<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งสร้างบิ๊กดาต้า -ฟื้นสมุดพกนักเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
25ม.ค.64-&amp;nbsp;&amp;ldquo;ครูตั้น&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะ เดินหน้างานบิ๊กดาต้า ศธ. ถ้าไม่มีข้อมูลครบถ้วน ผ่าตัดการจัดสรรงบฯ มิติใหม่ ไม่สำเร็จ พร้อมกับ ปัดฝุ่นฟื้นฟู การใช้&amp;quot;สมุดพกนักเรียน &amp;quot; ชี้ข้อมูลจากเด็ก จะเป็นตัวชี้ฃะตา ความก้าวหน้าอนาคตครู ไม่ต้องทำวิทยฐานะ
&amp;nbsp;
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ในการประชุมรับทราบนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และรายงานผลการดำเนินงานในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยทั้งการบริหารงาน และการจัดการศึกษารองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัล เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้มีการหารือถึงการวางแผนการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ หรือ Big Data ของ ศธ. โดยตนจะนำข้อมูลของทุกองค์กรหลักใน ศธ.ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และสภาการศึกษา (สกศ.) มาบูรณาการรวมข้อมูลไว้เป็นหนึ่งเดียว เพราะเป็นเรื่องข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการศึกษาถือเป็นกระดุมเม็ดแรกที่ต้องเกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณ เนื่องจากที่ผ่านมาการที่ ศธ.ได้รับการจัดสรรงบประมาณได้ไม่เต็มที่อาจเกิดจากข้อมูลการศึกษาที่ไม่ครบถ้วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับการบูรณการฐานข้อมูลของ ศธ.นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในหลายเรื่อง เช่น การทำสมุดพกนักเรียนเมื่อเด็กนักเรียนคนหนึ่งได้มาเรียนในโรงเรียนที่จังหวัดอื่นๆ หรือมีการย้ายโรงเรียนฐานข้อมูลที่ถูกใส่ไว้จะต้องระบุว่าเด็กมีการพัฒนาทักษะมากน้อยแค่ไหน มีความชอบอะไร และการเรียนการสอนตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งในอนาคตสมุดพกข้อมูลนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในความก้าวหน้าในวิชาชีพของครูเองโดยที่ไม่ต้องไปทำวิทยฐานะให้เสียเวลา รวมถึงหากหน่วยงานอื่นเข้ามาขอข้อมูลการศึกษาเราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปกรอกข้อมูลให้ซ้ำซ้อน อย่างไรก็ตาม ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ตนจะมีการนัดหารือเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อที่จะทราบความต้องการในแต่ละส่วนว่าข้อมูลยังมีส่วนไหนที่ต้องการเพิ่มเติม และเติมให้เต็มตามที่วางเป้าหมายไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;เรามีข้อมูลด้านการศึกษาที่ครบถ้วนอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาโครงสร้าง ศธ.บริหารแบบเป็นแท่งขาดการบูรณการและสื่อสาร ดังนั้นผมจึงนำข้อมูลของทุกแห่งมารวมกันให้หมด เพื่อให้เกิดความเชื่อมต่อในการทำงาน และบอกถึงความต้องการให้ชัดเจนว่าเราอยากจะได้ข้อมูลด้านไหนบ้าง ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการศึกษาและการจัดทำงบประมาณ โดยเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากในการปฏิบัติ แต่ในอดีตกลับทำให้มีความยุ่งยาก เพราะแยกหน่วยงานกันบริหารงาน ดังนั้นจากนี้ไปหากหน่วยงานใน ศธ.หรือหน่วยงานภายนอกมาขอข้อมูลเราจะไม่ทำอะไรที่ซ้ำซ้อน เพื่อกรอกข้อมูลในรูปแบบเดิมอีก&amp;rdquo; รมว.ศธ.กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90907</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., จัดสรรงบ, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, บิ๊กดาค้า, สมุดพกนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_60092c54cbfb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
