<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.ลุยยกระดับงานวิจัยทั่วประเทศ  เร่งพัฒนาแบตเตอรี่ในอีอีซีไอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.ลุยยกระดับงานวิจัยทั่วประเทศตั้งหน่วย&amp;quot;หิ้งสู่ห้าง&amp;quot; เร่งพัฒนาแบตเตอรี่อีวีในอีอีซีไอ พร้อมลั่น Q3/62 เปิดทีโออาร์ดึงเอกชนประมูลพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์-โรงเรียนนานาชาติในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24มิ.ย.62- นายวิทวัส สวัสดิ์-ชูโต ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) เปิดเผยระหว่างพาคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานการจัดการเมืองอัจฉรินะ(สมาร์ทซิตี้) และโครงสร้างพื้นฐาน ณ สาธารณรัฐออสเตรียและสาธารณรัฐฝรั่งเศส ว่า ปตท.อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อจัดตั้งหน่วยงานใหม่ เพื่อพัฒนางานวิจัยของไทยโดยเฉพาะงานวิจัยตามมหาวิทยาลัย สถาบันต่างๆไปสู่เชิงพาณิชย์ เรียกว่านำงานวิจัยบนหิ้งขึ้นห้างหรือขายในห้างสรรพสินค้านั่นเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของงานวิจัยไทย เบื้องต้นอาจใช้ชื่อ พีทีที แอคเซลเออะเรเทอ(accelerator) ทีมคนรุ่นใหม่ของปตท. จะทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการวิจัย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) เพื่อคัดเลือกงานวิจัยที่มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ เนื่องจากที่ผ่านมาปตท.ได้หารือกับอาจารย์มหาวิทยาลัยถึงอุปสรรคของการพัฒนางานวิจัยของไทยพบว่า ติดปัญหา 2 เรื่อง คือ 1.ยังไม่มีบุคลากรในการขับเคลื่อนไปให้ถึงเป้าหมาย 2.ผู้มีเงินทุนพร้อมรับความเสี่ยง โดยหน่วยงานหิ้งสู่ห้างจะมีความชัดเจนภายในปีนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เบื้องต้นได้ปตท.ได้หารือกับ มหาวิทยาลัยจำนวน 10 แห่ง อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทุกมหาวิทยาลัยมีความกระตือรือร้นที่จะผลักดันงานวิจัยให้สำเร็จ โดยทีมงานของปตท.จะร่วมหารืออย่างใกล้ชิด ทำให้ล่าสุดทีมปตท.ได้คัดเลือกสินค้าในกลุ่มวิจัย 3 ด้าน อาทิ กลุ่มการแพทย์ และจะเตรียมพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์โดยเร็ว&amp;quot;นายวิทวัสกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จะผลักดันให้สถาบันนวัตกรรม ปตท. วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเกิดใหม่(ศูนย์สตาร์ตอัพ) เพราะมีจุดเด่นที่มีนักวิจัยจำนวนมาก เป็นนโยบายที่นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.ให้เร่งดำเนินการเพื่อทรานฟอร์มธุรกิจของปตท.ให้เป็นไปตามเทรนด์ของโลก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางหงษ์ศรี เจริญวราวุฒิ ผู้อำนวยการโครงสร้างการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์เพื่อเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซีไอ) เปิดเผยว่า ภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 นี้ ปตท. จะดำเนินำเนินการเปิดเผยร่างแผนจัดซื้อจัดจ้าง(ทีโออาร์) เพื่อให้เช่าพื้นที่ในส่วนของวังจันทร์วัลเลย์ หรืออีอีซีไอ เพื่อดำเนินการก่อสร้างร้าง 3 ส่วนได้แก่ 1.การพัฒนาพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์ 2.การพัฒนาพัฒนาโรงแรม และอพาร์ทเมมนท์หรือส่วนพักอาศัยในพื้นที่ และ 3.การพัฒนาพัฒนาก่อสร้างโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนนานาชาติ ในพื้นที่รวม 100 ไร่ และคาดว่าจะเปิดให้เช่าในระยะเวลา 30 ปี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้มีเอกชนที่เตรียมเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซีไอ ได้เสนอความความต้องการให้พื้นที่ดังกล่าวมีสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าว เราจึงเตรียมเปิดเปิดทีโออาร์เพื่อให้เอกชนเข้ามาลงทุน โดยคาดว่าในปี&amp;nbsp;2564-2565&amp;nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ในช่วงปีดังกล่าวเราจะเห็นการลงทุนของของหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ร่วมด้วยทั้ง ปตท.สผ. และระบบสาธารณูปโภค รวมทั้งการพัฒนาพัฒนาสมาร์ทซิตี้ และอาคารของ สวทช. ซึ่งพื้นที่อีอีซีไอเป็น็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศพัฒนาพัฒนาไปยังอุตสาหกรรม 4.0 เพราะเป็นจุดเริ่มต้นในหลาย ๆ เรื่อง ถ้าไม่ทำส่วนนี้การจะไปถึง 4.0 นั้นคงเป็นไปได้ยาก&amp;quot;นางหงษ์ศรี กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39329</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน), ปตท, พีทีที แอคเซลเออะเรเทอ, วิทวัส สวัสดิ์-ชูโต, สมาร์ทซิตี้, สาธารณรัฐฝรั่งเศส, สาธารณรัฐออสเตรีย, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d108bdc8550b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ข่าวร้าย!ประธานTDRIแฉกทม.ให้สิทธิกรุงเทพธนาคมทำท่อร้อยสายใต้ดินทั้งหมดหวั่นผูกขาดเพิ่มภาระผู้บริโภค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มิ.ย.62 - ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Somkiat Tangkitvanich เรื่อง ท่อร้อยสาย กทม. &amp;hellip;ข่าวดีเล็กๆ กับข่าวร้ายใหญ่ๆ มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อนๆ ครับ ผมมี &amp;ldquo;ข่าวดีเล็กๆ&amp;rdquo; และเรื่องที่สงสัยว่าจะเป็น &amp;ldquo;ข่าวร้ายใหญ่ๆ&amp;rdquo; มาเล่าให้ฟังครับ อาจยาวนิดหนึ่งแต่อยากให้อ่านและแชร์ออกไปนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข่าวดีเล็กๆ&amp;rdquo; คือ กทม. มีแผนที่จะลดปัญหาการที่สายเคเบิ้ลต่างๆ แขวนรกหูรกตาอยู่บนเสาไฟฟ้า โดยจะย้ายสายเหล่านั้นลงไปใต้ดิน ให้ไปอยู่ใน &amp;ldquo;ท่อร้อยสาย&amp;rdquo; ทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็น &amp;ldquo;มหานครไร้สายสื่อสาร&amp;rdquo; และเป็น &amp;ldquo;สมาร์ทซิตี้&amp;rdquo; ที่มีภูมิทัศน์สบายตาภายในปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องที่สงสัยว่าจะเป็น &amp;ldquo;ข่าวร้ายใหญ่ๆ&amp;rdquo; ที่มาพร้อมกันก็คือ กทม. จะดำเนินการดังกล่าวโดยให้บริษัท กรุงเทพธนาคม ซึ่งเป็นบริษัทลูกของตน ทำสัญญากับผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายหนึ่ง ให้เป็นผู้รับเหมาบริการโครงข่ายท่อร้อยสายใต้ดินทั้งหมด โดยให้สิทธิผูกขาดรายเดียวเป็นเวลา 30 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้หมายความว่า ปัญหาการผูกขาดใหม่กำลังจะเกิดขึ้นในวงการโทรคมนาคมไทย เพิ่มเติมจากการผูกขาดที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน แน่นอนว่า การผูกขาดเหล่านี้จะเพิ่มภาระให้แก่ผู้บริโภค ทั้งประชาชนทั่วไปและภาคธุรกิจ ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ เช่น ผู้ประกอบการที่ได้สิทธิผูกขาดท่อร้อยสายอาจกีดกันผู้ประกอบการรายอื่นที่เป็นคู่แข่งของตนในตลาดโทรคมนาคมไม่ให้สามารถใช้ท่อได้ โดยอ้างเหตุต่างๆ ทางเทคนิค เช่น สัญญาณรบกวนกัน หรือให้ใช้ได้ แต่คิดค่าบริการแพงๆ หรือให้บริการช้าๆ หรือทำให้สายของคู่แข่งเสียบ่อยๆ จนไม่สามารถแข่งขันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้อาจไม่ใช่เรื่องวิตกกังวลที่เกินจริง หากพิจารณาถึงความหวาดระแวงของผู้ประกอบการแต่ละรายที่มีต่อกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เดิมเรื่องนี้ไม่มีปัญหา เพราะผู้ประกอบการโทรคมนาคมทั้งหลายสามารถปักเสาสื่อสารเอง หรือพาดสายของตนบนเสาไฟฟ้าได้ แต่เรื่องที่เคยทำกันได้มานานก็กำลังจะกลายเป็นปัญหาในไม่ช้า เพราะเมื่อมีท่อร้อยสายใต้ดินแล้ว กทม. ก็จะห้ามพาดสายในที่สาธารณะ โดยอ้างเหตุผลด้านความสะอาดและความเป็นระเบียบ ตามกฎหมายรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ทั้งนี้ผู้ฝ่าฝืนก็จะมีโทษทางกฎหมาย และถูกสั่งให้รื้อถอนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นความจริงครับว่า ท่อร้อยสายดังกล่าวเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีลักษณะ &amp;ldquo;ผูกขาดโดยธรรมชาติ&amp;rdquo; เพราะไม่ควรต้องมีการลงทุนซ้ำซ้อนกันหลายท่อ เหมือนกับการไม่ควรต้องมีสายไฟฟ้าหลายสาย หรือท่อน้ำประปาหลายท่อต่อเข้าบ้านแต่ละหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในต่างประเทศ เทศบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ มักจะเป็นผู้ดำเนินการท่อไร้สายด้วยตนเอง โดยเดินสายไฟเบอร์ไว้เสร็จสรรพในท่อร้อยสาย และเปิดให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่ต้องการใช้ สามารถใช้ได้ในราคาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินการของ กทม. ดังกล่าวมาข้างต้นแตกต่างจากในต่างประเทศ และจะสร้างปัญหาด้วย 2 เหตุผลคือ หนึ่ง เป็นการโอนการผูกขาดของรัฐไปให้แก่เอกชน โดยเป็นการโอน 2 ต่อ ต่อแรกคือ โอนจาก กทม. ไปให้กรุงเทพธนาคมที่เป็นบริษัทลูกที่แสวงหาผลกำไร ต่อที่สองคือ โอนจากกรุงเทพธนาคมไปให้แก่เอกชนอีกที แน่นอนว่า เอกชนย่อมมีแรงจูงใจในการทำกำไรมากกว่ารัฐ ซึ่งจะทำให้เกิดการคิดบริการที่แพงกว่า ยิ่งการโอนสิทธิผูกขาดสองต่อ ก็จะยิ่งทำให้มีการบวกกำไรที่สูง 2 ครั้ง ราคาค่าบริการก็จะยิ่งแพงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง เอกชนที่ได้สิทธิผูกขาดยังเป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งแข่งกับผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายอื่นๆ ด้วย จึงเสี่ยงที่จะมีพฤติกรรมกีดกันการแข่งขันของผู้ประกอบการรายอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเราปล่อยให้การดำเนินการเช่นนี้เกิดขึ้นในกรุงเทพ อีกไม่นานก็อาจเกิดการผูกขาดแบบเดียวกันทั่วประเทศ เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ เช่น เทศบาลก็อาจจะทำตามในลักษณะเดียวกัน ถึงเวลานั้น ต้นทุนของบริการโทรคมนาคมทั้งประเทศไทยก็จะสูงขึ้นไปอีก และทำให้เราไม่สามารถแข่งขันใน &amp;ldquo;เศรษฐกิจดิจิทัล&amp;rdquo; ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความเห็นของผม เรื่องนี้มีทางออกง่ายนิดเดียวคือ การทำเหมือนต่างประเทศ นั่นคือ กทม. ควรเป็นผู้ให้บริการท่อร้อยสาย พร้อมไฟเบอร์เสียเอง และให้เอกชนแต่ละรายสามารถมาเช่าใช้ได้อย่างเสมอภาค ในราคาที่เหมาะสมคือสอดคล้องกับต้นทุน ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หาก กทม. ไม่ดำเนินการตามที่เสนอ ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคก็ควรไปร้องเรียนกับ กสทช. และคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นใหม่ที่มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมหวังว่า แนวคิดเรื่อง &amp;ldquo;สมาร์ทซิตี้&amp;rdquo; จะเป็นข่าวดีของประชาชน ไม่ใช่กลายเป็นข่าวร้ายที่มีหน่วยงานรัฐโอนสิทธิผูกขาดให้เอกชน และสร้างต้นทุนให้แก่ประเทศและประชาชน แบบที่เคยเกิดบ่อยๆ ในประเทศไทยนะครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39079</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพธนาคม, ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์, ทีดีอาร์ไอ, ท่อร้อยสาย, สมาร์ทซิตี้, สิทธิผูกขาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb9cc248864f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การท่าเรือฯผุดโปรเจ็กต์เมืองใหม่คลองเตย ใช้เงินกว่า 7,500 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.2562 นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคมเปิดเผยว่าการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.)ได้มีแผนลงทุน 7,500 ล้านบาทพัฒนาย่านที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ในชุมชนคลองเตย(Smart Community) เพื่อรองรับกานพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบท่าเรือ สำหรับพื้นที่แห่งนี้จะอยู่บริเวณโรงฟอกหนังเก่า ซอยตรีมิตร ติดถนนริมทางรถไฟสายเก่า จำนวน 58 ไร่ คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 3-4 ปีให้แล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่ทั้งโครงการโดยมมีการเริ่มตอกเสาเข็มตึกแรกในปีนี้
อย่างไรก็ตามซึ่งย่านที่อยู่อาศัยแห่งนี้ถือว่าเป็นจุดเมืองอัจฉริยะขนาดย่อมใจกลางกรุงเทพมหานคร ใกล้กับสถานที่สำคัญและระบบขนส่งหลักอย่างรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดินและสถานีขนส่งรถเมล์ขสมก.รวมถึงรถโดยสารสาธารณะสายตะวันออกที่สถานีขนส่งเอกมัยในรัศมี 2-4 กม. พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โรงพยาบาล ย่านการค้าเอกมัย-ทองหล่อและสถานศึกษา นอกจากนี้ยังมีแผนลงทุนรถไฟฟ้ารางเบา(แทรม)ต่อเชื่อมจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินคลองเตยมายังย่านพักอาศัยดังกล่าวอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายกมลศักดิ์ พรหมประยูร รองผู้อำนวยการ สายบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจ การท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.)กล่าวว่าโครงการดังกล่าวประกอบด้วย 1.อาคารพักอาศัยสูง 25 ชั้น จำนวน 4 อาคาร รวม 6,144 ยูนิต พื้นที่เฉลี่ย 33 ตร.ม./ห้อง ด้านหลังติดริมคลองพระโขนง 2.อาคารสำนักงานและอาคารส่วนกลางอเนกประสงค์ 3.อาคารจอดรถส่วนกลาง 5 ชั้น 4.อาคารตลาดชุมชนและร้านค้าปลีก(Community Mall) 5.โรงเรียน 6.พื้นที่สีเขียวสำหรับการพักผ่อน &amp;nbsp;ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะเสนอให้กับผู้ที่อยู่อาศัยภายในชุมชนคลองเตยรวม 26 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลศักดิ์กล่าวต่อว่าความคืบหน้าแผนแม่บทพัฒนาท่าเรือคลองเตยนั้นขณะนี้ เตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ดกทท.) ในเดือนก.พ.เพื่อดำเนินการจ้างที่ปรึกษาในการก่อตั้งบริษัทลูกด้านบริหารทรัพย์สินให้เข้ามากำกับดูแลด้านการสร้างรายได้เพิ่มให้องค์กรตลอดจนวางแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ คาดว่าจะใช้เวลาการศึกษา 6 เดือนก่อนสรุปแนวทางดำเนินงานภาพรวมและรูปแบบการลงทุนก่อสร้าง Smart Community ต่อไปว่าจะเปิดประมูลแบบไหน ดังนั้นในช่วงปลายปีนี้จะเห็นความชัดเจนของรายละเอียดและตัวเลขการลงทุนในแต่ละแปลง ก่อนเสนอขอ ความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเสนอสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)หากได้รับอนุมัติก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการตั้งบริษัทลูกขึ้นมาพัฒนาต่อไปคล้ายกับของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่า สำหรับพื้นที่แลนมาร์คคลองเตยของการท่าเรือนั้นแบ่งเป็นพื้นที่ แปลง A ประกอบไปด้วย อาคารศูนย์พัฒนาพาณิชยนาวี ศูนย์โลจิสติกส์และกระจายสินค้า อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้าธุรกิจทันสมัยครบวงจร ที่อยู่อาศัยทดแทนชุมชนแออัดและสำนักงานเขตคลองเตย พื้นที่แปลง B เป็นสถานีบรรจุสินค้าเพื่อการส่งออก คลังสินค้าท่าเรือกรุงเทพ ท่าเทียบเรือตู้สินค้า X-ray Center ระบบประตูเขื่อนตะวันออกและจุดขึ้น-ลงทางด่วน และสถานีขนส่งทางรถไฟ ศูนย์กระจายสินค้าและพื้นีท่แปลง C รูปแบบการพัฒนาเป็นอาคารศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ ห้างสรรพสินค้า อาคารพาณิชย์ริมน้ำเจ้าพระยาและศูนย์ประชุมครบวงจร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26204</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.), นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร, พัฒนาย่านที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ในชุมชนคลองเตย, รมช.คมนาคม, สมาร์ทซิตี้, เมืองใหม่คลองเตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c36a3cf1307f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
