<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระครูกิตตินอนคุกยาว ศาลกลัวหนีค้านประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตเจ้าคณะชนแดนนอนคุกยาว ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องขอประกันตัวชั่วคราว เหตุถูกตัดสินลงโทษหนักจำคุก 26 ปี ปล่อยไปหนีแน่ &amp;ldquo;กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน&amp;rdquo; ตามราวี &amp;ldquo;พงศ์พร&amp;rdquo; ฟ้องกองปราบฯ &amp;nbsp;ผิด ม.157
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์เรื่อง การประกันตัวอดีตพระครูกิตติ พัชรคุณ หรือนายสมเกียรติ ขันทอง อายุ 55 ปี อดีตเจ้าคณะอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ และอดีตเจ้าอาวาสวัดลาดแค จำเลยคดีฟอกเงินทอนวัดกว่า 24 ล้านบาท ของวัด 12 แห่ง ที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 26 ปี เมื่อวันที่ 18 เม.ย. โดยมีทนายความของนายสมเกียรติมาฟังคำสั่ง ส่วนตัวนายสมเกียรติถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 เม.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสุริยันต์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวถึงคำสั่งของศาลอุทธรณ์ว่า ศาลมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของจำเลย โดยศาลได้พิเคราะห์ความหนักเบาของข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 26 ปี มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในการปล่อยชั่วคราวนั้น ตามสิทธิและขั้นตอนตามกฎหมาย จำเลยยังสามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวใหม่ได้ หรือจะอุทธรณ์คำสั่งการปล่อยชั่วคราวใหม่ต่อศาลฎีกาก็ได้ แต่การอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาต้องทำภายในระยะเวลา 1 เดือน&amp;rdquo; นายสุริยันต์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเป็นการตัดสินคดีเงินทอนวัดสำนวนแรก โดยอดีตพระครูกิตติได้ร่วมกับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อายุ 60 ปี อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ทุจริตเงินทอนวัดกว่า 24 ล้านบาท โดยการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ ทนายความของนายสมเกียรติได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน พร้อมแสดงความประสงค์ขอติดกำไล EM&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์ พร้อมคณะกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน นำหลักฐานเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สมเกียรติ พิมพกันต์ รอง ผกก. (สอบสวน) กก.5 บก.ปปป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. กรณีกล่าวหาพระสงฆ์โดยมิชอบในคดีทุจริตเงินทอนวัด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ดร.จรูญกล่าวว่า ตามที่ พ.ต.ท.พงศ์พรได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่หลายรูปในคดีร่วมกันฟอกเงินที่ได้รับจาก พศ.ปีงบประมาณ 2556-2557 จากโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษา โดยกล่าวหาว่าวัดไม่มีโรงเรียนอนุบาล ทั้งที่ตามจริงแล้วโครงการสนับสนุนที่ว่าเป็นเพียงชื่อแผนงานโครงการเท่านั้น เงินสนับสนุนดังกล่าวจึงเป็นงบอุดหนุนทั่วไป ทำให้การกระทำของผู้อำนวยการ พศ.เข้าข่ายแจ้งความเท็จ แต่เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จึงจะแจ้งข้อกล่าวหาประพฤติและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามความผิดอาญา มาตรา 157 นอกจากนี้ในแผนเงินอุดหนุนงบประมาณดังกล่าว ยังมีรายชื่อวัดอื่นๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ จ.ลพบุรี ที่ได้รับเงินอีกรวมแล้ว 9 วัด เหตุใดมีเพียงพระของวัดสามพระยาที่ได้รับเงิน 5 ล้านบาท และวัดสัมพันธวงศาราม 2 ล้านบาท ที่ถูกดำเนินคดีเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระสงฆ์ที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้าแล้ว เราได้ยื่นขอศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อปล่อยตัว เนื่องจากเป็นการจับกุมโดยมิชอบตาม ป.วิอาญา มาตรา 90 แต่ศาลให้ความเห็นว่ากระบวนการได้ผ่านมาแล้ว จึงยกคำร้องไป ทางเราจึงจะนำเรื่องยื่นคำร้องร้องใหม่ เนื่องจากเพิ่งได้รับหลักฐานชิ้นนี้มาประกอบการแจ้งความเพิ่มเติม&amp;quot; ดร.จรูญกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น พ.ต.ท.สมเกียรติรับเรื่องร้องทุกข์ของผู้แจ้งความไว้ พร้อมสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานพิจารณาเสนอผู้บังคับบัญชาประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34020</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมเกียรติ ขันทอง, สุริยันต์ หงษ์วิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb9cbd3bda0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นอนคุกยาว!ศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกันตัว&#039;อดีตพระ&#039;ฟอกเงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.62 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์เรื่องการประกันตัวอดีตพระครูกิตติ พัชรคุณ หรือนายสมเกียรติ ขันทอง อายุ 55 ปี อดีตเจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ และอดีตเจ้าอาวาสวัดลาดแค จำเลยคดีฟอกเงินทอนวัดกว่า 24 ล้าน ของวัด 12 แห่ง ที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 26 ปี เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมีทนายความของอดีตพระครูกิตติ มาฟังคำสั่ง ส่วนตัวพระครูกิตติ ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพตั้งแต่เมื่อวานนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุริยันต์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงคำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของจำเลย โดยศาลอุทธรณ์ได้พิเคราะห์ความหนักเบาของข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 26 ปี มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในการปล่อยชั่วคราวนั้นตามสิทธิและขั้นตอนตามกฎหมายนั้น จำเลยยังสามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวใหม่ได้ หรือจะอุทธรณ์คำสั่งการปล่อยชั่วคราวใหม่ต่อศาลฎีกาก็ได้ แต่การอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาจะต้องทำภายในระยะเวลา 1 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้เป็นการตัดสินคดีเงินทอนวัดสำนวนแรก โดยอดีตพระครูกิตติ ได้ร่วมกับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อายุ 60 ปี อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ทุจริตเงินทอนวัดกว่า 24 ล้านบาท โดยการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ ทนายความของอดีตพระครูกิตติได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน พร้อมแสดงความประสงค์ขอติดกำไล EM&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33997</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริตเงินทอนวัด, สมเกียรติ ขันทอง, สุริยันต์ หงษ์วิไล, อดีตพระครูกิตติ พัชรคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb998d81ab67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
