<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แถลงการณ์ฉบับ2&#039;พระราชินี&#039;พระอาการโดยรวมดีขึ้น ทรงรับสั่งได้ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;21 ส.ค.61-สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์เรื่องสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 2 ความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้รายงานว่า หลังจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จไปประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พุทธศักราช 2561 ด้วยพระอาการประชวรไข้หวัดใหญ่ นั้น หลังจากคณะแพทย์ได้ถวายพระโอสถระยะหนึ่งแล้ว พระอาการโดยรวมดีขึ้น ไม่ทรงมีพระปรอท(ไข้) ทรงพระกรรสะ (ไอ) ลดลง รับสั่งได้ดี เสวยพระกระยาหารได้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะแพทย์ขอพระราชทานให้ประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อถวายการฟื้นฟูพระวรกายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักพระราชวัง 21 สิงหาคม พุทธศักราช 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15860</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระอาการประชวรไข้หวัดใหญ่, รับสั่งได้ดี, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, แถลงการณ์สำนักราชวัง, โรงพยาบาลจุฬา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7bd913b3214.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>12 สิงหาฯ กับ...ทางสายกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันแม่...หรือวันที่ 12 สิงหาคมผ่านพ้นไปแล้ววัน-สองวัน แต่สิ่งที่ยังไม่น่าจะผ่าน ยังเป็นอะไรที่เหมาะสม สอดคล้อง กับกาลสมัย ยุคสมัย ไปโดยตลอด โดยเฉพาะยุคนี้ สมัยนี้ นั่นก็คือ คำขวัญวันแม่ ปีพุทธศักราช 2559 ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่สามารถหยิบมาใช้เป็นแบบอย่าง แนวทาง สำหรับผู้ซึ่งต่างต้องมี แม่ ไปด้วยกันทั้งสิ้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่อย่าง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ท่านได้ทรงประทานคำขวัญวันแม่ไว้ตั้งแต่เมื่อช่วง 2 ปีที่แล้ว เป็นบทกลอนสั้นๆ เรียบๆ ง่ายๆ มีใจความว่า... สอนให้ลูกทั้งหลายเดินสายกลาง-ทำทุกอย่างพอดีมีเหตุผล-ประกอบด้วยคุณธรรมนำทางตน-ย่อมได้คนดีพอต่อบ้านเมือง แต่ถ้านำมาใคร่ครวญ พิจารณา ซัก 10 เที่ยว 20 เที่ยว เป็นอย่างน้อย อะไรที่สั้นๆ เรียบๆ ง่ายๆ นี่แหละ ออกจะเป็นอะไรที่ลึกซึ้ง ซับซ้อน กว้างขวางและใหญ่โต แถมยังสอดคล้อง เหมาะสม กับความเป็นไปของยุคสมัย ชนิด อกาลิโก หรือไม่ขึ้นอยู่กับกาล สถานที่ เอาเลยก็ว่าได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือคำว่า เดินสายกลาง หรือ ทางสายกลาง นั้น...สำหรับผู้คนในสังคมบ้านเรา คงไม่ถือเป็น คำใหม่ หรือคำที่แปลกออกไปจากการรับรู้ รับทราบ มากมายซักเท่าไหร่นัก เนื่องจากเป็นถ้อยคำที่บรรดา ชาวพุทธ มักหยิบมาใช้เป็นแบบอย่าง แนวทาง โดยอ้างอิงเอามาจากคำพูด คำตรัส ของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่นเอง อย่างที่เรียกๆกันว่า มัชฌิมาปฏิปทา อะไรประมาณนั้น แต่แม้จะเป็นถ้อยคำที่คุ้นหูกันมานาน เคยได้ยิน ได้ฟังกันมานาน หากจะนำไปสู่ การปฏิบัติ แล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...ออกจะเป็นอะไรที่ยากซ์ซ์ซ์เอาเรื่องมิใช่น้อย หรือเป็นอะไรที่ซับซ้อนเกินไปกว่าจะอาศัย สัญชาตญาณแบบดิบๆ เป็นเครื่องวัดตัดสินกันได้ง่ายๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดง่ายๆ ว่า...เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยทั้ง สติ และ ปัญญา เผลอๆ ต้องผนวกรวม สมาธิ เข้าไปอีกด้วย ถึงจะทำให้การปฏิบัตินั้นๆ มันไม่ออกไปทาง สุดโต่ง ไปในด้านหนึ่ง ด้านใด ไม่ตึงไป ไม่หย่อนไป อันเป็นลักษณะอาการโดยพื้นฐานของบรรดาผู้ซึ่งมักติดยึดอยู่ในสัญชาตญาณดิบทั้งหลาย ที่เมื่อมีอะไรมา กระทบ กับประสาทสัมผัสทั้ง 5 สัญชาตญาณ ไม่ว่าในแบบดิบ-ไม่ดิบ มันมักจะก่อให้เกิดการ ปรุงแต่ง อารมณ์ ความรู้สึก ออกมาในลักษณะตึงๆ หย่อนๆ กันไปตามสภาพ โอกาสที่จะเป็นไปในแบบกลางๆ มันจึงแทบไม่มี โดยเฉพาะถ้าหากไม่มี สติ และ ปัญญา เป็นเครื่องมือแยกแยะกันในระดับพื้นฐาน อย่างมาก...ก็อาจเป็นได้แบบ กลางกลวง หรือกลางแบบไม่รู้เรื่อง รู้ราว รู้ร้อน รู้หนาว อะไรกับใครเขาเลย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลางแบบ มัชฌิมาปฏิปทา หรือแบบ ทางสายกลาง ที่ถูกนำมาเสนอไว้เป็นแบบอย่าง แนวทาง จึงเป็นกลางในแบบที่ต้องอาศัยสิ่งที่เหนือไปกว่าสัญชาตญาณดิบอย่างชนิดเยอะแยะ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ความมีเหตุ-มีผล, ประสบการณ์และวุฒิภาวะ ไปจนถึงสิ่งที่เรียกว่า คุณธรรม อันประกอบไปด้วยธรรมะในแต่ละรูป แต่ละแบบ ที่ต้องพยายามหล่อหลอมขึ้นมาภายในตัวของตัวเอง หรือ จิตสำนึก ของตัวเองให้จงได้ และด้วยแบบอย่าง แนวทาง การสอน การเสนอแนะ ไปจนถึงการฝึก การปฏิบัติ กันแบบจริงๆ จังๆ นั่นเอง โอกาสที่จะนำไปสู่สภาวะ ย่อมได้คนดีพอต่อบ้านเมือง มันถึงจะเป็นไปได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกยุคใหม่ สังคมสมัยใหม่...สิ่งที่เรียกว่า ความเป็นกลาง หรือ ทางสายกลาง ในลักษณะเช่นนี้นี่แหละ ถือเป็นสิ่งสำคัญเอามากๆ อาจเรียกว่า...ถือเป็นตัวชี้เป็น ชี้ตาย ชี้ถึงความเป็นไปในอนาคตของบ้านเมือง หรือแม้แต่โลกทั้งโลกเอาเลยก็ยังได้ เนื่องจากมันเป็นโลกในยุคที่สิ่งที่เรียกว่า เทคโนโลยี มันก้าวหน้า ก้าวไกล จนกลายเป็นทั้งตัวรองรับ และเป็นตัวกระตุ้น ให้ใครต่อใครสามารถงัดเอา สัญชาตญาณดิบ ของตัวเอง ออกมาใช้เป็นเครื่องมือในการปกป้อง คุ้มครอง หรือเครื่องมือในการทำร้าย ทำลาย ประหัตประหารกันและกันได้ทุกเมื่อ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่า...เมื่อไหร่ที่สัญชาตญาณดิบ ปรุงแต่ง ให้เกิดความรัก ความชอบ ก็อาจไปไกลถึงขั้นพร้อมจะแหกทวารดม เกิดอาการหลงใหล ลุ่มหลง ชนิดขาดสติ ขาดปัญญา เอาง่ายๆ แต่เมื่อไหร่ที่สัญชาตญาณดิบ ปรุงแต่ง ไปในทิศทางตรงกันข้าม ให้โกรธ เกลียด เคียดแค้น อาฆาต พยาบาท ก็ออกมาใส่กันชนิดเละเทะ เละเทอะ เลอะเทะ กันไปเป็นข้างๆ ชนิดไม่คิดจะสนใจในเรื่องคุณธรรม มโนธรรม ขันติธรรม หรือแม้แต่ มนุษยธรรม เอาเลยแม้แต่น้อย ด้วยความก้าวหน้า ก้าวไกล ของ เทคโนโลยี ที่มันหมุนโลก เปลี่ยนโลก เปลี่ยนสังคมต่างๆ ให้เป็นไปในแนวนี้นั่นเอง สิ่งที่เรียกว่า ทางสายกลาง จึงเป็นสิ่งที่สำคัญเอามากๆ หรือสำคัญอย่างชนิดฉกาจฉกรรจ์เอาเลยก็ว่าได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้...แม้ว่าวันที่ 12 สิงหาคม จะผ่านไปแล้ววัน-สองวัน หรือ คำขวัญวันแม่ ปีพุทธศักราช 2559 จะผ่านมาแล้วปี-สองปี แต่ทุกถ้อยคำ ทุกตัวอักษร ในบทกลอนสั้นๆ และเรียบๆ ง่ายๆ ที่ว่านี้ คงต้องนำมาจดจำ จดจารึกเอาไว้ในกะโหลกของบรรดาเราๆ-ทั่นๆ ทั้งหลาย ที่ล้วนแต่ต้องมี แม่ มาด้วยกันทั้งสิ้น ให้เป็นทั้งแบบอย่าง แนวทาง เป็นสิ่งที่ถูกนำไปปฏิบัติกันอย่างจริงๆ จังๆ ไม่ต่างไปจาก คำสอนของแม่ ของใครๆ ก็ย่อมได้ เพื่อให้ ได้คนดีพอต่อบ้านเมือง ไม่ว่าโลก หรือประเทศไทย จะหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปในลักษณะไหนก็ตามที...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก High Roads of Literature... Wit and sense, virtues and human knowledge&amp;mdash;all that might make this dull word a business of delight.-ปัญญา ไหวพริบ สติสัมปะชัญญะ คุณธรรมและความรู้ กล่าวโดยย่อก็คือ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่จะเอื้ออำนวยให้โลกอันน่าเบื่อ กลายเป็นสถานที่อันน่าภิรมย์ชมชื่น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15317</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำขวัญวันแม่, ท่านขุนน้อย, พระสัมมาสัมพุทธเจ้า, วันแม่, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดให้กินฟรี ฉลองวันแม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนร่วมทำดีถวายแม่แห่งแผ่นดิน เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ร้านข้าวแกงดังเมืองกระบี่เปิดให้กินฟรีตลอดทั้งวัน ใครจะเอากลับบ้านก็ไม่เกี่ยง ส่วนร้านน้ำเต้าหูเมืองตรัง ให้คนท้องกินฟรีวันละถุงจนกว่าจะคลอด ขณะที่ร้านผัดไทยเพชรบูรณ์ก็ร่วมกิจกรรมเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างจัดกิจกรรมทำดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แม่ของชาติ กิจกรรมหนึ่งก็คือการเลี้ยงอาหารฟรี โดยที่ร้านแม่ยุพิน ซึ่งเป็นร้านขายข้าวแกงชื่อดังในตัวเมืองกระบี่ ตั้งอยู่เลขที่ 50 ถนนพิศาลภพ ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ ได้ขึ้นป้ายขนาดใหญ่ ข้อความ &amp;ldquo;วันแม่กินฟรี&amp;hellip;.มาต่ะ&amp;rdquo; (สำเนียงใต้) เพื่อเชิญชวนให้ผู้คนมารับบริการข้าวแกงรสชาติปักษ์ใต้ฟรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางยุพิน รักษา อายุ 64 ปี เจ้าของร้าน กล่าวว่า สาเหตุที่เปิดให้กินข้าวแกงฟรีวันแม่ปีนี้ เพราะต้องการทำกิจกรรมดีๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนมากไปใช้บริการด้วยความประทับใจ และเป็นที่น่ายกย่องชื่นชมของชาวกระบี่เป็นอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางยุพินเผยว่า ตนและครอบครัวเปิดร้านข้าวแกงแม่ยุพินมานานกว่า 14 ปีแล้ว พอถึงวันแม่ในแต่ละปีก็คิดว่าอยากทำกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคม ทางร้านจึงจัดเลี้ยงอาหารฟรีแก่ประชาชนทั่วไป โดยจัดติดต่อกันมา10 ปี แล้ว ในปีนี้จัดเป็นปีที่ 11 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และถวายเป็นพระราชกุศล ตนและครอบครัวรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง และรู้สึกสบายใจที่ได้ทำความดีเพื่อพระองค์ท่าน ซึ่งทางร้านได้จัดเตรียมกับข้าวให้เลือกกินเกือบ 40 อย่าง ขนมจีน 50 กก. นอกจากนี้ยังมีขนมหวานและน้ำผลไม้ไว้คอยบริการด้วย โดยเปิดให้บริการแบบบุฟเฟต์ หรือใครต้องการจะนำกลับไปกินที่บ้านก็ไม่มีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรัง เจ้าของร้านขายน้ำเต้าหู้-เต้าทึง ในตลาดสดเทศบาลตำบลย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว ขึ้นป้ายให้คนท้องกินฟรีจนกว่าจะคลอด โดยนายภาคิน ต้นตระกูล เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ทำแบบนี้มากว่า 2 ปีแล้ว เนื่องจากเห็นภรรยาของตนกินน้ำเต้าหู้แล้วลูกทั้ง 4 คนออกมาผิวพรรณดี มีพัฒนาการที่ดีและฉลาดหลักแหลม จึงต้องการให้คุณแม่คนอื่นๆ หันมากินน้ำเต้าหู้เพื่อสุขภาพของลูกในท้อง จะได้ออกมาสมบูรณ์แข็งแรงและผิวพรรณสดใส โดยให้คุณแม่กินฟรีวันละ 1 ถุง ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนคลอด ซึ่งแต่ละวันมีคุณแม่มารับบริการน้ำเต้าหู้วันละ 8-10 คน หรือปีละประมาณ 100 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่ได้คือความสุขใจกับการเป็นผู้ให้ และสำนึกรักบ้านเกิด โดยเฉพาะในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมนี้ ทางร้านยังให้คู่แม่ลูกกินน้ำเต้าหู้ฟรีคนละ 1 ถุงตลอดทั้งวัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 อีกด้วย&amp;rdquo; เจ้าของร้านน้ำเต้าหู้ใจดีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชลบุรี สวนนงนุชพัทยา โดยนายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา ได้จัดกิจกรรม &amp;quot;12 สิงหา..พาแม่เที่ยว ฟรี!&amp;quot; โดยวันนี้พบว่ามีนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวชาวไทยนำมารดาและบุตรหลานร่วมกันสวมใส่เสื้อสีฟ้า รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ในงานได้จัดกิจกรรมพิเศษ ทั้งกิจกรรมแม่ผ่านประตูฟรี เฉพาะคุณแม่ที่มาพร้อมลูกในวันนี้ กิจกรรมถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษา มหาราชินี กิจกรรมการแสดงบนเวที เกมแจกของรางวัล และสำหรับผู้ที่มีวันคล้ายวันเกิดวันที่ 12 สิงหาคม รับของที่ระลึกฟรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาไฮไลต์ของงาน ช้างแสนรู้สวนนงนุชพัทยาทำการถวายพวงมาลัยหน้าพระฉายาลักษณ์แม่ฟ้าหลวง ก่อนลูกช้างมอบพวงมาลัยให้แม่ช้าง จากนั้นลูกช้างแสนรู้จำนวน 9 เชือก มอบพวงมาลัยให้ตัวแทนคุณแม่จำนวน 9 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพชรบูรณ์ ที่ร้าน &amp;ldquo;ผัดไทยโกเหน่ง&amp;rdquo; เป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น เลขที่ 2/2 ซอยเพชรเจริญ 2 ถนนเพชรเจริญ ต.ในเมือง อ.เมืองเพชรบูรณ์ เจ้าของร้านคือ นายนุสรณ์ รอดเที่ยง อายุ 53 ปี เปิดเผยว่า ตนเป็นชาว อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เมื่อก่อนแม่ได้ทำผัดไทยขายอยู่ที่ตลาด อ.หล่มเก่า ต่อมาตนได้สืบทอดการทำผัดไทยมาจนกระทั่งทุกวันนี้ โดยเอกลักษณ์ของผัดไทยของตน นอกจากจะเป็นสูตรดั้งเดิมแล้ว การห่อจะต้องห่อด้วยใบตองเท่านั้น ซึ่งจะทำให้มีกลิ่นหอมของใบตองเมื่อถูกความร้อน นอกจากนั้นยังเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย ที่ผ่านมาลูกค้าได้ให้การอุดหนุนเป็นอย่างดี ตนจึงเปิดแฟรนไชส์ กระทั่งปัจจุบันมีทั้งหมด 12 สาขา โดยตนจะเป็นผู้ดูแลสาขาที่ 12
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการทำผัดไทยให้กินฟรีเนื่องในวันแม่นี้ นายนุสรณ์กล่าวว่า ได้ทำติดต่อกันมาประมาณ 5 ปีแล้ว เนื่องจากต้องการที่จะทำบุญและตอบแทนความดีให้กับแม่ เพราะแม่เป็นผู้ที่ถ่ายทอดวิชาการทำผัดไทยให้แก่ตนเอง และมีสูตรลับเฉพาะที่ไม่อาจเปิดเผยได้ ที่ทำให้ผัดไทยมีความอร่อยแบบดั้งเดิม เมื่อได้ทำแจกก็ทำให้มีความรู้สึกอิ่มบุญ อิ่มเอิบใจ บุญกุศลที่ได้จากการทำผัดไทยแจก และจะทำเช่นต่อไปทุกปีจนกว่าจะไม่มีแรงทำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15251</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพล ตันสัจจา, ยุพิน รักษา, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, สวนนงนุชพัทยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180812/image_big_5b703ad1bd812.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
