<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียบร้อยวัดปากน้ำกินรวบ!คุมเบ็ดเสร็จการศึกษาสงฆ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.2561 - &amp;nbsp;เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม ได้ออกรายงานในหัวข้อ &amp;ldquo;วัดปากน้ำกินรวบ! คุมอำนาจการศึกษาสงฆ์เด็ดขาด ทั้งแม่กองบาลีและอธิการบดี มจร.&amp;rdquo; มีเนื้อหาน่าสนใจระบุว่า อา..โบราณว่า บุญวาสนานั้น แข่งกันไม่ได้ ในวันนี้ เห็นทีจะเป็นเรื่องจริง ดังมีนิทานสาธกยกเอา &amp;quot;สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์&amp;quot; เป็นตัวอย่างของ..คนมีบุญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือถ้ามองดู &amp;quot;ภาพรวม&amp;quot; ของวัดปากน้ำ อันมี &amp;quot;หลวงปู่สมเด็จช่วง&amp;quot; เป็นเจ้าอาวาสแล้ว หลังจากขึ้นนั่งเก้าอี้ &amp;quot;ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; เมื่อเดือน สิงหาคม 2556 หลังการมรณภาพของ &amp;quot;สมเด็จพระพุฒาจารย์-เกี่ยว&amp;quot; วัดสระเกศ เรื่อยมาจนถึงการสิ้นพระชนม์ของ &amp;quot;สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; เมื่อเดือนตุลาคม ปีเดียวกัน ช่วงนั้นเป็นช่วง &amp;quot;ขาขึ้น&amp;quot; ของวัดปากน้ำ แบบสูงสุดในประวัติศาสตร์ กล่าวได้ว่า &amp;quot;ถนนทางศาสนาทุกสายในประเทศไทยมุ่งไปวัดปากน้ำ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ครั้นพอสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระสังฆราชไปแล้ว จุดสูงสุดก็เริ่มหยุด กลายเป็นจุดตกต่ำ ประวัติ-พฤติกรรม ต่างๆ นานา ของสมเด็จช่วง ถูกขุดคุ้ยไปในทางเสียๆ หายๆ จนสุดท้ายรัฐบาลไทยก็ตัดสินใจ &amp;quot;แก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์&amp;quot; ปลดล็อกทางการศาสนา ส่งผลให้สมเด็จช่วง &amp;quot;ร่วง&amp;quot; จากเก้าอี้สมเด็จพระสังฆราช ไปตลอดกาล ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา แบบว่าสดๆ ร้อนๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ความร้อนยังมิหยุดเพียงเท่านั้น แม้ว่าจะได้สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่แล้ว กระแสเสียยังถาโถมโรมรันมหาเถรสมาคมอยู่อย่างต่อเนื่อง และแล้วในวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 รัฐบาลก็ได้ชงลูกให้ สนช. ทำการแก้ไข พรบ.คณะสงฆ์อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ทำการ &amp;quot;ปลดล็อก&amp;quot; กรรมการมหาเถรสมาคม &amp;quot;โดยสมณศักดิ์&amp;quot; ว่านับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่มีกรรมการ มส. โดยสมณศักดิ์อีกต่อไปแล้ว ทุกตำแหน่งต้องมาจากพระบรมราชโองการแต่งตั้ง สมเด็จพระราชาคณะ &amp;quot;อาจจะ&amp;quot; ไม่ได้เป็นกรรมการ มส. ก็เป็นได้ และอาจจะได้เป็น..ก็เป็นได้ แต่จะไม่ได้เป็น &amp;quot;โดยตำแหน่ง&amp;quot; เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้คนก็จ้องตาเขม็งไปที่ &amp;quot;วัดปากน้ำ&amp;quot; ว่าคงต้องถูก &amp;quot;เซ็ตซีโร&amp;quot; ไปในวาระกรรมที่จะมาถึงในไม่ช้าข้างหน้านี้อีก..แน่ๆ และเชื่อว่า บรรดาพระเถระในวัดปากน้ำ ตั้งแต่สมเด็จช่วงลงมา ก็คงจะทำใจเอาไว้แล้ว ตามบุญตามกรรมเถิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่..แต่ครั้น ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2561 ซึ่งมีพิธี &amp;quot;รับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ &amp;ldquo;มจร.&amp;quot; ของเจ้าคุณสมจินต์ (พระราชปริยัติกวี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ก็เกิดปรากฏการณ์ใหม่ ในรอบพันปี นั่นคือ วัดปากน้ำกลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาของพระสงฆ์ไทย ทั้งสายบาลีและมหาวิทยาลัยไปอย่างช็อกซีนีม่า!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ว่าช็อกนั้น ก็เพราะว่า บัดนี้ ตำแหน่งอันทรงอิทธิพลสูงสุดทางการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยนั้น ไหลไปรวมกันอยู่ในวัดปากน้ำหมด ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ตำแหน่ง-แม่กองบาลีสนามหลวง ถือว่าเป็นตำแหน่งอันขลังที่สุดในบรรดาตำแหน่งทางการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย เพราะภาษาบาลีเป็นภาษาที่รักษาไว้ซึ่งพุทธวจนะ จะเรียนรู้พระพุทธพจน์ได้หมดจดสดใสไร้ข้อกังขา ก็ต้องมาศึกษาภาษาบาลี ผู้ที่เรียนจบในสายบาลี จึงได้รับการยอมรับอย่างสูงสุดมาแต่โบราณกาล ถึงกับมีพระราชพิธี &amp;quot;ตั้งเปรียญ&amp;quot; ขึ้นในสำนักพระราชวัง และผู้ที่ผ่านพิธีนี้มาจะได้รับ &amp;quot;ราชทินนาม&amp;quot; นำหน้าว่า &amp;quot;พระมหา&amp;quot; แถมเมื่อเรียนสำเร็จชั้นใดชั้นหนึ่งจนได้เป็นมหาเปรียญแล้ว เมื่อเข้าทำการงานในตำแหน่งพระสังฆาธิการของคณะสงฆ์ ก็จะได้รับการสนับสนุนให้เจริญเติบโตในหน้าที่การงานและสมณศักดิ์เป็นพิเศษ ตำแหน่ง &amp;quot;แม่กองบาลี&amp;quot; จึงมีอิทธิพลทั้งด้านการศึกษาและการปกครองของคณะสงฆ์ไทยอย่างที่เรียกว่า &amp;quot;สูงสุด&amp;quot; ซึ่งตำแหน่งนี้ ปัจจุบันเป็นของ &amp;quot;พระพรหมโมลี-สุชาติ&amp;quot; ศิษย์เอกของสมเด็จช่วง วัดปากน้ำ ซึ่งก็รับตำแหน่งต่อจากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์มาอีกทอดหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ตำแหน่ง-อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร. แต่ก่อนนั้น ตำแหน่งนี้เหมือนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเถื่อน เพราะทางการไม่รับรอง ใบปริญญาที่จบมาแล้วเอาไปสมัครงานไม่ได้ ก.พ. ไม่มีอัตราเงินเดือนให้ ใครเรียน มจร.-มมร. ก็เลยกลายเป็นนักวิจัยฝุ่นไปโดยปริยาย แต่ครั้นมีการยกระดับมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่ง (มจร.-มมร.) ให้เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ในปี พ.ศ.2540 และต่อมาก็มีการย้ายศูนย์การศึกษา จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ท่าพระจันทร์ ไปอยู่ที่อำเภอวังน้อย พระนครศรีอยุธยา ในปี 2551 นับตั้งแต่นั้น มหาจุฬาฯ เลยกลายเป็นเสือติดปีก อธิการบดี มจร. คือ พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ศ.ดร. ป.ธ.9 Ph.d) มีบทบาทระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้นมองลงไปใน &amp;quot;เครือข่าย&amp;quot; ของมหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร. แห่งนี้ ก็จะพบว่ามี &amp;quot;วิทยาเขต-วิทยาลัยสงฆ์-ห้องเรียน และหน่วยวิทยบริการ&amp;quot; กระจายอยู่ทั่วประเทศ นับได้ถึง 40 แห่ง แถมด้วยสถาบันสมทบ ทำนอง &amp;quot;พันธมิตรทางการศึกษา&amp;quot; อีก 6 แห่ง ตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา สามารถผลิตบัณฑิตออกไปรับใช้สังคมได้มากมายถึง 50,000 รูป/คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช่แต่เท่านั้น ปัจจุบันนั้น มีวัดไทยในต่างประเทศทั้งโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ยุโรป อินเดีย-เนปาล และออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ร่วมๆ 300 วัด มีการส่งพระธรรมทูตไปปฏิบัติงานอยู่ไม่ต่ำกว่า 1,000 รูป ทั้งไปอยู่ประจำและอยู่ชั่วคราว บรรดาพระธรรมทูตเหล่านั้น ส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาไปจาก มจร. แถม มจร. ยังได้รับการมอบหมายให้ทำการอบรมพระธรรมทูต มาตั้งแต่ พ.ศ.2538 ถึงปัจจุบัน ผลิตพระธรรมทูตไปแล้วกว่า 1,500 รูป ซึ่งได้กระจายกันปฏิบัติงานอยู่ทั่วโลก เป็นตั้งแต่เจ้าอาวาสไปถึงภารโรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นต้นเหล่านี้ ส่งผลให้ &amp;quot;มหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร.&amp;quot; มีอิทธิพลสูงสุดทางด้านการศึกษา เพราะในสมัยปัจจุบันนั้น มหาวิทยาลัยถือว่าเป็นแหล่งผลิตบัณฑิตอย่างเป็นทางการที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้นเมื่อ ตำแหน่งอธิการบดี มจร. ตกเป็นของพระราชปริยัติกวี หรือเจ้าคุณสมจินต์ ซึ่งเป็นพระวัดปากน้ำ ก็เลยทำให้เก้าอี้อันทรงอิทธิพลสูงสุดทั้งด้านการศึกษาและการปกครองของคณะสงฆ์ไทย ไหลไปรวมกันอยู่ที่วัดปากน้ำของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพียงแห่งเดียว !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งเมื่อนับดูเก้าอี้สำคัญของพระวัดปากน้ำทั้งหมด ก็จะพบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ถือพัดยศชั้นสุพรรณบัฏ (สมเด็จ) และเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม โดยตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร) ถือพัดยศชั้นหิรัณยบัฏ (รองสมเด็จ) เป็นเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ และกรรมการมหาเถรสมาคม (โดยแต่งตั้ง)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.พระพรหมโมลี (สุชาติ) ถือพัดยศชั้นหิรัณยบัฏ (รองสมเด็จ) เป็นเจ้าคณะภาค 5 แม่กองบาลีสนามหลวง และกรรมการมหาเถรสมาคม (โดยแต่งตั้ง)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.พระราชปริยัติกวี (สมจินต์) ถือพัดยศชั้นราช ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีพระเถรานุเถระ ระดับ &amp;quot;รองๆ ลงไป&amp;quot; อีกมากมายในวัดปากน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ที่เก็งๆ กันว่า &amp;quot;วัดปากน้ำคงจะโดนเซ็ตซีโรคราวนี้จนเกลี้ยงวัด&amp;quot; นั้น ก็คงฝันค้าง เพราะถึงจะเซ็ตซีโร &amp;quot;มหาเถรสมาคม&amp;quot; ได้ แต่ตำแหน่ง &amp;quot;แม่กองบาลี&amp;quot; เอย &amp;quot;อธิการบดี&amp;quot; เอย นั้น พ.ร.บ.คณะสงฆ์ปัจจุบัน ไม่สามารถเซ็ตซีโรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่ตำแหน่งทั้งสองนี้ (แม่กองบาลี-อธิการบดี) มีความสำคัญกว่าตำแหน่ง &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; ด้วยซ้ำไป เพราะควบคุมการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยได้อย่างกว้างขวางและยาวนาน ดังนั้น ถึงไม่ได้เป็นสังฆราช แต่ถ้าสามารถคุมทั้งบาลีและ มจร. ไว้ในมือ ก็ถือว่า..ทรงอิทธิพลยิ่งกว่าสังฆราช !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่น่าแปลกใจว่า รัฐบาลไทย มุ่งมั่นจะทำการอภิวัฒน์คณะสงฆ์ไทย ที่เข้าใจว่าตกอยู่ในสภาวะ &amp;quot;ตกต่ำ&amp;quot; ให้ดีขึ้นสูงขึ้น แต่ก็ไม่เห็นทำอะไร ที่ทำๆ ไปก็แค่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1. แก้กฎหมาย ไม่ให้สมเด็จช่วงเป็นสังฆราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2. แก้กฎหมาย ไม่ให้สายธรรมกายครองอำนาจในมหาเถรสมาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหารู้ไม่ว่า ยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่ง เพราะสายธรรมกายเขาคุมการศึกษาไว้ทั้งหมด สายอื่นต่างหากที่ไม่ได้เรื่อง เพราะเอาแต่ตำแหน่ง แต่ไม่สนใจการศึกษาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กระบวนการซึ่งทรงพลังในการ &amp;quot;สร้างฐานอำนาจ&amp;quot; ในคณะสงฆ์ อันได้แก่ ตำแหน่งแม่กองบาลีและอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์นั้น กลับไม่เห็นปฏิรูปอะไร นี่ก็เห็นรีบประกาศ &amp;quot;เลือกตั้ง&amp;quot; ในเดือนกุมภาฯ ปีหน้า คงกลัวว่า ทุนจีนจะหนีไปเวียดนามและกัมพูชา เพราะถูกทรัมป์ทำสงครามการค้า ไทยเราคงได้แค่มองตาปริบๆ เหมือนหมูวิ่งผ่านหน้า กลัวถูกประณามว่า &amp;quot;เสียของ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าแต่บิ๊กตู่ไม่รู้จริงๆ หรือ หรือว่าแกล้งโง่ หรือว่า..โง่จริงๆ ???
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17796</URL_LINK>
                <HASHTAG>การศึกษาสงฆ์, วัดปากน้ำ, สมเด็จช่วง, สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์, อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9fa14f122fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2018 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2018 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!สมเด็จช่วงอ้างป่วย โดดประชุม มส.ตั้งแต่ตั้งสังฆราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ที่มาภาพ www.alittlebuddha.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.2561 &amp;ndash; การแก้ไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 ซึ่งประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 ม.ค.2560 โดยมีเนื้อหาสำคัญคือ &amp;ldquo;พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง และให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ&amp;rdquo; นั้น ทำให้เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2560 ได้มีประกาศสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช โดยมีพระราชโองการโปรดสถาปนา สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธำรง สกลมหาสงฆปริณายกตรีปิฎกธราจารย อัมพราภิธานสังฆวิสุต ปาพจนุตตมสาสนโสภณ กิตตินิรมลคุรุฐานียบัณฑิต
วชิราลงกรณนริศรปสันนาภิสิตประกาศ วิสารทนาถธรรมทูตาภิวุฒ ทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศร
ปวิธเนตโยภาสวาสนวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิบูลสีลสมาจารวัตรวิปัสสนสุนทร ชินวรมหามุนีวงศานุศิษฏบวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช เสด็จสถิต ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร เป็นประธานในสังฆมณฑลทั่วราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประเด็นที่น่าสนใจ คือ นับตั้งแต่สถาปนาสมเด็จพระสังฆราชเป็นต้นมา สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ หรือสมเด็จช่วง อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เคยมีมติ 17 ต่อ 0 เสนอชื่อขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชไม่เคยเข้าประชุม มส.นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยอ้างเหตุผลว่าป่วย ทั้งนี้เว็บไซต์alittlebuddha.com ได้ระบุไว้ข้อน่าสังเกตไว้ว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ไม่สามารถไปประชุม มส.ได้ แต่กลับไปประธานเปิดงานประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการหมู่บ้านศีลห้า ณ วัดไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2561 ได้
&amp;nbsp;
โดยเว็บรายงานง่า ในงานประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการหมู่บ้านศีลห้า ซึ่งจัดที่วัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้เดินทางไปร่วมงานด้วย โดยไม่มีทีท่าว่าป่วยแต่อย่างใด ยิ้มแย้มแจ่มใส โปรยอาหารให้ปลาหน้าวัดอย่างสบายอกสบายใจ เหมือนไปปิ๊กนิก! ตามเส้นทางนี้ จากวัดปากน้ำไปวัดไร่ขิง ต้องผ่านพุทธมณฑล หรือพุทธมณฑลอยู่ใกล้กว่าวัดไร่ขิง แปลกแต่จริง ที่สมเด็จช่วงไปวัดไร่ขิงได้ แต่ไปพุทธมณฑลไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คำถามก็คือ ระหว่างพุทธมณฑล ซึ่งเป็นสถานที่ประชุมมหาเถรสมาคม กับวัดไร่ขิง ซึ่งอยู่ในจังหวัดนครปฐมเหมือนกัน ทำไมสมเด็จช่วงไปร่วมงานศีลห้าวัดไร่ขิงได้ แต่ไปประชุมที่พุทธมณฑลไม่ได้ ? และระหว่าง โครงการหมู่บ้านศีลห้า กับการประชุมมหาเถรสมาคม อย่างไหนสำคัญกว่ากัน ? ตอบคำถามนี้ได้ก็ตอบปัญหาเรื่อง ป่วยการเมืองได้ เว้นแต่ไม่กล้าถามและไม่กล้าตอบ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โปรดสังเกตว่า การขาดประชุม มส. นั้น ไม่มีโทษกำกับ ไม่ว่าจะป่วยจริงหรือไม่ แต่มันเป็นมารยาทที่เรียกว่า จริยาพระสังฆาธิการ สมเด็จช่วงนั้น ดำรงตำแหน่งมายาวนาน เคยเป็นถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จะไม่รู้เรื่องนี้ก็คงไม่ใช่ นอกเสียจากว่าจงใจจะไม่ไปประชุม มส. ซึ่งก็ต้องตีความว่าเป็นการ ป่วยการเมือง ! แต่ป่วยชนิดนี้ ไม่มียาชนิดใดจะรักษา รัฐบาลหรือมหาเถรสมาคมจะลงโทษก็ไม่ได้ ปลดก็ไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่าน 3 วาระรวดในกฎหมายสงฆ์เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมาก็เชื่อว่าอีกไม่นานสมเด็จช่วงก็อาจไม่ต้องไปประชุม มส.ตลอดไปแน่แล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13426</URL_LINK>
                <HASHTAG>มส., มหาเถรสมาคม, วัดปากน้ำ, สถาปนา, สมเด็จช่วง, สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์, สมเด็จพระสังฆราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4ac956e8096.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนเชือดสมเด็จช่วง ผ้าเหลืองลุกเป็นไฟ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ที่มาภาพ http://www.alittlebuddha.com/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.2561 - เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บวัดไทยในลาสเวกัสได้เขียนวิเคราะห์ในหัวข้อ &amp;ldquo;จ่อเชือดสมเด็จช่วง ! ไลน์พระและวงในลือกันแซ่ด เล่นเอาวัดปากน้ำเงียบกริบ เตรียมรับมือหรือเตรียมหนีก็ไม่รู้!&amp;rdquo; ระบุไว้น่าสนใจว่า อา..ขอเตือนรัฐบาลไทยว่า จะคิดจะทำอะไรก็ขอให้รอบคอบ คิวก่อนๆ นั้นแค่รองสมเด็จ แต่วันนี้ เห็นว่าเป็นระดับ &amp;quot;สมเด็จ&amp;quot; แถมยังเคยปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชด้วย บิ๊กตู่ก็เพิ่งพูดไปเมื่อวานมิใช่หรือว่า &amp;quot;ถ้าวิจารณ์ตัวผมนั้นพอรับได้ แต่วิจารณ์ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ทนไม่ไหว ไม่ให้เกียรติแก่ประเทศไทย&amp;quot; กรณีจะดำเนินคดีกับ &amp;quot;อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; ก็เช่นเดียวกัน มันต้องมองให้รอบด้าน อย่ามองแต่ด้านกฎหมายอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อด้วยว่า ถ้าวัดปากน้ำโดนหนักถึงกับสึกในคราวนี้ ปัถพีก็คงสะเทือน ต้องมีปฏิกิริยาอย่างรุนแรงจากพระเณรทั่วประเทศ เผลอๆ อาจจะมีม็อบพระนับหมื่นนับแสนออกมาในคราวนี้ แบบว่าไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว เพราะคงถึงจุดที่เกินจะรับไหวแล้ว เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจนะ เจริญพรฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11050</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, ลาสเวกัส, วัดปากน้ำ, สมเด็จช่วง, อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ, เว็บไซต์, ไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180610/image_big_5b1cb7f4a291c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารแทรกแซงสงฆ์ ‘ธิดา’ ชี้เปรี้ยงเป้าที่3ต่อจากสมเด็จช่วง-ธรรมกาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.61 - UDD News เผยแพร่ความเห็น นางธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษาแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ต่อกรณีการทุจริตเงินทอนวัดว่าเป็นเรื่องใหญ่นั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องเงินทอนถ้าจะเปรียบเงินทอนวัดก็เหมือนเงินทอนคนไร้ที่พึ่งเงินทอนกระทรวงพัฒนาสังคมฯก็เหมือน เงินทอนกระทรวงศึกษาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา กล่าวต่อว่าแต่ทั้ง 2 กระทรวง ตัวด้านหลักก็คือข้าราชการ ใช่ไหมคะ เป็นตัวตั้งเรื่องต้นเรื่องทำเรื่องสุดท้ายก็เป็นคนที่ได้ผลประโยชน์แต่ถามว่าในสำนักงานพุทธศาสนาทำไมเรื่องราวไม่ได้ดำเนินไปแบบเดียวกันเหมือนกระทรวงอื่น ๆ นั่นก็คือเรื่องเงินทอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดูเหมือนจะทำให้ข้าราชการในสำนักพุทธศาสนาบริสุทธิ์ผุดผ่องหรืออย่างไร ไม่พูดถึงเลยว่ามีความเกี่ยวข้องเกี่ยวโยงกันอย่างไร อย่าลืมว่าข้าราชการเป็นด้านหลัก พระตามวัดต่าง ๆ เป็นปลายเหตุทั้งนั้น การจัดการกับพระนั้นดูประหนึ่งเป็นเจตนาให้พระทั้ง 5 รูป (3 ใน 5 รูปนั้นเป็นถึงพระราชาคณะ) เสียชื่อและถูกกล่าวหาไปก่อน หรือเป้านี้จะเป็นเป้าที่ 3 นับจาก สมเด็จช่วง มา วัดธรรมกาย แล้วก็มาพระราชาคณะทั้ง 3 รูป&amp;rdquo;นางธิดา กล่าวและตั้งข้อสังเกตว่าการจะเจตนาหรือไม่ก็ตามที่เล่นงานสมเด็จพระราชาคณะทั้ง 3 รูป ดูประหนึ่งมีนัยยะทางการเมืองเรื่องของสงฆ์หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอ กล่าวด้วยว่าเอาประโยชน์ประเทศชาติ ประชาชน และพระพุทธศาสนา เป็นหลักอย่าเอาประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก ถ้าเอาแก่นพุทธศาสนาเอาความถูกต้องเป็นหลัก ก็จะเดินหน้าไปได้ แต่ถ้าจงใจจะใช้วิธีการจัดการ &amp;ldquo;กำจัด&amp;rdquo; ประหนึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตแบบฆราวาส มันจะยิ่งหนักเข้าไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปกติในทางการเมืองเราบอกว่า อย่าใช้การทหารมาจัดการกับการเมืองตอนนี้เรามีเรื่องการสงฆ์...คุณจะเอาการทหาร คุณจะเอาการเมือง ไปจัดการเรื่องของสงฆ์ไม่ได้&amp;rdquo;นางธิดากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7409</URL_LINK>
                <HASHTAG>5พระผู้ใหญ่, ธรรมกาย, ธิดา, พศ., สมเด็จช่วง, โกงเงินทองวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180302/image_big_5a98f917eb6f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
