<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งผกก.นาประดู่ เซ่นโจรใต้ถล่มสภ. จ่อหมายจับ6ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์เชิญพวงมาลาหลวงพระราชทานวางหน้าหีบศพ &amp;quot;ส.ต.อ.เฉลิมพล&amp;quot; ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ปัตตานีเผยจ่อขอหมายจับคนร้ายทั้ง 6 คน สั่งเด้ง ผกก.สภ.นาประดู่ไปประจำ ศปก.ตร.สน.ยะลา ชี้เป็นเหตุรุนแรงหัวหน้าโรงพักต้องรับผิดชอบที่ปล่อยให้คนร้ายบุกถล่มยิง เลื่อนยศ ส.ต.อ.เฉลิมพลเป็น &amp;quot;พ.ต.ท.&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 14 มกราคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นผู้แทนพระองค์เชิญพวงมาลาหลวง และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ไปวางที่หน้าหีบศพ สิบตำรวจเอก (ส.ต.อ.) เฉลิมพล คมขำ อายุ 33 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม ชุด มว.ฉก.นปพ.ปน.13 ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่เวรรักษาการณ์ป้อมหน้าสถานีตำรวจภูธรนาประดู่ ตำบลทุ่งพลา อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี โดยคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงเข้าใส่สถานีตำรวจภูธรดังกล่าว เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม และโปรดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีเชิญพวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทานวางที่หน้าหีบศพด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดสุวรรณากร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 เป็นประธานในพิธีวางพวงหรีดและรดน้ำศพ ส.ต.อ.เฉลิมพล คมขำ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายจำนวน 6 คน ซ้อนรถจักรยานยนต์ 3 คัน พร้อมอาวุธครบมือสาดกระสุนใส่ ส.ต.อ.เฉลิมพลเสียชีวิตคาป้อม และกราดยิงโรงพัก สภ.นาประดู่ ม.1 ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยประธานในพิธีได้วางพวงหรีดของ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยของรองนายกรัฐมนตรี และผู้บังคับบัญชาระดับสูงตามลำดับ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต จากนั้นประธานในพิธีได้นำผู้เข้าร่วมพิธีรดน้ำศพ ส.ต.อ.เฉลิมพล เพื่อเป็นการไว้อาลัยในการจากไปของผู้วายชนม์ โดนมีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร และเพื่อนตำรวจเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติผู้เสียชีวิต โดยญาติๆ จะนำศพไปบำเพ็ญกุศลยังภูมิลำเนาเดิมที่ &amp;nbsp;อ.ละแม จ.ชุมพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้เรียกชุดสืบสวนสอบสวนทั้งหมดประชุม เพื่อสรุปเหตุการณ์การไล่ล่ากลุ่มคนร้ายรวมไปถึงวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อเป็นแนวทางการสืบสวนติดตามคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุ โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุสามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้จำนวนมาก เป็นปลอกกระสุนปืนของคนร้าย ซึ่งการก่อเหตุครั้งนี้คนร้ายใช้อาวุธปืนจำนวน 4 กระบอก &amp;nbsp;แยกเป็นอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 32 ปลอก, อาก้า จำนวน 3 ปลอก, ปืนสั้น ขนาด 11 มม. จำนวน 4 &amp;nbsp;ปลอก และ 9 มม. จำนวน 14 ปลอก ซึ่งปลอกกระสุนปืนทั้งหมดถือเป็นหลักฐานที่สำคัญในการติดตามตัวคนร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์กล่าวว่า ชุดสืบสวนสอบสวนได้ทำการแกะรอยคนร้ายแต่ละคนเกี่ยวกับพฤติกรรมและรูปพรรณ เนื่องจากคนร้ายไม่ได้ปกปิดใบหน้า ซึ่งทั้งช่วงก่อนก่อเหตุและหลังก่อเหตุคนร้ายใช้เส้นทางเดียวกัน ซึ่งระหว่างนั้นมีพยานเห็นใบหน้าคนร้ายชัดเจน ตอนนี้กำลังทำการสอบพยานซึ่งมีความคืบหน้า โดยเฉพาะภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดถือเป็นประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากสามารถชี้ชัดผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวได้ว่าแต่ละคนนั้นในภาพที่ก่อเหตุนั้นเป็นใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้รู้ตัวแล้วทั้ง 6 คน โดยเฉพาะนายไซฟุตดิน หะยีปูเต๊ะ ซึ่งทั้ง 6 คนมีหมายจับคดีความมั่นคงทั้งหมด และเป็นระดับปฏิบัติการที่ก่อเหตุหลายคดีในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ และ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา รอผลปืนออกมาให้ชัดเจนและชี้ยันว่าเป็นคนเดียวกันก็จะขออนุมัติหมายจับทันที เชื่อว่าคนร้ายน่าจะกบดานอยู่ในพื้นที่และมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา โดยมีแนวร่วมในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ&amp;quot; พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.ปัตตานีเปิดเผยด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือว่ารุนแรงซึ่งหัวหน้าโรงพักต้องรับผิดชอบ ตนเคยพูดแล้วหลายครั้งหากเกิดขึ้นที่บ้านของตนเอง เจ้าของบ้านต้องรับผิดชอบ ซึ่ง ผบช.ภาค 9 ก็ได้เซ็นคำสั่งให้ พ.ต.อ.อำไพ ชุมช่วย ผกก.สภ.นาประดู่ จ.ปัตตานี ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา ขณะที่ พ.ต.ท.วิมล พันชัย รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.กลางใหญ่ จ.อุดรธานี ปฏิบัติราชการ สภ.นาประดู่ ไปปฏิบัติหน้าที่กลุ่มงานสอบสวนตำรวจภูธร จ.ปัตตานี และ พ.ต.ท.สมปอง รองยาง สารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านโคก จ.เพชรบูรณ์ ปฏิบัติราชการ กลุ่มงานสอบสวนตำรวจภูธร จ.ปัตตานี ไปทำหน้าที่หัวหน้างานสอบสวนประจำ สภ.นาประดู่ จ.ปัตตานี, พ.ต.ต.สุจินต์ พรหมรักษา สารวัตรสืบสวน สภ.นาประดู่ จ.ปัตตานี ปฏิบัติราชการในตำแหน่ง สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.มายอ จ.ปัตตานี, ร.ต.อ.สมมาตร อินทกาญจน์ รองสารวัตรสืบสวน สภ.นาประดู่ จ.ปัตตานี รักษาราชการแทนในตำแหน่งสารวัตรสืบสวน สภ.นาประดู่ จ.ปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษก สตช.เปิดเผยว่า ผบช.ภ.9 มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.อำไพ ชุมช่วย ผกก.สภ.นาประดู่ ไปช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) จังหวัดยะลา หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามถล่มยิง สภ.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ เป็นเหตุให้ ส.ต.อ.เฉลิมพล คมขำ เสียชีวิต เนื่องจากบกพร่องในการดูแลสถานที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตำรวจที่เสียชีวิต สตช.พร้อมช่วยเหลือเยียวยาจัดการงานศพและพิจารณาบำเหน็จ เลื่อนชั้นยศจาก ส.ต.อ.เป็น พ.ต.ท. ขณะที่การติดตามผู้ก่อเหตุ ตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมกับกองทัพภาคที่ 4 สืบสวนหาตัวคนร้ายและตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย โดยยังไม่สรุปว่าเป็นการกระทำของกลุ่มใด หรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงอาสาสมัครโรงเรียนในพื้นที่หรือไม่ แต่เชื่อว่าเป็นการกระทำที่หวังผลหลายด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากเหตุดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยระมัดระวังการดูแลสถานที่ราชการ และติดตามการข่าวอย่างใกล้ชิด หากมีการแจ้งเตือนถึงยานพาหนะที่ถูกโจรกรรม ก็ขอความร่วมมือประชาชนแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ทราบโดยเร็ว&amp;quot; พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีลอบวางระเบิดในพื้นที่ จ.สงขลา โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่รอยต่อ อ.ควนเนียงกับ อ.บางกล่ำได้แล้ว 2 คน พร้อมรถยนต์กระบะอีก 1 คัน เป็นชาว อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ขณะนี้ถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการซักถามที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานีแล้ว ซึ่งการจับกุมผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คนเป็นการตามแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางที่คนร้ายขับเข้ามาก่อเหตุและหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าคดีฆ่าแขวนคออดีตครูและชิงรถไปทำระเบิดคาร์บอมบ์ที่หน่วยเฉพาะกิจสงขลา &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจสงขลาก็สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้เพิ่มอีก 1 คน เป็นแกนนำกลุ่มอาร์เคเคระดับสั่งการ รวมผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้แล้วทั้งหมด 9 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26577</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี, ส.ต.อ.เฉลิมพล คมขำ, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไกรศร วิศิษฏ์วงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c99591fbe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เตรียมงานBikeอุ่นไอรักคึกคัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนแห่รับสิ่งของพระราชทานในกิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ Bike อุ่นไอรัก &amp;nbsp; กันเนืองแน่นทั่วประเทศ เปิดเส้นทางปั่น ซ้อมใหญ่ 2 ธ.ค.หลายจังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 1 และ 2 ธันวาคม หลายจังหวัดทั่วประเทศ จัดพิธีมอบสิ่งของพระราชทานในกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; ทั้งในกรุงเทพมหานครและในส่วนภูมิภาคทั้ง 76 จังหวัด ในวันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคมนี้ โดยมีประชาชนที่ร่วมลงทะเบียนเข้าร่วมอย่างคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน &amp;nbsp;102,600 ชุด สำหรับประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมไว้ ณ สนามศุภชลาศัย กรุงเทพฯ ที่ได้แบ่งออกเป็น 9 กลุ่ม แบ่งการรับมอบเป็น 2 วันคือ 1-2 ธ.ค.นี้ ปรากฏว่ายอดผู้มารับในวันแรกจำนวนกว่า 42,000 คน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยประชาชนที่ได้ลงทะเบียนตามหมายเลขที่ได้จัดให้รับวันแรก ไม่ได้มารับในวันนี้ ก็สามารถมารับได้ในวันที่ 2 ธ.ค. โดยจะมีการตั้งเต็นท์ต่างหากอำนวยความสะดวก เพื่อไม่ให้ทับซ้อนกับกลุ่มที่ได้จัดลำดับไว้ โดยผู้มารับพระราชทานสิ่งของต้องเตรียมหลักฐานมารับด้วยตนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการซ้อมใหญ่วันที่ 2 ธ.ค. จะปิดเส้นทางการจราจรในกรุงเทพมหานคร ทั้งสิ้น 38 เส้นทาง ทั้งฝั่ง กทม.และธนบุรี โดยจะเริ่มปิดเส้นทางการจราจรตั้งแต่เวลา 12.00 น. และจะมีการซ้อมปั่นจักรยานตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี &amp;nbsp;นายชาธิป รุจนเสรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานถวายราชสักการะและเป็นสักขีพยานในพิธีรับมอบเสื้อยืดพระราชทานในกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสร้างความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขอให้นำบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ราชการออกให้ เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบรายชื่อ และยืนยันตัวตนในวันที่รับเสื้อจักรยาน &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 1, 2 ธ.ค.2561 สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนในกิจกรรม &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; จังหวัดปทุมธานี รวม 7,193 คน พร้อมกำหนดซ้อมใหญ่ ในวันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2561 เวลา 15.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เข้ารับรางวัล &amp;quot;สำเภาทอง&amp;quot; จัดโดยหอการค้าไทย จาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กรุงเทพฯ ให้เป็นประธานในพิธีมอบเสื้อพระราชทานแก่ประชาชนผู้เข้าร่วมกิจกรรมปั่นอุ่นไอรักของจังหวัดนครราชสีมา จำนวนทั้งสิ้น 15,000 คน ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมปั่นจักรยานอุ่นไอรักฯ ของจังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 9 ธ.ค. จะเริ่มปั่นจากสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา วิ่งไปตามถนนสาย 304 ราชสีมา-ปักธงชัย เลี้ยวขวาเข้าไปทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และวกกลับมายังสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา รวมระยะทางในการปั่น 28 กิโลเมตร
เส้นทางปั่นนครพนม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลาประชาคมยงใจยุทธ ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานพิธีมอบเสื้อพระราชทาน กิจกรรม BIKE อุ่นไอรัก แก่ประชาชนในจังหวัดที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ จังหวัดนครพนมมีประชาชนสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 13,494 ราย เป็นอันดับที่ 9 ของประเทศ โดยแบ่งเป็นชาย 5,872 หญิง 7,622 คน ทั้งนี้ วันที่ 2 ธ.ค. เวลา 15.00 น. จะมีการซ้อมปั่นเสมือนจริงเพื่อเตรียมความพร้อมตามเส้นทางที่ได้กำหนดไว้ โดยเริ่มต้นที่ศาลากลางจังหวัดนครพนม มุ่งหน้าไปยังถนนนิตโย ผ่านสถานที่สำคัญคือ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ศาลหลักเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงถนนนิตโย เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าสู่แลนมาร์คองค์พญาศรีสัตตนาคราช ก่อนที่จะเลี้ยวซ้ายอีกครั้งไปตามถนนทางหลวงหมายเลข 212 เพื่อมุ่งหน้าสู่สะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) โดยเส้นทางนี้จะผ่านตลาดอินโดจีน วัดโอกาสศรีบัวบาน หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ศาลเจ้าพ่อคำแดง พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (หลังเก่า) โบสถ์นักบุญอันนา วัดสว่างสุวรรณาราม และสวนหลวง ร.9 ก่อนที่จะไปกลับตัวบนสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) และวิ่งย้อนกลับเส้นทางเดิม มาสิ้นสุดที่ศาลากลางจังหวัดนครพนม รวมระยะทางทั้งสิ้น 29 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 ถ.มิตรภาพ ต.ศิลา อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เป็นประธานในพิธีมอบเสื้อพระราชทานกิจกรรม &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; จ.ขอนแก่น โดยมีข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ประชาชนที่ลงทะเบียนไว้มารับพระราชทานเสื้อ Bike อุ่นไอรัก รวม 15,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า กิจกรรม &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; ของจังหวัดขอนแก่น ระยะทาง 24 กม. ผ่านสถานที่สำคัญของจังหวัดขอนแก่น โดยจุดเริ่มต้น ณ สวนสาธารณะบึงทุ่งสร้าง ถ.จอมพล เคลื่อนขบวนเข้าไปในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งมีศาลหลักเมือง ประตูเมือง ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย สนามกีฬาจังหวัดขอนแก่น วัดหนองแวงพระอารามหลวง บึงแก่นนคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลเจ้าแม่สองนาง องค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ศาลเจ้าปึงเถ่ากง-ม่า ศาลเจ้าปู่ครูเย็น อนุสาวรีย์พระนครศรีบริรักษ์ และสถานที่อื่นๆ ที่เป็นแลนด์มาร์คของขอนแก่น กระทั่งมาสิ้นสุด ณ บริเวณหน้าสวนสาธารณะบึงทุ่งสร้าง ที่เป็นจุดเริ่มต้น พร้อมกันนี้ก็จะมีกิจกรรมปลุกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ ด้วย อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดได้กำหนดให้มีการซ้อมใหญ่เสมือนจริงในวันอาทิตย์&amp;nbsp;
จันทบุรีคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศการพิธีมอบเสื้อยืดพระราชทาน กิจกรรม &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; ที่ศาลากลางจังหวัดจันทบุรีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สะดวก รวดเร็ว นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานนำข้าราชการ ประชาชนที่ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมฯ ร่วมพิธีถวายราชสดุดีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมเป็นสักขีพยานในการรับมอบเสื้อยืดพระราชทานแก่ประชาชนผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งในวันนี้เป็นวันแรกในการมอบเสื้อยืดพระราชทานกิจกรรม &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; ของจังหวัดจันทบุรี มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ทั้ง 10 อำเภอ มารอต่อแถวเพื่อรับบัตรคิว ตรวจเช็กรายชื่อ แจ้งขนาดเสื้อและเข้ารับเสื้อยืดพระราชทานอย่างล้นหลาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรีมีประชาชนสมัครเข้าร่วมกิจกรรม &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; ทั้งสิ้น 5,641 คน กำหนดเส้นทางปั่นจักรยานอุ่นไอรัก คลายความหนาวฯ บริเวณคลองภักดีรำไพ &amp;ldquo;คลองนี้ที่พ่อสร้าง&amp;rdquo; ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร จุดสตาร์ทอยู่ที่บริเวณประตูระบายน้ำเข้า ตำบลจันทนิมิต แล้วปั่นจักรยานลัดเลาะไปตลอด 2 ฝั่งคลอง จนถึงคลองอ่าง ตำบลเกาะขวาง ก็ยูเทิร์นกลับมายังจุดเริ่มต้น ที่ประตูระบายน้ำเข้าจุดสตาร์ท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด &amp;nbsp;นำข้าราชการ ประชาชน เข้าร่วมพิธีมอบเสื้อยืดพระราชทาน สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจักรยาน &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; จังหวัดตราด เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยมีประชาชนชาวตราดที่ลงทะเบียนไว้จำนวน 4,000 คน ทยอยเดินทางเข้าร่วมพิธี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดตราดได้กำหนดจัดซ้อมปั่นจักรยานเสมือนจริงกิจกรรมจักรยาน &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; จังหวัดตราด ในวันที่ 2 ธ.ค. โดยจังหวัดตราดได้กำหนดเส้นทางปั่นจักรยานจำนวน 4 เส้นทาง &amp;nbsp;คือ ระยะทาง 5 กิโลเมตร, ระยะทาง 9 กิโลเมตร, ระยะทาง 29 กิโลเมตร และระยะทาง 109 กิโลเมตร โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานในระยะทาง 109 กิโลเมตร กำหนดซ้อมปั่นเวลา 07.00 น. ส่วนระยะทาง 5 กิโลเมตร, ระยะทาง 9 กิโลเมตร, ระยะทาง 29 กิโลเมตร ซ้อมปั่นเวลา 14.00 น. &amp;nbsp;โดยเริ่มเปิดรับลงทะเบียนเวลา 13.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรวัต ประสงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานพิธีมอบเสื้อยืดพระราชทานในกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; ของจังหวัดอ่างทอง ที่บริเวณหอประชุมอำเภอเมืองฯ จังหวัดอ่างทอง สำหรับเสื้อจักรยานพระราชทานดังกล่าว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำขึ้น โดยทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง ด้านหน้าของเสื้อมีข้อความ BIKER และสัญลักษณ์งานอุ่นไอรักคลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ด้านหลังเป็นภาพวาดการ์ตูนฝีพระหัตถ์ พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธย 9 ธันวาคม 2561 ส่วนน้ำดื่มทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดหาเพื่อพระราชทาน ด้วยทรงเป็นห่วงผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จัดพิธีรับมอบเสื้อพระราชทานในกิจกรรม &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; โดยมีนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, รองผู้ว่าราชการจังหวัด, หัวหน้าส่วนราชการ, หน่วยงานต่างๆ และประชาชน ที่สมัครในกิจกรรม Bike อุ่นไอรัก เข้าร่วมจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภัคพงศ์กล่าวว่า เพื่อให้การจัดพิธีมอบเสื้อยืดพระราชทานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ จังหวัดภูเก็ตจึงขอให้ข้าราชการทุกภาคส่วน พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา กลุ่มพลังมวลชนต่างๆ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน &amp;ldquo;Bike อุ่นไอรัก&amp;rdquo; เข้ารับมอบเสื้อยืดพระราชทาน โดยข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่เข้าร่วมพิธี แต่งกายชุดปกติขาว ประชาชน แต่งกายชุดสุภาพ ไม่สวมใส่กางเกงยีนส์ ไม่สวมรองเท้าแตะ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23248</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bike อุ่นไอรัก, ประเสริฐ ลือชาธนานนท์, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, สยาม ศิริมงคล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรวัต ประสงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181201/image_big_5c029c9fa0c2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก่อนจะปลดล็อก &#039;กัญชา&#039; พัฒนา &#039;กัญชง&#039; ไปถึงไหนแล้ว?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มีข่าวร้อนๆ เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวที่จะปลดล็อกให้ใช้ &amp;ldquo;กัญชา&amp;rdquo; เพื่อการแพทย์ได้ ผมไปดูการปลูก &amp;ldquo;กัญชง&amp;rdquo; มาครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำว่ากัญชงไม่มีในภาษาทางการ มีแต่ &amp;ldquo;เฮมพ์&amp;rdquo; หรือ Hemp ซึ่งเป็นตระกูล Cannabis เหมือนกับกัญชาแต่มีปริมาณสารเสพติดหรือ THC ต่ำกว่ากัญชามาก จึงไม่เข้าข่ายยาเสพติดอันตราย แต่ก็ยังอยู่ในการควบคุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัญชงถือเป็น Cannabis ชนิดย่อยของพืชกัญชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมไปเยี่ยมสถานีเกษตรหลวงปางดะ ที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ที่วิจัยเพื่อพัฒนาสายพันธุ์กัญชงเพื่อนำมาผลิตสินค้าที่ใช้เส้นใยเพราะมีคุณภาพดี มีความยืดหยุ่น แข็งแรง และทนทานสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุณาอธิบายที่มาที่ไปของกัญชงให้ผมฟังคือ ดร.สริตา ปิ่นมณี นักวิจัย 5 และ ดร.รัตญา ยานะพันธุ์ นักวิจัยแห่งสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอมีเรื่องกัญชาออกมาเป็นข่าวร้อนๆ ก็มี &amp;ldquo;นักฉวยโอกาส&amp;rdquo; แอบไปถ่ายรูปกับไร่กัญชงไปหลอกคนอื่นให้มาลงทุนกับพวกเขา จนเจ้าหน้าที่สถานีเกษตรฯ แห่งนี้ต้องจัดการปิดรั้วห้ามคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามากระทำการอันน่าเชื่อได้ว่าจะเป็นการสร้างเรื่องบิดเบือนให้เสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สริตาเล่าว่าก่อนจะมีการวิจัยกัญชงอย่างเป็นทางการนั้น เฮมพ์ถูกจัดเป็นพืชเสพติดเช่นเดียวกับกัญชา ทำให้เกิดปัญหามีการจับกุม ชาวบ้านไม่สามารถใช้ประโยชน์จากกัญชงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่กว่า 30 ประเทศทั่วโลกผลิตเฮมพ์เชิงอุตสาหกรรมและพาณิชย์อย่างเป็นกิจจะลักษณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในปี พ.ศ.2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้มีพระราชเสาวนีย์ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สมควรศึกษาและส่งเสริมให้เกษตรกรชาวเขาปลูกกัญชงเพื่อใช้เส้นใยผลิตเครื่องนุ่งห่มและจำหน่ายเป็นรายได้...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติวันที่ 1 มีนาคม 2548 มอบให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง &amp;nbsp;(องค์การมหาชน) และมูลนิธิโครงการหลวงเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานจนถึงวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนของชื่อพืชทั้งสองชนิด หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวงในขณะนั้นได้เปลี่ยนชื่อจากกัญชงมาใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษว่า &amp;ldquo;เฮมพ์&amp;rdquo; (Hemp)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงปี 2554 สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงได้รับการขึ้นทะเบียนพันธุ์เฮมพ์ที่มีปริมาณสารเสพติด &amp;nbsp;THC ต่ำจากกรมวิชาการเกษตร 4 พันธุ์ และนำไปขยายเพื่อใช้ต่อยอดการวิจัยในทุกๆ ด้าน รวมทั้งมีระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การปลูกเฮมพ์ยังต้องอยู่ภายใต้ระบบควบคุม มีข้อปฏิบัติและข้อบังคับต่างๆ ให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวม้งปลูกเฮมพ์เพื่อเอาเส้นใยทอเสื้อผ้าเก็บไว้สวมใส่วันปีใหม่ และตามความเชื่อดั้งเดิมชาวม้งเอาเส้นด้ายที่ทำจากเส้นใยเฮมพ์มัดมือให้เด็กเกิดใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวม้งที่เสียชีวิตแล้วศพต้องใช้เครื่องแต่งกาย รองเท้าและเชือกมัดศพที่ทำจากเฮมพ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายประเทศใช้เฮมพ์ทำเสื้อเกราะกันกระสุน และใช้เป็นวัสดุธรรมชาติเพื่อผลิตชิ้นส่วนตกแต่งในรถยนต์ราคาแพง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวิจัยพบว่ายังสามารถนำมาสกัดน้ำมันเพื่อผลิตเป็นอาหารสุขภาพได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้เฮมพ์ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำมาใช้ซ้ำได้ อีกทั้งยังนำมาทำพลาสติกชีวภาพ &amp;nbsp;(biodegradable plastics) ทำอาหาร น้ำมันซึ่งเชื่อว่ามีสาร anti-oxidant สูงอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปริมาณสาร THC ของเฮมพ์กำหนดไว้ต่ำกว่า 1.0% ขณะที่กัญชามีสารนี้เกิน 10% ดังนั้นจึงเป็นพืชคนละตัวแม้จะอยู่ในตระกูลเดียวกันก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮมพ์ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้มีพันธุ์ RPF1, RPF2, RPF3 และ RPF4 มีปริมาณสาร THC ต่ำกว่า 0.3% &amp;nbsp;ดำเนินการผลิตในพื้นที่ของเกษตกรในพื้นที่ สวพส. หรือมูลนิธิโครงการหลวง มีเจ้าหน้าที่ควบคุมให้ได้เมล็ดพันธุ์ตามมาตรฐาน สำหรับจ่ายแจกให้เกษตรกรใช้เป็นพันธุ์ปลูกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุปสรรคสำคัญของการพัฒนาเฮมพ์ในประเทศไทยคือกระบวนการขออนุญาตของหน่วยงานรัฐที่มีสิทธิ์ขอปลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะต้องผ่านคณะกรรมการระดับอำเภอ ผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัด เข้าคณะกรรมการอาหารและยา และต้องผ่านการอนุมัติของรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมระยะเวลาขออนุญาตเป็นเวลาหลายเดือน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับการวางแผนปลูกเพื่อพัฒนาและวิจัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งถ้าหากจะผลักดันให้กัญชงเป็นพืชเพื่อการพาณิชย์ สามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้ หากกฎระเบียบยังเป็นเช่นนี้อยู่ก็ยังห่างจากความจริงมากมายทีเดียว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22388</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชง, กัญชา, กาแฟดำ, ดร.รัตญา ยานะพันธุ์, ดร.สริตา ปิ่นมณี, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 18:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พระราชนิพนธ์ที่งดงามของ&#039;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีพุทธศักราช 2503 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถแห่งราชอาณาจักรไทย ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและประเทศในยุโรปรวม 15 ประเทศ ในอีกสองปีต่อมา เสด็จฯ เยือนประเทศนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย และอีกปีถัดมาก็ได้เสด็จฯ สหรัฐอเมริกาเป็นครั้งที่สอง พร้อมทั้งประเทศแคนาดาและอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งหมดเหล่านี้นับเป็นการเสด็จฯ เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีในระดับประเทศครั้งใหญ่ตามโครงการของรัฐบาลไทย อันได้ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักและชื่นชมของนานาอารยประเทศ สืบสานเป็นความสัมพันธ์ที่ดีและยั่งยืนมาจนบัดนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นับเป็นเหตุการณ์สำคัญฉากหนึ่งในบันทึกประวัติศาสตร์ไทย เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงพระราชนิพนธ์บันทึกความทรงจำการเสด็จพระราชดำเนินในครั้งกระนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลาต่อมา ทำให้ภาพเหตุการณ์การเสด็จฯ เยือนต่างประเทศในแต่ละครั้ง ในหน้าประวัติศาสตร์อันมีความหมายและมีคุณค่ายิ่งเหล่านี้มีความชัดเจนทั้ง เบื้องหน้า.....ที่งดงาม ภูมิฐาน สมพระเกียรติยศ และธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของชาติ กับเบื้องหลัง....อันเต็มไปด้วยความตรากตรำพระวรกาย และบ่อยครั้ง ที่เป็นความกดดัน เหนื่อยหนักพระราชหฤทัยของทั้งสองพระองค์....มากเกินกว่าที่จะมีผู้ใดคาดคิดหรือหยั่งถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเรียบเรียงลำดับความพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ด้วยพระโวหารเรียบง่าย สละสลวย เกลี้ยงเกลา ไม่รกด้วยถ้อยคำเกินจำเป็นหรือศัพท์แสงซับซ้อน ดังเช่นเมื่อต้องทรงเตรียมการเรื่องฉลองพระองค์ ซึ่งมีปัญหาว่าจะทรงฉลองพระองค์ชุดสากลนิยมที่เหมาะควรอย่างไร ตลอดรวมถึงชุดประจำชาติซึ่งขณะนั้นยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงพระราชปรารภว่า แต่ไหนแต่ไรมา คนไทยเรามักชอบแต่งกายตามสบาย ให้เหมาะแก่ความสะดวก
ความประหยัด และอากาศของเมืองเราเท่านั้น ฉะนั้น เครื่องแต่งกายประจำชาติของเราจึงเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่มีประจำอยู่เป็นแบบฉบับอย่างของเพื่อนบ้านใกล้เคียงจนเป็นที่รู้จักแพร่หลายกันทั่วโลก เช่น ส่าหรีของชาวอินเดีย เครื่องแต่งกายของชาวจีน และกิโมโนของชาวญี่ปุ่น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุด ฉลองพระองค์ &amp;ldquo;ชุดไทย&amp;rdquo; ก็มีขึ้น ดังความในพระราชนิพนธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ข้าพเจ้าได้ขอให้หม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาค ไปพบอาจารย์ผู้ใหญ่ที่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์ไทย ให้ช่วยกันค้นคว้าเครื่องแต่งกายแบบไทยสมัยต่างๆ มาดูกันแล้วให้อุไร ลืออำรุง ช่างตัดเสื้อ ที่ตัดให้ข้าพเจ้ามานานปี ช่วยเลือกแบบต่างๆ ที่ได้มาครั้งนั้น มาประสมประเสกันจนเกิดมีแบบเสื้อ ชุดไทยขึ้นหลายชุด...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชนิพนธ์ตอนนี้ยังนับเป็นการเก็บบันทึกประวัติความเป็นมาของเครื่องแต่งกายสตรีไทย ชุดประจำชาติ ซึ่งแพร่หลายเป็นที่นิยมมาถึงปัจจุบัน เช่นชุดไทยจิตรลดา ไทยจักรี ไทยบรมพิมาน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศในปี พ.ศ.2503 ซึ่งเป็นเนื้อหาส่วนแรกของพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเป็นจุดสนใจอย่างยิ่ง มีปรากฏแพร่หลายทั้งข่าวและพระบรมฉายาลักษณ์ด้วยความชื่นชม ทั้งถวายพระราชสดุดีในพระสิริโฉมและพระราชจริยาวัตรอันงดงาม ดังคำกราบบังคมทูลของพลตรีอำนวย ไชยโรจน์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีสขณะนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;...ทั้งข่าวทั้งพระบรมรูปพิมพ์แพร่กระจายไปทั่วจักรวาลและยอมรับกันแล้วว่าทรงเป็นพระราชินีที่สวยที่สุดในโลก...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสด็จฯ โฮโนลูลูนั้น หนังสือพิมพ์ที่นั่นพากันแซ่ซ้องถวายพระเกียรติโดยพร้อมเพรียง ดังที่พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิตเล่าไว้หลายตอนในพระนิพนธ์ของพระองค์ท่าน ดังเช่นความตอนหนึ่ง ทรงพระนิพนธ์ถึงหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่ถวายราชสดุดีว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ...เมื่อเสด็จฯ เยี่ยมโรงพยาบาล สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงชนะใจของคนไข้ พวกพยาบาลและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลด้วยรอยพระสรวลที่แจ่มใสและพระมารยาทอันนุ่มนวลของท่าน...&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในบันทึกของคุณหญิงพึงจิตต์ ศุภมิตร คุณข้าหลวงที่ได้ตามเสด็จฯ ไปถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาท ได้เล่าถึงความชื่นชมที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงได้รับจากชาวต่างชาติไว้หลายตอน เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ชาวเยอรมันที่ยืนเฝ้าฯ อยู่ ณ ที่นั้น ก็ตบมือกันกราว ต้อนรับท่าน พร้อมกับขานพระนาม K&amp;ouml;nigin Sirikit กันเซ็งแซ่...&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ตอนบ่าย เสด็จฯ กลับเข้าโฮเต็ล ได้ยินเสียงขานพระนาม ต้องเสด็จฯ ไปปรากฏพระองค์ที่หน้ามุขถึงสองครั้ง ได้ยินเสียงโห่ร้องกันด้วยความยินดี แล้วต่างก็รอเฝ้าฯ ไม่ยอมกลับ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหลังจากที่เสด็จฯ ออกไปในพระราชกิจต่างๆแล้วเสด็จฯ กลับโรงแรมที่ประทับ ชาวเยอรมันจำนวนมากก็ยังคงรอเฝ้าฯ อยู่นั่นเอง &amp;ldquo;...ขากลับต้องฝ่าฝูงคนหน้าโฮเต็ลเข้ามาเพราะยังคงยืนคอยกันอย่างเหนียวแน่น ราวกับว่าคนทั้งเมืองจะมารวมกันอยู่ ณ ที่นั้น ...&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทรงพระนิพนธ์เรื่องนี้ ยังทรงดำรงพระอิสริยยศ &amp;ldquo;หม่อมเจ้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระนิพนธ์เรื่อง &amp;ldquo;ตามเสด็จอเมริกา จดหมายถึงเพื่อน&amp;rdquo; ของพระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิตมีบันทึกเหตุการณ์เมื่อเสด็จฯ บอสตันว่า &amp;ldquo;หนังสือทุกฉบับเมื่อเช้านี้ชมเชยฉลองพระองค์เมื่อคืนกันตั้งมากมาย...&amp;rdquo; และทรงคัดลอกข้อความแสดงความชื่นชมนี้จากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; fulfill the most imaginative concept of beautiful oriental royalty&amp;rdquo;8&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระนางเจ้าฯ มิได้ทรงบันทึกถึงพระองค์เองในเรื่องเหล่านี้ หากทรงเล่าถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ ซึ่งคงล้วนเป็นเรื่องประทับพระราชหฤทัย แม้จะมิได้ทรงเก็บรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ โดยเฉพาะช่วงแรกของพระราชนิพนธ์ ซึ่งทรงเรียบเรียงขึ้นหลังเหตุการณ์ 8 ปีล่วงแล้ว แต่กระนั้น ก็มีเนื้อ ความเพียงพอที่จะทำให้พสกนิกรผู้อ่านได้หยั่งถึงพระราชภาระอันแสนหนัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มตั้งแต่ความตรากตรำพระวรกาย เนื่องด้วยต้องเสด็จฯ ออกงานทุกวันและทั้งวัน เครื่องบินในขณะนั้นก็ยังไม่สะดวกสบายรวดเร็วดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน บางครั้ง&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต ทรงเมาเครื่องบินอย่างหนัก แต่ก็ต้องพร้อมที่จะแย้มพระสรวล พระราชทานสัมภาษณ์ ฯลฯ ทันทีที่เสด็จฯ ลงจากเครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...เรือบินตกหลุมอากาศฮวบๆ ฮาบๆ มากว่าครึ่งทาง ประกอบกับข้าพเจ้ากำลังอ่อนเพลียอยู่แล้ว เพราะอดนอนติดต่อกันมานานหลายอาทิตย์ จึงรู้สึกเวียนศีรษะไม่สบาย เมาเรือบินมาก ถึงแม้จะทำตามที่พระเจ้าอยู่หัวทรงสอนไว้คือ ให้ใช้อำนาจจิตข่มไม่ให้ยอมแพ้ แต่กระนั้น&amp;nbsp;


respin88 ก็ยังกระดุกกระดิกไม่ได้เลย ศีรษะพิงพนักเก้าอี้หลับตาแน่น พอเรือบินบินวนจะลงที่สนามบินลาการ์เดีย เมืองนิวยอร์กเท่านั้น อำนาจจิตของข้าพเจ้าก็พังทลายลง ข้าพเจ้าวิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิไยใครจะพูดกระไรอยู่หน้าห้อง จะถามข่าวไม่ว่าภาษาไทยภาษาเทศ หรือเรียกตัวกลับไปรัดเข็มขัดตามคำสั่งของกัปตัน ข้าพเจ้าก็ไม่ไหวทั้งสิ้น ยืนเกาะอ่างน้ำอยู่อย่างนั้น เมื่อโลกหายหมุนแล้วสักครู่จึงได้ยินเสียงเคาะประตู และมีพระสุรเสียงเรียกหา เมื่อข้าพเจ้าเปิดประตูออกมา ก็เห็นเรือบินพระที่นั่งจอดอยู่หน้าพรมแดง ประตูเปิดแล้วเผยให้เห็นคนสำคัญของนิวยอร์กกำลังยืนเข้าแถวยาวอยู่ริมบันไดเรือบินเต็มไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;... ข้าพเจ้ารู้สึกตัวว่าไม่สบายเลย ใจยังสั่นริกๆ ขาก็ยังสั่น มือเย็นเฉียบ แถมยังเวียนศีรษะอยู่ด้วย แต่เมื่อใครส่งกระเป๋าและถุงมือให้ ข้าพเจ้าก็รับกระเป๋ามาถือและสวมถุงมือเหมือนตุ๊กตาไขกล ก้าวตามเสด็จพระเจ้าอยู่หัวลงบันไดเรือบิน ... หูข้าพเจ้าแว่วเสียงร้องสั่งว่า &amp;ldquo;ควีน ควีนยิ้มหน่อยซิ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;... มองไปก็เห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงยืนอยู่ท่ามกลางนักหนังสือพิมพ์ซึ่งล้อมพระองค์อยู่เป็นวงใหญ่&amp;hellip;ทั้งๆ ที่ยังมึนและเวียนศีรษะอยู่นั้น ก็อุตส่าห์มีใครคนหนึ่งถือเครื่องขยายอันเล็กๆ มาจ่อปากข้าพเจ้าบ้าง...&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประชวรพระโรคหวัด มีพระอาการไข้ด้วย แต่ก็ต้องเสด็จฯ ตามหมายกำหนดการพระราชภารกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...แต่กระนั้น ก็ทรงฝืนพระทัยทำกระปรี้กระเปร่าเสด็จฯ ออกงานทุกงานไม่เว้นว่าง...ทรงคุยภาษาฝรั่งเศสที อังกฤษที ในวันหนึ่งๆ ต้องประทานพระหัตถ์ให้คนจับเห็นจะร่วมพันคน ข้าพเจ้าสงสารเห็นพระทัยท่านยิ่งนัก ถ้าข้าพเจ้าเจ็บถึงขนาดนั้น ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะทนสู้ไหวหรือไม่ ยิ่งเห็นพระพักตร์พระเจ้าอยู่หัวซีดเซียว พระเนตรปรือเพราะพิษไข้ ข้าพเจ้าก็ยิ่งกลุ้มใจ...นึกถึงประโยคที่พวกฝรั่งชอบพูด &amp;ldquo;as happy as a king&amp;rdquo; แล้ว ครั้งนั้นข้าพเจ้าอยากจะหัวเราะก๊ากออกมาอย่างเยาะเย้ยและขมขื่น....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชนิพนธ์ยังสะท้อนถึงพระราชภาระยุ่งยากในเบื้องหลังรอยพระสรวลและมิตรไมตรีอันอบอุ่นจากแต่ละเมืองที่ถวายการต้อนรับ เป็นปกติธรรมดาที่จะต้องมีการกราบบังคมทูลและมีพระราชดำรัสตอบ ดังนั้น ระหว่างการเดินทางบนเครื่องบิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็มิได้ทรงพักผ่อนพระราชอิริยาบถเท่าใดนัก เพราะต้องทรงเตรียมพระราชดำรัส ที่แม้ฝ่ายราชเลขาฯ จะจัดเตรียมถวาย แต่ก็โปรดที่จะทอดพระเนตรก่อนเพื่อทรงแก้ไข หรือบางครั้งก็ทรงพระราชนิพนธ์ใหม่ทั้งฉบับ นอกจากนี้ ภาษาที่ทรงใช้ในพระราชดำรัส นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ก็อาจเป็นภาษาฝรั่งเศส และบางครั้งก็เป็นพระราชดำรัสสดคล้อยตามความนิยมของเจ้าบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...หลังจากรับประทานอาหารคํ่า ข้าพเจ้าก็รีบเข้านอนพักทันที พอเครื่องบินถึงกวมลุกขึ้นมา ยังเห็นพระเจ้าอยู่หัวประทับแก้พระราชดำรัสอยู่ ยังแต่งพระองค์ suit ชุดเดิมที่ออกจากดอนเมือง ไม่ยอมเข้าบรรทมสักที ได้ความว่าเข้าบรรทมราวๆ ตีสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...งานรับรองแบบ reception นี้ ต้องเสด็จฯ อยู่ตลอดเวลา เป็นงานที่ให้ประโยชน์ในทางผูกสัมพันธไมตรีดีมาก เพราะเป็นงานที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนส่วนมากในเวลารวดเร็ว เพราะงานชนิดนี้ เป็นงานยืนโดยเฉพาะ ไม่มีการตั้งเก้าอี้เลย ยืนกันเป็นชั่วโมงๆ แล้วก็เดินเข้าไปในหมู่คน ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างรวดเร็ว พอเสร็จงานทำเอาขาอ่อนปวกเปียกไปหมด...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะทรงเหนื่อยล้าจากการเสด็จฯ ออกงานดังนี้ ก็ยังต้องทรงเตรียมพระราชดำรัสต่ออีกโดยมีพระกระแสรับสั่งว่า &amp;ldquo;...ต้องเตรียมพร้อมไว้เสมอ แต่บางครั้ง ก็ไม่ได้ใช้ เพราะเวลาเขากล่าวสดๆ มา ใครจะควักกระดาษขึ้นมาอ่านได้ เราก็ต้องว่าสดๆ ตอบเขาไปเหมือนกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการเสด็จฯ แต่ละแห่ง ทั้งสองพระองค์ได้ทรงเผชิญสถานการณ์แตกต่างกันไป แม้ว่าโดยทั่วไปจะเป็นการถวายความชื่นชมยินดีอย่างสูงยิ่ง แต่ในบางแห่งก็มีกลุ่มผู้ไม่เป็นมิตรที่สามารถแสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผยตามแนวเสรีนิยมในประเทศของเขา โดยที่ภูมิหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเสด็จพระราชดำเนินครั้งกระนั้น ก็คือทรงเป็นพระมหากษัตริย์จากประเทศเล็กๆ แถบเอเชียที่ไม่
เป็นที่รู้จัก แม้คราวเสด็จฯ แคนาดาในปี พ.ศ.2510 ก็ยังปรากฏในพระราชบันทึกว่า &amp;ldquo;...ชาวแคนาดารู้จักประเทศไทยน้อยมาก... &amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเป็นประเทศด้อยพัฒนาที่ต้องพึ่งพิงความช่วยเหลือจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ ได้แสดงถึงพระปรีชาสามารถและน้ำพระราชหฤทัยแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ทรงผ่านอุปสรรคปัญหาเหล่านั้น ได้อย่างสง่างาม สมพระเกียรติยศดังความบางตอนที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ได้ทรงบันทึกไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...พระราชดำรัสวันนีดี้มาก รับสั่งสดๆ โดยไม่ทรงใช้กระดาษเลย ทรงเล่าถึงวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของไทยเราว่า เรามีเอกราช มีภาษาของเราเอง มีตัวหนังสือซึ่งคิดค้นขึ้นใช้เอง เราตั้งบทกฎหมายการปกครองของเราเอง ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนมา 700 ปีกว่ามาแล้ว..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...เขาจึงกะกันว่าจะเดินออกจากที่ประชุมขณะที่มีพระราชดำรัส แต่ที่เขาไม่ได้ทำเช่นนั้น ก็เพราะว่าเขาเห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงตบพระหัตถ์ให้เป็นเกียรติแก่เขา เขาเห็นว่าทรงเป็นผู้ที่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นที่สบพระทัยหรือไม่ เขาจึงอยากจะแสดงว่าเขาเองก็ยินดีที่จะยอมรับฟังความคิดเห็นของพระองค์ท่านบ้างเหมือนกัน...ทุกคนชอบพระราชดำรัสมาก จะเห็นได้จากการลุกขึ้น ยืนพรึ่บหมดแล้วตบมือถวายเป็นเวลานาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากคุณค่าในฐานะเอกสารประวัติศาสตร์อันสำคัญยิ่งชิ้น หนึ่งของชาติแล้ว งานพระราชนิพนธ์ฉบับนี้ยังทำให้เห็นพระปรีชาสามารถในเชิงภาษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ซึ่งนอกจากจะมีความสละสลวยไพเราะด้วยความกะทัดรัดเรียบง่ายดังกล่าวข้างต้น ยังทรงพระอักษรที่ &amp;ldquo;งาม&amp;rdquo; ด้วยพระอารมณ์ละเมียดละไม อันสะท้อนจากพระราชหฤทัยอ่อนโยน อ่อนหวานของพระองค์ท่าน ดังเช่นเมื่อทรงเล่าถึงชาวเมารีซึ่งแสดงความผูกพันอาลัยอาวรณ์ทั้งสองพระองค์เป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...มีผู้หญิงเมารีบางคนร้องเพลงพลางจ้องเราทั้ง สองไม่วางตา บางคนก็ร้องพลางทำหน้าเศร้าน้ำตาไหล บางคนก็ส่งจูบอย่างอาลัย บางคนวิ่งตามรถเราออกจากเมืองของชาวเมารีไปด้วยเสียงเพลงลาอันไพเราะยิ่งนัก เศร้าก็จริงอยู่ แต่เต็มไปด้วยความหวังว่าจะได้พบกันใหม่ภายหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชอนุสรณ์ฉบับนี้จึงไม่เพียงแต่จะเป็นหน้าบันทึกเหตุการณ์การเปิดตัวให้เป็นที่รู้จักในประชาคมโลกครั้ง ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยเท่านั้น หากยังเป็นการจดจารจารึกพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ประจักษ์ชัดในความที่ทรงเป็น &amp;ldquo;พระมหากษัตริย์ผู้ทรงงานหนักที่สุดในโลก &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-----------
Cr: &amp;nbsp;บทความเฉลิมพระเกียรติพระราชนิพนธ์ &amp;ldquo;ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ&amp;rdquo;พระราชานุสรณ์อันลํ้าเลอค่าแห่งประวัติศาสตร์สยาม &amp;nbsp;วนิดา บำรุงไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19012</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, พระราชนิพนธ์, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb47a2c96458.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กาแฟชายทุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนจำนวนมากพากันไปอุดหนุน &amp;ldquo;ร้านกาแฟชายทุ่ง&amp;rdquo; ริมถนนรังสิต-นครนายก (คลองสี่) ขาออก ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังโลกโซเชียลแพร่คลิปและระบุว่าเป็นร้านกาแฟของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอาคารนี้ขึ้นที่โครงการศูนย์การเรียนรู้เกษตรชุมชนเมืองในพื้นที่ดินเปรี้ยว เป็นอาคารชั้นเดียว ด้านหลังขุดบ่อปลูกพืชผักสวนครัวตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ภายในอาคารจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟจากโครงการตามพระราชดำริเพื่อพัฒนาเกษตรที่สูงภูพยัคฆ์ จ.น่าน ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 กับเครื่องดื่มต่างๆ เบเกอรี่ ขนมหวาน ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดในวันเสาร์ที่ 29 กันยายน 2561.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18581</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5bacd7fca958a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สร้าง &#039;บ้านปลา&#039; ด้วยลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า สนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ลำเลียงบ้านปลาปะการังเทียมด้วยลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าลงสู่ท้องทะเล จ.ชลบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าอุณหภูมิของน้ำทะเลจะร้อนจัดหรือเย็นยะเยือกก็ไม่ส่งผลกระทบต่อบ้านปลาปะการังเทียมด้วยลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า โครงสร้างของลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าประกอบด้วยธาตุที่ละลายได้ แต่ไม่มีการละลายของโลหะหนักที่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล ไม่ส่งผลเสียต่อคุณภาพน้ำทะเล นี่คือผลทดสอบลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าล่าสุด ยืนยันการใช้ลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าที่ปลดระวางแล้ว เป็นแนวทางช่วยฟื้นฟูแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลได้ ซึ่งนำเสนอในกิจกรรมจัดวางปะการังเทียมด้วยลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา ณ หาดเตยงาม อ่าวนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จัดโดยหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ่าวนาวิกโยธินได้รับการคัดเลือกเป็นสถานที่สร้างบ้านปลาวางปะการังเทียมมาแล้ว 3 ครั้ง จำนวน 400 ชุด ช่วยเติมเต็มระบบนิเวศชายฝั่งทะเลให้อุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาสร้างรายได้ให้กับชุมชนและเหล่าประมงพื้นบ้าน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 มีเรือหลวงมันนอกร่วมภารกิจวางบ้านปลาลงใต้ทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินร่วมกับ กฟผ.ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล จ.ชลบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไวยวิทย์ สุขมาก ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคกลาง กฟผ. กล่าวถึงที่มาโครงการบ้านปลาฯ ว่า กฟผ.มีหน้าที่จ่ายพลังงานไฟฟ้า ลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญ เมื่อหมดอายุได้พิจารณาหาวิธีนำอุปกรณ์นี้มาใช้ประโยชน์ และไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม จึงนำมาช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล พร้อมทั้งประสานกับหน่วยงานทางทะเล สถาบันการศึกษา เพื่อยืนยันลูกถ้วยฉวนไฟฟ้าไม่กระทบต่อสภาพแวดล้อม โดยดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร ศึกษาความเป็นพิษลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า ได้รับการยืนยันไม่เป็นพิษ อีกทั้งร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพาศึกษาการเจริญเติบโตของปะการังและการเข้ามาอาศัยของสัตว์น้ำก็ประสบผลสำเร็จ ล่าสุดร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทำโครงการทดสอบลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าภายใต้สภาวะจำลองสภาพแวดล้อมทางทะเล ผลวิจัยสรุปว่าสามารถทำได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ที่หาดเตยงาม อ่าวนาวิกโยธิน วางปะการังเทียมด้วยลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าครั้งแรกปี 2556 ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 วางปะการังเทียมลงสู่ทะเล 200 ชุด รวมทั้งหมดในพื้นที่มี 600 ชุด นอกจาก จ.ชลบุรียังมีโครงการที่เกาะทะลุ จ.ประจวบคีรีขันธ์ 500 ชุด จ.ปัตตานี 300 ชุด และ จ.นราธิวาส 100 ชุด รวมโครงการ กฟผ.ได้วางบ้านปลาแล้ว 1,300 ชุด ซึ่งครั้งนี้ได้เปลี่ยนวิธีการวางเดิม จากวางให้ลูกถ้วยหงายขึ้นหมดเป็นวางคว่ำและหงายสลับกัน จำนวนแถวน้อยลง เพื่อให้ปลามาวางไข่ และปะการังเจริญเติบโตอาศัยในโครงสร้างมากขึ้น ไม่แออัดจนเกินไป จากการติดตามผลเห็นชัดว่าเป็นแหล่งอาศัยสัตว์น้ำวัยอ่อน&amp;quot; นายไววิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ติดตามผลบ้านปลามีการเติบโตของปะการังรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลเรือตรีพิสัย สุขวัน รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กล่าวว่า จ.ชลบุรีมีศักยภาพด้านการทำประมงและแหล่งท่องเที่ยว แต่ปัจจุบันประสบปัญหาแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลถูกทำลาย ส่งผลให้ปริมาณสัตว์น้ำลดลง โครงการบ้านปลาวางปะการังเทียมฯ&amp;nbsp; ที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งเป็นการสนองพระราชเสาวนีย์พระราชินีในรัชกาลที่ 9 มีตัวชี้วัดจากประมงพื้นบ้านจับปลาได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การรักษาท้องทะเลไทยยังต้องควบคุมประมงผิดกฎหมายและงดทำประมงในฤดูวางไข่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พิกัดที่วางปะการังเทียมด้วยลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้ามีความลึก 13 เมตร ห่างจากชายฝั่ง 1,000 เมตร พื้นที่นี้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเห็นชอบตั้งแต่ปี 2556 พื้นท้องทะเลไม่เป็นโคลนเหลว ไม่กีดขวางการสัญจรทางน้ำ อยู่นอกสนามฝึกซ้อมทางทะเลที่จะรบกวนปลาหรือสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างบ้านปลา ปัจจุบันเป็นพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำ ส่งเสริมให้มีการเติบโตของปะการังกระจายทั่วทะเลสัตหีบ โครงสร้างที่แข็งแรงและเหมาะสม ทำให้ไม่เป็นขยะ แต่เป็นบ้านปลาในระบบนิเวศ&amp;quot; พลเรือตรีพิสัยกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;บ้านปลาปะการังเทียมมีสัตว์ทะเลหลายชนิดเข้าอาศัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าทำบ้านปลาได้ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก ทั้งนี้ ผศ.ดร.ธีรกมล เพ็งสกุล อาจารย์ประจำคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้วิจัย กล่าวว่า ในทะเลอุณหภูมิน้ำมีความแปรปรวน รวมทั้งปริมาณน้ำฝน สารอาหารและมีน้ำขึ้นน้ำลง&amp;nbsp; การสร้างบ้านแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลโดยใช้ลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าจำเป็นต้องทดสอบการชะละลายของสารออกจากลูกถ้วยไฟฟ้าว่าส่งผลต่อสภาพแวดล้อมอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วิธีการวางลูกถ้วยคว่ำ-หงายสลับกัน ช่วยปะการังเติบโตดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การศึกษาครั้งนี้จำลองสภาพแวดล้อมทางทะเลที่เลวร้ายที่สุด มีค่าอุณหภูมิสูงสุด 50 องศาเซลเซียส และค่าต่ำสุด 20 องศา ติดต่อกัน 3 เดือน ตลอด 24 ชั่วโมง สรุปได้ว่า สารเคมีที่ตรวจพบเป็นธาตุที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่พบการชะละลายของโลหะหนัก ปรอท แคดเมียม ทำให้มั่นใจในสภาวการณ์ปกติการใช้ลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าไม่อันตราย&amp;quot; หัวหน้าคณะวิจัยกล่าว พร้อมเสนอแนะการศึกษาต่อยอดครั้งต่อไปควรเพิ่มการศึกษาช่วงอุณหภูมิที่มีการเปลี่ยนแปลงในน้ำทะเลให้มากขึ้น รวมถึงศึกษาวิธีการวางที่เหมาะสมและการใช้วัสดุทดแทน ตลอดจนศึกษาวิจัยติดตามผลในสถานที่จริงควบคู่อย่างต่อเนื่องด้วย ทั้งหมดนี้ต้องทำงานร่วมกันเพื่อขยายผลสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16700</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), ปะการังเทียมด้วยลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า, ฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ, อ่าวนาวิกโยธิน, ไวยวิทย์ สุขมาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b86984c46c0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชินีในร.9เสด็จฯกลับพระตำหนักจิตรลดา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ กลับพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ทรงโบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวลให้กับประชาชนที่รอเฝ้าฯ รับเสด็จ สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 พระอาการประชวรไข้หวัดใหญ่หายเป็นปกติ เสวยพระกระยาหาร และพระบรรทมได้ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อเช้าวันที่ 19 ส.ค. ด้วยทรงมีพระปรอท (ไข้) ร่วมกับทรงพระกรรสะ (ไอ) มากขึ้น คณะแพทย์ได้ขอพระราชทานให้ประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผลการตรวจทางจุลชีววิทยา พบเชื้อไข้หวัดใหญ่ หลังจากแพทย์ได้ถวายพระโอสถแล้ว พบว่า พระอาการโดยรวมดีขึ้น ทรงรู้พระองค์ดี พระปรอทลดลง &amp;nbsp; ทรงพระกรรสะลดลง เสวยพระกระยาหารได้ดี คณะแพทย์ขอพระราชทานให้ประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ต่ออีกระยะหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันถัดมา สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ระบุว่า พระอาการประชวรไข้หวัดใหญ่นั้น หลังจากคณะแพทย์ได้ถวายพระโอสถระยะหนึ่งแล้ว พระอาการโดยรวมดีขึ้น ไม่ทรงมีพระปรอท (ไข้) ทรงพระกรรสะ (ไอ) ลดลง รับสั่งได้ดี เสวยพระกระยาหารได้ดี &amp;nbsp;คณะแพทย์ขอพระราชทานให้ประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนมาลงนามถวายพระพรได้ที่ห้องโถง ชั้นล่าง อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ภายในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีประชาชน ตัวแทนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน นำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวาย พร้อมกับลงนามถวายพระพร ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว มีพระวรกายที่แข็งแรงยิ่งๆ ขึ้น พระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของชาวไทยตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ห้องโถงชั้นล่าง อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีพสกนิกรจำนวนมากเดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 อย่างต่อเนื่อง อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร พร้อมคณะผู้บริหาร, นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย พร้อมคณะผู้บริหาร, นายกิตติ ลิ้มชัยกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมคณะผู้บริหารและข้าราชการ, นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมโปรดักส์เซนเตอร์ จำกัด และคณะผู้บริหาร เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 13.29 น. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในฉลองพระองค์ผ้าไหมสีฟ้า ประทับรถยนต์พระที่นั่ง จากอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ เพื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน โดยมี ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาฯ, คณะแพทย์ พยาบาล นิสิต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ประชาชนที่ทราบข่าวต่างมารอเฝ้าฯ รับเสด็จที่บริเวณริมถนนภายในโรงพยาบาล และด้านนอกโรงพยาบาลฝั่งถนนราชดำริ โดยขณะที่รถพระที่นั่งเคลื่อนผ่านประชาชน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงโบกพระหัตถ์พร้อมกับแย้มพระสรวลให้กับประชาชนที่มารอเฝ้าฯ รับเสด็จ ในขณะที่ประชาชนต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียง &amp;ldquo;ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; ดังกึกก้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.02 น. สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 3 ความว่า คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้รายงานว่า พระอาการประชวรไข้หวัดใหญ่ หายเป็นปกติ ไม่ทรงมีพระปรอท (ไข้) ทรงพระกรรสะ (ไอ) ลดลง เสวยพระกระยาหาร และพระบรรทมได้ดี ผลการตรวจเอกซเรย์พระปัปผาสะ (ปอด) ดี ผลการตรวจพระโลหิตปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะแพทย์จึงขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พุทธศักราช 2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงประกาศมาให้ทราบมาโดยทั่วกัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16514</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b87f3863eafa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
