<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 18:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. อนุมัติร่างแผนคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์อย่างน้อย 12 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบแผนระดับที่ 3 ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นร่างแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ปี 2542 ฉบับที่ 1 (ปี2564-2565) มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดของสมุนไพรที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ หรืออาจได้รับผลกระทบจากการกระทำของมนุษย์ในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นเขตอนุรักษ์ รวมทั้งเป็นกรอบแนวทางการดำเนินงานเชิงบูรณาการเพื่อเสนอแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์รายพื้นที่อย่างน้อย 12 แห่งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามร่างแผนฯดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญประกอบด้วย อนุรักษ์ ปกป้อง คุ้มครองสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดของสมุนไพรในเขตพื้นที่อนุรักษ์และมีการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน, เสริมสร้างศักยภาพ บทบาท การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการคุ้มครองสมุนไพร, สำรวจ ศึกษาวิจัยสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดของสมุนไพร และเสริมสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจของประเทศโดยการส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกพืชสมุนไพรให้เป็นพืชเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชนและประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือกพื้นที่เพื่อประกาศเป็นแผนจัดการคุ้มครองสมุนไพรระดับพื้นที่เช่น&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบกระเทือนจากการกระทำของมนุษย์ได้โดยง่ายหรือการเข้าไปใช้ประโยชน์จากสมุนไพรที่มีลักษณะเป็นการเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์หรือการลดลงของพันธุกรรม, เป็นพื้นที่ถิ่นกำเนิดของสมุนไพรที่มีระบบนิเวศตามธรรมชาติหรือมีความหลากหลายทางชีวภาพที่อาจถูกทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงต้องสำรวจพบสมุนไพรสำคัญในพื้นที่ คือ สมุนไพรที่มีค่าต่อการวิจัย สมุนไพรที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และสมุนไพรที่อาจจะสูญพันธุ์ เป็นพื้นที่ที่ชุมชนและประชาชนมีความต้องการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรอย่างเหมาะสม และต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงาน องค์กร ภาคีเครือข่าย ภาคประชาสังคมในระดับพื้นที่ในการบริหารจัดการเป็นแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงบประมาณนั้นจะใช้จ่ายจากเงินกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย โดยได้ประมาณการวงเงินแผนระยะสั้น 2 ปีจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;1,735,000บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110464</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, ครม., สมุนไพร, แพทย์แผนไทย, โควิด, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae60c92f6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ผลักดันส่งออกสินค้าตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก  อาหาร-สมุนไพร-เครื่องสำอาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดทำแผนตามยุทธศาสตร์ &amp;ldquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rdquo; ตามที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการเพิ่มเติม โดยได้วางแผนในการส่งเสริมและผลักดันการส่งออกสินค้าที่ตอบโจทย์เมกะเทรนด์ของโลกในหลายด้าน ทั้งเรื่องการปกป้องสิ่งแวดล้อม ความต้องการสินค้าอาหารที่มีคุณภาพสูง อาหารฮาลาลสำหรับผู้บริโภคชาวมุสลิม และสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตสูง หลังจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากผลกระทบจากโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสินค้าที่กรมฯ ประเมินว่า กำลังเป็นแนวโน้มใหม่ของโลก และเป็นเทรนด์ที่จะเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ได้แก่ สินค้าไลฟ์สไตล์ ที่พัฒนามาจากของเหลือใช้ 2 รูปแบบ คือ ผลผลิตเหลือใช้ทางการเกษตร และขยะคุณภาพดีจากแหล่งอุตสาหกรรม ที่นำมาแปรรูปและออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เชิงสร้างสรรค์ สินค้าในกลุ่มอาหารแปรรูป เกษตรแปรรูป และสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร ที่ได้รับการพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (circular packaging) เพื่อตอบโจทย์นโยบาย BCG โดยกรมฯ มีแผนที่จะดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมด้านการตลาด ผ่านการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างภาพลักษณ์สินค้า BCG ของไทยในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีอาหารอนาคต (future food) ที่ประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก คือ 1.อาหารฟังก์ชั่น (functional food) 2.อาหารนวัตกรรมใหม่ (novel food) 3.อาหารทางการแพทย์ (medical food) และ 4.อาหารอินทรีย์ (organic food) ที่ตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคในด้านต่างๆ อาทิ การเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เพื่อโภชนาการเฉพาะบุคคล เพื่อสุขภาพจิตที่ดี เพื่อโภชนาการรูปแบบใหม่ที่ไม่บริโภคอาหารที่มาจากเนื้อสัตว์ (Plant-based) และอาหารผู้สูงอายุ เป็นต้น โดยมีตลาดส่งออกหลัก เช่น สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ส่วนอาหารมังสวิรัติ มีตลาดเป้าหมาย คือ อินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สินค้าฮาลาล มีเป้าหมายจะเร่งส่งเสริมและผลักดันการ่สงออกสินค้าในกลุ่มอาหาร แฟชั่นและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องสำอาง โดยมีตลาดเป้าหมายในกลุ่มประเทศมุสลิม เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ UAE เป็นต้น และตลาดในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม แต่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่มาก เช่น อินเดีย จีน รัสเซีย เป็นต้น รวมทั้งจะเร่งผลักดันการส่งออกสินค้าในกลุ่มสมุนไพร เครื่องสำอาง ที่มีแนวโน้มเติบโตดี โดยมีตลาดเป้าหมาย ได้แก่ จีน เวียดนาม รัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสินค้ากลุ่มอื่นๆ จะเน้นสินค้าที่มีความต้องการเพิ่มขึ้น ในช่วงที่ตลาดโลกฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ได้แก่ ชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนประกอบยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อัญมณีและเครื่องประดับ วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรกลการเกษตร สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ยาง และ ธุรกิจบริการมูลค่าสูง ได้แก่ ดิจิทัลคอนเทนต์ เช่น ภาพยนตร์ เกมส์ แอนิเมชันคาแรคเตอร์ และธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กลุ่มสินค้าเดิมที่มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด-19 จำนวน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.สินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมการเกษตร โดยเฉพาะอาหาร ทั้งอาหารคน และอาหารสัตว์เลี้ยง 2.สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน และ 3.สินค้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อ และสินค้าเพื่อสุขภาพและอนามัย กรมฯ ยังจะเดินหน้าผลักดัน และจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกอย่างต่อเนื่อง เพราะสินค้าเหล่านี้ ยังคงเป็นที่ต้องการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109125</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมุนไพร, สมเด็จ สุสมบูรณ์, ส่งออกสินค้า, อาหาร, เครื่องสำอาง, เมกะเทรนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9c9e0d82cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 07:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์โควิด-19แนะสมุนไพรไทยสู้ไวรัสต้องใช้วิจารณญาณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 - เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19 โพสต์เนื้อหาว่า ขณะนี้มีหลายๆ ฝ่ายมีกุศลจิต ร่วมด้วยช่วยกันที่จะนำเอาสมุนไพรการแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาต่าง ๆ เข้ามาช่วยดูแลประชาชนในสถานการณ์ โควิด-19 ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมีวิจารณญาณ พิจารณาความเหมาะสมของยาต่าง ๆ ในเรื่องคุณสมบัติของยา ความสะอาด มาตรฐานการผลิต การปนเปื้อน และผลที่อาจเกิดขึ้นแก่ร่างกาย โดยต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในกลุ่มสตรีตั้งครรภ์ ทารก ผู้มีโรคประจำตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคตับและโรคไต รวมถึงผู้ที่รับประทานยาประจำตัวต่อเนื่องอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้นำแพทย์แผนไทยและสหวิชาชีพ ร่วมช่วยเหลือผู้ป่วย โควิด-19 ในระบบของกระทรวงสาธารณสุข โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิการรักษาได้จากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากท่านใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกสามารถสอบถามได้ที่&amp;nbsp;สายด่วนโทร. 065 504 5678, FB www.facebook.com/dtam.moph, &amp;nbsp;Line @DTAM กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก https://lin.ee/cZmqWvZ นอกจากนี้ ยังมีบริการให้การปรึกษาเรื่องการใช้ฟ้าทลายโจรเป็นกรณีเฉพาะที่ Line @fahdtam Fah First AID ช่องทางการติดต่อข้อมูลสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ครบวงจร &amp;nbsp;https://lin.ee/mlu4zow #ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19 #ศูนย์ข้อมูลCOVID19 #ประเทศไทยต้องชนะ&amp;nbsp;#ฉีดวัคซีนหยุดเชื้อเพื่อชาติ #NewNormalชีวิตวิถีใหม่ #สมดุลชีวิตวิถีใหม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108105</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพทย์แผนไทย, กุศลจิต, สมุนไพร, เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbb939aa881.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ซื้อยาสมุนไพรปึ๋งปั๋งสูตรลุงนันท์สุโขทัย! ขรก.วัยเกษียณ-นักธุรกิจเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;28 มิ.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุโขทัยรายงานว่า หลังจากนายจำนันท์ หรือลุงนันท์ อายุ 66 ปี ชาว ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย ได้ออกมาเผยเคล็ดลับยาสมุนไพรช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง อายุยืน แถมยังช่วยเพิ่มพลังน้องชายให้ผงาด ปึ๋งปั๋ง ชนิดที่ว่าภรรยาโดนตัวเป็นไม่ได้ เดี๋ยวมีเรื่องทันที โดยสูตรยานี้ได้มาจากคนเฒ่าคนแก่ ส่วนประกอบสมุนไพรมีเถาบอระเพ็ด ผสมกับมะขามเปียก เกลือเม็ด และน้ำผึ้ง ตำคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก่อนเอาไปตากแดดพอหมาดๆ แล้วนำมาปั้นเป็นลูกกลอน กินก่อนอาหารเช้า 1 เม็ด ก่อนนอน 1 เม็ด จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีกำลัง ผิวพรรณดี กระชุ่มกระชวย แถมยังช่วยให้น้องชายตื่นตัว สู้ตลอด จนกลายเป็นข่าวดังแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันนี้ ลุงนันท์ เปิดเผยว่า พอเรื่องนี้เป็นข่าวออกไป ก็ทำให้มีผู้คนจำนวนมากโทรมาสอบถามสูตรยาบ้าง ขอแบ่งซื้อบ้าง ตอนแรกก็ไม่คิดทำขาย แต่พอมีโทรมามากขึ้น คะยั้นคะยอให้ทำ เพราะหลายคนอยากกินเพื่อบำรุงสุขภาพ ก็เลยชักชวนเพื่อนบ้านและญาติมาช่วยกันผลิต โดยขายกระปุกละ 300 บาท ค่าจัดส่งฟรี ใน 1 กระปุกจะมียาจำนวน 70 เม็ด กินก่อนอาหารเช้า 1 เม็ด ก่อนนอน 1 เม็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นข้าราชการวัยเกษียณ มีทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ทนายความ นักธุรกิจ และชาวบ้านทั่วไป จากจังหวัดพิษณุโลก แพร่ เชียงใหม่ ลำปาง ชลบุรี อุบลราชธานี อยุธยา ปทุมธานี สงขลา เพชรบุรี บางคนก็ขับรถมาซื้อเองถึงที่บ้าน ส่วนใหญ่กินเพื่อบำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ให้สามารถกินข้าวได้ ร่างกายจะได้มีเรี่ยวแรง&amp;rdquo; ลุงนันท์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้าน นายชยพร&amp;nbsp; อนุสรณ์พรเพิ่ม นายกสมาคมการแพทย์แผนไทยสุโขทัยราชธานี กล่าวว่า จากที่ดูส่วนผสมของตัวยา ทั้งบอระเพ็ด น้ำผึ้ง และมะขามเปียก นั้น มีสรรพคุณบำรุงกำลัง ช่วยเจริญอาหาร ทำให้ผิวพรรณดี เป็นยาอายุวัฒนะ ฯลฯ กินไปมีแต่ดี แต่อย่ามากเกิน ส่วนเรื่องเพิ่มพลังทางเพศไม่ชัดเจน เพราะบางคนมีสุขภาพดี กินแล้วจึงอาจได้ผล แต่ถ้าคนป่วยโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันเส้นเลือด หรือเป็นโรคเครียด กินเข้าไปก็คงไม่ช่วยอะไร มันต้องรักษาโรคเหล่านี้ให้หายเสียก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุโขทัยรายงานว่า หลังจากนายจำนันท์ หรือลุงนันท์ อายุ 66 ปี ชาว ต.เมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย ได้ออกมาเผยเคล็ดลับยาสมุนไพรช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง อายุยืน แถมยังช่วยเพิ่มพลังน้องชายให้ผงาด ปึ๋งปั๋ง ชนิดที่ว่าภรรยาโดนตัวเป็นไม่ได้ เดี๋ยวมีเรื่องทันที โดยสูตรยานี้ได้มาจากคนเฒ่าคนแก่ ส่วนประกอบสมุนไพรมีเถาบอระเพ็ด ผสมกับมะขามเปียก เกลือเม็ด และน้ำผึ้ง ตำคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก่อนเอาไปตากแดดพอหมาดๆ แล้วนำมาปั้นเป็นลูกกลอน กินก่อนอาหารเช้า 1 เม็ด ก่อนนอน 1 เม็ด จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีกำลัง ผิวพรรณดี กระชุ่มกระชวย แถมยังช่วยให้น้องชายตื่นตัว สู้ตลอด จนกลายเป็นข่าวดังแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันนี้ ลุงนันท์ เปิดเผยว่า พอเรื่องนี้เป็นข่าวออกไป ก็ทำให้มีผู้คนจำนวนมากโทรมาสอบถามสูตรยาบ้าง ขอแบ่งซื้อบ้าง ตอนแรกก็ไม่คิดทำขาย แต่พอมีโทรมามากขึ้น คะยั้นคะยอให้ทำ เพราะหลายคนอยากกินเพื่อบำรุงสุขภาพ ก็เลยชักชวนเพื่อนบ้านและญาติมาช่วยกันผลิต โดยขายกระปุกละ 300 บาท ค่าจัดส่งฟรี ใน 1 กระปุกจะมียาจำนวน 70 เม็ด กินก่อนอาหารเช้า 1 เม็ด ก่อนนอน 1 เม็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นข้าราชการวัยเกษียณ มีทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ทนายความ นักธุรกิจ และชาวบ้านทั่วไป จากจังหวัดพิษณุโลก แพร่ เชียงใหม่ ลำปาง ชลบุรี อุบลราชธานี อยุธยา ปทุมธานี สงขลา เพชรบุรี บางคนก็ขับรถมาซื้อเองถึงที่บ้าน ส่วนใหญ่กินเพื่อบำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ให้สามารถกินข้าวได้ ร่างกายจะได้มีเรี่ยวแรง&amp;rdquo; ลุงนันท์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้าน นายชยพร&amp;nbsp; อนุสรณ์พรเพิ่ม นายกสมาคมการแพทย์แผนไทยสุโขทัยราชธานี กล่าวว่า จากที่ดูส่วนผสมของตัวยา ทั้งบอระเพ็ด น้ำผึ้ง และมะขามเปียก นั้น มีสรรพคุณบำรุงกำลัง ช่วยเจริญอาหาร ทำให้ผิวพรรณดี เป็นยาอายุวัฒนะ ฯลฯ กินไปมีแต่ดี แต่อย่ามากเกิน ส่วนเรื่องเพิ่มพลังทางเพศไม่ชัดเจน เพราะบางคนมีสุขภาพดี กินแล้วจึงอาจได้ผล แต่ถ้าคนป่วยโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันเส้นเลือด หรือเป็นโรคเครียด กินเข้าไปก็คงไม่ช่วยอะไร มันต้องรักษาโรคเหล่านี้ให้หายเสียก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107894</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขรก.วัยเกษียณ, สมุนไพร, สุโขทัย, สูตรฟิตปึ๋งปั๋ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d95edc4778c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ใช้สมุนไพรรับมือโรคหน้าฝน” รู้ละเอียดเสริมภูมิคุ้มกันถูกวิธี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประโยชน์ของสมุนไพรไทยนั้นมีมากมายจนนับไม่ถ้วน ประกอบกับปีนี้หน้าฝนมาเร็ว ดังนั้นการประยุกต์สมุนไพรที่เป็นภูมิปัญญาของไทยมาใช้ดูแลสุขภาพ ก็นับเป็นทางเลือกหนึ่งที่สนใจ เนื่องจากสรรพคุณของสมุนไพรนั้น สารมารถใช้เป็นตัวช่วยในการส่งเสริมสุขภาพ หรือเสริมภูมคุ้มกันโรค และใช้เป็นยารักษาโรคได้ในคราวเดียวกัน ที่สำคัญต้องเลือกใช้อย่างเหมาะสม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ให้ข้อมูลว่า&amp;nbsp; สรรพคุณของสมุนไพรไทยนั้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.เราใช้สมุนไพรไทยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ที่รู้กันว่าเป็นการเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย ส่วนอันที่ 2.เราใช้สมุนไพรไทยเพื่อเป็นยารักษาโรคโดยตรง เพื่อบรรเทาอาการของโรคนั่นเอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มจากการใช้ &amp;ldquo;สมุนไพรไทยเพื่อส่งเสริมสุขภาพ&amp;rdquo; ในช่วงหน้าฝนที่มักจะทำให้อากาศเปลี่ยนแปลง ดังนั้นสมุนไพรไทยจากภูมิปัญญาของปราชญ์ชาวบ้าน หรือแพทย์แผนไทยนั้น สมุนไพรที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ดี และสอดคล้องกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่สำคัญมีสารเคมีที่ออกฤทธิ์แอนตี้บอดี้ หรือ ออกฤทธิ์ต่อเม็ดเลือดขาวให้ทำงานต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีนั้น คือ สมุนไพรกลุ่ม &amp;ldquo;ขิง, ข่า, ตะไคร้&amp;rdquo; และเรายังพบอีกว่าถ้าปรุงสมุนไพรเหล่านี้ ให้อยู่ในรูปแบบของอาหาร เช่น เครื่องแกง ใส่ในเมนูต้มยำต่างๆ จะช่วยชูรสชาติอาหารให้อร่อยมากยิ่งขึ้น และเสริมภูมคุ้มกันป้องกันโรคได้ในคราวเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เรายังพบว่าในสมุนไพรไทยอย่าง &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขิง&amp;rdquo; ที่เป็นพืชตระกูลเดียวกับ &amp;ldquo;ขมิ้นชัน และ &amp;ldquo;กระชาย&amp;rdquo; ที่ไม่เพียงช่วยเสริมภูมคุ้มกันให้ร่างกาย แต่ใน &amp;ldquo;ขิง&amp;rdquo; ยังเพิ่มการไหลเวียนโลหิต และยังช่วยย่อยทำให้ขับถ่ายได้ดี หรือ แม้แต่พืชสมุนไพรอย่าง &amp;ldquo;ใบแมงลัก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ใบกระเพา&amp;rdquo; ยังช่วยเพิ่มการขยับตัวให้กับลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารทำได้ดีเช่นกัน และที่ลืมไม่ได้นั้นผักพื้นบ้าน ที่อยู่ในรูปแบบของสมุนไพรไทยอย่าง &amp;ldquo;ขี้เหล็ก&amp;rdquo; ก็มีสรรพคุณช่วยให้นอนหลับสบายมากขึ้นในช่วงฤดูฝนอย่างนี้ ดังนั้นถ้าเราบริโภคสมุนไพรที่มีฤทธิ์เสริมภูมิคุ้มกัน ให้ร่างกายแบบสลับหมุนเวียน ก็จะช่วยลดอาการเจ็บป่วยในช่วงหน้าฝนได้ โดยเฉพาะโรคหวัดและอาการเจ็บคอต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การบริโภคสมุนไพรไทยเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ลำดับต่อมา คือ &amp;ldquo;กลุ่มยาสมุนไพรตรีผลา&amp;rdquo; ซึ่งเป็นยาสมุนไพรที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันที่ ใช้กันในกลุ่มอายุรเวทของอินเดีย และแพทย์แผนไทยของเรา ซึ่งตัวยาดังกล่าวประกอบไปด้วย สมอไทย ,สมอภิเภก ,มะขามป้อม ที่มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และช่วยชะลอวัยไปด้วย ที่สำคัญยังช่วยแก้ไอ ทั้งนี้จะใช้โดยการต้มเป็นน้ำดื่มตรีผลาเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นในช่วงที่มีโรคโควิด-19 กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ การดูแลสุขภาพด้วยการนำเอาแพทย์แผนไทยมาประยุกต์เพื่อดูแลสุขภาพ และเสริมสร้างภูมคุ้มกันให้ร่างกาย ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งดีกว่าไม่ดูแลสุขภาพ ยกตัวอย่างการที่เราดื่มน้ำขิง หรือน้ำกระชาย ที่กำลังได้รับนิยมนั้น สิ่งสำคัญหมออยากแนะนำว่า หากเราจะคาดหวังให้น้ำสมุนไพรทั้งสองชนิดป้องกันโรคโควิด-19 โดยตรง อาจจะทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นติดง่าย ดังนั้นการปฏิบัติตามคำแนะนำ ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่ทั้งการเลือกบริโภคสมุนไพรดังกล่าวในรูปแบบของอาหาร เช่น เครื่องแกง จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรค เพื่อให้ร่างกายแข็งและทำให้เจ็บป่วยได้ยากขึ้น ก็ถือเป็นแนวทางที่ดีมากว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย บอกอีกว่า &amp;ldquo; สำหรับการใช้สมุนไพรไทยเพื่อรักษาโรค จากอาการเจ็บป่วยแล้ว อาทิ ผู้ที่มีอาการไข้จากโรคหวัด ซึ่งสมุนไพรไทยที่ใช้นั้นเป็นสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ที่ช่วยลดอาการไข้ หรือเป็นยาลดไข้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคหวัดในช่วงหน้าฝน ซึ่งโดดเด่นและเป็นที่รู้จักอย่าง &amp;ldquo;ยาเขียว (ใบพิมเสน, ใบผักกระโฉม, ใบหมากผู้,ใบมะระ, ใบสะเดาฯลฯ)&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ยาจันทร์ลีลา (โกศสอ,โกศเขมา,โกศจุฬาลัมพา,แก่นจันทร์ขาว ,แก่นจันทร์แดง ลูกกระดอม เถาบอระเพ็ด รากปลาไหลเผือก) &amp;rdquo; กระทั่ง &amp;ldquo;ยา 5 ราก (คนทา,ชิงชี่,ย่านาง ,เท้ายายม่อม,มะเดื่ออุทุมพร&amp;rdquo; ซึ่งตัวยาสมุนไพรลดไข้ในบัญชียาหลักแห่งชาติดังกล่าวนั้น จะอยู่ในรูปแบบของแคปซูลที่สามารถกินง่าย และได้ผลค่อนข้างดี รวมถึงยาสมุนไพรไทยอย่าง &amp;ldquo;ยาประสะมะแว้ง&amp;rdquo; ที่มีสรรพคุณช่วยแก้ไอและลดไข้ ที่สามารถใช้รักษาโรคได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้สมุนไพรไทยหลายตัว ที่ค้นพบว่ามีฤทธิ์แก้ไข้ และช่วยต้านเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียอย่าง &amp;ldquo;ฟ้าทะลายโจร&amp;rdquo; ซึ่งล่าสุดกำลังทำการวิจัย โดยค้นพบว่ามีสรรพคุณแก้ไข้ และลดอาการอักเสบ ที่สามารถใช้แทนยาพาราเซตามอลได้ ที่สำคัญในฟ้าทะลายโจร ยังพบว่ามีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสหลายตัว และยังลดการแบ่งตัว หรือแบ่งเซลล์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ เนื่องจากการศึกษาวิจัยในหลอดทดลองพบว่า ฟ้าทะลายโจรมีสารที่เรียกกันว่า สารแอนโดรกราโฟไลด์ ที่ช่วยยับยังไม่ให้ไวรัสแบ่งตัวในเซลล์ได้ แต่ทั้งนี้จากการศึกษาโดยการบริโภคสมุนไพรดังกล่าวในคน พบว่าสามารถลดอาการไข้ จากผู้ป่วยโรคหวัดได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่การใช้สมุนไพรไทยอย่างฟ้าทะลายโจร ในกลุ่มของผู้ป่วยโรคโควิด-19 นั้น จะต้องเป็นผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่อยู่ในระยะน้อยๆ หรือไม่ได้มีอาการรุนแรงมาก (ปอดยังไม่บวม) ตรงนี้เมื่อใช้ฟ้าทะลายโจรก็จะทำให้หายจากโรคโควิด-19 ได้เอง (รูปแบบการใช้รักษาโรคโควิด-19 ในระยะน้อยๆนั้น จะใช้สารสกัดจากฟ้าทะลายโจรวันประมาณ 180 มิลลิกรัมในการรักษาโรค) แต่ถ้าหากเป็นผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรงลุกลาม หรือมีภาวะปอดบวมไปแล้ว ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร จะไม่ใช่ตัวเลือกในการรักษาสุขภาพจากโรคโควิด-19 แต่อย่างใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พญ.อัมพร&amp;rdquo; บอกอีกว่า &amp;ldquo;สมุนไพรไทยอย่างกระชาย ที่มีสารแพนดูลาตินเอ (Pandulatin A) และสารพิโนสตรอบิน(Pinostrobin) เป็นสมุนไพรไทยที่ตามฟ้าทะลายโจรมาติดๆ ในการต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ในรายที่ผู้ป่วยมีอาการเล็กน้อย(ไม่มีอาการปอดบวม) ที่สำคัญจะต้องบริโภคกระชายในปริมาณที่สูงมาก ดังนั้นจึงยังอยู่ในขั้นตอนที่เภสัชกรวิจัยและออกแบบ ให้อยู่ในรูปแบบของแคปซูลที่สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยต่อผู้บริโภค ดังนั้นหมอแนะนำว่าควรกินกระชาย ให้อยู่ในรูปแบบของอาหาร ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายไม่เป็นโรคจะเหมาะสมมากกว่า เช่น ใส่ในเครื่องแกงของเมนูขนมจีนน้ำยา หรือ ใส่ในต้มโคล้ง เป็นต้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไล่มาถึงการบริโภคสมุนไพรไทย เพื่อรักษาโรคที่พบได้ในช่วงหน้าฝนอย่าง &amp;ldquo;โรคผิวหนังจากเชื้อรา&amp;rdquo; อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ บอกว่า &amp;ldquo; หากเป็นอาการเชื้อราที่พบได้ทางผิวหนังนั้น แนะนำให้ใช้ใบทองพันชั่ง ที่นำมาพอกทิ้งไว้ หรือทาบ่อยๆบริเวณผิวหนังที่เป็นเชื้อรา กลาก เกลื้อน แต่วิธีการใช้นั้นจะต้องนำใบทองพันชั่ง มาทำร่วมกับวิธีการกึ่งแผนปัจจุบัน โดยการนำใบทองพันชั่งตำพอละเอียด และนำไปแช่เหล้า หรือแอลกอฮอล์ แต่หากเป็นแผลชนิดอื่นๆที่ผิวหนัง ซึ่งไม่ใช่เชื้อราจากน้ำกัดนั้น หรือ ผิวหนังถูกของมีคมบาด หรือเป็นแผลถลอกจากการเดินลุยน้ำท่วมขังในช่วงหน้าฝน แนะนำให้ล้างแผลให้สะอาด และนำใบบัวบกบดพอละเอียด มาพอกทิ้งไว้ที่ผิวหนัง ที่เป็นแผลถูกของมีคมบาด เนื่องจากใบบัวบกมีสรรพคุณช่วยสมานแผล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในช่วงหน้าฝนหลายคนมี &amp;ldquo;อาการท้องร่วงท้องเสีย&amp;rdquo; จากน้ำฝนที่ปนเปื้อนเชื้อโรคท้องร่วง กระทั่งน้ำฝนมาสัมผัสถูกอาหาร ที่เรารับประทานเข้าไปนั้น การบริโภคฟ้าทะลายโจรในรูปแบบของแคปซูล สามารถช่วยได้ เนื่องจากมีการวิจัยแล้วว่าฟ้าทะลายโจร สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่มากับอาหารไม่สะอาดได้ แต่ทั้งนี้อาจต้องบริโภคแคปซูลฟ้าทะลายโจร สูงกว่าการกินเพื่อป้องกันโรคหวัด นอกจากนี้ผู้ที่ไม่ได้ท้องเสียจากอาการเป็นโรคหวัดลงกระเพาะ พูดง่ายๆว่าท้องเสียเพราะอาหารปนเปื้อนเชื้อโรคท้องร่วง ก็สามารถกิน &amp;ldquo;ผงกล้วย&amp;rdquo; ที่บรรจุในรูปแบบซอง และชงดื่มเป็นน้ำผงกล้วย ซึ่งในผงกล้วยนั้นไม่เพียงทำให้อุจจาระของผู้ป่วยโรคท้องร่วงเป็นก้อน เนื่องจากสารแพคตีนที่พบในกล้วย แต่ในผงกล้วยที่สกัดจากกล้วยนั้น ยังช่วยเคลือบกระเพาะให้กับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะได้อีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103983</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์, สมุนไพร, หน้าฝน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab4c3650017.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหัศจรรย์“หมอยา ท่าสุขสยาม”  ชูสมุนไพรไทยสร้างภูมิคุ้มกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกผนึกกำลัง &amp;ldquo;เมืองสุขสยาม&amp;rdquo; ณ ไอคอนสยาม ชั้น G จัดงาน &amp;ldquo;หมอยา ท่าสุขสยาม&amp;rdquo; มหัศจรรย์สมุนไพรไทย สร้างภูมิคุ้มกัน ปีที่ 2 ร่วมสืบสานมรดกแห่งภูมิปัญญา ยกระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสู่ระดับสากล เปิดตัวป๊อปอัพสโตร์แบรนด์ &amp;ldquo;การบูร&amp;rdquo; แห่งแรกในไทย พบไฮไลต์สเปรย์ฆ่าเชื้อไบโอแอคทีฟ ซิลเวอร์นาโน สารสกัดจากกระชายขาว, แคปซูลฟ้าทะลายโจรสกัดเข้มข้น ยาสามัญประจำบ้านที่แก้หวัด แก้ไข้ แก้เจ็บคอในตัวยาเดียวกัน, เซรั่มมันแกว โหราศาสตร์เพื่อสุขภาพโดยหมอเมือง จ.เลย ระหว่างวันที่ 9-15 กรกฎาคมศกนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณลักขณา นะวิโรจน์ &amp;nbsp;ประธานโครงการสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า ในฐานะที่เมืองสุขสยามเป็นพื้นที่นำเสนอมหัศจรรย์วิถีไทยที่รวบรวมสิ่งดีงามจากทั่วประเทศสู่สายตาชาวโลก เมืองสุขสยาม จึงร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จัดงาน &amp;rdquo;หมอยา ท่าสุขสยาม&amp;rdquo; เพื่อสืบสานและต่อยอดมรดกแห่งภูมิปัญญาสมุนไพรไทยให้เป็นที่รู้จัก และยกระดับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้เข้าถึงตลาดทั้งในระดับประเทศและสากล โดยในงานจะรวมสุดยอดผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยคุณภาพจากทั่วประเทศที่ได้มาตรฐาน พัฒนารูปแบบได้สวยงามและน่าสนใจมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัจจุบันพืชสมุนไพรถูกใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ในหลายอุตสาหกรรม อาทิ เครื่องสำอาง อาหารเครื่องดื่ม อาหารเสริม และยา ดังนั้นตลาดสมุนไพรจึงเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่นิยมใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและรับประทานสมุนไพรมากขึ้น เพราะเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยที่คิดค้นขึ้นมาจากธรรมชาติ กอปรกับช่วงไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด จึงทำให้คนไทยเลือกใช้สมุนไพรในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งเพื่อเสริมภูมิต้านทานและสร้างภูมิคุ้มกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมไฮไลต์ สาธิตและให้ความรู้ด้านศาสตร์การแพทย์แผนไทย : 7 วัน 7 คุณค่าภูมิปัญญาสมุนไพรไทย ได้แก่ โหราศาสตร์กับสุขภาพ : หมอดูแผ่นผ้าพรหมชาติ ทำนายชะตา รักษาโรค เครื่องดื่มภูมิปัญญา : &amp;ldquo;ตำรับยาอายุวัฒนะ&amp;rdquo; ที่มีส่วนประกอบมาจากสมุนไพรจากป่าบนเขาในอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย เป็นสูตรยาที่ดูแลสุขภาพของคนในชุมชนสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น โดยมีสรรพคุณบรรเทาอาการอ่อนเพลีย ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส บำรุงและช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายในมารดาหลังคลอดให้กลับสู่สภาวะปกติเร็วขึ้น อายุยืนยาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาหารสมุนไพรสร้างภูมิ : เมี่ยงโคน น้ำผักสะทอน จังหวัดเลย ผักพื้นบ้านต้านโรค โดย &amp;ldquo;ต้นสะทอน&amp;rdquo; เป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่นของอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นอาหารปรับสมดุลธาตุ ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี ลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย สวนสมุนไพรปลูกง่ายในเมือง : โดยโครงการสวนผักคนเมือง สวนสมุนไพรคนเมือง ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ ก้าวข้ามความจำกัดผืนดินปลูก ต่อยอดเป็นอาชีพสร้างสรรค์ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมุนไพรผ่อนคลาย : ลูกประคบสมุนไพร มรดกภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยสู่ตลาดสากล แพทย์ทางเลือกเพื่อการผ่อนคลาย : SKT สมาธิบำบัดโรค เพื่อควบคุมการฝึกประสาทสัมผัสทั้ง 6 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น การสัมผัส และการเคลื่อนไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ไฮไลต์จาก 12 จังหวัดเมืองสมุนไพร พืชสมุนไพรที่ถูกพัฒนาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและต่อยอดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอีกด้วย โดยมีการพัฒนาพืชสมุนไพรท้องถิ่นสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ต่อยอดและสร้างสรรค์จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สุดมหัศจรรย์ ส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดอีกด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70785</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, สมุนไพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200707/image_big_5f045d1e22127.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;แนะสูตร5ข้อคลายกังวลติดเชื้อโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย. 63 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ท่านที่สงสัยหรือกังวลว่าจะติดเชื้อแต่ไม่มีอาการหรือไม่สามารถตรวจหรือตรวจไม่พบไวรัส หรือหมอไม่รับรักษาเพราะไม่มีอาการ อย่าปล่อยให้ความกังวลหรือความสงสัย บั่นทอนจิตใจเลยครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรรพสิ่งในโลกนี้มีของแก้กันทั้งนั้น จึงควร 1.กินอาหารให้ปกติ โดยเฉพาะอาหารที่มีขมิ้น ขิงข่ามะกรูดและเครื่องเทศ และดื่มน้ำขิง น้ำมะนาว เคี้ยวกานพลู 2.ศึกษาเรื่องน้ำหมักพลูคาว หรือคาวตอง เครื่องดื่มสมุนไพรp80 อาหารเสริมorganoid(แบบป้องกัน-รักษา)ว่าใช้ได้เพียงใด 3.สูดดมน้ำมันสมุนไพรเช่นน้ำมันเขียว ฝึกหายใจให้ลึกให้ยาวให้เต็มปอดเสมอเสมอ ใช้โอกาสนี้เจริญอานาปานสติไปด้วย 4.ถ้ามีใบอนุญาต ก็ศึกษาเกี่ยวกับการดื่มน้ำต้มกัญชา(ต้น กิ่ง ใบ ดอก)เคี้ยวกระท่อม 5.ศึกษาวิธีใช้ยาจีน2ขนานที่ทางจีนรับรองและนำเข้ามาขายในไทยแล้ว&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62248</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมุนไพร, โควิด-19, ไพศาล พืชมงคล, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cb0a10c9bc07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
