<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอเอฟซี ประกาศใช้ VAR ในเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี&amp;nbsp; ประกาศใช้ระบบวีดิทัศน์ช่วยในการตัดสิน (Video Assistant Referee)&amp;nbsp; หรือ วีเออาร์ ในรายการแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020 ตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการนำระบบ VAR มาใช้ในระดับทีมชาติ ทั้งในรอบน็อคเอ้าท์ของเอเชียน คัพ และในทุกนัดของชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เอเอฟซี จึงได้มีการประกาศใช้ระบบดังกล่าว ในรายการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากประเทศสมาชิกใดมีการนำระบบ VAR มาใช้อยู่แล้ว เอเอฟซีจะเป็นผู้ติดต่อผู้นำเข้าเทคโนโลยีนี้ของชาติสมาชิกเองโดยตรง และจะเดินทางไปตรวจแต่ละสนาม ว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมกับการติดตั้งระบบดังกล่าว ตามที่เอเอฟซีกำหนดหรือไม่ หากสโมสรใดที่ฟุตบอลลีกในประเทศไม่ได้มีการใช้ VAR ทางเอเอฟซี จะทำการประเมินร่วมกับผู้นำเข้าเทคโนโลยี และฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก่อนจะทำการตัดสินใจขั้นสุดท้ายอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหากสนามใดไม่สามารถใช้ระบบ VAR ได้ เอเอฟซีจะพิจารณาให้มีการใช้ระบบดังกล่าวในคู่แข่งขันนั้นๆ เพียงเลกเดียว โดยทางเอเอฟซีจะมีการยืนยันอีกครั้ง เมื่อได้ทราบข้อมูลทีมที่เข้ารอบอย่างแน่ชัดแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62284</URL_LINK>
                <HASHTAG>VAR, วีเออาร์, สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย, เอเอฟซี, เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8ae3425d4ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมลูกหนังไทยแจ้ง กกท.สอบสวน &#039;ถนอม บริคุต&#039;กรณียุ่งเกี่ยวฟุตบอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แจ้ง การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. สอบสวน ถนอม บริคุต ยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลขัดคำสั่งเอเอฟซี-ผิด พรบ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับพฤติกรรมของ นายถนอม บริคุต อดีตผู้ตัดสินที่ถูกสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี สั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับกิจการฟุตบอลในทุกกรณี ยังมีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแข่งขันฟุตบอลในประเทศไทย จำนวน 2 กรณี ในช่วงที่ผ่านมา คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่ 1 : ปรากฏข้อเท็จริงตามข่าวว่า นายถนอม บริคุต บุคลากรของการกีฬาแห่งประเทศไทย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกำหนดผลการแข่งขันกีฬาล่วงหน้า ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 2 เมื่อวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2562 คู่ระหว่าง ทีมอุดรธานี เอฟซี กับ ทีมระยอง เอฟซี การกระทำนั้นส่งผลร้ายต่อการพัฒนากีฬาฟุตบอลของชาติและการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 ซึ่งมีโทษทางอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่ 2 : ในการแข่งขันฟุตบอล ออมสิน ลีก (ไทยลีก 4) ระหว่าง น่าน เอฟซี พบกับ นครแม่สอด ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา นายถนอม บริคุต ได้เข้าไปในห้องพักของผู้ตัดสิน ก่อนจะโดนเชิญตัวออกจากพื้นที่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวของนายถนอม บริคุต เป็นการฝ่าฝืนบทลงโทษของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ที่สั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับกิจการฟุตบอลในทุกกรณี รวมถึงห้ามเข้าสนามแข่งขันตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ส่งหนังสือไปยังต้นสังกัดของ นายถนอม บริคุต คือ การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อให้สืบสวน และพิจารณาโทษทั้งสองกรณี เพราะหากปล่อยให้บุคคลที่ถูกเอเอฟซี ลงโทษเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมฟุตบอล อาจทำให้เกิดความเสียหายและผลร้ายต่อวงการฟุตบอลไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ดำเนินการส่งจดหมายแจ้งไปยังสโมสรสมาชิกที่เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ แล้วว่า ห้ามบุคคลดังกล่าวเข้าไปในพื้นที่เกี่ยวกับฟุตบอล เพราะ ผิด กฏ ระเบียบ ข้อบังคับ ของทั้งเอเอฟซี และ สมาคมฯ ซึ่งหากมีผู้ใดฝ่าฝืนจะได้รับบทลงโทษ ตามที่กฏ ระเบียบ ข้อบังคับ ระบุไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33370</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกท., การกีฬาแห่งประเทศไทย, กีฬาฟุตบอล, ถนอม บริคุต, ผิดกฏ, ยุ่งเกี่ยวฟุตบอล, สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย, สอบสวนผู้ตัดสิน, เอเอฟซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cadb67ade191.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2018 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2018 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาเลือกตั้งประธานเอเอฟซี 2019</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาห์ลิฟา ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ เอเอฟซี ต้องเผชิญหน้ากับสองผู้ท้าชิงในการเลือกตั้งในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ จากการเปิดเผยของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ยังเผยด้วยว่า ซาอุด อัล โมฮานนาดี รองประธานเอเอฟซีจากกาตาร์ และ โมฮัมหมัด คาลฟาน มาตาร์ ซาอิด อัลโรไมธิ กรรมการบริหารเอเอฟซีจาก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยังคงให้การสนับสนุน ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาห์ลิฟา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเดล เอซแซท จากสหพันธ์ฟุตบอลแห่งประเทศซาอุดิระเบียที่ได้รับเลือกเป็นประธานสหพันธ์ฟุตบอลเอเชียใต้และตะวันตก หรือ เอสดับเบิลยูเอเอฟเอฟ ยังไม่ได้แสดงตัวอย่างเปิดเผยว่าจะลงชิงชัยตำแหน่งประธานเอเอฟซี แต่ได้รับการคาดหมายว่าเขาจะลงชิงตำแหน่งดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัล โมฮานนาดี ที่มีดีกรีเป็นรองประธานของสมาคมฟุตบอลกาตาร์ เคยโดนแบนจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า เป็นเวลา 1 ปีเมื่อปี 2016 อย่างไรก็ตาม อัล โมฮานนาดี ได้ปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำผิดอะไร และที่สุดสามารถผ่านการตรวจสอบด้านจริยธรรมของฟีฟ่ามาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ใครก็ตามที่จะเขย่าบัลลังค์ ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาห์ลิฟา ที่กำลังจะลุ้นตำแหน่งประธานเอเอฟซีต่ออีก 4 ปี ต้องเจองานที่ไม่ง่ายแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาห์ลิฟา ที่เข้ารับตำแหน่งประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียมาตั้งแต่ปี 2013 กล่าวในการประชุมเอเอฟซี ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่าเขาได้รับเสียงสนับสนุนถึง 90 เปอร์เซนต์จากบรรดาสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด 46 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังได้เตือนกลุ่มมือที่สามที่จะเข้ามาป่วนการเลือกตั้งประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียด้วยว่า ในสมัยแรกที่เขาเข้ามารับตำแหน่งนั้นได้มีผลงานโดดเด่นโดยเฉพาะเรื่องการกำจัดคอร์รัปชั่นในวงการจนส่งผลให้ โมฮัมเหม็ด บิน ฮัมมัม อดีตประธานสหพันธ์ฟุตบอลเอเซีย ถูกห้ามจากกิจกรรมทางฟุตบอลทุกชนิดตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิน ฮัมมัม จากกาตาร์ โดนแบนโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า จากกรณีคอร์รัปชันและติดสินบน ระหว่างการเลือกตั้งประธานฟีฟ่าเมื่อปี 2010 ที่เขาแข่งขันกับ เซปป์ แบล็ตเตอร์&amp;nbsp; ถึงแม้ศาลกีฬาโลกจะตัดสินให้ บิน ฮัมมัม พ้นโทษแบน แต่ในปี 2012 สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติก็สั่งแบนจากวงการลูกหนังตลอดชีวิตเป็นหนที่สองการความผิดเกี่ยวกับการติดสินบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังโดนแบนโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาห์ลิฟา ได้รับเลือกตั้งและเข้ามาทำงานใน 2 ปีที่เหลือของ มิน ฮัมมัม ก่อนจะได้รับเลือกตั้งกลับมาเข้ามาดำรงแหน่งเต็ม 4 ปีอีกครั้งในการเลือกตั้งเมื่อปี 2015&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเลือกตั้งประธานสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียและตำแหน่งอื่นๆของเอเอฟซีจะมีขึ้นในวันที่ 6 เมษายนปีหน้า ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23791</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เลือกตั้ง, ชีค ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาห์ลิฟา, ซาอุด อัลโมฮานนาดี, ฟีฟ่า, สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย, สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ, เลือกประธานเอเอฟซี, เอเดล เอซแซท, เอเอฟซี, โมฮัมหมัด คาลฟาน มาตาร์ ซาอิด อัลโรไมธิ, โมฮัมหมัด บิน ฮัมมัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181208/image_big_5c0ba92180305.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
