<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งประหาร 2ลูกชายเล่าต๋า สมคบคิดค้ายา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลสั่งประหารสถานเดียว &amp;quot;2 ลูกชายเล่าต๋า&amp;quot; กับพวกรวม 5 คน อีก 3 คนจำคุกตลอดชีวิต ฐานสมคบคิดมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย พบฟอกเงินในทรัพย์สินรวม 220 รายการ มูลค่า 200 ล้านบาท ริบของกลางทั้งหมด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ห้องพิจารณา 712 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ย.2613/2562 ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายปรีชา แสนลี่, นายอำนาจ แสนลี่ (ทั้งสองเป็นลูกชายนายเล่าต๋า แสนลี่ นักค้ายาเสพติดระดับชาติ), นายสมเจต แสนฟู่, นายปริญญา หรือหนึ่ง หมื่นอภัย, น.ส.ศิริวรรณ วงค์สา, นายศุภกร ภารสวัสดิ์, นายนัฐพงษ์ หมื่นอภัย และนายเชาวสิทธิ์ แก้วกองมา เป็นจำเลยที่ 1-8 ในความผิด พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ, พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 12 พ.ค.2561-11 พ.ค.2562 พวกจำเลยได้ร่วมกันมีเฮโรอีน ไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ที่บรรจุในถุงและหลอด น้ำหนักรวม 12 กก.เศษ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันฟอกเงิน โดยมีการวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำจัดหายาเสพติด ลำเลียงส่งจำหน่ายจากพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ไปที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และที่อื่นเกี่ยวพันกัน โดยมีจำเลยที่ 6-8 ให้ความช่วยเหลือ เปิดบัญชีธนาคารพาณิชย์หลายแห่งเพื่อรับเงิน-โอนเงินจากการค้ายาเสพติด เพื่อการฟอกเงินโดยนำไปซื้อบ้าน สิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ ที่ดิน สัตว์เลี้ยง และอื่นๆ รวม 220 รายการ มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 3 ก.ย.2562 เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมพวกจำเลยได้ พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1-5, 7-8 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 6 ให้การรับสารภาพ วันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยทั้งหมดมาจากเรือนจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้วรับฟังได้ว่า พยานหลักฐานของโจทก์ชี้ให้เห็นว่า จำเลยที่ 1-3 และ 6 เป็นการรับสารภาพ เพราะจำนนต่อจากพยานหลักฐานของโจทก์ ทั้งเส้นทางการเงินในบัญชีและพยานคนสนิทให้การ ส่วนที่จำเลยที่ 4-5, 7 นำสืบทำนองว่า รายได้ที่เข้ามาในบัญชีเป็นรายได้จากอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ขายวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างขายปูนและรายได้จากห้างหุ้นส่วนจำกัดวรรณศิริ 1985 (วัสดุก่อสร้าง) รวมถึงบิดามารดาของจำเลยมีรายได้ สามารถให้จำเลยที่ 4 ยืมเงิน และจำเลยที่ 4 โอนเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้ ไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ ทางนำสืบของจำเลย 4, 5, 7, 8 ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-5 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และจำเลยที่ 2-8 มีความผิดตาม พ.ร.บ.การฟอกเงินฯ การกระทำของจำเลยที่ 2-8 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ 2-4 มีความผิดฐานสมคบกันเพื่อมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และได้มีการกระทำความผิด เพราะเหตุที่ได้สมคบกันและร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้ลงโทษประหารชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ 5-8 ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเช่นเดียวกันกับตัวการ ให้ลงโทษประหารชีวิต และตามฟ้องจำเลยที่ 1, 4, 5 มีความผิดฐานสมคบกันเพื่อมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และได้มีการกระทำความผิดเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้ลงโทษประหารชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ 6-8 ให้การในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษคนละหนึ่งในสาม ฐานเป็นผู้สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด คงจำคุกจำเลยที่ 6-8 ตลอดชีวิต ฐานร่วมกันฟอกเงิน คงจำคุกจำเลยที่ 6-8 คนละ 16 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อลงโทษจำเลยที่ 2-5 ประหารชีวิต และลงโทษจำคุกตลอดชีวิตจำเลยที่ 5-8 ตามฟ้องในข้อหาสมคบกันทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว จึงไม่อาจนำโทษฐานอื่นมาเรียงกระทง ลงโทษได้อีกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) คงประหารชีวิตจำเลยที่ 1-5 สถานเดียว และจำเลยที่ 6-8 ให้จำคุกตลอดชีวิต ริบของกลางทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93374</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรีชา แสนลี่, สมเจต แสนฟู่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำนาจ แสนลี่, เล่าต๋า แสนลี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602d0cd1129ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึด200ล.แก๊งยา ขุมข่ายเหนือจดใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กอวบ&amp;quot; ขึ้นเชียงใหม่ แถลงผลงานลูกน้องยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญหลังปะทะเดือดจับตาย 1 ศพ ยึดยาบ้า 11 ล้านเม็ด พบเชื่อมโยงตั้งแต่ภาคเหนือจนไปถึงสุไหงโก-ลก ได้ทรัพย์สินมูลค่า 200 ล้าน พร้อมจับกุมตัวการสำคัญได้ 8 คน เผยยังอยู่ระหว่างตรวจสอบพฤติกรรมผู้ต้องสงสัยอีกจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 กันยายนนี้ ที่ สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดทรัพย์ของเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ได้กว่า 220 รายกา รมูลค่า 200 ล้านบาท จากการที่ทางหน่วยงานราชการได้บูรณาการในการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด และกรณีที่สถานีตำรวจภูธรแม่อายได้ปะทะกับกลุ่มขนยาบ้าข้ามแดนจากประเทศเมียนมาเข้าประเทศไทย เกิดการยิงกันจนทางฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ศพ และจับได้อีก 1 ราย พร้อมยึดยาบ้าทั้งหมดประมาณ 11 ล้านเม็ด โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลจากป้ายทะเบียนรถยนต์ไปหากลุ่มเครือข่ายผู้ค้า การตรวจสอบตามเส้นทางการค้า การโอนเงิน ฟอกเงิน พบว่ามีเครือข่ายเชื่อมโยงตั้งแต่ภาคเหนือจนถึง อ.สุไหงโก-ลก ในภาคใต้ จนสามารถยึดทรัพย์ได้จำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า การทำงานของตำรวจและทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกันได้ประโยชน์และได้ตัวการใหญ่ๆ จนวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจยึดทรัพย์ของ น.ส.ศิริวรรณ วงค์สา อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 9 ต.มะลิกา อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เจ้าของ หจก.วรรณศิริ สาขา 1 สันต้นหมื้อ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และ หจก.วรรณศิริ สาขา 2 ถนนเลี่ยงเมืองฝาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีอาคารพาณิชย์ จำนวน 5 คูหา ที่ดิน 22 แปลง มูลค่า 324,280 บาท เงินสด รถยนต์ จำนวน 47 คัน รถแบ็กโฮ 3 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 7 คัน เรือยนต์ 1 ลำ อาวุธปืน 3 กระบอก ทองรูปพรรณ จำนวน 6 รายการ เครื่องใช้ไฟฟ้า ม้า 4 ตัว สุกร 45 ตัว และทรัพย์สินอื่นๆ รวมทั้งหมดจํานวน 220 รายการ มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดตามหมายจับจํานวน 8 ราย ได้แก่ หมายจับศาลอาญา ลง 23 สิงหาคม 2562 มีนายปรีชา แสนลี อยู่บ้านเลขที่ 172 หมู่ 10 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่, นายอํานาจ แสนลี่ อยู่บ้านเลขที่ 536/37 หมู่ 5 ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่, นายสมเจต แสนฟู่ อยู่บ้านเลขที่ 220 หมู 10 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่, นายปริญญา หมื่นอภัย อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ 8 ต.สันต้นหมื้อ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่, น.ส.ศิริวรรณ วงค์สา อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 9 ต.มะลิกา อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่, นายศุภกร ภารสวัสดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 14 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่, นายนัฐพงษ์ หมื่นอภัย อยู่บ้านเลขที่ 158 หมู่ 8 ต.สันต้นหมื้อ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่, นายเชาวสิทธิ์ แก้วกองมา อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 9 ต.แม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดถูกกล่าวหา สมคบกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมตแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่าย และได้มีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบพฤติกรรมผู้ต้องสงสัยอีกจำนวนหนึ่ง &amp;nbsp;และขยายผลในทางคดีอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.ธนารัตน์ มีทองหลาง ผกก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายนัทธภัทร์ เมืองขวา หรืออาม อายุ 31 ปี ชาว จ.ปทุมธานี และนายสุขประเสริฐ ซื่อสัตย์ หรือบอม อายุ 21 ปี ชาว ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ในข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 160,000 เม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ชาว ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น ได้ให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ว่า ลูกชายและกลุ่มเพื่อนๆ อายุระหว่าง 15-17 ปี ชอบรวมตัวกันแว้นรถตามท้องถนนและมั่วสุมเสพยาเสพติด ทั้งยังทราบว่ากลุ่มของลูกชายซื้อยาบ้ามาจากเครือข่ายค้ายาบ้าข้ามชาติ ซึ่งเช่าบ้านอยู่ที่บ้านไม่มีเลขที่ ริมถนนเลี่ยงเมือง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่จึงวางแผนล่อซื้อจากผู้ต้องหาทั้งสอง ก่อนควบคุมตัวไว้ได้และพบของกลางอีกจำนวนหนึ่งในบ้านเช่า สารภาพรับยาบ้าจากเอเยนต์ชาวลาวขายให้วัยรุ่นในพื้นที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45014</URL_LINK>
                <HASHTAG>นัฐพงษ์ หมื่นอภัย, ปริญญา หมื่นอภัย, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ศิริวรรณ วงค์สา, ศุภกร ภารสวัสดิ์, สมเจต แสนฟู่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อํานาจ แสนลี่, เชาวสิทธิ์ แก้วกองมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6fb86016e41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
