<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2026 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอง&quot;สมุดไทย&quot;เอกสารโบราณสมัยอยุธยาผ่านละครหนึ่งด้าวฟ้าเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมุดไทย ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมุดไทยแบบต่างๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งด้าวฟ้าเดียว นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ ที่ถูกหยิบมาสร้างเป็นละคร &amp;nbsp;และกำลังได้รับความสนใจ &amp;nbsp;ด้วยเนื้อหานำเสนอเรื่องราวของหนังสือสมุดไทย &amp;nbsp;เอกสารโบราณคดีชิ้นสำคัญที่บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตทั้ง ขนบธรรมเนียมประเพณี กฎหมาย ตำรายา &amp;nbsp;รวมไปถึงเกมกลบท กลอักษร ที่ได้ถูกบันทึกไว้ และกลายมาเป็นชนวนในการดำเนินเรื่องราวในละครได้อย่างแยบยล &amp;nbsp;ซึ่งผู้ชมจะได้ทั้งความรู้เชิงประวัติศาสตร์ไทยไปพร้อมกับเนื้อหาที่แต่งเติมขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร จึงได้จัดโครงการพิพิธภัณฑ์เสวนา ประจำปี 2561 ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ &amp;nbsp;&amp;ldquo;โลกทัศน์จากสมุดไทยสมัยอยุธยา ผ่านหนึ่งด้าวฟ้าเดียว&amp;rdquo; พร้อมกับการบรรยายพิเศษเรื่อง การอนุรักษ์เอกสารโบราณของกรมศิลปากรในยุคดิจิทัล เจาะลึกเรื่องราวของสมุดไทยผ่านละครหนึ่งด้าวฟ้าเดียว เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบสานเอกสารโบราณคดีของไทยสู่รุ่นต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมุดไทยฉบับหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนมบุตร จันทรโชติ ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กล่าวว่า การดูแลรักษาและอนุรักษ์ศิลปวัตถุ ตลอดจนการศึกษาค้นคว้าวิจัย ผ่านหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่างๆ นำไปเผยแพร่สู่สาธารณะที่นับว่าเป็นหน้าที่หลัก นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมการเสวนาหรือนิทรรศการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงและได้สัมผัสความเป็นมาของประวัติศาสตร์ไทย และที่ผ่านมากระแสของละครอิงประวัติศาสตร์ทำให้มีผู้ต้องการรับรู้และเข้าใจเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตในจำนวนที่มากขึ้น ซึ่งในการจัดเสวนาครั้งนี้ จะทำให้ผู้ที่สนใจเอกสารโบราณได้เข้าใจในรายละเอียดที่ต่อยอดมาจากในละครเพิ่มมากขึ้นด้วย และยังเป็นแนวทางให้ประชาชนได้ดูแลรักษามรดกวัฒนธรรมของชาติร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือสมุดไทยขาว เรื่อง ตำราคชลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวพิมพ์พรรณ &amp;nbsp;ไพบูลย์หวังเจริญ นักอักษรศาสตร์ทรงคุณวุฒิ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ได้เล่าถึงความเป็นมาของสมุดไทยว่า สมุดไทยทำจากเปลือกของต้นข่อย จึงนิยมเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า&amp;quot;สมุดข่อย&amp;quot; หรือเรียกสั้นๆ ว่าสมุดไทย มีการเขียนอักษรบนกระดาษยาวติดต่อกัน และมีลักษณะหน้าสมุดพับกลับไปมา &amp;nbsp;ทำให้เล่มสมุดมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้เป็นวัตถุรองรับการเขียน หรือชุบลายลักษณ์อักษร ซึ่งสามารถบันทึกเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆ ได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของเล่มสมุด &amp;nbsp;มี &amp;nbsp;2 สี เรียกว่าหนังสือสมุดไทยดำ และหนังสือสมุดไทยขาว ซึ่งในแต่ละภาคของประเทศไทยก็จะมีการเรียกที่แตกต่างกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พิมพ์พรรณ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า การใช้สมุดไทยแบ่งออกเป็น 2 ฉบับ คือฉบับหลวง สำหรับพระเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้าง เช่น พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ หนังสือสมุดไทยเก่าแก่ที่สุด สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2223 ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช&amp;nbsp;ตำราเวชศาสตร์ฉบับหลวง รัชกาลที่ 5 และฉบับราษฎร์ สำหรับประชาชนหรือชาวบ้านที่ใช้ในการบันทึกเรื่องราว เช่น หนังสือสมุดไทยดำ เรื่องตำราแมวคำโคลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือสมุดไทยดำ เรื่องตำราแมวคำโคลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทั้ง 2 ฉบับ จะมีความแตกต่างจากฉบับหลวงทั้งตัวหนังสือที่อาจจะไม่ชัดเจน ลายมือแตกต่างกัน การสะกดหรือช่องไฟไม่เป็นระเบียบ และเนื้อหาเรื่องราวส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับ กฎหมาย พงศาวดาร คณิตศาสตร์ พระราชพิธี จดหมายเหตุ วรรณคดี ตำนาน หมายรับสั่ง ตำรา อักษรศาสตร์ ธรรมคดี ประวัติและจารึก ในส่วนของกลบท คำประพันธ์ร้อยกรองที่แต่งให้มีบทบัญญัติบังคับพิเศษ เพื่อให้ผู้แต่งได้แสดงชั้นเชิงในการประพันธ์
ยิ่งกว่าประพันธ์แบบธรรมดา&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;พิมพ์พรรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือสมุดไทย เรื่อง สมุดจินดามุนี ฉบับใหญ่บริบูรณ์ (กลบท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวข้อในการเสวนาครั้งนี้ มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับ &amp;nbsp;&amp;quot;วรรณวรรธน์ &amp;quot;หรือ วรรณวรรณ&amp;nbsp;


fifa356 จันทรจนา ผู้แต่งเรื่องหนึ่งด้าวฟ้าเดียว &amp;nbsp;กล่าวว่า ได้ศึกษาความเป็นมาของกระดาษไทย และหนังสือสมุดไทยที่มีการผลิตและใช้จริงในสมัยกรุงศรีอยุธยา &amp;nbsp;ในปี 2559 ได้รับโจทย์จากทางผู้จัดละครให้เขียนนวนิยายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าตากสิน หรือ 250 ปีที่แล้ว &amp;nbsp;ซึ่งนับว่าเป็นหัวข้อที่ยากและคิดหนัก เพราะเรื่องราวในสมัยพระเจ้าตากมีหลากหลายแง่มุม&amp;nbsp;


bnk789 อีกทั้งข้อมูลต่างๆยังมีความละเอียดอ่อน การบอกเล่าหรือการศึกษาก็มีการนำเสนออยู่มาก จึงมีความคิดที่อยากนำเสนอเนื้อหาข้อมูลหรือเกร็ดความรู้ต่างๆในมุมมองใหม่ที่คนยังไม่ค่อยรู้จัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เลยเขียนให้พระเอกต้องเป็นขันทีในวัง ในส่วนของนางเอกหรือแม่แมงเม่า มีส่วนต้องเกี่ยวข้องกับกลบท&amp;nbsp;


save168 ซึ่งจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระดาษด้วย จึงสร้างเรื่องให้บ้านนางเอกเป็นมีอาชีพทำกระดาษ และบ้านจะตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านนางเริง ซึ่งในอดีตเป็นหมู่บ้านที่มีการทำกระดาษ มีหลักฐานปรากฏว่ามีอยู่จริงในแผนผังของพระนครศรีอยุธยา จึงต้องทำการศึกษาการทำกระดาษไทย หรือสมุดไทย เพื่อเป็นการปูพื้นให้เป็นแม่แมงเม่าฉลาด และมีการศึกษา เพราะในสมัยก่อนผู้หญิงที่มีโอกาสจะได้เรียนนั้นมีน้อย&amp;rdquo;&amp;nbsp;


สล็อต &amp;nbsp;ผู้ประพันธ์ หนึ่งด้าวฟ้าเดียว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำราเวชศาสตร์ฉบับหลวง รัชกาลที่ ๕&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลต่างๆที่ได้นำมาเขียนหนึ่งด้าวฟ้าเดียว วรรณวรรณ &amp;nbsp;ก็ได้ศึกษาและค้นคว้าผ่านเอกสารโบราณสำคัญทั้ง กฎหมายตราสามดวง จดหมายลาลูแบร์ การบันทึกเรื่องกลบท และข้อมูลอื่นๆ ที่ทำให้ทราบถึงประเพณี การปฏิบัติ หรือเหตุการณ์ที่เกิดในอดีตได้เพิ่มมากขึ้น &amp;nbsp;เพื่อให้เรื่องราวออกมาได้อย่างสมบูรณ์ สะท้อนให้เห็นว่าเอกสารโบราณเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมาก ที่จะทำให้เราได้รับรู้เรื่องราวในอดีต &amp;nbsp;ซึ่งการเขียนออกมาเป็นหนังสือนวนิยายหรือละคร ก็เล้วนป็นการอนุรักษ์เพื่อให้เกิดการสืบสานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ร่วมฟังเสวนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิดีกรมศิลปากร ได้กล่าวถึง การอนุรักษ์เอกสารโบราณของกรมศิลปากรในยุคดิจิทัล ว่า นับว่าเป็นการโหนกระแสละครประวัติศาสตร์อีกเรื่องหนึ่ง &amp;nbsp;และละครเรื่องหนึ่งด้าวฟ้าเดียว ได้รับความสนใจ เพราะมีการฉายให้เห็นภาพของสมุดไทยในอดีต ซึ่งนับว่าเป็นเอกสารสำคัญชิ้นสำคัญทางโบราณคดี ในการอนุรักษ์เอกสารโบราณที่นอกจากสมุดไทยยังมีจารึก คัมภีร์โบราณหรือใบลาน ก็มีการดูแลรักษาและอนุรักษ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;โดยใบลานได้มีการเก็บรักษากว่า 230,000 ใบ &amp;nbsp;สมุดไทยประมาณ 100,000 เล่ม และจารึกที่ได้ทำสำเนาไว้กว่า 1,500 หลัก ซึ่งได้มีการทำระบบบัญชีในการจัดเก็บ และมีการถ่ายสำเนาเพื่อเผยแพร่ในระบบดิจิตอล แต่อาจจะยังทำได้ไม่มากนัก อย่างใบลานกับสมุดไทยได้บันทึกไปแล้วประมาณ 2,000 กว่ารายการ เพื่อกระตุ้นให้คนที่สนใจนั้นสามารถจะค้นคว้าได้จากที่บ้าน และยังช่วยรักษาเอกสารต้นฉบับอีกด้วย&amp;rdquo; อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวทิ้งท้าย
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พิมพ์พรรณ(ซ้าย) -วรรณวรรธน์(ขวา)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10486</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงศรีอยุธยา, กลบท, ลุะครประวัติศาสตร์, วรรณวรรณธ์, สมุดข่อย, สมุดไทย, หนึ่งด้าวฟ้าเดียว, ใบลาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b11265426edd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
