<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 20:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โป๊ปทรงไลฟ์อวยพรวันอีสเตอร์ วอนผู้นำโลกร่วมมือสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงอวยพรวันอีสเตอร์แด่ชาวโลกผ่านการไลฟ์สตรีมเมื่อวันอาทิตย์ โดยทรงเรียกร้องให้ผู้นำประเทศทั่วโลกละเว้นการต่อสู้ทางการเมืองแล้วร่วมมือกันต่อสู้กับโรคระบาดใหญ่ครั้งรุนแรงที่สุดของโลกในรอบ 100 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงทรงอวยพรแด่โรมและโลกเนื่องในวันอาทิตย์อีสเตอร์ 12 เมษายน ภายในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่ว่างเปล่าในนครวาติกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน เป็นวันอีสเตอร์ของคริสต์ศาสนิกชนทั่วโลกมากกว่า 2,000 ล้านคน โดยปีนี้เป็นครั้งแรกที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส องค์ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกที่มีผู้นับถือราว 1,300 ล้านคนทั่วโลก ต้องทรงอวยพรวันอีสเตอร์จากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่ว่างเปล่า และใช้วิธีถ่ายทอดสดพิธีผ่านทางออนไลน์แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โป๊ปทรงส่งสารผ่านระบบไลฟ์สตรีมว่า วันนี้พระองค์ระลึกถึงผู้คนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากไวรัสโคโรนา ผู้ที่เจ็บป่วย ผู้ที่เสียชีวิต และสมาชิกในครอบครัวที่โศกเศร้ากับการสูญเสียผู้เป็นที่รัก ซึ่งในบางกรณี พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะกล่าวคำร่ำลาครั้งสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับผู้คนจำนวนมาก วันอีสเตอร์ครั้งนี้เป็นอีสเตอร์แห่งความสันโดษท่ามกลางความเศร้าโศกและความยากเข็ญที่เกิดจากโรคระบาดใหญ่ ตั้งแต่ความทุกข์ทรมานทางร่างกายและความยากลำบากทางเศรษฐกิจ&amp;quot; โป๊ปฟรานซิสตรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์ยังทรงเรียกร้องให้บรรดาผู้นำประเทศทั่วโลก ละเว้นการต่อสู้ชิงชัยกันทางการเมือง และขอให้ถอนกำลังทหารกลับจากพื้นที่สู้รบ มาร่วมกันต่อสู้กับภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขครั้งรุนแรงที่สุดที่โลกเผชิญมาในรอบ 100 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่ไม่ใช่เวลาสำหรับความแตกแยก&amp;quot; โป๊ปตรัส พร้อมกับทรงเรียกร้องให้หยุดยิงในพื้นที่ขัดแย้งทั่วทุกมุมโลก ทรงขอให้ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศที่สร้างความยากลำบากแก่หลายประเทศที่ไม่สามารถช่วยเหลือพลเมืองได้เพียงพอ และทรงขอให้ลดภาระหนี้สินแก่ประเทศยากจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเทศยุโรปที่เผชิญโรคระบาดรุนแรง พระองค์ทรงขอให้ทุกประเทศสมัครสมานกันเหมือนช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วยุโรปจะลุกขึ้นได้อีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62954</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันอีสเตอร์, สมเด็จพระสันตะปาปา, โป๊ปฟรานซิส, ไวรัสระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e93128673a9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่ออิตาลีเผย ผลตรวจโป๊ปไม่พบเชื้อ&#039;โควิด-19&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์อิล เมสซาเจโร ของอิตาลีรายงานเมื่อวันอังคารว่าผลตรวจพระวรกายสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเพื่อหาเชื้อไวรัสโคโรนา ยืนยันว่าพระองค์ไม่ติดเชื้อโควิด-19 ตามที่กังวลกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โป๊ปฟราสซิสมีพระอาการหวัดขณะประกอบพิธีวันพุธรับเถ้าเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสระหว่างการประทานพรแด่ศาสนิกชน ณ จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ในนครวาติกัน ว่าพระองค์ประชวรเป็นไข้หวัด ซึ่งทำให้พระองค์ต้องงดการปลีกวิเวกประจำปีเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้มีข่าวลือและข่าวปลอมแพร่สะพัดว่า โป๊ป ซึ่งมีพระชนมายุ 83 พรรษา ประชวรติดเชื้อไวรัสโคโรนา ที่กำลังแพร่ระบาดหนักในอิตาลีโดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 52 คน และติดเชื้อมากกว่า 2,000 คน ภายหลังพระองค์มีพระอาการไข้และไอ ทำให้ต้องงดภารกิจและงดการเข้าเฝ้าฯ เกือบทั้งหมดในสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์อิล เมสซาเจโร ในอิตาลีเมื่อวันอังคารกล่าวว่า โป๊ปทรงรับการตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว และผลออกมาเป็นลบ แต่รายงานไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นการตรวจเมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมัตเตโอ บรูนี โฆษกสำนักวาติกัน กล่าวว่า เขาไม่สามารถให้ทัศนะตอบโต้รายงานข่าวดังกล่าวได้ในขณะนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58765</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมเด็จพระสันตะปาปา, โควิด-19, โป๊ปฟรานซิส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e249051443.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โป๊ปประทานพรคริสต์มาส วิงวอนสันติภาพแด่โลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โป๊ปฟรานซิสประทานพรเนื่องในวันคริสต์มาส ทรงเรียกร้องชาวโลกยอมให้แสงสว่างแห่งพระคริสต์ทิ่มแทง &amp;quot;ความดำมืดในจิตใจมนุษย์&amp;quot; ที่นำไปสู่การประหัตประหารทางศาสนา, ความอยุติธรรมในสังคม, ความขัดแย้งด้วยอาวุธ และความหวาดกลัวผู้อพยพ พร้อมทั้งสวดภาวนาแด่เหยื่อสงคราม, ภัยพิบัติและโรคติดต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โป๊ปฟรานซิสโบกพระหัตถ์จากระเบียงกลางของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ระหว่างพิธีประทานพรแด่โรมและแด่โลกเนื่องในวันคริสต์มาส&amp;nbsp; / VATICAN MEDIA / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส องค์ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก มีพระดำรัสประทานพรแด่โรมและโลก เนื่องในวันคริสต์มาส ณ จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์แห่งนครวาติกันเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2562 โดยทรงเรียกร้องให้สันติภาพบังเกิดขึ้นในดินแดนศักดิ์สิทธิ์, ซีเรีย, เลบานอน, เยเมน, อิรัก, เวเนซุเอลา, ยูเครน และหลายประเทศในทวีปแอฟริกาที่ตกอยู่ในความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สารทั่วไปที่พระองค์ตรัสต่อคริสตชนนับแสนคนที่วาติกันและอีกหลายล้านคนทั่วโลกที่เฝ้าดูหรือฟังพระดำรัสของพระองค์ก็คือ ความเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่จิตใจของแต่ละคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีความดำมืดในหัวใจของมนุษย์ ทว่าแสงแห่งพระคริสต์นั้นยิ่งใหญ่กว่า มีความดำมืดในความสัมพันธ์ส่วนบุคคล, ครอบครัวและสังคม ทว่าแสงแห่งพระคริสต์นั้นยิ่งใหญ่กว่า มีความดำมืดในความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ, ภูมิรัฐศาสตร์และระบบนิเวศ ทว่าแสงแห่งพระคริสต์ยังคงยิ่งใหญ่กว่า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในพระดำรัสอวยพรคริสต์มาสปีที่ 7 ของโป๊ปซึ่งมีพระชนม์ 83 ปี ยังกล่าวถึงการประหัตประหารชาวคริสเตียนโดยฝีมือของพวกนักรบในบูร์กินาฟาโซ, มาลี, ไนเจอร์ และไนจีเรีย โดยพระองค์ทรงวิงวอนต่อพระเจ้าให้ปลอบโยนผู้ที่ได้รับความทุกข์ทรมานเพราะศรัทธาทางศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์ยังได้ตรัสถึงผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่พระองค์ทรงปกป้องมาโดยตลอดจนถูกพวกนักการเมืองประชานิยมค่อนแคะ โป๊ปได้สวดอวยพรแด่คนเหล่านี้ ผู้ซึ่งทุกข์ทรมานเพราะความรุนแรง, หายนภัยทางธรรมชาติหรือการระบาดของโรคติดต่อ รวมถึงผู้อพยพที่เสี่ยงชีวิตเดินทางข้ามทะเลทรายและทะเล ที่กลายเป็นสุสานฝังศพของพวกเขา เพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีขึ้นในยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นความอยุติธรรมที่ทำให้พวกเขาข้ามทะเลทรายและทะเล ที่กลายเป็นสุสานของพวกเขา เป็นความอยุติธรรมที่บังคับพวกเขาให้ต้องทนกับการล่วงละเมิดในรูปแบบที่ไม่สามารถพรรณนาได้, การตกเป็นทาสในทุกรูปแบบ และการทารุณทรมานในค่ายกักกันที่ไร้มนุษยธรรม&amp;quot; โป๊ปตรัสถึงค่ายกักกันผู้อพยพ ซึ่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา พระองค์เคยเรียกร้องให้ปิดค่ายแบบนี้ในลิเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์ทรงเน้นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภาคตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกด้วย ที่ซึ่งเกิดความขัดแย้งยาวนานกว่า 25 ปีจากการต่อสู้กันระหว่างกลุ่มติดอาวุธหลายสิบกลุ่มทั้งในท้องถิ่นและต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โป๊ปตรัสอีกว่า แม้ขณะนี้จะมีปัญหาใหญ่มากมายบนโลกนี้ แต่ผู้คนทั้งหลายไม่จำเป็นต้องมองไปยังที่อื่นไกลเพื่อแก้ไขความอยุติธรรม พวกเขาสามารถสร้างความแตกต่างได้ภายในชุมชนของตนเองเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการเยียวยาสมาชิกทั้งปวงในครอบครัวมนุษยชาติของเราที่กำลังทุกข์ทรมาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53268</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริสต์มาส, ประทานพร, สมเด็จพระสันตะปาปา, สันติภาพ, แด่โรมและโลก, โป๊ปฟรานซิส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e036564a9781.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โป๊ป’ตรัสชอบไทยมาก ประทับใจเข้าเฝ้าฯร.10</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเสร็จสิ้นการปฏิบัติพระกรณียกิจในประเทศไทย เสด็จต่อยังประเทศญี่ปุ่นแล้ว &amp;quot;ซิสเตอร์อานาโรซา ซิโวรี&amp;quot; เผย &amp;quot;โป๊ป&amp;quot; ตรัสว่าชอบประเทศไทยมาก และประทับใจที่ได้เข้าเฝ้าฯ ในหลวง-ราชินี-สมเด็จพระสังฆราช รวมถึงพบกับนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 กองบัญชาการกองทัพอากาศ &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน รัฐบาลจัดพิธีการอำลาส่งเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยสมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จไปยังห้องรับรองพิเศษ มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ถวายสมุดภาพที่ระลึกแด่สมเด็จพระสันตะปาปา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นสมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จออกจากห้องรับรองพิเศษเพื่อเสด็จผ่านแถวทหารเกียรติยศไปยังขบวนรถยนต์ที่นั่ง ทรงอำลาผู้มีเกียรติฝ่ายไทยและฝ่ายวาติกันที่มารอส่งเสด็จ โดยพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้รักษาการประธานองคมนตรี ถวายมาลัยข้อพระกรแด่สมเด็จพระสันตะปาปา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จไปยังเครื่องบินที่นั่งของบริษัท การบินไทยฯ เพื่อเสด็จไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพิธีอำลาส่งเสด็จ มีประชาชนเยาวชน และสัตบุรุษชาวคริสตจักรหลายร้อยคนส่งเสียงภาษาละติน &amp;lsquo;วีว่าอิวปาปา&amp;rsquo; แปลความหมายว่า ทรงพระเจริญ ดังกึกก้อง เพื่อร่วมส่งเสด็จ ทั้งนี้ ระหว่างเส้นทางเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปาได้ทรงสวมกอดเด็กๆ ที่มารอส่งเสด็จ สร้างความประทับเป็นอย่างมาก
&amp;nbsp;ขณะที่ซิสเตอร์อานาโรซา ซิโวรี รองอธิการิณีโรงเรียนคาทอลิกหญิงล้วนเซนต์แมรี จังหวัดอุดรธานี พระญาติที่อยู่ในประเทศไทย ผู้มีทวดคนเดียวกันกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส กล่าวว่าตลอดระยะเวลาที่สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จเยือนประเทศไทยพระองค์ตรัสว่าชอบประเทศไทยมาก และประทับใจที่ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีและเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช รวมถึงพบกับนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซิสเตอร์อานาเผยว่า เป็นครั้งแรกที่พระองค์เสด็จมาประเทศไทย ดีใจที่มีโอกาสได้คุยและระลึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต และได้คุยกันแบบพี่น้อง คุยกันปกติ จะเจอกันที่โรม ประเทศอิตาลี ดีใจสำหรับคนไทยทั้งหลายที่มีโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต ถือว่าเป็นบุญและได้รับพรจากพระเจ้าครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งจะอยู่ในความทรงจำ ทำให้รู้จักพระองค์ รู้จักพระศาสนจักรมากขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเสด็จเยือนเพื่ออภิบาลประเทศไทยและญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 20-26 พ.ย.2562 นับเป็นการเสด็จเยือนประเทศในทวีปเอเชียครั้งที่ 4 ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส หลังจากเสด็จเยือนประเทศเกาหลีเมื่อเดือนสิงหาคม 2557 ประเทศศรีลังกาและฟิลิปปินส์ในเดือนมกราคม 2558 ประเทศเมียนมาและบังกลาเทศเมื่อวันที่ 26 พ.ย.-2 ธ.ค.2560 และเป็นครั้งที่ 32 ที่ทรงประกอบพระกรณียกิจเพื่อเสด็จเยี่ยมอภิบาลนอกประเทศอิตาลี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเป็นพระประมุขแห่งพระศาสนจักรคาทอลิกพระองค์ที่ 2 ที่เสด็จเยือนประเทศไทยต่อจากสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 ซึ่งได้เสด็จเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 10-11 พ.ค.2527 หรือเมื่อ 35 ปีก่อน ต่อมาสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสถวายพระเกียรติสถาปนาสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 เป็นนักบุญเมื่อวันที่ 27 เม.ย.2557 ณ มหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50960</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรัสว่าชอบประเทศไทยมาก, ประทับใจที่ได้เข้าเฝ้า, สมเด็จพระสังฆราช, สมเด็จพระสันตะปาปา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โป๊ปฟรานซิส, ในหลวง-ราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191123/image_big_5dd931b6b7abf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส&#039; ประทานพระดำรัสยินดีไทยผ่านการเลือกตั้งกลับสู่ประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส&amp;rdquo; เสด็จทำเนียบรัฐบาล ประทานพระดำรัสแก่ &amp;ldquo;นายกฯ-ครม.-คณะทูตานุทูต&amp;rdquo;&amp;nbsp;ยินดีไทยผ่านการเลือกตั้ง อันเป็นก้าวสำคัญในการกลับมาสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย&amp;nbsp;พร้อมวิงวอนประชาคมโลก แก้ปัญหาผลักดันคนออกนอกประเทศ โดยจัดตั้งกลไกเพื่อปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้ย้ายถิ่น ชื่นชมรบ.แก้ความรุนแรงในเด็กและสตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.62 - ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส ในพิธีรับเสด็จ นายกรัฐมนตรีได้กราบทูลเชิญสมเด็จพระสันตะปาปาฯ เสด็จตามพรมแดงไปยังแท่นรับความเคารพ ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยผู้มีเกียรติที่มารับเสด็จ ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีกราบทูลเชิญสมเด็จพระสันตะปาปาฯ เสด็จไปยังห้องสีงาช้างด้านนอก ของตึกไทยคู่ฟ้า สมเด็จพระสันตะปาปาฯ ทรงลงนามในสมุดเยี่ยม และทอดพระเนตรของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน และนายกรัฐมนตรีเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาฯ ณ ห้องสีงาช้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าเฝ้า นายกรัฐมนตรีกราบทูลเชิญสมเด็จพระสันตะปาปาฯ ไปยังตึกสันติไมตรีหลังนอก เพื่ออนุญาตให้คณะทูตานุทูต คณะรัฐมนตรี แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน เข้าเฝ้ารับเสด็จ โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถวายการต้อนรับว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสถวายการต้อนรับสมเด็จพระสันตะปาปาฯ ในโอกาสเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในปีนี้ตรงกับวาระครบรอบ&amp;nbsp;350&amp;nbsp;ปี การจัดตั้งคณะมิสซังคาทอลิกแห่งสยาม และเป็นวาระครบรอบ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับนครรัฐวาติกัน ขอชื่นชมพระกรณียกิจของสมเด็จพระสันตะปาปาฯ ที่ทรงให้ความสำคัญกับการสร้างความสามัคคี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริมสันติภาพในโลก ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนทุกศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินนโยบายของไทยที่ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งในปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;นี้ ไทยในฐานะประธานอาเซียนได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนและประเทศหุ้นส่วนทุกภูมิภาคส่งเสริมประชาคมอาเซียนให้เป็นสังคมแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ จากผลการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่&amp;nbsp;35&amp;nbsp;สมาชิกอาเซียนต่างเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือตามประเด็นที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฯ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาความยากจน การลดช่องว่างด้านการพัฒนา การพัฒนาทุนมนุษย์ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การลดขยะทะเล การพัฒนาพลังงานทดแทน และการอพยพย้ายถิ่นฐานที่เน้นการอำนวยความสะดวก การส่งกลับโดยสมัครใจ ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี จึงเชื่อมั่นว่าไทยและนครรัฐวาติกันจะร่วมมือกันได้อย่างใกล้ชิดทั้งในกรอบทวิภาคีและระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า เชื่อมั่นว่าการเสด็จเยือนไทยครั้งนี้ ของสมเด็จพระสันตะปาปาฯ ยังความปลื้มปิติแก่คริสต์ศาสนิกชนชาวคาทอลิกในประเทศไทยที่มีจำนวนมากกว่า&amp;nbsp;380,000&amp;nbsp;คน และเป็นโอกาสให้ได้เข้าร่วมกิจกรรมและพิธีทางศาสนาที่สมเด็จพระสันตะปาปาฯ จะทรงเป็นประธาน ทั้งนี้ รัฐบาลและชาวไทยพร้อมถวายการต้อนรับสมเด็จพระสันตะปาปาฯ และคณะผู้ตามเสด็จอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้การเสด็จเยือนประเทศไทยเป็นไปโดยราบรื่นตามที่มุ่งหมายไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นสมเด็จพระสันตะปาปาฯ ได้ประทานพระดำรัสว่า&amp;nbsp;ข้าพเจ้าขอขอบคุณที่ท่านได้ให้โอกาสแก่ข้าพเจ้า ในการที่ได้มาอยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลาย ทั้งยังได้ดำเนินการอำนวยความสะดวกแก่ข้าพเจ้าและคณะฯ เพื่อให้ได้มาเยือนผืนแผ่นดินไทย อันอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย และยังเป็นประเทศที่ยังคงรักษามรดกทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรม อันได้แก่ วัฒนธรรมการให้การต้อนรับ ซึ่งข้าพเจ้าได้ประสบด้วยตัวเอง และปรารถนาที่จะเป็นพยานยันยืนถึงสิ่งนี้ เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างประเทศและประชาชนทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านนายกรัฐมนตรี ข้าพเจ้าขอขอบคุณสำหรับการต้อนรับและคำปราศรัยของท่าน ช่วงบ่ายวันนี้ข้าพเจ้าจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระบรมราชินี ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อให้ข้าพเจ้ามีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ เพื่อกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้ทรงเชิญให้ข้าพเจ้ามาเยือนราชอาณาจักรไทย ข้าพเจ้าขอยืนยันอีกครั้งถึงความปรารถนาดีของข้าพเจ้าที่มีต่อราชอาณาจักรและต่อรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขอแสดงความเคารพอย่างสูงต่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพเจ้ารู้สึกยินดียิ่งที่ได้มีโอกาสพบปะท่าน ผู้ซึ่งเป็นผู้ปกครองบริหารประเทศ ผู้นำทางศาสนา และสังคม ผ่านทางท่านทั้งหลายนี้ ข้าพเจ้าขออำนวยพรไปยังบรรดาปวงชนชาวไทยทุกคน ขอแสดงความเคารพนับถือ ต่อบรรดาทูตานุทูตทุกท่าน และในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งที่ประเทศได้ผ่านการเลือกตั้ง อันเป็นก้าวสำคัญในการกลับมาสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง ที่ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้ข้าพเจ้าสามารถมาเยือนราชอาณาจักรไทยในครั้งนี้เราทั้งหลายทราบดีแล้วว่า ปัญหาของโลกในปัจจุบันเป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อทุกส่วนของโลก เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวมนุษยชาติ และเรียกร้องให้มีความตั้งใจจริง ในการที่จะทำให้เกิดความยุติธรรมระหว่างประเทศ และความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างประชาชนทุกหมู่เหล่า ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งในการที่ประเทศไทยกำลังจะหมดวาระของการเป็นประธานของกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมแรงร่วมใจ ในการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนในภูมิภาคนี้กำลังเผชิญ และยังเป็นหนทางในการที่จะนำไปสู่ความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ และ วัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมอันหลากหลาย เป็นประเทศพหุสังคมที่มีความหลากหลายอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นประเทศที่ยอมรับถึงความสำคัญในการสร้างความสามัคคีและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ โดยแสดงความเคารพและยกย่องต่อวัฒนธรรม ศาสนา และความคิดเห็นที่แตกต่าง ปัจจุบันเป็นยุคของโลกาภิวัฒน์ ซึ่งบ่อยครั้งให้ความสำคัญต่อเศรษฐกิจ และการเงิน โดยมองข้ามมิติด้านจิตวิญญาณและความสวยงามในประชาชนของเรา ในทางกลับกัน ประสบการณ์ในการให้ความเคารพและยอมรับความแตกต่าง ได้ให้แรงบันดาลใจและแรงกระตุ้นสำหรับทุกคน ผู้มีความปรารถนาที่จะสร้างโลกที่แตกต่าง เพื่อมอบให้กับชนรุ่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจอย่างยิ่งต่อการจัดตั้งคณะกรรมการแห่งศูนย์จริยธรรมและสังคม ซึ่งได้เชิญผู้แทนจากศาสนาต่างๆ ในประเทศเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อรับฟังความคิดเห็นของเขาเหล่านี้ ในการที่จะรักษาความทรงจำทางจิตวิญญาณอันมีชีวิตของประชาชน ในแง่มุมมองนี้ ข้าพเจ้าจะได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อแสดงถึงความสำคัญและความเร่งด่วนในการสร้างมิตรภาพและการเสวนาระหว่างศาสนา อันจะนำมาซึ่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของสังคม และการเสริมสร้างสังคมที่มีความเป็นธรรม รู้จักรับฟัง และไม่มีการแบ่งแยก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ชาวคาทอลิกแม้ว่าเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ในประเทศ จะพยายามอย่างเต็มความสามารถ ในการที่จะสนับสนุนอัตลักษณ์ของความเป็นไทย ซึ่งปรากฏในเพลงชาติของท่าน:&amp;nbsp;&amp;ldquo;รักสามัคคี...รักสงบ...ไม่ขลาด...&amp;rdquo;&amp;nbsp;และพวกเขาเหล่านี้ มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่ไม่ปฏิเสธ หรือบ่ายเบี่ยงเสียงเรียกร้องของพี่น้องชายหญิง ที่ปรารถนาจะหลุดพ้นจากความเป็นทาสของความยากจน ความรุนแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และความอยุติธรรม ผืนแผ่นดินของท่านได้ชื่อว่าเป็นแผ่นดินไทย คือแผ่นดินแห่งอิสรภาพ เราทราบกันดีแล้วว่า อิสรภาพจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อเราสามารถที่จะเติมเต็มความรับผิดชอบที่เรามีต่อกันและกัน เพื่อเอาชนะความไม่เท่าเทียมทุกรูปแบบ เพราะฉะนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องพยายามให้ประชาชนทุกคน ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา อาชีพการงาน และความช่วยเหลือด้านสุขภาพ เพื่อที่จะได้สามารถบรรลุถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่สมบูรณ์และยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ข้าพเจ้าขอกล่าวสั้นๆ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของผู้ย้ายถิ่น ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ในปัจจุบัน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การอพยพย้ายถิ่นฐาน แต่อยู่ที่สถานการณ์อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอพยพย้ายถิ่น ซึ่งเป็นปัญหาทางด้านจริยธรรมที่สำคัญยิ่งในยุคสมัยของเรา เราไม่สามารถปฏิเสธวิกฤติการณ์ปัญหาผู้อพยพ วิกฤติการณ์นี้ไม่สามารถมองข้ามได้ ประเทศไทยเองเคยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงว่าเป็นประเทศที่ต้อนรับผู้อพยพ โดยเฉพาะบรรดาผู้ต้องหลบหนีอย่างน่าเศร้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ข้าพเจ้าขอวิงวอนให้ประชาคมระหว่างประเทศ ดำเนินการด้วยความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาที่ผลักดันให้ประชาชนต้องหลบหนีออกจากประเทศของตน และส่งเสริมให้มีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย มีการจัดการ และมีการควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกประเทศจะจัดตั้งกลไกที่มีประสิทธิภาพ ในการปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของบรรดาผู้ย้ายถิ่นและผู้อพยพ ผู้ซึ่งต้องเผชิญภยันตราย ความไม่แน่นอน และการถูกเอารัดเอาเปรียบ ในการที่เขาแสวงหาเสรีภาพและชีวิตที่มีศักดิ์ศรีสำหรับครอบครัวของตน พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงผู้อพยพ หากแต่ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของสังคมของเราทุกคนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงบรรดาสตรีและเด็กในยุคของเรา ที่ต้องเผชิญกับ ความรุนแรง การถูกเอารัดเอาเปรียบ และการถูกบังคับให้ทำงานเยี่ยงทาสในหลากหลายรูปแบบ ข้าพเจ้าของชื่นชมรัฐบาลไทย รวมทั้งบุคคลและองค์กรที่ได้ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อแก้ไขปัญหาอันน่าเศร้าใจและเปิดหนทางแห่งการดำเนินชีวิตที่มีศักดิ์ศรีแก่บุคคลเหล่านี้ ปีนี้เป็นปีแห่งการครบรอบ 30 ปี ของ&amp;nbsp;&amp;ldquo;อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโอกาสดีสำหรับเราในการที่จะไตร่ตรองและดำเนินการด้วยความตั้งใจแน่วแน่ ความพากเพียรพยายาม และความเร่งด่วน เพื่อปกป้องชีวิต พัฒนาการด้านสังคม สติปัญญา โอกาสทางการศึกษา รวมทั้งการเติบโตทางด้านกายภาพ จิตใจ และจิตวิญญาณของบรรดาเยาวชน อนาคตของประชากรของเราขึ้นอยู่กับวิธีการที่เราจะสามารถรับประกันต่อเยาวชนของเราถึงการดำเนินชีวิตอย่างมีมีศักดิ์ศรีในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่าน ปัจจุบันนี้สิ่งที่สังคมของเราต้องการมากกว่ายุคสมัยใดๆ คือ ผู้ส่งเสริมให้เกิด&amp;nbsp;&amp;ldquo;ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่&amp;rdquo;&amp;nbsp;ชายและหญิงที่มีความตั้งใจจริงในการที่จะทำให้เกิดการพัฒนาแบบบูรณาการสำหรับประชากรในครอบครัวมนุษยชาติ ที่จะดำเนินชีวิตในความยุติธรรม ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความสมัครสมานสามัคคีฉันพี่น้อง ท่านทั้งหลายต่างคนต่างทำหน้าที่ของตน ในการที่จะพยายามให้ผลประโยชน์ร่วมกันไปทั่วถึงทุกหนแห่งของประเทศ นี่คือหนึ่งในภารกิจอันประเสริฐที่บุคคลๆหนึ่งสามารถทำได้ ด้วยความรู้สึกเช่นนี้ ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะให้ทุกท่านปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายของตนให้สำเร็จ และข้าพเจ้าวอนขอพระพรอันไพบูลย์จากพระเจ้า สำหรับประเทศ บรรดาผู้นำ และประชาชนชาวไทยทั้งมวล ข้าพเจ้าภาวนาวิงวอนขอให้พระเจ้าทรงนำท่านและครอบครัวของท่าน ในหนทางแห่งปัญญา ความยุติธรรม และสันติสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50793</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมิสซังคาทอลิกแห่งสยาม, ตึกไทยคู่ฟ้า, พระสันตะปาปาฟรันซิส, สมเด็จพระสันตะปาปา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd60e2390fdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2019 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2019 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โป๊ปฟรานซิส&#039; เสด็จถึงไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส องค์ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก เสด็จถึงประเทศไทยแล้วเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เริ่มการเสด็จเยือนเอเชียอย่างเป็นทางการที่ไทย ก่อนจะเสด็จเยือนญี่ปุ่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โป๊ปฟรานซิส (ขวา) เสด็จถึงท่าอากาศยานดอนเมือง โดยมีซิสเตอร์อานา โรซา ซิโวรี (ซ้าย) พระญาติ เป็นหนึ่งในคณะเฝ้ารับเสด็จ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เครื่องบินพระที่นั่งของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสมาถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง เมื่อเวลาหลังเที่ยงวันของวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 โดยรัฐบาลไทยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำคณะผู้แทนไทย ถวายการต้อนรับ ในคณะที่มาเฝ้ารับเสด็จยังรวมถึงซิสเตอร์อานา โรซา ซิโวรี พระญาติที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยมานานหลายสิบปีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โป๊ปตรัสกับซิสเตอร์อานา โรซา ว่าพระองค์ดีพระทัยที่ได้พบและซิสเตอร์สามารถทำหน้าที่ล่ามของพระองค์ที่นี่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสด็จเยือนไทยและญี่ปุ่นครั้งนี้เป็นการเสด็จเยือนเอเชียครั้งที่ 3 ของโป๊ปฟรานซิส และเป็นการเสด็จเยือนไทยครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ทศวรรษของประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ต่อจากสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2527&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเริ่มการเสด็จโป๊ปฟรานซิสทรงยกย่องราชอาณาจักรไทยซึ่งมีคริสต์ศาสนิกชนชาวคาทอลิกเกือบ 400,000 คน หรือไม่ถึง 0.5% ของประชากร ว่าไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลายเชื้อชาติ และพระองค์หวังว่าการเสด็จเยือนครั้งนี้จะกระชับความมิตรภาพระหว่างชุมชนชาวคาทอลิกกับพี่น้องชาวพุทธจำนวนมากมายให้แนบแน่นยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิสเตอร์อานา โรซา ซิโวรี, สมเด็จพระสันตะปาปา, สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส, เสด็จถึงไทย, เสด็จเยือนไทย, โป๊ปฟรานซิส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191120/image_big_5dd4e9db56bc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 00:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โป๊ปฟรานซิสเข้าเฝ้าฯร.10 ประกอบพิธีมิสซา21พ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในหลวงโปรดเกล้าฯ ให้ &amp;quot;สมเด็จพระสันตะปาปา&amp;quot; เข้าเฝ้าฯ 21 พ.ย.ในโอกาสเยือนไทย &amp;nbsp;เผยกำหนดการเสด็จไปทรงเยี่ยมพระสังฆราชและพบปะผู้นำต่างศาสนาในไทย ถวายบูชามิสซาคริสตชน-เยาวชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ได้มีการจัดแถลงข่าวกำหนดการเสด็จเยือนของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส&amp;nbsp;โดยมงซินญอร์&amp;nbsp;ดร.วิษณุ&amp;nbsp;ธัญญอนันต์&amp;nbsp;รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เปิดเผยตารางภารกิจในโอกาสที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะเสด็จเยือนประเทศไทยวันที่&amp;nbsp;19-23&amp;nbsp;พ.ย.ว่า วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;พ.ย.เสด็จจากกรุงโรมประเทศอิตาลีสู่กรุงเทพมหานคร เดินทางถึงกองทัพอากาศสถานี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ.น.6&amp;nbsp;ดอนเมือง&amp;nbsp;วันที่ 20&amp;nbsp;พ.ย. &amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;12.30&amp;nbsp;น.ซึ่งจะมีพิธีการต้อนรับอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;พ.ย.จะมีพิธีต้อนรับที่ทำเนียบรัฐบาล พบปะกับ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.)&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;คณะทูตานุทูต&amp;nbsp;โดยสมเด็จพระสันตะปาปาจะทรงปราศรัย&amp;nbsp;จากนั้นเสด็จไปทรงเยี่ยมสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ&amp;nbsp;สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร&amp;nbsp;ก่อนเสด็จไปพบปะคณะแพทย์พยาบาลและบุคลากรของโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์&amp;nbsp;รวมทั้งเวชบุคคลของโรงพยาบาลในเครือคาทอลิก&amp;nbsp;และทรงเยี่ยมอวยพรผู้ป่วยสูงวัย&amp;nbsp;จากนั้นเสด็จไปเสวยอาหารกลางวันส่วนพระองค์ที่สถานทูตวาติกัน&amp;nbsp;ก่อนเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นการส่วนพระองค์ที่พระที่นั่งอัมพรสถาน ภายในพระราชวังดุสิต&amp;nbsp;และจบด้วยพิธีสหบูชามิสซาเพื่อประชาสัตบุรุษ ที่สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;สมเด็จพระสันตะปาปาจะทรงพบปะกับคณะบาทหลวงนักบวชชายหญิง&amp;nbsp;นักพรต&amp;nbsp;และผู้เตรียมตัวเป็นบาทหลวง&amp;nbsp;ผู้ฝึกหัดครูคำสอน ภายในวัดคาทอลิกนักบุญเปโตรสามพราน จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;พบปะกับบิชอปของไทยและของสหพันธ์บรรดาบิชอปแห่งเอเชีย (FABC)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สักการสถานบุญราศีนิโคลัสบุญเกิด&amp;nbsp;กฤษบำรุง&amp;nbsp;โดยทุกสถานที่ที่พระองค์เสด็จไปจะมีการปราศรัยด้วย&amp;nbsp;หลังจากนั้นในฐานะที่พระองค์เป็นนักบวชเยซุอิต จะทรงพบปะกับคณะนักบวชเยซุอิตที่เป็นเสมือนพี่น้องของพระองค์ที่ทำงานในเมืองไทย&amp;nbsp;ก่อนเสด็จกลับสถานทูตวาติกันเพื่อทรงพักผ่อน&amp;nbsp;ก่อนเสด็จไปพบปะผู้นำคริตชนต่างนิกายและผู้แทนนับถือศาสนาอื่นๆ ในประเทศไทย พร้อมกับบรรดาผู้นำสถาบันอุดมศึกษา คณาจารย์และนิสิตที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นสมเด็จพระสันตะปาปาจะทรงพบปะเยาวชน และจัดพิธีบูชามิสซาให้เฉพาะเยาวชนที่อาสนวิหารอัสสัมชัญบางรัก&amp;nbsp;ซึ่งสถานที่รองรับได้ 4,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นวันที่ 23&amp;nbsp;พ.ย.เสด็จจากกรุงเทพฯ สู่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สำหรับการแต่งกายในการรับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปา ไม่ทรงเน้นการแต่งกายเป็นทางการหรือเป็นสากล อยากให้เน้นความเรียบง่ายและเน้นความเป็นไทยมากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จเยือนประเทศไทยครั้งนี้มาเพื่อการอภิบาล&amp;nbsp;ในการนี้ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้เข้าเฝ้าฯ&amp;nbsp;ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน&amp;nbsp;พระราชวังดุสิต เพราะความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับคริสตจักรมีมายาวนานกว่า 475&amp;nbsp;ปี และพระมหากษัตริย์ไทยและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงมีความผูกพันกับศาสนจักรโรมันคาทอลิก&amp;nbsp;ขณะที่ในหลวงทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภกดูแลทุกศาสนา สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จครั้งนี้ คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของบ้าน&amp;nbsp;อยากให้ทุกคนร่วมจิตร่วมใจต้อนรับ&amp;nbsp;บางสถานที่เสด็จไม่สามารถเปิดให้ประชาชนรับเสด็จ เช่น&amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;ส่วนที่เปิดกว้าง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ สาทร,&amp;nbsp;วัดคาทอลิกนักบุญเปโตร สามพราน,&amp;nbsp;จุฬาฯ,&amp;nbsp;สนามศุภชลาศัย&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;จะเปิดให้ผู้สนใจแจ้งความจำนงลงทะเบียนเพื่อร่วมงานได้ โดยที่สนามศุภชลาศัยรองรับผู้เข้าร่วมพิธีได้ประมาณ&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;หากมีประชาชนสนใจเข้าร่วมเกินกว่าพื้นที่จะรองรับได้ เบื้องต้นได้ประสานจุฬาฯ&amp;nbsp;เพื่อขอใช้พื้นที่สนามเทพหัสดินด้วย&amp;quot;&amp;nbsp;มงซินญอร์ ดร.วิษณุ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงฯ กล่าวว่า ทุกครั้งที่สมเด็จพระสันตะปาปาทรงปราศรัย พระองค์มีพระประสงค์จะใช้ภาษาสเปน ซึ่งจะมีการแปลเป็นภาษาไทยและอังกฤษ คาดว่าจะแถลงการดำเนินงานอีกครั้งปลายเดือน ต.ค.นี้เพื่อให้ทราบข้อมูลที่แน่นอน ทั้งนี้จะมีสื่อมวลชนจากสำนักข่าวต่างประเทศเดินทางมารายงานข่าวโอกาสเสด็จเยือนไทยกว่า 80 คน ยังไม่นับรวมสื่อมวลชนไทย ซึ่งจะเปิดให้มีการลงทะเบียนอย่างเป็นทางการได้ทาง www.popevisitthailand.com/press ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค.ถึงวันที่ 8 พ.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47191</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้นำต่างศาสนา, สมเด็จพระสันตะปาปา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยี่ยมพระสังฆราช, โป๊ปฟรานซิส, โรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย, ในโอกาสเยือนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d94afe99b593.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
