<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เดินหน้า ‘1 กรม  1 พื้นที่พัฒนา’  ใช้ ‘สมุดพกครอบครัว’ เป็นเครื่องมือช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เป็นประธานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง 12 หน่วยงาน&amp;nbsp; เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เผยประเทศไทยมีผู้เปราะบางกว่า 4 ล้านครัวเรือน รวม 10 ล้านคน&amp;nbsp; โดยรัฐบาลจะใช้ &amp;lsquo;ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย&amp;rsquo; แก้ไขปัญหา &amp;nbsp;ขณะที่ &amp;lsquo;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;rsquo;&amp;nbsp; รมว.พม. เร่งแก้ปัญหาประชากรกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; คนด้อยโอกาส&amp;nbsp; ชูนโยบาย &amp;lsquo;1 กรม&amp;nbsp; 1 พื้นที่พัฒนา&amp;rsquo; &amp;nbsp;โดยให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม. คัดเลือกชุมชนที่มีประชากรกลุ่มเปราะบางเพื่อลงพื้นที่สำรวจข้อมูลปัญหา&amp;nbsp; นำมาวิเคราะห์&amp;nbsp; และวางแผนแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยใช้ &amp;lsquo;สมุดพกครอบครัว&amp;rsquo; เป็นเครื่องมือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; คัดเลือก &amp;lsquo;ชุมชนคลองกะจะ&amp;rsquo; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่พัฒนา&amp;nbsp; ส่งเจ้าหน้าที่ 200 คนเคาะประตูบ้านสำรวจข้อมูลเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหารายครัวเรือนและชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลจัดตั้ง &amp;lsquo;ศจพ.&amp;rsquo; แก้ปัญหาความยากจน-พัฒนาคน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลจากสำนักทะเบียนกลาง&amp;nbsp; กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปิดเผยว่า&amp;nbsp; ประเทศไทยมีจำนวนประชากรทั่วประเทศจำนวน 66,186,727 คน &amp;nbsp;(31 ธันวาคม 2563) &amp;nbsp;ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า&amp;nbsp; ประเทศไทยมีครัวเรือนเปราะบาง&amp;nbsp; 4,104,450&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; มีผู้เปราะบาง 10,754,205 คน &amp;nbsp;รัฐบาลจึงมีนโยบายแก้ไขปัญหาประชาชนกลุ่มเปราะบางดังกล่าวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย พลเอกประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ได้ลงนามจัดตั้ง &amp;lsquo;ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;ศจพ.&amp;rsquo; เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2563&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาได้แต่งตั้งให้ พลเอกประวิตร&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นประธานคณะกรรมการ&amp;nbsp; มี รมว.มหาดไทย &amp;nbsp;และ รมว.พม.เป็นรองประธาน&amp;nbsp; พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงต่างๆ ร่วมเป็นคณะกรรมการ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลุ่มเป้าหมายนั้น&amp;nbsp; ศจพ.กำหนดเกณฑ์ครัวเรือนเปราะบาง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป็นครัวเรือนที่มีอาชีพเกษตรกรจากข้อมูล จปฐ. และไม่ได้ลงทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp; มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อปีและไม่ได้รับเงินสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; มีเด็กยากจนตามเกณฑ์&amp;nbsp; มีผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการที่ไม่ได้รับเบี้ยยังชีพ&amp;nbsp; มีผู้พิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศจพ. มีกลไกขับเคลื่อน 3 ระดับทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวมทั้งในกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; คือ 1.ระดับจังหวัด&amp;nbsp; 2.ระดับอำเภอ และ 3.ระดับพื้นที่ปฏิบัติการ &amp;nbsp;ในระดับจังหวัดจะมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)&amp;nbsp; แรงงานจังหวัด&amp;nbsp; สาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp; ศึกษาธิการจังหวัด&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ภาคเอกชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ประธานหอการค้าจังหวัด&amp;nbsp; ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด&amp;nbsp; และตัวแทนภาคประชาชนร่วมเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:203.8pt&quot;&gt;ใช้ระบบฐานข้อมูล &amp;lsquo;TPMAP&amp;rsquo; &amp;nbsp;เป็นเครื่องมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย ศจพ. จะใช้ระบบ TPMAP (Thai&amp;nbsp; Poverty Map and Analytics Platform)&amp;nbsp; ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่&amp;nbsp; เพื่อนำข้อมูลมาบริหารจัดการพัฒนาคนทุกช่วงวัย&amp;nbsp; และแก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำแบบชี้เป้า&amp;nbsp; โดยระบบ TPMAP จะระบุข้อมูลปัญหาความยากจน&amp;nbsp; และความต้องการการแก้ไขปัญหาของทุกช่วงวัย&amp;nbsp; ในระดับบุคคล&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; ท้องถิ่น&amp;nbsp; จังหวัด&amp;nbsp; ประเทศ&amp;nbsp; หรือปัญหาความยากจนรายประเด็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ TPMAP &amp;nbsp;ยังเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายแรกของประเทศที่สามารถระบุเป้าหมายการพัฒนาได้ทั้งในครัวเรือนและบุคคล&amp;nbsp; ทำให้สามารถจัดลำดับความสำคัญของครัวเรือนและบุคคลที่มีความจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาและช่วยเหลือเร่งด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหานั้น&amp;nbsp; ศจพ.เริ่มการประชุมครั้งแรกเพื่อขับเคลื่อนโครงการเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยมีพลเอกประวิตร&amp;nbsp; รองนายกฯ เป็นประธาน&amp;nbsp; ขณะที่กระทรวงมหาดไทยจะเร่งรัดการจัดตั้ง ศจพ.ทุกระดับทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 18&amp;nbsp; เมษายนนี้&amp;nbsp; หลังจากนั้นระหว่างวันที่ 19 เมษายน-30 มิถุนายน&amp;nbsp; ทีมปฏิบัติการจะลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน&amp;nbsp; เพื่อตรวจสอบข้อมูล&amp;nbsp; และ X-Ray กลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; หาสาเหตุปัญหา&amp;nbsp; ความต้องการ&amp;nbsp; และให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 กรกฎาคม-30 กันยายน&amp;nbsp; ทีมพี่เลี้ยงจะลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือและบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องลงในระบบแฟ้มบ้านพัฒนาคนไทย (Logbook)&amp;nbsp; ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน ศจพ.เพื่อให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp; และบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือ&amp;nbsp; นโยบายการช่วยเหลือ/การพัฒนาตามสภาพปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วง 1 ปีแรก ศจพ.มีเป้าหมายกลุ่มประชาชนที่ต้องให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนประมาณ 980,000 คน&amp;nbsp; เพื่อให้หลุดพ้นจากวงจรความยากจน&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะขยายไปยังกลุ่มครัวเรือนเปราะบาง&amp;nbsp; 4,104,450&amp;nbsp; ครอบครัว &amp;nbsp;ผู้เปราะบาง 10,754,205 คนทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ &amp;ldquo;อยู่รอด&amp;nbsp; พอเพียง&amp;nbsp; และยั่งยืนต่อไป&amp;rdquo; !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม.ใช้ &amp;lsquo;สมุดพกครอบครัว&amp;rsquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นวัตกรรมขจัดความยากจน-แก้ปัญหาครัวเรือนเปราะบาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาความยากจนและครัวเรือนเปราะบางนั้น&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; (พม.) เป็นหน่วยงานหลักหน่วยงานหนึ่งที่ร่วมขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เพราะมีหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องกับประชากรกลุ่มเปราะบางทุกเพศและทุกช่วงวัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กรมกิจการเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว&amp;nbsp; กรมกิจการผู้สูงอายุ&amp;nbsp; กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำหมู่บ้าน (อพม.) เป็นกลไกขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการเคหะแห่งชาติรับผิดชอบเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ทำหน้าที่ส่งเสริมให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง&amp;nbsp; พึ่งพาตัวเองได้&amp;nbsp; รวมทั้งพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หน่วยงานทั้งหมดของกระทรวง พม.จะมีการบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงต่างๆ รวม 12 กระทรวง และกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; โดยมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU.) ไปแล้วเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาที่ทำเนียบรัฐบาล เช่น&amp;nbsp; กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; พม.&amp;nbsp; พาณิชย์&amp;nbsp; เกษตรฯ&amp;nbsp; แรงงาน สาธารณสุข ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&amp;nbsp; ระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี (พ.ศ.2564-2568)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ &amp;nbsp;ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรี พม. กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาครอบครัวเปราะบางนั้น &amp;nbsp;จะดำเนินการภายใต้คณะกรรมการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (คจพ.) ซึ่งมีพลเอกประวิตร &amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายคนจนต้องหมดจากประเทศไทย &amp;nbsp;ส่วนจะตั้งเป้า หมายไว้กี่ปีนั้นยังไม่ทราบ &amp;nbsp;แต่ประเทศจีนใช้เวลาแก้ไขปัญหาความยากจน 12 ปี &amp;nbsp;เพราะมีอำนาจและทรัพยากรมาก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ประเทศไทยจะพยายามใช้เทคโนโลยีมาช่วยในเรื่องความแม่นยำของบริการข้อมูลเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว 
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การแก้ปัญหาความยากจนจะมีนวัตกรรม &amp;lsquo;สมุดพกครอบครัว&amp;rsquo; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นนวัตกรรมขจัดความยากจนของหลายประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ประเทศจีนได้นำมาใช้มากที่สุด &amp;nbsp;คล้ายกับหลักเกณฑ์คนไข้ด้านสังคมในห้องไอซียู &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีแพทย์เฉพาะทางหรือแต่ละกระทรวงมาดูว่าจะรักษาได้อย่างไรให้คนไข้หาย &amp;nbsp;ให้ยารักษาหรือมาตรการช่วยเหลืออย่างไร &amp;nbsp;โดยมีพลเอกประวิตร เป็นเสมือนหัวหน้าแพทย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเสมือนผู้อำนวยการโรงพยาบาล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระทรวง พม. เป็นเสมือนแพทย์ประจำตัว &amp;nbsp;มีหน้าที่เฝ้าระวังดูแลผู้ป่วย &amp;nbsp;และรายงานผลให้หัวหน้าแพทย์และผู้อำนวยการโรงพยาบาลรับทราบ &amp;nbsp;โดยจะมีการปรับการรักษาหรือมาตรการช่วยเหลือให้เหมาะสม&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รมว.พม. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รมว.พม. อธิบายเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp; สมุดพกครอบครัวจะทำเป็นเล่มเก็บไว้แต่ละบ้าน &amp;nbsp;และมีสมุดอิเล็กทรอนิกส์ที่แต่ละกระทรวงสามารถมอนิเตอร์ได้ &amp;nbsp;เพื่อจะรู้ว่าต้องทำหน้าที่อะไร &amp;nbsp;โดยจะมีการลงพื้นที่ประเมินครอบครัวว่าเข้าถึงปัจจัย 4 &amp;nbsp;สิทธิและสวัสดิการภาครัฐ &amp;nbsp;การลดละเลิกอบายมุข &amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลอดจนการมีอาชีพ &amp;nbsp;&amp;nbsp;และเชื่อว่าหากครัวเรือนยากจนได้เข้าถึงมาตรการรอบด้านจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดเก็บข้อมูลครัวเรือนเปราะบางนั้น&amp;nbsp; กระทรวง พม.จะให้อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำหมู่บ้าน (อพม.) ลงไปเก็บข้อมูลเชิงลึก 1 คนต่อ 10 ครอบครัว&amp;nbsp; แล้วนำข้อมูลมาบันทึกในสมุดพกครอบครัว&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะนำข้อมูลมาบันทึกในสมุดอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp; โดยนำข้อมูลไปใส่ในระบบ TPMAP เพื่อให้กระทรวงและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 12 กระทรวงรู้ข้อมูลว่าแต่ละครัวเรือนมีปัญหาด้านใดบ้าง&amp;nbsp; ต้องการความช่วยเหลือเรื่องอะไร&amp;nbsp; และหน่วยงานใดให้ความช่วยเหลือไปแล้วบ้าง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินหน้า &amp;lsquo;1 กรม 1 พื้นที่พัฒนา&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการขับเคลื่อนและบูรณาการการแก้ไขปัญหาความยากจนและครัวเรือนกลุ่มเปราะบางร่วมกับ 12 กระทรวงและกรุงเทพมหานครแล้ว&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ยังมีนโยบาย &amp;lsquo;1 กรม&amp;nbsp; 1 พื้นที่พัฒนา&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด 6 กรม&amp;nbsp; และ 2 หน่วยงาน (การเคหะแห่งชาติ และพอช.) คัดเลือกชุมชนในกรุงเทพฯ ที่มีครอบครัวเปราะบาง&amp;nbsp; มีประชาชนที่ด้อยโอกาส&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&amp;nbsp; ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจข้อมูลรายครัวเรือน&amp;nbsp; เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ปัญหา&amp;nbsp; และวางแผนให้ความช่วยเหลือเป็นรายครัวเรือนและทั้งชุมชน&amp;nbsp; โดยใช้ &amp;lsquo;สมุดพกครัวเรือน&amp;rsquo; เป็นเครื่องมือ&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกลุ่มเปราะบางให้ดีขึ้น&amp;nbsp; เริ่มดำเนินโครงการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของแต่ละกรมและหน่วยงานจะลงพื้นที่ชุมชนเพื่อบันทึกรายละเอียดต่างๆ ของแต่ละครอบครัว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชื่อหัวหน้าครอบครัว&amp;nbsp; อายุ&amp;nbsp; จำนวนสมาชิกในครอบครัว&amp;nbsp; อาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; รายจ่าย&amp;nbsp; หนี้สิน&amp;nbsp; ทรัพย์สิน&amp;nbsp; เงินออม&amp;nbsp; สวัสดิการจากรัฐที่ได้รับ&amp;nbsp; ประกันชีวิต&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสุขภาพอนามัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ความเจ็บป่วยของคนในครอบครัว&amp;nbsp; โรคประจำตัว&amp;nbsp; ผู้ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; สิทธิการรักษาพยาบาล&amp;nbsp; การศึกษาเล่าเรียนของบุตรหลาน&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; สถานะครอบครัว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; เด็กถูกทอดทิ้ง&amp;nbsp; สภาพที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เป็นของตัวเอง&amp;nbsp; เช่า&amp;nbsp; หรือบุกรุก&amp;nbsp; อาศัยอยู่กับคนอื่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาต่างๆ ในครอบครัว&amp;nbsp; ความต้องการการช่วยเหลือ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น&amp;nbsp; กรมกิจการผู้สูงอายุ &amp;nbsp;ลงพื้นที่ชุมชนวัดสุวรรณคีรี&amp;nbsp; เขตบางกอกน้อย&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp; จากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นพบว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องการได้รับการพัฒนาในด้านที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;รวมถึงการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการดำเนินชีวิต &amp;nbsp;และการสนับสนุนการประกอบอาชีพ &amp;nbsp;เพราะชาวบ้านได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ Covid-19 ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จากกรมกิจการผู้สูงอายุจะลงพื้นที่ชุมชนวัดสุวรรณคีรีอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; เพื่อนำข้อมูลมาแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเปราะบางให้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.ส่งเจ้าหน้าที่ 200 คนลงพื้นที่ชุมชนคลองกะจะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;คัดเลือกชุมชนคลองกะจะ&amp;nbsp; ตั้งอยู่ในเขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่พัฒนา&amp;nbsp; โดยเจ้าหน้าที่ พอช.สำนักงานกรุงเทพฯ ประมาณ 200 คนเริ่มทยอยลงพื้นที่สำรวจข้อมูลชุมชนและครัวเรือนตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมฯต้องการให้หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่รวดเร็ว &amp;nbsp;จึงมีโครงการ &amp;lsquo;1 กรม 1 พื้นที่พัฒนา&amp;rsquo; &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; เป็นหน่วยงานหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนและช่วยเหลือให้กลุ่มเปราะบางมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชุมชนคลองกะจะ &amp;nbsp;ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป &amp;nbsp;และเก็บของเก่าขาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;หลายครอบครัวได้รับผลกระทบจากปัญหาโควิด&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้ปัญหาเชิงรุกจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ข้อมูลที่เป็นจริงในชุมชน &amp;nbsp;เครื่องมือสำคัญก็คือสมุดพกครอบครัว ทำให้ได้รู้ปัญหาของชาวบ้าน&amp;nbsp; ทั้งปัญหาเฉพาะหน้า&amp;nbsp; &amp;nbsp;และปัญหาระยะยาว&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เรื่องที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้อมูลที่เก็บหรือพูดคุยกับชาวบ้านนี้&amp;nbsp; จะนำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนา&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมุ่งผลสำเร็จก็คือ &amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น &amp;nbsp;เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้รวดเร็ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;แม้ว่าการแก้ไขปัญหาความยากจนจะต้องใช้เวลานาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หากเราเริ่มต้นที่ครอบครัวจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ฐานราก &amp;nbsp;หากคนเหล่านี้ได้มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรทางสังคมต่างๆ บริการของภาครัฐ ก็จะทำให้การแก้ไขปัญหาสามารถลุล่วงได้&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผอ.พอช.กล่าว&amp;nbsp; และว่า&amp;nbsp; ตามแผนงาน พอช.จะนำข้อมูลมาวางแผนการพัฒนาและให้ความช่วยเหลือชุมชนได้ในเร็วๆ นี้&amp;nbsp; โดยมีแผนดำเนินการช่วงแรกจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.พอช.กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; ส่วนปัญหาระยะยาวจำเป็นที่จะต้องใช้ความร่วมมือและบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ให้เข้ามาช่วยเหลือ &amp;nbsp;และการช่วยเหลือนั้นจะต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการ &amp;lsquo;1 กรม 1 พื้นที่พัฒนา&amp;rsquo; จึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาและสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเปราะบางตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวง พม.คือ &amp;lsquo;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rsquo; ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ ของการพัฒนา&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสมชาติ&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียงจากคนคลองกะจะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คลองกะจะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นคลองเล็กๆ&amp;nbsp; อยู่ในพื้นที่เขตบางกะปิ&amp;nbsp; มีความกว้างไม่เกิน 20 เมตร&amp;nbsp; ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังถนนหัวหมาก-กรุงเทพกรีฑา&amp;nbsp; และไหลไปเชื่อมต่อกับคลองแสนแสบบริเวณถนนพระราม 9&amp;nbsp; ในอดีตชาวบ้านริมคลองกะจะจะใช้เรือเป็นพาหนะ&amp;nbsp; เพราะพื้นที่แถบบางกะปิเป็นทุ่งนาเกือบทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา&amp;nbsp; มีลำคลองและลำรางหลายสายเป็นเส้นทางสัญจร&amp;nbsp; คนที่ค้าขายจะใช้เรือติดเครื่องยนต์แล่นไปในคลองแสนแสบเพื่อซื้อสินค้าจากตลาดประตูน้ำ&amp;nbsp; ซื้อผักและผลไม้จากตลาดมหานาคนำกลับมาขายที่คลองกะจะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนอดีตคนคลองกะจะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นิราพร เกาฑัณ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;ป้านัน&amp;rsquo;&amp;nbsp; อายุ 62 ปี&amp;nbsp; ประธานกลุ่มออมทรัพย์ชุมชนคลองกะจะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เล่าว่า ป้าเป็นคนกรุงเทพฯ&amp;nbsp; แต่ย้ายมาอยู่ที่คลองกะจะกับครอบครัวตั้งแต่ยังเด็ก&amp;nbsp; อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ&amp;nbsp; ตอนนั้นสนามกีฬาหัวหมากและมหาวิทยาลัยรามคำแหงยังไม่สร้าง (ม.รามคำแหงเปิดปี 2514)&amp;nbsp; พื้นที่แถบนี้เป็นทุ่งนาเรียกว่า &amp;ldquo;ทุ่งบางกะปิ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนอิสลาม &amp;nbsp;ปลูกสร้างบ้านเรือนไปตามความยาวของแนวคลอง&amp;nbsp; เวลาหน้าแล้งก็จะเดินตัดทุ่งนา&amp;nbsp; เพราะตอนนั้นถนนหัวหมากยังไม่มี&amp;nbsp; รถราก็หายาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อก่อนยังใช้เรือพายไปไหนต่อไหน&amp;nbsp; เพราะตอนนั้นยังไม่มีถนน&amp;nbsp; หมู่บ้านจัดสรรก็ยังไม่ขึ้น&amp;nbsp; น้ำในคลองยังสะอาด&amp;nbsp; ใช้ซักผ้า&amp;nbsp; อาบน้ำ&amp;nbsp; น้ำกินก็ตักเอาน้ำคลองมาแกว่งสารส้มให้ตกตะกอน&amp;nbsp; ปลาในคลองก็หาง่าย&amp;nbsp; แต่ละบ้านจะมียอเอาไว้จับปลา&amp;nbsp; บางครั้งก็ช่วยกันตีอวน&amp;nbsp; ได้ปลา&amp;nbsp; กุ้ง&amp;nbsp; เยอะมาก&amp;nbsp; ต้องทำปลาตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงสี่ทุ่มกว่าจะเสร็จ&amp;nbsp; เอามาขอดเกล็ด&amp;nbsp; ผ่าท้อง&amp;nbsp; ใส่เกลือ ทำปลาแห้ง&amp;nbsp; ปลาเค็ม&amp;nbsp; มีทั้งปลาสลิด&amp;nbsp; ตะเพียน&amp;nbsp; ปลาหลด&amp;nbsp; ปลากะทุงเหว&amp;nbsp; กุ้งก้ามกราม&amp;nbsp; กุ้งฝอยก็เยอะ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ป้านันเล่าถึงสภาพคลองกะจะในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อมีสนามกีฬาหัวหมาก (สร้างปี 2509 ปัจจุบันคือ &amp;lsquo;ราชมังคลากีฬาสถาน&amp;rsquo;) และมหาวิทยาลัยรามคำแหงแล้ว&amp;nbsp; จึงทำให้ย่านรามคำแหง&amp;nbsp; หัวหมาก&amp;nbsp; บางกะปิ&amp;nbsp; เติบโตและเจริญขึ้น&amp;nbsp; มีหอพักนักศึกษา&amp;nbsp; บ้านเช่า&amp;nbsp; อพาร์ทเม้นท์&amp;nbsp; บ้านจัดสรร&amp;nbsp; ตึกแถว&amp;nbsp; ร้านค้าเกิดขึ้นมากมาย&amp;nbsp; ที่ดินมีราคาแพงขึ้น&amp;nbsp; ทุ่งนาจึงค่อยๆ หมดไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ชุมชนคลองกะจะ&amp;nbsp; จากเดิมที่ชาวบ้านดั้งเดิมเป็นชาวนามุสลิม&amp;nbsp; มีไม่ถึง 100 ครัวเรือน&amp;nbsp; เมื่อความเจริญขยายตัว&amp;nbsp; คนที่มีที่ดินเป็นของตัวเองก็สร้างบ้านให้คนจากข้างนอกมาเช่า&amp;nbsp; บ้างก็อาศัยพื้นที่ริมคลองปลูกสร้างบ้านอยู่เอง&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ย้ายมาจากต่างจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้ามาทำงานรับจ้างต่างๆ&amp;nbsp; เป็น รปภ.&amp;nbsp; เป็นแม่บ้านทำความสะอาด&amp;nbsp; เป็นพนักงาน&amp;nbsp; ลูกจ้างในย่านบางกะปิ&amp;nbsp; รามคำแหง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้านันบอกว่า&amp;nbsp; สมัยป้ายังเด็กที่นามีราคาไร่หนึ่งไม่ถึง 1 หมื่นบาท&amp;nbsp; แต่ตอนนี้ตารางวาหนึ่งไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท&amp;nbsp; เพราะมีรถไฟฟ้าหลายสายกำลังสร้าง&amp;nbsp; มีโรงพยาบาลเอกชน&amp;nbsp; มีถนนมอเตอร์เวย์&amp;nbsp; มีทางด่วน&amp;nbsp; มีหมู่บ้านและคอนโดฯ ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนคลองกะจะถูกล้อมรอบ&amp;nbsp; คนที่มีที่ดินและบ้านเป็นของตัวเองก็ไม่มีปัญหา&amp;nbsp; และดีเสียอีกที่ที่ดินมีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp; แต่คนที่อยู่บ้านเช่าหรือบุกรุกที่ดินริมคลองสร้างบ้านก็ไม่มีความสบายใจเพราะไม่รู้อนาคต&amp;nbsp; วันข้างหน้าอาจจะถูกไล่ที่ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียงจากคนคลองกะจะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลจากสำนักงานเขตบางกะปิ&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; ชุมชนคลองกะจะมีบ้านเรือนทั้งหมด 125 หลังคาเรือน&amp;nbsp; รวม 160 ครอบครัว&amp;nbsp; ผู้อยู่อาศัยทั้งหมด 521 คน&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กำลังสำรวจข้อมูลรายครัวเรือนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ป้านัน บอกว่า&amp;nbsp; ก่อนที่เจ้าหน้าที่จาก พอช.จะเข้ามาสำรวจข้อมูลตามโครงการ &amp;lsquo;1 กรม 1 พื้นที่พัฒนา&amp;rsquo; นั้น&amp;nbsp; ชาวชุมชนคลองกะจะก็มีการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาชุมชนมาก่อนแล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง&amp;nbsp; ทำมาตั้งแต่ปี 2546 ตอนนี้มีสมาชิกประมาณ 50 คน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนกว่า 1 ล้านบาท&amp;nbsp; ให้สมาชิกกู้ยืมไปใช้จ่าย&amp;nbsp; ประกอบอาชีพ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ก็มีกิจกรรมอื่นๆ เช่น&amp;nbsp; การดูแลสุขภาพชาวชุมชนร่วมกับสำนักงานเขตบางกะปิ&amp;nbsp; การจัดการขยะในคลอง&amp;nbsp; การจัดกิจกรรมวันเด็ก&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมทั้งการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีคณะกรรมการชุมชนประมาณ 20 คนช่วยกันทำงาน&amp;nbsp; แบ่งคณะกรรมการออกเป็น 4 โซนตามความยาวของแนวคลองในพื้นที่ชุมชน (ประมาณ 2 กิโลเมตรเศษ)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุกัญญา&amp;nbsp; อยู่เกิด&amp;nbsp; กรรมการชุมชนคลองกะจะ&amp;nbsp; เล่าเสริมว่า&amp;nbsp; ในชุมชนมีคนที่อยู่บ้านเช่า&amp;nbsp; และบุกรุกที่ดินริมคลอง (ที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ดูแล) หลายสิบครอบครัว&amp;nbsp; ประกอบกับที่ดินในย่านนี้มีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp; ชาวบ้านจึงกลัวถูกไล่ที่เธอเองก็เป็นหนึ่งในครอบครัวที่บุกรุกที่ดินสร้างบ้าน &amp;nbsp;ทำให้ไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงปี 2562 จึงไปเรียนรู้กับชุมชนที่ทำโครงการบ้านมั่นคงแถววัดเทพลีลา&amp;nbsp; ซอยรามคำแหง 39&amp;nbsp; รวมทั้งได้ดูข่าวโทรทัศน์เรื่องบ้านมั่นคงในคลองลาดพร้าวที่ พอช.สนับสนุน&amp;nbsp; จึงเอาเรื่องนี้มาคุยกับกรรมการชุมชน&amp;nbsp; เพื่อจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เป็นทุนสร้างบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้ชื่อว่า &amp;lsquo;กลุ่มออมทรัพย์บ้านมั่นคงริมคลองกะจะ&amp;rsquo;&amp;nbsp; จัดตั้งในช่วงกลางปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ตอนนี้มีสมาชิกที่เข้าร่วม 25 ครอบครัว&amp;nbsp; เริ่มออมกันเดือนละ 300 บาท&amp;nbsp; ตอนนี้มีเงินออมรวมกันประมาณ 6 หมื่นบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วงแรกที่เริ่มจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อจะทำโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ชาวบ้านก็ยังไม่เชื่อว่าจะมีโครงการแบบนี้จริงหรือ ?&amp;nbsp; ใครจะมาช่วยคนจน ?&amp;nbsp; เราก็เอาข่าวโทรทัศน์เรื่องบ้านมั่นคงในคลองลาดพร้าวที่ลงในยูทูปไปให้ชาวบ้านดู&amp;nbsp; แล้วเล่าเรื่องบ้านมั่นคงให้ชาวบ้านฟังว่า&amp;nbsp; พวกเราจะต้องทำอย่างไร&amp;nbsp; ก็ต้องรวมกลุ่มกันออมทรัพย์ก่อน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอชาวบ้านเห็นข่าวโทรทัศน์จึงเริ่มเชื่อ&amp;nbsp; เราก็ใช้วิธีแจกใบปลิว&amp;nbsp; และใช้เสียงตามสายด้วย&amp;nbsp; ชวนชาวบ้านมาประชุม&amp;nbsp; คนที่สนใจก็มาร่วม&amp;nbsp; เพราะทุกคนอยากอยู่ที่นี่&amp;nbsp; ไม่อยากจะย้ายไปไหน&amp;nbsp; ครอบครัวก็ทำงานอยู่แถวนี้&amp;nbsp; ลูกหลานก็เรียนที่นี่&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุกัญญาบอก&amp;nbsp; และขยายความว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ พอช.กำลังร่วมกันสำรวจข้อมูลชุมชนรายครัวเรือน&amp;nbsp; และจะได้รู้ข้อมูลด้วยว่ามีบ้านเช่ากี่หลัง&amp;nbsp; บุกรุกกี่หลัง&amp;nbsp; ใครที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; เราก็จะชวนมาเข้ากลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จินตนา&amp;nbsp; พิมรัตน์&amp;nbsp; อายุ 52 ปี&amp;nbsp; บอกว่าครอบครัวเป็นคนกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ย่านตลิ่งชัน&amp;nbsp; แต่ย้ายมาอยู่ที่คลองกะจะเมื่อประมาณ 30 ปีก่อนเพื่อมาทำงานแถวนี้&amp;nbsp; เช่าบ้านอยู่ตั้งแต่เดือนละ 1,000 บาท&amp;nbsp; ตอนนี้ขึ้นมาเป็น 2,000 บาท&amp;nbsp; ไม่รวมค่าน้ำ&amp;nbsp; ค่าไฟฟ้า&amp;nbsp; ตอนนี้อยู่กับลูกและหลาน&amp;nbsp; ตัวเองมีรายได้จากการรับจ้างทำความสะอาดบ้านและออฟฟิศวันละ 300 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดี&amp;nbsp; อยากจะให้ช่วยเรื่องอาชีพ&amp;nbsp; เรื่องรายได้&amp;nbsp; ส่วนเรื่องบ้านก็อยากจะมีเป็นของตัวเองนั่นแหละ&amp;nbsp; เพราะเช่าอยู่มานานแล้ว หากเจ้าของขายที่&amp;nbsp; เราก็จะไม่มีบ้านอยู่&amp;nbsp; ตอนแรกสุกัญญาก็เอาวิดีโอเรื่องบ้านมั่นคงคลองลาดพร้าวมาให้ดู&amp;nbsp; เห็นว่าบ้านสวยดี&amp;nbsp; ก็อยากให้ลูกหลานมีบ้านแบบนั้นบ้าง&amp;nbsp; เพราะเราก็อยู่ริมคลองเหมือนกัน&amp;nbsp; จึงร่วมออมทรัพย์ด้วย&amp;nbsp; ถ้าทำกันจริงจังก็เชื่อว่าทำได้&amp;rdquo; &amp;nbsp;จินตนาบอกถึงความหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้านันบอกในตอนท้ายว่า&amp;nbsp; จากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นในชุมชนพบว่า&amp;nbsp; มีหลายครอบครัวที่มีความเดือดร้อนยากจนสุดๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะตกงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางครอบครัวเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; มีภาระในการเลี้ยงดู&amp;nbsp; ไม่มีรายได้&amp;nbsp; รวมประมาณ 10 ครอบครัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีปัญหาครอบครัว&amp;nbsp; 3&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; มีผู้ป่วยสูงอายุติดเตียง&amp;nbsp; 1 ราย&amp;nbsp; คนพิการ 1 ราย&amp;nbsp; คนป่วยต้องฟอกไต 3 ราย&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ข้อมูลจากการสำรวจครัวเรือนเปราะบางและประสบปัญหาต่างๆ ในชุมชนคลองกะจะ&amp;nbsp; พอช.จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวง พม. และหน่วยงานอื่นๆ&amp;nbsp; นำมาจัดทำแผนเพื่อให้ความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp; ส่วนความหวังในการมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงนั้น&amp;nbsp; ชาวชุมชนคลองกะจะได้เริ่มออมเงินเพื่อเป็นทุนแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยกันสานฝันของชาวชุมชนให้เป็นจริง...ต่อไป&amp;nbsp; !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98967</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ, สมุดพกครอบครัว, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์คิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_60704e416c06d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
