<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 19:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง &#039;เตช บุนนาค&#039; เป็นเลขาฯสภากาชาดไทย มีผล 1 พ.ค.64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.64 - สภากาชาดไทย ได้เผยแพร่คำสั่งที่ 271/2564 เรื่องแต่งตั้งเลขาธิการสภากาชาดไทย มีเนื้อหาระบุว่า โดยที่นายแผน วรรณเมธี ได้กราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการสภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดสยามเพิ่มเติมพระพุทธศักราช 2463 และข้อ 31 แห่งข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่79) พุทธศักรราช 2559 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้แต่งตั้ง นายเตช บุนนาค เป็นเลขาธิการสภากาชาดไทยสืบแทนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สั่ง ณ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98031</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายแผน วรรณเมธี, สภากาชาดไทย, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, เตช บุนนาค, เลขาธิการสภากาชาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065b5396b290.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมและโรงคัดบรรจุที่โรงงานหลวงฯ ฝาง จ.เชียงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;2 ธ.ค.63 - เวลา 10.09 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงประกอบพิธีเปิดโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมและโรงคัดบรรจุ ณ โรงเก็บผลิตภัณฑ์เกษตรและโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 &amp;nbsp;(ฝาง) อำเภอฝาง &amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่และพนักงานลูกจ้างบริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เฝ้าฯรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ลงพลับพลาพิธี ณ โรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กราบบังคมทูลรายงานโครงการพัฒนาการผลิตสตรอว์เบอร์รีในโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมและโรงคัดบรรจุ ณ โรงเก็บผลิตภัณฑ์เกษตรและโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่1 (ฝาง) จ.เชียงใหม่ ความว่า&amp;nbsp;ผลผลิตสตรอว์เบอร์รีที่ปลูกในแปลงธรรมชาติ ตามสภาพแวดล้อมในปัจจุบันมีอัตราผลผลิตเสียหายจำนวนมาก จากสภาพอากาศสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถควบคุมได้ รวมถึงถูกแมลงศัตรูพืชทำลายและเป็นโรคพืช อีกทั้งเกษตรกรผลิตต้นพันธุ์เองในแต่ละฤดูกาลจึงทำให้ต้นพันธุ์ที่ใช้ไม่ปลอดโรคแสดงลักษณะด้อยให้ผลผลิตตกต่ำ มีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหารจำกัด เล็งเห็นปัญหาของเกษตรกรข้างต้นจึงดำเนินการสร้างโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืชเพื่อผลิตต้นพันธุ์สตรอว์เบอร์รีปลอดโรคพัฒนาเทคนิคและวิธีการต่างๆ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ทางด้านการเกษตรในการเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต รวมถึงการปรับปรุงพันธุ์สตอรว์เบอร์รีเพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ต้านทานต่อโรคสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้สนับสนุนที่ดินภายในบริเวณโรงปฏิบัติการเพื่อใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้างโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมจำนวน 14 หลังให้กับกลุ่มเกษตรกรทำสวนโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่สนับสนุนงบประมาณในการจัดสร้างโรงเรือนดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;โดยปี พ.ศ.2562 เกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมการเกษตรจากบริษัทฯ เข้าร่วมโครงการทดลองการผลิตสตรอว์เบอร์รีในโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมจำนวน 6 ราย โดยใช้พื้นที่ในโรงเรือนเพื่อทดลองเพาะปลูกจำนวน 10 หลังและบริษัทฯ ใช้พื้นที่โรงเรือนจำนวน4 หลังเพื่อทดลองปลูกสตรอว์เบอร์รีที่ได้ปรับปรุงสายพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;สำหรับโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมออกแบบเป็นอาคารหลังคาโค้งคลุมพลาสติกแบบน็อคดาวน์ มีจำนวนทั้งหมด 14 หลังบนที่ดิน13 ไร่มีพื้นที่ใช้สอยโดยรวม 5,376 ตารางเมตรงบประมาณก่อสร้าง 46,430,000บาท&amp;nbsp;และโรงคัดบรรจุสร้างตามมาตรฐาน GMP หรือการปฏิบัติการที่ดีในการผลิตอาหารโดยอาคารถูกออกแบบตามสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ได้นำรูปแบบอาคารบ้านเรือนภายในชุมชนโดยรอบมาเป็นแรงบันดาลใจ มีความเรียบง่ายและสะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นมีพื้นที่ใช้สอยโดยรวม 240 ตารางเมตรงบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น17,660,000 บาท จากนั้นเบิกผู้สนับสนุนโครงการเข้ารับพระราชทานของที่ระลึก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้าย &amp;nbsp;ทอดพระเนตรโรงคัดบรรจุ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นโรงสำหรับคัดคุณภาพผลผลิตสตรอว์เบอร์รีเพื่อบรรจุของดอยคำ&amp;nbsp;เสด็จฯ ไปยังโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมหลังที่14 &amp;nbsp;จากนั้นประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่งไปยังโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมหลังที่10 สำหรับโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม ทดลองปลูกสตรอว์เบอร์รีในโรงเรือน มีระบบควบคุม แสง อุณหภูมิ ความชื้น การให้น้ำการให้ธาตุอาหารพืช รวมถึงผลิตต้นพันธุ์ปลอดโรควิจัยและพัฒนาสายพันธุ์พืช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;จากนั้นประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่งทอดพระเนตรธนาคารน้ำผิวดิน ทอดพระเนตรแปลงทดลองและสาธิตกลางแจ้งทรงปลูกต้นราชพฤกษ์ดอกสีขาวจำนวน 1 ต้น ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ ไปยังโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช โดยมีนายทวีศักดิ์ เลาหวิโรจน์ รองผู้จัดการใหญ่(ด้านนวัตกรรมและการผลิต) เฝ้าฯ รับเสด็จทอดพระเนตรห้องเพาะเลี้ยงต้นพันธุ์พืชปลอดโรค ห้องปฏิบัติการอณูชีววิทยา(Molecular Laboratory) ทรงตรวจสอบโรคพืชด้วยเทคนิคอณูชีววิทยา(RNA) ทอดพระเนตรหลังคากันฝนแปลงปลูกสตอรว์เบอร์รีในพื้นที่ลาดเอียง&amp;nbsp;ทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ โดยรอบอาคารโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังโรงเก็บผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ทรงลงอักษรพระนามาภิไธย&amp;ldquo;สิรินธร&amp;rdquo;&amp;nbsp;เสด็จขึ้นชั้น 3 โดยลิฟท์ เสด็จเข้าห้องรับรองประทับพักพระราชอิริยาบถ เสวยพระกระยาหารกลางวัน เสด็จลงชั้น 1 โดยลิฟท์ ทรงเยี่ยมพนักงานและลูกจ้างตลอดจนประชาชนที่เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ณชานพักโรงเก็บผลิตภัณฑ์เกษตรและโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช จากนั้นฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะหน่วยงานราชการและเอกชนที่ร่วมสนับสนุน โครงการจำนวน 2 ชุดแล้ว เสด็จฯ กลับ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2561 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ มาทรงเปิดโรงเก็บผลิตภัณฑ์เกษตรและโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช ซึ่งเป็นแหล่งวิจัย ปรับปรุง พัฒนาทั้งพันธุ์พืชท้องถิ่น และสายพันธุ์จากต่างประเทศ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางด้านการเกษตรสมัยใหม่ ให้ได้สายพันธุ์ที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่ สามารถต้านทานโรคและแมลง เน้นผลิตต้นพันธุ์พืชที่ปลอดโรค สามารถลดต้นทุนทางด้านการเพาะปลูกแก่เกษตรกร ในการเสด็จฯ ครั้งนี้ จึงเป็นการติดตามงานอย่างใกล้ชิด เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85739</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพ, จังหวัดเชียงใหม่, ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร, สตรอว์เบอร์รี, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, โรงงานหลวงฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc74899ac745.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ก็พลอยปีติยินดีไปด้วย......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับพี่น้องชาวใต้ &amp;quot;นราธิวาส-ปัตตานี-ยะลา-สงขลา&amp;quot; ที่มีโอกาสได้รับเสด็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี&amp;quot; พระผู้ซึ่งเป็นแก้วตา-ดวงใจของมวลพสกนิกรไทยทั้งมวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสเสด็จฯ ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ใน ๔ จังหวัดดังกล่าว ระหว่าง ๒๑-๒๔ กันยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเสด็จฯ ถึง &amp;quot;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นราธิวาส&amp;quot; เป็นจุดแรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประทับแรม ณ ศูนย์พิกุลทอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔ วันนี้ เสด็จฯ ไปทรงงาน, เยี่ยมเยียนชาวบ้าน, ข้าราชการ, ทหาร-ตำรวจ ที่นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา และสงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูตามกำหนดการแต่ละแห่งแล้ว ที่นราธิวาส ทรงไปติดตามงานเกี่ยวกับการทำมาหากินของชาวบ้าน ที่สมเด็จพระบรมราชชนก &amp;quot;รัชกาล ที่ ๙&amp;quot; ทรงริเริ่มโครงการให้ไว้เป็นส่วนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างวันแรก ๒๑ กันยา เสด็จฯ ถึงนราธิวาสปุ๊บ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงเดินทางไปต่อที่แปลงสาธิตการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นดินเปรี้ยวจัด บ้านโคกชุมบก ตากใบ &amp;nbsp;นราธิวาสทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผมนำมาเล่านี่ เป็นตัวอย่างเท่านั้น ดูตามกำหนดการในแต่ละวัน แทบไม่มีช่องว่างเวลาให้ทรงพักหายใจยาวๆ เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภาคใต้ โดยเฉพาะ ๓ จังหวัดใต้.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นราธิวาส&amp;quot; จะเป็นจังหวัดที่มีคนจากจังหวัดอื่นไปเที่ยว ไปธุรกิจ ไปเยี่ยมเยียนน้อยที่สุด ในความเห็นผมนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเอง ไปใต้ทุกปี ส่วนใหญ่ก็ไปแค่ยะลา-ปัตตานี น้อยครั้งจะได้ไปถึงนราธิวาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมรักและนับถือหัวใจพี่น้องนราธิวาสมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นราธิวาส&amp;quot; ที่เป็น &amp;quot;นราธิวาส&amp;quot; อยู่ถึงทุกวันนี้ ก็ด้วยหัวจิต-หัวใจอันยิ่งใหญ่ของพี่น้องไทยมุสลิม, ไทยพุทธ ทุกคน ที่ไม่ทิ้งถิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงปัญหาเศรษฐกิจ, สังคม และการก่อการร้ายเท่านั้น ที่โหดร้ายกับพี่น้องนราธิวาสมากที่สุดคือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาที่ดินทำกิน ที่ถูกธรรมชาติรังแก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป่าพรุ&amp;quot; ไม่ว่าพรุโต๊ะแดง พรุบาเจาะ ๒-๓ แสนไร่ ใช้ทำกินไม่ได้เลย ทั้งน้ำท่วมขังตลอดตาปี-สีตาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณสุดประมาณของ &amp;quot;สมเด็จพระบรมราชชนก&amp;quot; และ &amp;quot;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;quot; โดยแท้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสองพระองค์ เสด็จฯ ไปทรงแก้ปัญหาเหล่านั้น พลิกฟื้นพื้นที่สูญเปล่านับแสนๆ ไร่นั้น ให้กลับมาได้ใช้เป็นที่เพาะปลูก ทำไร่-ทำนา และเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุขด้วยพอเพียงมาถึงทุกวันนี้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป่าพรุ&amp;quot; สภาพนั้น ไม่ใช่เพิ่งเป็น หากแต่สะสมเป็นมานับพันๆ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๑๖-๒๕๑๘ &amp;quot;พระบรมราชชนก&amp;quot; เสด็จฯ ไปทรงศึกษาพื้นที่ ทรงหาวิธีแก้ไข เพื่อพลิกฟื้นป่าพรุ ให้ชาวบ้านใช้ทำประโยชน์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทรงพบวิธีและแก้ได้สำเร็จ ก็ทรงพบปัญหาใหม่ คือเมื่อขุดคลองระบายน้ำจากป่าพรุแล้ว พบว่า ดิน ๒-๓ แสนไร่นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็น &amp;quot;ดินเปรี้ยวจัด&amp;quot; ใช้เพาะปลูกไม่ได้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมดปัญหาหนึ่ง ก็มีปัญหาใหม่ให้ทรงต้องหาวิธีแก้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าดินเปรี้ยวหรือดินกรด ที่เกิดจากการทับถมของตะกอน นํ้ากร่อยเป็นพันๆ ปี จะแก้อย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องดินเปรี้ยวนี่ เกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยเคมีเป็นประจำ ก็ควรทราบไว้ด้วย ว่ามีโอกาสเปลี่ยนสภาพดินให้เป็น &amp;quot;ดินเปรี้ยว&amp;quot; ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คงได้ยินชื่อ &amp;quot;โครงการแกล้งดิน&amp;quot; กันบ้างใช่มั้ย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่แหละ &amp;quot;สมเด็จพระบรมราชชนก&amp;quot; ทรงตั้งโครงการนี้ ก็สืบเนื่องมาจากปัญหา &amp;quot;ดินเปรี้ยวจัด&amp;quot; นี่แหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือใช้เวลาจากปี ๑๖-๑๘ กู้สภาพป่าพรุคืนมาได้แล้ว ก็มาเจอปัญหาดินเปรี้ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ทรงตั้ง &amp;quot;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันสืบเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส&amp;quot; ขึ้นเป็นหน่วยงานในสังกัด &amp;quot;กรมพัฒนาที่ดิน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดถึง &amp;quot;กรมพัฒนาที่ดิน&amp;quot; ชั่วโมงนี้ กรมนี้ เป็นหัวใจในการปฏิรูปผืนดินสู่การเกษตรทิศทางใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นางสาวเบญจพร ชาครานนท์&amp;quot; เป็นอธิบดีหญิงที่รับภารกิจสู่อนาคตใหม่ของเกษตรกรฐานรากที่น่าจับตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรมพัฒนาที่ดิน&amp;quot;.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องอะไรมาก แค่ทำให้สมชื่อกรม เกษตรกร ชาวไร่-ชาวนา รอด ประเทศชาติก็รอดแล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็น &amp;quot;กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ&amp;quot; เสด็จฯ ไปทรงงานภาคใต้แล้ว โดยเฉพาะ เสด็จฯ ไปประทับที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง นราธิวาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีใจกับพี่น้องใต้ ดีใจกับพี่น้องนราธิวาส ที่เสด็จฯ มาเยือนเป็นร่มเงา มาทรงติดตามงานโครงการพระราชดำริ ที่ &amp;quot;สมเด็จพระบรมราชชนก&amp;quot; ทรงทำไว้เพื่อชาวบ้านมากมายหลายแห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันสืบเนื่องมาจากพระราชดำริ นราธิวาส&amp;quot; แห่งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ว่าด้วยโครงการแกล้งดิน ว่าด้วยดินเปรี้ยว ว่าด้วยป่าพรุที่สูญค่าพลิกฟื้นให้กลับมามากค่า ซึ่งไม่เพียงเป็นโครงการตามพระราชดำริเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากแต่เป็นงานที่เกิดจาก &amp;quot;แรงกาย-แรงใจ&amp;quot; ของสมเด็จพระบรมราชชนกเพื่อพสกนิกรของพระองค์โดยตรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงบุกป่าฝ่าดงและทรงปีนเขาขึ้นไปสำรวจครั้งแล้ว-ครั้งเล่าตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งข้าราชการและชาวบ้านเอง ยังไม่กล้าบุกไปถึงที่นั้นๆ มาก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับจากปี ๒๕๑๖ จนถึงปี ๒๕๓๓ ทรงพระอุตสาหะ-วิริยะเพื่อพสกนิกรของพระองค์มีสุขในการทำมาหากิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเวลา ๑๗ ปี......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงตั้ง &amp;quot;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง&amp;quot; ที่ &amp;quot;กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ&amp;quot; ประทับแรมอยู่ขณะนี้นี่แหละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อศึกษา, ทดสอบ, วิจัย, เก็บข้อมูล และลงมือทำ พลิกป่าพรุไร้ค่า ๓ แสนไร่ กลับเป็นพื้นที่มากค่า ๓ แสนไร่ สำหรับชาวบ้านได้ทำไร่-ทำนา ทำการเกษตรต่างๆ และเลี้ยงสัตว์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้ง แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ทั้งได้วิทยาการแกล้งดิน, วิทยาการแก้ปัญหาดินเปรี้ยวจัด งอกเงยเป็นของแถม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเราทั้งหลาย ต้องรักและเป็นกำลังใจให้พี่น้องไทยมุสลิม, ไทยพุทธ ที่จังหวัดนราธิวาสให้มากๆ นะ มีเวลาและโอกาส ก็ไปเที่ยว ไปเยี่ยมเยียนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าไปบ้าตามข่าวให้มากนัก บ้านเมืองนราธิวาสสงบน่าอยู่ มีสถานที่สวยงามน่าเที่ยวเยอะแยะ มีผลไม้อร่อย มีผู้คนน่ารัก ไม่มีอะไรอย่างที่กลัวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถนน &amp;quot;หาดใหญ่-สงขลา-ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส&amp;quot; ใหญ่โต กว้างขวาง ปรู๊ดปร๊าดเชื่อมถึงกันหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกไม่กี่วัน &amp;quot;สนามบินเบตง&amp;quot; เปิด จะไปเที่ยว ๓-๔ จังหวัดนี้ ยิ่งสะดวก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลงหาดใหญ่แล้วล่องไปก็ได้ หรือจะไปเที่ยวเบตงก่อน จากเบตงเข้าตัวยะลา จากนั้น อยากไปไหนๆ ก็ไป ก็แสนสุขใจ หายห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผมหายไป ๒-๓ วันก่อน ก็ไปใต้นี่แหละ ปกติ ผมต้องไปไหว้ &amp;quot;หลวงพ่อทวด&amp;quot; ที่วัดช้างให้ &amp;nbsp;ปัตตานี อย่างน้อยปีละครั้งอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอดีคุณบรรพต หงษ์ทอง อดีตปลัดกระทรวงเกษตรฯ ท่านชวนไปไหว้พระมหาธาตุ ที่นครศรีฯ ก็ถือโอกาสไปกับท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กะว่าไหว้พระมหาธาตุแล้ว ก็นั่งรถล่องเข้าสงขลา นอนซักคืน รุ่งเช้า ก็ไปไหว้หลวงพ่อทวด ที่วัดช้างให้ ปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็บังเอิญในโชค.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้พบท่าน &amp;quot;ชัยวัฒน์ สิทธิบุศย์&amp;quot; อดีตอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งมาไหว้พระมหาธาตุ ช่วงงานเปรตเดือน ๑๐ ของชาวใต้พอดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นราธิวาส&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านเป็นคนแรกที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นผู้อำนวยการ ได้ทำงานอยู่ใต้เบื้องพระบาทสมเด็จพระบรมมหาชนก ในการแก้ปัญหาป่าพรุ, ดินเปรี้ยว และโครงการแกล้งดินมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านชัยวัฒน์ รับราชการอยู่นราธิวาสกว่า ๒๐ ปี น่าจะย้ายเข้ากรุงก็ตอนเป็นอธิบดีนี่แหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภรรยาเป็นคนใต้ ท่านเป็นคนจันทบุรี แต่ใจสั่ง ทุกวันนี้ต้องขึ้น-ล่องไปอยู่ใต้ เป็นรายเดือน-รายอาทิตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ยังชวนผมไปเที่ยวนราธิวาส ก็ไม่รอให้ชวนซ้ำสอง รีบทึกทักรับนิมนต์ทันที เพราะอยากไป &amp;quot;ค้างคืน&amp;quot; ที่นราธิวาสมานานแล้วนี่นา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดถึงนครศรีฯ เป็นเมือง &amp;quot;เหนือปาฏิหาริย์&amp;quot; จริงๆ ที่ไหนๆ เศรษฐกิจแย่ แต่ที่นครศรีฯ หมดจากจตุคามเสริมรวย ก็มีไอ้ไข่มาช่วยเสริมต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องบินทุกสาย แน่นเป็นรถเมล์ ไปนครศรีฯ เพื่อไปไหว้ไอ้ไข่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งใจไปไหว้พระมหาธาตุ แต่เข้าไม่ถึง เพราะช่วงเทศกาล ถนนหนทางคลาคล่ำไปด้วยรถและผู้คน มุ่งหน้างานบุญ ต้องตั้งจิตไหว้อยู่บนรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านไหน-เมืองไหน ถ้าวัฒนธรรมแข็ง ชาวบ้านยังยึดมั่นประเพณี มีแต่เจริญขึ้น ไม่ตก-ไม่ต่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างเช่นเมืองใต้ ไม่ว่านครศรีฯ-สงขลา-ปัตตานี เท่าที่ผมเห็นด้วยตาสัปดาห์ก่อน ชื่นชมและดีใจ ไม่ว่าคนรุ่นใหม่-รุ่นเก่า เหนียวแน่นในงานบุญประเพณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลื้มน้ำตาไหล ยกมือไหว้หัวใจพี่น้องใต้ทุกคน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เศรษฐกิจใต้ ยังไปได้ ไม่เลวร้ายอย่างที่เข้าใจกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้คนยังออกมาจับจ่ายใช้สอย เที่ยว, กิน รอยยิ้มยังมีอยู่ในใบหน้าและแววตาผู้คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปกินข้าวร้านกุ๊กฉิ๋ม ๑๒ คน ผู้คนมากมายยังกะกินฟรี กินจนพุงกาง คิดเงิน ๙๐๐ กว่าบาท ท่านปลัดบรรพตรับเป็นเจ้าภาพทันที!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สมเจตนาคือได้ฝ่าสายฝนไปไหว้หลวงพ่อทวด และที่ดีใจ คือ ปีนี้ มีคนมาไหว้หลวงพ่อทวดคึกคักมากมายกว่าทุกปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถวายประทัด &amp;quot;หลวงพ่อทวด&amp;quot; แล้ว ผลออกมา ประเทศชาติจะกระเดื่องเกียรติ โด่งดัง ลูกหลานไทย ที่มั่นในสุจริตธรรม จะจำเริญ รุ่งเรือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รับบารมี &amp;quot;หลวงพ่อทวด&amp;quot; ด้วยกันทุกคนเน้อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78298</URL_LINK>
                <HASHTAG>นราธิวาส, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มูลนิธิชัยพัฒนา&#039; จัดทำคลิปสอนหนังสือทางไลน์สนองพระราชดำริ &#039;กรมสมเด็จพระเทพฯ&#039; ทรงห่วงเด็กเล็กหยุดเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.63 - เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิชัยพัฒนา โพสต์รูปภาพและข้อความระบุว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยเรื่องการศึกษาของเด็กๆ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของของไวรัสโควิด-19 ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ โดยชุมชนเครือข่ายในโครงการ &amp;quot;บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง&amp;quot; ตำบลโก่งธนู อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริในเรื่องนี้ โดยการจัดกิจกรรม &amp;ldquo;สอนพิเศษทางไลน์ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;rdquo; เพื่อส่งเสริมให้เด็กเล็กที่ไม่ได้ไปโรงเรียนตามนโยบายให้เด็กหยุดเรียนอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ได้มีโอกาสเรียนหนังสือให้เกิดความต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมงานโก่งธนู พลัง &amp;ldquo;บวร&amp;rdquo; Change For Good จึงทำการคัดเลือกบุคลากรในทีมงาน เป็นครูจิตอาสาจัดทำคลิปการเรียนการสอนผ่านไลน์กลุ่ม และได้จัดประชุมผู้ปกครองซึ่งเป็นสมาชิกผู้เข้าร่วมโครงการ &amp;ldquo;บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง&amp;rdquo; ตำบลโก่งธนู มาทำการซักซ้อมแนวทางการเรียนการสอนรูปแบบกิจกรรมดังกล่าว ผู้ปกครองทุกคนต่างปลาบปลื้ม สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วงใยลูกหลานของตน โดยทีมงานโก่งธนูจะดำเนินการจัดทำคลิปการเรียนการสอน สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และให้ &amp;ldquo;ครูจิตอาสา&amp;rdquo; นำส่งแบบฝึกหัดที่บ้านนักเรียนและจัดเก็บเมื่อถึงกำหนดส่งอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาสถานการณ์โควิด &amp;ndash; 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63427</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, มูลนิธิชัยพัฒนา, ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สอนหนังสือทางไลน์, สู้ภัยโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e9942519ac07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิ้มสยามในสายตาศิลปินรางวัลศิลปกรรม “ช้างเผือก”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผลงานรางวัลช้างเผือก &amp;ldquo;เสน่ห์ศิลป์แผ่นดินสยาม&amp;rdquo; โดยธมลวรรณ แสงนาค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยไม่ใช่เสือยิ้มยาก ทำให้ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นสยามเมืองยิ้ม มีรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ทั้งยังสร้างความประทับใจให้กับชาวต่างประเทศที่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ได้พบกับอัธยาศัยไมตรีของคนไทย ประเทศไทยที่อบอุ่นด้วยรอยยิ้ม ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดจากประวัติศาสตร์ชาติไทยและความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ &amp;ldquo;สยามเมืองยิ้ม&amp;rdquo; คือโจทย์ที่ท้าทายสุดๆ ของโครงการประกวดศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 9 จัดโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเปิดเวทีให้เหล่าศิลปินและผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะตีความนิยามความสุขและความหวังความปรารถนาอันดีที่ผู้คนพึงมีต่อกันที่อยู่เบื้องหลังใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม รวมถึงมุ่งให้ผู้เสพศิลป์ชาวไทยจินตนาการเรื่องราวของสยามเมืองยิ้มผ่านผลงานศิลปกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บรรยากาศคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาตัดสินรางวัลศิลปกรรมช้างเผือก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตัดสินโครงการประกวดศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 9 ได้พิจารณาคัดเลือกผลงานศิลปะที่ถ่ายทอดความหมายได้ตรงกับหัวข้อการประกวดและแสดงถึงทักษะฝีมืออันฉกาจของศิลปิน ซึ่งผลปรากฏว่า ผลงานที่ได้รับรางวัลช้างเผือก ได้แก่ &amp;ldquo;เสน่ห์ศิลป์แผ่นดินสยาม&amp;rdquo; โดย ธมลวรรณ แสงนาค รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ &amp;ldquo;สุขสัมพันธ์ สามัญวิธี&amp;rdquo; โดย นิลยา บรรดาศักดิ์ รับเงินรางวัล 500,000 บาท รางวัล CEO AWARD ได้แก่ &amp;ldquo;ผมทรงกะลาครอบ&amp;rdquo; โดย มานนท์ สุธรรม รับเงินรางวัล 250,000 บาท นอกจากนี้ยังมีรางวัลรองชนะเลิศ 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท ประกอบด้วย คเณศ แสนศรีลา, จรัญ บุญประเดิม, บุญนำ สาสุด, พฤกษ์ โตหมื่นไวย, เรืองฤทธิ์ สร่องศรี และรางวัลชมเชยอีก 13 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท ทุกรางวัลศิลปินรังสรรค์บอกเล่าในชิ้นงาน โดยมีรากฐานมาจากความที่ไทยเป็นประเทศแห่งรอยยิ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;.&amp;ldquo;สุขสัมพันธ์ สามัญวิธี&amp;rdquo; โดย นิลยา บรรดาศักดิ์ พิชิตรางวัลชนะเลิศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การประกวดศิลปกรรมช้างเผือก เกิดจากความตั้งใจอันดีของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มีวัตถุประสงค์เพื่อเฟ้นหาศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่มีทักษะความสามารถทางศิลปะอันโดดเด่นในการสร้างสรรค์ศิลปะแบบเหมือนจริงและศิลปะรูปลักษณ์ โดยยึดถือความเหมือนจริงเป็นแก่นสำคัญ เพื่อให้ผลงานศิลปะเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สำคัญ ในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านศิลปะร่วมสมัยให้ขยายไปสู่การรับรู้ของสังคมในวงกว้าง การดำเนินการประกวดศิลปกรรมช้างเผือก เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 และดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปี โดยปี พ.ศ.2563 ซึ่งนับเป็นการจัดการประกวดครั้งที่ 9 ภายใต้หัวข้อ &amp;#39;สยามเมืองยิ้ม&amp;#39; ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้แสดงฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ โดยตีความจากโจทย์ที่กำหนดให้ ซึ่งศิลปินที่เข้าร่วมประกวดแต่ละคนต่างสร้างผลงานที่น่าสนใจในรูปแบบและแนวทางที่แตกต่างได้อย่างน่าประทับใจ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ปีนี้มีศิลปินจำนวน 205 คน ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวน 235 ชิ้น มีผลงานที่ได้รับรางวัล 21 ชิ้น และผลงานที่ได้รับคัดเลือกให้ร่วมแสดงในนิทรรศการ 34 ชิ้น รวมผลงานจัดแสดงในนิทรรศการ 55 ชิ้น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในการพระราชทานรางวัลตั้งแต่การประกวดครั้งแรกตราบจนปัจจุบัน และขอขอบพระคุณคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนศิลปินผู้ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดทุกคน และจะมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุนให้วงการศิลปะร่วมสมัยของประเทศไทยประสบความสำเร็จสืบเนื่องต่อไปในอนาคต&amp;rdquo; นิติกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผู้บริหารไทยเบฟและกรรมการคัดสรรผลงานโดดเด่นได้รับรางวัลศิลปกรรมช้างเผือก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศิลปินหญิงมากฝีมือ ธมลวรรณ แสงนาค ผู้ชนะรางวัลช้างเผือกภายใต้ผลงานชื่อ &amp;ldquo;เสน่ห์ศิลป์แผ่นดินสยาม&amp;rdquo; เผยถึงแรงบันดาลใจว่า ผลงานชิ้นนี้ใช้เทคนิคภาพพิมพ์ตะแกรงไหมและวัสดุผสมที่งดงามมลังเมลืองด้วยทิวทัศน์วัดวังมลังเมลือง บ่งบอกถึงวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบไทยอันสงบสุข สวยงาม สอดรับกับหัวข้อ สยามเมืองยิ้ม เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ชิ้นงานสื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตชาวสยาม ผ่านรูปแบบอัตลักษณ์ลวดลายผ้าที่แฝงไปด้วยความประณีตงดงาม ใช้ระยะเวลารังสรรค์ชิ้นงานนี้ 3 เดือน ตั้งใจทำผลงานนี้ออกมาให้ดีที่สุด รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจมากๆ ที่งานชิ้นนี้ได้รับรางวัลช้างเผือก ขอบคุณโครงการศิลปกรรมช้างเผือกที่เปิดโอกาสให้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะและได้พัฒนาฝีมือ รวมถึงแสดงฝีมือในการสร้างงานศิลป์ได้อย่างเต็มที่ ก่อนหน้านี้เคยส่งผลงานประกวดเวทีศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 8 ได้รางวัลชมเชย ครั้งนั้นจัดหัวข้อ &amp;#39;รื่นเริง เถลิงศก&amp;#39;&amp;rdquo; ธมลวรรณ ศิลปินช้างเผือกคนล่าสุด กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประติมากรรม &amp;quot;รอยยิ้มกลางสายฝน&amp;quot; ของพฤกษ์ โตหมื่นไวย คว้ารองชนะเลิศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกศิลปินหญิงที่ฝีมือโดดเด่น พิชิตรางวัลแทบทุกครั้ง นิลยา บรรดาศักดิ์ เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากผลงานชื่อ &amp;ldquo;สุขสัมพันธ์ สามัญวิธี&amp;rdquo; เผยว่า รู้สึกดีใจมากที่งานชิ้นนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศ นำเรื่องราวความประทับใจในวิถีการลงแขกเกี่ยวข้าวของสังคมชนบทอีสานบ้านเกิดอันเป็นเอกลักษณ์มาเป็นแรงบันดาลใจ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัย โดยใช้เทคนิคกระบวนการเย็บปักเส้นด้าย ร้อยเรียงเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ ผสานพลังความสามัคคี ก่อเกิดความสุขของการร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ภายใต้การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย เราสามารถปรับประยุกต์วิถีชีวิตให้เข้ากับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างกลมกลืน โดยยึดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ตรัสถึง &amp;ldquo;ความพอเพียงสร้างได้ก็ต่อเมื่อคนในชุมชนช่วยเหลือเกื้อกูลกัน&amp;rdquo; เป็นประโยคที่จุดประกายความคิดให้ตนเล็งเห็นถึงการมีส่วนร่วมจากส่วนรวม เพื่อสร้างสรรค์และสานสัมพันธ์ชุมชนไทยให้ยั่งยืน ทั้งนี้นิทรรศการ &amp;ldquo;ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 9&amp;rdquo; ภายใต้หัวข้อ &amp;#39;สยามเมืองยิ้ม&amp;#39; มีแผนจะเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมผลงานที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครด้วย เป็นการเผยแพร่งานศิลปะร่วมสมัยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ครั้งที่แล้วตนก็ส่งงานประกวด ได้รางวัลช้างเผือก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ครอบครัวของเรามีกิจกรรมลงแขก ภาพทั้งหมดเป็นภาพของเครือญาติเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและมีความสุข เป็นวิถีชีวิตของชนบทไทย ความสุขมักเกิดขึ้นจากการลงมือทำด้วยตัวเอง ประสบการณ์ที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น การร่วมแรงร่วมใจผ่านวิถีชีวิตอันเรียบง่ายผ่านกิจกรรมสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ล้วนสะท้อนภาพความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น สอดประสานกลมเกลียวกันได้อย่างสวยงามตามวิถีแห่งการพึ่งพาอาศัยกัน ผลงานชิ้นนี้ใช้เทคนิคเย็บ ปัก ถัก ร้อย ซึ่งเป็นเทคนิคที่ถนัดอยู่แล้ว ใช้ระยะเวลา 2 เดือนก็เสร็จสมบูรณ์&amp;rdquo; นิลยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผลงานรางวัลชื่อ &amp;ldquo;ผมทรงกะลาครอบ&amp;rdquo; โดย มานนท์ สุธรรม เห็นแล้วต้องอมยิ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับ มานนท์ สุธรรม ศิลปินกลุ่มศิลปาศรี ครั้งนี้เขานำผลงานชื่อ &amp;ldquo;ผมทรงกะลาครอบ&amp;rdquo; คว้ารางวัล CEO AWARD และเผยถึงแนวคิดงานชิ้นนี้ว่า ร้านตัดผมมักจะสะท้อนวิถีชีวิตและบ่งบอกถึงเรื่องราวความเป็นมาของสังคมไทยได้เป็นอย่างดี ผมทรงกะลาครอบ อาจจะดูเชยและน่าขบขัน แต่ก็มีเสน่ห์ มีประวัติศาสตร์ร่วม เชื่อว่า ทุกคนเคยผ่านหรือสัมผัสครั้งเมื่อวัยเด็ก ตนและเพื่อนๆ มักจะโดนล้อกับผมทรงนี้ คิดว่าใครที่ชมภาพนี้คงจะต้องยิ้มตามไปด้วย สอดคล้องกับหัวข้อสยามเมืองยิ้ม ผลงานชิ้นนี้เทคนิคสีน้ำมันบนผ้าลินิน ทุ่มทำงานตลอด 2 เดือน จนแล้วเสร็จ รู้สึกดีใจมากๆ ที่คณะกรรมการตัดสินให้ได้รับรางวัลนี้ ถือเป็นเกียรติอันสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ การประกวดศิลปกรรมช้างเผือก ประจำปี 2564 จะจัดเป็นครั้งที่ 10 ได้กำหนดหัวข้อ &amp;ldquo;ในฝัน&amp;rdquo; สื่อความหมายแนวความคิดเกี่ยวกับความฝัน จินตนาการ ความใฝ่ฝันอันดีงามทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม ศีลธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในแต่ละพื้นถิ่น อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานสามารถตีความความฝันทั้งในแง่มุมที่เป็นนามธรรมและรูปธรรม ในสายตาศิลปินเป็นความฝันที่สามารถเป็นจริงได้หรือเพียงความฝันที่เป็นจินตนาการอันสวยงาม นอกจากนั้นยังหมายรวมถึงความรัก ความผูกพัน ความปรารถนา ปณิธาน ความฝันอันสูงสุด ความดีงามที่อยากสรรค์สร้างให้เกิดขึ้นจริง หรือการหวนรำลึกถึงความทรงจำอันมีคุณค่าที่จารึกไว้ในฝันของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น เคยการประกวดมุ่งเน้นส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานแบบเหมือนจริงที่มีเรื่องราวเนื้อหาอันดีงาม การตัดสินงานจะไม่แยกประเภทและวัสดุ ศิลปินสามารถส่งผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และสื่อผสม โดยไม่จำกัดเทคนิคและวัสดุ ทั้งนี้จะเปิดรับผลงานในระหว่างวันที่ 29-30 มกราคม 2564 สามารถติดตามรายละเอียดได้ทางเฟซบุ๊ก: ศิลปกรรมช้างเผือก, www.thaibev.com และ www.bacc.or.th&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60911</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธมลวรรณ แสงนาค, นิลยา บรรดาศักดิ์, มานนท์ สุธรรม, ศิลปกรรมช้างเผือกครั้งที่9, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สยามเมืองยิ้ม, ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7b50b576495.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;rdquo; เสด็จฯ งานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติที่รัฐบาลจัดถวายเนื่องในโอกาสได้รับทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์รัฐมิตราภรณ์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นายกฯ ถวายพระพรชัยมงคล ทรงเป็นแบบอย่างให้พสกนิกรยึดถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 11.00 น. วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม พุทธศักราช 2562 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์รัฐมิตราภรณ์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งรัฐบาลจัดถวาย ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกฯ โดยนางนราพรทูลเกล้าฯ &amp;nbsp;ถวายมาลัย จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ขอพระราชทานพระราชานุญาตกราบบังคมทูลคำถวายพระพรชัยมงคลในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า ข้าพระพุทธเจ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรี คู่สมรส คณะทูตานุทูต ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่วันนี้ใต้ฝ่าละอองพระบาทเสด็จพระราชดำเนินมาในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติฯ ที่รัฐบาลจัดขึ้น เนื่องในโอกาสที่ใต้ฝ่าละอองพระบาททรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องอิสริยาภรณ์รัฐมิตราภรณ์ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปวงข้าพระพุทธเจ้าต่างประจักษ์ชัดแจ้งในพระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศของใต้ฝ่าละอองพระบาท ที่มีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นในการกระชับและเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสาธารณรัฐประชาชนจีน จนได้รับการยกย่องว่าทรงเป็นทูตสันถวไมตรี ทรงส่งเสริมมิตรภาพและความร่วมมือไทย-จีน ทั้งในด้านวัฒนธรรม การศึกษา และด้านอื่นๆ ทั้งนี้ การเสด็จฯ เยือนต่างประเทศ นอกจากจะเป็นการทรงงานเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศแล้ว ยังได้ทรงนำความรู้จากการที่ได้ทอดพระเนตรกิจการด้านต่างๆ ทั้งสังคม วัฒนธรรม และความก้าวหน้าทางวิทยาการ ตลอดจนการได้ทรงสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำประเทศ นักวิชาการในหลากหลายสาขา มาปรับใช้ในการทรงงานในประเทศไทย ก่อเกิดคุณูปการต่อชาติบ้านเมืองเสมอมา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่นานาอารยประเทศได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลและเครื่องอิสริยาภรณ์จากต่างประเทศนั้น แสดงให้เห็นถึงสายธารแห่งไมตรีจิตของใต้ฝ่าละอองพระบาทที่แผ่ไปยังนานาประเทศ และสร้างสัมพันธภาพระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ด้วยพระปรีชาสามารถอันล้ำเลิศ เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศโดยถ้วนหน้า ควรที่คนในชาติจักได้ยึดถือปฏิบัติเป็นแบบอย่างแนวทางในการสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าให้แก่ชาติบ้านเมืองต่อไป เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดดลบันดาลประทานชัยมงคลให้ใต้ฝ่าละอองพระบาท ทรงพระเจริญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล มีพระราชประสงค์จำนงหมายสิ่งใด ขอจงสัมฤทธิ์ และสำเร็จศุภผลดังพระราชหฤทัยปรารถนาทุกประการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ วาระนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญชวนผู้มีเกียรติที่มาร่วมในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ ณ ที่นี้ ดื่มถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อความสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลสืบไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม เสร็จแล้ว ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยมของรัฐบาล โดยนายกฯ ทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึกที่รัฐบาลทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อได้เวลาอันสมควร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ โดยมีนายกฯ และภริยา และเลขาธิการนายกรัฐมนตรีส่งเสด็จ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53503</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมพระเกียรติ, เฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08af7372b51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสด็จฯพระราชทานเพลิงป๋าเปรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯ พระราชทานเพลิงศพ &amp;ldquo;พล.อ.เปรม&amp;rdquo; ประชาชนร่วมส่งป๋าเปรมครั้งสุดท้าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม เวลา 17.29 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ &amp;nbsp;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร &amp;nbsp; มหาวัชรราชธิดา จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ในการพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เฝ้าฯ รับเสด็จ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร พระสงฆ์ 10 รูปบังสุกุล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จขึ้นเมรุ ทรงหยิบกระทงข้าวตอกดอกไม้จากเจ้าพนักงานพระราชพิธีวางข้างโกศ ทรงยืนเมื่อกองเกียรติยศเป่าแตรนอน เมื่อจบแตรนอนแล้ว ทรงจุดไฟที่ชนวนตำรวจหลวงชูถวายพระราชทานเพลิง &amp;nbsp;เจ้าพนักงานประโคมแตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จลงจากเมรุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จขึ้นเมรุ ทรงวางรูปเทียนดอกไม้จันทน์ส่วนพระองค์ และเสด็จลงจากเมรุ สมควรแก่เวลาแล้วเสด็จฯ กลับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ กลับ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนที่มาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.เปรมได้ขึ้นวางดอกไม้จันทน์ที่หน้าเมรุหลวงพลับพลาอิศริยาภรณ์
จากนั้น เวลา 19.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี รักษาการประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิงจริง ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ ผู้แทนพระองค์ขึ้นเมรุ ทอดผ้าไตร 10 ไตร พระสงฆ์บังสุกุล หยิบธูปเทียนดอกไม้จันทน์จากพนักงานพระราชพิธีจุดไฟที่ชนวนพระราชทานเพลิง สมควรแก่เวลา ทอดผ้าไตร 3 ไตร ทอดครั้งละไตร พระสงฆ์บังสุกุล ผู้แทนพระองค์กลับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการเชิญโกศศพ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค.2562 ไปพระราชทานเพลิง โดยเวลา 13.30 น. เคลื่อนโกศศพจากพระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ไปขึ้นตั้งบนราชรถ ตามแบบธรรมเนียมในราชสำนัก ไปยังเมรุวัดเทพศิรินทราวาสทางประตูด้านใต้ ระยะทาง 3 กิโลเมตร โดยเริ่มจากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ก่อนเลี้ยวเข้าเมรุวัดเทพศิรินทราวาสทางประตูด้านใต้ ตั้งขบวนอิสริยยศ เชิญโกศแห่เวียนเมรุ และเชิญโกศขึ้นตั้งบนจิตกาธานบนเมรุ โดยมีประชาชนร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงานพระราชทานเพลิงศพ มีบุคคลสำคัญมาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.เปรม อาทิ พล.อ.สุรยุทธ์ พร้อมด้วยคณะองคมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมภริยา และคณะรัฐมนตรี, นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา, นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร, ผู้นำเหล่าทัพ, ผู้บริหารภาคเอกชน, นักการเมือง นอกจากนี้ มีประชาชนพร้อมใจกันใส่ชุดสีดำไว้ทุกข์หลั่งไหลมาวัดเทพศิรินทราวาสเพื่อแสดงความอาลัยแก่ พล.อ.เปรม เป็นครั้งสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานได้มีการแจกของที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพแก่แขกผู้มีเกียรติ เป็นซองจดหมายสีน้ำตาล ระบุข้อความว่า บัตรรับหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.เปรม ซึ่งภายในมี 3 ซองย่อย ได้แก่ 1.บัตรรับหนังสือพระราชทาน พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์พระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.เปรม มีกำหนดรับหนังสือวันที่ 24 ส.ค.-25 ธ.ค.2563 ณ สำนักงานองคมนตรี 2.บัตรรับหนังสือของรัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม ชื่อจารึกไว้ในแผ่นดิน พลเอกเปรมฯ มีกำหนดรับหนังสือระหว่างวันที่ 13 ม.ค.-14 ก.พ.2563 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และ 3.บัตรรับหนังสือที่ระลึกของมูลนิธิรัฐบุรุษ และเหรียญเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน มีกำหนดรับหนังสือและเหรียญวันที่ 30 ส.ค.-30 ก.ย.2563 ณ มูลนิธิรัฐบุรุษฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในวันที่ 9 ธ.ค.2562 เวลา 07.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการเก็บอัฐิ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อผู้แทนพระองค์ถึงเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสักการะอัฐิ พล.อ.เปรม ผู้แทนพระองค์ทอดผ้าไตรพระสามหาบ 3 ไตร พระสงฆ์บังสุกุล รดน้ำอบที่อัฐิ โปรยดอกไม้ ผู้แทนพระองค์เก็บอัฐิ พล.อ.เปรมจุ่มลงในน้ำอบ เก็บใส่ในโกศ ให้เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปวางบนโต๊ะหมู่ในพลับพลาอิสริยาภรณ์ ผู้แทนพระองค์เดินตามอัฐิ พล.อ.เปรมขึ้นบนพลับพลาอิสริยาภรณ์ ผู้แทนพระองค์ประเคนภัตตาหาร เมื่อพระสงฆ์ฉันเสร็จ พระสงฆ์อนุโมทนา ถวายอดิเรก แล้วผู้แทนพระองค์เดินทางกลับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52041</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ  เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร   มหาวัชรราชธิดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191208/image_big_5decfa6f82b55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
