<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตรภาพไทย-กัมพูชาชื่นมื่น ฮุนเซ็นหนุนบิ๊กตู่นั่งนายกต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประยุทธ์-สมเด็จฯ ฮุน เซน&amp;quot; ร่วมฉลองความสำเร็จก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา &amp;nbsp;พร้อมลงนามเดินรถไฟ 2 ประเทศ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แต่งเพลง &amp;quot;มิตรภาพ&amp;quot; เชื่อมสายใยมั่นคง ฟุ้งนายกฯ กัมพูชาเชียร์นั่งนายกฯ ต่อ ชมรัฐบาลนี้ทำดีที่สุดในรอบ 12 รัฐบาล ขอคนสระแก้วรักสามัคคีกัน ชี้ประชาธิปไตยเลือกตั้งแล้วต้องสงบ ระบุสังคมไทยต้องเคารพปู่ยาตายายพี่น้อง อย่าให้ใครมาเปลี่ยนแปลง ย้ำรัชกาลนี้ต้องสงบสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว วันที่ 22 เม.ย. เวลา 08.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นประธานร่วมและกล่าวสุนทรพจน์แสดงความยินดี ในพิธีฉลองความสำเร็จในการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นประธานร่วมในพิธีฉลองความสำเร็จในการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท) รวมทั้งเป็นโอกาสที่ได้พบเจรจากับสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาอีกครั้ง ซึ่งความสำเร็จของการสร้างสะพานแห่งนี้นับเป็นสะพานแห่งแรกที่มีความยาวที่สุดเชื่อมสองประเทศ เป็นประจักษ์พยานที่ชัดเจนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและใกล้ชิดมาอย่างยาวนานระหว่างไทยและกัมพูชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันดำเนินการให้สะพานแห่งนี้เปิดใช้งานได้เต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้ &amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเริ่มต้นก่อสร้างด่านพรมแดนแห่งที่สอง ควบคู่ไปกับการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อสะพานและถนนสายหลักของกัมพูชา รวมทั้งเจรจากันในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบการข้ามแดน เพื่อแก้ปัญหาความแออัดการจราจรบริเวณด่านพรมแดนปัจจุบันที่บ้านคลองลึก &amp;nbsp;และเปิดเส้นทางขนส่งสินค้าข้ามแดนใหม่ให้สะดวกขึ้น อันจะนำไปสู่การเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานระหว่างเขตเศรษฐกิจพิเศษของกัมพูชาและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทย และเชื่อมต่อไปยังการส่งออกสินค้าสู่ตลาดโลกต่อไป&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า การก่อสร้างสะพานแห่งนี้เป็นการเติมเต็มเส้นทางที่ขาดหายไป ภายใต้กรอบความร่วมมือในระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการคมนาคมขนส่งภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) กรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมืออิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) อันจะนำไปสู่การประสานความร่วมมือในด้านต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม สังคมและวัฒนธรรม การศึกษา การเกษตร และการท่องเที่ยว สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและเจริญเติบโตไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แนวทางความร่วมมือระหว่างไทยและกัมพูชาจะยังคงต่อเนื่อง จริงใจ ใกล้ชิด และมั่นคงต่อไป &amp;nbsp;และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในปีหน้าไทยและกัมพูชาจะมีความสัมพันธ์ทางทูตครบ 70 ปี ซึ่งจะตรงกับความคืบหน้าในการก่อสร้างและเปิดจุดผ่านแดนแห่งใหม่นี้&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพิธีฉลองความสำเร็จในการก่อสร้างสะพานครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์และสมเด็จฯฮุน เซน ได้มีการแต่งเพลงเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ โดยสมเด็จฯ ฮุน เซน ได้ประพันธ์บทเพลง 4 เพลง ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับ พล.อ.ประยุทธ์และนำมาบรรเลงในงานนี้ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ได้ประพันธ์เพลง &amp;quot;มิตรภาพ&amp;quot; เพื่อใช้ฉลองความสำเร็จของ 2 ประเทศในงานนี้ด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;
หุ้นส่วนเพื่อสันติภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการหารือว่า ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ความร่วมมือไทยและกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมาดำเนินไปด้วยดีทุกด้าน ซึ่งจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเป็นหุ้นส่วนเพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันอย่างแท้จริง ซึ่งในระหว่างการหารือทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาให้เป็นพื้นที่แห่งสันติภาพและการพัฒนาร่วมกัน ผ่านโครงการความร่วมมือต่างๆ เช่น การเปิดและยกระดับจุดผ่านแดน และการสร้างความเชื่อมโยงทางราง &amp;nbsp;โดยนายกฯ ระบุว่า ประเด็นเขตแดนต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา โดยให้เขตแดนเป็นเรื่องเทคนิคและเจรจากันในกรอบและกลไกที่เกี่ยวข้องต่อไป เช่น การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในด้านการค้าทั้งสองฝ่ายยินดีที่มูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้นอย่างมาก และยังหารือถึงความร่วมมือทางด้านแรงงาน ซึ่งนายกฯ เน้นย้ำว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการดูแลแรงงานกัมพูชาในประเทศไทยอย่างเท่าเทียมกับแรงงานทุกชาติ ซึ่งนายกฯ กัมพูชาก็ยังยืนยันที่จะสนับสนุนไทยในฐานะประธานอาเซียนด้วย&amp;quot; รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 09.15 น. หลังจากพิธีฉลองความสำเร็จในการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท) พล.อ.ประยุทธ์ได้พบปะกับชาวสระแก้วที่มาให้การต้อนรับ โดยประชาชนส่งเสียงให้กำลังใจ &amp;quot;สู้ๆ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวขอบคุณทุกๆ คนว่า วันนี้มีความเป็นห่วง 2 เรื่องคือการค้าขายปลีก เพราะพฤติกรรมคนเปลี่ยนไป คนไทยต้องรักกัน ต้องเคารพกัน เคารพปู่ ย่า ตา ยาย พี่ ป้า น้า อา เพราะนั่นคือสังคมไทย อย่าให้ใครมาเปลี่ยนแปลง นายกฯ รักทุกคน ขอให้ทุกคนช่วยกันพัฒนาตัวเอง ข้าราชการทุกคนต้องคิดว่าจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์ระยะยาว ประเทศไทยจะต้องขับเคลื่อนไปด้วยคนทุกเพศทุกวัย สิ่งสำคัญที่สุดต้องรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ วันนี้ต้องช่วยกัน นายกฯ คนเดียวก็ลำบาก วันนี้เราต้องช่วยกันทำเพื่อคนรุ่นใหม่ อย่าหวังให้ใครมาช่วยเรา ทุกอย่างมีแผนแม่บท พื้นที่สระแก้วผมรู้จักทั้งนั้น เคยทำงานบูรพามาก่อน ประเทศไทยต้องขับเคลื่อนด้วยคนทุกช่วงวัย ภายใต้สถาบันชาติ &amp;nbsp;ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ทุกคนต้องช่วยกันสู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.15 น. นายกฯ เดินทางถึงสถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้านคลองลึก เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดสถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้านคลองลึก โดยกดปุ่มเปิดผ้าแพรคลุมป้ายสถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้านคลองลึก พร้อมกล่าวกับประชาชนบริเวณสถานีรถไฟ โดยกล่าวสวัสดีเป็นภาษากัมพูชาว่า &amp;quot;ซัวสะเดย&amp;quot; เราคนไทยด้วยกัน ต้องรักกัน สู้ๆ ทุกคนเรารักกันอยู่แล้ว ตนรักทุกคน วันนี้มาเพื่อพี่น้องทุกคน และไม่ได้จบแค่นี้ มันจะเกิดต่อยอดอีก ในพื้นที่สระแก้วรัฐบาลได้ให้งบประมาณลงมาทางผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งไปแล้วก็ต้องเกิดความสงบ ให้เลือกตั้งแล้วยังไม่สงบก็ไม่ได้ ปีนี้เป็นปีมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษกกำลังใกล้เข้ามา ขอให้ช่วยกันทำบ้านเมืองให้สุขสงบ พัฒนาร่วมกัน ความหวังความฝันของทุกคนต้องใช้เวลาสักนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ฟังผมไว้ รัฐบาลนี้ยืนยันสิ่งต่างๆ ที่วางไว้จะเดินหน้าต่อไปทีละ 5 ปีจนถึง 20 ปีตามยุทธศาสตร์ชาติ หากทุกคนเคารพกฎหมาย กติกา ทุกอย่างไปได้หมด เพลงที่เปิดนี้เป็นเพลงมิตรภาพที่ผมแต่งขึ้นมา สมเด็จฯ ฮุน เซน แต่งมา 4 เพลง วันนี้ผู้ใหญ่เด็กถ้าทะเลาะกัน วันหน้าก็อยู่กันไม่ได้ &amp;nbsp;พระราชพิธีบรมราชาภิเษกกำลังจะเกิดขึ้นต้นเดือนหน้าทำให้สงบ รัชกาลนี้จะต้องเกิดความสงบสุข ใครทำผิดจะต้องถูกลงโทษ ซึ่งผมไม่อยากให้ใครถูกลงโทษ ถ้าทำความดีไม่มีถูกลงโทษ สังคมประเทศไทยต้องอยู่ด้วยคนทุกช่วงวัย เราต้องเลิกในสิ่งที่ไม่ดี สังคมเรามีปัญหาพอสมควรแล้ว&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;#39;ฮุน เซน&amp;#39; หนุนนายกฯ ตู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 10.45 น. พล.อ.ประยุทธ์และสมเด็จฯ ฮุน เซน เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยการเดินรถไฟร่วมกัน ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา &amp;nbsp;และพิธีส่งมอบรถไฟดีเซลราง จากนั้นนายกฯ ทั้งสองประเทศได้ออกเดินทางโดยรถไฟขบวนพิเศษ จากสถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้านคลองลึกไปยังสถานีปอยเปต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 13.30 น. ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันสมเด็จฯ ฮุน เซน ที่โรงแรมอินโดจีน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า จากการพูดคุยกัน นายกฯ กัมพูชาบอกวันนี้ถือเป็นยุคที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด ในการร่วมมือทำงานกับรัฐบาลช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะสมเด็จฯ ฮุน เซน เป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชามายาวนาน ทำงานกับรัฐบาลไทยมา 12 &amp;nbsp;รัฐบาล 12 นายกรัฐมนตรีแล้ว เขาบอกว่ารัฐบาลนี้ทำดีที่สุด ซึ่งถือว่าเขาเข้าใจสถานการณ์ภายในของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า นายกฯ กัมพูชาขอความร่วมมืออะไรจากรัฐบาลไทยบ้าง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มีเรื่องการสัญจรไปมาข้ามแดน และการกำหนดจำนวนรถผ่านแดนต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งเราก็ดำเนินการอยู่แล้ว ที่สำคัญได้มีการประชุมร่วม 3 ฝ่าย ตนได้บอกกัมพูชาไปว่าถ้าเราทำเรื่องกฎกติกา ระเบียบข้ามแดน เฉพาะเรากับกัมพูชามันก็ไปไหนไม่ได้อีก จึงเสนอให้เขาประสานประชุมร่วมกับทางเวียดนามด้วยที่มีการประชุมไปแล้วในเรื่องการขนส่งทางทะเล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประการสุดท้ายที่เขาย้ำคือ เขาจะไม่ยอมให้ใครมาใช้ดินแดนของเขาในการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลไทย ซึ่งตอนนี้เขาได้มีการส่งข่าวให้ฝ่ายไทยหลายทีแล้ว เราต้องไว้ใจซึ่งกันและกัน เพราะผลประโยชน์ของชาติถือเป็นอันดับแรก อย่างไรก็ตามก็ต้องเคารพกระบวนการยุติธรรมของเรา ต่างคนต่างฝ่ายต้องเคารพซึ่งกันและกัน หลักการต้องไว้เนื้อเชื่อใจ ลดความหวาดระแวงและผลประโยชน์เท่าเทียม &amp;nbsp;เราต้องดูแลเขา ให้ความช่วยเหลือบ้างในฐานะที่เป็นมิตรกัน เพราะเราเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดกันยาวนานทางการทูตกว่า 70 ปี ซึ่งที่จริงแล้วเรามีประวัติศาสตร์กันมายาวนาน 800-1,000 ปีแล้ว อุปสรรคก็มีทั้งฝั่งเขาและเรา&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า สมเด็จฯ ฮุน เซน ได้ให้กำลังใจอะไรท่านนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขาให้กำลังใจเรา ขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศชาติต่อ ซึ่งตนก็บอกไปว่าเป็นเรื่องกลไกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่เขาเชื่อมั่นว่าหลายๆ อย่างดีขึ้นในสมัยรัฐบาลนี้ และอยากให้ดำรงสิ่งเหล่านี้ต่อไปในอนาคตด้วย ซึ่งตนบอกว่าเราได้ทำยุทธศาสตร์เอาไว้แล้ว ไม่ว่าใครจะเป็นอะไรก็ตาม ต้องสามารถที่จะทำต่อได้ ซึ่งเขาก็อยากที่จะสานต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายกฯ เจอกับสมเด็จฯ ฮุน เซน จะกอดกันทุกครั้ง มีความรู้สึกอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นธรรมเนียมของเขา เราเป็นคนไทย เมื่อเขาแสดงมิตรไมตรีมาก็ต้องรับอยู่แล้ว เพราะเราไม่ได้มีอะไรกัน มันคือประเพณีของเขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า สมเด็จฯ ฮุน เซน มองบรรยากาศบ้านเมืองของเราอย่างไร พล.อประยุทธ์กล่าวว่าไม่มอง &amp;nbsp;เขาเห็นว่าบ้านเมืองของเราสงบเรียบร้อยดี เป็นสิ่งที่เขาชอบ และเขาก็เห็นว่าการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีปัญหา ไม่มีความขัดแย้งรุนแรงเกิดขึ้นอย่างช่วงที่ผ่านมา เขามองในภาพนั้น เขามองว่าความสงบสุขร่มเย็นของประชาชนที่ไม่มีความรุนแรงหรือใช้อาวุธอะไรต่างๆ จะเป็นบ่อเกิดแห่งการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกัน ส่งผลให้เศรษฐกิจต่างๆ เดินไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเอาการเมืองมาขับเคลื่อนทุกอย่างจะไปไม่ได้หมด คนที่เสียโอกาสคือประชาชน ไม่ใช่ผม เข้าใจหรือไม่ ประชาชนจะเสียโอกาสในการพัฒนาตนเอง ซึ่งวันนี้ผมได้พูดกับชาวสระแก้วไปแล้ว ทุกคนต้องกลับมาดูว่าจะทำอาชีพอะไรที่จะให้เกิดการพัฒนา โดยเฉพาะอาชีพการเกษตรและค้าขาย เพราะพฤติกรรมของมนุษย์เปลี่ยนไป ทุกคนจะต้องพยายามไปสู่การค้าขายออนไลน์ให้ได้ และวันนี้ผมเห็นว่ามีหลายหมื่นรายแล้ว ตรงนี้จะแก้ปัญหาธุรกิจและการค้าขายไม่ดี พฤติกรรมคนต้องการความสะดวกมากขึ้น&amp;quot; นายกฯ กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34228</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมเด็จฯ ฮุน เซน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190422/image_big_5cbdc9d7afaf4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
