<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกกาลามสูตรสยบทำลายพุทธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พงศ์พร&amp;quot; ยกกาลามสูตร อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ สยบข่าวลือ พศ.จ้องทำลายศาสนา ยันไม่มีอำนาจจัดการบัญชีทรัพย์สินวัด เป็นหน้าที่ของ มส. ลั่นเตรียมรับมือม็อบพระแล้ว ถ้ามาจะถามมีหลักใดในพระพุทธธรรมบ้างที่ให้ใช้ความรุนแรง ส่วน &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ยังไม่ได้รับรายงาน เยอรมนีรับคำร้องลี้ภัยของ &amp;quot;เมธี&amp;quot; แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมรัชมังคลาจารย์ พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 17/2561 โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พร้อมด้วยกรรมการ มส. และ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าร่วมประชุม โดยการประชุมใช้เวลาประมาณ 25 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.30 น. พ.ต.ท.พงศ์พรแถลงภายหลังการประชุมว่า กว่า 2,500 ปีที่ผ่านมา พระพุทธองค์ทรงสอนพระสูตรบทหนึ่งในกาลามสูตรว่า อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ ต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ หากไม่เห็นเป็นประจักษ์แจ้งด้วยเหตุและผล ขอให้อย่าไปเชื่อ เช่นเดียวกับข่าวลือทั้งหลาย ที่ท่านต้องพิจารณาด้วยตนเอง ซึ่งข่าวต่างๆ ที่ออกมา ต่างมีผู้รับผิดชอบ บางรายโดนตำรวจเรียกตัวไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีความเข้าใจที่ว่าสำนักพุทธฯ จะจัดการบัญชีทรัพย์สินของวัดนั้น ขอยืนยันว่า พศ.เองไม่มีอำนาจในการดำเนินการส่วนดังกล่าว เพราะการปกครองของคณะสงฆ์มีผู้ปกครองสูงสุดคือสมเด็จพระสังฆราช และมี มส.เป็นองค์กรปกครองสูงสุด ซึ่งทำหน้าที่แก้กฎสำหรับใช้ปกครอง เทียบได้เป็น พ.ร.บ.มส.จึงเปรียบเป็นสภาและรัฐบาลสงฆ์ ขณะที่มติที่ออกมาเทียบได้กับมติ ครม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวว่า เรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับการบังคับสงฆ์หรือวัด ต้องออกผ่าน มส.เท่านั้น หนังสือที่มีการนำไปตีความแปลกแยกกันไป เมื่อพิจารณาแล้ว พศ.ต้องการเพียงตัวอย่างวัดที่จัดการเรื่องเงิน และนำไปศึกษาว่าสามารถทำได้หรือไม่เท่านั้น ซึ่งบางกรณีมีการใส่ร้ายจนอาจก่อให้เกิดความแตกแยกได้ ซึ่งในเบื้องต้นได้วัดตัวอย่างมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีตรวจสอบข้าราชการที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดนั้น ผอ.พศ.กล่าวว่า ไม่ขอระบุจำนวน รายละเอียด แต่บอกได้เพียงว่ามีหลายรายที่ถูกไล่ออกไปแล้ว และยังมีบางส่วนที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีการดำเนินการตามขั้นตอน
แจงกรณีจับสึกสงฆ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะเดินทางไปแจ้งความคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อตต่อไปที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เมื่อไร เนื่องจากมีการทวงถามมาจากฝั่ง ปปป. พ.ต.ท.พงศ์พรตอบว่า ไม่เคยได้ยินข่าวนี้มาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กรณีที่มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่าอาจมีการดำเนินการพร้อมระบุชื่อวัดบางแห่ง วัดเหล่านั้นเคยได้เงินจาก พศ.ในปี 2557 หรือไม่ เขาตอบว่า &amp;quot;การกล่าวอ้างในครั้งนั้น ถ้าน้องดูว่าผู้กล่าวอ้างโดนอะไรบ้างในขณะนี้ ซึ่งสิ่งที่เขากล่าวอ้างอยู่ระหว่างการพิสูจน์ แต่มีข้อสงสัยว่าเป็นเท็จจึงได้ถูกดำเนินคดีกรณีนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือความสับสน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักต่อว่า มีรายงานกรณีติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี อดีตกรรมการ มส.ในที่ประชุมหรือไม่ พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่การตามตัว แต่เป็นกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้อง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายปกครอง คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว ทาง พศ.ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และให้คำตอบแทนไม่ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีที่พระสงฆ์บางรูปโดนจับสึก โดยไม่ได้มีโอกาสชี้แจง เป็นการละเมิด ป.วิอาญาและรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผอ.พศ.แจงว่า คดีทั้งหมดประกอบด้วยการกระทำ 2 ส่วน ได้แก่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การจัดสรรงบประมาณโดยมิชอบ ซึ่งผู้รับผิดคือเจ้าหน้าที่และบุคคลอื่น ทั้งบรรพชิตและฆราวาส หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่จะผิดในฐานะผู้สนับสนุน อำนาจดำเนินคดีในส่วนนี้เป็นของ ป.ป.ช. ตำรวจสอบเบื้องต้นแล้วต้องส่งไปยัง ป.ป.ช. ก่อนดำเนินการวินิจฉัยเพื่อส่งอัยการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.หลังจากมีจำนวนเงินออกมาแล้ว เงินนั้นเป็นทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงิน ที่เรียกได้ว่าทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำผิด เมื่อการกระทำผิด การจัดสรรงบเป็นความผิดฐานทุจริต จึงเป็นมูลฐานหนึ่งในกฎหมายฟอกเงิน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือการสอบสวนคดีอาญาเกี่ยวกับความผิดฐานฟอกเงิน โดยผู้ที่ทำหน้าที่ยักย้ายถ่ายเทต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งอำนาจในส่วนนี้ กฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.ไม่ได้ระบุไว้ว่าให้หน่วยงานใดทำ แต่เป็นเหมือนคดีอาญาตามปกติ อำนาจจึงเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินคดี ซึ่งผู้กระทำผิดคือผู้ที่รับเงินจากพศ. ส่วนขั้นตอนการยักย้ายถ่ายเทจะเป็นใคร ก็ให้ว่ากันไป ซึ่งเมื่อสองถึงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวจากทางเลขาฯ ป.ป.ช.ว่าจะส่งเรื่องดังกล่าวมาให้ตำรวจทำต่อ
กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเทศที่เจริญแล้ว การบังคับใช้กฎหมายจะต้องเป็นใหญ่ เพียงแต่อำนาจของผู้ดำเนินคดีมีหลายองค์กร การปฏิบัติ อาจแตกต่างกันบ้าง แต่สุดท้ายแล้วเป้าหมายของวิธีพิจารณาคดีอาญาก็คือ คนบริสุทธิ์ต้องได้รับความคุ้มครอง คนผิดจะต้องถูกลงโทษ และหนี้สินต้องได้รับการชดใช้ ซึ่งความผิดทางอาญาทาง ปปง.จะตอบได้&amp;rdquo; ผอ.พศ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่จะมีการระดมพระสงฆ์มาชุมนุมที่พุทธมณฑล ในวันที่ 25 มิ.ย. เพื่อคัดค้านการจับกุมอดีตพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริต เงินทอนวัด ได้มีเตรียมการอย่างไรบ้าง พ.ต.ท.พงศ์พร กล่าวว่า ได้เตรียมการไว้หมดแล้ว ถ้าท่านมาตนก็จะไปกราบท่าน และมีหลักใดในพระพุทธธรรมบ้างที่ให้ใช้ความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงความกังวลใจต่อกรณีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินฟ้องร้องให้เอาผิด ผอ.พศ. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ในฐานความผิด ม.157 ฐานเจ้าหน้าที่รัฐประพฤติมิชอบ พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิดก็อย่าไปกลัว&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนกระแสข่าวลือว่าการเข้ามาของ ผอ.พศ. จะทำลายพระพุทธศาสนานั้น พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวว่า เห็นตนเป็นเสือสิงห์หรือเป็นยักษ์มาร ปิศาจอะไรกัน เป็นเพียงแค่ชาวพุทธคนหนึ่ง แม้ว่าจะนามสกุลพราหมณ์เสน่ห์ แต่ถ้าดูทะเบียนบ้าน ตนคือชาวพุทธ พ่อแม่ตนก็ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าทาง พศ.จะไปแจ้งร้องทุกข์ในคดีเงินทอนวัดล็อต 4 หรือไม่ ผอ.พศ.ตอบว่า การแจ้งความร้องทุกข์ต้องมาจากการตรวจสอบพยานหลักฐานเบื้องต้นให้เรียบร้อยว่ามีเหตุก่อน และมีหนังสือให้เรา แต่ว่าอย่าเพิ่งพูดกันถึงขั้นนั้น เพราะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ค่อยให้ข่าวอยู่แล้ว ถ้าตนพูดเรื่องนี้ก็จะมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ในฐานะรองโฆษก พศ. แถลง ว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งให้พระเทพเมธี (สมเกียรติ โกวิโท) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามฯ เดิมรักษาการตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามฯ เป็นเจ้าอาวาสวัด และแต่งตั้งให้พระดิลกโมลี ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดลำปาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนการประชุม มส.ที่ห้องประชุมรัชมังคลาจารย์ พุทธมณฑล นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ แกนนำกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน และกลุ่มเพื่อทนายปกป้องพระพุทธศาสนา ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เรื่อง ขอให้พระสงฆ์ทั่งราชอาณาจักร แจ้งข้อกล่าวหาสำนักงาน พศ. ผ่านนายสิปป์บวร &amp;nbsp;
ยุเจ้าอาวาสแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหนังสือดังกล่าวมีข้อความระบุตอนหนึ่งว่า &amp;nbsp;สถานการณ์ปัจจุบัน พระสงฆ์จำนวนมากถูก พ.ต.ท.พงศ์พรร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ทั้งเรื่องทุจริตเงินทอนวัด การฟอกเงิน การใช้เงินผิดประเภท ทำให้พระสงฆ์หลายรูปถูกจับสึกอยู่ในขณะนี้ ทั้งยังไม่มีการตรวจสอบอย่างละเอียด รวมทั้งใช้กำลังจับกุมราวกับพระสงฆ์เป็นอาชญากรแผ่นดิน ขณะที่มีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง ว่าจะมีการจับกุมล็อตอื่นๆ ไปเรื่อย อันเข้าข่ายคุกคามและเบียดเบียนพระสงฆ์ จึงขอให้ มส.แจ้งต่อพระสงฆ์ทั่วประเทศทุกวัดที่ได้รับงบประมาณจาก มส. ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ให้เจ้าอาวาสหรือตัวแทนเจ้าอาวาส ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ณ สถานีตำรวจท้องที่ ว่างบประมาณที่ได้จาก พศ.นั้น อาจเป็นงบประมาณผิดประเภท ผิดวัตถุประสงค์ที่ขอไป หากมีการแจ้งข้อกล่าวหากับทางวัดว่าใช้งบประมาณผิดประเภท เงินทอนวัด หรือฟอกเงิน ทางวัดจะแจ้งความดำเนินคดีกับ พศ. และ ผอ.พศ. จนถึงที่สุด และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาไว้ก่อน พร้อมให้ตำรวจท้องที่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ร่วมกับการแจ้งให้พระ สามเณร ในวัด รวมทั้งอุบาสกและอุบาสิกาเป็นพยานบุคคลไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ให้เจ้าอาวาสหรือตัวแทนเจ้าอาวาส ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จังหวัดไว้ทุกจังหวัด โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของงบประมาณดังกล่าว ที่ทางวัดได้มาไว้เป็นหลักฐาน เพื่อ ป.ป.ช.จังหวัดจะได้กันวัดไว้เป็นพยาน และเป็นผู้เสียหายในคดีต่อไป และให้ดำเนินคดีกับข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่รับเงินทอนจากวัดในประเทศข้อหาฉ้อโกงเงินทอนวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวที่ประเทศเยอรมนีรับคำร้องขอลี้ภัยของอดีตพระพรหมเมธี หรือนายจำนงค์ เอี่ยมอินทรา อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ว่ายังไม่ได้รับรายงานและไม่มีเอกสารใดๆ ส่งมา เป็นการพูดไปเองกันทั้งนั้น พร้อมถามกลับว่า ข่าวที่ไหน และใครเป็นคนพูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้รายงานเรื่องดังกล่าวหรือไม่ รองนายกฯ ปฏิเสธว่า ไม่มี ผบ.ตร.บอกว่าไม่มีคือไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีที่ทางการเยอรมนีขอเวลา 2 เดือน เพื่อตรวจสอบเอกสารขอลี้ภัยนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่พูดแล้ว ถามอยู่นั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าดังกล่าว และปฏิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีภาพพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ และเลขานุการสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ แต่งกายในชุดฆราวาสกับผู้หญิงคนหนึ่งว่า ได้ข่าวมาว่าเขาลาสิกขาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ กำลังให้ พศ.ไปตรวจสอบอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11795</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, สมเกียรติ โกวิโท, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a5e90b6f5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
