<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2021 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2021 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์&#039; เทศนาธรรมวันปีใหม่ ให้สติคนไทยต้องรู้จักกินเวลา (มีคลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;1 ม.ค.64 - สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)&amp;nbsp;เทศนาธรรมเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2564 ดังนี้ คาถาที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า &amp;quot;กาโล ฆสติ ภูตานิ สพฺพาเนว สหตฺตนา&amp;quot; กาลเวลาย่อมกลืนกินสรรพสัตว์ พร้อมกันไปทั้งตัวเอง น่าจะเป็นคาถาที่ใช้มาพูดกันบ่อยๆว่า&amp;nbsp;กาลเวลากลืนกินสัตว์แน่นอน เราเกิดแก่เจ็บตายไป เวลากลืนกินตัวมันเอง ผ่านไปเดือนมกรา กุมภา มาจนถึงธันวาเปลี่ยนเป็นปีเก่า ปีใหม่ กาลเวลากลืนกินตัวมันเอง พร้อมกับกินเราทั้งหลายไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีนี้ท่านก็สอนว่า ให้คนเราเนี่ยกินเวลาด้วย อย่าให้มันกินเราฝ่ายเดียว ถ้ากินมันเก่ง กินมันทัน มันกินเราไม่ได้ ทีนี้กินเวลากินยังไงก็คือ ให้เวลามันเกิดมีประโยชน์ เหมือนเรากินเวลาแล้วย่อยออกมาเป็นงานการ เป็นประโยชน์ แม้แต่ว่าชีวิตของเราเองเนี่ย ถ้าหากว่า คนไหนหน้าตาจิตใจเศร้าหมองขุ่นมัว มีแต่ทุกข์เนี่ย เท่ากับถูกเวลากิน แย่ลงไปเรื่อยๆเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีนี้ถ้าเรากินเวลาก็คือ อย่างที่บอกเมื่อกี้ เวลาผ่านไปเอาเราใช้เวลานั้นทำให้มันเกิดประโยชน์ เหมือนกับย่อยออกมา กินเวลาแล้วย่อยออกมาเป็นผลงาน เป็นประโยชน์ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีนี้ว่าถึงชีวิตเฉพาะแต่ละเวลาที่ผ่านไปก็คือว่า ถ้าชีวิตของเราไม่ขุ่นมัวเศร้าหมอง เราก็ไม่ถูกเวลากิน เพราะว่าเรามีหน้าตา จิตใจ ผ่องใส เบิกบานอยู่เสมอ เรากลายเป็นผู้ใช้เวลา อยู่กับเวลาได้อย่างดี ไม่ถูกเวลากิน เราเป็นฝ่ายมีชัยชนะ ฉะนั้นไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ว่าเวลาผ่านไปๆ แต่ละเวลาให้จิตใจร่าเริง เบิกบาน ผ่องใส หน้าตายิ้มแย้ม แค่นี้ก็เป็นฝ่ายกินเวลา ไม่ได้ถูกเวลากิน ยืนยงอยู่ มีชีวิตชีวาอยู่ตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากให้ญาติโยมมีปีติ ปราโมทย์ เบิกบาน ผ่องใสแล้วก็มีจิตใจที่ดีงามผ่องใส ทำดีงาม ทำคุณประโยชน์ต่างๆ ยิ่งเพิ่มพูนพัฒนาขึ้นมา เราก็ใช้เวลา กินเวลา ย่อยออกมาได้ประโยชน์ แข่งกับเวลาไม่ให้มันกินเรา ถ้าเรากินเวลาได้สำเร็จอย่างดี จนกระทั่งเวลามันกินเราไม่ได้ ก็จะเป็น &amp;quot;พระอรหันต์&amp;quot; พระพุทธเจ้าเรียกพระอรหันต์ว่า กาละ ฆัสโส แปลว่า ผู้กินเวลา เวลากินพระอรหันต์ไม่ทัน ผู้ที่มีความดีงาม มีปัญญา คุณสมบัติดีงามพร้อม รู้จักใช้เวลาเป็น จนกระทั่งว่าเวลากินคนไม่ทัน คนก็เลยเหมือนเป็นผู้อมตะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออนุโมทนา ขอให้เป็นผู้ยืนยงคู่กับเวลาโดยไม่ถูกเวลากิน แต่เป็นผู้กินเวลา มีชัยชนะเหนือเวลา มีความสุขเริ่มด้วยปราโมทย์ ปีติ ปัสสัทธิ ทุกเมื่อเทอญ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88546</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดงานวันปีใหม่, ปีใหม่ 2564, สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์, สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต), เทศนาธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210101/image_big_5feed4dd03234.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost บันทึกบรรทัดแรกขออัญเชิญคติป้องกันภัยโควิด-19 ของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ &amp;quot;ป. อ. ปยุตฺโต&amp;quot; ง่ายๆ สั้นๆ 4 คำจำให้ขึ้นใจมาฝากไว้ในยามที่สังคมไทยกำลังทุกข์และกังวล... &amp;quot;ทำใจให้สงบ&amp;quot;&amp;nbsp; ...0 ขยายความได้ว่า ..ใจสงบ ก็จะเกิดสติตามด้วยปัญญา ตระหนักเข้าถึงเข้าใจว่า การดับทุกข์นั้นต้องทำอย่างไรบ้าง ...มิเช่นนั้นตัวเลขที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ว่าประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 188 ราย รวมสะสม 599 ราย จะบานกลายเป็นว่ามีอีกกว่า 60 ล้านคนเป็นโ(ร)คจิตนะจ๊ะ ...0 มาตรการ &amp;quot;รักษาระยะห่างทางสังคม&amp;quot; Social Distancing เชื่อว่ามากันถูกทาง แต่มีคำถามว่า &amp;quot;ทีมงานข้อมูลข่าวสาร&amp;quot; จะทำงานเชิงรุกอย่างไร เพราะโซเชียลออนไลน์ส่งต่อแชร์กันไปโพสต์กันมาได้สำหรับโควิด-19 แพร่ระบาดหยุดกันไม่อยู่แน่นอน นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษก ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกรัฐบาล จับมือกับ &amp;quot;พี่ไก่อู&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ในฐานะอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ หากทำงานแบบนี้ไม่ถนัด ปราศจากประสบการณ์ล่ะก็ ..ลุกจากเก้าอี้ให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทนจะดีกว่าไหม??? ...0 ท่ามกลางวิกฤตินี้หากรัฐบาลสร้างความชัดเจน อะไรที่เกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสระบาดให้ &amp;quot;ทีมอาจารย์หมอ&amp;quot; นำโดย ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และอดีต รมว.สาธารณสุข เป็นผู้พูดและแถลงตลอดจนบริหารจัดการทั้งหมด รับรองว่าวิกฤติศรัทธาทั้งหลายจะกลับมา หลังจากปล่อยให้พวกนักเล่นการเมืองสร้างปัญหาความขัดแย้งในการทำงานมาตั้งแต่แรก ...0 ในวิกฤติมีโอกาส!! สุดจะอึ้งและมึน อานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กับบรรดา ผู้บริโภคหัวใส หว่านซื้อกรมธรรม์ประกันภัย Covid-19 หวังฉวยโอกาสเก็บเงินแสนเงินล้านแบบลงทุนแค่ 5,000-10,000 บาทเท่านั้นเพราะโปรโมชั่นประเภท เจอ จ่าย จบ เมื่อตรวจพบว่าติดเชื้อ ...0 ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า สังคมไทยเดินมาถึงจุดนี้!! จุดที่ใครซิกแซกเก่งก็ได้ ใครตรงไปตรงมาก็อด ไม่แตกต่างจากบรรดานัก (เล่น) การเมืองทั้งหลาย ...0 อันนี้ก็เหลือเชื่อเหมือนกัน กับการทำงานเอิ๊งเอยของแบงก์ชาติ ภายใต้การนำของ ดร.วิรไท สันติประภพ ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจเรื้อรัง!! เพราะการประกาศมาตรการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี โดยให้มีผลในวันที่ 23 มีนาคม 2563 นั้น..แน่ใจแล้วหรือ??? ว่าเกาถูกที่คัน&amp;nbsp; ...0 ใครจะได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหนจากมติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา น่าจะรู้อยู่แก่ใจ เพราะภาพที่สร้างกับชีวิตจริงนั้นมันยังต้องลงไปในรายละเอียดสำหรับเงื่อนไขการกู้ยืมและการจ่ายดอกเบี้ยของธุรกิจแต่ละประเภท อีกทั้งลูกค้าแต่ละราย&amp;nbsp; แต่ที่แน่ๆ คงต้องหัวเราะทั้งน้ำตา ดอกเบี้ยเงินฝากของชาวบ้านจะได้รับผลกระทบทันทีตามมาตรการนี้ ..อุต๊ะ!! คิดได้แค่นี้หรือ?? กับการบรรเทาปัญหาสภาพคล่องในภาวะระบาดของ COVID-19 ..วาทกรรมช่างสวยหรู!! ...0 บันทึกบรรทัดส่งท้าย .. อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ถือเป็นหน้าที่ร่วมด้วยช่วยกันของพลเมืองไทย ส่วนคนประเภทคิดว่าตัวเองเจ๋ง มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ เที่ยวด่ากราดนโยบายและมาตรการเพื่อส่วนรวมนั้น กระแสสังคม just say No ไปเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นใครที่คิดว่าตัวเองเป็นเซเลบ เป็นศิลปินแห่งชาติ มีเฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือ ควรจะระวังปากนะจ๊ะ ...0 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60576</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ปิยสาร์&quot;, ดร.วิรไท สันติประภพ, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, บันทึกหน้า4, สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์, อานนท์ วังวสุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.อ.ปยุตฺโต:เรื่องประเภทนี้เคยเกิดแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 มิ.ย.2561 - เฟซบุ๊กปฏิบัติธรรมวัดชลฯ บวชเนกขัมมะบารมี ได้เผยแพร่บางส่วนจากวิสาขเทศนาของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ณ อุโบสถ วัดญาณเวศกวันถึงปัญหาวงการสงฆ์ในปัจจุบันว่า เวลานี้ก็มีเหตุการณ์ที่เป็นข่าวคราวในวงการพระสงฆ์ ซึ่งอาจจะทำให้ญาติโยมไม่สบายใจ แล้วก็ข้องจิตขัดใจอยู่ ทำให้ขัดขวาง แม้แต่การฟังธรรม (การภาวนา) ด้วย ฉะนั้น ก็มาทำให้สว่างโล่งกันเสียก่อน คือเรื่องเหตุการณ์ความไม่ดีไม่งามอะไรก็ตาม ที่เกิดขึ้นในวงการพระสงฆ์นี้ ก็เป็นเรื่องที่พุทธศาสนิกชนจะต้องรู้ เข้าใจ แล้วปฏิบัติกับมันให้ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่จริงแล้วก็ถือว่ามันเป็นปัญหา ปัญหานั้นก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องฝึกใจ แล้วเป็นเรื่องลับปัญญา ฉะนั้น เราใช้ให้เป็น เราก็พลิก แทนที่จะให้มันทำร้ายเรา เราก็กลับมาใช้ประโยชน์ ปัญหานี้เป็นสิ่งสำคัญมนุษย์เกิดมาต้องเจอปัญหา ปัญหาชีวิตส่วนตัวบ้าง ปัญหาส่วนรวมบ้าง บางทีถ้าเราปฏิบัติกับมันไม่ถูก มันก็เสีย เสียให้กับจิตใจของเรา แล้วส่วนรวมก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ กลับไปซ้ำเติมปัญหาก็มี เพราะฉะนั้นจะต้องเริ่มวางตัววางใจต่อปัญหา เรื่องเลวร้าย เหตุการณ์ไม่ดีนี้ให้ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่กล่าวว่า ปัญหานั้นเป็นเรื่องฝึกใจและเป็นเรื่องลับปัญญา เริ่มต้นก็คือว่า เรื่องราวปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างนี้ ใจเราต้องตั้งรับให้ถูก คือไม่ให้ใจนี้ถูกกระทบกระแทก บีบคั้น ขุ่นมัว เศร้าหมอง หรือว่าเหี่ยวแห้งหดหู่ หรือฟุ้งซ่านวุ่นวายอะไรต่างๆ ก็แล้วแต่ เรียกว่า รักษาใจเราไว้ ให้สงบ หนักแน่น มั่นคง นี้ก็อันที่หนึ่งนะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้แต่ชีวิตของเรา ที่ท่านเรียกว่า ถูกโลกธรรมกระทบกระทั่งแล้ว ลาภ - เสื่อมลาภ ยศ &amp;ndash; เสื่อมยศ นินทา - สรรเสริญ สุข &amp;ndash; ทุกข์ นี้ มันเกิดขึ้นในชีวิตของคนเรา ท่านก็ให้ใช้เป็นเครื่องฝึก ฝึกเรา จนกระทั่งเรามีความสามารถ ที่จะตั้งรับต่อโลกธรรมเหล่านั้นได้ถูกต้อง แม้แต่ใช้มันให้เป็นประโยชน์ พอใช้ให้เป็นประโยชน์ เราก็ได้ฝึกตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างเรื่องของปัญหาในวงการพระสงฆ์ เริ่มต้น ก็รักษาใจของเราไว้ก่อน การรักษาใจของเราสำคัญก็คือ ให้สงบ หนักแน่น มั่นคง ไม่ถูกกระทบกระแทก แล้วยกเรื่องให้ปัญญาจัดการ ปัญหานั้นเป็นเรื่องของปัญญา ไม่ใช่เรื่องของจิตใจ ไม่ใช่เอาใจเข้าไปยุ่งกับปัญหา กับความทุกข์ ซึ่งจะทำให้ใจนี้วุ่นวาย ใจนี้ก็พลอยทุกข์เดือดร้อนไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเป็นเรื่องของปัญญา ปัญหานั้นต้องจัดการด้วยปัญญา ใจก็ต้องรักษาให้เป็นปกติให้ดี ใจมีสภาพที่ดี ก็จะได้ใช้ใจนั้นทำงานของปัญญา ใจต้องอยู่ในสภาพที่ดี ใจนั้นเป็นที่ทำงานของปัญญา ตัวปัญญาเป็นตัวที่จะจัดการปัญหา แล้วถ้าที่ทำงานของปัญญาคือจิตใจไม่ดี ปัญญาก็เสียโอกาสในการทำงาน เพราะฉะนั้น จึงเป็นข้อจำเป็น เป็นหลักการสำคัญที่ว่า เมื่อเกิดปัญหา เกิดเรื่องราวร้าย ต้องรักษาใจให้ได้ ใจอยู่ในสภาพที่มั่นคง หนักแน่น สงบ เป็นอย่างดีเลย แล้วปัญหามาก็ยกให้ปัญญา ปัญญาจัดการกับปัญหา คราวนี้เราก็ได้เรื่องแล้ว ก็จะแก้ไขปัญหาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างเรื่องในวงการพระสงฆ์ในเวลานี้ ถ้าเรามองด้วยปัญญาในแง่หนึ่ง อาตมาเคยเขียนหนังสือมาหลายเรื่อง หลายครั้งแล้ว เรื่องประเภทนี้ เคยเกิดขึ้นมา ไม่ใช่ครั้งเดียวนะ หลายท่านที่อายุมากๆ ก็เคยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายตรงนี้มา แง่หนึ่งที่จะมอง ก็จะบอกว่าพระสงฆ์นี้ถือว่า ใช้ภาษาฝรั่งเรียกว่า เป็น clean ของสังคมในแง่ของคุณธรรม จริยธรรม แล้วสังคมของไทยเรานี้ แม้แต่ส่วนที่ถือว่าเป็น clean สุดยอดดีนี้ ยังแย่ขนาดนี้ แล้วสังคมไทยส่วนใหญ่จะไปทางไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันนี้กลายเป็นเครื่องเตือนเรานะ ว่าอย่าได้ประมาท ให้มาตรวจสอบตัวเองดู ว่าตื่นขึ้นมาเสียเถิด เราอาจจะตกอยู่ในความประมาทมานานแล้ว สังคมไทยนี้อาจจะฟอนเฟะ หรืออะไรไปอย่างรุนแรงแล้ว มาจนถึงขนาดนี้ มาจนถึงส่วนที่เป็น clean นี้ แย่ไปด้วย มันฟ้องแล้ว ฉะนั้น อย่าได้นอนใจ อย่ามัวถกเถียงกันว่าอย่างนั้นอย่างนี้ โทษคนนั้นคนนี้ มาดูใจ สังคมของตัวเอง แล้วรีบตื่นขึ้นมา ลุกขึ้นมา รีบหาทางแก้ไขกัน นี่แหละ เป็นเรื่องที่หนึ่งที่ว่า จะให้เราตื่นตัว ไม่ประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วก็มองว่าคนไทยทุกคน พุทธศาสนิกชน พุทธบริษัททั้งหมดนี้ เป็นเจ้าของพระพุทธศาสนา เป็นเจ้าของวัดวาอาราม พุทธศาสนา วัดวาอาราม ไม่ใช่เป็นของพระองค์ไหน แน่นอน เป็นของชาติ ของแผ่นดินทั้งหมด เพราะฉะนั้น เรามีส่วนร่วมรับผิดชอบทุกคน ที่ต้องแก้ไข แล้วทำไมเราปล่อยอย่างนี้ ที่มีเหตุร้ายอย่างนี้เกิดขึ้น เพราะว่าชาวพุทธคนไทยนี้ ปล่อยปละละเลยหรือเปล่า ตกอยู่ในความประมาทสำรวจตัวเองให้ดี ก็จะเห็นว่า สาเหตุมันเป็นอย่างนั้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาตมาอยากจะเท้าความ แม้ตั้งแต่เสียกรุง หมายถึงกรุงศรีอยุธยาที่ถูกเผานี้ แล้วเรากู้ชาติกู้แผ่นดินจนมากระทั่งบัดนี้ เรายังไม่ได้ฟื้นตัวเท่าที่ควรเลยนะ ยังไม่ไปถึงไหน เพราะฉะนั้น ตื่นขึ้นมา แล้วก็รีบสำรวจตัวเอง รุกขึ้นมาก้าวหน้าเดินต่อไป ตั้งตัว ตั้งหลักให้ดี มันจึงจะไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่จะดูแล แก้ปัญหาด้วยปัญญานั้น ก็คือว่า 1.ดูสภาพตัวเองอย่างที่ว่านี้ &amp;nbsp;2. สืบสาวเหตุปัจจัย การแก้ไขด้วยปัญญา แม้แต่ดูปัญหามันเกิดมายังไง ก็เกิดจากเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหา แล้วจะแก้ไขยังไง ก็ต้องไปแก้ไขที่เหตุปัจจัยนั้นแหละ แล้วตอนนี้เหตุปัจจัยยังไง ทางฝ่ายพระ ทางฝ่ายบ้านเมือง ทางฝ่ายประชาชนนี้มันมีเหตุกันทั้งนั้น คือฝ่ายทำเหตุ เพราะฉะนั้น ไปวิเคราะห์แยกแยะกันให้ดี เราก็จะเห็น ถ้าเห็นเหตุปัจจัย เราก็เห็นทางแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้น อันนี้ก็ฝากไว้ว่า อย่ามัวไปโศกเศร้าเสียใจ ทำใจไม่สบาย ว้าวุ่น ขุ่นหมองใจ จะไปทางเหี่ยวแห้งหดหู่ หรือจะไปทางฟุ้งซ่าน ไม่พอใจ วุ่นวายใจ อะไรก็ตาม ไม่เอาทั้งนั้น เอาอยู่ในความสงบ หนักแน่น แล้วก็ให้ใจเป็นที่ทำงานใหญ่ เป็นที่ทำงานที่มีคุณภาพ สำหรับให้ปัญญามาทำงานอย่างได้ผล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้นต้องแยกอันนี้ให้ถูก ใจเป็นที่ทำงานของปัญญา เรื่องอย่างนี้มา ใจไม่ต้องยุ่ง ยกให้ปัญญา ปัญญาจัดการ แล้วใจเราก็คอยตามดูด้วยความสบายใจว่า มันก้าวหน้าไป รู้ปัญหา รู้ปัจจัย เราก็สบายใจขึ้นเรื่อยๆ ใจมีแต่เรื่องที่จะต้องรับมันให้ดี เพราะฉะนั้น ใจขุ่นมัวเศร้าหมอง ปัญญาก็พลอยทำงานไม่ได้ผลไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาล่ะ อันนี้ฝากไว้ ก็ขอให้โยมทุกท่าน ใจโล่งโปร่งสบายซะ ไม่ต้องไปขุ่นมัวเศร้าหมองกับเรื่องนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10479</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.อ.ปยุตฺโต, ปฏิบัติธรรมวัดชลฯ บวชเนกขัมมะบารมี, ปัญหา, วงการสงฆ์, วัดญาณเวศก, วิสาขเทศนา, สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์, อุโบสถ, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b1112721ef64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
