<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ถวายราชสักการะ &#039;สมเด็จพระนเรศวร&#039; เนื่องในวันยุทธหัตถี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.64 - เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ พระบรมราชานุสรณ์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 2 มีพระนามเดิมว่า พระนเรศวร หรือ &amp;quot;พระองค์ดำ&amp;quot; เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตริย์ (พระราชธิดาของสมเด็จ พระศรีสุริโยทัยและสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ) เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. 2098 ณ พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก พระองค์ทรงมีมีพระเชษฐภคินีคือ พระสุพรรณกัลยา มีพระอนุชาคือ สมเด็จพระเอกาทศรถ (องค์ขาว) และเป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับสมเด็จพระศรีสุริโยทัย ในขณะที่พระองค์ทรงพระเยาว์ พระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์พม่า ได้ยกทัพมาตีเมืองพิษณุโลก และทรงขอสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ไปเลี้ยงเป็นพระราชบุตรบุญธรรมเพื่อเป็นตัวประกันที่หงสาวดี จนพระชนมายุได้ 15 พรรษา พระองค์จึงเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระมหาอุปราชปกครองเมืองพิษณุโลก ในปี พ.ศ.2098 ทรงหลั่งน้ำทักษิโณทก ณ เมืองแครง ประกาศอิสรภาพของชาติไทยโดยไม่ขึ้นกับพม่าอีกต่อไป และทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2133 ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์สุโขทัย สิริรวมการครองราชย์สมบัติ 15 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 รวม พระชนมพรรษา 50 พรรษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระกฤดาภินิหาร ในความเป็นนักรบที่กล้าหาญซึ่งได้รับการยกย่องสรรเสริญในวีรกรรมที่ได้ทรงประกาศอิสรภาพ ทำให้เมืองไทยพ้นจากอำนาจของพม่า และเมื่อพม่ายกกองทัพมาเหยียบย่ำพื้นแผ่นดินไทยให้ตกอยู่ในอำนาจ กองทัพพม่าครั้งนั้นใหญ่หลวงนัก มีพระมหาอุปราชาเป็นจอมทัพ ยกตีเข้ามาถึงเมืองสุพรรณบุรี สมเด็จพระนเรศวรได้ยกกองทัพออกไปต่อสู้ ในที่สุด สมเด็จพระนเรศวรได้ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราช ในท่ามกลางเหล่าทหารข้าศึก สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงของ้าวแสนพลพ่าย ฟันต้องพระอังสาของพระมหาอุปราชาขาดสิ้นพระชนม์ชีพอยู่กับคอช้าง สมเด็จพระนเรศวรและกองทัพไทยได้รับชัยชนะอย่างมหัศจรรย์ เป็นที่เลื่องลือพระบรมเดชานุภาพไปยังประเทศใกล้เคียง เมื่อเสร็จสงครามยุทธหัตถีแล้ว สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โปรดให้สร้างสถูปเป็นอนุสรณ์ไว้ที่ทุ่งหนองสาหร่าย ตำบลตระพังตรุ ตรงกับที่ทรงทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา เรียกกันว่า เจดีย์ยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 รวม พระชนมพรรษา 50 พรรษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลได้ตระหนักถึงพระราชวีรกรรมและคุณูประการอันยิ่งใหญ่ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมีต่อประเทศชาติไทยอันควร จะได้เทิดทูนพระเกียรติยศให้ปรากฏเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์และประกาศให้ถือวันที่ 25 มกราคมของทุกปีเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาติไทย และวันที่ 18 มกราคม ถือเป็น &amp;quot;วันยุทธหัตถี&amp;rdquo; หรือ &amp;quot;วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90216</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสุพรรณบุรี, พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข, วันยุทธหัตถี, สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, องคมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_600552ba620cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นักวิชาการอิสระชำแหละยิบ!เหตุตั้งคำถามรายการ&#039;ช่องส่องผี&#039;จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3ก.ค.53-นายวรา จันทร์มณี นักวิชาการอิสระ เลขาธิการชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม โพสต์ความเห็นกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ ช่องส่องผี เสนอรายการบิดเบือนประวัติศาสตร์&amp;nbsp; หัวข้อ ทำไมเราต้องตั้งคำถามกับรายการช่องส่องผี มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เหตุที่เราต้องตั้งคำถามกับรายการช่องส่องผี เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของสาธารณะ กล่าวคือ มีการนำเสนอข้อมูลแบบเลื่อนลอย บิดเบือนประวัติศาสตร์ ไร้เอกสารหลักฐานรองรับ เข้าไปดำเนินการในวัดหรือโบราณสถาน อันเกี่ยวข้องกับศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ส่งผลถึงศรัทธาความเชื่อ และผลประโยชน์ของประชาชน โดยผมมีข้อสังเกต 3 ประการ เกี่ยวกับรายการนี้ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 1 มีการบิดเบือนประวัติศาสตร์
การบอกว่าโปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม เป็นการพูดเพื่อหลบเลี่ยง วิจารณญาณนั้นต้องมีพื้นฐานคือปัญญา มีความรู้ข้อมูลรองรับ การอ้างว่าเป็นประวัติศาสตร์นอกตำรา ค่อนข้างไม่ผิดชอบไปหน่อย ประวัติศาสตร์ต้องมีหลักฐาน เอกสาร ข้อมูล รองรับ เช่น มีอยู่ในศิลาจารึก บันทึก จดหมายเหตุ พงศาวดาร หรือตำนานมุขปาฐะ มิอย่างนั้นใครจะตู่มโนอะไรขึ้นมาเองก็ย่อมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 2 มีการกระทำย้อนแย้งกับหลักพุทธศาสนา
อ้างว่าชวนคนเข้าวัดทำบุญ สอนให้เกรงกลัวต่อบาป แต่กลับโกหก บิดเบือนประวัติศาสตร์, การสร้างเหรียญกอร์กอนอสุรกายในตำนานกรีก มีการปลุกเสกวัตถุมงคลในวัด แถมยังอ้างว่ามีบรรดาบูรพกษัตริย์ เช่น พระนเรศวร พระเจ้าตาก ท่านบุญมา วังหน้าในสมัยรัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 9 มาร่วมพิธี เห็นเทพเจ้าต่างๆ พระศิวะ พระอุมา พระพรหม พระนารายณ์ พระวิษณุกรรม การอัญเชิญพระเกจิอาจารย์ หลวงพ่อทวด หลวงพ่อวัดไร่ขิง หลวงพ่อเปิ่น หลวงปู่มั่น หลวงปู่ฤาษีลิงดำ พระสังฆราชแพ รวมถึงหลวงปู่ฤาษีร้อยแปด แม้ผมเองก็เชื่อในพลังเหนือธรรมชาติ แต่พฤติกรรมเล่นใหญ่หลายครั้งหลายหนในรายการดังกล่าว ไม่สอดคล้อง จนชวนตั้งคำถามว่าเป็นการจัดฉากแสดงละครเพื่อหลอกลวงมอมเมาประชาชนหรือไม่ ชวนเข้าวัดเพื่อให้หลุดพ้นหรือหลงงมงายเข้าไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 3 มีการเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ทางการเงิน ในช่องทางต่างๆ คือ
3.1) การทำเหรียญกอร์กอน ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตระบุว่ามีราคาตั้งแต่ 299 บาท ถึง 12,999 บาท
3.2) มีการดูดวง จริงหรือไม่ว่าการดูดวงเคยเริ่มต้นที่ราคา 500 บาท จนปัจจุบันราคา 3,000 บาท และมีประชาชนจำนวนมากไม่ได้ดู และไม่ได้รับเงินคืน
3.3) จริงหรือไม่ว่ามีการสะเดาะห์เคราะห์ โดยคิดค่าครู 5,000 บาท ถ้าถอนของเกี่ยวกับวิญญาณเด็กด้วย ค่าครู 5,999 บาท
3.4) มีการเรี่ยไรเงิน
สรุปจากทั้ง 3 ประการข้างต้น รายการช่องส่องผี มีการดำเนินรายการที่บิดเบือนประวัติศาสตร์ พูดถึงสิ่งเร้นลับที่พิสูจน์ไม่ได้ โน้มน้าวให้ประชาชนศรัทธาหลงเชื่อคล้อยตาม จนเป็นเหตุที่เราต้องตั้งคำถามว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายหลอกลวง มอมเมาประชาชน หรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติหน้าที่ กล่าวคือ
1. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
หากมีการบิดเบือนประวัติศาสตร์ อันนำไปสู่การหลอกลวงมอมเมาประชาชน กสทช. ควรพิจารณาถอดออกจากรายการโทรทัศน์ทางช่อง 8
2. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
หากมีการบิดเบือนประวัติศาสตร์ อันนำไปสู่การหลอกลวงมอมเมาประชาชน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้องดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
3. กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
หากมีการบิดเบือนประวัติศาสตร์ อันนำไปสู่การหลอกลวงมอมเมาประชาชน กรมการศาสนาควรพิจารณากำหนดมาตรการห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
หากมีการบิดเบือนประวัติศาสตร์ อันนำไปสู่การหลอกลวงมอมเมาประชาชน กรมศิลปากรควรพิจารณาห้ามเข้าไปทำรายการในเขตโบราณสถาน
เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ไม่เฉพาะแต่รายการช่องส่องผี หากในปัจจุบันมีรายการในโทรทัศน์และอินเตอร์เน็ตจำนวนมาก ที่ กสทช. กระทรวงดิจิทัลฯ กรมการศาสนา ควรสอดส่องดูแล และทำงานในเชิงรุก อย่าปล่อยปละละเลย เช้าชามเย็นชาม เป็นเสือนอนกิน แล้วปล่อยให้ประชาชนถูกหลอกมอมเมา ทั้งนี้ในส่วนของพี่น้องประชาชน แม้ว่าเรื่องของความเชื่อความศรัทธาจะเป็นสิทธิส่วนบุคคล ห้ามกันไม่ได้ แต่เพื่อความรอบคอบ และด้วยความปรารถนาดี พี่น้องประชาชนเองก็ควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อ หรือหลงไปร่วมกิจกรรมใดๆ&amp;nbsp; เพื่อปกป้องประโยชน์ของตัวท่านเอง เพราะมีอยู่หลายครั้งหลายหนที่เราได้ยินข่าวว่าบุคคลต่างๆ ถูกหลอก เพราะด่วนเชื่อโดยไม่พิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบ
เรื่องความเชื่อนี้ พระพุทธองค์เคยเตือนในหลักกาลามสูตร ว่าด้วยวิธีปฏิบัติต่อสิ่งที่ตนสงสัย หรือหลักความเชื่อ 10 ประการ คือ
อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามๆ กันมา
อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบๆ กันมา
อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ
อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์
อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก
อย่าปลงใจเชื่อ เพราะการอนุมาน
อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล
อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว
อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้
อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้ เป็นครูของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ขอยกตัวอย่างที่รายการช่องส่องผีบิดเบือนประวัติศาสตร์ 8 กรณี ดังนี้
กรณีที่ 1 พระเจ้าตากทรงช้างไม่เป็น
ในตอนหนึ่งของรายการบอกว่า &amp;ldquo;...พระเจ้าตากท่านไม่ได้ทรงช้าง ท่านทรงช้างไม่เป็น ท่านทรงม้าอย่างเดียว...&amp;rdquo;
ในพระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับหมอบรัดเล บันทึกไว้ว่าชัดเจนว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (พระเจ้าตาก) ทรงประทับช้างหลายครั้ง เริ่มจากการเดินทัพไปทางภาคตะวันออก ถึงบ้านนาเกลือพบกับกองกำลังของนายกลม ซึ่งคอยสกัดอยู่ จึงขึ้นทรงช้างเข้าไปหานายกลม นายกลมและพวกเกรงกลัว ยอมอ่อนน้อมโดยดี
ต่อมา ในการรบกับเมืองจันทบุรี พระองค์ทรงประทับบนหลังช้างพังคีรีบัญชรขับเข้าชนทำลายประตูเมืองจันทบุรี
ในคราวยึดเมืองนครศรีธรรมราช ทัพหน้าของพระองค์สามารถขับไล่เจ้าเมืองนครออกจากเมืองได้แล้ว พระองค์จึงทรงช้างพลายเพชรเข้าเมือง
อีกคราว หลังจากขับไล่พม่าออกจากเมืองเชียงใหม่แล้ว ทรงช้างพลายคเชนทรเยียรยงเข้าไปตรวจความเรียบร้อยในเมือง
เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ 2 วัดกุฎีดาว
2.1) อ้างว่าวัดกุฎีดาว (ต.ไผ่ลิง จ.พระนครศรีอยุธยา) สร้างในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์
ไม่จริง เพราะวัดกุฎีดาวสร้างก่อนนานมาก โดยมีปรากฏในหนังสือพงศาวดารเหนือว่า พระยาธรรมิกราช ซึ่งเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงสร้างเมื่อจุลศักราช 671 หรือ พ.ศ.1852 ก่อนก่อตั้งกรุงศรีอยุธยา (1893) หรืออย่างน้อยก็มีการบันทึกว่าวัดนี้ได้รับการปฏิสังขรณ์โดยสมเด็จพระอนุชาธิราชกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ) ใน พ.ศ. 2254 ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ ก่อนเจ้าฟ้าเอกทัศ (พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ) ประสูติด้วยซ้ำ (ประสูติ พ.ศ. 2275)
2.2) การกล่าวว่าเจดีย์วัดกุฎีดาวพังเพราะถูกพม่ายิงปืนใหญ่ใส่ ไม่จริง เพราะเจดีย์เพิ่งพังถล่มลงมาราว 100 ปีนี่เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ 3 ขุนแผนกับขุนวรวงศาธิราช
การพูดที่วิหารวัดป่าเลไลยก์ เชื่อมโยงว่าขุนแผนจากวรรณกรรมเรื่อง &amp;ldquo;ขุนช้างขุนแผน&amp;rdquo; เป็นญาติกับคุณวรวงศาธิราช (ชื่อเดิมบุญศรี) บอกว่าเป็นคนสุพรรณเหมือนกัน ขุนแผนเป็นคนพาบุญศรีเข้าวัง จึงได้เจอกับแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ ทั้งๆ ที่ขุนแผนเป็นแค่ตัวละครในวรรณคดี ส่วนขุนวรวงศาธิราช บางทฤษฎีเชื่อว่าเป็นบุตรหรือมีเชื้อสายสืบทอดมาจากเจ้าเมืองศรีเทพ หรือสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์อู่ทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ 4 พระปีย์
มีการทักผู้ร่วมรายการว่าในอดีตชาติเป็นพระปีย์ โอรสบุญธรรมของสมเด็จพระนารายณ์ และพระปีย์เสียใจมากที่พระนารายณ์สิ้นพระชนม์ ทั้งที่ความจริงพระปีย์เสียชีวิตก่อนพระนารายณ์ โดยในขณะที่พระปีย์กำลังล้างหน้าอยู่ที่ริมหน้าต่างตอนเช้าก็ถูกขุนพิพิธรักษา คนของหลวงสรศักดิ์ (พระเจ้าเสือ) ผลักตกหน้าต่าง ก่อนที่จะถูกพระเพทราชาจับไปสำเร็จโทษ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2231 แล้วทิ้งศพไว้ที่วัดซาก ส่วนพระนารายณ์ ซึ่งประชวรอยู่ เมื่อฟื้นคืนพระองค์ก็ได้ตรัสบริภาษสาปแช่งพระเพทราชาและหลวงสรศักดิ์ นับแต่วันนั้นก็ทรงเศร้าซึม และเสด็จสวรรคตในวันที่ 11 กรกฎาคม 2231&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ 5 สุนทรภู่
บอกว่าสุนทรภู่ตายที่เมืองแกลง จ.ระยอง ไม่จริง เพราะมีหลักฐานบันทึกว่าสุนทรภู่ตายที่กรุงเทพฯ ไม่ที่วัดสมอแครงหรือวัดเทวราชกุญชร ปากคลองผดุงกรุงเกษม, ก็ที่บ้านในสวนริมวัดเรไร เยื้องวัดป่าเชิงเลน (คนละฝั่งคลองชักพระ) เขตตลิ่งชัน หรือที่พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ 6 นายจันทร์หนวดเขี้ยว
มีการทักผู้ร่วมรายการว่ามีอดีตชาติเป็นลูกชายนายจันทร์หนวดเขี้ยว มีกล้องจับเห็นนายจันทร์หนวดเขี้ยวมายืนลูบหัวอยู่ด้วย และยังอ้างว่านายจันทร์หนวดเขี้ยวสั่งให้ลูกชายไปหาพระเจ้าตากที่จันทบุรี ซึ่งเวลาไม่สอดคล้องกัน กล่าวคือบางระจันแตกเมื่อกลางปี 2309 แต่พระเจ้าตากไปจันทบุรีในเดือนมิถุนายน 2310 เวลาห่างกันเป็นปี (หรือนายจันทร์หนวดเขี้ยวจะมีโดเรม่อนมาบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า?)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ 7 พระยาวิเศษฤาชัย (ช้าง) เจ้าเมืองฉะเชิงเทรา
การบอกว่าพระยาวิเศษฤาชัย (ช้าง) ถูกอั้งยี่แทงตาย ไม่จริง เพราะท่านแก่ตาย, บอกว่าเมียพระยาช้างชื่อนางหุ่น ทั้งที่จริงชื่อนางมี หนำซ้ำยังบอกว่าลูกหลานตายหมดไม่มีใครทำบุญให้ ทั้งที่ความจริงลูกหลานของพระยาช้างมีนับร้อยหลายสายกระจายอยู่ทั่ว จ.ฉะเชิงเทรา อาทิ ที่บางคล้า สนามชัยเขต พนมสารคาม และวัดเกาะจันทร์ ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ 8 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไกรสร กรมหลวงรักษ์รณเรศ (หม่อมไกรสร)
การไปพบดวงวิญญาณของพระองค์เจ้าไกรสร (พระราชโอรสในรัชกาลที่ 1 กับเจ้าจอมมารดาน้อยแก้ว ต้นราชสกุลพึ่งบุญ และอนิรุทธเทวา) ที่ศาลารูปปั้นวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ ซึ่งพระองค์ทรงสร้าง และบอกว่าหม่อมไกรสรเคยมาปราบอั้งยี่ด้วย ซึ่งไม่จริง พระองค์สิ้นพระชนม์ก่อนที่อั้งยี่จะมายึดเมือง โดยถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ที่วัดปทุมคงคา เมื่อวันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2391 ส่วนรูปปั้นท่านเพิ่งมีคนเอามาตั้งราว พ.ศ.2530-2532&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้าย ในส่วนของการเรี่ยไรเงิน หากตรวจสอบรายการนี้ ก็ควรตรวจสอบทุกกรณีที่มีการเรี่ยไรเงิน ไม่ควรเลือกปฏิบัติ ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พุทธศักราช 2487 ที่มีอายุถึง 76 ปีแล้ว อาจมีบางประเด็นล้าสมัยและต้องพิจารณาแก้ไข ยกตัวอย่าง การที่ประชาชนเรี่ยไรกันเพื่อประโยชน์สาธารณะ เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐ หรือการปกป้องทรัพยากรที่มีคู่กรณีอยู่ในฝ่ายราชการหรืออยู่ภายใต้อำนาจรัฐ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*ขอขอบคุณข้อมูลจากกัลยาณมิตรทุกท่าน, เพจตามรอยเจ้าตาก, เพจโบราณนานมา, เพจ Anti สื่อรายการโทรทัศน์ที่บิดเบือนประวัติศาสตร์ชาติ, เพจกลุ่มประวัติศาสตร์หลังเที่ยงคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70380</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรา จันทร์มณี, บิดเบือนประวัติศาสตร์, บูรพกษัตริย์, รายการช่องส่องผี, สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, เหรียญกอร์กอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5ed999bc38aaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2019 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2019 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักท่องเที่ยวแห่ชมงานรำลึกประวัติศาสตร์วีรกรรมสมเด็จพระนเรศวรฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำคืนที่ผ่านมา นายพินิจ แก้วจิตคงทอง ปลัดจังหวัดลำปาง ได้เป็นประธานพิธีเปิด งานน้อมรำลึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นครลำปาง ประจำปี 2562 พร้อมรับชมการแสดงแสง สี เสียง ประวัติศาสตร์วีรกรรมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เรื่อง &amp;quot;นเรศวร วีรกษัตรา เกริกฟ้าคู่ปฐพี&amp;quot; อย่างยิ่งใหญ่อลังการ โดยมีนายสถาพร สุขโข นายอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนรัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชนและประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยว เข้าร่วมงานและชมการแสดงอย่างคับคั่ง &amp;nbsp;ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชนครลำปาง ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ งานน้อมรำลึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นครลำปาง ประจำปี 2562 มีการจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้ว โดยเป็นกิจกรรมหนึ่งในการปลูกจิตสำนึก การเคารพเทิดทูนสถาบัน การสร้างความปรองดองและส่งเสริมการปฏิบัติตามค่านิยม 12 ประการ โครงการเสริมสร้างความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยในจังหวัดลำปาง เพื่อให้ประชาชนเกิดความสำนึก รักหวงแหนในแผ่นดินถิ่นเกิด รับทราบในวีรกรรมอันกล้าหาร และความเสียสละของพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;ปลูกฝังอุดมการณ์ให้ประชาชนเกิดความรักชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ เพื่อนำไปสู่ความสมัครสมานสามัคคี และเป็นการประชาสัมพันธ์พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชนครลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยงานจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 17-22 ม.ค.62 รวม 6 วัน 6 คืน ผนวกร่วมกับกิจกรรมงานฤดูหนาวของเทศบาลเกาะคาโดยภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย การแข่งชกมวย การประกวดร้องเพลง การแสดงและกิจกรรมบนเวที การแข่งขนกีฬาเปตอง การประกวดอาหารพื้นบ้าน การประกวดรำวงย้อนยุค การฟ้อนบูชา ถวายสมเด็จพระนเรศวร ของกลุ่มจิตอาสาจำนวน 300 คน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26970</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครลำปาง, นเรศวร วีรกษัตรา เกริกฟ้าคู่ปฐพี, ลำปาง, สมเด็จพระนเรศวรมหาราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190119/image_big_5c42971e69455.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เป้-ทวีฤทธิ์&#039;ทุ่มเกินร้อย-ภูมิใจรับบท&#039;พระนเรศ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นที่สุดของความภูมิใจ ครั้งหนึ่งในชีวิตนักแสดงกับการสวมบท &amp;ldquo;พระนเรศ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;สมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;rdquo; สำหรับหนุ่มมาดเข้ม เป้-ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์ ในซีรีส์ประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์2 ภาคประกาศอิสรภาพ ผลงานกำกับฯ ของ คุณชายอดัม-ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล งานนี้เจ้าตัวบอกว่าทุ่มเทอย่างเต็มที่ ฝึกเข้มทั้งขี่ม้า ฟันดาบ ทักษะการต่อสู้ต่างๆ รวมถึงทำการบ้านอย่างหนักเพื่อถ่ายทอดบทพระนเรศให้ดีที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ความรู้สึกภูมิใจมากๆครับ ที่ได้รับบท พระนเรศ สวมบทเป็นพระองค์ท่าน ผู้เป็นกษัตริย์และนักรบเป็นที่กราบไหว้ของคนทั้งประเทศ&amp;nbsp; ตอนที่มาแคสบทละครตัวนี้ บอกตามตรงผมไม่มั่นใจที่จะได้โอกาสรับบทนี้เลยครับ แต่เมื่อทางทีมงานโอเค ยอมรับในตัวผม ผมก็พร้อมทุ่มเท ทำหน้าที่ในการสวมบทนี้ให้ดีที่สุด สมบทบาทเป็นพระองค์ให้ได้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเรื่องนี้ ผมรู้สึกซาบซึ้งและดีใจอยู่ตลอดว่าการทำงานในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยทำให้คนรักชาติสามัคคีกันมากขึ้น ซึ่งผมตั้งใจถ่ายทอดทุกอย่างออกมาให้ดีที่สุด และบอกกับตัวเองว่าเป็นการได้รับใช้ชาติไปในตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการร่วมงานกับคุณชายอดัม นี่คือครั้งแรก รู้สึกโชคดีมากที่ได้โอกาสทำงานกับคนทำงานที่เก่งและเป็นมืออาชีพ คุณชายเป็นคนทำงานค่อนข้างเร็ว ตรงไปตรงมา และรู้จักในการแก้ปัญหาตลอด รวมถึงความตั้งใจของคนทำงานในแต่ละฝ่ายและทุกๆคน ทำให้ผมมั่นใจ พร้อมทุ่มเทในการทำงานมากขึ้น ในการเรียนขี่ม้า ฟันดาบ ฯลฯ ผมก็ทำทุกอย่างเต็มที่ สุดท้ายขอฝาก ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์ ภาคประกาศอิสรภาพ อยากให้ทุกคนได้ติดตามเรื่องราวที่เข้มข้น ที่ถ่ายทอดด้วยทีมงานที่ทุ่มเทด้วยนะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16960</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณชายอดัม, ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช, พระนเรศ, ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล, สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, เป้-ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b90f04d6f54f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
