมาธิการ เพื่อให้คู่ขัดแย้งมาพูดคุยกัน เป็นเรื่องที่ควรทำมากกว่าตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ ส่วนรูปแบบกรอบประเด็นที่จะพูดคุยนั้นยังอีกไกล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุให้มองหาคนที่เป็นกลางเข้าไปร่วมในคณะกรรมการสมานฉันท์ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าไม่ทราบเรื่อง และนายกฯ ไม่ได้ปรารภกับตน ส่วนจะพูดกับคนอื่นหรือเปล่านั้นไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า คนที่เป็นกลางใน ครม.ดูแล้วมีใครที่เหมาะสมบ้าง นายวิษณุกล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐมนตรี และเรื่องนี้นายกฯ คงเลือกเอง หรือจะนำเข้า ครม.ก็ได้ แต่เรื่องนี้ตนไม่รู้เลย ทราบแต่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้แจ้งโควตาของรัฐบาลมาแล้ว ซึ่งจะเป็นคนนอก ส.ส.หรือใครก็ได้ แต่ถ้าเป็นรัฐมนตรีอาจจะไม่ว่างไปนั่งฟัง เพราะถ้าเป็นกรรมการจะต้องว่างไปนั่งฟังด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากเป็นตัวแทนที่มาจากรัฐมนตรี อาจดูไม่ค่อยเป็นกลางใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องเป็นกลางหรือไม่กลาง แต่เกี่ยวกับภารกิจของรัฐมนตรี และให้ไปดู 7 ภาคี ก็ไม่กลางอยู่แล้ว. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85802</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.ประชามติ, พรรคเพื่อไทย, สมานฉันท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc7b53deceb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
