<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2019 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภัยภูเบศร ห่วงประชาชนเครียด&quot;การเมือง&quot;จน&quot;ไมเกรน&quot;ถามหา แนะใช้ “ใบบัวบก-ขิง”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15มี.ค.62-นางสาวเบญจวรรณ หมายมั่น แพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร &amp;nbsp; กล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งตัวผู้บริหาร ผู้สมัครพรรคต่าง ๆ ตลอดจนประชาชนทั่วไปต่างก็เสพข่าวที่มาจากหลายทาง เกิดอาการเครียด ประกอบกับเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง บางวันอากาศร้อนจัด หลายคนถึงขั้นปวดหัวไมเกรน โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรตระหนักถึงสถานการณ์ช่วงนี้ จึงขอเสนอทางออกของการบรรเทาอาการไมเกรนด้วยสมุนไพรใกล้ตัว 2 ชนิด คือ ใบบัวบก และขิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ก่อนอื่นต้องเข้าใจอาการและรู้จักไมเกรนก่อนว่า เป็นเป็นความผิดปกติในกลุ่มโรคที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมร่วมด้วย โดยมีอาการทางระบบประสาทก่อนมีอาการปวดศีรษะไมเกรน &amp;nbsp;เดิมเชื่อว่าเกิดจากหลอดเลือดในสมองมีการหดตัวเกิดขึ้น หลังจากนั้น ร่างกายมีการตอบสนองโดยการทำให้หลอดเลือดมีการขยายตัว ซึ่งการขยายตัวของหลอดเลือดนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดศรีษะขึ้น ลักษณะสำคัญคือ มักมีอาการปวดข้างเดียวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีอาการปวดตื้อๆ (ประมาณ ร้อยละ 85% ) การปวดมักเป็นมาก ปานกลาง ถึงรุนแรง และมักเป็นมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว ระยะเวลาของอาการปวดในผู็ใหญ่ 4 - 72 ชั่วโมง &amp;nbsp;ส่วนเด็ก 2-ง 48 ชั่วโมง &amp;nbsp;&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบอาการเบื่ออาหารได้ค่อนข้างบ่อย ส่วนอาการคลื่นไส้พบได้ประมาณร้อยละ 90 ในขณะที่อาการอาเจียนพบในผู้ป่วยประมาณ 1 ใน 3 ส่วน ภาวะที่ผู้ป่วยไวต่อสิ่งเร้าได้ง่ายขึ้นก็พบได้เช่นกัน ดังนั้น ผู้ป่วยไมเกรนส่วนใหญ่มักอยากอยู่ในห้องมืดและเงียบเพราะจะทำให้อาการปวดศีระษะดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางการแพทย์แผนไทย เชื่อว่า ไมเกรน หรือ ลมปะกัง มักมีความผิดปกติของธาตุไฟและธาตุลมกำเริบ ในช่วงบนของร่างกาย คือ บริเวรศรีษะ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะ ปวดตา การมองเห็นผิดปกติไป บางรายเจอความแกงในเยื่อบุตาและมีความร้อน การใช้ยาฤทธิ์เย็นก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยบรรเทาอาการได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสมุนไพรแก้ไมเกรน นั้น ตัวแรกคือ ใบบัวบก เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กที่ขึ้นบนดิน แต่มีลักษณะใบคล้ายกับใบบัว ซึ่งรู้จักกันดีว่าน้ำใบบัวบกช่วยแก้ช้ำใน และยังมีสรรพคุณอื่น ๆ อีกมาก เช่น ใบบัวบกมีสรรพคุณทางยา ในการแก้ช้ำใน ทำให้หายฟกช้ำได้ดี แก้ร้อนในกระหายน้ำ ลดอาการปวดศีรษะข้างเดียว (ไมเกรน) บำรุงสมอง แก้ความดันโลหิตสูง แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ และขับปัสสาวะ ส่วนสรรพคุณแก้ปวดไมเกรน ให้เอาต้นสดของบัวบก จำนวน 2 กำมือ มาคั้นกับน้ำสะอาดกินวันละ 2 ครั้ง เช้า &amp;ndash; เย็น หรือกินต้นสด ๆ เลยก็ได้ และสามารถผสมกับน้ำต้มสุกเจือน้ำตาลกรวดเล็กน้อย ใช้ดื่มวัน &amp;frac12; แก้ว 2 เวลา เช้า &amp;ndash; เย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกตัวหนึ่งคือ ขิง การศึกษาวิจัยล่าสุดในต่างประเทศ ทำการศึกษาวิจัยในการใช้ขิงรักษาอาการปวดไมเกรนอีกด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยทำการศึกษาวิจัยในผู้ป่วยไมเกรน 100 ราย ในแผนกประสาทวิทยา ของโรงพยาบาลในประเทศอิหร่าน ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มมีระยะการเป็นไมเกรนมาประมาณ 7 ปี มีอาการปวดมากกว่า 2 ครั้งต่อเดือน เปรียบเทียบระหว่างการให้แคปซูลขิง 250 มิลลิกรัม กับยาแผนปัจจุบันชื่อ &amp;ldquo;ซูมาทริปแทน&amp;rdquo; ขนาด 50 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการปวดไมเกรน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่รับประทานขิง อาการปวดไมเกรนลดลงดีเทียบเท่ากับกลุ่มที่รับประทานยาแก้ปวดแผนปัจจุบัน คือ สามารถลดอาการปวดไมเกรนได้ถึง 60% ภายในเวลา 2 ชั่วโมงหลังรับประทานยา และพบว่าแคปซูลขิง มีข้อดีที่เหนือกว่ายาแผนปัจจุบัน คือ ไม่พบอาการข้างเคียงจากการรับประทานยา ในขณะที่ยาซูมาทริปแทน มักทำให้เกิดผลข้างเคียง คือ ง่วงนอน อาการแสบร้อนที่หน้าอก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่ขิงสามารถบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้นั้น น่าจะมาจากการที่ขิงมีฤทธิ์ในการลดกระบวนการอักเสบ ลดอาการปวดในร่างกาย ลดการสร้างสารพรอสตาแกลนดิน ที่ทำให้ปวดและอักเสบ ซึ่งยังมีข้อมูลในการใช้ขิงในการบรรเทาอาการปวดข้อมาก่อนหน้านี้ อีกทั้ง ขิงยังมีสรรพคุณในการแก้คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว ซึ่งอาการดังกล่าวมักพบว่าเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการปวดไมเกรน จึงถือได้ว่าขิงเป็นสมุนไพรอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยไมเกรน และหากใครชื่นชอบการดื่มน้ำขิงอยู่แล้ว ก็สามารถจิบน้ำขิงอุ่นๆ เวลาปวดไมเกรนได้เช่นกัน&amp;quot;แพทย์แผนไทยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ไมเกรนยังสามารถใช้ การนวดรักษา โดยยึดหลักการกระจายลม กระจายการไหลเวียนของเลือดลม หรือการพอกยาเพื่อช่วยลดปิตตะ ที่กำเริบขึ้นด้านบน คือลดความร้อนที่ช่วงบนของร่างกาย ทำให้อาการปวดไมเกรนลดลง ได้อีกด้วย
--------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31422</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขิง-ใบบัวบก, รพ.อภัยภูเบศร์, สมุนไพรรักษาไมเกรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190315/image_big_5c8b5dfb2b3d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
