<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ถวายพระพร‘พระพันปีหลวง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา &amp;quot;สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;quot;&amp;nbsp; ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายพสกนิกรที่มาเฝ้าฯ รอรับเสด็จ &amp;quot;ปชช.&amp;quot; เปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; นำประชาชนทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 ส.ค. เวลา 18.01 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระที่นั่งอมรินทรวินิฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสด็จฯ ถึงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จฯ ขึ้นชานหน้าพระอุโบสถ ทรงรับการถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของบรรพชิตจีนและญวน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนพระมหามงคล 1 คู่ ตั้งอยู่บนธรรมาสน์ศิลา เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ เทียนเท่าธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่หน้าธรรมาสน์ศิลา สมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp; พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนที่โต๊ะหน้าอาสน์สงฆ์&amp;nbsp; พระสงฆ์สวดนวัคคหายุสมธัมม์ และทรงจุดเทียนที่บัตรเทวดานพเคราะห์บนแท่น ซึ่งตั้งอยู่ตรงพระทวารกลาง พระราชทานเงินแก่ข้าราชการผู้ทำหน้าที่ โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเสด็จฯ ประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตรเล่มที่ตั้งอยู่ด้านพระราชอาสน์ เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ด้านพระราชอาสน์ ธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปเทวดานพเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระราชอาสน์ แล้วเสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตรเล่มที่ตั้งอยู่ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าฯ เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าฯ ธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปเทวดานพเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระบรมวงศ์เฝ้าฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้น บูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศีล เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล พระสงฆ์ 89 รูป เจริญพระพุทธมนต์ เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทเสกน้ำพระพุทธมนต์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนที่ฝาพระครอบพระกริ่งอุบาเก็ง เมื่อทรงจุดแล้ว เจ้าพนักงานเชิญไปตั้งที่โต๊ะหน้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จฯ ไปทรงประเคนพระครอบพระกริ่งอุบาเก็งแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงประเคนผ้าไตรแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช&amp;nbsp; สกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระราชาคณะ แล้วทรงประเคนผ้าไตรแด่พระราชาคณะเจ้าคณะรอง และพระราชาคณะ 89 รูป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp; พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก (พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา&amp;nbsp; ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงกราบที่เครื่องนมัสการหน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จฯ ออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากพระราชพิธีเสร็จสิ้นลง เวลา 19.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงพระดำเนินจากศาลาสหทัยสมาคม แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนจักรีจรัณย์ เสด็จออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี เลี้ยวขวาไปตามถนนหน้าพระลานจนถึงหน้าศาลหลักเมือง สิ้นสุดที่ศาลฎีกา แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
ปชช.เปล่งเสียงทรงพระเจริญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนี้ ทรงพระดำเนินไปบริเวณที่ประชาชนนั่งเฝ้าฯ รับเสด็จ ทรงโบกพระหัตถ์ทักทาย ทรงแย้มพระสรวลให้กับพสกนิกรตลอดสองฟากฝั่งเส้นทางพระดำเนิน ยังความปลาบปลื้มให้แก่ประชาชนเป็นล้นพ้น ขณะเดียวกันประชาชนที่มาเฝ้าฯ รอรับเสด็จบริเวณสนามหญ้ารอบกำแพงพระบรมมหาราชวังและบนถนนราชดำเนินใน ตั้งแต่ถนนหน้าพระลาน ประตูวิเศษไชยศรี ขึ้นไปจนถึงศาลฎีกา ต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง โดยประชาชนปักหลักจับจองพื้นที่รอรับเสด็จตั้งแต่ช่วงบ่ายจนค่ำ แม้ช่วงเย็นจะมีฝนตกลงมาอย่างหนักก็ไม่ย่อท้อ ต่างหลอมรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณโดยรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีประชาชนสวมเสื้อสีฟ้าจำนวนมากมาจับจองพื้นที่รับเสด็จตั้งแต่ช่วงบ่าย โดยมีการรักษาระยะห่างทางสังคมตามมาตรการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมสวมแมสก์ ประชาชนต่างก้มกราบและเปล่งเสียงทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ก่อนจะโบกสะบัดธงชาติ, ธงตราสัญลักษณ์พระปรมาภิไธยย่อ ว.ป.ร. และธงตราสัญลักษณ์พระนามาภิไธยย่อ ส.ท. โดยพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณพิธีท้องสนามหลวง เวลา 07.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี พ.ศ.2563 โดยมีองคมนตรีและภริยา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระและภริยา คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หน่วยราชการในพระองค์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการอิสระ ร่วมในพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงบริเวณท้องสนามหลวง สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป ให้ศีล พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีพร้อมภริยา และคณะรัฐมนตรี หน่วยงานราชการและภาคเอกชน จะร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 89 รูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมภริยาและคณะรัฐมนตรี หน่วยงานราชการและภาคเอกชน ตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 89 รูป&amp;nbsp; พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจหน่วยแพทย์พระราชทาน กองแพทย์หลวงและกองแพทย์ราชสำนักและแพทย์ประจำพระองค์ ร่วมกับกรมการแพทย์ทหารบก กรมการพัฒนาเรือและกรมการแพทย์ทหารอากาศด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 08.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และคณะรัฐมนตรี ผู้นำเหล่าทัพและคณะทูตานุทูต อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ, นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา และคณะองคมนตรี ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ ในพระบรมมหาราชวัง
จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.19 น. พล.อ.ประยุทธ์และภริยาเป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปีพุทธศักราช&amp;nbsp; 2563 ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง มีคณะบุคคล หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน นำแจกันดอกไม้ไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp; พร้อมลงนามถวายพระพรเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อาทิ หน่วยราชการในพระองค์, มูลนิธิชัยพัฒนา, สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, บจก.ไปรษณีย์ไทย จำกัด, บจก.เครือเจริญโภคภัณฑ์,สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน, สำนักงานอัยการสูงสุด, กระทรวงมหาดไทย, บจก.ไทยเบฟเวอเรจ, คณะผู้บริหารบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, บริษัท เมืองไทยประกันภัย มหาชน, กลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์, สมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ ฯลฯ เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักพระราชวังยังเปิดให้ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล บริเวณสนามหญ้าหน้ากองแพทย์หลวงในพระบรมมหาราชวัง โดยเปิดให้ประชาชนลงนามตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ซึ่งในการจัดลงนามถวายพระพรภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้มีการดูแลความสะอาดและลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคตามคำแนะนำด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีการตรวจวัดอุณหภูมิ, ผู้ลงนามถวายพระพรสวมใส่หน้ากากอนามัย และจัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือก่อนลงนาม โดยประชาชนทุกเพศทุกวัยจากทุกทั่วประเทศ สวมใส่เสื้อสีฟ้าทยอยเดินทางมาลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเกียรติ แก้วปรียากร อายุ 56 ปี เดินทางมาลงนามถวายพระพรพร้อมภรรยาและบุตร 2 คน โดยถือพระบรมฉายาลักษณ์พระบรมวงศานุวงศ์แนบกาย กล่าวว่า เดินทางมาจากเขตบางขุนเทียน เพื่อลงนามถวายพระพรสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และแสดงความจงรักภักดี ทรงรักพสกนิกรเหมือนลูก ช่วยเหลือดูแลทุกข์สุขตลอดมา ชื่นใจที่อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร ส่วนชาวบ้านที่อยู่บนดอยคุณภาพชีวิตดีขึ้น ด้วยโครงการพระราชดำริต่างๆ โดยเฉพาะโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ เสด็จฯ ทุกพื้นที่ช่วยให้ราษฎรมีรายได้มากขึ้น แล้วป่าก็อุดมสมบูรณ์ แม้แต่ในเมือง ก็ทรงสร้างพื้นที่สีเขียวเป็นป่ากลางกรุง ทำให้คนกรุงเทพฯ มีที่พักผ่อนหย่อนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางธันยพร อร่ามเมคา ชาวกรุงเทพฯ อายุ 60 ปี เดินทางมาลงนามถวายพระพรพร้อมญาติ โดยถือพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเหนือศีรษะด้วยความเทิดทูน กล่าวว่า วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระราชินีในรัชกาลที่ 9 จะมาลงนามทุกปี ทรงเป็นแบบอย่างของแม่แห่งแผ่นดิน ทรงงานหนักเพื่อพัฒนาทุกพื้นที่ของไทยเคียงข้างในหลวงรัชกาลที่ 9 ประทับใจงานด้านพัฒนาสตรี ทรงตั้งกลุ่มทอผ้า กลุ่มหัตถกรรม กลุ่มอาหารแปรรูป ทำให้สตรีมีอาชีพ ส่วนโครงการศิลปาชีพฯ ก็เป็นที่รู้จักของคนไทยและต่างชาติ พัฒนาภูมิปัญญาของไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทุกวันนี้ผ้าไหมไทยโกอินเตอร์แล้ว เสร็จจากลงนามจะไปร่วมกิจกรรมเทิดพระเกียรติที่สนามหลวง และเฝ้ารอรับเสด็จในหลวงและพระราชินีช่วงเย็นที่วัดพระแก้ว จากนั้นจะไปร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรที่สนามหลวง วันนี้ประชาชนมาร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์จำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง ส.ว. เดินทางมาพร้อมคณะผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี และสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 10 คน กล่าวว่า ตั้งใจมาลงนามถวายพระพรด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงดูแลใส่ใจในสารทุกข์สุกดิบของปวงชนชาวไทยตลอดมา โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจด้านผ้าไทย ทรงส่งเสริมให้สตรีมาทอผ้าไหม ผ้าประจำถิ่น ทำให้คนทั่วไปได้รู้จัก ผ้าไหมมัดหมี่ สินค้าขึ้นชื่อของจังหวัด ในฐานะตัวเองทำงานด้านสตรี จึงตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในการส่งเสริมบทบาทของสตรี รวมทั้งช่วยเหลือสตรีที่ด้อยโอกาส
ทั่วปท.จัดทำบุญตักบาตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางกนกพรรณ ทาตา อายุ 65 ปี ชาวบ้านจังหวัดเชียงราย เดินทางมาลงนามถวายพระพรพร้อมกับเพื่อนบ้าน นางสายทอง เครือสนธิ์ อายุ 63 ปี ชาวบ้านจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ตัวเองเป็นคนแม่สาย แต่ย้ายมาเลี้ยงหลานที่กรุงเทพฯ ประมาณ 10 ปีแล้ว วันนี้ลูกๆ หยุดทำงาน มีคนดูแลหลาน จึงชวนเพื่อนบ้านเดินทางจากย่านนวลจันทร์ มาพร้อมกันเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้มีโอกาสชมผ่านทางทีวีเท่านั้น โดยตั้งใจจะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ ศาลหลักเมือง พระแก้วมรกต เพื่อขอพรให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp; พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของคนไทยตราบนานเท่านาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสายทองกล่าวเสริมว่า เมื่อปี พ.ศ.2525 มีโอกาสได้อุ้มลูกมารอเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์ท่าน แม้จะนานมาแล้วแต่ยังจำความรู้สึกตื่นเต้นจนน้ำตาไหลไว้ได้ ทุกวันนี้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ทรงช่วยเหลือราษฎรที่ทุกข์ยากทั่วประเทศ ซึ่งถ้าไม่มีพระองค์ท่าน คงไม่สุขสบายกันแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 12.00 น. บริเวณพิธีท้องสนามหลวง กองทัพบก (ทบ.) กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ยิงสลุตหลวง 21 นัด เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี พ.ศ.2563 ขณะที่ป้อมวิไชยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม กองทัพเรือ กองทัพเรือ โดยฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด ส่วนที่ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช กองทัพอากาศ (ทอ.) โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เป็นประธานพิธีจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 12 ส.ค.2563 โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด คณะที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการ เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองทัพเรือ กรมทหารพรานที่ 12 เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนประชาชนแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ต่างจัดพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งถวายแด่พระสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหา 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน พร้อมใจกันแสดงความจงรักภักดีด้วยการสวมใส่ชุดผ้าไทยสีฟ้า เสื้อสีฟ้า รวมกว่า 1,000 คน ร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ถวายแด่พระสงฆ์จำนวน 89 รูป เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหา 2563 วันแม่แห่งชาติของ จ.นครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครพนม บริเวณริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม หน้าวัดมหาธาตุ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ ตลอดจนประชาชนจังหวัดนครพนม ร่วมกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ สามเณร จำนวน 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ประจำปี 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.กระบี่ บริเวณลานพระอุโบสถวัดแก้วโกรวาราม พระอารามหลวง พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นำข้าราชการทุกหมู่เหล่า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา พร้อมใจกันใส่เสื้อสีฟ้าร่วมงานเฉลิมพระเกียรติสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมรำลึกถึงพระคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาประจำปี 2563.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74258</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงพระเจริญดังกึกก้อง, วันเฉลิมพระชนมพรรษา, สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200812/image_big_5f3406326c0fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวนครพนมร่วมใจทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;บริเวณริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม หน้าวัดมหาธาตุ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายนรวัฒน์ สวยงาม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครพนม นายสมชาย ชำนิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ ตลอดจนประชาชนจังหวัดนครพนม ร่วมกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ สามเณร จำนวน 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ประจำปี 2563 และวันแม่แห่งชาติ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมาย เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพระราชกรณียกิจที่สำคัญที่ได้ขยายเป็นวงกว้างไปยังทุกพื้นที่ในประเทศไทย คือ โครงการศูนย์ศิลปาชีพในพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่เป็นโครงการส่งเสริมอาชีพให้กับคนไทย ทั้งเป็นการอนุรักษ์งานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านให้คงอยู่สืบไป นอกจากนั้นยังทรงดำรงตำแหน่ง &amp;ldquo;สภานายิกาสภากาชาดไทย&amp;rdquo; ที่เป็นองค์กรสาธารณะกุศลก่อตั้งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้ยากไร้ โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติและศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวันแม่แห่งชาติ เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสำคัญ ที่ทำให้ทุกคนได้หวนระลึกถึงพระคุณของแม่ผู้ให้กำเนิด แม่ผู้เลี้ยงดู รวมถึงแม่ของแผ่นดิน เพราะแม่เป็นบุคคลที่มีความสำคัญมากที่สุดในชีวิตเป็นบุคคลผู้ให้ชีวิต ผู้คอยคุ้มครอง ผู้มอบความรักความอบอุ่น แม่จึงเปรียบเสมือนร่มโพธิ์ร่มไทรที่คอยปกป้องลูกๆ ให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ตลอดจนคอยผลักดันให้ลูกเกิดความสำเร็จในด้านต่าง ๆ โดยในปีนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2563ความว่า &amp;ldquo;รักเอยรักลูก แม่จึงปลูกคุณธรรมให้รักษา รดความรักพรวนความดีมีเมตตา ลูกเติบใหญ่แทนคุณค่าของแผ่นดิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้วันแม่แห่งชาติได้จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง กระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้กำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นวันแม่แห่งชาติ และกำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันแม่ เพราะมีสีขาว มีกลิ่นที่หอมได้นาน เปรียบได้กับความรักบริสุทธิ์ที่แม่มีต่อลูก นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74186</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนสุนทรวิจิตร, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สยาม ศิริมงคล, เขตเทศบาลเมืองนครพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200812/image_big_5f335b40d7ddc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2019 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2019 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทยใต้ร่มพระบารมี” มรดกเชิงช่างชั้นสูง หาชมยากกว่า 500 ชิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดเชี่ยนหมากสุดวิจิตรบรรจง อีกงานหัตถศิลป์ชั้นสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงให้ความสำคัญและส่งเสริม อนุรักษ์งานศิลปะและหัตถศิลป์ จนสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนคนไทย และเป็นที่รู้จักในสายตาชาวโลก &amp;nbsp;ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จึงได้จัดนิทรรศการ &amp;ldquo;หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทยใต้ร่มพระบารมี&amp;rdquo; โดยท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ร่วมเปิดงานและชมนิทรรศการ ภายในงานได้จัดแสดงผลงานหัตถศิลป์ชั้นสูงหลากหลายแขนง นับตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยามาถึงกรุงรัตนโกสินทร์กว่า 500 ชิ้น เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เข้าชม และได้เห็นถึงงานช่างชั้นสูงที่มีคุณค่า อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในการสืบสานและอนุรักษ์สืบต่อไปด้วย โดยสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้-30 สิงหาคม 2562 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เยี่ยมชมนิทรรศการในวันเปิดงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT กล่าวว่า เนื่องในเดือนมหามงคลเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันที่ 12 สิงหาคม 2562 ด้วยเห็นถึงความสำคัญในการทรงงานของทั้งสองพระองค์ ที่แสดงถึงน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมุ่งมั่นบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างชีวิตใหม่ให้อาณาประชาราษฎรมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ด้วยงานศิลปหัตถกรรมพื้นถิ่น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; นับเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นความภาคภูมิใจที่ได้รวมผลงานชิ้นเอกของนักสะสมชั้นนำหลากหลายวงการอาชีพให้เกียรตินำมาจัดแสดง เพราะผลงานบางชิ้นมีอายุเกินกว่า 200 ปี และสูญหายไปแล้ว สำหรับผลงานบางชิ้นเป็นของประจำตระกูลที่ได้รับพระราชทานเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น ผลงานบางชิ้นมีคุณค่าทางจิตใจและเป็นความผูกพันของผู้สะสม ไปจนถึงรายการของสะสมที่เป็นทรัพย์สมบัติที่ล้ำค่าที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ แต่ละชิ้นก็เป็นของรักของสะสมอันเป็นทรัพย์สมบัติในครอบครองที่ล้ำค่า และไม่เคยปรากฏสู่สายตาสาธารณชนที่ใดมาก่อน ซึ่งอาจจะเป็นการจัดแสดงครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น&amp;rdquo; ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตื่นตาตื่นใจกับผลงานชิ้นเอกของนักสะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนักสะสม ครูวีรธรรม ตระกูลเงินไทย ที่ได้นำเครื่องถมปัด ของสะสมที่เปรียบเสมือนครูต้นแบบในการเรียนรู้งานหัตถศิลป์ ได้บอกว่า ตั้งแต่สมัยยังเรียนได้เริ่มเก็บสะสมของเก่าโบราณเพื่อนำมาศึกษาลวดลายและความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานของช่างในอดีต นำมาต่อยอดประยุกต์เป็นผลงานเขียนหรือลวดลายลงบนผืนผ้า อย่าง เครื่องถมปัดที่นำมาจัดแสดง ซึ่งอยู่ในช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1-5 จะมีลวดลายหน้ากระดานและลายดอกไม้ต่างๆ แม้กระทั่งการ-วางคู่สี ที่นับว่ามีความสวยงามและเป็นงานชั้นครูทีเดียว นับว่าเป็นโชคดีของคนไทยที่พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงให้ความสำคัญในการอนุรักษ์และส่งเสริม อีกทั้งพระองค์ยังทรงมีรสนิยมที่ดีเยี่ยมในการผสมผสานความเป็นไทยได้อย่างร่วมสมัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหนึ่งนักสะสม ปัญญา พูนศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานหัตถกรรมสิ่งทอและเครื่องปั้นดินเผาที่พบในเขตจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ได้เล่าว่า ในงานครั้งนี้ได้นำผ้าทอปะลางิงมาจัดแสดง และเครื่องถ้วยฮอลแลนด์ จานมลายู ซึ่งจะพบในจังหวัดสงขลาและปัตตานี เพราะในอดีตเป็นเมืองท่าการค้าที่สำคัญ และยังบ่งบอกฐานะของผู้ใช้ด้วย ซึ่งแหล่งต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอังกฤษและประเทศเนเธอร์แลนด์ ส่งเข้ามาขายในแถบเอเชีย อย่างจานที่เป็นรูปสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเล็มที่ 3 แห่งเนเธอร์แลนด์ และเจ้าหญิงโซเฟีย แห่งรัสเซีย ที่ทรงใช้เป็นของชำร่วยในงานอภิเษกสมรสมอบให้แก่ บาจินดาและบาจินดาราตู แห่งชวา ซึ่งปรากฏชื่อด้านล่างรูปเป็นภาษายาวี คาดว่าอยู่ในช่วงปี ค.ศ.1839 ประเมินค่าไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หรืออีกชิ้นเป็นจานอักษรมลายูสีแดงที่มีอายุราวๆ 150 ปี ไม่ได้มีไว้ใช้ แต่มีเพื่อประดับ เพราะบนจานเป็นอักษรของบทสรรเสริญพระเจ้าในศาสนาอิสลาม และยังระบุศาสนทูตของศาสนาอิสลามด้วย สำหรับนิทรรศการได้ถูกจัดแสดงแบ่งเป็น 4 ชั้น โดยนิทรรศการหัตถกรรมแห่งบรรพชนไทย ใต้ร่มพระบารมี จะจัดแสดงที่ชั้น 3 และชั้น 4 ที่มีผลงานสะสมเก่าแก่มากมาย อาทิ ชิ้นงานสะสมส่วนบุคคล ซึ่งเป็นฉลองพระองค์ครุยที่มีอายุประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากเปอร์เซียและอินเดีย ทำจากผ้าบุหงาโปร่งจากยุโรป ตัดเย็บและปักเงินและทองปักนูนด้วยมือทั้งองค์ ส่วนด้านหน้าและด้านหลังเป็นลายพันธุ์พฤกษาที่มีความเก่าแก่แต่ยังคงงดงามด้วยลวดลายที่วิจิตรประณีต, ผ้าชั้นสูงที่ ศักดิ์ชัย กาย ได้สะสม เช่น ผ้าลายอย่าง นับว่าเป็นผ้าชั้นสูงที่นิยมอย่างยิ่งตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จานอักษรมลายูสีแดง อายุ 150 ปี&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังมีชุดเครื่องดินเนอร์เซตของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ที่พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา เป็นผู้สะสม แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมตะวันตกที่ได้เข้ามาเผยแพร่ในไทย และความนิยมของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงมาใช้เครื่องเคลือบกระเบื้องอีกด้วย, เครื่องเงิน-ในวัฒนธรรมกัมพูชาที่สะสมโดย ณัฐพร อุลปากร นับว่าเป็นเครื่องเงินที่สวยและมีรายละเอียด เพราะเป็นการทำจากช่างฝีมือชั้นสูงของไทยและกัมพูชา มีทั้งเทคนิคการฉลุ สลักดุนเป็นลายดอกไม้หรือลายสัตว์, เครื่องเขิน สะสมโดย โกมล พานิชพันธ์, กริชสกุลช่างสงขลา-นครศรีธรรมราช สะสมโดย สมพงษ์ พรหมมณี และอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดเครื่องดินเนอร์เซตของช่วง บุนนาค

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของชั้นที่ 1 ก็จะมีการถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่วนชั้นที่ 2 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ใต้ร่มพระบารมี และนิทรรศการความผูกพันที่น่ารักและน่าประทับใจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะ สมเด็จแม่ ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฐานะ พระราชโอรส ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลงานศิลปหัตถกรรมแขนงต่างๆ กิจกรรม เช่น การสาธิตการทำงานคร่ำ การสลักดุน การเขียนหน้าโขน การตอกหนังตะลุง เป็นต้น ส่วนกิจกรรมการแสดง เช่น การเชิดหุ่นกระบอกการแสดงโนรา-หน้าพราน (ศิลปะการแสดงของภาคใต้) และการจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมอีกมากมายภายในนิทรรศการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถชมนิทรรศการ &amp;ldquo;หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทย ใต้ร่มพระบารมี&amp;rdquo; ได้แล้วตั้งแต่วันนี้-30 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00-19.00 น. (หยุดทุกวันพุธ) ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (ถนนราชดำเนินบริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าฯ) โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43351</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน, ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT, สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง, หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทยใต้ร่มพระบารมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d5263f32fffe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2019 00:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2019 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้ทรงมอบ&#039;สรรพสุข-สรรพศิลป์-สรรพศาสตร์-สรรพชีวิต&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงฟื้นฟูศิลปะการแสดงโขนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยน้ำพระราชหฤทัยและพระสติปัญญาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชิชีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;ที่ทรงเปี่ยมล้นด้วยความห่วงใยทุกข์สุขของราษฎรสู่ความยั่งยืนของแผ่นดิน&amp;nbsp;ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมาตลอดระยะเวลา70&amp;nbsp;ปีเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรและพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่วยเหลือพสกนิกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;พระราชกรณียกิจใหญ่น้อยไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นฐานสุขภาพอนามัยส่งเสริมให้ราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมีรายได้และพึ่งพาตัวเองได้การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมรวมถึงทรัพยากรธรรมชาติภายใต้หลักการ&amp;quot;ช่วยประชาชนอย่างไรให้สามารถยืนหยัดด้วยตัวเองในระยะยาว&amp;quot;&amp;nbsp;นับเป็นการช่วยเหลืออย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบรมฉายาลักษณ์จากนิทรรศการ&amp;rdquo;พระเมตตาปกหล้าพระกรุณาปกสยาม&amp;rdquo;&amp;nbsp; ที่สยามพารากอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา&amp;nbsp;87&amp;nbsp;พรรษา12&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ซึ่งนับเป็น&amp;ldquo;วันแม่แห่งชาติ&amp;rdquo;&amp;nbsp;ของประเทศไทย&amp;nbsp;ศูนย์การค้าสยามพารากอน&amp;nbsp;จัดงาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;สยามพารากอนเซเลเบรทยัวร์วัน-อิน-อะ-มิลเลียนเลิฟมัม&amp;rdquo;&amp;nbsp;ขึ้นตลอดเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายพระพรชัยมงคลผ่านนิทรรศการ&amp;ldquo;พระเมตตาปกหล้าพระกรุณาปกสยาม&amp;rdquo;&amp;nbsp;อันเกิดจากความร่วมมือระหว่างสยามพารากอนกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;โดยนำเสนอเรื่องราวและพระบรมฉายาลักษณ์ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจต่างๆ&amp;nbsp;ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนมาร้อยเรียงให้พสกนิกรได้ร่วมซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณผ่านสรรพสิ่งต่างๆ นิทรรศการจะจัดถึงวันที่ 14 สิงหาคมนี้ แบ่งเรื่องราวต่างๆ ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สรรพสุข&amp;rdquo;&amp;nbsp;ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชิชีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงแก้ไขปัญหาพื้นฐานของราษฎรดูแลสุขภาพอนามัยพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ก่อตั้ง&amp;ldquo;หน่วยแพทย์พระราชทาน&amp;rdquo;&amp;nbsp;เพื่อตรวจรักษาราษฎรยากจนเหล่านี้หากเป็นโรคร้ายแรงหรือป่วยหนักจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์เพื่อส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลในท้องถิ่นทรงจำได้ว่ามีคนไข้รายใดบ้างที่ป่วยหนักอาการไม่ค่อยดีและจะทรงสอบถามถึงอาการคืบหน้าอยู่เสมอโดยทรงบรรเทาความทุกข์ร้อนสร้าง&amp;ldquo;สรรพสุข&amp;rdquo;&amp;nbsp;ให้แก่ประชาชนมาเป็นระยะเวลายาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชื่นชมพระบรมฉายาลักษณ์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สรรพศิลป์&amp;rdquo;&amp;nbsp;จากสายพระเนตรยาวไกลของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชิชีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนควบคู่ไปด้วยงานศิลปวัฒนธรรมหลากหลายแขนงที่ครั้งหนึ่งเคยเสื่อมความนิยมลงให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง&amp;nbsp; โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้ง&amp;ldquo;มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;และทรงรับเป็นองค์ประธานมูลนิธิภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น&amp;ldquo;มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ&amp;rdquo;&amp;nbsp;โดยมีพระราชประสงค์ให้ส่งเสริมงานศิลปาชีพเป็นอาชีพเสริมแก่ราษฎรเพื่อเพิ่มรายได้ให้เพียงพอแก่การดำรงชีพ เช่น ทรงส่งเสริมให้ทอผ้าไหมที่ภาคอีสานและสานย่านลิเภาที่ภาคใต้ รวมทั้งก่อตั้งโรงฝึกศิลปาชีพสวนจิตรลดาและศูนย์ศิลปาชีพทั่วประเทศ ทรงปรารถนาให้ราษฎรได้มีโอกาสแสดงศักยภาพและได้รับการพัฒนาหรือมีส่วนร่วมในการพัฒนาพระองค์ทรงส่งเสริมศิลปาชีพโดยให้ประชาชนเป็นสมาชิก ขณะเดียวกันยังทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง&amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ&amp;rdquo;&amp;nbsp;ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมความรู้เกี่ยวกับผ้าไทยบ่งบอกถึงศิลปวัฒนธรรมและความเจริญมั่งคั่งของชาติไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พะซู&amp;nbsp;มือแล&amp;nbsp;ช่างปักผ้าแบบโบราณมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ&amp;nbsp;สาธิตการปักเครื่องแต่งกายโขน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกหนึ่ง&amp;ldquo;สรรพศิลป์&amp;rdquo;&amp;nbsp;ที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงตระหนักถึงความสำคัญคือ&amp;ldquo;ศิลปะการแสดงโขน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ไม่เพียงแค่เป็นการฟื้นฟูศิลปะการแสดงชั้นสูงให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ยังเป็นการฟื้นชีวิตให้แก่งานหัตถศิลป์หลายแขนงที่เกี่ยวข้องกับโขนให้คงอยู่สืบไปเช่น&amp;ldquo;พัสตราภรณ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;หรือ&amp;ldquo;เครื่องแต่งกายโขน&amp;rdquo;&amp;nbsp;งานการปักลายแบบโบราณด้วยมือที่ต้องอาศัยความประณีตและใช้เทคนิคชั้นสูงทั้งการปักเย็บถักทอด้วยมือที่มีความซับซ้อนและละเอียดละออ รวมทั้งการเลือกใช้ดิ้นโปร่งทองเลื่อมปีกแมลงทับและวัสดุอื่นๆมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องแต่งกายที่วิจิตรงดงาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนงาน&amp;ldquo;ศิราภรณ์โขน&amp;rdquo;&amp;nbsp;หรือ&amp;ldquo;เครื่องประดับศีรษะโขน&amp;rdquo;&amp;nbsp;นับเป็นงานศิลปะที่ช่างฝีมือโขนสร้างสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงโดยปัจจุบันศูนย์ศิลปาชีพฯรื้อฟื้นการทำกระดาษข่อยตามแบบภูมิปัญญาโบราณเพื่อนำกลับมาใช้ในการผลิตหัวโขนในปัจจุบันขณะที่&amp;ldquo;ถนิมพิมพาภรณ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;หรือ&amp;ldquo;เครื่องประดับตกแต่ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็นการรวมช่างฝีมือ3&amp;nbsp;แขนงคืองานโลหะงานฝังอัญมณีและงานกะไหล่ทองเพื่อสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับตกแต่งในการแสดงโขนซึ่งมีทั้งเข็มขัดปั้นเหน่งหรือหัวเข็มขัดกำไลข้อเท้าตาบหลังปะวะหล่ำและแหวนนอนเป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมี&amp;ldquo;ศิลปกรรมฉาก&amp;rdquo;&amp;nbsp;หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมทุกครั้งซึ่งทั้งหมดนี้ยังเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้กับช่างฝีมือแขนงต่างๆไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งแรกจัดแสดงศรีษะทศกัณฐ์หน้าทองสุดประณีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สรรพศาสตร์&amp;rdquo;&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงสนพระราชหฤทัยศึกษาหาความรู้วิชาการด้านต่างๆ มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ทั้งวรรณคดีไทย ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมประเพณี และได้ถ่ายทอดความสนพระราชหฤทัยนี้มายังพระราชโอรสพระราชธิดาทุกพระองค์ ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ใน&amp;ldquo;สรรพศาสตร์&amp;rdquo;&amp;nbsp;แขนงต่างๆ แก่ประชาชนโดยทรงสร้างโรงเรียนให้แก่เด็กด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดารพระราชทานทุนการศึกษาแก่นักเรียนยากจนและเด็กพิการทรงสร้างศาลารวมใจให้เป็นห้องสมุดอเนกประสงค์ของชุมชนเพื่อใช้ศึกษาหาความรู้ในด้านต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และสุดท้าย&amp;ldquo;สรรพชีวิต&amp;rdquo;&amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชิชีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ให้ลูกหลานไทยโดยมีแนวพระราชดำริว่า คนป่าและสัตว์ป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างอาศัยเกื้อกูลกันซึ่งกันและกัน คนสามารถใช้ประโยชน์จากผืนป่ามาสร้างอาชีพและรายได้อย่างพอเพียงในลักษณะของ&amp;ldquo;บ้านเล็กในป่าใหญ่&amp;rdquo;&amp;nbsp;คนที่เคยตัดไม้ทำลายป่าก็กลับใจมาช่วยปกป้องและพิทักษ์รักษาป่า รวมทั้งขยายพันธุ์สัตว์ป่าให้คงอยู่คู่ประเทศไทยต่อไป ช่วยให้เกิดความภาคภูมิใจแก่ตัวเองและชุมชนในฐานะ&amp;ldquo;ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า&amp;rdquo;&amp;nbsp;และเกิดความรักความสามัคคีในชุมชนทรงใช้หลักการ&amp;ldquo;ปลูกป่าในใจคน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ของในหลวง รัชกาลที่ 9&amp;nbsp;คือ การปลุกจิตสำนึกในการรักผืนป่าให้คนเสียก่อน ขณะเดียวกันทรงจัดหาแหล่งน้ำให้ราษฎรในท้องถิ่นห่างไกลทุรกันดารโดยจัดตั้ง&amp;ldquo;โครงการป่ารักน้ำ&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบสานงานช่างพัสตราภรณ์ สร้างงาน สร้างอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นางพะซู&amp;nbsp;มือแล&amp;nbsp;อายุ30&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ช่างปักผ้าแบบโบราณมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ&amp;nbsp;เล่าว่า&amp;nbsp;ทำงานอยู่ในมูลนิธินานกว่า14&amp;nbsp;ปีโดยจุดเริ่มต้นคือพ่อแม่มีโอกาสได้เฝ้าฯรับเสด็จสมเด็จพระราชินีในรัชกาลที่9&amp;nbsp;เมื่อครั้งเสด็จฯไปทรงงานที่อำเภออมก๋อยจังหวัดเชียงใหม่แล้วพระองค์ท่านทรงรับเข้ามาเรียนปักผ้าก็อยู่ตั้งแต่วันนั้นเรื่อยมาจนถึงวันนี้เปลี่ยนให้ชีวิตดีขึ้นมีงานทำประจำถ้าไม่ได้เข้ามาปักผ้าชีวิตก็ต้องทำไร่ทำนาอยู่บนดอยเรียกว่าชีวิตดีขึ้นในทุกๆ ด้านด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่นเดียวกับนางจันทร์ที&amp;nbsp;เร่งพิมาย&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;53&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ชาวจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า&amp;nbsp;เพราะความยากจนพ่อแม่ประกอบอาชีพเกษตกรมีลูกหลายคนตอนนั้นเรียนจบชั้นป.4&amp;nbsp;อายุ14&amp;nbsp;ปีไม่ได้เรียนหนังสือต่อจึงอยู่บ้านช่วยพ่อแม่เลี้ยงน้องจนกระทั่งพ่อกับแม่มีโอกาสได้เฝ้าฯรับเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเมื่อครั้งที่เสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎรเมื่อพระองค์ท่านได้รับทราบถึงความลำบากยากแค้นจึงทรงรับเข้ามาเรียนหนังสือและทำงานช่วยเหลือครอบครัวโดยทรงให้เลือกว่าสนใจทางด้านไหนซึ่งตัวเองสนใจงานทอผ้าจึงมาฝึกอาชีพด้านทอผ้าไหมตีนจกและผ้าไหมแพรวาที่ตำหนักภูพานราชนิเวศแล้วค่อยขยับมาที่พระตำหนักสวนจิตรลดาก่อนจะไปเป็นครูสอนด้านการทอผ้าที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรจ.พระนครศรีอยุธยาจนถึงวันนี้กว่า30&amp;nbsp;ปีแล้วที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ทำให้ชีวิตดีขึ้นในทุกๆด้านรู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ได้มาอยู่ในจุดนี้อยากบอกว่าสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นต้นแบบเรื่องการให้โอกาสและสอนให้เรารู้จักการสู้ชีวิตไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยพระเมตตาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยมีคุณภาพและนำรายได้เข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกข์ร้อนบรรเทา สร้างชีวิตดีๆ ใต้ร่มเงามูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;นางจำรูญ&amp;nbsp;จุ้ยลำเพ็ญ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ครูสอนแผนกจักสานไม้ไผ่ลายขิดปี 2523&amp;nbsp;เล่าว่า&amp;nbsp;มูลนิธิฯ&amp;nbsp;เปิดแผนกใหม่ 4&amp;nbsp;แผนกได้แก่ย่านลิเภาจักสานทอผ้าและทอจก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตอนนั้นอายุ15&amp;nbsp;ปีตัวเองไม่ได้เรียนหนังสือแล้วจึงช่วยครอบครัวทำนา พี่สาวกับพี่เขยจึงพามาสมัครที่แผนกจักสาน โดยเริ่มจากเรียนฟรีแล้วยังมีค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 40&amp;nbsp;บาท ทำมาเรื่อยจนได้รับการบรรจุให้เป็นครูมีหน้าที่สอนนักเรียนรุ่นใหม่ๆ ถึงทุกวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;จากการได้ทำงานที่นี่ทำให้ตัวเองสามารถส่งลูกสองคนให้เรียนจนจบปริญญาตรีมีชีวิตมั่นคง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&amp;ldquo;&amp;nbsp;นางจำรูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวจากหัวใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาสินี ลิ่มอติบูลย์ ผู้บริหารสยามพารากอน และคุณหญิงอรุณวรรณ ศรีสมทรัพย์ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพชวนอุดหนุนผ้าไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในมหามงคลวโรกาสคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาวันที่12&amp;nbsp;สิงหาคม 2562&amp;nbsp;เพื่อ&amp;ldquo;แม่แห่งชาติ&amp;rdquo;&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงชวนคนไทยร่วมเฉลิมพระเกียรติได้ที่สยามพารากอนโดยในวันที่12&amp;nbsp;สิงหาคมมาแสดงพลังจงรักภักดีแต่งกายด้วยสีฟ้าและร่วมในพิธีถวายเครื่องราชสักการะพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลซึ่งจะมีขึ้นที่พาร์คพารากอนสยามพารากอนอย่างพร้อมเพรียงเวลา19.19&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และขื่นชมนิทรรศการด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43244</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปักชุดโขน, นิทรรศการ“พระเมตตาปกหล้าพระกรุณาปกสยาม”, ผ้าไทย, มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ, วันแม่แห่งชาติ, สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สยามพารากอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190811/image_big_5d50464e098da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีติ‘พระพันปีหลวง’พระราชทานคำขวัญวันแม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปลื้มปีติ &amp;ldquo;สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;rdquo; พระราชทานคำขวัญวันแม่ประจำปี 2562 พร้อมโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงานวันแม่ &amp;ldquo;สมเด็จพระสังฆราชฯ&amp;rdquo; ถวายพระพร ทรงงามผุดผ่องด้วยพระกาย พระวาจา และพระราชหฤทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2562 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แจ้งว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2562 ความว่า &amp;quot;เพราะรักลูกมากกว่าใครในโลกหล้า เพราะพระคุณเลิศล้ำฟ้าจะหาไหน เพราะสอนให้ประพฤติดีทั้งกายใจ ลูกจึงรักแม่กว่าใครทดแทนคุณ&amp;quot;
ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร &amp;nbsp;มหาวัชรราชธิดา เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงเปิดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2562 ในวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ
วันเดียวกัน สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ &amp;nbsp; &amp;nbsp;(อัมพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสถวายพระพรแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2562 ความว่า ขอถวายพระพร เจริญพระราชสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล พระชนมสุขทุกประการ จงมีแด่สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ
ศุภมงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ จึงขอตั้งกัลยาณจิตร่วมกับปวงชนชาวไทย สำแดงความชื่นชมโสมนัส ที่ทรงเจริญพระชนมพรรษามาโดยสวัสดี นับถึงวันนี้ได้ 87 พรรษาบริบูรณ์
สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทรงงามผุดผ่องด้วยพระกาย พระวาจา และพระราชหฤทัย ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจใหญ่น้อย เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎรตลอดมา หากในความงามละมุนละไมแห่งพระราชจริยวัตรอันอ่อนหวานละมุนละไม กลับสะท้อนถึงน้ำพระราชหฤทัยอดทน เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว และมั่นคง ในอันที่จะทรงนำพาพระราชกิจให้ลุล่วงสำเร็จ แม้ในบางคราวต้องทรงเสี่ยงพระชนม์ชีพในท่ามกลางภยันตราย ต้องทรงเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าพระวรกาย เสด็จพระราชดำเนินตรากตรำไปตามท้องถิ่นทุรกันดาร แต่ด้วยพระวิริยอุตสาหะ และความอาจหาญแกล้วกล้าในพระกมล เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน ผู้ทรงยึดถือเสมอว่าเขาเหล่านั้นคือบุคคลในครอบครัว จึงมิได้ทรงแสดงความเกรงกลัว หรือย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค น้ำพระราชหฤทัยเผื่อแผ่ด้วยความรักความเอื้ออาทรต่อพสกนิกรเช่นนี้ คือเครื่องบ่งชี้ว่าพระองค์ทรงดำรงพระราชปณิธานแน่วแน่ ที่จะอุทิศกำลังพระวรกาย กำลังพระราชหฤทัย กำลังพระสติปัญญา และกำลังพระราชทรัพย์ เพื่อก่อให้เกิดผลดีแก่ชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ ต้องตามพระพุทธานุศาสนีที่ว่า &amp;quot;สทตฺปสุโต สิยา&amp;quot; พึงขวนขวายในเป้าหมายของตน ทุกสถาน
ณ อภิลักขิตกาลคล้ายวันพระราชสมภพมาบรรจบถึง อาตมภาพจึงขออัญเชิญพระพุทธภาษิต มากล่าวอ้างเป็นสัจจวาจาว่า &amp;quot;มาตา มิตฺตํ สเก ฆเร&amp;quot; แปลความว่า มารดาเป็นมิตรในเรือนตน ด้วยเดชะแห่งสัจจวาจานี้ ขอพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจงปรองดองน้ำใจกัน ในอันที่จะประพฤติตนเป็นเสมือนลูกที่ดี มีความมุ่งมั่นประกอบภารกิจตามหน้าที่อันสุจริต โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์เป็นความสุขร่วมกันของพี่น้องร่วมชาติ ประดุจญาติร่วมเชื้อสายในครอบครัวเดียว เพื่อแม่แห่งชาติ คือ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นยอดมารดา อัครมหามิตร ผู้ทรงโอบอุ้มคุ้มครองเราทุกคนในเรือนหลังใหญ่ที่ชื่อว่าไทยมาเนิ่นนาน จักได้ทรงพระเกษมสำราญ ทรงสบายพระราชหฤทัย ว่าลูกไทยของพระองค์สามารถอยู่ร่วมเรือนกันได้อย่างสันติ ด้วยความสมัครสมานสามัคคี
ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และพระราชกุศลธรรมจริยา โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นกำลังพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชปิโยรส และเป็นมิ่งขวัญหลักชัยของอาณาประชาราษฎร์สืบไปตลอดกาลนาน เทอญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือการจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ว่ารัฐบาลเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาอย่างสมพระเกียรติ โดยมีกรอบแนวทางการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และต่างประเทศ ดังนี้ 1.การจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล มีกำหนดจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 12 ส.ค.2562 เวลา 07.15 น. ส่วนกลางจะจัด ณ บริเวณท้องสนามหลวง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นิมนต์พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 488 รูป มารับบิณฑบาตข้าวสาร อาหารแห้ง โดยสิ่งของตักบาตรเหล่านี้ จะนำไปบริจาคให้สถานสงเคราะห์ และส่วนหนึ่งจะนำไปถวายให้วัดที่ขาดแคลนต่อไป สำหรับส่วนภูมิภาคและในต่างประเทศให้ดำเนินการตามความเหมาะสม
2.การจัดพิธีถวายพานพุ่มเครื่องราชสักการะ ในวันจันทร์ที่ 12 ส.ค. เวลา 17.00 น. ส่วนกลาง จัด ณ เวทีท้องสนามหลวง ส่วนภูมิภาคและในต่างประเทศให้จังหวัดกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลดำเนินการตามความเหมาะสม 3.การจัดพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในวันจันทร์ที่ 12 ส.ค. เวลา 19.30 น. ส่วนกลาง จัด ณ เวทีท้องสนามหลวง โดยนายกฯ เป็นประธาน ส่วนภูมิภาคให้ทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่เหมาะสม สำหรับในต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลดำเนินการจัดพิธีตามความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.การจัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อถวายพระราชกุศล โดยรัฐบาลกำหนดจัดกิจกรรม
จิตอาสาร่วมเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา ในวันพุธที่ 14 &amp;nbsp;ส.ค. เวลา 09.00 น. ณ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยมีนายกฯ เป็นประธาน สำหรับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน สามารถมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อถวายพระราชกุศล เช่น การเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ด้อยโอกาส และคนชรา หรือกิจกรรมสาธารณประโยชน์ หรือการกุศลอื่นๆ ได้ตามความเหมาะสม
&amp;ldquo;ในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ รัฐบาลขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ประดับธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และธงอักษรพระนามาภิไธย สก ตามอาคารสถานที่ของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน และตามอาคารบ้านเรือนของประชาชน ในเดือน ส.ค. รวมทั้งจัดที่สำหรับลงนามถวายพระพรชัยมงคล และร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่รัฐบาล ส่วนราชการและภาคเอกชน ได้จัดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีโดยพร้อมเพรียงกัน และขอเชิญชวนประชาชนร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องสนามหลวง และร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในพระบรมมหาราชวัง&amp;rdquo; นางพัชราภรณ์ระบุ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43120</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชทานคำขวัญวันแม่ประจำปี 2562, สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย, สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4d754eb6634.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 00:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมพรรณไม้งามพระนามราชวงศ์ รื่นรมย์พันธุ์ไม้ในวรรณคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ชวนเที่ยวงาน &amp;ldquo;สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ&amp;rdquo; วันที่ 8-14 ส.ค.นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถือเป็นสถานที่ยอดฮิตที่คนเมืองนิยมไปเช็กอิน สูดอากาศดีๆ ออกกำลังกาย และเรียนรู้พันธุ์ไม้นานาชนิดในสวน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2562 มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ร่วมกับหน่วยงานภาคี 25 องค์กรที่ดำเนินการสนองพระราชดำริในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดงาน &amp;ldquo;สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ&amp;rdquo; ครั้งที่ 13 &amp;ldquo;ต่อยอดพระราชปณิธาน สืบสานความหลากหลายทางชีวภาพ&amp;rdquo; โดยจัดแถลงข่าวที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ผู้แทนแต่ละหน่วยงานร่วมพูดคุยถึงความพร้อมและชวนเที่ยวงาน ระหว่างวันที่ 8-14 สิงหาคมนี้ ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ชมความงามกุหลาบควีนสิริกิติ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระราชินีในรัชกาลที่ 9 ทรงผูกพันกับสวนใจกลางกรุงแห่งนี้ ดร.จรัลธาดา กรรณสูต ประธานกรรมการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กล่าวว่า การจัดงานปีนี้เป็นครั้งที่ 13 เดิมสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จฯ ทอดพระเนตรงานทุกปี สวนแห่งนี้เป็นที่ผูกพันพระราชหฤทัยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงอย่างสูง แม้ปัจจุบันทรงประชวร ฤดูกาลที่มีดอกไม้สวยงามออกดอกจะเสด็จฯ ทอดพระเนตรโดยรอบ สองปีก่อนต้นหางนกยูงพันธุ์พิเศษดอกสีส้มอ่อน ไม่ใช่สีแดงที่พบเห็นได้ทั่วไป ออกดอกเป็นช่อเต็มต้นงดงาม พระองค์เสด็จฯ ทอดพระเนตร เป็นสวนในพระนามแห่งแรกในกรุงเทพฯ ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงงานแทน ซึ่งกรมสมเด็จพระเทพฯ มีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการค่ายเยาวชน รักษ์พงไพร อบรมเยาวชนและครูทั่วประเทศ ศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติวิทยาและพันธุ์ไม้ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นิทรรศการโครงการพระราชดำริด้านการทอผ้า จะเกิดขึ้นในงานสีสรรพรรณไม้ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานสีสรรพรรณไม้ฯ ปีนี้ ดร.จรัลธาดา บอกว่า กิจกรรมใหญ่ๆ เป็นโครงการที่รวมองค์กร 25 องค์กรที่สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมมหาราช บรมนาถบพิตร, สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศ์ไปดำเนินการสัมฤทธิผล ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น มาร่วมจัดนิทรรศการโครงการพระราชดำริในรูปแบบมีชีวิต นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการมีชีวิตที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากกรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ ในชื่อโครงการค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาจัดแสดงทุกปี จะจัดประกวดพรรณไม้ 9 ชนิด ได้แก่ บอนสี บอนไซ ชวนชม โป๊ยเซียน แก้วกาญจนา แดงเซียน่า โกสน หน้าวัวใบ และลิ้นมังกร สนับสนุนเกษตรกรพัฒนาพรรณไม้ให้สวยงามด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นิทรรศการผ้าไหม สานแนวพระราชดำริสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปีนี้กระทรวงเกษตรฯ พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัด 15 หน่วยงาน ร่วมกับมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;สืบสาน รักษา และต่อยอดศาสตร์พระราชา พัฒนาการเกษตรไทย เทิดไท้สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;rdquo; เพื่อเผยแพร่งานพระราชดำริที่กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการต่อยอด โดยจัดแสดงนิทรรศการด้านเกษตรที่น่าสนใจ เช่น นิทรรศการด้านการผลิต ต่อยอด พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อขยายผลด้านการตลาด อาทิ การแสดงพันธุ์ข้าวใหม่เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 สายพันธุ์ ที่มีคุณสมบัติทนต่อแมลงศัตรูพืช ภัยแล้ง รวมถึงข้าวน้ำตาลและแป้งต่ำเพื่อคนรักสุขภาพ ซึ่งได้ปรับปรุงสายพันธุ์และนำเทคโนโลยีมาถ่ายทอดสู่เกษตรกร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวอย่างดีๆ มาโชว์ในงาน ระพีภัทร์ให้ข้อมูลเพิ่มว่า จะมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวสี 4 ภาค นิทรรศการพันธุ์ดาหลา คือ ต้นดาหลาและดอกดาหลา ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเส้นใยดาหลา รวมถึงผ้าไหมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน ตลอดจนมีร้านกาแฟปางม่วง โค-อ๊อฟ คอฟฟี่ สินค้าขึ้นชื่อชาวมูเซอบ้านปางม่วง จ.เชียงราย มาออกร้าน สื่อวิถีชุมชนคนอยู่กับป่า แต่ละวันมีการสาธิตและฝึกอาชีพ รวมถึงจัดกิจกรรมไถ่ชีวิตโคกระบืออย่างละ 1 คู่ รวม 4 ตัว ในวันที่ 11 ส.ค. ประชาชนร่วมบริจาคเงินทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สำหรับโคกระบือที่ไถ่ชีวิตจะนำไปเป็นพ่อแม่พันธุ์และนำลูกที่ได้ไปส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรที่ยากจนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เรียนรู้ฟาร์มตัวอย่างที่เป็นต้นแบบต่อยอดพระราชปณิธาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนรมิตสวนให้สวยงามด้วยพรรณไม้สำคัญ ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารจัดการภายใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ปีนี้ มก.เตรียมนำดอกไม้มาสู้กับ กทม. เสนอแนวคิด &amp;ldquo;พรรณไม้งามพระนามราชวงศ์&amp;rdquo; เป็นเรื่องพรรณไม้ใหม่ๆ และพรรณไม้หายากในเชิงวิทยาศาสตร์ และที่สำคัญความเป็นมงคลเรื่องชื่อพรรณไม้ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบรมวงศานุวงศ์ ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้พระปรมาภิไธยหรือพระนามาภิไธยในการตั้งชื่อพรรณไม้พระราชทาน โดยจะจัดแสดงพรรณไม้จริงและรูปภาพพรรณไม้ และมีจุดเช็กพอยต์ให้เข้ามาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างสวยงาม เช่น &amp;ldquo;กันภัยมหิดล&amp;rdquo; ตั้งชื่อตามสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, &amp;ldquo;บัวควีนสิริกิติ์&amp;rdquo; ซึ่งผสมพันธุ์ขึ้นมาใหม่ปี 2552 สวยที่สุดในโลก เพราะกลีบดอกสีม่วง โคนดอกสีขาว เกสรสีเหลือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บัวควีนสิริกิติ์ พรรณไม้งามพระนามราชินีในรัชกาลที่ 9&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; แล้วยังมีชื่อ &amp;ldquo;กุหลาบควีนสิริกิติ์&amp;rdquo; ผสมขึ้นมาใหม่ปี 2554 สีเหลืองแกมส้ม กลิ่นหอม โดย มร.อองเดร อองดริก ชาวฝรั่งเศส ชื่อภาษาฝรั่งเศส แปลว่า &amp;ldquo;พระราชินีแห่งประเทศไทยทรงพระสิริโฉมเป็นเสน่ห์แห่งตะวันออกเหนือตะวันตก&amp;rdquo; แสดงถึงความชื่นชมพระราชวงศ์ไทย ได้แรงจูงใจจากงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จออกมหาสมาคม ซึ่งพสกนิกรต่างพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลืองมาถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม รวมทั้งดอนญ่าควีนสิริกิติ์ กลุ่มนักผสมพันธุ์ประเทศฟิลิปปินส์ทูลเกล้าฯ ถวาย นอกจากพรรณไม้พระนามพระราชินีในรัชกาลที่ 9 ยังมีพรรณไม้งามพระนามกรมสมเด็จพระเทพฯ เช่น สิรินธรวัลลีและจำปีสิรินธร โดยภาควิชาพืชสวนและสถาปัตยกรรมศาสตร์ จะเนรมิตอุทยานพรรณไม้ให้งดงามตระการตา&amp;rdquo; ดร.ดำรงค์ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จัดแสดงพรรณไม้ ดอนญ่าควีนสิริกิติ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความพิเศษงานครั้งนี้ มีพรรณไม้ในวรรณคดีประดับประดา วิภารัตน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครในฐานะหน่วยงานผู้รับผิดชอบสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ มากว่า 20 ปี ปีนี้ร่วมจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ &amp;ldquo;สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ&amp;rdquo; โดยเตรียมปรับภูมิทัศน์สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด โดยเฉพาะปทุมมาหลากหลายพันธุ์ที่จะบานสะพรั่ง และยังมีดอกบานชื่น ดาวเรือง ดาวกระจาย สร้อยไก่ ฯลฯ รวมกว่าแสนต้น เพิ่มสีสัน สร้างความตระการตาแก่ผู้มาเที่ยวชม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วยังมีนิทรรศการในธีม &amp;ldquo;พรรณไม้ในวรรณคดีไทยในเขตกรุงเทพมหานคร&amp;rdquo; ด้วยตระหนักคุณค่าวรรณคดีไทยและส่งเสริมความรู้ด้านการใช้ประโยชน์พรรณไม้ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น จะจัดแสดงพันธุ์ไม้ในวรรณคดีไทยที่ กทม.รวบรวมปลูกไว้ พร้อมข้อมูลรายละเอียดและความเกี่ยวพันกับวรรณคดีไทย เช่น ต้นกาหลง จากเรื่องรามเกียรติ์และพระอภัยมณี, ต้นประยงค์ จากเรื่องลิลิตพระลอและขุนช้างขุนแผน, ต้นมหาหงส์ จากเรื่องอุณรุทและอิเหนา รวมถึงแสดงตัวเอกของเรื่องที่เกี่ยวข้องด้วย อีกส่วนเป็นข้อมูลพรรณไม้ในวรรณคดีที่ปลูกไว้ในพื้นที่สวนสาธารณะของ กทม. เช่น สวนจตุจักรและสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ รวบรวมพรรณไม้มากกว่า 63 ชนิดจากวรรณคดีไทย 17 เรื่อง เช่น เรื่องอิเหนา พระอภัยมณี รามเกียรติ์ ขุนช้างขุนแผน ฯลฯ อยากชวนประชาชนเข้าชมงานและนิทรรศการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;25 องค์กรจัดนิทรรศการโครงการพระราชดำริแบบมีชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมจัดนิทรรศการ &amp;ldquo;ป่ารักน้ำ ตามรอยแม่&amp;rdquo; ชูผลงานโครงการป่ารักน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านถ้ำติ้ว จ.สกลนคร ที่เป็นต้นแบบโครงการป่ารักน้ำในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยพระองค์ทรงปลูกป่าเป็นตัวอย่างแก่ราษฎรและรับสั่งให้ราษฎรดูแลรักษาป่า พร้อมทั้งปลูกป่าเสริมต่อไป อีกทั้งมีพระราชประสงค์ให้เห็นความสำคัญการอนุรักษ์ป่าไม้ต้นน้ำลำธาร นิทรรศการนำเสนอวิถีชีวิตและวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นของชาวภูไท พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการพระราชดำริในพื้นที่อีสาน โซนนี้ทุกวันจะแจกกล้าไม้ที่ได้จากการเพาะเมล็ดจากแม่ไม้ในแปลงที่สมเด็จพระราชินีในรัชกาลที่ 9 ทรงปลูกไว้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2525 ได้แก่ ไม้แดง และไม้ประดู่ วันละ 100 ต้น รวม 700 ต้น พร้อมทั้งแจกกล้าไม้มีค่า จำนวน 2,000 ต้น ได้แก่ มะค่าโมง มะค่าแต้ มะฮอกกานี หว้า นนทรี อินทนิล แดง พะยอม คูน และสะเดา ให้ผู้เข้าชมนิทรรศการ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42261</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.จรัลธาดา กรรณสูต, พรรณไม้งามพระนามราชวงศ์, มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ, สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ, สีสรรพรรณไม้, เยาวชน...รักษ์พงไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d3f27be9a8a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
