<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2019 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2019 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แสดงหุ่นกระบอกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ 2 เมษา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.)&amp;nbsp; กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2เมษายน 2562&amp;nbsp; ศมส.น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงจัดการแสดงทางวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีขึ้น ในชุดการแสดงหุ่นกระบอก เรื่อง สุวรรณหงส์ ตอน &amp;ldquo;พระสุวรรณหงส์เสี่ยงว่าว&amp;rdquo; โดย คณะหุ่นคุณรัตน์ ควบคุมการดำเนินการโดย นางมัณฑนา อยู่ยั่งยืน บรมครูอาวุโสด้านการขับร้อง วังปลายเนิน และกัญจนปกรณ์ แสดงหาญ&amp;nbsp; ศิลปินนาฏศิลป์ไทย เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็น เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย และ วิศิษฏศิลปิน ทรงเป็นศิลปินผู้มีอัจฉริยภาพหลายสาขาเป็นที่ประจักษ์ชัดในวงการศิลปะ โดยเฉพาะด้านดนตรีไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ โดย จัดการแสดงในวันที่ 2 เม.ย. เวลา 17.00 &amp;ndash; 19.00 น. ที่หอประชุม ศมส.&amp;nbsp; โดยสามารถสำรองที่นั่งฟรีได้ที่&amp;nbsp;www.sac.or.th&amp;nbsp;หรือเฟสบุ๊ค sac-bank of anthropological data&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศิริรัตน์ ปานเสน กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp; ทรงสนพระทัยในการแสดงนาฏศิลป์และดนตรีไทย&amp;nbsp;อีกทั้งยังทรงสนพระทัยหุ่นตัวพระ เมื่อครั้งทรงฝึกเรียนรำ ทางคณะหุ่นคุณรัตน์จึงได้น้อมเกล้าฯ ถวายหุ่นตัวพระสีม่วงแด่พระองค์เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp; และจะตั้งใจจัดการแสดงหุ่นกระบอกให้สมพระเกียรติ&amp;nbsp; โดยการแสดงเรื่องสุวรรณหงส์&amp;nbsp; เป็นการอนุรักษ์การแสดงโบราณ มีความโดดเด่น ในการแสดงหุ่นผสมผสานกับการแสดงละครนอกที่ได้รับความนิยมในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีผู้ถ่ายทอดการแสดงมากกว่า 30 ชีวิต โดยเนื้อเรื่องนำเสนอถึงความรักของพระสุวรรณหงส์กับนางเกศสุริยง มีเนื้อหาแบบขนบวรรณคดีไทยที่เชื่อเรื่องการเสี่ยงทาย รวมถึงสอดแทรกเรื่องความกตัญญูไว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีความพิเศษด้วยการใส่เพลงหุ่น การบรรเลง ขับร้อง การเชิด รูปแบบโบราณ อีกทั้งทางคณะได้มีการตัดเย็บ ปักลวดลายชุดหุ่นใหม่ด้วยความประณีต บรรจง ให้มีความสวยงามมากที่สุด เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและด้วยสำนึกในพระอัจฉริยภาพในด้านศิลปวัฒนธรรมของพระองค์ที่ทรงมีพระกรณียกิจที่เกี่ยวกับการส่งเสริมศิลปะการแสดงของชาติอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32581</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแสดงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ, คณะหุ่นคุณรัตน์, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), สมเด็จพระเทพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190330/image_big_5c9f03dd6ca2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเทพฯทรงแนะ ถ่ายทอดสดพระราชพิธี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระเทพฯ&amp;quot; ทรงแนะนำการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก &amp;quot;ฉัตรชัย&amp;quot; เผยใช้กล้อง 200 ตัวถ่ายทอดประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ &amp;nbsp;&amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ย้ำถวายความปลอดภัยสูงสุด ผบ.เหล่าทัพพอใจซ้อมริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารค &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม เวลา 15.00 น. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมด้วยนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สื่อมวลชน และเครือข่ายด้านการประชาสัมพันธ์ 50 หน่วยงาน เข้าร่วมพิธีรับมอบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวระหว่างพิธีรับมอบฯ ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาปรุงแบบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ด้วยพระองค์เอง และพระราชทานแบบตราสัญลักษณ์พร้อมความหมาย เพื่อใช้เผยแพร่งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และขอเชิญชวนร่วมกันประดับตราสัญลักษณ์พร้อมธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ ตามอาคารบ้านเรือน ส่วนราชการ และหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 4 พ.ค.2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีมอบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า มีการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 3 โดยเชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการประชาสัมพันธ์เข้าร่วมประชุมและรับทราบความคืบหน้า และจะสรุปผลการประชุมให้นายกรัฐมนตรีรับทราบในวันที่ 1 เม.ย. ซึ่งคณะอนุกรรมการฝ่ายสารัตถะได้รายงานความคืบหน้า มีการอบรมให้ความรู้ข้อมูลข่าวสารและการใช้ถ้อยคำในงานพระราชพิธีฯ อย่างถูกต้องแก่สื่อมวลชนแล้วกว่า 200 คน เพื่อสร้างความเข้าใจและเตรียมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีฯ ซึ่งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ได้ชี้แจงการวางแผนงานพระราชพิธีฯ ตั้งแต่พิธีพลีกรรม 6 เม.ย. 76 จังหวัดทั่วประเทศ จะถ่ายทอดสดเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของงาน และในวันที่ 18 เม.ย. จะเป็นพิธีเสกน้ำอภิเษกจากกรุงเทพฯ และ 76 จังหวัด ที่วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร โดยจะมีการวางแผนการปฏิบัติงานร่วมกับสำนักพระราชวัง และในช่วงเวลาสำคัญที่สุดวันที่ 4-6 พ.ค. มีการวางแผนจะใช้รถถ่ายทอดสดจำนวน 19 คัน และใช้กล้องโทรทัศน์จำนวน 200 ตัว เพื่อถ่ายทอดงานพระราชพิธีฯ ทุกขั้นตอน ให้ประชาชนได้เห็นภาพและรับชมอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้นำรับสั่งของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ &amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี อันเป็นข้อห่วงใย 2 ประการ คือ &amp;nbsp;1.ผู้บรรยายบางครั้งบรรยายจนเสียบรรยากาศ จนทำให้ผู้ชมการถ่ายทอดพระราชพิธีฯ เสียบรรยากาศ จะต้องระมัดระวัง ซึ่งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจได้ชี้แจงว่าจะใช้บทบรรยาย ไม่มีการบรรยายสด เพื่อลดความผิดพลาด และจังหวะเวลาที่ควรบรรยายหรือไม่ควร ส่วนเรื่องที่ 2 ในพระราชพิธีฯ ซึ่งหลักๆ อยู่ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งมีพื้นที่จำกัด ต้องไม่มีการใช้อุปกรณ์ในการถ่ายทอดสดมากเกินไป ซึ่งที่ประชุมได้ชี้แจงจะใช้รูปแบบอัตโนมัติ โดยไม่มีคนเข้าไปเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ถือว่าได้นำแนวทางที่ทรงห่วงใยมาดำเนินการแก้ไข&amp;quot; พล.อ.ฉัตรชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในการประชุมครั้งนี้ ตนยังได้เน้นย้ำถึงการสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ได้ชี้แจง ขณะนี้มีการเผยแพร่งานพระราชพิธีฯ ผ่านช่องทาง h ttps://phralan.in.th และเฟซบุ๊กพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ ประชาชนสามารถศึกษาเรื่องราวพระราชพิธีฯ หรือกำหนดการพระราชพิธีฯ ซึ่งเป็นพระราชพิธีครั้งประวัติศาสตร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการจัดโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่ามีการจัดโต๊ะหมู่ 2 รูปแบบ คือรูปแบบที่ 1 ตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมเครื่องราชสักการะ รูปแบบที่ 2 ติดตั้งตราสัญลักษณ์ภายในหน่วยงาน อาคาร บ้านเรือน ซึ่งประชาชนสามารถดูแบบตัวอย่างได้ที่ h ttps://phralan.in.th
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลาว่าการกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เรียกประชุมคณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจร งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อมอบนโยบายและเตรียมความพร้อมการดำเนินการตามแผนการถวายความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกดูแลพี่น้องประชาชน โดยด้านการถวายความปลอดภัยในพื้นที่พระราชพิธีฯ และเส้นทางเสด็จฯ &amp;nbsp;กำหนดแบ่งมอบพื้นที่รับผิดชอบถวายความปลอดภัยสูงสุด โดยมีจุดคัดกรองควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ตามเส้นทางหลัก ให้มีผลกระทบน้อยที่สุดกับประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ และให้เจ้าหน้าที่ใช้กิริยาวาจาที่สุภาพเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการรักษาความปลอดภัย ได้เตรียมพื้นที่อำนวยความสะดวกประชาชน 3 พื้นที่ เพื่อรองรับประชาชนทั้งพื้นที่ชั้นในรอบพื้นที่พระราชพิธี พื้นที่ชั้นกลางรองรับประชาชนในกรุงเทพมหานคร และพื้นที่ชั้นนอกรองรับประชาชนจากปริมณฑลรอบกรุงเทพฯ ด้านการดูแลและอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;จะกำหนดปิดการจราจรในเส้นทางเท่าที่จำเป็น เฉพาะช่วงเวลา และจะเปิดการจราจรให้เร็วที่สุด ในขณะเดียวกันได้กำหนดเส้นทางเลี่ยงโดยรอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำจุดแนะนำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ได้จัดรถโดยสารบริการรับ-ส่งประชาชน จากจุดจอดรถเข้ามาพื้นที่รวมพล โดยรอบพื้นที่งานพระราชพิธีฯ ประกอบด้วย บ้านพิษณุโลก, บ้านมนังคศิลา, วัดเทพศิรินทร์, สวนสาธารณะสะพานพระพุทธยอดฟ้า, เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และเชิงสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี โดยทุกพื้นที่รวมพล จะมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โรงครัวพระราชทาน ห้องสุขา การบริการด้านสุขภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประวิตรได้ย้ำว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพิธีสำคัญศักดิ์สิทธิ์ และถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่เจ้าหน้าที่จากทุกส่วนราชการได้ทำงานร่วมกัน ขอให้ร่วมกันทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมมอบเป็นนโยบาย ขอให้ความสำคัญ มาตรการงานข่าวเชิงลึก และเตรียมการถวายความปลอดภัยสูงสุด โดยให้มีการซักซ้อมทำความเข้าใจการปฏิบัติงานตามแผนงานให้รอบคอบ รัดกุม โดยเฉพาะการถวายความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัย การขนส่งและการจราจร รวมทั้งงานบริการทางการแพทย์ พร้อมทั้งขอให้ร่วมกันดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในภาพรวมทุกจังหวัด&amp;quot; พล.ท.คงชีพระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ที่ 11 ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ทม.ร.11 รอ.) เมื่อเวลา 11.30 น. พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมและฝึกซ้อมขบวนพระราชอิสริยยศ ริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนคร ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กับผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า ผลการซักซ้อมของทุกขบวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการพัฒนาไปมากในเรื่องความพร้อมเพรียง และการประสานสอดคล้องกันในแต่ละส่วนราชการ จากนั้นจะเป็นการซักซ้อมในพื้นที่จริงภายนอก ในวันที่ 17-21-28 เม.ย.2562 โดยในช่วงการซักซ้อมดังกล่าว ขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจมาร่วมสังเกตการณ์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ข่าวที่อาจมีส่วนหนึ่งส่วนใดที่ส่งผลกระทบในระหว่างช่วงพระราชพิธีฯ ก็มีหน่วยต่างๆ ได้เตรียมการไว้อย่างพร้อมเพรียงเช่นเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32478</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, สมพาศ นิลพันธ์, สมเด็จพระเทพฯ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9cdb23f3c07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2019 00:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คั่นบรรยากาศด้วยเรื่องภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กะว่าจะรอๆ...แต่คงรอไม่ไหว!!! เพราะกว่าศาลท่านจะชี้ขาดเรื่อง ยุบ-ไม่ยุบ เห็นว่าปาเข้าไปถึงบ่ายสามโน่น ตัดสินแล้วยังต้องใช้เวลา ตั้งสติ เพื่อไม่ให้วูบๆ ไหวๆ ไปตามอารมณ์ ความรู้สึก ประเภทเฮๆ-หุบๆ ชอบๆ-ชังๆ ไปตามรสนิยมของใครก็ของมัน ถึงจะวิเคราะห์ สังเคราะห์กันได้แบบเป็นไปตามมาตรฐานกันจริงๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถมประมาณห้าโมงกว่าๆ เกือบหกโมง ก็มีคิวเป็นประจำทุกวันพฤหัสฯ ต้องไปพูดจาแสดงความคิด ความเห็น ทางวิทยุรายการ 101 เขาอีกต่างหาก ด้วยเหตุนี้...เลยคงต้องขออนุญาตแฉลบออกข้าง ไปหยิบเอาเรื่องราวอื่นๆ ประเด็นอื่นๆ ที่อาจไม่ถึงกับฮอตฮิต ติดชาร์ต มากมายซักเท่าไหร่นัก มาพูดคุย ขีดๆ เขียนๆ กันไปพลางๆ เพราะยังไงๆ กว่าข้อเขียนชิ้นนี้จะออกสู่ตลาดพวกที่ เฮ พวกที่ หุบ ก็คงได้เฮ-ได้หุบ ไปตามการ ปรุงแต่ง ทางอารมณ์ ความรู้สึก ของตัวเองไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเรื่องที่แม้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเฮๆ หุบๆ แต่ออกจะมีความสำคัญมิใช่น้อยกับ ส่วนรวม กับสังคมประเทศชาติ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง ภัยแล้ง นั่นแหละทั่น ที่ว่ากันว่า นอกจากจะ แล้งเร็ว อาจออกไปทาง แล้งนาน ซะอีกด้วย ชนิดที่ ศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทย เขาถึงกับคาดการณ์ ประมาณการ เอาไว้ก่อนล่วงหน้า ว่าแล้งนี้ ปีนี้ อาจส่งผลเสียหายให้กับผลผลิตของบรรดาเกษตรกร ชาวบ้าน ชาวช่อง ไม่ว่าข้าว ไม่ว่าอ้อย หรือยิ่งเป็นพืชที่ต้องการน้ำเอามากๆ อย่าง ทุเรียน ของ ท้าวสามล แห่งอำเภอหลังสวน หรือ เสี่ยทุเรียน ที่ประกาศตามหาลูกเขยกันจนกลายเป็นข่าวใหญ่ นั่นยิ่งแล้วใหญ่ มูลค่าความเสียหายที่เขาประเมินเอาไว้สำหรับภัยแล้งปีนี้ จึงสูงขึ้นไปถึง 15,300 ล้านบาท หรือประมาณ 0.1 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีเอาเลยถึงขั้นนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ว่าจะเป็นเจ้าฟ้า-เจ้าแผ่นดิน อย่าง สมเด็จพระเทพฯ ที่ทรงแสดงความห่วงใยต่อภาวะดังกล่าวเอาไว้ชัดแจ้ง และน่าจะมีส่วนสร้างแรงกระตุ้นไปถึงผู้บริหาร จัดการ อย่าง รัฐบาล ที่เริ่มหันมาให้ความสำคัญ ให้ความสนใจ ต่อความเป็นไปเหล่านี้อย่างจริงๆ จังๆ ขึ้นมามั่ง การตระเตรียมรับมือกับ ปัญหาภัยแล้ง ไม่ว่าโดยนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp; ฯลฯ ก็น่าที่จะพอช่วยให้อะไรที่หนักหนา สาหัส มันพอเบาๆ คลายๆ ลงมาได้บ้าง แม้ว่ามันจะเป็น เรื่องของธรรมชาติ แต่ถ้าหากมวลมนุษย์ในสังคมทั้งหลาย เข้าถึง&amp;nbsp; และ เข้าใจ ต่อความเป็นไปทางธรรมชาติและยังคงหลงเหลือความรัก ความห่วงใย ต่อบรรดามวลมนุษย์ด้วยกันเอง อะไรที่ดูร้ายๆ ก็อาจคลี่ๆ คลายๆ บรรเทา เบาบาง ลงไปได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็อย่างว่า...การ เข้าถึง และ เข้าใจ ในสิ่งที่ว่า ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไม่งั้นเรื่องของ ภัยแล้ง หรือ ภัยน้ำท่วม-น้ำรอระบาย มันคงไม่วนมา-วนไป ชนิดแก้กันไม่แล้วเสร็จ กลายเป็นเรื่อง แล้งซ้ำซาก หรือ ท่วมซ้ำซาก สร้างปัญหาให้กับรัฐบาลและชาวบ้าน ชาวช่องมาโดยตลอด หรือยังเป็นสิ่งที่องค์กรระหว่างประเทศ อย่าง องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO &amp;nbsp;เขายังคงต้องให้บทสรุปเอาไว้ทำนองว่า ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลายนั้น ยังขาดความมั่นคงในด้านการบริหาร จัดการน้ำ ซึ่งก็คงไปโต้ ไปเถียง เขาลำบาก...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะโดยข้อมูล ข้อเท็จจริง ตามที่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องราวดังกล่าว อย่างผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ แห่งมหาวิทยาลัยรังสติ ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ท่านหยิบมาแจกแจงพอให้เห็นภาพโดยคร่าวๆ เมื่อไม่นานมานี้ มันก็ออกจะเป็นไปในลักษณะที่ว่านั่นแล คือจาก ภาวะน้ำท่วม ที่เคยท่วมประเทศไทยในทุกๆ ห้วงระยะ 50 ปีมาตั้งแต่อดีต หลังๆ นี้มันเริ่มกลายมาเป็นการ&amp;nbsp; ท่วมทุกๆ 10 ปี และ ภาวะภัยแล้ง ที่เคยต้องแล้งกันในทุกห้วงระยะ 15 ปี มาถึง ณ ขณะนี้...กลายเป็นทุกๆ 10 ปี จะต้องเจอกับความแล้งระดับหนักหนา สาหัส ไม่น้อยกว่า 2 หรือ 3 ครั้ง มาโดยตลอด...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น...การแก้ปัญหาทำนองนี้ มันคงไม่อาจใช้กรรมวิธีแบบเดียวกับลิง ประเภทออกไปทาง ลิงแก้แห ได้โดยเด็ดขาด แต่ต้องอาศัยความ เข้าใจ และ เข้าถึง ธรรมชาติแบบจริงๆ จังๆ ว่าเท่าที่เคยเป็นมาและกำลังเป็นไปในทุกวันนี้ ท่านกำลังเปลี่ยนแปร หรือปรับเปลี่ยนไปเพราะเหตุใด และไปในแนวไหนกันแน่ คือจะแค่หันไปบอกชาวบ้าน ชาวช่อง หันไปบอกเกษตรกรแต่ละราย ให้ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชแต่ละชนิดกันในแต่ละปี เดี๋ยวปลูกข้าว ปลูกถั่ว ปลูกงา ปลูกอ้อย ฯลฯ ไปจนใกล้ๆ จะ ปลูกกัญชา กันไปแล้ว มันออกจะเป็นอะไรที่หนักไปทาง แก้แห กันซะเป็นหลักใหญ่...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะภายใต้ความผันผวน ปรวนแปร ของ ธรรมชาติ ช่วงหลังๆ นี้...มันอาจต้องไปไกลถึงขั้น การปรับเปลี่ยนทิศทางประเทศไทย เอาเลยก็ไม่แน่!!! หรืออาจต้องเปลี่ยนแปลงขจัดกวาดล้างความคิดและทัศนคติในแบบที่ออกไปทาง เชยซ์ซ์ซ์ๆ ทั้งหลาย ประเภทอยากจะแปลงกายจากความเป็นมนุษย์ ไปเป็นเสือตัวที่สี่ ตัวที่ห้า อยาก อุต-ส่าห์-หา-กรรม กันจนโรคซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็นมาโดยตลอด หรืออยากเป็น ฮับโน่น-ฮับนี่ หันมาเป็นประเทศที่มุ่งไปสู่ ความพอเพียง แบบจริงๆ จังๆ หรือแบบไม่ได้จะเอามาเป็น ยันต์กันผี แต่เพียงเท่านั้น กลายเป็นประเทศที่มีความสอดคล้อง กลมกลืน ไปกับธรรมชาติ เป็นประเทศที่ ความเป็นไทย ถูกทำให้สอดคล้อง กลมกลืน ไปกับ ความเป็นธรรม อันนั้นนั่นแหละ...ถึงจะเรียกว่า เข้าใจ-เข้าถึง-และพัฒนา แบบของจริง-ของแท้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Epictetus (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)... Fortify yourself with contentment, for this an impregnable fortress.- จงสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตัวท่านด้วยความสันโดษ (พอเพียง) เพราะนี่คือป้อมปราการที่ไม่มีผู้ใดจะตีแตก...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30764</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านขุนน้อย, ศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทย, สมเด็จพระเทพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงยํ้าแพร่ข่าวพระราชพิธี ถูกต้องแม่นยำ/ซึมซับปวศ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สมเด็จพระเทพฯ ทรงย้ำ เผยแพร่ข่าวสารงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกต้องถูกต้องแม่นยำ ให้ประชาชนซึมซับประวัติศาสตร์ &amp;quot;ฉัตรชัย&amp;quot; เผยเดือนมีนาเริ่มซ้อมกระบวนพยุหยาตราสถลมารค &amp;nbsp;ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ เพียงประพฤติตนเป็นคนดี ไม่เกะกะระราน ไม่สร้างความวุ่นวายภายในบ้านเมือง ก็ถือว่ามีส่วนร่วมสูงสุดแล้ว เตรียมถ่ายทอดสดพระราชพิธีไป 170 ประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่หอประชุม 2 ชั้น 1 อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ว่า &amp;nbsp;การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการติดตามผลการดำเนินงานและเรื่องที่เน้นย้ำเกี่ยวกับงานประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงานฯ เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า พระองค์ทรงเน้นย้ำเรื่องการประชาสัมพันธ์อยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ การให้ข้อมูลข่าวสารในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องมากที่สุด ผู้ประกาศหรือผู้บรรยายต้องมีความรู้ในเรื่องนี้ เรื่องที่ 2 คือ ระบบการถ่ายทอดในช่วงพระราชพิธี ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญ &amp;nbsp;ผู้บรรยายบางครั้งบรรยายมากเกินไป จนกระทั่งประชาชนไม่สามารถซึมซับบรรยากาศพระราชพิธีเลย ถือเป็น 2 ข้อที่มีรับสั่งไว้ การประชุมครั้งนี้ได้นำทั้ง 2 เรื่องที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีรับสั่งไว้มาเน้นย้ำกับคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ให้ทุกคนไปวางแผนให้ดี โดยเฉพาะเรื่องการถ่ายทอดสดซึ่งมีหลายขั้นตอนมาก โดยต้องมองลึกลงไปในช่วงเวลาถ่ายทอด ต้องนำเรื่องที่มีรับสั่งไว้มาใส่เกล้าฯ และดำเนินการอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่จะบรรยายสดๆ ต้องระมัดระวัง เน้นว่าต้องมีบทบรรยายที่ถูกต้องและแม่นยำ โดยบทบรรยายจะผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการฯ เพื่อป้องกันความผิดพลาด แต่ต้องไม่บรรยายมากจนเกินไป เพราะบางครั้งประชาชนที่รับฟังทางวิทยุหรือโทรทัศน์ต้องการซึมซับบรรยากาศงานพระราชพิธี &amp;nbsp;เรื่องนี้ต้องระมัดระวังอย่างเต็มที่&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวต่อว่า ในการทำงานร่วมกันเบื้องต้นจะใช้การถ่ายทอดทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเป็นหลัก แต่อาจมีเพิ่มเติมว่า ผู้ดำเนินการเกี่ยวกับโทรทัศน์และวิทยุก็อยากจะมีส่วนร่วมในพระราชพิธีครั้งนี้ จึงอยากขอความร่วมมือให้คณะกรรมการถ่ายทอดสดเปิดโอกาสให้ทีวีช่องต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมเผยแพร่ เพื่อให้พระราชพิธีนี้ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ และสื่อออกไปให้พี่น้องประชาชนได้เห็นรายละเอียดอย่างครบถ้วน ตั้งแต่เริ่มเรื่องของพิธีตักน้ำที่จะให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพเผยแพร่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมอบหมายให้คณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะ ประกอบด้วยคณะอนุกรรมการด้านสารัตถะและสร้างสรรค์ผลิตสื่อ, คณะอนุกรรมการด้านศูนย์ถ่ายทอดวิทยุและโทรทัศน์, คณะอนุกรรมการด้านศูนย์สื่อมวลชน และคณะอนุกรรมการด้านต่างประเทศ จัดทำงบประมาณเสนอภายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ขั้นตอนต่อไปจะเสนองบเข้าสู่คณะกรรมการกลั่นกรองงบประมาณพิจารณา&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวอีกว่า ตนได้เน้นย้ำรัฐบาลถือว่างานพระราชพิธีเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด ฉะนั้นต้องละเอียดรอบคอบและสามารถสื่อสารได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างการเลือกตั้ง คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ต้องทำงานให้ละเอียดมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลทั้งสองเรื่องพร้อมกัน ซึ่งพระราชพิธีจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน แต่พิธีการต่างๆ จะเริ่มซักซ้อมตั้งแต่เดือนมีนาคม อาทิ ซักซ้อมริ้วขบวนเสด็จฯ ทางสถลมารค อยากเชิญชวนชาวไทยมีส่วนร่วมในพระราชพิธีประวัติศาสตร์แห่งชีวิตที่มีความสำคัญของชาติ ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้หมด อาทิในช่วงนั้นประพฤติตนเป็นคนดี ไม่เกะกะระราน ไม่สร้างความวุ่นวายภายในบ้านเมือง &amp;nbsp;ก็ถือว่ามีส่วนร่วมสูงสุดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในช่วงพระราชพิธีระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยจะถ่ายทอดสดทั้งในและต่างประเทศ 170 ประเทศทั่วโลก อยากเน้นให้คนไทยสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้อย่างถูกต้อง โดยสามารถเข้าไปติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทาง &amp;nbsp;www.phralan.in.th และแฟนเพจเฟซบุ๊กพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&amp;quot; พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการของคณะอนุกรรมการด้านศูนย์สื่อมวลชน กล่าวว่า ปัจจุบันกรมประชาสัมพันธ์ได้จัดตั้งช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.phralan.in.th และเฟซบุ๊กพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทั้งสองช่องทางเปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์กล่าวต่อว่า ได้เตรียมจัดอบรมสื่อมวลชนจำนวน 4 ครั้ง ครั้งแรกเดือนกุมภาพันธ์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เชิญนักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์มาอบรมให้ความรู้จำนวน 3 วัน ครั้งที่ &amp;nbsp;2 เชิญผู้บรรยายในการถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 3 จัดอบรมจิตอาสา และครั้งที่ 4 &amp;nbsp;จัดอบรมสื่อมวลชนและเดินทางลงพื้นที่ที่มีการเตรียมงานพระราชพิธี เช่น กระบวนพยุหยาตราสถลมารค และเครื่องประกอบพระราชพิธีต่างๆ ซึ่งกรมศิลปากร โดยกระทรวงวัฒนธรรม ได้เตรียมการไว้หมดแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระราชพิธีบรมราชาภิเษกมีการใช้คำศัพท์เฉพาะ และมีประวัติความเป็นมาตามโบราณราชประเพณี จะต้องคำนึงถึงความถูกต้อง หากประชาชนไม่แน่ใจการใช้ถ้อยคำหรือข้อความที่ถูกต้อง สามารถสอบถามได้ที่กรมประชาสัมพันธ์และสำนักราชบัณฑิตยสภาเท่านั้น ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานและสื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อสร้างการรับรู้ในโบราณราชประเพณีที่มีมาโดยตลอด ซึ่งคนไทยมีความรักความผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางทัศนีย์กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้มีการจัดพิมพ์หนังสือความรู้พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และหนังสือรวบรวมบทความพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และหนังสือรวบรวมแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 76 จังหวัดในประเทศไทย จัดทำโดยกระทรวงมหาดไทย เพื่อแจกจ่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและห้องสมุดสถาบันการศึกษาต่างๆ อีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28346</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมประชาสัมพันธ์, ประชาชนซึมซับประวัติศาสตร์, สมเด็จพระเทพฯ, หนังสือพิมพ์, เผยแพร่ข่าวสารงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกต้องถูกต้องแม่นยำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190204/image_big_5c584bdd9fcb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเทพฯทรงบาตรส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่พระราชทานพรให้พสกนิกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28ธ.ค.61-เมื่อเวลา 07.00 น.&amp;nbsp; สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปยังด้านหน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทรงบาตรพระสงฆ์จำนวน 100 รูป เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2562
โอกาสนี้ นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทยทูลเกล้าฯ ของขวัญ และศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทูลเกล้าฯ ถวายปฏิทินประจำปี 2562 จากนั้น พระราชทานพรปีใหม่แก่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยและคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่เฝ้าทูลละอองพระบาท รับเสด็จ เพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25286</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงบาตรพระสงฆ์, นายแผน วรรณเมธี, สภากาชาดไทย, สมเด็จพระเทพฯ, อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์, อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181228/image_big_5c25acf13e1bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำหลวงอาบศพ&#039;วสิษฐ&#039; แบบอย่างตำรวจตงฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ &amp;quot;พล.ต.อ.วสิษฐ&amp;quot; รับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ หลังถึงแก่อนิจกรรมด้วยวัย 88 ปี วธ.ยกย่องเขียนวรรณกรรมทรงคุณค่าต่อสังคม อาลัย &amp;quot;ตำรวจตงฉิน&amp;quot; แบบอย่างผู้นำคุณธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ และอดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ได้เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. เวลา 22.35 น. ที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.วสิษฐได้เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งตับอ่อน ก่อนจะเสียชีวิตอย่างสงบ รวมอายุ 88 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. เวลา 12.00 น. ว่าที่ ร.ต.สุทรรศน์ เดชกุญชร ลูกชายของ พล.ต.อ.วสิษฐ พร้อมด้วยญาติ ได้เดินทางมายังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อขอรับศพ พล.ต.อ.วสิษฐ นำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประวัติ พล.ต.อ.วสิษฐ เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2472 ที่ ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.อุดรธานี เป็นบุตรของ คเชนทร์-เกษร เดชกุญชร มีอาชีพเป็นครู จบการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน เมื่อ พ.ศ.2487 และสำเร็จการศึกษาชั้นเตรียมอุดมศึกษาจากโรงเรียนอำนวยศิลป์พระนคร รุ่นลมหวน &amp;nbsp;ศึกษาต่อปริญญารัฐศาสตรบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการตำรวจ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เคยเข้ารับการอบรมหลักสูตรการสืบสวนจากสหรัฐอเมริกา และจบหลักสูตรวิชาการป้องกันประเทศ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.รุ่นที่ 23)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนชีวิตครอบครัว สมรสกับคุณหญิงทัศนา (บุนนาค) มีบุตร 2 คน คือ ว่าที่ ร.ต.สุทรรศน์ เดชกุญชร และ ร.ต.ต.หญิง ปรีณาภา เดชกุญชร บุตร 2 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.ต.อ.วสิษฐ เคยเป็นผู้ถวายการรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในฐานะนายตำรวจราชสำนักประจำ นอกจากนี้ เคยดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย สมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วสิษฐ ยังเป็นนักเขียนนวนิยายเกี่ยวกับวงการตำรวจและอาชญากรรม โดยนำมาจากประสบการณ์จริง จนได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ.2541
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ศพของ พล.ต.อ.วสิษฐ จะอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ในวันที่ 21 มิ.ย. &amp;nbsp;เวลา 17.00 น. ณ ศาลา 5 วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกำหนดสวดพระอธิธรรม จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-25 มิ.ย.นี้ เวลา 19.00 น. ณ ศาลา 5 วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ส่วนหมายกำหนดการพระราชทานเพลิงศพ จะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ การช่วยเหลือด้านต่างๆ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจะดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือเพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพจำนวน 20,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพิมพ์รวีกล่าวว่า พล.ต.อ.วสิษฐได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ.2541 ในฐานะเป็นนักเขียนนวนิยายเกี่ยวกับวงการตำรวจและอาชญากรรม โดยนำมาจากประสบการณ์จริง และเป็นนักเขียนที่สร้างงานต่อเนื่องเกือบกึ่งศตวรรษ ใช้นามปากกา &amp;quot;โก้ บางกอก&amp;quot; ผลงานที่มีชื่อเสียง เช่น แม่ลาวเลือด เลือดเข้าตา หักลิ้นช้าง สารวัตรเถื่อน เป็นต้น ถือเป็นวรรณกรรมที่ทรงคุณค่า เพราะนอกจากจะให้ความบันเทิงแล้ว ยังทำให้ผู้อ่านเข้าใจในพฤติกรรมของมนุษย์ และตระหนักถึงปัญหา ตลอดจนหน้าที่ความรับผิดชอบที่แต่ละคนจะพึงมีต่อสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอาลัย พล.ต.อ วสิษฐ ว่า พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร แบบอย่างผู้นำคุณธรรม ดูเหมือนเกียรติประวัติและผลงานเพื่อส่วนรวมของท่านทำให้สังคมจดจำประทับใจมากกว่าอดีตอธิบดีตำรวจอีกหลายๆ คน โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องปฏิรูปตำรวจ ถือเป็นข้าราชการตงฉิน ถือหลักนิติรัฐ นิติธรรม ไม่เคยมีข่าวฉาวหรือทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในระหว่างรับราชการและหลังเกษียณ ท่านทุ่มเททำงานถวายในหลวงมาตลอดในยุคที่รัฐบาลบางสมัยปล่อยให้ขบวนการหมิ่นสถาบันเฟื่องฟู พล.ต.อ.วสิษฐเป็นอีกคนที่ออกมาปกป้องสถาบันจนถูกเรียกว่า Ultra Royalist (อภิมหาราชนิยม) ในช่วงวิกฤติการเมือง 10 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยพันธมิตรฯ มาจนถึง กปปส. และหลังรัฐประหาร ตนได้มีโอกาสร่วมงาน ร่วมกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองกับท่านหลายครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมสัมผัสได้ถึงแบบอย่างของความเป็น &amp;ldquo;ผู้นำคุณธรรม&amp;rdquo; เพราะวิสัยทัศน์และความคิดความอ่านของท่านถือเอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นตัวตั้ง ซื่อสัตย์ เสียสละ ข้อคิดหนึ่งที่ผมจำได้ตลอดหลังชุมนุม กปปส. เมื่อครั้งสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) ม.รังสิต จัดมหกรรม ป+ป (ประชาชนปฏิรูป) เดือน ส.ค.2559 ผมโทร.ไปเรียนเชิญท่านมาเป็นองค์ปาฐกถา ท่านไม่สบายเลยมาร่วมงานไม่ได้ แต่ได้ฝากผมว่าอย่าลืมเรื่องปฏิรูปประเทศ ต้องช่วยกันผลักดันต่อ ที่สำคัญปฏิรูปตำรวจกับปฏิรูปการเมืองต้องทำไปพร้อมกัน เพราะอำนาจการเมืองกับอำนาจตำรวจพึ่งพาซึ่งกันและกัน ปฏิรูปตำรวจจะไม่เสร็จสมบูรณ์ ถ้าเราไม่ปฏิรูปการเมืองไปด้วย น่าเสียดายที่ท่านถึงแก่อนิจกรรมเสียก่อน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง&amp;quot; นายสุริยะใสระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11878</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร, พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ, พิมพ์รวี วัฒนวรางกูร, ร.ต.ต.หญิง ปรีณาภา เดชกุญชร, ว่าที่ ร.ต.สุทรรศน์ เดชกุญชร, สมเด็จพระเทพฯ, สุริยะใส กตะศิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2bb1dd9133f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
