<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรส. ร้องนายกฯ เร่งเยียวยาพนักงานบริษัทเครือการบินไทย โดนลอยแพกว่า 2 พันราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล (สำนักงาน กพ.)สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และกลุ่มสหภาพแรงงานวิงสแปนสัมพันธ์และคนทำงานสนามบินแห่งประเทศไทย จำนวน 150 คนนำโดย นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์&amp;nbsp;และนางสาวอำไพ วิวัฒนสถาปัตย์ ประธานสหภาพแรงงานฯ รวมตัวยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้พิจารณาช่วยเหลือลูกจ้างบริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด ที่ถูกเลิกจ้างเป็นการเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระบุว่า บริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการบินไทย มีพนักงานกว่า 3,320 คนได้รับผลกระทบโดยตรงจากการหยุดบิน ชั่วคราวของบริษัทการบินไทย จากสถานการณ์โควิด-19 และบริษัทการบินไทย ได้ออกประกาศหยุดการจ้างงานชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 63 และล่าสุด มีประกาศเลิกจ้างพนักงานกว่า 2,598 คนโดยมีผลตั้งแต่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา โดยบริษัทวิงสแปนฯ ไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายในตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดได้เพราะยังไม่มี ความสามารถทางการเงิน และจะทยอยจ่ายเงินชดเชยให้พนักงานภายในระยะเวลา 1 ปี หรือเมื่อบริษัทฯ มีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีแล้ว สร้างผลกระทบให้กับพนักงานและครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย สรส. ขอเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี หาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาพนักงานทั้ง 2,598 คน และกระทรวงแรงงานต้องหาทางออกและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนในประเด็นระยะเวลาการจ่ายค่าชดเชยกรณีเลิกจ้าง โดยสำนักงานประกันสังคมจะต้องเร่งรัดให้ทางบริษัทส่งรายชื่อพนักงานที่ถูกเลิกจ้างเพื่อให้พนักงานเข้าถึงสิทธิประกันสังคมกรณีการถูกเลิกจ้างอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77722</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์, สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์, สาวิทย์ แก้วหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f62ffa31d9c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;องค์กรแรงงาน&#039; แฉนายจ้างแห่เลี่ยงกฎหมายอ้างเหตุโควิดเอาเปรียบลูกจ้างสารพัด โยนภาระให้รัฐเยียวยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสนอตั้งกลไกพิเศษดูแลผู้ใช้แรงงาน คสรท.เผยลูกจ้างได้รับผลกระทบแล้ว 8.8 แสนคน ผู้นำแรงงานจี้รัฐใช้หนี้ประกันสังคม 9.5 หมื่นล้าน เผยนายจ้างแห่เลี่ยงกฎหมายแรงงานอ้างเหตุสุดวิสัย-โยนภาระให้รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.63 - ที่กระทรวงแรงงาน คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) นำโดยนายชาลี ลอยสูง รองประธาน คสรท. และนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.)ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อขอให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อโรคไวรัสโคโรน่า (โควิด-19)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาลี กล่าวว่า คสรท.และ สรส.ได้เปิดรับเรื่องราวร้องทุกข์จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 และได้ทำการสรุปผลสำรวจรับเรื่องร้องทุกข์จากศูนย์พื้นที่ 14 แห่ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 7-22 เมษายน 2563 โดยมีแรงงานที่ได้รับผลกระทบจำนวน 880,212 คน สาเหตุปัญหาหลักการร้องทุกข์เกิดจากประกาศใช้มาตรา 75 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ของนายจ้างทุกๆอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ลูกจ้างหลายแห่งถูกนายจ้างเลิกจ้าง บอกเลิกสัญญาจ้างงาน ให้คนงานบางส่วนหยุดงานโดยไม่จ่ายค่าจ้าง หยุดการผลิตชั่วคราว รวมทั้งนายจ้างปิดกิจการไม่จ่ายค่าจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาวิทย์ กล่าวว่า หลังจากตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ มีผู้ใช้แรงงานจำนวนมากร้องเรียน ซึ่งโดยสถานการณ์ปกติก็มีปัญหามากอยู่แล้ว แต่ยามนี้สถานการณ์ไม่ปกติยิ่งมีปัญหามาก ลำพังกลไกของรัฐเพียงลำพังอาจแก้ไขปัญหาได้ไม่เพียงพอ เพราะปัญหาการเลิกจ้างทุกอย่างต่างอ้างเหตุสุดวิสัยในสถานการณ์โควิด โดยนายจ้างขอยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าจ้างตามมาตรา 75 ท้ายสุดคนงานต้องพึ่งกองทุนประกันสังคม ที่สำคัญอุตสาหกรรมการบินหยุดอย่างสิ้นเชิง พนักงานได้มาร้องทุกข์เพราะยังไม่มีความแน่นอนว่าถูกเลิกจ้างหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาวิทย์ กล่าวว่า ปัญหาลักษณะนี้จะเกิดขึ้นอีกมากมาย และคาดว่าคงไม่จบในเวลาอันใกล้ใน 2-3 เดือน แต่อาจยืดเยื้อนานนับปี ท้ายที่สุดคนจะแห่มาที่กระทรวงแรงงาน ดังนั้นจึงควรสร้างกลไกพิเศษขึ้นมาโดยเอาความยุติธรรมเป็นตัวตั้ง หากนายจ้างประสบปัญหาจริงจากไวรัสโควิดก็ช่วยเหลือกันไป แต่หากนายจ้างยังมีทุนหรือเงินเยียวยาช่วยเหลือลูกจ้างได้ก็ควรช่วยกันเพื่อลดภาระรัฐบาล ไม่ใช่โยนภาระให้รัฐบาลหรือประกันสังคมทั้งหมด ซึ่งไม่ยุติธรรม เพราะในยามที่นายจ้างมีกำไรเกิดขึ้น ครั้งนี้เมื่อเกิดวิกฤต นายจ้างควรช่วยเหลือให้ลูกจ้างได้มีงานทำต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ลำพังรัฐคงช่วยได้ไม่เต็มที่ มาตรการช่วยเหลือ 5 พันบาท คงช่วยเหลือได้ไม่หมด เราได้นำข้อเสนอมาให้กระทรวงแรงงานเพื่อแสดงความตั้งใจว่า อยากช่วยเหลือกระทรวงแรงงานเพื่อให้มีการตั้งกลไกพิเศษขึ้นมาดูแล ซึ่งเราพร้อมเข้าไปช่วยเป็นหนึ่งในกลไกและอยากให้กระทรวงแรงงานเร่งดำเนินการ มิฉะนั้นกว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้&amp;rdquo;นายสาวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในเอกสารที่ คสรท.นำเสนอให้ผู้บริหารกระทรวงแรงงานนั้น ได้สรุปผลสำรวจจำนวนแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด จำนวน 880,212 คน ซึ่งระบุถึงแรงานที่ได้รับผลกระทบจากแหล่งต่างๆ เช่น พื้นที่อมตะ จำนวน 130,000 คน , พื้นที่บ่อวิน ระยอง 55,000 คน , ธุรกิจการบิน 80,000 คน , บริการท่องเที่ยว การโรงแรม&amp;nbsp;200,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การประกาศกระทรวงเรื่องโรคโควิด-19 เป็นเหตุสดวิสัย ทำให้นายจ้างหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าจ้างตามมาตรา 75 ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 และให้ลูกจ้างไปใช้ประโยชน์กรณีว่างงานจากประกันสังคมแทน&amp;rdquo;ในเอกสารระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คสรท.ยังได้จัดทำข้อเสนอ จำนวน 12 ข้อ อาทิ รัฐต้องนำเงินสมทบค้างจ่าย 95,989 ล้านบาทคืนประกันสังคม , ห้ามนำเงินกองทุนชราภาพจ่ายชดเชยแทนกองทุนว่างงาน กรณีกองทุนว่างงานหมดลงและรัฐต้องจ่ายเงินอุดหนุนตาม มาตรา 24 , รัฐต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีที่นายจ้างละเมิดสิทธิของคนงาน จ่ายเงินไม่ครบ เลิกจ้างไม่เป็นธรรม จากผลกระทบการระบาดของไวรัสโควิด-19 , ต้องช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา 50% ในระยะเวลา 6 เดือน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64056</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กระทรวงแรงงาน, คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย, นายจ้างปิดกิจการ, พรบ.คุ้มครองแรงงาน, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, ลูกจ้างร้องทุกข์, สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea17a32bc3e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ร้องนายกฯทบทวนขยายสัมปทาน&#039;ทางด่วนขั้นที่2-ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.62-ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เพื่อคัดค้านและขอให้ทบทวนการขยายระยะเวลาสัมปทานโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาวิทย์ กล่าวว่า เนื่องจากทางสมาพันธ์ฯเห็นว่าที่มาของข้อมูลที่ใช้ในการเจรจา ไม่มีความชัดเจน เป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ผ่านการตรวจสอบ รวมถึงไม่สามารถอธิบายได้ว่าผลการเจรจาเป็นการบรรเทาความเสียหายของรัฐอย่างไร เพราะมีการนำข้อพิพาทรวมต้นเงินและดอกเบี้ย อีกทั้งนำมูลค่าที่เอกชนยังไม่เรียกร้อง มาเป็นต้นเหตุในการต่อสัญญาสัมปทาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะเดียวกันการต่อระยะเวลาของสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 มีความจำเป็นอย่างไรต้องแบ่งรายได้ค่าผ่านทางของการทางพิเศษเฉลิมมหานครให้เอกชน ทั้งที่การทางพิเศษฯเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการบริหารงานทั้งหมด รวมถึงการให้สิทธิเพิ่มเติมจากสัญญาเดิมในการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 2 และสิทธิการใช้พื้นที่ใต้เขตทาง และพื้นที่เชื่อมโยงโครงการทางด่วน มีมูลค่าที่แท้จริงเท่าใด เหตุใดจึงไม่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้ชัดเจน หรือเปิดให้มีการแข่งขันของนักลงทุน ดังนั้น สมาพันธ์ฯจึงขอเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ทบทวนเรื่องดังกล่าว พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามอย่างเข้มงวดด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39876</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์บริการประชาชน, สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์, สัมปทานโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2, โครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190701/image_big_5d199c0329b2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
