<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยผ. น้อมรำลึก “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” ครบรอบ 158 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 28 เม.ย. 64 กรุงเทพมหานคร/... นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นประธานพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ครบรอบ 158 ปี โดยมี นางจิรวรรณ เพ็ญพาส ประธานชมรมแม่บ้านกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกรมฯ ร่วมพิธี&amp;nbsp; ณ กรมโยธาธิการและผังเมือง ถนนพระรามที่ 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นเสนาบดีพระองค์แรกของกระทรวงโยธาธิการ ซึ่งในปัจจุบัน คือ กรมโยธาธิการและผังเมือง พระองค์ทรงวางรากฐานระบบงานโยธา วางระเบียบระบบราชการภายในกรมฯ ทำหน้าที่ควบคุมดูแลงานโยธา และการก่อสร้างทั้งหมดของประเทศ ทำให้ต้องทรงศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมทั้งงานช่างแผนเก่า และแผนใหม่ เป็นเหตุให้ทรงได้รับการเรียกจากเจ้านายพระบรมวงศานุวงศ์ ว่า &amp;ldquo;นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม&amp;rdquo; ผลงานในช่วงเวลาที่ทรงรับราชการในกระทรวงโยธาธิการมีมากมาย อาทิ การพัฒนาคมนาคม &amp;ldquo;ระบบราง&amp;rdquo; ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกรมรถไฟใน พ.ศ. 2433 สังกัดกระทรวงโยธาธิการ มีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับการก่อสร้างทางรถไฟ ซึ่งเส้นทางรถไฟสายแรกที่ดำเนินการโดยรัฐบาล ได้แก่ กรุงเทพฯ &amp;ndash; นครราชสีมา สายที่ 2 คือรถไฟสายเหนือ จากลพบุรี-ปากน้ำโพ-พิษณุโลก ต่อมาได้มีการก่อสร้างทางรถไฟสายตะวันออกและเปิดเดินรถได้ถึงเมืองฉะเชิงเทรา สำหรับทางรถไฟสายใต้ในตอนนั้น มีการก่อสร้างจาก บางกอกน้อย &amp;ndash; เพชรบุรี การก่อสร้างทางรถไฟมิได้เป็นเพียงการวางเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อหัวเมืองที่ทุรกันดารห่างไกลเท่านั้น ยังช่วยย่นระยะเวลาและระยะทางการคมนาคมขนส่ง ช่วยเปิดพื้นที่สู่แหล่งทรัพยากรอันสมบูรณ์ รวมถึงเปิดพื้นที่ทุรกันดารให้อำนาจการปกครองราชธานีเข้าไปแทนที่ระบบกินเมืองในหัวเมืองต่าง ๆ ได้สำเร็จ และทรงเริ่มต้นการพัฒนากรุงเทพฯ ตามแบบสมัยใหม่ โดยวางรากฐานการก่อสร้างถนนและสะพานในกรุงเทพมหานคร ทรงกำหนดให้กรมโยธาธิการมีหน้าที่ออกแบบทำแผนที่ ปักปันที่ดิน กำหนดงบประมาณก่อสร้าง ดำเนินการก่อสร้างและควบคุมการก่อสร้างให้ถูกต้องตามหลักการ รวมถึงการดูแลซ่อมแซม ซึ่งผลงานสำคัญคือ โครงการถนนอำเภอสำเพ็ง จำนวน 18 สาย เช่น ถนนเยาวราช ถนนจักรวรรดิ ฯลฯ และถนนสำคัญอีกหลายสาย ได้แก่ ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินนอก ในปี พ.ศ. 2442 ได้ดำเนินการก่อสร้างถนนเข้าในเขตชุมชนการค้า สถานที่ราชการ ชุมทางคมนาคมต่าง ๆ ซึ่งอำนวยประโยชน์ในการไปมาหาสู่ค้าขายกันได้สะดวก พัฒนาประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ และบุคลากรกรมโยธาธิการและผังเมืองทุกคน ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้เป็นต้นแบบในการทำความดีงามเพื่อสังคมส่วนรวม โดยได้จัดงานวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 28 เมษายน 2564 ครบรอบ 158 ปี ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ขอตั้งจิตมั่นดำเนินตามรอยพระบาทในหลักด้านช่าง และศิลปะวิทยาการ ตามแบบอย่าง &amp;ldquo;สมเด็จครู&amp;rdquo; ที่ได้ทรงริเริ่มไว้ และขอสืบสานพระปณิธานเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนาเมืองให้มีความงดงาม และเจริญรุ่งเรืองสืบไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101063</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโยธาธิการและผังเมือง, ครบรอบ 158 ปี, ชมรมแม่บ้านกรมโยธาธิการและผังเมือง, นางจิรวรรณ เพ็ญพาส, นายพรพจน์ เพ็ญพาส, ยผ., สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6089197959bcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้จักสองปราชญ์แห่งแผ่นดิน &#039;เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์-กรมพระยาดำรงฯ&#039; ในนิทรรศการวันอนุรักษ์มรดกไทย63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 18 ส.ค. -&amp;nbsp;วันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ละครอบครัวใช้เวลาในกิจกรรมแตกต่างกันไป แต่ถ้ากำลังหากิจกรรมที่ได้ทั้งความรู้ ความเพลิดเพลิน สนุกสนานกับประวัติศาสตร์ และเติมเต็มความสัมพันธ์ในครอบครัว แนะนำพากันไปเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร &amp;nbsp;ซึ่งกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดนิทรรศการพิเศษ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช 2563 เรื่อง &amp;ldquo;ศิลปวิทยาการจากสาส์นสมเด็จ&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 19 &amp;nbsp;สิงหาคม &amp;ndash; 19 &amp;nbsp;พฤศจิกายน 2563 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สองปราชญ์แห่งศิลปวิทยาการระดับโลก และน้อมสำนึกในคุณูปการที่สองพระองค์ได้ทรงสร้างไว้ โดยให้ผู้ชมนิทรรศการได้เรียนรู้ เข้าใจในประวัติศาสตร์ การศึกษาด้านโบราณคดีและศิลปกรรมของไทยผ่านการจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุสำคัญกว่า 300 &amp;nbsp;รายการ และสื่อมัลติมีเดียที่คัดเลือกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับ &amp;ldquo;สาส์นสมเด็จ&amp;rdquo; เป็นหนังสือที่รวบรวมจดหมายส่วนพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ระหว่าง พ.ศ. 2457-2486 &amp;nbsp;เนื้อหาในจดหมายสะท้อนเรื่องราวที่ทั้งสองพระองค์ทรงสนพระทัยและเกร็ดความรู้ในด้านต่าง ๆ&amp;nbsp; ทั้งด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี พิพิธภัณฑสถาน วรรณกรรม ศิลปกรรม ดนตรีและนาฏศิลป์ กรมศิลปากรได้ประมวลและถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมถึงผลงานของทั้งสองพระองค์ที่ปรากฏในหนังสือ &amp;ldquo;สาสน์สมเด็จ&amp;rdquo; มานำเสนอในนิทรรศการพิเศษ เรื่อง &amp;ldquo;ศิลปวิทยาการจากสาส์นสมเด็จ&amp;rdquo; โดยคัดเลือกโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุสำคัญกว่า 300 &amp;nbsp;รายการ และสื่อมัลติมีเดียมาจัดแสดง แบ่งการจัดแสดงที่น่าสนใจเป็น &amp;nbsp;6 หัวข้อ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มจาก สองสมเด็จ ปฐมบทแห่งสาส์นสมเด็จ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการศึกษาศิลปวิทยาด้านต่าง ๆ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงสนพระทัยงานศิลปกรรม ดนตรี นาฏศิลป์ ทรงสร้างสรรค์ผลงานเป็นที่ประจักษ์ จึงได้รับพระสมัญญา &amp;ldquo;สมเด็จครู นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม&amp;rdquo; ส่วนสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสนพระทัยด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ทรงมีพระนิพนธ์ความรู้เผยแพร่มากมาย จนได้รับพระสมัญญา &amp;ldquo;พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สองสมเด็จกับการพิพิธภัณฑสถาน แรกก่อตั้งพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับประชาชนแห่งแรกของประเทศไทย ทั้งสองพระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการจัดหาโบราณวัตถุมาจัดแสดง โดยวัตถุส่วนหนึ่งได้จากการรวบรวมเมื่อครั้งเสด็จตรวจราชการตามหัวเมืองและต่างประเทศ บางส่วนได้จากการที่ทรงชักชวนพระบรมวงศานุวงศ์และวัดซึ่งเก็บสะสมวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้นำมาบริจาคแก่พิพิธภัณฑ์ ภายหลังการรวบรวมวัตถุ โปรดให้จัดทำทะเบียนวัตถุเพื่อการสืบค้นและการวิเคราะห์วัตถุด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมจากการวิเคราะห์รูปแบบทางศิลปะ รวมถึงการจัดแสดงอย่างเป็นหมวดหมู่ นับเป็นการวางรากฐานการพิพิธภัณฑ์ไทยตามหลักวิชาพิพิธภัณฑสถานวิทยาอย่างสากล ส่งผลให้กิจการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจริญก้าวหน้ามาจนปัจจุบัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สองสมเด็จกับงานด้านดนตรีนาฎศิลป์ พระอัจฉริยภาพด้านการดนตรีทั้งไทยและสากลของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ มีความโดดเด่น&amp;nbsp; เห็นได้จากที่ทรงตรวจสอบและมีพระวินิจฉัยชี้แนะข้อผิดพลาดในการบันทึกเสียงดนตรีไทยเป็นโน้ตสากลได้อย่างแม่นยำ ส่วนในด้านนาฏศิลป์ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเป็นหลักในการนำองค์ความรู้จากตำราภาพท่ารำโบราณมาถอดเป็นท่ารำและบันทึกภาพ โดยใช้ผู้รำจริงแทนการคัดลอกจากสมุดไทยแบบเดิม แล้วพิมพ์เป็นหนังสือตำราที่ใช้อ้างอิงมาจนปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมุดภาพตำรารำ รัชกาลที่ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้นแบบที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชุนุภาพใช้ทำหนังสือ&amp;quot;ตำราฟ้อนรำ&amp;quot;ขึ้นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สองสมเด็จกับงานด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทรงออกตรวจราชการและสำรวจโบราณสถานในมณฑลต่าง ๆ ทรงรวบรวมโบราณวัตถุ และจารึกที่ถูกทอดทิ้ง ทรงศึกษาต่อยอดสิ่งที่ค้นพบเหล่านี้โดยการตั้งคำถามและหาหลักฐานประกอบ เพื่อนำมาคิดวิเคราะห์และตีความ&amp;nbsp; หรือแม้แต่การส่งหลักฐานไปให้ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศช่วยตรวจพิสูจน์ นับว่าเป็นวิธีคิดที่ทันสมัย สมมติฐานทางประวัติศาสตร์ที่พระองค์ทรงตั้งไว้ในขณะนั้น ได้รับการศึกษาค้นคว้าต่อจากคนรุ่นหลัง เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าในวิชาโบราณคดีสืบต่อมา ภายในนิทรรศการฯ แบ่งการจัดแสดงออกเป็น งานโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ ความรู้เรื่องเมืองนครปฐมโบราณ โบราณคดีทักษิณ และเครื่องปั้นดินเผาภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สองสมเด็จกับงานด้านภาษาและหนังสือ นอกจากจะทรงร่วมกันศึกษา วิพากษ์วิจารณ์ข้อมูลประวัติศาสตร์ นิรุกติศาสตร์&amp;nbsp; โบราณคดีและศิลปกรรมจากเอกสารโบราณและจารึกแล้ว ยังทรงร่วมกันค้นคว้าวินิจฉัยเอกสารเรื่อง &amp;ldquo;ประดิษฐานพระสงฆ์สยามวงศ์ในลังกาทวีปและพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;rdquo; สำหรับตีพิมพ์เป็นหนังสืออนุสรณ์งานพระศพพระองค์เจ้าพรรณราย&amp;nbsp; พระมารดาในสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ นับเป็นหนังสืออนุสรณ์งานศพเล่มแรก ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และคราวงานศพเจ้าจอมมารดาชุ่ม สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพก็ได้ทรงพระนิพนธ์หนังสือ &amp;ldquo;ตำนานพุทธเจดีย์สยาม&amp;rdquo; อันถือว่าเป็นตำราทางประวัติศาสตร์ศิลปะไทยเล่มแรกที่ได้รับการอ้างอิงถึงปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สองสมเด็จกับงานด้านศิลปกรรม ศิลปกรรมและงานช่างโบราณเป็นหัวข้อที่ทั้งสองพระองค์ ทรงแลกเปลี่ยนพระวินิจฉัยปรากฏอยู่เสมอในหนังสือสาส์นสมเด็จ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงศึกษาพิเคราะห์วิจารณ์งานศิลปกรรมด้วยสายพระเนตรของนักปราชญ์ผู้ชื่นชมงานศิลป์และรู้รอบด้านโบราณคดี ส่วนสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ก็ทรงใฝ่พระทัยในการเรียนรู้ด้านการช่างโบราณและทรงประยุกต์ใช้กับงานออกแบบงานศิลปกรรมแบบไทยประเพณีจนมีเอกลักษณ์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว &amp;nbsp;ภายในนิทรรศการฯ มีการจัดแสดงงานสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ สมุดภาพรามเกียรติ์ ตาลปัตร พัดพระ งานประณีตศิลป์ไทย จากอนุสาวรีย์สู่การวางรากฐานงานประติมากรรมสากล สะพานเจริญศรัทธากับข้อสันนิษฐานเรื่องการออกแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย 2563 &amp;nbsp;เรื่อง &amp;ldquo;ศิลปวิทยาการจากสาส์นสมเด็จ&amp;rdquo; ได้ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค.จนถึงวันที่ 19 &amp;nbsp;พ.ย. &amp;nbsp;เวลา 09.00-16.00 น. (ปิดวันจันทร์ - อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74819</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, ศิลปวิทยาการจากสาส์นสมเด็จ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3ba419c30dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชสกุลจิตรพงศ์สืบค้น&#039;บ้านปลายเนิน&#039;    พัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์&#039;นายช่างใหญ่สยาม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซ่อมแซมตำหนักไทย บ้านปลายเนิน ที่ประทับของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ในอดีต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บ้านปลายเนิน&amp;quot; หรือ&amp;quot;วังคลองเตย&amp;quot; บนถนนพระรามสี่ สถานที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และส่งเสริมศิลปินและศิลปวัฒนธรรมของแผ่นดินไทย อดีตเป็นพระตำหนักส่วนพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ที่รู้จักกันดีในพระสมัญญานามว่า &amp;quot;นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม&amp;quot; และ &amp;quot;สมเด็จครู&amp;quot; พระราชโอรสลำดับที่ 62 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กำลังเสี่ยง เพราะจะมีโครงการก่อสร้างคอนโดฯ ระฟ้าประชิดตำหนักตึกในบ้านปลายเนิน ตำหนักแห่งนี้เป็นสถานที่สุดท้ายในพระชนม์ชีพของสมเด็จครู ที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกเป็นบุคคลสำคัญของโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเสาเข็มแรกสามารถตอกลงในชั้นดินได้จะสร้างความเสียหายต่อบ้านปลายเนิน คลังองค์ความรู้ของครูช่างไทยและกระทบผลงานส่วนพระองค์อันเป็นมรดกของชาติ เหตุนี้ ราชสกุลจิตรพงศ์ โดย ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ พระทายาทผู้อาศัย สืบทอด และดูแลรักษาบ้านปลายเนิน จัดงาน &amp;quot;ศาสตร์ ศิลป์ สืบสอน ณ บ้านปลายเนิน&amp;quot; พาย้อนอดีตของสถานที่ทรงคุณค่าสู่โครงการพัฒนาบ้านปลายเนินยุคใหม่ ตลอดจนการสืบต่อพระปณิธานโดยพระทายาทในแต่ละรุ่น พร้อมกันนี้ ทายาทบรรยายและนำชมสถาปัตยกรรมสำคัญในวังคลองเตยสำคัญย่างเต็มไปด้วยความหมาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ล.ตรีจักร จิตรพงศ์ ทายาทรุ่นเหลนเผยโครงการพัฒนาบ้านปลายเนินยุคใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ม.ล.ตรีจักร จิตรพงศ์ ทายาทรุ่นเหลนของราชสกุลจิตรพงศ์ เล่าว่า บ้านปลายเนินยุคต้นเป็นที่ประทับในสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ประสูติที่พระตำหนักในพระบรมมหาราชวัง ในสมัยรัชกาลที่ 6 ทรงประชวรด้วยโรคพระหทัยโตและโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง เจ้าพระยาเทเวศรวงษ์วิวัฒน์ พระญาติและมิตร ได้ชักชวนให้พระองค์มาทรงตากอากาศที่ตำบลคลองเตย ทรงพระสำราญ จึงทรงหาซื้อที่นาริมคลองปลูกสร้างตำหนักจนเสร็จปี 2457 ทรงย้ายจากที่ประทับเดิม วังท่าพระ ปัจจุบัน คือ มหาวิทยาลัยศิลปากร &amp;nbsp;มาประทับที่ตำหนัก ณ ตำบลคลองเตยแห่งนี้ ทรงเรียกตำหนักนี้ว่า &amp;quot;บ้านปลายเนิน&amp;quot; มาประทับถาวร และพระวรกายดีขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันตำหนักนี้อายุกว่า 100 ปีแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาคารหลังแรกที่สร้าง คือ ตำหนักไทย ท่านประทับอยู่ที่นี่จริงๆ มีห้องบรรทม ห้องแต่งองค์ ห้องเสวย และที่สำคัญที่สุดมีห้องทรงงานด้วย งานฝีมือสำคัญต่างๆ จากห้องทรงเขียนที่ตำหนักไทยนี้ 10 ปีต่อมาพระองค์ทรงชราภาพ หม่อมราชวงศ์โต จิตรพงศ์ พระชายา สร้างอาคารหลังที่ 2 ขึ้น เรียกว่า &amp;quot;ตำหนักตึก&amp;quot; มีห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องพักผ่อน แต่ท่านยังเสด็จมาทรงงานที่ตำหนักไทย และใช้ท้องพระโรงรับแขกหรือคนมาเฝ้าในวาระต่างๆ ในบั้นปลายของพระชนม์ ทรงประทับที่บ้านปลายเนินจนสิ้นพระชนม์ ปี 2490 ณ ห้องบรรทม ตำหนักตึก&amp;quot; ม.ล.ตรีจักรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำหนักตึก คลังความรู้และรักษามรดกของชาติอาจกระทบจากคอนโดฯ สูง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บ้านปลายเนินยุคสอง หลัง &amp;quot;สมเด็จครู&amp;quot; สิ้นพระชนม์ ทายาทรุ่นที่สี่ย้อนเวลาให้ฟังว่า สถานที่แห่งนี้เป็นที่ประทับของพระธิดา พระโอรส มีการแบ่งที่ดินเป็น 5 ส่วน ส่วนอนุรักษ์ดูแลโดยพระธิดา สองพระองค์ที่ไม่มีทายาท โดยพระธิดาทั้งสองตัดสินใจเก็บรักษาของพระบิดาทั้งหมดไว้ในห้องบรรทม ไม่มีการเคลื่อนย้าย อีกทั้งปรับปรุงบ้านปลายเนินครั้งใหญ่ เปลี่ยนที่ตั้งตำหนักไทยและใช้เป็นสถานที่จัดงานวันนริศ ทุกๆ วันที่ 28-29 เมษายน ท้องพระโรงบนตำหนักปรับเปลี่ยนใช้ในโอกาสสำคัญของครอบครัว เช่น งานวันนริศ พิธีทำบุญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนยุคใหม่ บ้านปลายเนิน ม.ล.ตรีจักร กล่าวว่า เป็นยุคที่ไม่มีเจ้านายพระองค์ไหนประทับในสถานที่อนุรักษ์แห่งนี้แล้ว ย้อนไปปี 2555 ก่อนงานทำบุญครบ 150 ปี วันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ในปี 2556 ปีนั้นหม่อมเจ้าหญิงกรณิกา จิตรพงศ์ พระธิดาองค์สุดท้ายที่ประทับบ้านปลายเนิน ได้อนุญาตให้ทายาทรุ่นเหลน นำโดย ผศ.ดร.ม.ล.จิตตวดี จิตรพงศ์ พี่สาวของตน เปิดหีบห่อที่บรรจุวัตถุโบราณที่ทรงสะสมและของใช้ส่วนพระองค์กล่องแรก มีการบันทึกภาพและเรื่องราวแบบร่างฝีพระหัตถ์ทั้งหมด เนื่องจากมูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์มีโครงการผลิตหนังสือจำหน่ายในวาระ 150 ปีดังกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเราทายาทรุ่นหลานและรุ่นเหลนในราชสกุลจิตรพงศ์เข้ามาดูแลพื้นที่แห่งนี้ รวมถึงศิลปวัตถุโบราณที่เก็บไว้ในตำหนักตึก ที่ประทับแห่งสุดท้าย เหมือนไทม์แคปซูลเก็บเรื่องราวของบ้านปลายเนินยุคต้นจนถึงยุคสอง บรรจุอยู่ในห้องบรรทม ชั้น 2 ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปิดไทม์แคปซูลเหล่านั้น และเปลี่ยนแปลงบ้านปลายเนิน นอกจากงานฝีพระหัตถ์ ยังพบสิ่งของที่น่าสนใจ คือ สมุดบันทึก เปิดออกมาพบเรื่องราวที่ท่านเขียนไว้ ผมรู้สึกสนุก มีหน้าที่สืบค้นว่าคือผลงานชิ้นใดในประเทศไทย&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวโขน ศิลปวัตถุที่ค้นพบใหม่ มาทำการจัดแสดง&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทายาทรุ่นเหลนเผยว่า ตั้งแต่วันนั้นมาการจัดนิทรรศการในวันนริศเปลี่ยนไป เราอยากหาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากสมุดบันทึกของท่านมาจัดแสดง เช่น ภาพร่างด้านหนึ่งของวัดราชาธิวาส หนึ่งในผลงานสถาปัตยกรรมสำคัญ แล้วยังมีภาพร่างพระอาทิตย์ชักรถในพระที่นั่งบรมพิมาน ทั้งยังพบพระราชหัตถเลขาติดต่อกับบุคคลอื่นๆ ตั้งแต่ช่างจนผู้ว่าจ้างงาน เอกสาร ซึ่งเล่าที่มาผลงานออกแบบ เช่น จดหมายถึงกรมขุนนริศพระยศขณะนั้น เป็นพระราชหัตถเลขาของรัชกาลที่ 5 พระราชทานคำแนะนำการออกแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรฯ ให้ใช้วัสดุใหม่ เป็นที่มาการสร้างด้วยหินอ่อน หน้าบันให้ผสมกระจกสเตนกลาส หลังได้รับจดหมายฉบับนี้แล้ว กรมขุนนริศสร้างสรรค์ผลงานชุดภาพหน้าต่างพระอุโบสถ วัดเบญฯ ผูกเป็นเรื่องพร้อมคำอธิบายถึง 10 ด้าน ปัจจุบันถ้าไปเยี่ยมชมจะเห็นภาพเทพพนมสเตนกลาสรูปเดียว ก็ต้องค้นหาพระราชหัตถเลขาต่อไป เหตุใดที่ท่านออกแบบมาไม่ได้ผลิตจริง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี 2559 พระธิดาพระองค์สุดท้าย สิ้นชีพิตักษัย ทายาทบ้านปลายเนินเริ่มพัฒนาบ้านปลายเนิน มีการเปิดตำหนักไทยให้ประชาชนเข้าชมและได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยวันนริศปี พ.ศ.2560 มีผู้เข้าชมตำหนักไทยมากกว่า 2,000 คน ส่งผลให้สภาพทรุดโทรม ม.ล.ตรีจักรระบุเป็นที่มาการซ่อมตำหนักไทย มีพิธีบวงสรวง ทำทะเบียนและตรวจสอบศิลปวัตถุทั้งหมด พบมุมมองใหม่ๆ เช่น ศีรษะโขนพระลักษณ์ไม่เขียนลาย แต่เป็นลายปั้นประดับต่างจากชิ้นอื่น อีกตัวอย่างประติมากรรมยักษ์ทำด้วยไม้ เดิมตั้งอยู่ในมุมไม่แสดงสีสันความงามของศิลปวัตถุ ก็ต้องมาหาที่จัดแสดงใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สนใจที่สุดเรากำลังตามหาหนังสือที่ทรงอ่านก่อนเป็นนายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม ค้นพบรายการหนังสือส่วนพระองค์จำนวน 298 เล่ม มีชื่อหนังสือ ชื่อผู้เขียน และปีที่พิมพ์ เป็นบันทึกที่พระโอรส พระธิดาทรงจัดทำไว้ ทุกเล่มอายุเกิน 100 ปี หากเปิดเผยชื่อหนังสือจะเป็นประโยชน์ให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษา นอกจากนี้ แม้ท่านปู่ท่านย่าจะคัดสรรศิลปวัตถุที่ทรงสะสมที่ดีที่สุดมาแสดงไปแล้ว แต่สิ่งที่ท่านหวงที่สุดอาจถูกเก็บไว้ในบ้านปลายเนิน เราจะนำสิ่งของที่ค้นพบใหม่มาทำการแสดงเพิ่มเติม&amp;quot; ม.ล.ตรีจักร ทายาท ย้ำภารกิจในการสืบสานสมบัติชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบค้นเรื่องราวจากบันทึกส่วนพระองค์ของสมเด็จครู
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บ้านปลายเนินในปัจจุบันทายาทตั้งใจจะอนุรักษ์ให้เป็นสถานที่เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย โครงการที่ได้เริ่มแล้วคือการบูรณะซ่อมแซมตำหนักไทย ทายาทคนเดิมเล่าว่า ได้ออกแบบแก้ไขข้อบกพร่องที่พบยุคสอง เพื่อให้อาคารนี้อยู่ไปตราบนานเท่านาน รวมถึงรองรับการเข้าชมได้มากขึ้น นอกจากนี้ จะพัฒนาสวน คูคลอง งานระบบระบายน้ำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ขณะที่ระบบไฟฟ้าแสงสว่างปรับเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยและหนุนการแสดงศิลปวัตถุให้ดีขึ้น จะทำให้เสร็จพร้อมจัดงานวันนริศปี 2562 นี้ หลังจากนั้นจะซ่อมแซมตำหนักตึกรองรับสิ่งของที่ค้นพบใหม่ และเดิมเปิดให้เข้าชมปีละครั้ง วันข้างหน้าจะสามารถเข้าชมได้เพิ่มขึ้น อยู่ระหว่างวางแผนงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บ้านปลายเนินยุคใหม่สำหรับผม ไม่เพียงเล่าเรื่องราวของช่างที่เคยอยู่เก่งอย่างไร แต่จะเล่าถึงวิถีชีวิต ท่านอยู่อย่างไร นอนตรงไหน อ่านอะไร ฟังเพลงอะไร ใช้สิ่งของอะไร ท่านถึงได้พัฒนาตัวเองเป็นช่างใหญ่ที่เก่งถึงเพียงนี้&amp;quot; ม.ล.ตรีจักรย้ำเจตนารมณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ล.จิตตวดี จิตรพงศ์ ทายาทรุ่นสี่นำชมสถาปัตยกรรมตำหนักตึก&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.ม.ล.จิตตวดี จิตรพงศ์ ทายาทรุ่นสี่ ซึ่งนำชมบริเวณตำหนักไทย เรือนคุณย่า ตำหนักตึก และเรือนละคร โดยขณะชมด้านนอกตำหนักตึก อาคารสุดท้ายของพระชนม์ชีพ ผศ.ดร.ม.ล.จิตตวดี กล่าวว่า ทรงสิ้นพระชนม์ในห้องบรรทมที่ตำหนักนี้ รวมพระชันษา 83 ปี ถือเป็นห้องที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในบ้านปลายเนิน ภายในศิลปวัตถุตั้งอยู่ เศษเล็บสมเด็จครู ผ้าเช็ดพระพักตร์ในโหล เส้นพระเกศา ที่สำคัญพระบรมอัฐิเจ้านายราชสกุลจิตรพงศ์ทุกพระองค์อยู่ในห้องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะทายาทผู้ดูแลรักษาเป็นครั้งแรกได้เปิดเผยตัวอย่างสิ่งที่ค้นพบใหม่ในตำหนักตึก นำผลงานฝีพระหัตถ์ชิ้นสำคัญมาจัดแสดงต่อสาธารณชน ด้วยหวังว่าจะมีผู้คนเข้ามาศึกษาศิลปวัตถุ ผลงานอันทรงคุณค่า เมื่อบริษัทเอกชนจะขึ้นคอนโดฯ สูง 36 ชั้น สร้างประชิดตำหนักตึก และเรือนละคร ห่างไปแค่ระยะ 25 เมตร รายงานอีไอเอผ่านแล้ว หากตอกเสาเข็ม ทายาทต้องเร่งขนสิ่งของโดยเร็ว สิ่งที่สูญเสียคือประวัติศาสตร์และตำแหน่งการวางสิ่งของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ การจัดทำบันทึกและตำแหน่งต้องใช้เวลา ถ้าไม่ทำประวัติศาสตร์ส่วนนี้จะสูญหายไป&amp;quot; ทายาทรุ่นเหลน ซึ่งร่วมทีมสถาปนิกอนุรักษ์บ้านปลายเนิน เผยความกังวลบ้านปลายเนิน สถานที่เก่าแก่จะทานตึกขนาดใหญ่ได้เพียงใดในท้าย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26152</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้านคอนโดสูงประชิดวังปลายเนิน, ทายาทบ้านปลายเนิน, นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม, ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์, ม.ล.ตรีจักร จิตรพงศ์, ราชสกุลจิตรพงศ์, วงดนตรีบ้านปลายเนิน, วังคลองเตย, วังปลายเนิน, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190102/image_big_5c2c7ee281718.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
