<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตพระจักรพรรดิญี่ปุ่นทรงเป็นลมหมดสติชั่วครู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สำนักพระราชวังญี่ปุ่นแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อดีตสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงเป็นลมหมดสติไปชั่วขณะหนึ่งเมื่อวันพุธ ต้องรับการสแกนสมองแต่แพทย์ไม่พบสิ่งผิดปรกติรวมถึงภาวะหลอดเลือดสมอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสำนักพระราชวังอิมพีเรียลของญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม 2563 ว่าแพทย์ระบบประสาทได้ถวายการตรวจอดีตสมเด็จพระจักรพรรดิ พระชนมายุ 86 พรรษา และสแกนสมองด้วยระบบเอ็มอาร์ไอเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ แต่แพทย์ไม่พบสิ่งผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีสิ่งบ่งชี้ใดๆ ว่าพระองค์มีพระอาการหลอดเลือดสมอง ขณะที่แพทย์ยังถวายการเฝ้าสังเกตพระพลานามัยอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเกียวโดรายงานด้วยว่า พระองค์เสวยพระกระยาหารเช้าได้ปกติเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์ทรงเป็นจักรพรรดิญี่ปุ่นองค์แรกในรอบเกือบ 200 ปีที่สละราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว และให้เจ้าชายนารุฮิโตะ พระราชโอรสองค์โต เสด็จขึ้นครองราชย์ ส่วนพระองค์ทรงเปลี่ยนสถานะอย่างเป็นทางการเป็นอดีตสมเด็จพระจักรพรรดิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 อดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงมีพระอาการวิงเวียนคลื่นเหียนหลายครั้ง สืบเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ แต่พระองค์ไม่เคยหมดสติมาก่อน พระองค์ยังทรงเคยรับการผ่าตัดหัวใจและรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ซึ่งมีพระชนมายุ 85 พรรษา ก็ทรงเคยรับการรักษามะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้นเมื่อเดือนกันยายน สำนักพระราชวังเคยแถลงเมื่อเดือนธันวาคมว่า พระองค์มีพระพลานามัยไม่สู้ดีนักและพระวรกายซูบผอมลงมานับแต่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตพระจักรพรรดิอากิฮิโตะซึ่งครองราชย์ยาวนานเกือบ 30 ปี เคยมีพระราชดำรัสเมื่อปี 2559 ว่าพระองค์หวั่นพระทัยว่าการเจริญพระชมายุมากขึ้นจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ความวิตกเกี่ยวกับปัญหาพระพลานามัยของพระองค์เคยเป็นประเด็นที่ชาวญี่ปุ่นกล่าวถึงมากที่สุดทางทวิตเตอร์ ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งเขียนไว้เมื่อวันพฤหัสบดีว่าด้วยพระชนมายุเท่านี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นนับว่าน่ากังวล อาจเป็นผลจากการที่พระองค์ทรงงานหนักมาโดยตลอด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55916</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่่ปุ่น, สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ, หมดสติ, อดีตจักรพรรดิ, เป็นลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32dff9cb5f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จักรพรรดิสละราชสมบัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งญี่ปุ่นทรงสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 เมษายน ญี่ปุ่นเตรียมเปลี่ยนรัชศกจากเฮเซเป็นเรวะในวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร จะเสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชพิธีสละราชสมบัติครั้งแรกในรอบ 200 ปีของราชวงศ์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในที่พระราชวังอิมพีเรียล ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 30 เมษายน 2562 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ซึ่งมีพระชนมพรรษา 85 พรรษา ทรงประกอบพิธีสักการะและบวงสรวงดวงพระวิญญาณของจักรพรรดิองค์ก่อนและเทพเจ้าของศาสนาชินโตที่ศาลเจ้าภายในพระราชวังอิมพีเรียล เพื่อแจ้งพระราชประสงค์ของพระองค์ที่จะสละราชสมบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในช่วงเย็น สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พร้อมด้วยสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงเข้าพระราชพิธีสละราชสมบัติเบื้องหน้าเครื่องราชกกุธภัณฑ์ อันรวมถึงพระขรรค์โบราณและสังวาลย์ศักดิ์สิทธิ์ ณ พระที่นั่งต้นสน ภายในพระราชวังอิมพีเรียล ใจกลางกรุงโตเกียว โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์และผู้เข้าร่วมพิธีประวัติศาสตร์ครั้งนี้ประมาณ 300 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระจักรพรรดิ ซึ่งแสดงพระราชประสงค์สละราชสมบัติด้วยเหตุผลด้านพระพลานามัยที่ทรงเคยพระประชวรด้วยหลายพระโรค มีพระราชกระแสรับสั่งขอบพระทัยประชาชนชาวญี่ปุ่นอย่างสุดซึ้ง พระองค์จะสวดภาวนาเพื่อสันติสุขและความสุขของประชาชนทั้งมวลในญี่ปุ่นและทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีทรงมอบความกล้าหาญและความหวังแก่ชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะในช่วงยามแห่งความทุกข์ยาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า แม้สภาพอากาศในกรุงโตเกียวจะมีฝนตกเกือบตลอดทั้งวัน ที่ด้านนอกพระราชวังยังมีประชาชนหลายร้อยคนมารวมตัวกัน พนักงานธนาคารวัย 50 ปี ชื่อยาโยอิ อิวาซากิ กล่าวทั้งน้ำตาว่า เธอรู้สึกตื้นตัน ในอดีตการเปลี่ยนรัชกาลเกิดภายหลังการสวรรคตของสมเด็จพระจักรพรรดิ และประชาชนไม่แน่ใจว่าควรจะดีใจและฉลองรัชกาลใหม่หรือไม่ แต่การเปลี่ยนรัชกาลในครั้งนี้ เธอเชื่อว่าประชาชนสามารถฉลองต้อนรับรัชสมัยใหม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระจักรพรรดิจะยังคงทรงครองราชบัลลังก์นี้ต่อไปจนถึงเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 30 เมษายน และรัชศกเฮเซที่ยาวนาน 30 ปี จะสิ้นสุดลงเมื่อเข้าสู่วันใหม่ของวันที่ 1 พฤษภาคม เพื่อเริ่มรัชศกเรวะ ซึ่งมีความหมายว่าความสามัคคีอันงดงาม ภายใต้รัชกาลของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพุธ เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารพระชนมายุ 59 พรรษา จะทรงเข้าพิธีรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ พระราชพิธีนี้จะใช้เวลาเพียง 10 นาที และไม่อนุญาตให้สตรีเข้าร่วม แม้แต่เจ้าหญิงมาซาโกะ พระชายาของพระองค์ซึ่งจะเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีองค์ใหม่ หลังจากนั้นสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่ซึ่งเป็นองค์ที่ 126 ของญี่ปุ่น จะมีพระราชดำรัสต่อประชาชนเป็นครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีบรมราชาภิเษกที่จะเปิดให้สาธารณชนมีส่วนร่วมด้วยนั้น กำหนดจัดในวันที่ 22 ตุลาคม ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะจะร่วมขบวนเสด็จพระราชดำเนินไปตามท้องถนนของกรุงโตเกียวเพื่อให้พสกนิกรเข้าเฝ้าฯ และพระราชทานพระราชวโรกาสให้ผู้นำและพระบรมวงศานุวงศ์ของประเทศต่างๆ ถวายพระพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ส่งสาส์นถึงสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรดินีมิชิโกะ แสดงความซาบซึ้งต่อทั้งสองพระองค์และย้ำถึงสัมพันธภาพใกล้ชิดระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐ ทรัมป์จะเป็นผู้นำประเทศคนแรกที่ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นองค์ใหม่เมื่อเขาเดินทางมาเยือนในเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ พระองค์มีพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ.2476 และมีพระชันษา 11 ปีเมื่อครั้งที่พระราชบิดาทรงประกาศรับความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งกองทัพญี่ปุ่นต่อสู้ในพระนามของพระจักรพรรดิ ภายหลังเสด็จขึ้นครองราชย์สืบจากพระราชบิดา สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงเปลี่ยนบทบาทของจักรพรรดิที่เคยเป็นสมมติเทพ มาเป็นบทบาทในเชิงสัญลักษณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทบาทของพระองค์ที่เป็นที่โจษขานคือการที่พระองค์ทรงแสดงความเสียพระทัยต่อการกระทำของญี่ปุ่นในช่วงสงคราม และยังทรงปรับเปลี่ยนสำนักพระราชวังทีละน้อยให้เข้ากับยุคสมัยใหม่มากขึ้นและใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์ทรงพบรักกับมิชิโกะ ซึ่งเป็นเพียงหญิงสามัญชน ระหว่างการแข่งขันเทนนิสเมื่อปี 2502 และทรงครองคู่กันมานานถึง 60 ปี ทั้งสองพระองค์ทรงทำให้ชาวญี่ปุ่นและผู้คนทั่วโลกประทับใจกับภาพที่ทรงคุกเข่าและมีพระราชปฏิสันถารกับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปี 2545&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้มีวันหยุด 10 วัน สำหรับพระราชพิธีสละราชสมบัติและขึ้นครองราชย์ครั้งนี้ ถึงแม้ผลสำรวจความคิดเห็นชาวญี่ปุ่นซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความบ้างาน จะพบว่ามีถึง 45% ที่รู้สึกเป็นทุกข์กับวันหยุดยาวนานขนาดนี้ โดยมีเพียง 35% ที่มีความสุข.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34838</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินโซ อาเบะ, สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc860c7f41a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรพรรดิอากิฮิโตะ&#039; สละราชสมบัติอย่างเป็นทางการแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงประกอบพระราชพิธีสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันอังคาร ญี่ปุ่นเตรียมเปลี่ยนรัชสมัยจากเฮเซ เริ่มรัชศกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถือเป็นการสละราชสมบัติครั้แรกในรอบ 200 ปีของราชวงศ์ญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เสด็จพระราชดำเนินออกจากศาลเจ้าคาชิโกโดโกโระภายในพระราชวังอิมพีเรียล ภายหลังพิธีบวงสรวง เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 / Japan Pool / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชพิธีสละราชสมบัติจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในที่พระราชวังอิมพีเรียลตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 30 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นพิธีทางศาสนา โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ซึ่งมีพระชนมพรรษา 85 พรรษา ทรงประกอบพิธีสักการะและบวงสรวงดวงพระวิญญาณของจักรพรรดิองค์ก่อนและเทพเจ้าของศาสนาชินโตภายในพระราชวังอิมพีเรียล เพื่อแจ้งพระราชประสงค์ของพระองค์ที่จะสละราชสมบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็น สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พร้อมด้วยสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงเข้าพระราชพิธีสละราชสมบัติเบื้องหน้าเครื่องราชกกุธภัณฑ์ อันรวมถึงพระขรรค์โบราณและสังวาลย์ศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp; ณ พระที่นั่งต้นสน ภายในพระราชวังอิมพีเรียล โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์และผู้เข้าร่วมพิธีประวัติศาสตร์ครั้งนี้ประมาณ 300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า แม้สภาพอากาศในกรุงโตเกียวจะมีฝนตกเกือบตลอดทั้งวัน ที่ด้านนอกพระราชวังยังมีประชาชนหลายร้อยคนมารวมตัวกัน คาดกันว่าคืนวันอังคารชาวญี่ปุ่นจะร่วมกันนับถอยหลังเวลาเที่ยงคืนที่เป็นการสิ้นสุดรัชศกเฮเซ ซึ่งยืนยาวนาน 30 ปี และเริ่มรัชศกเรวะ ซึ่งจะยืนยาวนานไปตลอดรัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพุธ เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารพระชนมายุ 59 พรรษา จะทรงเข้าพิธีรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ พระราชพิธีนี้จะใช้เวลาเพียง 10 นาที และไม่อนุญาตให้สตรีเข้าร่วม แม้แต่เจ้าหญิงมาซาโกะ พระชายาของพระองค์ซึ่งจะเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีองค์ใหม่ หลังจากนั้นสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่ซึ่งเป็นองค์ที่ 126 ของญี่ปุ่น จะมีพระราชดำรัสต่อประชาชนเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จากซ้าย สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ สวรรคตปี 2532, สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ (กลาง) และเจ้าชายนารุฮิโตะ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีบรมราชาภิเษกที่จะเปิดให้สาธารณชนมีส่วนร่วมด้วยนั้นกำหนดจัดในวันที่ 22 ตุลาคม ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะจะร่วมขบวนเสด็จพระราชดำเนินไปตามท้องถนนของกรุงโตเกียวเพื่อให้พสกนิกรเข้าเฝ้าฯ และพระราชทานพระราชวโรกาสให้ผู้นำและพระบรมวงศานุวงศ์ของประเทศต่างๆ ถวายพระพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้มีวันหยุด 10 วันสำหรับพระราชพิธีสละราชสมบัติและขึ้นครองราชย์ครั้งนี้ ถึงแม้ผลสำรวจความคิดเห็นชาวญี่ปุ่นซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความบ้างาน จะพบว่ามีถึง 45% ที่รู้สึกเป็นทุกข์กับวันหยุดยาวนานขนาดนี้ โดยมีเพียง 35% ที่มีความสุข.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนรวมตัวที่ลานด้านนอกพระราชวังอิมพีเรียลระหว่างพระราชพิธีสละราชบัลลังก์ที่จัดเป็นการภายใน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34826</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครองราชย์, จักรพรรดิญี่ปุ่น, ญี่ปุ่น, รัชศกเฮเซ, สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ, สละราชสมบัติ, เจ้าชายนารุฮิโตะ, เรวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc8519dcadd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2019 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2019 21:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จักรพรรดิญี่ปุ่นพระราชทานพรปีใหม่ครั้งสุดท้ายก่อนสละราชย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะพระราชทานพรปีใหม่แก่พสกนิกรชาวญี่ปุ่นครั้งสุดท้ายเมื่อวันพุธ ก่อนสละราชสมบัติในเดือนเมษายนปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ (ขวา) และเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายพสกนิกร ที่พระราชวังอิมพีเรียล เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2561 / JIJI PRESS / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระชนมพรรษา 85 พรรษา เสด็จออก ณ สีหบัญชรของพระราชวังอิมพีเรียลในกรุงโตเกียว เมื่อวันพุธที่ 2 มกราคม 2562 เพื่อพระราชทานพรวันปีใหม่ ในการนี้สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารและพระบรมวงศานุวงศ์โดยเสด็จด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะมีพระราชดำรัสว่า &amp;quot;สวัสดีวันปีใหม่ ข้าพเจ้าดีใจอย่างยิ่งที่ได้ฉลองปีใหม่กับทุกๆ ท่าน ภายใต้ท้องฟ้าที่สดใส ข้าพเจ้าหวังว่าปีนี้จะเป็นปีที่ดีสำหรับผู้คนจำนวนมาก และข้าพเจ้าสวดมนต์เพื่อสันติภาพและความสุขสำหรับประชาชนของประเทศเราและชาวโลกด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักพระราชวังอิมพีเรียลออกแถลงการณ์ว่า ในปีนี้มีประชาชนกว่า 114,600 คนเดินทางมาที่พระราชวังอิมพีเรียลเพื่อเฝ้าฯ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและรับพรวันปีใหม่ ซึ่งพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าไปได้ปีละ 2 ครั้ง ได้แก่วันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดิ และวันที่ 2 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พสกนิกรที่มาเฝ้าฯ สมเด็จพระจักรพรรดิต่างโบกธงชาติญี่ปุ่นและตะโกนคำว่า &amp;quot;บันไซ&amp;quot; บางคนร้องเพลงชาติและบางคนถึงกลับร้องไห้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูมิ นิชิมุระ นักศึกษามหาวิทยาลัย เผยกับเอเอฟพีขณะเข้าแถวเพื่อรอเข้าพระราชวังอิมพีเรียลว่า ตนเดินทางมากับแม่เพื่อเฝ้าฯ สมเด็จพระจักรพรรดิเป็นครั้งสุดท้าย และต้องการบอกพระองค์ว่าสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงงานหนักเพื่อประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25628</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, พระราชทานพรปีใหม่, สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ, สละราชย์, เจ้าชายนารุฮิโตะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190102/image_big_5c2cce0f97fa9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2018 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2018 20:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จักรพรรดิญี่ปุ่นมีกระแสพระราชดำรัสส่งท้ายก่อนสละราชย์กลางปีหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะพระราชทานกระแสพระราชดำรัสแก่พสกนิกรชาวญี่ปุ่น เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษาเมื่อวันอาทิตย์ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่พระองค์จะสละราชสมบัติกลางปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงโบกพระหัตถ์ทักทายพสกนิกรชาวญี่ปุ่น ขณะเสด็จออกพร้อมสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ และเจ้าชายนารุฮิโตะ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะเสด็จออก ณ สีหบัญชรของพระราชวังอิมพีเรียลในกรุงโตเกียว พระราชทานกระแสพระราชดำรัสแก่พสกนิกรชาวญี่ปุ่น เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผยว่ามีพสกนิกรเฝ้ารับเสด็จฯ ราว 82,850 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะมีกระแสพระราชดำรัสในตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ต้องไม่ลืมชีวิตนับไม่ถ้วนที่สูญเสียไปในสงครามโลกครั้งที่ 2 สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างขึ้นจากการสสะชีวิตของผู้คนจำนวนมาก และความพยายามที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของชาวญี่ปุ่น เราต้องส่งต่อประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องสู่ผู้ที่เกิดหลังสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ข้าพเจ้าใกล้สิ้นสุดการเดินทางในฐานะพระจักรพรรดิ ข้าพเจ้าขอบคุณจากก้นบึ้งของหัวใจผู้คนจำนวนมาก ที่ยอมรับและให้การสนับสนุนข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ และขอบคุณสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ที่ได้เลือกทางเดินนี้กับข้าพเจ้า และกว่า 60 ปีที่อุทิศตนให้กับครอบครัวของพระจักรพรรดิและประชาชนญี่ปุ่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้พระองค์ยังตรัสแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียสมาชิกในครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดในปีนี้ ซึ่งญี่ปุ่นเผชิญทั้งแผ่นดินไหว, พายุรุนแรง และคลื่นความร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะจะทรงสละราชสมบัติในวันที่ 30 เมษายนปีหน้า ซึ่งเป็นการสละราชสมบัติของจักรพรรดิญี่ปุ่นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2360 โดยเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร จะเสด็จขึ้นครองราชย์ในวันที่ 1 พฤษภาคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24893</URL_LINK>
                <HASHTAG>85 พรรษา, จักรพรรดิญี่ปุ่น, มีกระแสพระราชดำรัส, สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ, สละราชสมบัติ, เจ้าชายนารุฮิโตะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181223/image_big_5c1f90775671f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวญี่ปุ่นยื่นฟ้องศาล ค้านใช้ภาษีจัดพิธีศาสนาจักรพรรดิองค์ใหม่ขึ้นครองราชย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พลเมืองญี่ปุ่นราว 240 คน ยื่นฟ้องรัฐบาลเมื่อวันจันทร์ กรณีแผนใช้งบประมาณแผ่นดินมาใช้ในพิธีทางศาสนาสำหรับการขึ้นครองราชย์ ของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ, สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ, เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร และเจ้าหญิงมาซาโกะ ทรงร่วมงานเลี้ยงในสวนฤดูใบไม้ร่วง ที่พระราชวังอากาซากะในกรุงโตเกียว / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวญี่ปุ่นราว 240 คน ซึ่งรวมถึงกลุ่มคริสเตียนและพระภิกษุ รวมตัวกันยื่นฟ้องต่อศาลแขวงในกรุงโตเกียวเมื่อวันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม คัดค้านการนำงบประมาณแผ่นดินมาใช้ในพิธีทางศาสนาสำหรับการขึ้นครองราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่ที่จะมีขึ้นในปีหน้า โดยโต้แย้งว่าเป็นการขัดรัฐธรรมนูญที่ระบุให้แยกศาสนากับรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น จะขึ้นครองราชย์ ในวันที่ 1 พฤษภาคมปีหน้า หนึ่งวันหลังการสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่ได้เปิดเผยว่าจะใช้งบประมาณเท่าไรในพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ ปีหน้า ที่รวมถึงพิธีทางศาสนาด้วย แต่รัฐบาลระบุว่าจะปฏิบัติตามโบราณราชประเพณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โคอิจิ ชิน หนึ่งในโจทก์ที่ยื่นฟ้องศาลในเรื่องนี้เผยว่า พระราชพิธีขึ้นครองราชย์ ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะในปี 2533 ใช้งบไปราว 12,300 ล้านเยน หรือราว 3,584 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว เจ้าชายอากิชิโนะ พระราชโอรสองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ได้ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมที่จะใช้งบประมาณแผ่นดินในพิธีไดโจไซ ซึ่งเป็นพิธีทางศาสนาในการขึ้นครองราชย์ ของสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชินเผยกับเอเอฟพีว่า โจทก์ที่ร่วมกันยื่นฟ้องเรื่องนี้ไม่ต้องการให้รัฐบาลนำงบประมาณแผ่นดินมาใช้ในพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ รวมถึงพิธีไดโจไซ ซึ่งเป็นการสวดมนต์เพื่อให้การเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์และสวดเพื่อสันติสุข ชินระบุว่าพิธีนี้เป็นพิธีทางศาสนาของศาสนาชินโตสำหรับพระจักรพรรดิ ซึ่งเป็นรูปแบบของพิธีกรรมชั้นสูงของศาสนาญี่ปุ่นโบราณ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23939</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, พิธีขึ้นครองราชย์, สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ, เจ้าชายนารุฮิโตะ, ใช้เงินภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181210/image_mid_5c0e6a7035eac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงพระประชวร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งญี่ปุ่นพระชนมพรรษา 84 พรรษา ทรงพระประชวรทำให้ต้องทรงยกเลิกพระราชกรณียกิจทั้งหมดตั้งแต่วันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&amp;nbsp; สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ขณะทรงร่วมงานเลี้ยงกลางสวนฤดูใบไม้ผลิ ที่พระองค์ทรงเป็นเจ้าภาพ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โยชิฮิเดะ ซูงะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคมว่า ช่วงเช้ามืดวันนี้ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงรู้สึกคลื่นไส้อย่างกะทันหัน และมีอาการพระเสโท (เหงื่อ) ออกเต็มพระวรกาย จากนั้นสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะทรงเรียกแพทย์ของสำนักพระราชวังมาถวายการรักษาสมเด็จพระจักรพรรดิ ซึ่งแพทย์วินิจฉัยพระอาการของสมเด็จพระจักรพรรดิว่าอาการวิงเวียนศีรษะและคลื่นไส้เป็นผลมาจากภาวะเลือดจางในสมอง จำเป็นที่พระองค์ต้องพักผ่อนให้เพียงพอและจะต้องตรวจพระอาการเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภาวะเลือดจางในสมองเกิดจากเลือดส่งไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสำนักพระราชวังอิมพีเรียลเผยกับเอเอฟพีว่า ในวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคมนี้ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงมีหมายกำหนดการที่จะพบกับเจ้าหญิงอายาโกะ พระธิดาในเจ้าชายทาคามาโดะ พระประยูรญาติของสมเด็จพระจักรพรรดิ ในเรื่องการหมั้นของเจ้าหญิงองค์นี้ และในขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการพระประชวรของสมเด็จพระจักรพรรดิ ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าสมเด็จพระจักรพรรดิจะทรงกลับมาประกอบพระราชกรณียกิจอีกครั้งในเวลาใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2559 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงส่งสัญญาณว่าต้องการสละราชบัลลังก์หลังจากครองราชย์มาเกือบ 30 ปี เนื่องจากมีพระชนมายุมากขึ้นและพระพลานามัยอ่อนแอลง ซึ่งพระองค์จะสละราชบัลลังก์ในวันที่ 30 เมษายน 2562.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12579</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดพระราชกรณียกิจ, ทรงพระประชวร, ภาวะเลือดจางในสมอง, สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b3a2d360b1d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
