<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ&#039; สายธารแห่งน้ำพระราชหฤทัย พสกนิกรอุ่นใจพ้นภัยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เกิดขึ้นในประเทศไทยสร้างความเดือดร้อนทุกข์แสนสาหัสให้แก่ประชาชน ทั้งในเรื่องสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดด้วยทรงมีพระราชปณิธานอันตั้งมั่นที่จะทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่จะต้องดูแลประชาชนให้มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี จึงทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญในการดูแลทุกข์สุขของอาณาราษฎรในพระองค์ทุกหมู่เหล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังที่ได้พระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยที่สามารถทำการค้นหาผู้ป่วยตรวจหาเชื้อ ณ จุดที่มีการแพร่ระบาด รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อันเป็นภาพประจักษ์ชัดในสายตาพสกนิกรเรื่อยมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้สถานการณ์แพร่ระบาดจะยังหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ แต่ด้วยพระราชวิสัยทัศน์อันกว้างไกลแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงให้ความสำคัญ การวิเคราะห์ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ที่จำเป็นต้องดำเนินการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ทราบผลและจำนวนผู้ติดเชื้อ สามารถออกมาตรการหรือควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที จึงพระราชทาน&amp;rdquo;รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ&amp;rdquo;แก่กระทรวงสาธารณสุข ใช้งานคู่กับรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน ค้นหาเชิงรุกแบบเบ็ดเสร็จในพื้นที่ ทราบผลรวดเร็ว แม่นยำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ มีพื้นที่ใช้สอย 16.8 ตารางเมตร (7 เมตร x 2.4 เมตร) ภายในประกอบด้วย &amp;nbsp;3 ห้องหลัก ได้แก่ ห้องสกัดสารพันธุกรรม ห้องเตรียมน้ำยาวิเคราะห์ และห้องวิเคราะห์ผลด้วยเทคนิค PCR มีห้องบัฟเฟอร์เพื่อควบคุมและป้องกันการรั่วไหลของเชื้อโรค พร้อมกับเครื่องมือที่ติดตั้งภายในรถ ได้แก่ ตู้ปลอดเชื้อ, ตู้ปฏิบัติงานพีซีอาร์ (PCR cabinet), เครื่องสกัดสารพันธุกรรมอัตโนมัติ, เครื่องเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมดีเอ็นเอด้วยปฏิกิริยาโพลีเมอเรส &amp;nbsp;(real-time PCR) วิเคราะห์ได้ 70 ตัวอย่างต่อ 1 รอบต่อเครื่อง, ตู้แช่แข็ง -20 องศาเซลเซียส, ตู้ทำความเย็น 4 องศาเซลเซียส, ช่องส่งตัวอย่าง, เครื่องเขย่าผสมสาร, เครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน, ไมโครปิเปต (Micropipette), ระบบยูวีฆ่าเชื้อ, ระบบสื่อสารสองทาง, ระบบกล้องวงจรปิด และเครื่องล้างมือแอลกอฮอล์อัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสมรรถนะที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษของรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษนี้ จึงทำให้สามารถทราบผลการตรวจหาเชื้อได้ภายใน 3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องส่งผล กลับมาตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์หรือห้องปฏิบัติการโรงพยาบาล และมีความปลอดภัยต่อบุคลากรทางการแพทย์ สามารถตรวจได้ ประมาณ 800-1,000 ตัวอย่างต่อวัน ด้วยเทคนิคการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมดีเอ็นเอด้วยปฏิกิริยาโพลีเมอเรส หรือ PCR (Real Time Polymerase Chain Reaction ) ช่วยให้การค้นหาผู้ติดเชื้อรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดสูงสุดได้มีการปรับยุทธวิธีในการตรวจเชิงรุกเพื่อหาผู้ติดเชื้อทั้งจังหวัด เพื่อนำตัวมากักแยกในโรงพยาบาล เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อต่อเนื่อง ดังนั้น สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขตเมืองได้นำรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษพระราชทานจำนวน 1 คัน และรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทานอีกจำนวน 3 คัน พร้อมนักเทคนิคการแพทย์จิตอาสา ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ได้ขับเคลื่อนน้ำพระราชหฤทัยแห่งความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปยังพื้นที่ต่างๆของจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อเดินหน้าปูพรมเก็บตัวอย่างให้เข้าถึงได้ทุกพื้นที่ ชุมชนทุกแห่ง โรงงานทุกแห่งที่มีสภาพแออัดในการทำงาน เพื่อเสริมกำลังในการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก เก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ผลการตรวจในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พสกนิกรชาวจังหวัดสมุทรสาครที่มาเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงห่วงใยและประทับเคียงข้างพสกนิกในยามที่หัวใจร่วงโรย เพราะโรคร้ายที่เข้ามาเยือน น้ำพระราชหฤทัยทั้ง 2 พระองค์เปรียบดั่งแสงทองส่องสว่างที่สร้างความอบอุ่นหัวใจให้แก่ประชาชน มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบัวเรียน หลักชัย อายุ 59 ปี ผู้เข้ารับการตรวจ กล่าวว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจที่พระองค์ท่านทรงเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ และอุ่นใจที่พระองค์ทรงพระราชทานความช่วยเหลือเพื่อที่ประชาชนจะได้อุ่นใจและการ์ดไม่ตก โดยที่ประชาชนร่วมมือกันให้ความร่วมมือกับทางราชการ ทั้งนี้ ทราบข่าวมาจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จึงได้ช่วยจัดเตรียมสถานที่บริเวณสโมสรของหมู่บ้าน พระองค์เป็นห่วง อยากให้ประชาชนอุ่นใจ สบายใจขึ้น จะได้รู้ว่าจากการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเราสามารถป้องกันได้ส่วนหนึ่ง ขอบคุณพระองค์ท่านที่เป็นห่วงราษฎรทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายทุย หมั่นมา อายุ 79 ปี ผู้เข้ารับการตรวจ กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 ท่านช่วยประชาชน พระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย และรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ ตนทราบข่าวมาจากทางจังหวัดว่าจะมีการตรวจจึงได้เดินทางมา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ อยู่ปกครองประเทศชาติตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน น.ส.จันทราทิพย์ ทองทับ อายุ 17 ปี ผู้เข้ารับการตรวจ กล่าวว่า รู้สึกขอบพระคุณที่พระองค์ทรงมีพระเมตตา พระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย และรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ ตนทราบข่าวจากรถกระจายเสียงในหมู่บ้านบอกว่าใครสมัครใจก็สามารถมาตรวจได้ ขอบพระคุณพระองค์ท่านที่ออกมาช่วยเหลือชาวจังหวัดสมุทรสาคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นความโชคดีของชาวไทยที่มีกษัตริย์ทุกพระองค์คอยประทับเคียงข้างพสกนิกรในยามที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆให้ผ่านพ้นไปด้วยดี ด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นที่ทรงต้องการให้พสกนิกรอยู่อย่างร่มเย็นภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91642</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย, สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_6017a9e27783e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรสวนสมเด็จย่าจ.เพชรบุรี ทรงร่วมยิงหนังสติ๊กปลูกป่าทางไกล-แปรรูปสมุนไพร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ธ.ค.63 - ด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงตั้งมั่นในพระราชหฤทัยที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดั่งความตอนหนึ่งในพระพระราชดำรัสวันสตรีไทย ประจำปี 2562 ความว่า &amp;quot;ข้าพเจ้ามีความตั้งมั่นที่จะสนองพระเดชพระคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เหมือนดั่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด และแผ่ขยายพระบารมีแห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 24 ธ.ค.63 เวลา 18.10 น.สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ เป็นการส่วนพระองค์ ในโครงการสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยมีนาย นายภัคพงษ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเฝ้าฯรับเสด็จ การนี้ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระบรมรูปพระบาทสมด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ณ ค่ายนเรศวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงโครงการสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสร็จประทับรถรางพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ทอดพระเนตร และทรงรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริในการดำเนินโครงการฯ และทรงรับฟังการบรรยายการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4อย่าง และการปลูกป่าโดยวิธีปลูกป่าทางไกล และทรงปลูกป่าทางไกลด้วยการยิงหนังสติ๊ก เมล็ดมะขาม เมล็ดมะกำตัน เมล็ดต้นคูณ&amp;nbsp; การนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงนำหนังสติ๊กส่วนพระองค์ที่ทรงทำจากยางพลาสติกของแท้มาทรงยิงเมล็ดมะขาม เมล็ดมะกำตัน เมล็ดต้นคูณ ไปทางหุบเขาป่าหัวโล้นด้วยความสนพระทัย พร้อมทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมผู้ที่คิดค้นวิธีการปลูกป่าด้วยวิธีนี้นอกจากจะทำให้ป่าไม้มีความสมบูรณ์แล้ว ยังช่วยทำให้คนเพลิดเพลินในการยิงหนังสติ๊กอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาประทับรถรางพระที่นั่งไปยังสระเก็บน้ำ A และสระเก็บน้ำ B ทรงรับฟังการบรรยายสรุปเรื่องการบริหารจัดการน้ำภายในพื้นที่โครงการฯ และทอดพระเนตรพืชสมุนไพรสวนนานาพฤกษสมุนไพร โอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงร่วมกิจกรรมการแปรรูปสมุนไพรในรูปแบบต่างๆ อาทิ ทรงทดลองทำลูกประคบสมุนไพร ตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นผสมสมุนไพร กระทั่งการมัดลูกประคบด้วยพระองค์เอง ทรงปรุงยาหม่องน้ำมันไพล น้ำมันไพล และสเปรย์กันยุงจากมะกรูด และตะไคร้หอม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อได้เวลาอันสมควร เสด็จฯ เข้าภายในอาคารสำนักงานโครงการฯ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กราบบังคมทูลถวายรายงาน ความเป็นมาและการบริหารจัดการโครงการ สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&amp;nbsp; ทอดพระเนตรวีดิทัศน์ภาพรวมโครงการสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้วยความสนพระราชหฤทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์จากโครงการชัยพัฒนา,โครงการชั่งหัวมัน และชมผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน จาก 8 อำเภอ ในจังหวัดเพชรบุรี อาทิผลิตภัณฑ์กระเป๋าศรนารายณ์ทรงโมเดร์น จากกลุ่มอาชีพสตรีจักสานป่าศรนารายณ์ อ.ชะอำ ผลิตภัณฑ์กล้วยหอมทองแปรรูป ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนวัยหวาน ,กระเป๋าผ้า อ.หนองหญ้าปล้อง ,ผลิตภัณฑ์เกลือทะเลแปรรูปที่นำมาเป็นผลิตภัณฑ์สปา จาก อ.บ้านแหลม, ผลิตภัณฑ์ผ้าทอกระเหรี่ยงโปว์ บ้านสองพี่น้อง อ.เมืองเพชรบุรี และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ลูกตาลเป็นขนมหวายและสบู่บำรุงผิว จาก อ.ท่ายาง เป็นต้น ทั้งนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ได้พระราชทานกำลังใจให้แก่ตัวแทนร้านต่างในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ อีกทั้งทรงอุดหนุนสินค้าจากชาวบ้านทั้ง 8 อำเภอ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ร้านต่างๆ นำมาซึ่งความปลาบปลื้มสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตั้งอยู่ที่ หมู่ 6 ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียงกับโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพื้นที่ห้วยทราย เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2526 ได้มีพระราชกระแสรับสั่งว่า พื้นที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และบริเวณใกล้เคียง เคยมีความอุดมสมบูรณ์มาก มีน้ำตกและลำธารไหลหล่อเลี้ยงพื้นที่ตลอดปี แต่ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวกลับเสื่อมโทรมลง ปริมาณน้ำฝนลดน้อยลงทุกปี และไม่ตกต้องตามฤดูกาลเกรงว่าพื้นที่นี้จะแห้งแล้งกลายเป็นทะเลทราย จึงมีพระราชดำริให้พัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าว ประมาณ 15,880 ไร่ ให้เป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนา ด้านการเกษตรกรรม โดยเน้นการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าไม้ให้กลับอุดมสมบูรณ์ดังเดิม สามารถทำการปลูกพืชต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการปลูกป่า จัดหาแหล่งน้ำสนับสนุนการปลูกป่า และการเพาะปลูกพืช จัดระเบียบราษฎรให้ราษฎรในพื้นที่โครงการเข้าอยู่อาศัย และทำกินอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และสอดคล้องกับธรรมชาติ ให้ราษฎรเข้าร่วมดูแลรักษา ตลอดจนได้อาศัยผลผลิตจากป่า และการปลูกพืชต่าง ๆ โดยไม่ต้องเข้าบุกรุกทำลายป่าไม้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp; ทรงมีพระราชประสงค์จะดำเนินการทดลองการฟื้นฟูพื้นที่ ในพื้นที่ขนาดเล็ก เพราะศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ มีพื้นที่ใหญ่เกินไป และพบว่าได้พื้นที่บริเวณบ้านอ่างหิน ม.6 ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ที่อยู่ใกล้เคียงกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ มีสภาพพื้นที่เสื่อมโทรมเช่นเดียวกัน พื้นที่ดังกล่าวมีจำนวน 3 แปลง ติดต่อกันรวม 340 ไร่ แปลงที่ 1 เป็นชื่อในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แปลงที่ 2 เป็นชื่อหม่อมเจ้าหญิงลุอิสาณ์ดิสกุล แปลงที่ 3 ชื่อท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม ซึ่งในเวลาต่อมาหม่อมเจ้าหญิงลุอิสาณ์ ดิสกุลและท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม ได้ทูลเกล้าถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรจึงได้เริ่มดำเนินงานตามแนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ พระราชทาน เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 ว่า&amp;ldquo;พื้นที่ของสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พัฒนาเป็นศูนย์ศึกษา ประกอบด้วยการชลประทาน สร้างเรือนเพาะชำกล้าไม้ และกิจกรรมอื่นๆตามความจำเป็น เพื่อเป็นศูนย์กลางทางวิชาการ จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ศึกษารูปแบบการเกษตรที่เหมาะสม และถ่ายทอดสู่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป&amp;rdquo; ตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 โดยมีศูนย์โครงการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบในการสนองต่อพระราชดำริ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานที่ดินผืนนี้ให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนา ดังนั้นมูลนิธิชัยพัฒนาจึงได้เข้ามารับผิดชอบ ดำเนินงานต่อตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2548 โดยใช้งบประมาณดำเนินการทั้งหมดของมูลนิธิฯ แต่ยังคงรูปแบบการดำเนินงานตามที่พระองค์ท่านทรงพระราชทานไว้ ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;โครงการสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการดำเนินงาน เพื่อพื้นฟูสภาพพื้นที่ และการจัดการด้านการเกษตรกรรมในสวนสมเด็จฯ ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การฟื้นฟูสภาพพื้นที่ การเพิ่มพื้นที่ป่า โดยการปลูกป่าในรูปแบบ ปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างไม้ 3 อย่าง ได้แก่ ไม้โตเร็ว เช่น ไม้สะเดา ไม้กระถิน ไว้ใช้ทำฟืนหรือเผาถ่านได้ อย่างที่ 2 คือ ไม้กินได้ ไม้อาหาร ไม้ผล รวมทั้งพืชสมุนไพร และอย่างที่ 3 คือไม้ใช้สอย ไม้เศรษฐกิจ ไว้สร้างบ้านเรือน คอกสัตว์ เป็นต้น ส่วนประโยชน์อย่างที่ 4 คือการอนุรักษ์ดินและน้ำ จัดทำแปลงวนเกษตร เป็นการทำการเกษตรในพื้นที่ป่า มีการปลูกป่าแล้วแซมด้วยพืชผลต่าง ๆ เช่น ไม้ผล พืชไร่ พืชผัก รวมทั้งพืชสมุนไพรการจัดทำแปลงรวบรวมพันธุ์ไม้ประเภทต่าง ๆ เช่น รวบรวมพันธุ์ไม้ย้อมสี รวบรวมพันธุ์ไม้พื้นเมือง รวบรวมพันธุ์ไม้หอม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดการด้านเกษตรกรรม เป็นการจัดการพื้นที่เพาะปลูกพืชในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรนำไปใช้ หรือปรับใช้ การจัดระบบปลูกพืช และการทำฟาร์มแบบผสมผสาน การปลูกพืชโดยมีไม้ผล เช่นมะม่วง เป็นหลัก และปลูกแซมด้วยพืชอายุเก็บเกี่ยวสั้น เช่น พืชไร่ พืชผัก หรือไม้ผลขนาดเล็ก เพื่อให้มีรายได้ตลอดปี การปลูกพืชหมุนเวียนชนิดต่าง ๆ ให้มีรายได้ตลอดปี เช่น ในที่ลุ่มมีการทำนา โดยปลูกพืชไร่ก่อน และหลังนา หรือการปลูกพืชผักหลังทำนา ส่วนที่ดอนจะมีการปลูกพืชไร่ชนิดต่าง ๆ หมุนเวียนไป เช่น ข้าวโพด ถั่วเขียว ถั่วลิสง การจัดทำแปลงสาธิต แปลงเกษตรตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ ทั้งแบบที่อาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว และแบบที่สามารถเติมน้ำในสระได้ การเพาะเห็ดจากวัสดุเหลือทางการเกษตร การใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกในระบบการปลูกพืช โดยทดลองปลูกร่วมกับไม้ผล พืชผัก ไม้ดอก พืชไร่ เพื่อช่วยป้องกันการชะล้าหน้าดินบริเวณแปลงปลูกพืช พร้อมกับมีการตัดใบมาใช้คลุมแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้ประโยชน์ของพืชสมุนไพรโดยร่วมกับคณะเภสัช มหาวิทยาลัยมหิดล ปลูกพืชสมุนไพรโดยจัดเป็นหมวดหมู่ เพื่อใช้ประโยชน์ในการดูแลรักษาตนเองเบื้องต้นในชุมชน เช่น กลุ่มแก้อาการท้องผูก ถ่ายพยาธิ กลุ่มแก้ท้องเสีย แก้บิด กลุ่มขับปัสสาวะ กลุ่มแก้ไข้ กลุ่มที่มีฤทธิ์ต่อระบบหายใจ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้แปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น ทำลูกประคบ ทำยาหม่องสมุนไพรสูตรต่าง ๆ และชาสมุนไพร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งน้ำภายในโครงการสวนสมเด็จย่า การจัดหาแหล่งน้ำเป็นพระราชดำริลำดับแรกที่ต้องจัดทำ เพื่อสนับสนุนการปลูกป่า และการเพาะปลูกพืช พื้นที่ภายในโครงการสวนสมเด็จฯ ได้มีการพัฒนาแหล่งน้ำมาเป็นลำดับจนปัจจุบัน สามารถบริหารจัดการน้ำได้ในระบบอ่างพวง ซึ่งเป็นแนวพระราชดำริ ที่พระองค์ท่าน พระราชทานไว้ให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87946</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล, สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี, สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe545c96e3d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระราชินี&#039;ทรงออกแบบถุงผ้าไทยใส่เจลแอลกอฮอลล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (COVID-19) ที่มีในประเทศไทย &amp;nbsp;โอกาสนี้ ในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2559 -2560 ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมา ระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมราษฎรชาวจังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง ที่มาเฝ้ารับเสด็จบริเวณอาคารอเนกประสงค์ ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ทรงคล้องเจลแอลกอฮอลล์ล้างมือที่ทรงออกแบบถุงสำหรับใส่เจลแอลกอฮอลล์เป็นผ้าลายไทยด้วยพระองค์เองไว้ที่ข้อพระกรตลอดเวลา อันแสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงตระหนักถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างในการป้องกันและดูแลพระองค์เองขั้นพื้นฐาน อีกทั้งยังทรงสนับสนุนการนำผ้าไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศมาออกแบบให้มีความนำสมัยและสามารถใช้ได้ในหลายโอกาส
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86394</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ้าไทย, สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd071bad60d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039;โปรดเกล้าฯ ประธานองคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์บำเพ็ญพระราชกุศลวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระราชินี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.2563 - &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเพลและถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ ผู้แทนพระองค์ไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วางพวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ กราบ จากนั้นผู้แทนพระองค์เข้าพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศบูชาพระพุทธอังคีรส ประธานพระอุโบสถ &amp;nbsp;แล้วจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่7 &amp;nbsp;กับพระราชสรีรางคาร สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่7 และพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระบรมชนการิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรกราบถวายความเคารพพระราชอาสน์นั่งเก้าอี้ที่จัดไว้ เจ้าพนักงานศุภรัตอาราธนาศีล ผู้แทนพระองค์ รับศีลสมเด็จพระวันรัตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหารประธานสงฆ์ให้ศีลจบเจ้าพนักงานศุภรัตอาราธนาพระปริตรพระสงฆ์ 43 &amp;nbsp;รูป เจริญพระพุทธมนต์เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทเสกกำน้ำพระพุทธมนต์ ผู้แทนพระองค์ไปจุดเทียนที่ครอบพระกริ่งทำน้ำพระพุทธมนต์แล้วถวายที่ครอบพระกริ่งทำน้ำพระพุทธมนต์แด่ประธานสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบ ผู้แทนพระองค์ไปถวายสำรับภัตตาหารแด่ประธานสงฆ์ถวายความเคารพพระราชอาสน์ กลับมานั่งเก้าอี้ ณ ที่เดิม สำรับภัตตาหารนอกนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพารผู้ใหญ่ประเคนตามลำดับ เมื่อพระสงฆ์ฉันเสร็จแล้ว &amp;nbsp;เจ้าพนักงานถอนสำรับภัตตาหารแล้วตั้งเครื่องสังฆทานหน้าพระสงฆ์เรียบร้อยแล้วผู้แทนพระองค์กล่าวคำถวายสังฆทานจบ พระสงฆ์กล่าวคำ&amp;quot;สาธุ&amp;quot; ผู้แทนพระองค์ไปถวายเครื่องสังฆทานพระราชทานแด่สมเด็จพระสังฆราช ถวายความเคารพพระราชอาสน์ กลับมานั่งเก้าอี้ ณ ที่เดิม เครื่องสังฆทานนอกนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ข้าราชบริพารผู้ใหญ่ประเคนตามลำดับ &amp;nbsp;ผู้แทนพระองค์กรวดน้ำพระสงฆ์อนุโมทนาถวายอดิเรกผู้แทนพระองค์กราบที่หน้าเครื่องนมัสการและกราบลา สมเด็จพระสังฆราชถวายความเคารพพระราชอาสน์ ผู้แทนพระองค์เดินทางกลับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67714</URL_LINK>
                <HASHTAG>บำเพ็ญ, ประธานองคมนตรี, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชกุศล, พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, วันเฉลิมพระชนมพรรษา, สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200603/image_big_5ed738e8eaf2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
