<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้&quot;สธ.&quot;เคลียร์&quot;ยาหมอแสง&quot;ให้ชัดกว่านี้/อย่าปล่อยให้คลุมเครือ/ ปชช.ต้องเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27เม.ย.61- NGO ขอความชัดเจนทางวิชาการเรื่องสมุนไพรหมอแสง หากไม่สามารถรักษามะเร็งได้ มีส่วนผสมอะไรบ้าง และหากมีผลทางสุขภาพมีด้านใด &amp;nbsp;ต้องมีการศึกษาชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความคลุมเครือในสังคม &amp;nbsp;พร้อมจี้ประเด็นหมอแสงบอกมีการทดลองในมนุษย์เสียชีวิต 3-5 ร้อยคน &amp;nbsp;เป็นเรื่องที่น่าตกใจ ควรดำเนินการให้ชัด เพื่อไม่ให้ ปชช.ได้รับความเสี่ยง &amp;nbsp;ด้านอธิบดีกรมแพทย์แผนไทยฯ ชี้ยังไม่มีสมุนไพรที่ขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ในการรักษาโรคมะเร็งโดยเฉพาะ กำลังศึกษาวิจัยสมุนไพรที่มีแนวโน้มพัฒนาเป็นสูตรยับยั้งมะเร็งได้ 3 ชนิด เตือนประชาชนหากใช้สมุนไพรควรปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบันที่ดูแล และใช้ควบคู่กับแพพทย์แผนปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีรพงษ์ เกรียงสินยศ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิสุขภาพไทย กล่าวกรณีกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เผยผลการวิจัยสมุนไพรรักษามะเร็งของนางแสงชัย แหเลิศตระกูลว่าสมุนไพรดังกล่าวไม่ได้มีผลในการการรักษาโรคมะเร็ง แต่ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ สามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้นได้ ว่า จากการที่ สธ. ได้ออกมาเปิดเผยผลวิจัยเช่นนั้น ตนคิดว่ายังมีความคลุมเครืออยู่ เพราะเป็นการเปิดเผยด้วยปากเท่านั้น แต่กลับไม่มีการเปิดเผยผลการศึกษาทางวิชาการที่เป็นระบบชัดชัดเจนออกมา ซึ่งหากบอกว่าไม่มีส่วนผสมที่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ ก็ต้องเปิดเผยว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง ปริมาณเท่าไหร่ หรือหากมีส่วนผสมที่เป็นสารที่จะออกฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งได้ต้องมีปริมาณเท่าไหร่ &amp;nbsp; เพราะถ้าไม่บอกเช่นนี้ก็จะเกิดประเด็นดังที่กำลังเกิดขึ้นอยู่คือกลุ่มคนรักหมอแสงก็งัดผลวิจัยว่ามีผลรักษามะเร็งได้ออกมาตอบโต้ สธ. ได้ ว่าในตัวสมุนไพรมีส่วนผสมของกระถินพิมานที่เป็นส่วนผสมสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ชัดเจน &amp;nbsp;ซึ่งทำให้เกิดความคลุมเครือต่อไป และทำให้ประชาชนเกิดความสับสน &amp;nbsp; และหากบอกว่ามีผลทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ก็ต้องมีการศึกษาว่ามีผลอย่างไรให้ชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยกตัวอย่างเช่น เหมือนน้ำผลไม้หรือไม่ที่ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ &amp;nbsp;เป็นต้น และก็ต้องย้อนกลับไปให้ชัดเจนว่าแคปซูลสมุนไพรดังกล่าวนั้นเรียกว่าอะไร อาหาร อาหารเสริมหรือยารักษาโรค เพราะที่ผ่านมาเมื่อดูที่เจตนาของหมอแสงในการแจกนั้น &amp;nbsp;ออกไปทางยารักษาโรค ดังนั้น เมื่อส่อไปทางยาเรักษาโรคเพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชนอยู่หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ อย.ก็ต้องออกมาพูดด้วย เพราะมี พ.ร.บ.ยา ที่ใช้ควบคุมอยู่ &amp;quot;เลขามูลนิธิสุขภาพไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีรพงษ์ กล่าวอีกว่า และที่ตนตกใจมาก ก็คือ เมื่อวันที่ผลออกมา ตนได้เห็นตัวหมอแสงให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า ได้มีการทดลองตัวยาในมนุษย์ และมีผู้เสียชีวิต 3-5 ร้อยคน ซึ่งนั่นหมายถึงว่าเป็นการวิจัยในมนุษย์ &amp;nbsp;ซึ่งต้องมีกติกาควบคุมเพราะประชาชนได้รับความเสี่ยง แต่กลับไม่มีกระบวนการของหน่วยงานที่รับผิดชอบรองรับเลย ซี่งจริงๆ สธ.ก็น่าจะมีคณะกรรมการจริยธรรมคุ้มครองการทดลองในมนุษย์อยู่แล้ว หากหมอแสง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหมอพื้นบ้าน จากรมการแพทย์แผนไทยฯ ก็ควรอยู่ในกฎจริยธรรม จรรยาบรรณในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ถึงแม้จะอ้างว่าได้รับการอนุญาตจากญาติ และตัวผู้ป่วยก็พร้อมจะรับความเสี่ยงแล้ว ซึ่งก็ทราบว่ามีการไปลงบันทึกประจำวันเพื่อป้องกันตัวเองด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อเป็นเช่นนี้ มีการวิจัยทดลองในมนุษย์ ในส่วนของเจ้ากระทรวงซึ่งรับผิดชอบคุ้มครองสุขภาพประชาชนทั้ง รัฐมนตรีว่าการ สธ. &amp;nbsp;ปลัดสธ. รวมทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ต้องตอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนว่าจะเอายังไงตามพื้นฐานของงานวิจัยที่ถูกต้อง โดยเฉพาะตัวสมุนไพรดังกล่าวที่เป็นการคิดค้นขึ้นมาใหม่ ต้องมีการควบคุมอย่างเป็นระบบไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนได้รับความเสี่ยง&amp;rdquo;นายวีรพงษ์ กล่าว..
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้สัมภาษณ์ถึงสมุนไพรหมอแสงว่า กรมฯมีนโยบายในการสนับสนุนสมุนไพรเพื่อบำบัดรักษาโรคมาตลอด โดยได้อนุรักษ์ตำรับตำราภูมิปัญญาทางการแพทย์และพัฒนาต่อยอดจนเป็นตำรับยา มีการให้ทุนวิจัย และขึ้นทะเบียนตำรายาทั้งหมดทั้งสิ้นกว่า 2 หมื่นตำรับ ซึ่งแพทย์แผนไทยไม่มียาเดี่ยว แต่ได้มาทำในภายหลัง อย่างฟ้าทะลายโจร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สมุนไพรจะเน้นในเรื่องการกินเพื่อบำรุง และรักษาโรคบางชนิด ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีตำรับยาสมุนไพรใดที่ขึ้นทะเบียนเป็นยารักษามะเร็งโดยเฉพาะเลย ซึ่งในงานวิจัยสมุนไพรรักษามะเร็งนั้นเรามีการศึกษาวิจัยทั้งการวิจัยของกรมฯเอง กับการวิจัยร่วมกับเครือข่าย &amp;nbsp;ซึ่งมีการศึกษาวิจัยสมุนไพรที่มีแนวโน้มพัฒนาเป็นสูตรยับยั้งมะเร็งได้ 3 ชนิด คือ 1.สูตร N040 ตำรายาจากภาคเหนือยับยั้งเซลล์มะเร็งปากมดลูก 2.เบญจอำมฤตย์ ยับยั้งมะเร็งตับ และ3.สูตรวัดคำประมง โดยทั้งหมดอยู่ระหว่างการทดลองทั้งสิ้น แต่เบื้องต้นพบว่าสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้ จึงมีการศึกษาต่อในสัตว์ทดลอง และในมนุษย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีมกรมแพทย์แผนไทยฯ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ส่วนสูตร N040 เป็นตำรับยามาจากภาคเหนือ อยู่ในระดับการทดลองทางคลินิก ซึ่งเป็นการทดลองระยะที่ 4 โดยระยะแรกเป็นการหาสารสำคัญในสมุนไพร อาทิ เถามวกขาว หญ้าขัด ตับเต่าใหญ่ ถั่วพู ราชพฤกษ์ เป็นต้น โดยทีมวิจัยได้หาสารสำคัญในระดับหลอดทดลอง ซึ่งพบว่ายับยั้งเซลล์มะเร็งปากมดลูกได้ จากนั้นจึงนำไปทดลองในสัตว์พบว่าได้ผลดีและมีความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองในมนุษย์ เพื่อศึกษาระดับที่เหมาะสม ส่วนสูตรยาเบญจอำมฤตย์ ยับยั้งมะเร็งตับจะประกอบด้วย มหาหิงค์ ยาดำบริสุทธิ์ รงทอง มะกรูด ขิงแห้ง ดีปลี พริกไทย รากทนดี และดีเกลือ ขณะนี้อยู่ระหว่งทดลองในมนุษย์ ซึ่งดูระดับความเป็นพิษระยะสั้นและระยะยาว และสูตรมะเร็งของวัดคำประมง อยู่ในขั้นการทดลองระดับเซลล์ว่ายับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านมได้ดีแค่ไหน ซึ่งทำโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำลังจะเข้าสู่ขั้นทดลองในสัตว์และในคนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอย้ำว่า ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนสมุนไพรรักษามะเร็ง จึงอยากให้รักษาแพทย์แผนปัจจุบัน หรือใช้แพทย์แผนไทยร่วมกัน แต่สิ่งสำคัญต้องได้รับความยินยอมจากแพทย์แผนปัจจุบันก่อนดีกว่า เพราะคนไข้มีภูมิต้านทานต่ำ แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน การได้สมุนไพรก็ต้องพิจารณาดีๆ บางอย่างอาจไม่เหมาะสมกับคนแต่ละคนได้ จึงอยากให้มีการปรึกษาแพทย์ และขอคำแนะนำก่อนจะตัดสินใจอะไร เพราะไม่อยากให้เสียโอกาสการรักษาโรคมะเร็ง เพราะมะเร็งหลายชนิดรักษาได้เมื่อพบตั้งแต่แรกๆ&amp;rdquo; นพ.เกียรติภูมิ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8010</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก, กระทรวงสาธารณสุข, การทดลองวิจัยในคน, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, วีรพงษ์ เกรียงสินยศ, สมุนไพรรักษามะเร็ง, สมุนไพรหมอแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180427/image_big_5ae3063ad9220.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2018 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.สถาบันมะเร็ง สะกิดคนไข้รับยา&#039;หมอแสง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
13มี.ค.- ผอ.สถาบันมะเร็ง เผยคนไข้ที่ไปรับยาหมอแสง เต้านมเน่าไม่เกินความคาดหมาย &amp;nbsp;แต่กระแสสังคมเชื่อถือ&amp;nbsp;คาดรู้ผลตรวจยาสมุนไพรหมอแสงในเดือนเม.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณี มีการแชร์ผ่านเพจเฟซบุ๊ค Dr.Dark ว่ามีคนไข้โรคมะเร็งเต้านมที่ได้ไปรับแคปซูลรักษาโรคมะเร็งหมอแสง เจ้าของตำรับยาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง เมื่อผ่านไป &amp;nbsp;6 เดือนมะเร็งได้ลุกลาม และเต้านมเน่า
เมื่อวันที่ 13 มี.ค.นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว ทำให้เกิดคำถามถึงจำนวนคนไข้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ยาหมอแสง ซึ่งไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องข้อมูลแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ 1.คนไข้มักไม่เปิดเผยข้อมูลว่าไปรักษากับหมอแสงมาก่อน และ 2. เมื่อไปรักษามาแล้ว เมื่อเกิดการรุกลามมักขอย้ายโรงพยาบาล เพราะกลัวถูกแพทย์ผู้รักษาต่อว่า &amp;nbsp;ซึ่งบางทีหมอที่ทำการรักษาต่อก็ไม่ได้ซักถาม เพราะต้องรีบให้การรักษา อีกทั้ง ตามนิสัยคนไทยอาจมีความเกรงใจ เมื่อไปรับของเขามาฟรี ก็ไม่อยากไปว่าให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของ จึงปล่อยเลยตามเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในคนไข้ที่ไปรับแคปซูลรักษาโรคมะเร็งกับหมอแสงจะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.ระยะเริ่มต้น ที่คนไข้จะกลัวการรักษาแผนปัจจุบัน จึงหนีไปรักษาจากแพทย์ทางเลือก ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าห่วงที่สุด เพราะจากทีมีโอกาสหายขาด แต่อาจทำให้รุกลามถึงเสียชีวิตได้ 2. กลุ่มที่ได้รับการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันและไปรับการรักษาแพทย์ทางเลือกคู่ขนานไปด้วยกลุ่มนี้มักได้ผลดี &amp;nbsp;ซึ่งอาจเป็นผลจากการได้รับการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบัน 3.กลุ่มที่รักษาหายขาด แต่ก็ไปรับเพราะเห็นคนบอกว่าดี และกลุ่ม 4. กลุ่มที่เป็นระยะท้ายๆ ที่ไม่มีทางรักษาแล้วจากการรักษาแผนปัจจุบัน ซึ่งกลุ่มนี้ไม่วิตกเพราะเป็นสิทธิ์ของเขาในการเลือกการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วีรวุฒิกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในการไปรับยาก็ไม่เคยมีใครแยกประเภทคนไข้ว่าอยู่ในกลุ่มใด จึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยถามให้ลึกๆว่า คนที่บอกว่าอาการดี กินอิ่ม นอนหลับป่วยในระยะใด เพราะหากไปถามคนที่ได้รับการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันมาหลายปี แต่เพิ่งไปรับแคปซูลแล้วบอกว่าดีขึ้น อาจจะเป็นการโน้มน้าวคนไข้รายอื่นที่ไม่มีข้อมูลไปรับการรักษาดังกล่าว ทำให้ความดีความชอบของแพทย์แผนปัจจุบันหายไปหมดเลย และหากออกมาพูดก็โดนสังคมโจมตีว่าทำไม &amp;nbsp;ไม่ให้โอกาสแพทย์ทางเลือก ซึ่งจริงๆทุกอย่างมีขั้นตอนวิจัย และยิ่งหากเป็นผู้ป่วยระยะที่ 1 ก็จะยิ่งทำให้เสียโอกาสในการรักษาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.สถาบันมะเร็งกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ผลข้างเคียงจากแคปซูลหมอแสงที่ปรากฏในขณะนี้ ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมาย ซึ่งในส่วนของการวิจัยตัวแคปซูลหมอแสงนั้น ขณะนี้ยังไม่แน่ชัด อยู่ระหว่างหาข้อมูลเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีการแถลงข่าวภายในเดือน เม.ย. นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.เพชร อลิสานันท์ แพทย์สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีหญิงสาวโพสต์ว่าอยากเอายาสมุนไพรหมอแสง หยอดให้แม่ที่ป่วยโรคมะเร็งและรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ว่า เป็นความคิดที่อันตรายมาก เพราะไม่ทราบว่ามีสารตัวใดอยู่บ้าง อาจจะไปออกฤทธิ์ตีกับยาปัจจุบันที่ใช้รักษาอยู่ได้ ที่ผ่านมายาสมุนไพรตัวนี้ ก็ยังไม่มีใครออกมารับรองความปลอดภัยว่าจะไม่เกิดอันตรายกับคนไข้ &amp;nbsp;ในกรณีคนไข้ที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมเข้ารับยาหมอแสง ก่อนจะมาพบแพทย์แผนปัจจุบันในตอนที่เต้านมได้เน่าไปแล้วก็เช่นกัน เข้าใจว่าคนไข้ทุกคนอยากจะหายป่วยโดยไม่ได้รับผลข้างเคียงของการรักษา เพราะคนไข้จะทราบมาว่าการรักษาแพทย์ปัจจุบันจะต้องมีผลเคียง การเข้าไปรับยาสมุนไพรนั้นจึงตอบโจทย์คนไข้มากกว่า .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4908</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมุนไพรหมอแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa7c18387e03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
