<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไม ๒ ผบ.บวชวัดหงส์?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรุ่งนี้ ๑๓ ตุลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คล้ายวันสวรรคต &amp;quot;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;quot; รัชกาลที่ ๙&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใส่เสื้อสีเหลืองกันนะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใส่ให้โลกรู้ ทุกคนรู้.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่ากาลเวลาไม่เคยทำให้ทุกหยาดพระเสโทของพ่อที่หลั่ง ทุกย่างพระบาทที่พ่อย่ำทั่วแดนทุรกันดาร เหือดหายไปจากใจสำนึก-รำลึก-ภักดี ของลูกๆ ที่มีต่อพ่อบนฟ้าเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศชาติร่มเย็นเป็นปึกแผ่น ประชาชนมีที่อยู่ ที่ทำมาหากิน มีลมหายใจอิสรเสรี ถึงทุกวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ด้วยพระบารมีพ่อบนฟ้าโดยแท้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยจิตกตัญญู-รู้คุณนี้.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าพระพุทธเจ้า กราบเบื้องพระบาท สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณนั้น ตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยบรรยากาศนี้ อะไรจะดีต่อใจในการพูดคุยในวันนี้ เท่าคุยเรื่องพระ-เรื่องเจ้า เห็นจะไม่มีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น คุยเรื่องพระกันดีกว่า และพระที่จะคุยถึง รูปไหนจะสร้างความรู้สึกแปลก-ใหม่ ในชั่วโมงนี้ ไม่เกิน ๒ รูปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูปแรก &amp;quot;จินตชโย ภิกษุ&amp;quot; (พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูปที่สอง &amp;quot;อภิรชตโน ภิกษุ&amp;quot; (พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านทั้ง ๒ เกษียณจากราชการแล้ว ก็อุปสมบทที่ &amp;quot;วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร&amp;quot; จะเรียกว่า &amp;quot;ทันที&amp;quot; ก็ย่อมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ บวช ๓ ตุลา ส่วนพลเอกอภิรัชต์ บวช ๘ ตุลา ชาวบ้านนับอาวุโสตรงใครเกิดก่อน ส่วนพระ นับตรงใครบวชก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระจักรทิพย์บวชก่อน พระอภิรัชต์ต้องเป็นฝ่ายกราบพระจักรทิพย์ เพราะบวชทีหลัง อาวุโสน้อยกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่เป็นกฎสงฆ์ เพื่อละลายอัตตา ยึดมั่น-ถือมั่นในตัวตน จึงไม่ให้ค่ากับยศ กับอายุ กับเศรษฐี-ยาจก ของคนที่มาบวช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้นับพรรษา........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครบวชก่อน เป็นผู้มีอาวุโสเหนือกว่า ต่อให้คนอายุ ๑๐๐ ปี หรือเป็นเจ้า-เป็นนาย รวยแสนล้าน แต่บวชทีหลัง คนอายุ ๑๐๐ ก็ต้องกราบคนอายุ ๒๐ ปี ที่บวชก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรทราบไว้ ทีนี้ ประเด็นมีว่า การที่ ผบ.ตร.-ผบ.ทบ.เกษียณปั๊บ หันหน้าเข้าวัดปุ๊บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เคยมี ไม่เคยปรากฏ สังคมก็เลยวิจารณ์ต่างๆ นานา แทนจะมองในมุมคนมีวาสนา หนุนนำให้ได้เข้ามาบวช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับมองไปในมุมว่า เพราะอะไรถึงบวช?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทำไมจึงต้องมาบวชวัดเดียวกัน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือเพ่งเล็ง ว่าน่าจะมีสาเหตุเป็นเบื้องหน้า-เบื้องหลังให้อดีต ๒ ผบ.ต้องมาบวชด้วยกันและอยู่วัดเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือมองลอดตาข่ายธรรม โยงไปถึงตาข่ายการบ้าน-การเมืองโน่น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เข้าใจอยู่ เพราะที่เคยมี คนที่เกษียณ แต่ยังรุ่ง อย่างพระจักรทิพย์ เส้นทางอำนาจบารมี รอให้เลือกเยอะแยะ ถูกจองตัวไปสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.ด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ อ้าว...เข้าวัดบวชซะแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพระอภิรัชต์ ไม่เท่าไหร่ เพราะเป็นที่ทราบกัน ว่าได้รับโปรดเกล้าฯ ไปเป็น &amp;quot;รองเลขาธิการพระราชวัง&amp;quot; หลังเกษียณ การบวช ก็คงด้วย &amp;quot;จิตเดิม&amp;quot; ตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ต้องไปบวชอยู่วัดหงส์รัตนารามด้วยกันนี่ซี คนอยากรู้ ทำไม..ทำไม..และทำไม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ดีไปอย่าง ช่วยให้คนใฝ่รู้-ใฝ่ศึกษาประวัติศาสตร์ชาติ ประวัติสถานที่กันมากขึ้น ถึงขั้นรื้อค้นความเป็นมาวัดหงส์ฯ เผยแพร่ทุกสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเองก็ไม่รู้มาก่อน พลอยได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับวัดหงส์ฯ เพลินไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วานซืน อ่านที่คุณอัญชลีพร กุสุมภ์ อดีตผู้ประกาศข่าว ช่อง ๗ สี ปัจจุบัน จัดรายการข่าวโทรทัศน์ดาวเทียมช่องสุวรรณภูมิ นำเรื่องที่เคยสัมภาษณ์ท่านเจ้าอาวาสไว้มาโพสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่านแล้ว ต้องขอลอกต่อ.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะด้วยวิสัยทัศน์สื่อมือครูระดับอัญชลีพร โพสต์ของเธอ จึงตอบโจทย์-ตอบประเด็นที่อยากรู้กันนัก ก็อ่านได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Anechaleeporn Gusum Official
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ทำไมทั้งอดีต ผบ.ทบ.และอดีต ผบ.ตร.จึงมาบวชที่วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-กลางปี 2556 &amp;quot;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ&amp;quot; ในขณะนั้น ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงสดับพระธรรมเทศนาหรือทรงธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิฉันเห็นภาพข่าว ทำให้สงสัยว่าเหตุใดจึงเสด็จพระราชดำเนินมาทรงธรรมยังวัดแห่งนี้ และต้องการรู้จักวัดหงส์รัตนารามให้ถ่องแท้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ดิฉัน &amp;quot;อัญชลีพร กุสุมภ์&amp;quot; จึงได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับ &amp;quot;พระเทพปริยัติมุนี&amp;quot; (มีชัย วีรปัญโญ ป.ธ. 9) เจ้าอาวาส ในรายการธรรมนิยาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนั้น ท่านเพิ่งย้ายมาจาก &amp;quot;วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร&amp;quot; เพื่อมาทำภารกิจบูรณะวัดหงส์รัตนาราม ที่ตอนนั้น ว่ากันว่า คนเข้ามาทำบุญลำบาก ทรุดโทรม ขาดการดูแล กลายเป็นที่จอดรถตู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ท่านเจ้าอาวาสบอกในรายการว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ขณะนั้น ส่งทหารมาช่วยบูรณะวัด โดยเฉพาะสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ &amp;quot;สมเด็จพระเจ้าตากสิน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการเคลียร์รถตู้ออกไป ท่านบอกนอกรอบว่า &amp;quot;พลตำรวจเอกอัศวินมาช่วย&amp;quot; พูดไม่กี่คำ รถตู้ไปหมดเลย 555&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านเจ้าอาวาส พูดทุกอย่างนิ่มๆ ไม่ได้อวด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนหลังที่ท่านพลเอกประยุทธ์มาเป็นนายกช่วงแรกๆ จัดทำบุญสวดมนต์ที่ทำเนียบหลายครั้ง ดิฉันแอบเห็นท่านเจ้าอาวาสวัดหงส์ฯ แทบทุกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-พระเทพปริยัติมุนี ได้เล่าประวัติวัดหงส์ฯ โดยละเอียดเพราะท่านได้ไปค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมที่หอจดหมายเหตุ หอสมุดแห่งชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดแห่งนี้ &amp;quot;เจ้าสัวหง&amp;quot; เริ่มสร้างมาแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา ต่อมา &amp;quot;สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;quot; ทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง วัดหงส์ฯ จึงเป็นหนึ่งในวัดที่อยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-&amp;quot;สมเด็จพระเจ้าตากสิน&amp;quot; ทรงบูรณะวัดแห่งนี้ขึ้นมาใหม่พระอุโบสถที่ใหญ่โตเสาขนาด 3 คนโอบก็สร้างในยุคนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจุดตรงกลางพระอุโบสถ คือที่ประทับนั่งของ &amp;quot;สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;quot; ในยามทรงวิปัสสนากรรมฐาน ที่พระองค์ทรงถือเป็นวัตรปฏิบัติทุกครั้ง ก่อนเสด็จออกรบทัพจับศึก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-&amp;quot;สระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์&amp;quot; ของวัด เป็นตาน้ำมาแต่ดั้งเดิม จึงมีน้ำออกมาตลอดเวลา เป็นสระโบราณ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช(สุก)ไก่เถื่อน&amp;quot; ได้ทรงลงอักขระไว้ครบทั้งสี่มุมและกลางสระ จึงถือเป็น &amp;quot;สระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์&amp;quot; ว่ากันว่า หลังเสร็จศึกทุกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระเจ้าตากสิน&amp;quot; จะเสด็จมาทรงชำระล้างคราบเลือดบนดาบที่สระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน มีการกำหนดฤกษ์ทุกเดือน เพื่อทำพิธีอาบน้ำมนต์ ท่านเจ้าอาวาส &amp;quot;บอกนอกรอบ&amp;quot; ว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บรรดานายทหารถือความศักดิ์สิทธิ์ของสระน้ำแห่งนี้ ถึงไม่ได้มาอาบที่วัด ก็ได้นำไปอาบที่บ้าน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ปัจจุบันที่วัดได้ตั้ง &amp;quot;ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;quot; ไว้เป็นที่สักการบูชา โดยเบื้องพระพักตร์ หันมายังลานกว้างที่ว่ากันว่าเป็น &amp;quot;ลานซ้อมรบ&amp;quot; ของบรรดานายทหารระดับสูงในแผ่นดินของพระองค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ภายในวัดหงส์ฯ ยังมีพระพุทธรูปทองคำและหลวงพ่อแสน ที่อยู่ในตำนานของประเทศลาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระอุโบสถของวัด มีการประดับตกแต่งงดงาม มีความหมายที่มีค่าควรแก่การไปเยี่ยมชมและศึกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ที่ยกมาวันนี้บางส่วน เป็นเนื้อหาจากรายการธรรมนิยาม ที่ออกอากาศไปเมื่อปี 2556&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถหาดูได้ทางยูทิวบ์ มี 4 ตอน ตอนละ 10 นาที เนื้อหาบางส่วน มาจากการสนทนานอกรอบกับท่านเจ้าอาวาสและพอจะเล่าต่อได้ (แน่นอนว่ามีที่เล่าไม่ได้)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ความเป็นมาของวัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร ในอดีตตั้งแต่สมัยแผ่นดิน &amp;quot;สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี&amp;quot; กษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่ ที่แทบจะไม่มีเวลาทรงพระสำราญเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยทรงอุทิศพระวรกาย เพื่อกู้แผ่นดินให้มีความมั่นคงเป็นไทยมาจนทุกวันนี้มาจนถึงความเป็นไปของวัดเท่าที่ได้เห็นและได้ยินในปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ดิฉันไม่แปลกใจที่ท่านอดีต ผบ.ทบ.และอดีต ผบ.ตร.เลือกมาอุปสมบทที่วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหารแห่งนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจทางทหาร ความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อัญชลีพร กุสุมภ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9 ตุลาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นไงครับ อ่านแล้วน่าจะตอบโจทย์ในหัวใจกันได้พอสมควรกระมัง อยากรู้ละเอียด ก็ไปหากันดูทางยูทิวบ์ เธอบอกว่ามีถึง ๔ ตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ผมว่า แฟนๆ อยากรู้ ที่ว่า &amp;quot;นอกรอบ&amp;quot; เล่าไม่ได้ นั่นมากกว่านะ 5555!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดหงส์ฯ ก็ติดๆ กับวัดอรุณฯ และติดๆ กับพระราชวังกรุงธนบุรี ที่เรียกกันว่า &amp;quot;พระราชวังเดิม&amp;quot; ที่เป็นกองบัญชาการกองทัพเรือปัจจุบัน ถนนอรุณอมรินทร์ นั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปไม่ถูก ก็ไปตั้งหลักตรงโรงพยาบาลศิริราช เจอแยกบ้านขมิ้น นั่นแหละตรงเรื่อยไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจอวัดระฆัง วัดอรุณ ก็ต้องเจอวัดหงส์ ถนนนั้น ทะลุออกโพธิ์สามต้น ถนนอิสรภาพ ไปสี่แยกบ้านแขก ข้ามสะพานพุทธ ไปฝั่ง กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงรัตนโกสินทร์ มีวัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง วัดหงส์รัตนาราม ก็คือ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง ยุคกรุงธนบุรี คงเข้าใจกันกระมัง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อได้ศึกษาประวัติ ก็คงเห็นกันแล้ว ว่า.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดหงส์กับพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทุกพระองค์ ผูกพันและทรงปฏิสังขรณ์ต่อเนื่องตลอดมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80200</URL_LINK>
                <HASHTAG>จินตชโย, จินตชโย ภิกษุ, พระเทพปริยัติมุนี, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, อภิรชตโน, อภิรชตโน ภิกษุ, อัญชลีพร กุสุมภ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;มิบังควร&quot; ครั้งเดียวก็เกินพอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มติเอกฉันท์!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนี้ทำอะไรต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลส่งสำนวนคำร้องให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง มิฉะนั้นให้ถือว่าไม่ติดใจยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีการส่ง กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของศาลเป็นผู้ส่ง ณ ที่ทำการพรรคผู้ถูกร้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากไม่มีผู้รับให้ปิดหนังสือนำส่ง และสำเนาคำร้องไว้ ณ ที่ทำการพรรคผู้ถูกร้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และให้ถือว่าได้ส่งโดยชอบตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาขอศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๕ ประกอบมาตรา ๕๔ แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น พรรคไทยรักษาชาติไม่ต่องพล่านไปทั่ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปรอเจ้าหน้าที่ศาลที่ที่ทำการพรรคได้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลนัดพิจารณาคดีโน่นครับ วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และคดีนี้จบก่อนเลือกตั้งแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ลากยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นต้นนี้ก็ชัดเจนนะครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการปั่นกระแสข่าวที่ไม่ปกติขึ้นมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาติ่งทักษิณพยายามประโคมกันว่า ศาลต้องเชิญทูลกระหม่อมฯ เป็นพยานด้วย &amp;nbsp;เพราะทูลกระหม่อมฯ เซ็นยินยอมให้พรรคไทยรักษาชาติเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าบอกว่าไม่มีเจตนาอื่น นอกจากให้พรรครอดพ้นการถูกยุบ....จะเชื่อกันหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ธง&amp;quot; ของคนพวกนี้คืออะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนกลับไปดูพระราชโองการกันอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;...พระมหากษัตริย์และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง...&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;...ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งยังเป็นพระเชษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ แม้จะทรงกราบถวายบังคมลาออกจากฐานันดรศักดิ์ไปแล้วตามกฎมณเฑียรบาล โดยได้กราบบังคมทูลพระกรุณาเป็นลายลักษณ์อักษร หากยังทรงสถานะและดำรงพระองค์ในฐานะสมาชิกแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเป็นที่รักใคร่ของสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี ตลอดจนเป็นที่เคารพยกย่อง ของพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์และประชาชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ด้วยทรงประกอบพระกรณียกิจ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยในการดำรงพระองค์และการประกอบพระกรณียกิจต่างๆ นั้น ทรงปฏิบัติด้วยการถวายงานของข้าราชการในพระองค์ และหน่วยราชการต่างๆ ของหน่วยราชการในพระองค์ตลอดมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง ไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;...ดังนั้นพระราชินี พระรัชทายาท และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ จึงอยู่ในหลักการเกี่ยวกับการดำรงอยู่เหนือการเมืองและความเป็นกลางทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ด้วย และไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ในทางการเมืองได้ เพราะจะเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่เป็นคำตอบให้พรรคไทยรักษาชาติถอยได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ละ เลิก ทุกอย่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งมีทนายถุงขนม พิชิต ชื่นบาน เป็นหัวเรือใหญ่จะชี้แจงกับศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร แต่พึงรับรู้ว่า...&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่อดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีพรรคการเมืองไหนกล้าทำในสิ่งที่ พรรคไทยรักษาชาติทำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเป็นเรื่องสามัญสำนึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าดิ้นให้ดึงสถาบันลงมา สร้างความเสียหายมากไปกว่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่ารับจ้างกระทําการเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้มากไปกว่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุมิบังควรทำครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29152</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พรรคไทยรักษาชาติ, พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยี่ยมชมนิทรรศการผ้าบาติกร.5 ประโยชน์ต่อสุขภาพวัยเกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดนิทรรศการ &amp;ldquo;ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : เพื่อสานสัมพันธ์สยามและชวา&amp;rdquo; เพื่อน้อมระลึกถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในการเสด็จฯ เยือนชวา หรือประเทศอินโดนีเซีย 3 ครั้ง โดยเริ่มตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2413 ซึ่งเป็นการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศครั้งแรก และเพื่อตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่าน ที่ทรงรวบรวมวิทยาการและศิลปวัฒนธรรมมาปรับใช้ในการวางรากฐานพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนมาถึงปัจจุบัน โดยนิทรรศการดังกล่าวเปิดให้เข้าชมการแสดงผ้าบาติกที่สวยงามจำนวน 300 ผืน ที่มีต้นกำเนิดจากอินโดนีเซีย โดยจะสลับซับเปลี่ยนกันไป ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.61-เดือนพฤษภาคม 2564 ณ ห้องจัดแสดง 3-4 ณ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่า นิทรรศการดังกล่าวได้เปิดกว้างให้ผู้สนใจเข้าชมได้ทุกวัน ไม่มีวันหยุดทำการ ตั้งแต่ 09.00-16.30 น. โดยเสียค่าเข้าชมในอัตราผู้ใหญ่อยู่ที่ 150 บาท และผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปีขึ้นไป) ราคา 80 บาท นักเรียน นักศึกษา และเด็กอายุ 12-18 ปี ราคา 50 บาท และเด็กต่ำกว่าอายุ 12 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย แม้ค่าเข้าชมจะอยู่ในเรตราคาที่สามารถรับได้ แต่ถ้าหากลูกหลานจูงไม้จูงมือผู้สูงอายุเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการผ้าบาติกที่จัดขึ้น ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์กับสุขภาพได้ไม่น้อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บอกว่า &amp;ldquo;สำหรับการพาผู้สูงวัยมาเยี่ยมชมนิทรรศการผ้าบาติกนั้นก็ค่อนข้างเหมาะกับผู้สูงอายุ และเราก็มีบริการสำหรับคุณตาคุณยายอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรถวีลแชร์ หรือลิฟต์ และรูปแบบนิทรรศการของเราก็ยังอำนวยความสะดวกให้กับคนวัยเกษียณอีกด้วย เช่น ระดับในการอ่าน โดยมีแท่นคำอธิบาย ถ้าหากผู้สูงอายุนั่งรถวีลแชร์ก็สามารถมองเห็นได้ ซึ่งผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็มักสนใจผ้าโบราณที่เรานำมาโชว์ในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากเป็นผ้าในรัชกาลที่ 5 ที่พระองค์ทรงสะสม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าพูดถึงผ้าบาติกโดยทั่วไปมักเป็นงานมัดย้อมสีสันสดใส แต่จริงๆ แล้วผ้าบาติกลวดลายดั้งเดิมนั้นจะเน้นเป็นโทนน้ำตาลหม่น สีแดงหม่น กระทั่งโทนสีออกน้ำเงิน ถ้าคนสูงวัยได้มาเยี่ยมชมจะเห็นเลยว่าต้นตำรับของผ้าบาติกนั้นเป็นอย่างไร อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่พระองค์ท่านทรงสะสมมาตั้งแต่ยังไม่มีพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ด้วยซ้ำ ทรงตั้งพระทัยสะสมไว้เพื่อที่จะให้คนรุ่นลูกหลานได้ชมกัน ที่สำคัญผ้าบาติกทุกผืนที่นำมาโชว์ล้วนมีอายุหลายร้อยปีค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประโยชน์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของผ้าบาติก หากผู้สูงวัยชอบสะสมผ้าบาติกโบราณ โดยผู้สูงอายุที่มาเยี่ยมชมนิทรรศการก็จะได้เห็นคอลเลคชั่นผ้าบาติกที่ใหญ่จากผลงานของศิลปินในอดีต เช่น คอลเลคชั่นของรัชกาลที่ 5 ก็จะค่อนข้างใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ แม้แต่ในประเทศอินโดนีเซีย หรือประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่มีการจัดแสดงโชว์ผ้าบาติก ก็ยังไม่ใหญ่เท่าบ้านเรา ถือได้ว่าเหมาะกับสำหรับผู้สูงอายุ เพราะจะได้ความรู้เรื่องผ้าบาติกในแต่ละภูมิภาคของชวา อาทิ ชวากลาง ชวาตะวันตก ฯลฯ ที่มีสีสันและลวดลายที่แตกต่างกันอีกด้วยค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของผู้สูงอายุที่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย ที่ทำผ้าบาติกใช้ในครัวเรือนหรือจำหน่าย ตรงนี้ถือข้อดีของศิลปะแขนงดังกล่าว เพราะนอกจากเป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะ ทำให้จิตใจสบาย และเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะถ้าเราเครียดก็สามารถมาลงกับศิลปะผ้าบาติก ก็จะทำให้เกิดความนิ่งสงบ และเป็นการฝึกสมาธิขณะทำไปด้วยในตัว อีกทั้งยังได้ชิ้นงานไว้ใช้สอยอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากชมนิทรรศการแล้ว คนวัยเก๋ายังสามารถเติมเต็มความรู้ และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับผ้าบาติกโบราณระหว่างผู้ที่สนใจ ที่สำคัญหากได้ออกจากบ้านมาพร้อมกับลูกหลาน ไม่เพียงช่วยเปิดหูเปิดตา แต่ยังกระชับความอบอุ่นในครอบครัวได้เป็นอย่างดี...เสาร์-อาทิตย์นี้ เคลียร์คิวให้ว่าง และพาพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ไปร่วมชมนิทรรศการผ้าบาติก ของสะสมในรัชกาลที่ 5 รับรองความรู้เพียบค่ะ...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21174</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย, ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bdaefa8da38b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โขนพระราชทาน ตอน &quot;พิเภกสวามิภักดิ์&quot;  ยิ่งใหญ่อลังการ สะท้อนเที่ยงธรรมสุจริต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงโขน ชุด พิเภกสวามิภักดิ์ องก์ที่ 1 สุบินนิมิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดแสดงโขน สมบัติอันล้ำค่าของชาติขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเผยแพร่นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย และฟื้นฟูศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนงของชาติ ทำให้การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แต่ละปีเปิดฉากการแสดงอย่างสวยงามและมีประชาชนเฝ้ารอทุกปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี 2561 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้เลือกบทโขนรามเกียรติ์ ตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; อันเป็นการสื่อความหมายของความจงรักภักดีและการรักษาความเที่ยงธรรมสุจริต มาจัดแสดงระหว่างวันที่ 3 พ.ย.-5 ธ.ค.2561 โดยเมื่อวันที่ 4 ก.ย.2561 มีการจัดแสดงโขน ตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; องก์ที่ 1 สุบินนิมิตขึ้น ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อโชว์ความพร้อมก่อนจัดแสดงจริง พร้อมแถลงข่าวเตรียมเปิดม่านแสดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; กล่าวว่า ที่มาของการจัดแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในปี 2546 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 การแสดงโขนซบเซา ไม่มีผู้นิยมมากนักในสังคม ผู้คนตื่นเต้นกับการแสดงที่ทันสมัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใน ร.9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สืบสานและอนุรักษ์โขนอีกทางหนึ่ง ทรงเริ่มจากการแต่งหน้าตัวละครชายและหญิงให้แตกต่างกันชัดเจน ต่อมาสนพระทัยการแต่งกายงดงามเช่นในอดีต นำมาสู่การศึกษา ค้นคว้า ทรงสนับสนุนให้นักเรียนศิลปาชีพฯ ฝึกงานด้านช่าง ทั้งช่างปัก ช่างทอ ช่างหัวโขน รวมถึงช่างวาดเขียน ช่างแกะสลัก เป็นที่มาของเครื่องแต่งกายโขนและฉากที่อลังการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 รับสั่งคนไทยมีสายเลือดความเป็นช่าง หากมีช่องทางฝึกฝน แสดงออกจะพัฒนาได้เร็ว จากการแสดงโขนพระราชทาน ทำให้ผ้ายกเมืองนครฯ ฟื้นฟูกลับมา เครื่องแต่งกายตัวละครเอกเป็นผลงานของนักเรียนศิลปาชีพอ่างทอง, สิงห์บุรี, อยุธยา, ราชบุรี, กาญจนบุรี และสกลนคร โดยมีครูผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาดูแล ถ่ายทอดความรู้โดยไม่หวงวิชา ทำให้เด็กรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย เกิดนักแสดงรุ่นใหม่ๆ ก้าวขึ้นมา ทรงทำให้โขนอยู่คู่แผ่นดินไทย ทรงปลื้มพระทัยที่มีผู้ชมทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กถึงผู้สูงวัย ช่วยให้สถาบันครอบครัวอบอุ่น&amp;quot; ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนที่ 2 พิเภกลาชายาและธิดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้จัดการแสดงโขนรามเกียรติ์ 7 ตอนด้วยกัน ได้แก่ ชุด &amp;ldquo;ศึกพรหมาศ&amp;rdquo; ในปี 2550 และ 2552, ชุด &amp;ldquo;นางลอย&amp;rdquo; ในปี 2553, ชุด &amp;ldquo;ศึกมัยราพณ์&amp;rdquo; ในปี 2554, ชุด &amp;ldquo;จองถนน&amp;rdquo; ในปี 2555, ชุด &amp;ldquo;ศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์&amp;rdquo; ในปี 2556, ชุด &amp;ldquo;ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ&amp;rdquo; ในปี 2557 และชุด &amp;ldquo;ศึกอินทรชิต ตอน พรหมาศ&amp;rdquo; ในปี 2558 ปีนี้ทางมูลนิธิฯ เลือกแสดงตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; ขึ้น มีนักแสดงกว่า 300 ชีวิตร่วมการแสดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้กำกับการแสดง กล่าวว่า การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน พิเภกสวามิภักดิ์ ได้นำบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ฉบับต่างๆ อาทิ บทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 1, รัชกาลที่ 2, รัชกาลที่ 6 และบทโขนของกรมศิลปากรที่เคยจัดแสดงมาประมวลในส่วนที่มีชั้นเชิงในการแสดง และความไพเราะของบทเพลงมาเรียงร้อยปรับปรุงขึ้นใหม่ โดยแบ่งเป็นตอนต่างๆ ได้แก่ องก์ที่ 1 สุบินนิมิต ประกอบด้วย ตอนที่ 1 พิเภกถูกขับ, ตอนที่ 2 พิเภกลาชายาและธิดา, ตอนที่ 3 เนรเทศ และองก์ที่ 2 ประกอบด้วย ตอนที่ 1 พบนิลเอก, ตอนที่ 2 สวามิภักดิ์, ตอนที่ 3 มณโฑทูล ตัดศึก, ตอนที่ 4 สนามรบ และตอนที่ 5 แก้หอกกบิลพัท โดยที่ผู้ชมจะได้ชมการแสดงที่ยังคงความวิจิตรและกระบวนท่ารำตามแบบฉบับโขนหลวงไว้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอน พิเภกสวามิภักดิ์ แสดงถึงคุณธรรมของพิเภก ประชาชนอยากดู และมีคำถามมากว่า พิเภกเป็นยักษ์ ทำไมมาอยู่ข้างพระราม การมาดูโขนตอนนี้จะได้คำตอบ บทพระราชนิพนธ์ทั้ง 3 ฉบับ วิธีเนรเทศพิเภกจากกรุงลงกาจะต่างกัน รัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 6 เหาะไป แต่การแสดงครั้งนี้ใช้บทพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 2 พิเภกลงสำเภาไป ก็เป็นบทที่ผู้ชมไม่เคยเห็นและสวยงาม ครั้งนี้นับเป็นฉากสำคัญ การบรรจุเพลงก็ทำด้วยความประณีต ได้นำการขับร้องเพลงวาซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน ใกล้จะสูญหาย เป็นงานของคุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ ใช้แทนเพลงร้องช้าปี่ของเดิม รวมถึงเพลงสาธุการ นำมาแสดงด้วย ขณะที่การแสดงมีครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายยักษ์ ฝ่ายลิง ซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติร่วมฟื้นฟูกระบวนท่าและประดิษฐ์ท่ารำ ทำของเก่าให้มีความงดงามมากขึ้น&amp;quot; อาจารย์ประเมษฐ์&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้กำกับการแสดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแสดงโขนพระราชทานครั้งนี้ ได้จัดให้มีการคัดเลือกนักแสดงตัวเอกรุ่นใหม่เมื่อปี 2559 เพื่อร่วมการแสดงอันยิ่งใหญ่ โดยคัดเลือกจากนักเรียน นักศึกษา ทั้งจากวิทยาลัยนาฏศิลป และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ที่พร้อมใจกันมาร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมชาติ ซึ่งจัดให้มีคัดเลือกนักแสดง จำนวน 5 ตัวละคร คือ โขนพระ มีผู้สมัคร 73 คน ละครพระ มีผู้สมัคร 198 คน ละครนาง มีผู้สมัคร 204 คน โขนยักษ์ มีผู้สมัคร 137 คน และโขนลิง มีผู้สมัคร 160 คน รวมทั้งสิ้นมีผู้สมัคร จำนวน 772 คน ซึ่งแต่ละประเภทตัวละครจะมีเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกเพียง 5 คน รวมจำนวน 25 คน สำหรับปีนี้มีตัวละครโขนยักษ์ได้คะแนนเท่ากันในลำดับที่ 5 จึงมีผู้ที่ได้รับคัดเลือกและรับทุนการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 26 คนจากผู้สมัครทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือสำเภา&amp;nbsp;หนึ่งในฉากสำคัญเนรเทศพิเภกจากกรุงลงกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานแถลงข่าวจากนางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ยังประกาศความพร้อมของสถานที่จัดแสดงโขนพระราชทาน โดยหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมฯ ซึ่งมีระบบแสง สี เสียง เป็นเลิศในระดับอาเซียน การแสดงโขนจะยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน สวธ.ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เผยแพร่ศิลปกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับโขน เป็นการนำงานวิจิตรศิลป์ให้ต่างชาติได้ชื่นชมและรับรู้เอกลักษณ์ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร.0-2262-3456 หรือ www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 420, 620, 820, 1,020, 1,520 และ 1,820 บาท รอบนักเรียน นักศึกษา บัตรราคา 220 บาท (หยุดการแสดงทุกวันจันทร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16878</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, การแสดงโขน ชุด พิเภกสวามิภักดิ์, ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ, มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย, โขนพระราชทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8f76a4d40a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2018 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2018 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจยันความพร้อมงาน12สิงหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.2561- พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 ว่าทุกหน่วยถือว่าพร้อมเป็นอย่างมาก ทั้งด้านการจราจร การบริการประชาชน สายการแพทย์ฉุกเฉิน รถสาธารณะรับส่งประชาชนฟรี สถานที่จอดรถ โดยเฉพาะเรื่องของสภาพอากาศในพื้นที่ ได้จัดเตรียมร่มกันฝนไว้ประจำทุกจุดคัดกรอง โดยในช่วงเช้าเปิด 2 จุดคัดกรอง ได้แก่ จุดที่ 1 ผ่ากลางสนามหลวง (ฝั่งศาลฎีกา) จุดที่ 2 ผ่ากลางสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือ (ติดกับพื้นที่จอดรถ) และช่วงบ่าย 4 จุดคัดกรอง ได้แก่ จุดคัดกรองพระแม่ธรณีบีบมวยผม, ถ.กัลยาณไมตรี, วงเวียน รด.,และท่าช้าง รวมไปถึงการให้บริการรถวีลแชร์ สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ ขสมก.จัดรถโดยสาร 7 เส้นทาง ได้แก่ 1.เส้นทาง สนามม้านางเลิ้ง - สนามหลวง 2.สนามศุภชลาศัย-สนามหลวง 3.สถานีรถไฟหัวลำโพง - สนามหลวง 4.วงเวียนใหญ่ - สนามหลวง 5. หมอชิต 2 - สนามหลวง 6.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ(ฝั่งเกาะพญาไท) - สนามหลวง 7.สายใต้ใหม่ - สนามหลวง ทั้งนี้ ให้บริการตั้งแต่ 12.00 - 21.00 น. หรือบริการส่งประชาชนจนกว่าจะออกจากพื้นที่หมด หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สายด่วน 1348 โดยประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมพิธีขอให้พกบัตรประชาชนและขอความร่วมมือแต่งกายด้วยชุดสุภาพ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15223</URL_LINK>
                <HASHTAG>12 สิงหาคม, กิจกรรม, ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก, รัชกาลที่ 9, วันเฉลิมพระชนมพรรษา, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, เฉลิมพระเกียรติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180812/image_big_5b6fb578477c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2018 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2018 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วไทยจัดพิธีทำบุญพระสงฆ์87รูปถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;จ.กระบี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.2561 - &amp;nbsp;ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ต่างพร้อมใจกันจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เพื่อถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม อาทิ จังหวัดกระบี่ เวลา 07.30 นาฬิกา ที่ลานพระอุโบสถวัดแก้วโกรวาราม พระอารามหลวงจังหวัดกระบี่ พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นำเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ตุลาการ ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ประชาชน นักเรียน นักศึกษา พร้อมใจกันใส่เสื้อสีฟ้าร่วมงานเฉลิมพระเกียรติสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมรำลึกถึงพระคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์จัดพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่ม แด่พระภิกษุสงฆ์และสามเณร 87 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;จ.ตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ จ.ตราด นายประเสริฐ &amp;nbsp;ลือชาธนานนท์ &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ตราดนำคณะข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนจำนวนมาก ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระภิกษุสงฆ์ และสามเณรจำนวน 87 &amp;nbsp;รูป ถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;จ.นครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ไม่ต่างจาก จ.นครพนม ที่บริเวณวัดมหาธาตุ นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าฯ นครพนม นำคณะประกอบพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ จำนวน 87 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เช่นเดียวกับที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส &amp;nbsp;ณ บริเวณวัดประชุมชลธาราอำเภอสุไหงปาดี นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดีเป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ 86 พรรษา&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15219</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชกุศล, พระสงฆ์, พิธีทำบุญตักบาตร, รัชกาลที่ 9, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180812/image_big_5b6facd240ff7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2018 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2018 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯนำคณะรัฐมนตรีลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในร.9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตามที่สำนักพระราชวังได้เปิดให้คณะบุคคล บุคคลสำคัญ และประชาชน ลงพระนามและลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษาวันที่ 12 สิงหาคม 2561 ไว้ในพระบรมมหาราชวังตั้งแต่เวลา 08.00-13.00 น.นั้น &amp;nbsp;ด้านจังหวัดบุรีรัมย์-ภูเก็ต ก็จัดพิธีทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 07.16 น. วันที่ 12 สิงหาคม ที่ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.นราพร ภริยา ได้นำคณะรัฐมนตรี อาทิ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม , นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม , พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และคณะ มาลงนามถวายพระพรพร้อมทูลเกล้าถวายแจกันดอกไม้ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น นอกจากนี้ ยังมีเหล่าคณะทูตานุทูต ผู้แทนองค์กรต่างประเทศเดินทางมาลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง อาทิ ผู้แทนองค์การอาหารและยา , นายอีโว ซีเบอร์ เอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ขณะที่ศาลาสหทัยสมาคมมีคณะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเดินทางมาลงนามถวายพระพรพร้อมทูลเกล้าถวายแจกันดอกไม้เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในต่างจังหวัด อย่างจังหวัดบุรีรัมย์ผู้ว่าราชการจังหวัด บุรีรัมย์ &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;แก้วกังวาล &amp;nbsp;พร้อมข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน และพสกนิกรทุกหมู่เหล่ากว่า 1,000 คน ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ 87 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ทั้งเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หัวหน้าส่วนราชการ และพสกนิกรที่มาร่วมทำบุญตักบาตร ยังได้ตั้งจิตอธิษฐานขอพรให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของพสกนิกรชาวไทยตลอดไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่จังหวัดภูเก็ตนายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง &amp;nbsp;ถวายพระราชกุศล และถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ร่วมทำบุญตักบาตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนรภัทร กล่าวว่า &amp;nbsp;นับเป็นมหามงคลยิ่งที่ประชาชนชาวภูเก็ตทุกหมู่เหล่าได้แสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 &amp;nbsp;ที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายในพระกรณียกิจน้อยใหญ่ เพื่อพสกนิกรชาวไทย อยู่เย็นเป็นสุข และเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติเป็นสำคัญ จังหวัดภูเก็ตจึงได้จัดพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้งและพิธีทางศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15216</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ลงนามถวายพระพรชัยมงคล, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สำนักพระราชวัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180812/image_big_5b6f97df40d96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
