<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีติเสด็จฯวันมหิดล พสกนิกรแต่งเหลืองเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในหลวง-พระราชินี&amp;rdquo; &amp;nbsp;เสด็จฯ พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏฯ &amp;nbsp;ทรงวางพวงมาลาเนื่องในวันมหิดล &amp;nbsp;พสกนิกรต่างพร้อมใจใส่เสื้อเหลืองเฝ้าฯ &amp;nbsp;รับเสด็จที่ รพ.ศิริราช ปลื้มปีติได้ชื่นชมพระบารมี เปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง
เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กันยายน พุทธศักราช &amp;nbsp;2564 เวลา 17.30 นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปทรงวางพวงมาลาถวายพระราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องในวันมหิดล ณ โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย &amp;nbsp;กรุงเทพฯ โดยมี ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล, ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล, &amp;nbsp;รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช, พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เฝ้าฯ รับเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม &amp;nbsp;พระบรมราชชนก ทรงกราบ จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ &amp;nbsp; ทรงกราบ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี วางพวงมาลา จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ แล้วกราบ ขณะนั้นชาวพนักงานประโคมกระทั่ง แตร มโหระทึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เสด็จฯ ไปยังศาลาศิริราช 100 ปี ในการถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ และทรงวางพานพุ่มดอกไม้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงกราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี &amp;nbsp;ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี วางพานพุ่มดอกไม้ วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะฯ กราบ แล้วนั่ง ณ ที่จัดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กราบบังคมทูลรายงาน พร้อมทั้งขอพระราชทานกราบบังคมทูลเบิกผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน, ผู้มีอุปการคุณ และผู้ทำคุณประโยชน์แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานโล่ที่ระลึกและของที่ระลึก จำนวน 20 ราย แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า บริเวณโดยรอบโรงพยาบาลศิริราช ฝั่งท่าเรือศิริราช ประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาจับจองพื้นที่รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตั้งแต่ช่วงบ่ายอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;พสกนิกรพร้อมใจสวมเสื้อเหลืองและนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีมาด้วย เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พสกนิกรได้ชื่นชมพระบารมีในหลวงและพระราชินี ต่างโบกธงชาติไทย ธงพระปรมาภิไธย วปร ธงพระนามาภิไธย สท ปลิวไสว และเปล่งเสียง &amp;quot;ทรงพระเจริญ&amp;quot; ดังกึกก้องด้วยความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&amp;nbsp;
สำหรับการเฝ้าฯ รับเสด็จในครั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงมีการคัดกรองอย่างเข้มงวด ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้า เว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ บรรยากาศตั้งแต่เช้าของวันที่ 24 ก.ย. วันมหิดล ประชาชนทุกหมู่เหล่า หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมวางพวงมาลาถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;24 กันยายน วันมหิดล ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก &amp;quot;พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย&amp;quot; และ &amp;quot;พระบิดาแห่งการสาธารณสุขไทย&amp;quot; ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ และสืบสานพระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระบรมราชชนก ที่ทรงดำเนินพระราชจริยาวัตรอันงดงาม ในฐานะแพทย์ที่มีน้ำพระทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการวางรากฐานระบบการศึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์ การสาธารณสุข การพยาบาล กองทัพเรือ การประมง การสังคมสงเคราะห์ และการศึกษาวิทยาศาสตร์ระดับอุดมศึกษาของประเทศให้เจริญรุ่งเรืองตามมาตรฐานสากลตราบจนทุกวันนี้ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณให้ปรากฏสืบไป
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้จัดงาน &amp;quot;วันมหิดล&amp;quot; เป็นประจำทุกปี โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเป็นประธานจัดงานหารายได้มาโดยตลอด เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งภาครัฐบาลและเอกชนต่างพร้อมใจร่วมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ โดยมีกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การรับบริจาคพร้อมมอบธงวันมหิดลเป็นที่ระลึก อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างกุศล ช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาส รพ.ศิริราช ได้ที่ศิริราชมูลนิธิ ตึกมหิดลบำเพ็ญ ชั้น 1 โทร. 0-2419-7658-60 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ การจัดรายการพิเศษเฉลิมพระเกียรติเพื่อหารายได้ช่วยผู้ป่วยด้อยโอกาสของโรงพยาบาลศิริราช.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117766</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614dd4724a171.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 21:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง-พระราชินี พระราชทาน &#039;ถุงพระราชทานกำลังใจ&#039; แก่รพ.แม่ข่าย และรพ.สนาม 49 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;เวลา 20.13 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ผู้แทนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของโรงพยาบาลแม่ข่าย และโรงพยาบาลสนาม ที่เปิดให้บริการรักษาผู้ติดเชื้อ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานถุงพระราชทานกำลังใจ เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการปฏิบัติงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทรงเข้าพระทัยและทรงรับรู้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและความอ่อนล้าจากการทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคโควิด 19 รวมทั้งทรงร่วมสนับสนุนสินค้าของเกษตรกรในภาคต่าง ๆ และผู้ประกอบการ เพื่อกระจายรายได้ในช่วงวิกฤตในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งของในถุงพระราชทานกำลังใจ นอกจากเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ แล้ว ยังมีเข็มกลัด &amp;ldquo;พระราชทานกำลังใจ&amp;rdquo; ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง โดยมีความหมายคือ ลูกโป่งสีเหลือง หมายถึงกำลังใจจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะนำพาพสกนิกรให้มีกำลังใจที่เต็มเปี่ยม พร้อมลุกขึ้นสู้ เฉกเช่นลูกโป่งลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า มีความหวังและก้าวข้ามผ่านไปพร้อมกัน &amp;nbsp;ลูกโป่งสีม่วง แสดงถึงกำลังใจจากสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ที่อยู่เคียงข้างพสกนิกรในการต่อสู้กับวิกฤตของไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยน้ำพระทัยอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย ทรงเย็บเข็มกลัดให้ติดกับถุงพระราชทานด้วยพระองค์เอง เพื่อไม่ให้เข็มกลัด &amp;ldquo;พระราชทานกำลังใจ&amp;rdquo; หลุดหรือแยกออกจากกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงห่วงใยและพระราชทานความช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างต่อเนื่องตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105195</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระที่นั่งอัมพรสถาน, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชวังดุสิต, วันเฉลิมพระชนมพรรษา, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8ea66d4dee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทร. ยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติพระราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64 - เวลา 12.00 น. กองทัพเรือ โดยฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2564 ณ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยิงสลุต ถือเป็นธรรมเนียมที่ทุกประเทศทั่วโลก ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณเพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติ หรือธง หรือบุคคล โดยยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำ หรือดินไม่มีควัน มีจำนวนนัดเป็นเกณฑ์ตามควรแก่เกียรติ หรือสิ่งที่ควรรับความเคารพ คำว่า &amp;ldquo;สลุต&amp;rdquo; นั้นมาจากรากศัพท์ของคำว่า &amp;ldquo;Salutio&amp;rdquo; ในภาษาลาติน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดเริ่มต้นของธรรมเนียมการยิงสลุตเล่ากันว่า ในสมัยโบราณ เรือสินค้าที่ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลในระยะทางไกลจำเป็นที่จะต้องมีปืนใหญ่ไว้คุ้มครองสินค้าบนเรือ และจะต้องมีการบรรจุดินปืนในกระบอกปืนไว้ก่อน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉิน แต่เมื่อเรือได้เดินทางไปถึงท่าเรือของประเทศที่เรือลำดังกล่าวต้องเข้าไปทำการค้าด้วย จึงต้องยิงปืนใหญ่ที่บรรจุแต่ดินปืนออกไปให้หมด เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่ามาอย่างมิตร มิใช่ศัตรู ตั้งแต่นั้นมาจึงได้เกิดเป็นประเพณีการยิงสลุตขึ้น เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อกันระหว่างเจ้าบ้านและผู้มาเยือนอันเป็นประเพณีที่ชาวเรือได้สืบทอดกันต่อมาจวบจนปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรกเริ่มประเพณีการยิงสลุตได้กำหนดตัวเลขการยิงเอาไว้ที่จำนวน 7 นัด ซึ่งในขณะนั้นทางทวีปยุโรปถือว่าเป็นเลขมงคล เพราะเชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลกใน 7 วัน หรือเหตุผลอีกกระแสหนึ่งที่ว่าบนเรือรบแต่ละลำมีปืนใหญ่ลำละ 7 กระบอก จึงต้องยิงให้เคลียร์หมดทุกกระบอก ๆ ละ 1 นัด และยังมีธรรมเนียมต่อไปอีกว่า เมื่อเรือสินค้าได้ยิงให้แก่ชาติเจ้าของท่าจำนวน 7 นัดแล้ว ทางป้อมปืนใหญ่ของชาติเจ้าของท่าจึงต้องยิงตอบออกมาเป็นจำนวน 3 เท่า ซึ่งก็คือ 21 นัด ในเวลาต่อมาได้มีการทำความตกลงกันใหม่ว่า ควรให้ทั้งสองฝ่ายยิงในจำนวน 21 นัดเท่า ๆ กัน โดยอังกฤษเป็นชาติแรกในการวางกฎระเบียบการยิงสลุต 21 นัด และได้ถือเป็นกติกาสากลสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในประเทศไทยมีการยิงสลุตครั้งแรกในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีในบันทึกของจดหมายเหตุฝรั่งเศสกล่าวถึงเรือรบฝรั่งเศสชื่อ เลอโวตูร์ ที่ได้เดินทางเข้ามาถึงป้อมวิไชยเยนทร์ (ป้อมวิไชยประสิทธิ์ &amp;nbsp; กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม &amp;nbsp;ในปัจจุบัน) มองซิเออร์คอนูแอล กัปตันเรือได้มีใบบอกเข้าไปถามทางราชสำนักอยุธยาว่า จะขอยิงสลุตให้เป็นเกียรติแก่ชาติสยาม ทางราชสำนักจะขัดข้องหรือไม่ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช จึงรับสั่งให้ออกพระศักดิ์สงคราม (มองซิเออร์คอม เดอร์ ฟอร์แบงก์ นายทหารชาวฝรั่งเศส) ผู้รักษาป้อม ในขณะนั้น อนุญาตให้ฝรั่งเศสยิงสลุตได้ &amp;nbsp;จึงอาจกล่าวได้ว่าป้อมวิไชยประสิทธิ์ หรือป้อมวิไชยเยนทร์ในขณะนั้น เป็นสถานที่ ที่เกิดการยิงสลุต ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อสิ้นแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์แล้ว ในรัชสมัยของ สมเด็จพระเพทราชา ทรงไม่โปรดปรานฝรั่งเศส จึงทำให้ธรรมเนียมการยิงสลุตได้ถูกยกเลิกไป ธรรมเนียมการยิงสลุตได้เริ่มกลับมารื้อฟื้นขึ้นอีกครั้งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวที่ต้อนรับ เซอร์จอห์น เบาวริ่ง ราชทูตอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.2398 ต่อมาในปี พ.ศ.2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการตราข้อบังคับว่าด้วยการยิงสลุต ร.ศ.125 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การยิงสลุตหลวง และการยิงสลุตเป็นเกียรติแก่ข้าราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตราพระราชกำหนดการยิงสลุตขึ้นใหม่ คือ การยิงสลุต ร.ศ.131 (พ.ศ.2455) กำหนดให้มีจำนวนปืนไม่ต่ำกว่า 4 กระบอก แบ่งประเภทการยิงสลุตไว้ 3 ประเภท คือ 1.) สลุตหลวง แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ สลุตหลวงธรรมดา มีจำนวน 21 นัด และสลุตหลวงพิเศษ มีจำนวน 101 นัด 2.) สลุตข้าราชการ 3.) สลุตนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชกำหนดยิงสลุต ร.ศ.131 ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อ พ.ศ.2483 จนกระทั่งเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง ทางราชการจึงรื้อฟื้นประเพณียิงสลุตขึ้นมาใหม่ เริ่มเป็นครั้งแรกในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2491 เนื่องในพระราชพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยกำหนดข้อบังคับไว้โดยสรุปดังนี้ กำหนดให้มีจำนวนปืนไม่ต่ำกว่า 4 กระบอก มีขนาดลำกล้องไม่เกิน 120 มิลลิเมตร ห้ามยิงตั้งแต่เวลาพระอาทิตย์ตกไปแล้วจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น แบ่งประเภทการยิงสลุตไว้ 3 ประเภท เช่นเดียวกับพระราชกำหนดยิงสลุต ร.ศ.131&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหลักเกณฑ์การยิงสลุตในปัจจุบัน หากเป็นงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา งานพระราชพิธีฉัตรมงคล หรือวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมราชินีหรือสมเด็จพระยุพราช รวมถึงงานต้อนรับพระมหากษัตริย์ หรือประมุขแห่งรัฐ ยิงสลุต จำนวน 21 นัด ถ้าเป็นระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นทหาร) ผู้บัญชาการทหารเรือ จอมพลเรือ และเอกอัครราชทูต ยิงสลุต 19 นัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่เป็นพลเรือน) พลเรือเอก และเอกอัครราชทูตพิเศษ ยิงสลุต 17 นัด พลเรือโท และอัครราชทูต ยิงสลุต 15 นัด พลเรือตรี และราชทูต ยิงสลุต 13 นัด (สามเหล่าทัพยศเท่ากันยิงสลุตเท่ากัน) อุปทูตยิงสลุต 11 นัด กงสุลใหญ่ ยิงสลุต 9 นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105157</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, พระราชินี, ยิงสลุตหลวง, วันเฉลิมพระชนมพรรษา, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b892cd6c8f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ &#039;สุรยุทธ์&#039; ผู้แทนพระองค์ปล่อยโค นก และปลาในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระราชินี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64 - เวลา 07.53 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกสุรยุทธ์&amp;nbsp;จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลปล่อยโค นก และพันธุ์สัตว์น้ำ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2564 ณ ท่าวาสุกรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ ประธานองคมนตรี ปล่อยโค จำนวน 1 คู่ ปล่อยนกปรอดหัวโขน จำนวน 44 ตัว &amp;nbsp;ปล่อยปลาดุกส่วนพระองค์ จำนวน 44 ตัว ปล่อยหอยขมส่วนพระองค์ จำนวน 5 กิโลกรัม และปล่อยปลาจำนวน 1,000,000 ตัว ประกอบด้วย ปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนทอง ปลายี่สกไทย ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว ปลากระแห ปลาเทโพ ปลาโพง และปลากระโห้ ลงในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้เจริญเติบโตและขยายพันธุ์ตามธรรมชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โค จำนวน 1 คู่ พระราชทานแก่ นายชาตรี ดวงมาลา เกษตรกรอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ นำไปเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ตามโครงการธนาคารโค &amp;ndash; กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105154</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, วันเฉลิมพระชนมพรรษา, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b88f0787617.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักพระราชวัง ชวนประชาชนลงนามถวายพระพรออนไลน์ &#039;พระราชินี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์&amp;nbsp;www.royaloffice.th&amp;nbsp;เผยแพร่ข้อความว่า สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2564 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์&amp;nbsp;www.royaloffice.th&amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 1 &amp;ndash; 6 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104414</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันเฉลิมพระชนมพรรษา, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, สำนักพระราชวัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af9fde1b731.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 22:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 22:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง พระราชทานเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่แก่ รพ.คลองสามวา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.64 - เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ แก่โรงพยาบาลคลองสามวา เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้อำนวยการโรงพยาบาล และผู้บริหารทำพิธีรับพระราชทานหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ โดยเครื่องเอกซเรย์ที่ได้รับพระราชทานนี้จะนำไปใช้เสริมในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยติดเชื้อจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กลับมาแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้ป่วย แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ เป็นล้นพ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103505</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชทานเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, โรงพยาบาลคลองสามวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a52ea4f27a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ ผู้ว่าฯปัตตานี เชิญพวงมาลาหลวงวางหน้าหีบศพวีรชนทหารกล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา 11.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี &amp;nbsp; เชิญพวงมาลาหลวง พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp;ไปวางที่หน้าหีบศพอาสาสมัครทหารพราน นพฤทธิ์ สุขสอน กำลังพล ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุหน่วยปฏิบัติการร่วมในจังหวัดยะลา ได้สนธิกำลังร่วมบังคับใช้กฎหมาย เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 123 บ้านบาตูบือละ หมู่ที่ 2&amp;nbsp;ตำบลสะเอะ อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา และขณะเข้าปิดล้อมตรวจค้นได้เกิดการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2564 โดยตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ ณ วัดสุวรรณากร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ&amp;nbsp;มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า อทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีเชิญพวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทานวางที่หน้าหีบศพด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101867</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารพราน, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, เชิญพวงมาลาหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_60926fa8b2c66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
