<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง พระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ให้แก่รพ.แม่ข่ายและเรือนจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.64 - เวลา 18.02 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการ พร้อมคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ นำ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายอายุตม์&amp;nbsp;สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ และทอดพระเนตรนิทรรศการเปิดโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2 ผลการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ เครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ระยะที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กราบบังคมทูลรายงานการเริ่มดำเนินโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับใช้ในโรงพยาบาลแม่ข่าย และนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับใช้ในเรือนจำ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 118,547,200 บาท แบ่งเป็นสำหรับโรงพยาบาลแม่ข่าย จำนวน 102,691,400 บาท และสำหรับเรือนจำ จำนวน 15,855,800 บาท ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพในการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนทั่วไปและผู้ต้องขังในเขตพื้นที่อำเภอนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ข่าย พยาบาลประจำเรือนจำ และอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำของเรือนจำอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เรือนจำอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เรือนจำอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ และเรือนจำอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นเรือนจำ 4 แห่ง จากทั้งหมด 19 แห่งของเรือนจำเป้าหมายในการดำเนินงานระยะที่ 2 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปทอดพระเนตรนิทรรศการเปิดโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 2 ผลการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ฯ เครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ระยะที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 1 สามารถช่วยเหลือผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศ &amp;nbsp;143 แห่ง ให้มีสุขภาพโดยรวมดีขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนโครงการ ฯ ระยะที่ 2 จะดำเนินการในเรือนจำอำเภอ จำนวน 19 แห่ง ซึ่งเป็นเรือนจำขนาดเล็ก อยู่ห่างไกล ติดชายแดน เรือนจำบางแห่งมีอายุการใช้งานมานาน โดยนอกจากจะเน้นการดำเนินงานเช่นเดิมตามระยะที่ 1 แล้ว ยังเพิ่มในมิติของการบริหารจัดการโรคติดต่อ โดยเฉพาะการกักโรค การส่งเสริมเรื่องสุขาภิบาลเรือนจำ และอนามัยสิ่งแวดล้อม การบำบัดน้ำเสีย การกำจัดขยะ และโภชนาการ ซึ่งระหว่างการดำเนินงานระยะที่ 1 ได้พบปัญหาดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินการเพิ่มเติมระยะที่ 2 ซึ่งเรือนจำทั่วประเทศ 143 แห่ง จะน้อมนำไปดำเนินการ โดยแนวพระราชดำริดังกล่าวยังสอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ของประเทศไทยในปัจจุบัน รวมทั้งการที่พบว่า ผู้ต้องขังเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs จำนวนมาก ดังนั้น โภชนาการจึงเป็นสิ่งสำคัญที่กระทรวงสาธารณสุขจะเข้ามาดำเนินการในโครงการ &amp;ldquo;เรือนจำอาหารปลอดภัยต้นแบบ&amp;rdquo; ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย ซึ่งได้สร้างความเดือดร้อนทุกข์ยากในการดำเนินชีวิตและประกอบสัมมาชีพแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด และการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย และได้พระราชทานพระบรมราโชบายในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงจัดสร้างรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ และรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล เพื่อใช้ปฏิบัติงานเชิงรุกในภาคสนามในการตรวจเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แก่ประชาชนในพื้นที่เป้าหมายมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ นับเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้พระราชทานความช่วยเหลือ ทั้งแก่ผู้ต้องขังและประชาชนทั่วไป ให้สามารถเข้าถึงบริการทางสาธารณสุข โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2562 และพระราชทานพระราชดำริว่า ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ เนื่องจากขาดแคลนเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จึงได้พระราชทานแนวพระราชดำริการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งการดำเนินงานของโครงการฯ เป็นไปตามหลักมนุษยธรรมและสอดคล้องกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์ ข้อกำหนดแมนเดลา และข้อกำหนดกรุงเทพ ฯ ที่เป็นข้อกำหนดของสหประชาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ระยะที่ 1 ได้เริ่มดำเนินการในทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และเรือนจำกลาง หรือทัณฑสถานซึ่งเป็นเรือนจำขนาดใหญ่รวม 25 แห่ง โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สำหรับจัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 190,072,863 บาท การดำเนินงานที่ผ่านมาได้ผลเป็นอย่างดี ส่งผลให้เรือนจำทั่วประเทศ ที่เหลือ &amp;nbsp;118 แห่ง ดำเนินการตามแนวทางของโครงการ ฯ ในทุกมิติ และสำหรับโรงพยาบาลแม่ข่าย สังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลทหาร ตำรวจ รวมทั้งจิตอาสาพระราชทานต่างเข้ามาสนับสนุนการตรวจรักษาในเรือนจำอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดผลในเชิงคุณภาพที่ชัดเจน คือ อัตราการเกิดโรคทางเดินหายใจและโรคผิวหนังลดลง อัตราการนำผู้ต้องขังไปรักษายังโรงพยาบาลภายนอกลดลง รวมทั้งในปีที่ผ่านมาที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้เรือนจำทั่วประเทศ สามารถจัดให้มีห้องแรกรับ และห้องแยกโรคอย่างถาวร สำหรับรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;2019 ที่กลับมาแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทั้งระยะที่ &amp;nbsp;1 และระยะที่ 2 จึงสะท้อนถึงน้ำพระราชหฤทัย และพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงห่วงใยประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า โดยทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญในการให้ความช่วยเหลือพสกนิกรให้ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101086</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ราชทัณฑ์ปันสุข, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_60895d773beb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวัน เนื่องในวันคล้ายวันประสูติสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพัชรกิติยาภาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค.63 - เวลา &amp;nbsp;09.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หน่วยราชการในพระองค์ เชิญอาหารกลางวันพระราชทาน และสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่สถานสงเคราะห์ต่างๆ จำนวน 5 แห่ง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ท่านผู้หญิงภรณี &amp;nbsp;มหานนท์ &amp;nbsp;เป็นประธาน เชิญอาหารพระราชทาน และสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปพระราชทานเลี้ยง และมอบแก่เด็กและเจ้าหน้าที่ จำนวน &amp;nbsp;381 คน ณ สถานสงเคราะห์เด็กหญิง บ้านราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นางสาวณัชชา &amp;nbsp;เลาหศิรินาถ เป็นประธาน เชิญอาหารพระราชทาน และสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปพระราชทานเลี้ยง และมอบแก่เด็กและเยาวชนผู้พิการทางการได้ยิน รวมถึงเจ้าหน้าที่ จำนวน &amp;nbsp;220 &amp;nbsp;คน ณ โรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายกนกศิลป์ ทวิสุวรรณ เป็นประธาน เชิญอาหารพระราชทาน และสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปพระราชทานเลี้ยง และมอบแก่เด็กและเจ้าหน้าที่ จำนวน &amp;nbsp;319 คน ณ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายประเสริฐ ฉัตรชัยศักดิ์ เป็นประธาน เชิญอาหารพระราชทาน และสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปพระราชทานเลี้ยง และมอบแก่เด็กและเจ้าหน้าที่ จำนวน &amp;nbsp;342 คน &amp;nbsp;ณ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลตรี มิตรอนันต์ &amp;nbsp;จิตต์โสภา เป็นประธาน เชิญอาหารพระราชทาน และสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปพระราชทานเลี้ยง และมอบแก่เด็กและเยาวชน รวมถึงเจ้าหน้าที่จำนวน 257 คน ณ สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด กรมกิจการเด็กและเยาวชน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวัน และพระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา วันที่ 7 ธันวาคม 2563 ด้วยทรงห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และทรงให้ความสำคัญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (COVID-19) ที่มีในประเทศไทย อีกทั้งทรงตระหนักถึงความสำคัญของสุขอนามัยพื้นฐาน และการโภชนาการของเด็กและเยาวชนในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องจากเป็นวัยที่สำคัญยิ่งต่อการเจริญเติบโต และการวางรากฐานเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต สมควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพที่เหมาะสมทางร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง และมีจิตใจร่าเริงแจ่มใสได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกับผู้อื่น และสามารถปรับตัวดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข สมดังพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชประสงค์ให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่เด็ก เยาวชน คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ อย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86180</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcdcfee9d62e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2020 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง &#039;สถานีโทรมาตรอัตโนมัติ’  เตือนภัยน้ำท่วมป่าต้นน้ำ 510 แห่งทั่วไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยมีบทเรียนจากภัยพิบัติน้ำท่วมที่สร้างความโกลาหลและความสูญเสียอย่างที่เรียกคืนมาไม่ได้ ความตระหนักถึงการรับมือภัยพิบัติในอนาคต เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง ไม่ว่าระบบจัดการน้ำ ความแม่นยำในการคาดการณ์อากาศ และการเตือนภัยทันท่วงทีด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในพื้นที่ป่าต้นน้ำมีช่องโหว่เรื่องระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อแก้ปัญหานี้ นำมาสู่ความร่วมมือในการตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญมากในการเฝ้าระวังภัย ช่วยชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยสามารถเข้าถึงและรับทราบข้อมูลภาวะความเสี่ยงต่อภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้น นำมาสู่การเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานีโทรมาตรอัตโนมัติแห่งแรกติดตั้งแล้วที่ศูนย์สาธิตการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝก ด้านป่าไม้ที่ 1 ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ เมื่อวันก่อน ถือเป็น 1 ใน 510 สถานีโทรมาตรฯ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำภายใต้ &amp;ldquo;โครงการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ เพื่อตรวจวัดข้อมูลภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน และระดับน้ำ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ&amp;rdquo; ซึ่งบูรณาการความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กับภาคีเครือข่าย 7 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กรมป่าไม้, กรมการปกครอง, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กล่าวว่า สืบเนื่องจากพระนโยบายในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีพระดำริให้มูลนิธิดำเนินงานบรรเทาทุกข์ การฟื้นฟูอย่างยั่งยืน การเฝ้าระวัง และป้องกันภัยพิบัติ เพื่อบรรเทาทุกข์ราษฎร ก่อนหน้านี้มีโครงการนำร่องติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ 14 จุด ในพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัยบ่อยครั้งที่ จ.น่านและ จ.สกลนคร มูลนิธิฯ ร่วมกับ สสน. ในฐานะเครือข่ายของมูลนิธิฯ จัดตั้งเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ขึ้น ทั้งสิ้น 20 ชุมชน อบรมราษฎรอาสาสมัครในชุมชนที่มีความเสี่ยงเกิดอุทกภัยให้มีความรู้ใช้ข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำเพื่อการเฝ้าระวัง การเตือนภัย สามารถอพยพไปพื้นที่ปลอดภัย และสนับสนุนวิทยุสื่อสารแก่เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนฯ เพื่อติดต่อสื่อสารในพื้นที่ที่สัญญาณโทรศัพท์มือถือยังไม่ครอบคลุม จากโครงการนำร่องที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จึงทรงมีพระดำริให้มูลนิธิฯ ขยายผลติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมูลนิธิฯ ได้ประสานงานกับภาคีเครือข่ายร่วมดำเนินการในภาคเหนือก่อน จากนั้นเป็นพื้นที่ภาคอีสานและภาคใต้ตาม เพื่อเฝ้าระวังป้องกันภัยพิบัติ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในชุมชนให้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รองประธานกรรมการฯ กล่าวว่า ปัจจุบันได้ติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติในพื้นที่ภาคเหนือแล้วจำนวน 80 สถานี ครอบคลุมพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน ตาก สุโขทัย และอุทัยธานี โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ จากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; งานบรรเทาทุกข์ภัยพิบัติมีมากขึ้นเมื่อเทียบจากอดีต พื้นที่เสี่ยงจะท่วมซ้ำซาก การเรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีต เฝ้าระวังภัย จะลดความสูญเสีย ซึ่งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติทำหน้าที่เป็นตัววัดข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝน ระดับน้ำ และส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่าย 4G ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ สสน. เพื่อประมวลผลข้อมูล จากนั้นจะส่งข้อมูลปริมาณน้ำฝนผ่านข้อความสั้น หรือเอสเอ็มเอส ไปยังเครือข่ายชุมชน และแอปพลิเคชัน thaiwater ซึ่งเป็นระบบคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศระดับประเทศ ระดับจังหวัด หากปริมาณน้ำฝนมีระดับสูงกว่าปกติจะส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังวิทยุสื่อสารของเครือข่ายชุมชนมูลนิธิฯ ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากอุทกภัย หรือเสียหายให้น้อยที่สุด ตามแผนจะดำเนินการสำรวจ ติดตั้งให้ครบ 510 สถานี ภายในหนึ่งปีครึ่ง &amp;quot; ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; การติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติบริเวณพื้นที่ป่าต้นน้ำ ลักษณะเสารับ-ส่งสัญญาโทรมาตรออกแบบพิเศษให้มีลักษณะเป็นเสาต้นไม้ เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบ รวมทั้งยังคงรักษาความเป็นธรรมของผืนป่าต้นน้ำ ส่วนอุปกรณ์โทรมาตรอัตโนมัติ ประกอบด้วยหัววัดปริมาณน้ำฝนและหัววัดสภาพอากาศ ความชื้น อุณหภูมิ ความกดอากาศ ทำงานด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านแบตเตอรี่รถยนต์ขนาดเล็ก นอกจากนี้ มีชุดควบคุม RTU ทำหน้าที่รับข้อมูลจากหัววัดต่างๆ มาประมวลผล และส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายมือถือไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ สสน. เพื่อประมวลผลข้อมูล กรณีที่พื้นที่ป่าต้นน้ำไม่มีสัญญาณโทรศัพท์จะส่งข้อมูลปริมาณน้ำฝนผ่านดาวเทียม สถานีโทรมาตรฯ มีระบบแสดงผล โดย สสน.รับผิดชอบในการตรวจสอบ ซ่อมบำรุง ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ รวมถึงถ่ายทอดทักษะในการใช้และดูแลบำรุงรักษาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72556</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภัยพิบัติ, มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย, สถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.), สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d4fcbb6400.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วไทยทำบุญแบบนิวนอร์มอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหลวงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา &amp;nbsp;ขณะที่ประชาชนทั่วประเทศพร้อมใจทำบุญแบบนิวนอร์มอล ป้องกันการแพร่ระบาดโควิดเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากวังศุโขทัยไปยังพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี เทียบรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ แล้วทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ทรงถวายพุ่มเทียน ต้นไม้ทองต้นไม้เงิน และทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม &amp;nbsp;เสด็จไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี &amp;nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ถวายความเคารพพระราชอาสน์ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้า ประทับพระเก้าอี้ รักษาราชการผู้อำนวยการกองพระราชพิธีเข้าเฝ้าถวายเทียนชนวน ทรงจุดเทียนชนวนจากโคมไฟฟ้า พระราชทานรักษาราชการผู้อำนวยการกองพระราชพิธีเชิญไปรักษาไว้สำหรับถวายเจ้าอาวาสพระอารามหลวงต่างๆ นำไปจุดเทียนพรรษาที่ได้ทรงพระราชอุทิศไว้แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เสด็จไปทรงถวายพุ่มเทียนแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะที่อาสน์สงฆ์ เที่ยวแรกจำนวน 20 รูป ประทับพระเก้าอี้ พระสงฆ์ที่รับพระราชทานพุ่มเทียนเที่ยวแรกนี้ถวายอดิเรก แล้วออกจากพระอุโบสถ พระสงฆ์ชุดต่อไปขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์พร้อมแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดให้พระราชวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการผู้ใหญ่ ประเคนพุ่มเทียน เมื่อพระสงฆ์ที่รับพระราชทานพุ่มเทียนจนครบ 350 รูปแล้ว เสด็จไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทองใหญ่ ถวายความเคารพพระราชอาสน์ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้า เสด็จออกจากพระอุโบสถ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประชาชนร่วมทำบุญและฟังธรรมเทศนาเนื่องในวันอาสาฬหบูชาจำนวนมาก โดยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช นำคณะสงฆ์วัดราชบพิธฯ ทำวัตรเช้าและแสดงธรรมเทศนา 1 กัณฑ์แก่พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยในเวลา 19.00 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีกำหนดเสด็จลงพระอุโบสถ &amp;nbsp;นำคณะสงฆ์สวดมนต์ทำวัตรเย็น และเจริญพระพุทธมนต์ธัมมจักกัปปวัตนสูตร ซึ่งพุทธศาสนิกชนสามารถมาร่วมทำวัตรเย็นได้บริเวณโดยรอบพระอุโบสถ ทางวัดได้จัดเตรียมเก้าอี้และจอโทรทัศน์ไว้ให้ชมภาพถ่ายทอดสดจากด้านในด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปีนี้ ทางวัดประกาศงดกิจกรรมตักบาตรดอกไม้ในวันเข้าพรรษา แต่หากประชาชนประสงค์จะถวายดอกไม้ ทางวัดจัดจุดถวายเครื่องสักการบูชาพระรัตนตรัย บริเวณหน้าพระอุโบสถ เพื่อความเป็นระเบียบ และปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา ที่ศาลาการเปรียญวัดบูรพ์ และวัดศาลาทอง เขตเทศบาลนครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา เป็นประธานในการถวายเทียนพรรษาเนื่องในโอกาสวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2563 พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมทำบุญแบบวิถีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญกล่าวว่า ขอฝากว่าการไปทำบุญถวายเป็นพุทธบูชาในช่วงนี้ที่ยังมีสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเราก็ยังไม่แน่ใจว่าจะกลับมาระบาดในรอบที่สองอีกหรือเปล่า ฉะนั้นสิ่งเดียวคืออย่าประมาท การ์ดอย่าตก สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า เจลล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิ เว้นระยะห่างทางสังคม และไปทำบุญกันมากๆ ทำจิตใจให้สงบ งดเว้นอบายมุข เลิกเหล้าเข้าพรรษา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น ที่วัดธาตุพระอารามหลวง ถ.กลางเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น พุทธศาสนิกชนที่ร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันถวายสักการบูชาองค์พระธาตุ และประกอบพิธีห่มผ้าเจดีย์พระธาตุนครเดิม เพื่อน้อมสักการะบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธพระลับ พระประจำจังหวัดขอนแก่น และพระบรมสารีริกธาตุ ภายในบริเวณฐานองค์พระธาตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ฉบับที่ 3 ข้อ 2 ที่ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด ดังนั้นในวันนี้คณะทำงานได้ลงพื้นที่นำประกาศไปติดและแจกจ่ายให้กับร้านเพื่อให้ได้รับทราบถึงแนวทางการปฏิบัติและการงดจำหน่ายตามคำสั่งดังกล่าวอย่างเข้มงวด ซึ่งทางจังหวัดจะมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการสุ่มตรวจร้านค้าทั้งจังหวัดอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้มีการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดทั้งขายปลีกและขายส่ง ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 5 ก.ค. ไปจนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 6 ก.ค. หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย&amp;quot; นายสมศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานนำพุทธศาสนิกชนเข้าวัดฟังธรรมเทศนา ถวายเทียนพรรษาเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา ประจำปี 2563 จัดโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต มีหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน เข้าวัดทำบุญถวายเทียนพรรษาเป็นจำนวนมาก โดยทุกคนต่างสวมใส่หน้ากากอนามัย มีเจลให้ล้างมือก่อนเข้าในอุโบสถ ตามมาตรการควบคุมโรคของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ณ วัดท่าเรือ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานถวายเทียนพรรษาจังหวัดนครศรีธรรมราชพร้อมกับของบริวารแด่พระภิกษุสงฆ์ ณ วิหารพระทรงม้า วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร อ.เมืองฯ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีพระราชวิสุทธิกวี เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (ธรรมยุต) เป็นประธานสงฆ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาร่วมทำบุญและกราบสักการะพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชกันเนืองแน่นวัดตลอดทั้งวัน ซึ่งในช่วงค่ำ เวลา 18.00 น. ได้จัดให้มีพิธีบูชาเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ณ ลานโพธิ์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ลำปาง ต่างคลาคล่ำไปด้วยบรรดาพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นครอบครัวเพื่อทำบุญ เวียนเทียน และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลหลังจากคลายล็อกโควิด และกราบสักการะพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดลำปาง มีอายุกว่า 1,300 ปี แล้วยังได้มีโอกาสร่วมทำบุญผ้าป่าลอยฟ้า ถวายเทียนพรรษา เขียนชื่อไว้บนผ้าจีวรเพื่อใช้คลุมพระธาตุ และเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ทั้งนี้ ทางวัดได้มีการเขียนป้ายเตือนให้นักท่องเที่ยวให้สวมหน้ากากอนามัยระหว่างที่เดินท่องเที่ยวภายในวัด และมีการตั้งแอลกอฮอล์ให้แก่นักท่องเที่ยวได้ล้างมือเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลาหอฉัน วัดบูรพาพิทยาราม (พระอารามหลวง) นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน พุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญตักบาตร พร้อมถวายเครื่องปาฏิโมกข์ ผ้าอาบน้ำฝน เทียนพรรษา หลอดไฟ เครื่องสังฆทาน และวัตถุทาน แด่พระภิกษุสงฆ์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 12 สิงหาคม 2563 และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่ามกลางการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อป้องกันโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยพระราชจันทโมลี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี เจ้าอาวาสวัดบูรพาพิทยาราม (พระอารามหลวง) นำพระสงฆ์ร่วมพิธีและแสดงพระธรรมเทศนา ในโอกาสนี้ ตัวแทนวัดบูรพาพิทยาราม (พระอารามหลวง) มอบถุงยังชีพ อาหารคาวหวาน ให้แก่ประชาชน และผู้ประสบภัยจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และเป็นการต่อยอดโรงทาน พระดำริพระสังฆราช คณะศรัทธา บูรพาฯ จ.จันทบุรี จำนวน 400 ชุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70603</URL_LINK>
                <HASHTAG>พงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชจันทโมลี, พิเชษฐ์ ปาณะพงศ์, ศิริพัฒ พัฒกุล, สมศักดิ์ จังตระกุล, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01d5d069c33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039;โปรดเกล้าฯ&#039;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&#039;ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.63-เวลา 17.25 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากวังศุโขทัยไปยังพระบรมมหาราชวังเข้าทางประตูวิเศษไชยศรีเทียบรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จเข้าพระอุโบสถทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ แล้วทรงจุดเทียนพรรษาในตู้ด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นทรงถวายพุ่มเทียน ต้นไม้ทองต้นไม้เงิน และทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม เสด็จไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ถวายความเคารพพระราชอาสน์ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้า ประทับพระเก้าอี้ รักษาราชการผู้อำนวยการกองพระราชพิธีเข้าเฝ้าถวายเทียนชนวน ทรงจุดเทียนชนวนจากโคมไฟฟ้า พระราชทานรักษาราชการผู้อำนวยการกองพระราชพิธีเชิญไปรักษาไว้สำหรับถวายเจ้าอาวาส
พระอารามหลวงต่างๆ นำไปจุดเทียนพรรษาที่ได้ทรงพระราชอุทิศไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเสด็จไปทรงถวายพุ่มเทียนแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะที่อาสน์สงฆ์เที่ยวแรกจำนวน 20 รูปประทับพระเก้าอี้ พระสงฆ์ที่รับพระราชทานพุ่มเทียนเที่ยวแรกนี้ ถวายอดิเรก แล้วออกจากพระอุโบสถ พระสงฆ์ชุดต่อไปขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์พร้อมแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดให้พระราชวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการผู้ใหญ่ประเคนพุ่มเทียน เมื่อพระสงฆ์ที่รับพระราชทานพุ่มเทียนจนครบ 350 รูป แล้วเสด็จไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทองใหญ่ ถวายความเคารพพระราชอาสน์ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้า เสด็จออกจากพระอุโบสถ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จกลับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, วันอาสาฬหบูชา, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01bb02e5041.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
