<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 20:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีหนังสือขอบใจ &#039;พระธรรมทูต&#039; วัดไทยในเมืองเลสเตอร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีหนังสือส่งถึงพระธรรมทูตวัดไทยในเมืองเลสเตอร์ที่ได้บำเพ็ญกุศลในวันวิสาขบูชา และก่อนหน้านั้นได้ทรงส่งการ์ดขอบใจที่วัดไทยได้จัดกิจกรรมถวายพระราชกุศลอาลัยแด่การสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายฟิลิป พระสวามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.64 - พระครูธรรมธรเทวประภาศ มากคล้าย รองเจ้าอาวาสวัดคุ้งตะเภา ปัจจุบันปฏิบัติศาสนกิจเป็นพระธรรมทูต ดูแลวัดมงคลวราราม เมืองเลสเตอร์ สหราชอาณาจักร เปิดเผยว่าหลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทางวัดมงคลวราราม รวมกับชุมชนชาวไทยในเลสเตอร์ได้จัดกิจกรรมอุทิศถวายพระราชกุศลเพื่อถวายอาลัยแด่เจ้าชายฟิลิป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความทราบถึงสมเด็จพระราชินีนาถฯ จากนั้นสำนักพระราชวังบักกิงแฮมได้ส่งการ์ดพระราชทานเป็นกรณีพิเศษผ่านทางรอยัลเมล ถึง The Venerable Tevaprapas Makklay (พระครูธรรมธรเทวประภาศ มากคล้าย) ในนามผู้ดูแลวัดมงคลวราราม ความว่า &amp;ldquo;I send you my sincere thanks for your kind words of sympathy on the death of my husband&amp;rdquo; (ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบใจอย่างจริงใจต่อท่าน สำหรับการแสดงความเห็นอกเห็นใจของท่านที่มีต่อการสิ้นพระชนม์ของพระราชสวามีของข้าพเจ้า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การ์ดพระราชทานดังกล่าวสร้างความแปลกใจและประทับใจแก่ทางวัดและชุมชนชาวไทย เพราะตั้งใจจัดกิจกรรมถวายอาลัยแด่เจ้าชายฟิลิปด้วยความเคารพรัก ไม่คาดคิดว่าจะได้รับการ์ดพระราชทาน ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระราชินีนาถฯ และถือเป็นสิริมงคลแด่วัดมงคลวรารามเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่นานมานี้ หลังจากทางวัดมงคลวรารามและชุมชนชาวไทยได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลในเทศกาลวิสาขบูชาขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2564 และได้ส่งทูลเกล้าถวายหนังสือและภาพถ่ายกิจกรรมแด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระองค์ทรงมีหนังสือตอบกลับผ่านนางสนองพระโอษฐ์ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ปราสาทแบลมอรัล วันที่ 1&amp;nbsp;สิงหาคม 2564 ถึง พระคุณท่านหลวงพ่อฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระราชินีนาถฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าพเจ้าอัญเชิญพระบรมราชกระแสทรงขอบใจ สำหรับลิขิต, ภาพถ่ายกิจกรรม ตลอดจนข้อความอันงดงาม ที่พระคุณท่านได้จัดส่งนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในนามของพระคุณท่านและพระสงฆ์ไทย ในโอกาสที่พระคุณท่านได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลในเทศกาลวิสาขบูชา ในเดือนมิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระราชินีนาถฯ ทรงทราบพระหฤทัยทรงทราบซึ้งในความเข้าใจอันดีของพระคุณท่านที่มีต่อใต้ฝ่าพระบาทในครั้งนี้ และข้าพเจ้าขอขอบพระคุณอีกครั้งสำหรับลิขิตที่พระคุณท่านได้ส่งเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียนมาด้วยความเคารพยิ่ง Richenda Elton&amp;nbsp;นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระราชินีนาถฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้วัดมงคลวราราม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2562 โดยพระครูวินัยธร จิตฺตินทฺรี ไชยมิน เป็นประธานสงฆ์ พระครูธรรมธรเทวะประภาส มากคล้าย รองประธานสงฆ์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพร้อมศรัทธาญาติชาวไทยในเมืองเลสเตอร์ &amp;nbsp;และนอร์ทติ้งแฮม ได้รับการอนุมัติจดทะเบียนจากคณะกรรมการการกุศลประจำประเทศอังกฤษและเวลส์ &amp;nbsp;ให้จัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายสหราชอาณาจักรเมื่อต้นปี พ.ศ. 2563 ปัจจุบันมีพระศุภชัย สุภาจาโร&amp;nbsp;
หรือพระอาจารย์ม่อน พระธรรมทูตรุ่น24 หนึ่งในพระสงฆ์ที่เดินรณรงค์สันติภาพโลกร่วมในคณะพระสุธรรม นทีทอง มาปฏิบัติศาสนกิจ จำพรรษา พร้อมพระสงฆ์อีก 5 รูป ตามคำสั่งมหาเถรสมาคม
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนวัดมงคลวราราม, พระครูธรรมธรเทวประภาศ, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, สหราชอาณาจักร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_6117beb2cc3ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2021 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษจัดพระราชพิธีพระศพเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ราชวงศ์อังกฤษจัดพระราชพิธีฝังพระศพเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แล้วเมื่อวันเสาร์ ในพิธีที่เรียบง่าย มีเพียงสมาชิกราชวงศ์และพระญาติสนิทเข้าร่วมเพียง 30 คน ทั่วอังกฤษพร้อมใจกันสงบนิ่งไว้อาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หีบพระศพเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ ถูกอัญเชิญขึ้นพระราชรถแลนด์โรเวอร์ เพื่อเคลื่อนไปยังโบสถ์เซนต์จอร์จ&amp;nbsp;สถานที่ประกอบพิธีพระศพภายในพระราชวังวินด์เซอร์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2564&amp;nbsp;(Photo by Adrian Dennis/WPA Pool/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หีบพระศพของเจ้าชายฟิลิป ซึ่งสิ้นพระชนม์ที่พระราชวังวินด์เซอร์เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 โดยมีพระชนมายุ 99 พรรษา มีกำหนดเคลื่อนจากสถานที่ประดิษฐานภายในโบสถ์ส่วนพระองค์ในพระราชวังวินด์เซอร์ ด้วยพระราชรถแลนด์โรเวอร์ ซึ่งเจ้าชายฟิลิปทรงช่วยออกแบบดัดแปลง มาประกอบพิธีที่โบสถ์เซนต์จอร์จ ซึ่งอยู่ภายในรั้วพระราชวังวินด์เซอร์เช่นกัน ในเวลา 20.40 น.ของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขบวนพระดำเนินตามเสด็จหีบพระศพ รวมถึงเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ, เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารี, เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุคแห่งยอร์ก, เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเซกซ์, เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกซ์ ที่ยุติบทบาทพระบรมวงศ์ไปใช้ชีวิตที่สหรัฐและเดินทางมาร่วมพิธีเพียงผู้เดียว โดยเมแกน มาร์เคิล พระชายาที่ตั้งครรภ์ แพทย์แนะนำให้งดการเดินทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในขบวนนี้ เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รีจะไม่ได้ดำเนินเคียงข้างกัน โดยปีเตอร์ ฟิลิปส์ โอรสในเจ้าหญิงแอนน์ จะเดินคั่นกลาง นอกจากนี้ ฉลองพระองค์ของเจ้าชายทั้งหลายในครั้งนี้จะไม่ใช่เครื่องแบบทหารด้วย โดยสื่ออังกฤษกล่าวกันว่า เป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความอับอายแก่เจ้าชายแฮร์รี ซึ่งถูกเรียกคืนพระยศภายหลังการตัดสินใจสละฐานันดรศักดิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ พระชนมพรรษา 94 พรรษา ซึ่งตรัสว่าการสิ้นพระชนม์ของพระราชสวามีที่ทรงครองคู่ด้วยกันมานาน 73 ปี เหลือไว้ซึ่งความว่างเปล่าครั้งใหญ่ในชีวิตของพระองค์ จะประทับรถยนต์เบนท์เลย์พระที่นั่งแยกต่างหาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีพระศพภายในโบสถ์เซนต์จอห์นมีกำหนดเริ่มต้นในเวลา 15.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 21.00 น.ของไทย โดยทั่วสหราชอาณาจักรจะสงบนิ่งไว้อาลัยพร้อมกันในเวลาดังกล่าว หลังเสร็จสิ้นพิธีภายในโบสถ์เซนต์จอร์จ&amp;nbsp;หีบพระศพเจ้าชายฟิลิป ซึ่งคลุมด้วยธงประจำพระองค์ มีพวงหรีด, หมวกและกระบี่ทหารเรือของเจ้าชายวางไว้ด้านบน จะถูกอัญเชิญไปฝังไว้ภายในห้องใต้ดินหลวงใต้โบสถ์แห่งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักพระราชวังอังกฤษเคยกล่าวไว้ว่า เจ้าชายฟิลิปมีพระประสงค์ให้พิธีพระศพของพระองค์จัดอย่างเรียบง่ายและไม่ต้องตั้งพระศพให้สาธารณชนร่วมถวายความอาลัย สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งทำให้พิธีพระศพครั้งนี้ต้องลดขนาดลงอีก โดยจำกัดผู้เข้าร่วมไว้เพียง 30 คนตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีกรรมทางศาสนามีจัสติน เวลบี อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี ผู้นำคริสตจักรอังกฤษเป็นผู้ประกอบพิธี ภายในโบสถ์เซนต์จอร์จแห่งนี้ นอกจากพระบรมวงศ์และเชื้อพระวงศ์ที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว ยังรวมถึง คามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ พระชายาในเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์, แคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายาในเจ้าชายวิลเลียม, เจ้าหญิงเบียทริซ และเจ้าหญิงยูเชนี พระธิดาในเจ้าชายแอนดรูว์, ซารา ทินดัลล์ พระธิดาในเจ้าหญิงแอนน์ ตลอดจนพระญาติชาวเยอรมันของเจ้าชายฟิลิป และเลขานุการส่วนพระองค์ของเจ้าชายฟิลิป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอังกฤษและสำนักพระราชวังร้องขอประชาชนอย่าได้มารวมตัวกันเพื่อถวายความอาลัยครั้งสุดท้ายที่ด้านนอกพระราชวังวินด์เซอร์หรือพระตำหนักแห่งอื่นๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา โดยสถานีโทรทัศน์ของอังกฤษพากันงดรายการปกติและถ่ายทอดสดตลอดพิธี ที่คาดว่าจะมีผู้ชมทั่วโลกหลายล้านคน ถึงแม้จะมีรายงานก่อนหน้านี้ว่า สถานีบีบีซีของอังกฤษได้รับคำร้องเรียนมากกว่า 100,000 รายที่ยกเลิกรายการปกติแล้วมีรายการพิเศษมากมายเกี่ยวกับดยุคแห่งเอดินบะระ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99789</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชพิธีพระศพ, พระราชวังวินด์เซอร์, พิธีพระศพ, ราชวงศ์อังกฤษ, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ, โบสถ์เซนต์จอห์น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210417/image_big_607ae91b81996.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039;มีพระราชสาสน์ถึงควีนอังกฤษแสดงความเสียพระราชหฤทัยเจ้าชายฟิลิปสิ้นพระชนม์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.64-​พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่งพระราชสาสน์แสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ในการที่เจ้าชายฟิลิป ดุ๊กแห่งเอดินบะระ พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 ความว่า ฝ่าพระบาท หม่อมฉันและพระราชินีรู้สึกเศร้าสลดใจอย่างยิ่ง ต่อการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายฟิลิป ดุ๊กแห่งเอดินบะระ หม่อมฉันและประชาชนชาวไทยขอร่วมอาลัยต่อการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ กับประชาชนในสหราชอาณาจักร รวมทั้งชาวโลกในนานาประเทศ ผู้ซึ่งชีวิตได้เปลี่ยนไปในทางทีดีขึ้น โดยได้รับประโยชน์จากพระราชกรณียกิจที่ดุ๊กแห่งเอดินบะระ ได้ทรงปฏิบัติบำเพ็ญมาตลอดพระชนมชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความทรงจำอันซาบซึ้งและภาคภูมิใจเมื่อชาวไทย รำลึกถึงภาพการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยครั้งประวัติศาสตร์ของฝ่าพระบาท พร้อมด้วยดุ๊กแห่งเอดินบะระซึ่งเสด็จอยู่เคียงข้างถึงสองครั้ง เมื่อปีพุทธศักราช 2515 และพุทธศักราช 2539 ในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชบิดาของหม่อมฉัน และในครั้งต่อๆ มาที่ดุ๊กแห่งเอดินบะระได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทย ในฐานะประธานองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลนั้น ประชาชนชาวไทยก็ยังคงจดจำรำลึกได้ ถึงพระราชปรารถนาที่จะให้ทุกคนมีส่วนร่วมในความรัก และความใส่ใจต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ส่งผลให้เกิดโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติขึ้นเป็นจำนวนมากในกาลต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หม่อมฉัน ในนามของประชาชนชาวไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังฝ่าพระบาท พระราชวงศ์ และประชาชนชาวบริติช ทั้งขอร่วมแสดงความอาลัยอย่างที่สุดต่อการสูญเสียอันนำมา ซึ่งความโศกเศร้าอันใหญ่หลวงครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99158</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชสาสน์, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, เจ้าชายฟิลิป, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072989f9b800.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 23:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 23:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำทั่วโลกร่วมอาลัยเจ้าชายฟิลิปสิ้นพระชนม์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ สิ้นพระชนม์แล้วเมื่อเช้าวันศุกร์ ด้วยพระชนมพรรษา 99 พรรษา ผู้นำและประมุขจากทั่วโลกร่วมแสดงความอาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2550 (Photo by Tim Graham/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักพระราชวังบักกิงแฮมแห่งอังกฤษประกาศข่าวการสิ้นพระชนม์ของดยุคแห่งเอดินบะระเมื่อวันศุกร์ที่ 9 เมษายนว่า &amp;quot;ด้วยความโทมนัสอย่างสุดซึ้ง สมเด็จพระราชินีนาถทรงประกาศการสิ้นพระชนม์ของพระราชสวามีอันทรงเป็นที่รัก เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระองค์สิ้นพระชนม์อย่างสงบเมื่อเช้านี้ที่พระราชวังวินด์เซอร์ จะมีแถลงการณ์เพิ่มเติมต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ราชวงศ์อังกฤษขอร่วมกับผู้คนทั่วโลกร่วมไว้อาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของพระองค์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายฟิลิป ซึ่งเดือนมิถุนายนนี้จะมีพระชนมาพรรษาครบ 100 พรรษา เสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีมาประทับที่พระราชวังวินด์เซอร์ อยู่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน ช่วงที่อังกฤษล็อกดาวน์เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ ด้วยพระชนมายุทำให้ทั้งสองพระองค์อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และต่างทรงรับการถวายวัคซีนโดสแรกเมื่อเดือนมกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธงที่ประดับพระราชวังบักกิงแฮมและอาคารที่ทำการของรัฐบาลทั่วอังกฤษลดลงครึ่งเสา เหล่าพสกนิกรพากันมาวางดอกไม้ถวายความอาลัยที่ด้านนอกพระราชวังวินด์เซอร์และพระราชวังบักกิงแฮมภายหลังประกาศข่าวนี้ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของราชวงศ์อังกฤษปิดทำการเหลือเพียงหน้าแรกของเว็บไซต์ที่เปลี่ยนเป็นภาพของเจ้าชายฟิลิปและคำประกาศเรื่องการสิ้นพระชนม์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสิ้นพระชนม์ของดยุคแห่งเอดินบะระเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของสมเด็จบรมพระราชินีนาถแห่งอังกฤษ ซึ่งมีพระชนมพรรษา 94 พรรษา และเป็นองค์ประมุขที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดของอังกฤษ ครั้งหนึ่งสมเด็จพระราชินีเคยรับสั่งถึงพระราชสวามีที่ทรงอยู่เคียงข้างพระองค์มาตลอด 69 ปีแห่งการครองราชย์ว่า ทรงเป็นพลังและทรงค้ำจุนพระองค์มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายเคยมีพระอาการประชวรและมีปัญหาเกี่ยวกับพระพลานามัยบ่อยครั้งในช่วงหลัง รวมถึงเคยผ่าตัดหัวใจและผ่าตัดสะโพก ทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ เพื่อรักษาอาการเกี่ยวกับพระหทัยซึ่งเป็นพระโรคเดิมและการติดเชื้อ พระองค์ประทับที่โรงพยาบาล 4 สัปดาห์และเสด็จกลับพระราชวังวินด์เซอร์เมื่อต้นเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากปฏิบัติพระกรณียกิจมากมายโดยเสด็จฯ พร้อมกับพระราชินี และการเสด็จฯ เดี่ยวอีกมากกว่า 22,000 ครั้ง เจ้าชายฟิลิปทรงยุติการทรงงานสาธารณะในเดือนสิงหาคม 2560 แม้ว่าหลังจากนั้นจะทรงออกงานพระราชพิธีบ้างก็ตาม พระกรณียกิจครั้งสุดท้ายคือทรงร่วมพิธีของกองทัพที่พระราชวังวินด์เซอร์เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าชายฟิลิป ซึ่งสละฐานันดรจากราชวงศ์กรีก ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงเอลิซาเบธ ซึ่งเป็นพระยศในขณะนั้น ที่วิหารเวสต์มินสเตอร์ วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ห้าปีก่อนที่เจ้าหญิงเอลิซาเบธจะเสด็จขึ้นครองราชย์ ทั้งสองพระองค์มีพระโอรสและพระธิดารวม 4 พระองค์ ได้แก่ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ, เจ้าหญิงแอนน์, เจ้าชายแอนดรูว์ และเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และดยุคแห่งเอดินบะระ ทรงโบกพระหัตถ์จากสีหบัญชรของพระราชวังบักกิงแฮม ภายหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2496 (Photo by Keystone/Hulton Archive/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวการสิ้นพระชนม์ก่อคำถามด้วยว่า สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษจะทรงพิจารณาเกี่ยวกับการสละราชสมบัติให้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ครองราชน์สืบต่อหรือไม่ แต่นักสังเกตการณ์หลายคนกล่าวว่า โอกาสที่จะสละราชย์นั้นน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย และช่วงหลายปีมานี้ สมเด็จพระราชินีทรงลดพระราชกรณียกิจลงโดยทรงมอบหมายให้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์, เจ้าชายวิลเลียม และสมาชิกราชวงศ์พระองค์อื่นๆ เสด็จแทนพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แห่งอังกฤษ กล่าวที่ด้านนอกสำนักงานนายกรัฐมนตรีเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ว่าอังกฤษและสหราชอาณาจักรขอบคุณต่อชีวิตและการทำงานที่ไม่ธรรมดาของเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ&amp;nbsp; พระองค์ทรงเป็นแรงดลใจแก่คนรุ่นหลังทั้งในอังกฤษ เครือจักรภพและทั่วโลก เริ่มแรกจากที่ทรงรับราชการในกองทัพเรือแห่งอังกฤษ และการที่ทรงอยู่เคียงข้างสมเด็จพระราชินีเกือบ 8 ทศวรรษหลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำและประมุขจากทั่วโลกทั้งในอดีตและปัจจุบันร่วมแสดงความอาลัย ตั้งแต่สหรัฐอเมริกา, ยุโรป และประเทศในเครือจักรภพ อาทิ ออสเตรเลีย, อินเดีย และนิวซีแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้แต่ผู้นำไอร์แลนด์ ที่เมื่อปี 2554 เจ้าชายและสมเด็จพระราชินีเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษที่เสด็จเยือนเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปีหลังจากการเป็นศัตรูกันมาหลายชั่วคน นายกฯ ไมเคิล มาร์ติน แห่งไอร์แลนด์กล่าวว่า เขา &amp;quot;เศร้าใจ&amp;quot; กับการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายกฯ สกอต มอร์ริสัน แห่งออสเตรเลีย กล่าวถึงเจ้าชายฟิลิปว่า ทรงเป็นตัวแทนของคนรุ่นที่พวกเราจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว พระองค์ทรงสนับสนุนสมเด็จพระราชินีมาโดยตลอดและเป็นองค์อุปถัมภ์องค์กรหลายสิบแห่งในออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน ตรัสว่า ดยุคแห่งเอดินบะระทรงเป็น &amp;quot;พระสหายคนสำคัญของครอบครัวข้าพเจ้ามานานหลายปี เป็นความสัมพันธ์ที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับพวกเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนราชวงศ์เนเธอร์แลนด์กล่าวว่า ราชวงศ์รำลึกถึงเจ้าชายฟิลิปด้วยความเคารพอย่างสูง และว่าเจ้าชายทรงอุทิศชีวิตอันยาวนานเพื่อรับใช้ประชาชนชาวอังกฤษและพระกรณียกิจและความรับผิดชอบมากมาย บุคลิกที่มีชีวิตชีวาของพระองค์สร้างความประทับใจไม่ลืมเลือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสแสดงความอาลัยว่า เจ้าชายทรงใช้ชีวิตที่เป็นแบบอย่างที่นิยามโดยความกล้าหาญ สำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ และความมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อเยาวชนและสิ่งแวดล้อม ส่วนนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี กล่าวว่ารู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่ง มิตรภาพของพระองค์กับเยอรมนี ความตรงไปตรงมาและสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ของพระองค์จะยังคงอยู่อย่างไม่มีวันลืม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ของสหรัฐ กล่าวว่า เจ้าชายทรงเป็นตัวแทนของสหราชอาณาจักรอย่างสมพระเกียรติ พร้อมกับยกย่อง &amp;quot;ชีวิตที่น่าทึ่ง&amp;quot; ของพระองค์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98991</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดยุคแห่งเอดินบะระ, พระราชวังบักกิงแฮม, ราชวงศ์อังกฤษ, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, สิ้นพระชนม์, เจ้าชายฟิลิป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_60707f4aca658.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าชายฟิลิปสิ้นพระชนม์ ด้วยพระชนมพรรษา99พรรษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สำนักพระราชวังอังกฤษมีแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ว่า เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ สิ้นพระชนม์แล้ว โดยมีพระชนมพรรษา 99 พรรษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2561 (Photo by Antony Jones/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายฟิลิปทรงเข้ารับการรักษาพระอาการเกี่ยวกับพระหทัยที่โรงพยาบาลเมื่อไม่นานมานี้ โดยทรงรับการผ่าตัดที่ประสบความสำเร็จ แถลงการณ์ไม่ได้ระบุสาเหตุการสิ้นพระชนม์ แต่กล่าวว่าพระองค์สิ้นพระชนม์อย่างสงบที่พระราชวังวินด์เซอร์เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 9 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อความของแถลงการณ์ฉบับเต็มจากสำนักพระราชวังบักกิงแฮม มีดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้วยความโทมนัสอย่างสุดซึ้ง สมเด็จพระราชินีนาถทรงประกาศการสิ้นพระชนม์ของพระราชสวามีอันทรงเป็นที่รัก เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์สิ้นพระชนม์อย่างสงบเมื่อเช้านี้ที่พระราชวังวินด์เซอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะมีแถลงการณ์เพิ่มเติมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชวงศ์อังกฤษขอร่วมกับผู้คนทั่วโลกร่วมไว้อาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของพระองค์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าชายฟิลิป ขณะเสด็จออกจากโรงพยาบาลคิงเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ในกรุงลอนดอนกลับพระราชวังวินด์เซอร์ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 (Photo by Jeff Spicer/Getty Images)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98957</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดยุคแห่งเอดินบะระ, ราชวงศ์อังกฤษ, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, เจ้าชายฟิลิป, เจ้าชายฟิลิปสิ้นพระชนม์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_6070399714072.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 23:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 23:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บาร์เบโดสปลดแอก เตรียมถอดควีนเอลิซาเบธที่ 2 พ้นประมุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประเทศบาร์เบโดส รัฐเอกราชในเครือจักรภพที่อยู่ในทะเลแคริบเบียน ประกาศจะเปลี่ยนระบอบเป็นสาธารณรัฐและปลดสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ พ้นตำแหน่งองค์ประมุขในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ อ่านพระราชดำรัสจากบัลลังก์ในสภาขุนนาง ระหว่างการเปิดสมัยการประชุมสภาสามัญชนอังกฤษเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธกล่าวว่า บาร์เบโดสประกาศการตัดสินใจอย่างเป็นทางการผ่านสุนทรพจน์เปิดสมัยการประชุมรัฐสภาของนายกรัฐมนตรีมีอา ม็อตลีย์ โดยแซนดรา เมสัน ข้าหลวงต่างพระองค์ประจำบาร์เบโดส เป็นผู้อ่าน เพื่อทำพิธีเปิดสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นเวลามากกว่าครึ่งศตวรรษภายหลังได้รับเอกราชจากอังกฤษ ถึงเวลาแล้วที่เราจะทิ้งอดีตความเป็นอาณานิคมของเราไว้เบื้องหลัง&amp;quot; เมสันกล่าว &amp;quot;ชาวบาร์เบโดสต้องการมีประมุขเป็นชาวบาร์เบโดส&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์กล่าวด้วยว่า บาร์เบโดสจะดำเนินการตามสมควรต่อไปเพื่ออำนาจอธิปไตยโดยสมบูรณ์ และเปลี่ยนระบอบเป็นสาธารณรัฐในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปีที่ได้รับเอกราชจากอังกฤษ ซึ่งตรงกับวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโฆษกสำนักพระราชวังบักกิงแฮมไม่ให้ทัศนะเกี่ยวกับคำประกาศนี้ โดยกล่าวว่าเป็นเรื่องของรัฐบาลและประชาชนชาวบาร์เบโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควีนเอลิซาเบธทรงเป็นองค์ประมุขของสหราชอาณาจักร และอดีตอาณานิคมอีก 15 ประเทศ โดยมีข้าหลวงต่างพระองค์เป็นผู้สำเร็จราชการ ประเทศเหล่านี้ประกอบด้วย แอนติกาและบาร์บูดา, ออสเตรเลีย, บาฮามาส, บาร์เบโดส, เบลีซ, แคนาดา, เกรนาดา, จาเมกา, นิวซีแลนด์, ปาปัวนิวกินี, เซนต์คิดและเนวิส, เซนต์ลูเซีย, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์, หมู่เกาะโซโลมอน และตูวาลู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอดีตชาวบาร์เบโดสเคยเรียกร้องให้ถอดควีนพ้นสถานะประมุขของประเทศมาแล้ว และผู้นำของประเทศเกาะในทะเลแคริบเบียนฝั่งตะวันออกแห่งนี้หลายคนในอดีตก็สนับสนุนการเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐ เมื่อปี 2541 คณะกรรมการที่รัฐบาลแต่งตั้งชุดหนึ่งเคยให้ข้อสรุปว่า บาร์เบโดสควรเปลี่ยนระบอบเป็นสาธารณรัฐโดยมีประธานาธิบดีที่มีอำนาจบริหาร เป็นประมุขของประเทศแทนที่ควีน แต่คำแนะนำนี้ไม่ได้ถูกนำมาปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีประเทศอาณานิคมหลายประเทศที่ถอดฐานะประมุขของควีนภายหลังได้รับเอกราช แต่ยังคงสถานะความเป็นสมาชิกในเครือจักรภพ 54 ชาติเอาไว้ มอริเชียสเป็นประเทศล่าสุดที่เปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐเมื่อปี 2535&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรัชสมัยของควีนเอลิซาเบธ มีการจัดประชามติ 8 ครั้งในประเทศเครือจักรภพเพื่อเปลี่ยนสถานะเป็นสาธารณรัฐ โดยมี 3 ครั้งที่ผ่านความเห็นชอบของประชาชน ได้แก่ กานาและแอฟริกาใต้ ปี 2503 และแกมเบีย ปี 2510.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77689</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควีนเอลิซาเบธ, บาร์เบโดส, ปลดพ้นประมุข, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, เปลียนเป็นสาธารณรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f623840a3004.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; เริ่มเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีปากเก่งแห่งสหรัฐ แขวะทั้งนายกเทศมนตรีลอนดอนและพระชายาเจ้าชายแฮร์รีก่อนเริ่มการเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะเมื่อวันจันทร์ เข้าเฝ้าฯ ควีนที่พระราชวังบักกิ้งแฮม ส่วนงานเลี้ยงพระราชทานมื้อค่ำผู้นำการเมืองหลายคนบอยคอต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงจับมือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างพระราชพิธีต้อนรับที่พระราชวังบักกิงแฮมในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์มาเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการนาน 3 วัน ในฐานะพระราชอาคันตุกะของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ โดยเป็นประธานาธิบดีสหรัฐเพียงคนที่ 3 ที่ได้รับเกียรติมาเยือนในฐานะพระราชอาคันตุกะ ต่อจากจอร์จ ดับเบิลยู. บุช และบารัค โอบามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายหลังเดินทางมาถึงอังกฤษด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2562 ทรัมป์และคณะเดินทางเข้าพักที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงลอนดอน ประมาณช่วงเที่ยงทรัมป์พร้อมด้วยนางเมลาเนีย สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีและเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมาร ที่พระราชวังบักกิงแฮมในกรุงลอนดอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษจัดพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติ ที่ลานหน้าตรงข้ามพระราชวัง ทหารยิงสลุต 41 นัด กองดุริยางค์ทหารบรรเลงเพลงชาติของสองประเทศ จากนั้นควีนพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันเป็นการส่วนพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามหมายกำหนดการที่บีบีซีและเอเอฟพีรายงาน หลังมื้อกลางวัน ทรัมป์และภริยาจะเที่ยวชมมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ แล้วช่วงบ่ายเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พร้อมด้วยดัชเชสแห่งคอร์นวอล จะพระราชทานเลี้ยงชา ต่อด้วยช่วงค่ำ ควีนจะพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำที่พระราชวังบักกิงแฮม โดยเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์พร้อมด้วยดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ จะเสด็จร่วมงานด้วย เช่นเดียวกับนายกฯ เทเรซา เมย์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(จากซ้าย) เมลาเนีย ทรัมป์, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ และคามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอล ระหว่างพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการโดยกองทหารเกียรติยศ ที่พระราชวังบักกิงแฮม เมื่อวันที่ 3 มิถุนยน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชพิธีเลี้ยงอาหารค่ำครั้งนี้ คาดว่า เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายาของเจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกซ์ จะไม่เข้าร่วมด้วย เนื่องจากเธอเพิ่งมีประสูติกาลโอรสได้ไม่ถึง 1 เดือน นอกจากนี้ผู้นำพรรคฝ่ายค้านทั้งเจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงาน และเซอร์วินซ์ เคเบิล ผู้นำพรรคลิเบอรัลเดโมแครต รวมถึงจอห์น เบอร์คาว ประธานสภาสามัญชน ก็ยังประกาศคว่ำบาตรไม่ร่วมงานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ก่อกระแสวิจารณ์ร้อนแรงในอังกฤษ เมื่อเขากล่าวถึงเมแกน อดีตนักแสดงชาวอเมริกันว่า &amp;quot;น่ารังเกียจ&amp;quot; แต่ก่อนออกเดินทางเมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้กล่าวถึงดัชเชสเช่นนั้น ทั้งที่มีวิดีโอเทปบันทึกไว้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ที่ตกเป็นเป้าฝีปากของทรัมป์ ก่อนที่เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันจะร่อนลงจอดเมื่อวันจันทร์ ทรัมป์ทวีตโจมตีซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีลอนดอน ผู้ซึ่งเคยคัดค้านการปูพรมแดงต้อนรับเขา ว่าข่านทำงานได้แย่มาก และเป็นขี้แพ้ตัวจริง โฆษกของข่านตอบโต้ว่า ทรัมป์ทำตัวเหมือนเด็กไม่สมกับฐานะประธานาธิบดีสหรัฐ และเป็นตัวอย่างที่ชั่วช้าที่สุดของภัยคุกคามจากแนวคิดขวาจัดที่กำลังเติบโตทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมเมลาเนีย ภริยา เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มารีนวัน ถึงพระราชวังบักกิงแฮม โดยเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ พร้อมด้วยคามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอล ทรงให้การต้อนรับ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้จัดการประท้วงหลายกลุ่มเตรียมการต้อนรับทรัมป์อย่างยิ่งใหญ่กว่าการมาเยือนเมื่อปีที่แล้ว นอกจากที่ลอนดอนยังมีการนัดชุมนุมในหลายเมืองตลอด 3 วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอังคาร ทรัมป์จะเริ่มการหารืออย่างเป็นทางการกับเมย์ ซึ่งจะลาออกจากผู้นำพรรครัฐบาลในวันศุกร์นี้และจะรักษาการไปจนกว่าจะมีนายกฯ คนใหม่ ก่อนมาอังกฤษทรัมป์ออกตัวสนับสนุนบอริส จอห์นสัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศที่เป็นหัวหอกฝ่ายเบร็กซิตว่าจะทำหน้าที่แทนเมย์ได้อย่าง &amp;quot;เยี่ยมยอด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าทรัมป์และเมย์จะหารือกันในประเด็นร้อนแรงที่ 2 ฝ่ายคิดต่างกัน ไม่ว่ากรณีอิหร่าน, หัวเว่ย และเบร็กซิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37560</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควีนอังกฤษ, ซาดิก ข่าน, ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, เมแกน, เยือนอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะ, เยือนอังกฤษ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190603/image_big_5cf52f0490681.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
