<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2025 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 22:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวย่อจังหวัด 77 จังหวัดของประเทศไทย พร้อมคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หากคุณกำลังมองหา ตัวย่อจังหวัด ทั้ง 77 จังหวัดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเพื่อใช้งานในด้านเอกสาร โลจิสติกส์ หรือการวางแผนงานต่าง ๆ บทความนี้ได้รวบรวมมาให้แบบครบถ้วน พร้อมคำแปล ตัวย่อจังหวัด ภาษาอังกฤษ เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายและถูกต้องมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

ตัวย่อจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด


	กทม - กรุงเทพมหานคร (Bangkok)
	กระ - กระบี่ (Krabi)
	กจ - กาญจนบุรี (Kanchanaburi)
	กส - กาฬสินธุ์ (Kalasin)
	กบ - กำแพงเพชร (Kamphaeng Phet)
	กน - กาฬสินธุ์เหนือ (ใช้ภายในบางหน่วยงาน)
	ขก - ขอนแก่น (Khon Kaen)
	ขอน - ขอนแก่น (ชื่อเต็ม)
	จบ - จันทบุรี (Chanthaburi)
	ฉช - ฉะเชิงเทรา (Chachoengsao)
	ชบ - ชลบุรี (Chon Buri)
	ชน - ชลบุรี (ชื่อเต็ม)
	ชร - เชียงราย (Chiang Rai)
	ชม - เชียงใหม่ (Chiang Mai)
	ตร - ตรัง (Trang)
	ตาก - ตาก (Tak)
	นค - นครนายก (Nakhon Nayok)
	นธ - นราธิวาส (Narathiwat)
	นศ - นครศรีธรรมราช (Nakhon Si Thammarat)
	นว - นครพนม (Nakhon Phanom)
	นม - นครราชสีมา (Nakhon Ratchasima)
	นย - นครนายก (Nakhon Nayok)
	นพ - นครพนม (Nakhon Phanom)
	นฐ - นครปฐม (Nakhon Pathom)
	นน - นนทบุรี (Nonthaburi)
	นบ - นราธิวาส (Narathiwat)
	บก - บึงกาฬ (Bueng Kan)
	บร - บุรีรัมย์ (Buri Ram)
	บญ - บึงกาฬ (ชื่อเต็ม)
	ปน - ปัตตานี (Pattani)
	ปท - ปทุมธานี (Pathum Thani)
	ปข - ประจวบคีรีขันธ์ (Prachuap Khiri Khan)
	ปจ - ปราจีนบุรี (Prachin Buri)
	พย - พะเยา (Phayao)
	พช - พิจิตร (Phichit)
	พร - พรหมพิราม (เฉพาะบางหน่วยงาน)
	พน - พังงา (Phangnga)
	พล - พิษณุ


&lt;p&gt;ดูเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119866</URL_LINK>
                <HASHTAG>Semi ICU, มูลนิธิชัยพัฒนา, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า, ห้องระบบแลกเปลี่ยนอากาศแรงดันลบแบบสมบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถวายซิโนฟาร์มแสนโดส เคาะ4.7พันล.ซื้อไฟเซอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภากาชาดจีนถวายวัคซีนซิโนฟาร์ม 1 แสนโดสแด่กรมสมเด็จพระเทพฯ เพื่อใช้ในกิจการของสภากาชาดไทย ครม.อนุมัติ 4,745 ล้านบาท จัดซื้อ ไฟเซอร์ 9.9 ล้านโดส สธ.เผยอัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น ทำให้อัตราป่วยหนัก-เสียชีวิตลดลง สิ้นปีมีวัคซีนรวม 140 ล้านโดส เพียงพอประชาชนได้รับครบ 2 เข็ม รวมเข็ม 3 เป็น 70% นายก อบต.ปัตตานีรอไม่ไหว ควักเงินส่วนตัวซื้อซิโนฟาร์ม 3 พันโดสฉีดให้ชาวบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒนรัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย นำนายหยาง ซิน (Mr. Yang Xin) อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนสภากาชาดจีน เฝ้าฯ &amp;nbsp;น้อมเกล้าฯ ถวายวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซิโนฟาร์ม จำนวน 100,000 โดส เพื่อใช้ในกิจการของสภากาชาดไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ได้อนุมัติวงเงิน 4,745 ล้านบาท สำหรับการจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 9,998,820 โดส เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคแก่กลุ่มเป้าหมายหลัก 6 กลุ่ม ได้แก่ เด็กอายุ 12-17 ปี, หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป, บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า (ฉีดกระตุ้นภูมิเข็มที่หนึ่ง), ผู้สูงอายุและผู้มีและกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง, ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เน้นผู้สูงอายุและโรคเรื้อรัง และผู้ที่มีความจำเป็นต้องการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ เช่น นักเรียน นักศึกษา นักกีฬานักการทูต เป็นต้น ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร​กล่าวว่า ที่ผ่านมา ครม.ได้อนุมัติให้ดำเนินการจัดซื้อจัดหาวัคซีนโควิด-19 แล้วจำนวน 80 ล้านโดส วงเงิน 22,990 ล้านบาท แบ่งเป็นการจัดซื้อจัดหาวัคซีนจากบริษัท แอสตร้าเซนเนก้าฯ 61 ล้านโดส, ซิโนแวค จำนวน 19 ล้านโดส และบริษัทไฟเซอร์ จำนวน 20 ล้านโดส ซึ่งการจัดซื้อไฟเซอร์ จำนวน 9.9 ล้านโดสนี้ ช่วยให้ไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการจัดหาวัคซีนให้กับประชาชนจำนวนอย่างน้อย 100 ล้านโดส ภายในปี 2564 เพื่อช่วยประชาชนให้เข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ตามนโยบายของรัฐสร้างภูมิคุ้มกันโรค ลดอัตราการป่วยและการเสียชีวิต รวมทั้งเป็นการลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็วด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรตอบคำถามสื่อมวลชนตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ถึงความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนช่วงเดือน ก.ย. จะมีการนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์มาในเดือนนี้หรือไม่ ว่าทาง ศบค.รายงานแล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประมาณการวัคซีนตั้งแต่เดือน ก.ย.-ธ.ค. จะมีวัคซีนไฟเซอร์เข้ามาประมาณ 30 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงว่า ในส่วนภาพรวมการฉีดวัคซีนวันที่ 29 ส.ค.64 รวมจำนวน 2.7 แสนคน ยอดรวมสะสมอยู่ที่ 30.9 ล้านโดส แบ่งเป็นเข็ม 1 จำนวน 23 ล้านคน คิดเป็น 32% และเข็ม 2 จำนวน 7.3 ล้านคน คิดเป็น 10.2% หากหลังจากนี้ประเทศไทยใช้สูตรฉีดวัคซีนไขว้เป็นหลัก คือซิโนแวคเป็นเข็ม 1 และแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็ม 2 มีระยะเวลาห่างกันเพียง 3 สัปดาห์ก็จะทำให้มีจำนวนผู้ได้รับวัคซีนเข็ม 1และ 2 ใกล้เคียงกัน เมื่อแยกการฉีดวัคซีนเข็ม 1 ในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ส่วนปริมาณและขีดความสามารถในการฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมายปี 64 รวมวัคซีนที่มีแผนส่งมอบจนถึงปลายปี 64 มี 124 ล้านโดส เมื่อรวมกับวัคซีนซิโนฟาร์มและโมเดอร์นา เป็น 140 ล้านโดส ซึ่งในช่วงต่อจากนี้จะสามารถฉีดวัคซีนได้ในจำนวนมากและต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแนวทางการฉีดวัคซีน ควบคู่ไปกับมาตรการควบคุมโรค โดยเดือน ส.ค.ต้องฉีดเข็ม 1 ในกลุ่ม 608 ใน 12 จังหวัด ให้ได้ 70% และเดือน ก.ย.เพิ่มอัตราการฉีดเข็ม 1 ในกลุ่ม 608 ทุกจังหวัดให้ได้ 70% ซึ่งเดือน ต.ค. ต้องฉีดครบ 2 เข็มในกลุ่ม 608 และมากกว่า 50% ได้ฉีดเข็ม 1 ทั้งประเทศ รวมเด็กด้วย ซึ่งในเดือน พ.ย.ประชาชนทั้งประเทศต้องได้รับวัคซีนเข็ม 1 70% และเข็ม 3 กระตุ้นในพื้นที่เสี่ยง และเดือน ธ.ค. ต้องฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมทั้งประเทศ 2 เข็ม รวมเข็ม 3 ด้วยเป็น 70%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรรอธิบายถึงการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปในพื้นที่ต่างๆ พบว่า ภาพรวมจากกราฟในช่วงสัปดาห์ 22 อัตราการฉีดวัคซีนค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จาก 0.8% จนในสัปดาห์ที่ 34 อยู่ที่ 34% และเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการเสียชีวิตในสัปดาห์ 25 ขึ้นไปสูงสุดอยู่ที่ 18.34% หรือประมาณ 1 ใน 5 จนเมื่อมีอัตรการฉีดวัคซีนสูงทำให้ในช่วงสัปดาห์ 30 อัตราการเสียชีวิตลดลงมาเหลือ 9.27% และในสัปดาห์ที่ 31-34 ก็อยู่ในช่วงเก็บข้อมูล ในขณะเดียวกันอัตราการป่วยหนักก็ลดลงในสัปดาห์ 29 อยู่ที่ 11.56% ซึ่งมีแนวโน้มลดลงตามอัตราการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมมากขึ้น ส่วนจังหวัดควบคุมสูงสุดเข้มงวด 19 จังหวัด อัตราการฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุก็มีทิศทางเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ยอดการเสียชีวิตในอัตราที่สูงสุดของเพดานยังคงระดับอยู่และค่อยๆ ลดลงหลักจากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีวัคซีนสามารถต้านสายพันธุ์เดลตาได้หรือไม่นั้น นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า สายพันธุ์เดลตาระบาดได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมถึง 2.5 เท่า และด้วยการระบาดที่รวดเร็วทำให้ในหลายประเทศที่มีฉีดวัคซีนไปแล้วกลับมาระบาดอีกครั้ง ดังนั้นการฉีดวัคซีนอย่างเดียวไม่สามารถหยุดการแพร่เชื้อได้ ต้องอาศัยมาตรการด้านสาธารณสุขร่วมด้วย ในส่วนของเข็ม 3 ยังคงเน้นที่กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนสำหรับประชาชนทั่วไปคาดว่าจะได้เริ่มฉีดในพื้นที่เสี่ยงก่อน แต่จะเป็นยี่ห้อไหน ต้องติดตามความชัดเจนอีกครั้ง และคาดว่าในเดือน ธ.ค. วัคซีนเข็ม 3 จะกระจายทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ จ.ปัตตานี ตัวเลขยังคงไม่นิ่ง พบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตรายใหม่ทุกวัน ที่โรงเรียนสูงวัยทักษิณานาเกตุ ม.6 ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ นายมาหะมะสอดี มะเด็ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาเกตุ ใช้เงินส่วนตัวจัดหาวัคซีนซิโนฟาร์ม จำนวน 3,000 โดส ซึ่งเป็นวัคซีนทางเลือกของชาวบ้าน โดยวันนี้จะเร่งฉีดให้กับชาวบ้านที่ลงทะเบียน 1,500 คน ในเข็มที่ 1 จำนวน 1,500 โดส ส่วนในรอบต่อไปจะเป็นเข็มที่ 2 อีก 1,500 โดส โดยภายหลังการฉีดวัคซีนยังมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 แพ็ก และสมุนไพรฟ้าทะลายโจร แจกให้กับชาวบ้านผู้มาฉีดวัคซีนในครั้งนี้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ซึ่งบรรยากาศโดยทั่วไปปรากฏว่าเมื่อประชาชนทราบว่าเป็นวัคซีนซิโนฟาร์ม ต่างแห่เดินทางมาฉีดวัคซีนกันอย่างคึกคัก ซึ่งต่างจากก่อนหน้านี้ ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ตื่นตัวที่จะรับวัคซีนซิโนแวค เพราะกังวลในเรื่องของคุณภาพวัคซีนอยู่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115082</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา, จัดซื้อ ไฟเซอร์, สภากาชาดจีนถวายวัคซีนซิโนฟาร์ม, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612ce02e12328.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทานพระฉายาลักษณ์ ฉลองพระองค์เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์ และข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
26 ส.ค.64- เพจ มูลนิธิชัยพัฒนา เผยว่าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์นายกกิตติมศักดิ์และองค์ประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระฉายาลักษณ์ ฉลองพระองค์เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์ และข้อความให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ในนามมูลนิธิชัยพัฒนา และกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 ( และโรคระบาดต่างๆ ) ความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;hellip;ชัยพัฒนาสนับสนุนผู้ดูแลรักษาผู้ป่วย...ขอบคุณครับ/ค่ะ&amp;hellip;
พร้อมลงพระนามาภิไธย &amp;ldquo;สิรินธร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพระฉายาลักษณ์นี้จะพระราชทานแก่โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ -เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์ให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ มีจำหน่าย ณ ร้านภัทรพัฒน์ ทุกสาขา รายได้จากการจำหน่ายสมทบ &amp;ldquo;กองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด 19 (และโรคระบาดต่าง)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.facebook.com/155659084573776/posts/2135451226594542/?d=n&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114597</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยพัฒนาสนับสนุนผู้ดูแลรักษาผู้ป่วย, มูลนิธิชัยพัฒนา, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า, เสื้อยืดลายฝีพระหัตถ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61271e5a8b4e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระเป๋าเยี่ยมบ้านโดยมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ส่งความช่วยเหลือด่านหน้าป้องกันโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ห่วงใยประชาชนและเจ้าหน้าที่ด่านหน้า มอบกระเป๋าเยี่ยมบ้านสำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 เวลา 14.00 น. นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน พร้อมด้วย นายวิจิตร ไชยมงคล ประธานสภาเทศบาลเมืองน่าน ร่วมมอบกระเป๋าเยี่ยมบ้านสำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน จำนวน 32 ชุมชน 64 ชุด เพื่อให้สนับสนุนการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขโดยเฉพาะการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิรักษ์ป่าน่านฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัณฑูร ล่ำซำ รองประธานมูลนิธิรักษ์ป่าน่านฯ เผยว่า ตามที่มูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ดำเนินงานโครงการมอบความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์จำเป็นให้แก่สถานบริการสาธารณสุขชุมชนพื้นที่จังหวัดน่าน ทำให้ทราบข้อมูลความขาดแคลนของอุปกรณ์การดูแลสุขภาพของประชาชนในเบื้องตัน โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นผู้ดำเนินการนั้น เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ อสม.มีประสิทธิภาพประสิทธิผลยิ่งขึ้น มูลนิธิฯ จึงได้จัดทำกระเป๋าเยี่ยมบ้าน ซึ่งบรรจุอุปกรณ์ตรวจเช็กสุขภาพเบื้องต้น 5 รายการ ได้แก่ ปรอทวัดไข้ดิจิทัล เครื่องวัดความดันโลหิตดิจิทัล เครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือด สายวัดรอบเอว และชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้แก่ อสม. เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ได้มอบกระเป๋าเยี่ยมบ้านสำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้แก่โรงพยาบาลน่าน ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองน่าน และ รพสต.ในเขตอำเภอเมืองน่าน จำนวน 18 แห่ง 137 หมู่บ้าน รวมชุดอุปกรณ์ 274 ชุด ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ่อ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านน้ำงาว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลผาสิงห์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปางค่า โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไชยสถาน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลถืมตอง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเรือง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาซาว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดู่ใต้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนมูล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกองควาย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนน้ำครก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสวก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเนียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านน้ำโค้ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านละเบ้ายา และสถานบริการสาธารณสุขชุมชนห้วยมอญ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114425</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, กระเป๋าเยี่ยมบ้านโดยมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ส่งความช่วยเหลือด่านหน้าป้องกันโควิด, มูลนิธิรักษ์ป่าน่าน, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124fb0bc85b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯพระราชทานบัตรอวยพร 2564  ปีฉลูวัวใจดีเข้ามาหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.63- สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบัตรอวยพรปีใหม่ ปี 2564 แก่ปวงชนชาวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพฝีพระหัตถ์ เป็นภาพวัวนม ด้านข้าง มีขวดนมสดสีขาว พร้อมงลงพระนามาภิไธย &amp;ldquo;สิรินธร&amp;rdquo; และพรพระราชทาน ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สวัสดีปีฉลูวัว
ปีที่แล้วโรคร้ายหมายชีวิต
มีคนติดทั่วโลกอยู่มากหลาย
คนยังอยู่จนยากลำบากกาย
ที่ทุกข์คลายเพราะความรักสามัคคี
ปีฉลูวัวใจดีเข้ามาหา
มีนมมาให้ดื่มเป็นสุขขี
สุขภาพของเด็กเติบโตดี
ผู้ใหญ่ที่ดื่มนมก็แข็งแรง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84880</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรอวยพรปีใหม่ ปี 2564, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbccdc887386.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงอวยพรคนไทย สุขล้ำนำโชคนำชัยใน‘ปีหนู’พสกนิกรประสบความสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพรปีใหม่ ขอให้คนไทยมีความสุขสวัสดี ประสบความสำเร็จในชีวิต พร้อมพระราชทาน ส.ค.ส. ให้พสกนิกรสุขล้ำปีหนู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พุทธศักราช 2562 เวลา 07.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ &amp;nbsp; สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปยังด้านหน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทรงบาตรพระสงฆ์จำนวน 100 รูป ร่วมกับคณะผู้บริหาร คณาจารย์ แพทย์ พยาบาล บุคลากร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, สภากาชาดไทย, คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประชาชน&amp;nbsp;
ทั้งนี้ นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของขวัญ และ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปฏิทินประจำปี 2563
จากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพรปีใหม่ เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2563 เพื่อเป็นสิริมงคลแก่เจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย ตลอดจนประชาชนที่ร่วมเฝ้าทูลละอองพระบาท โดยมีพระราชดำรัสพระราชทานพรปีใหม่ 2563 ความว่า
&amp;ldquo;ขอขอบคุณที่ทุกคนช่วยกันปฏิบัติงานมาด้วยดี และเป็นประโยชน์ต่อบุคคลทั่วๆ ไป ขอให้บุญกุศลที่ทำร่วมกันมาวันนี้ช่วยดลบันดาลให้ทุกท่านมีความสุขสวัสดี ประสบความสำเร็จในชีวิต หน้าที่การงาน และสิ่งที่พึงปรารถนาทุกประการ ในปีใหม่ และสืบต่อๆ ไปด้วยในอนาคต&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน ส.ค.ส. เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2563 ซึ่งตรงกับปีชวดหรือปีหนู ขณะเสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทรงบาตรเนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2563 ซึ่งมูลนิธิพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าได้ขอพระราชทานเชิญไปเผยแพร่แก่ประชาชนได้ชื่นชม&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ส.ค.ส.เป็นภาพฝีพระหัตถ์รูปค้างคาวสีเหลือง ด้านบนเป็นตราประจำพระองค์ พระนามาภิไธย สธ ตรงกลางเป็นข้อความและโคลงลายพระหัตถ์ 1 บท ความว่า พ.ศ.2563 สวัสดีปีชวดหนู ค้างคาว คือ หนูมีปีกนำโชค
หนูปีกดูแปลกแท้ อะไร&amp;nbsp;
เป็นสัตว์ประเภทใด &amp;nbsp;ใคร่รู้
อ๋อค้างคาวนั่นนำชัย &amp;nbsp;นำโชค
จีนว่า &amp;quot;ฝูเต้า&amp;quot; ทุกผู้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; สุขล้ำปีหนู
พร้อมทรงลงพระนามสิรินธร
ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในรายการ Government Weekly ช่วง PM Talk ทางเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า โดยสัปดาห์นี้เป็นการพูดคุยกับน้องฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ขวัญใจคนไทยที่เข้าสู่รอบ 5 คนสุดท้ายในการประกวดมิสยูนิเวิร์สประจำปีนี้ที่สหรัฐอเมริกา โดยนายกฯ กล่าวยินดีที่น้องฟ้าใสได้เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย และขอให้ภูมิใจว่าได้ 1ใน 5 ก็ถือว่าเก่งแล้ว พร้อมกล่าวว่าที่ผ่านมาก็ได้ดูการประกวดบ้าง เรื่องไหนที่เป็นเรื่องที่คนไทยไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ก็ถือว่าคนเหล่านั้นเป็นทูตวัฒนธรรม ไปเผยแพร่อัตลักษณ์ความเป็นไทยในเวทีต่างชาติ&amp;nbsp;
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงแรงบันดาลในการทำงานว่า นึกถึงสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่สำคัญคือประชาชน ซึ่งมีหลายระดับ โดยเฉพาะคุณภาพชีวิตที่เราต้องพัฒนา การเป็นนายกฯ ไม่ได้เหนื่อยมาก แต่ก็มีเครียดบ้าง ก็เป็นบางเวลา เป็นธรรมดาของมนุษย์ แต่เราก็ต้องไม่ทำให้กำลังใจท้อถอย ปัญหามีไว้ให้แก้ อนาคตมีไว้ให้ทำ ซึ่งนายกฯ จะต้องทำทั้ง 2 อย่างคือการแก้ปัญหาในอดีต และเดินหน้าประเทศไทยไปสู่อนาคต สิ่งที่เราต้องมองคือวิสัยทัศน์ของประเทศเรา ที่จะนำพาประเทศของเราไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ได้อย่างไร อีก 20 ปีเราจะพ้นกับดักรายได้ปานกลางไปสู่รายได้สูงได้อย่างไร ซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน ทั้งรัฐบาลและประชาชนต้องช่วยกันและต้องปรับตัว ตนคาดหวังว่าประเทศไทยจะมีเสถียรภาพทั้งประเทศและประชาชน ได้คนที่มีคุณภาพ มีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างเข้มแข็ง
สำหรับคำอวยพรให้คนไทย นายกฯ มีให้คนไทยเสมอ ซึ่งก็ไม่ได้มีวันพิเศษอะไรมากนัก เพราะให้กับประชาชนทุกวันอยู่แล้ว ให้ใจ ให้กำลังใจ ให้ความเข้าใจ รับสิ่งที่เขาพูด ซึ่งเราก็ต้องอดทน ในโอกาสขึ้นปีใหม่ก็อยากให้ทุกคนประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งเรื่องรายได้ อาชีพ ขอให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางอุปสรรคมากมายในวันนี้ สิ่งที่อยากจะฝากไว้ถ้าเราต้องการอะไรจะรอรับความช่วยเหลืออย่างเดียวก็คงลำบาก ทุกคนก็ลำบากด้วยกันทั้งหมด รัฐบาลก็พยายามทำอย่างเต็มที่ ปีใหม่ปีนี้ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม การเดินทางไปท่องเที่ยวขอให้ปลอดภัย เมื่อกลับมาแล้วขอให้ตั้งใจในการทำงาน รวมถึงการพัฒนาและทบทวนตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด รวมถึงการทำงานร่วมกับรัฐบาลและนายกฯ เพราะเราแบ่งแยกกันไม่ได้อยู่แล้ว เป็นคนไทยด้วยกัน ทุกคนคาดหวังว่าจะให้ประเทศไทยพัฒนาก้าวหน้าเหมือนประเทศอื่นๆ ซึ่งบางอย่างก็ดี และบางอย่างก็ไม่ดีมากนัก สิ่งที่ดีเราก็เอามาเป็นแบบอย่างในการทำงานและดำรงชีวิตของเรา และต้องไม่ลืมคำว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสิ่งสำคัญคือการทำตัวเป็นคนดี รักประเทศชาติ รักสังคม ทุกอย่างก็จะสงบเรียบร้อย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53391</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชทาน ส.ค.ส., พระราชทานพรปีใหม่, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า, สุขล้ำนำโชคนำชัยในปีหนูพสกนิกรประสบความสำเร็จ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e05f299cafe6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมสมเด็จพระเทพฯประชวร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระอาการเจ็บพระนาภี และมีพระปรอท ผลการตรวจพบว่ามีการอักเสบติดเชื้อของกระเปาะของพระอันตะ คณะแพทย์จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อถวายการรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะ และขอพระราชทานให้ทรงงดพระราชกรณียกิจสักระยะหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รายงานว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระอาการเจ็บพระนาภี (ท้อง) และมีพระปรอท (ไข้) คณะแพทย์จึงได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พุทธศักราช 2562 ผลการตรวจพบว่ามีการอักเสบติดเชื้อของกระเปาะของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) คณะแพทย์จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อถวายการรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะ และขอพระราชทานให้ทรงงดพระราชกรณียกิจสักระยะหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงประกาศมาเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักพระราชวัง 17 ตุลาคม พุทธศักราช 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48279</URL_LINK>
                <HASHTAG>มีการอักเสบติดเชื้อของกระเปาะของพระอันตะ, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สำนักพระราชวัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออกแถลงการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b879bd2e9640.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
