<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot; Helena Citronova &quot; รักต้องห้าม&quot;นักโทษหญิงชาวยิว กับทหารนาซี&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพประวัติศาสตร์เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 จากเพจ Opera Siam&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ชื่อ&amp;ldquo;เอาซวิทซ์&amp;rdquo; คือรอยแผลและความทรงจำที่โหดร้ายที่สุดของมนุษยชาติ เพราะเป็นหนึ่งในค่ายกักกันนักโทษชาวยิวกว่า 15,000 แห่ง ที่กระจายอยู่ทั่วทวีปยุโรป เป็นค่ายกักกันและค่ายมรณะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาค่ายกักกันของนาซีเยอรมนี ที่ใช้การระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง จุดประสงค์ในการสร้างค่าย เพื่อการสังหารชาวยิวเพียงอย่างเดียว นักโทษชาวยิวหลายล้านคนเสียชีวิตในค่ายกักกันแห่งนี้ ทั้งจากการใช้แรงงานหนัก โรคระบาด ความหนาว อดอาหาร ถูกกระทำทารุณ ถูกนำไปทดลองทางวิทยาศาสตร์โดยไม่คำนึงถึงมนุษยธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวาระครบรอบ 75 ปี ที่มีการปิด เอาซวิทซ์ ทางโอเปร่าสยาม คณะมหาอุปรากรไทย จึงจะนำเสนอการแสดง&amp;ldquo;Helena Citronova&amp;rdquo; (เฮเลนา ซิโตรโนวา) รักต้องห้าม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ จุดมืดสนิทของมนุษยชาติ ในค่านิยมที่อื้อฉาวที่สุดของนาซี ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 มหาอุปรากร ที่รังสรรค์โดย สมเถา สุจริตกุล &amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย สถานเอกอัคราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ได้แก่ อิสราเอล เยอรมนี สโลวาเกีย และออสเตรเลีย ด้วยความร่วมมือของสถาบันเกอเธ่ กรุงเทพฯ และการสนับสนุนจากบริษัทห้างร้านต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองนักแสดงนำขับร้องโอเปร่า เรียกน้ำย่อยก่อนในงานแถลงข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเนื้อหาการแสดงมหาอุปรากรเรื่องนี้ เป็นการแสดงเต็มรูปแบบเรื่องแรกด้วยแรงบันดาลใจจากเรื่องราวในชีวิตจริงของ &amp;ldquo;เฮเลนา ซิโตรโนวา&amp;rdquo; นักโทษหญิงชาวยิว สโลวาเกีย ในค่ายมรณะ ผู้มีความสัมพันธ์ล้ำลึกกับ &amp;ldquo;ฟรันซ์ วุนซ์&amp;rdquo; ทหารนาซีจากออสเตรีย ผู้มีหน้าที่ฆ่าสังหารนักโทษ &amp;nbsp; ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อ 25 ปีก่อน ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวจากชีวิตจริงของเฮเลนา นักโทษหญิงที่ถูกจับมากักขังที่ค่ายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เอาชวิทซ์ เพื่อรอวันตาย พร้อมกับโรซินกา พี่สาว และลูกๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮเลนา ลักลอบย้ายตัวเองมาทำงานหน่วย &amp;ldquo;คานาดา&amp;rdquo; หลังจากตรากตรำกันงานหนักแทบเอาชีวิตไม่รอด หน้าที่หลักของคนงานหน่วยคานาดา คือ คัดเลือกข้าวของและเสื้อผ้าคนตาย ไว้ให้บนักโทษใหม่ โดยแยกของมีค่าไว้ให้พวกนาซี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันเกิด ฟรันซ์ วุนซ์ ผู้คุมชาวนาซี เฮเลนาถูกบังคับให้ร้องเพลงภาษาเยอรมัน ซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมสูงส่งทางดนตรี การร้องเพลงสุขสันต์วันเกิดในครั้งนั้นทำให้ฟรันซ์ติดใจเชลยสาวชาวยิว เรื่องราวดำเนินไปจนในที่สุดความรักระหว่างนักโทษเดนตายกับผู้คุมจอมโหดก็เกิดขึ้นจนได้ ทั้งคู่รู้ว่ามันคือรักต้องห้ามที่ไม่มีทางเป็นไปได้ จึงไม่กล้าเอ่ยปากบอกรักหรือแม้แต่มองหน้ากันเต็มตา เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ทหารรัสเซียเข้ามาทำหน้าที่ในค่ายสังหารเอาซวิทซ์ แต่นาซีก็ยังทำทุกสิ่งอย่าง เพื่อให้การสังหารล้างเผ่าพันธุ์ครั้งนี้สัมฤทธิ์ผลมากที่สุด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกนาซีบังคับให้นักโทษยิวใกล้ตายที่หลงเหลือในค่ายเดินเท้าเปล่าบุกหิมะที่หนาวเย็นในสภาพเกือบเปลือย โดยหลอกว่าจะพาไปอยู่ค่ายใหม่ที่สภาพดีกว่าเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.นักแสดงโชว์ประสานเสียงพร้อมกับการบรรเลงเปียโนประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนจากกัน ฟรันซ์เสี่ยงชีวิตส่งผ้าห่มให้หญิงคนรักพร้อมกับเศษกระดาษจดที่อยู่มารดาของเขาที่ออสเตรีย และบอกเฮเลนาไปหาเมื่อทุกอย่างกลับสู่สภาพปกติ เรื่องราวจะจบเช่นไร ต้องติดตามในฉากอวสารในมหาอุปรากร อิงประวัติศาสตร์ระหว่างวันที่ 16-17 มกราคม นี้ก่อนจะมีการนำไปแสดงที่ยุโรปต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเถา สุจริตกุล ประธานมูลนิธิมหาอุปรากรกรุงเทพ และผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ โอเปร่าสยาม กล่าวว่า มหาอุปรากร หรือโอเปร่าเรื่องนี้ มีการเตรียมโดยเขียนเนื้อเรื่องยาวนานถึง 7 ปี เหตุที่ใช้เวลานานเพราะเป็นเรื่องราวที่สะเทือนใจ เมื่อเราอยู่กับเนื้อหาที่เคร่งเครียด เราจึงจำเป็นต้องออกไปทำอะไรที่สนุก หรือทำเพลง เขียนเรื่องราวที่น่ารักบ้าง แล้วค่อยกลับมาเขียนเรื่องต่อ แต่ละครั้งที่เขียนเรียกได้ว่ากลับมาด้วยความฝืนใจ เพราะเนื้อหาที่เขียนไม่ใช่แค่เรื่องความรักของคนสองคน ทื่มีความตรึงเครียด แต่นำเสนอประวัติศาสตร์ และแง่มุมของโลกมืดที่ดูโหดร้าย จากการกระทำของมนุษย์ ที่ยิ่งกว่าอมนุษย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศแถลงข่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มันมีสถานการณ์โหดร้ายมากมายที่เกิดขึ้นช่วงสงครามโลกครั้งที่2 ก่อนที่จะเขียนเรื่องนี้ ย้อนกลับไปประมาณ 7 ปีก่อน ผมค้นพบว่าเด็กไทยหลายคนยังไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ อย่างลูกศิษย์ผมประมาณสัก 10 คน ไม่มีใครรู้เลยว่าไทยแพ้หรือชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 &amp;nbsp;ทำให้ผมคิดว่าเราจะลืมประวัติศาสตร์ได้อย่างไร สงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศอื่น มันกระทบถึงประเทศเราได้ นี่คือแนวคิดเขียนเรื่องขึ้นมาโดยอิงประวัติศาสตร์ ถ้าบอกว่าพูดถึงชาวยิว 6 ล้านคนถูกนาซีฆ่า คงนึกภาพไม่ออกเท่าไหร่ให้ลองนึกถึงคนกรุงเทพกว่า 6 ล้านคนโดนฆ่าหมดจะรู้สึกอย่างไร แต่ด้วยจำนวนคนที่มากมายมหาศาลนี้ เราเลือกที่จะหยิบความรู้สึกของคนไม่กี่คนมาสื่อสารให้คนเข้าใจ และมีความรู้สึกร่วมกับเหตุการณ์&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสมเถา กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประพันธ์ และกำกับการแสดง เผยอีกว่า การทำเรื่องนี้ ต้องตีความให้ห่างจากเหตุการณ์ออกมาเล็กน้อย ถึงจะเห็นภาพชัด โอเปร่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราจะสามารถโชว์ให้เห็นว่ามันเป็นประวัติศาสตร์ของทุกคน และเรื่องนี้ค่อนข้างต่างจากทุกเรื่องที่ทำมา เพราะเมื่อจบจากการซ้อมทุกครั้ง นักแสดงทุกคนจะร้องไห้เลย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นแบบนี้ เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหวมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Helena Citronova&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทฤษฎี ณ พัทลุง วาทยกรโอเปร่า สยาม กล่าวถึงรายละเอียดการแสดงว่า เรื่องนี้ภาษาดนตรีน่าจะแตกต่างจากเรื่องอื่นมาก เพราะเต็มไปด้วยเรื่องของความอ่อนไหว ถึงขั้นที่ว่าเมื่อวันก่อน ตนอยู่ในห้องรับแขกเล่นเปียโนฉากหนึ่งในเรื่อง เฮเลนา ซิโตรโนวา เพื่อนที่กำลังนั่งเล่นอยู่ใกล้ๆ ตอนแรกไม่ได้สนใจ พอเล่นไปสักพัก เพื่อนหยุด และหันมาหาพร้อมกับกล่าวว่า ทำไมทำนอง ดนตรีอ่อนไหวเช่นนี้ ฟังแล้วรู้สึกสะเทือนใจมาก ซึ่งในวันแสดงจะเล่นกับวงสยามซินโฟนิเอตต้า ประกอบด้วยเครื่องดนตรี 70 ชิ้น และนักร้องประสานเสียง และวงดุริยางค์บนเวที ซึ่งเป็นวงที่เคยไปเล่นยุโรปมาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางถ่ายเถา สุจริตกุล ผู้อำนวยการผลิตโอเปร่า สยาม กล่าวว่า การแสดงโอเปร่า หลายคนได้ฟังแล้วจะเกิดความกลัว จนเกิดอคติว่าฟังไม่รู้เรื่อง เคล็ดลับของการดูโอเปร่าให้เข้าใจคือ ต้องศึกษาก่อนว่าเรื่องที่จะไปชมเป็นอย่างไร เนื้อเรื่องย่อเป็นอย่างไร จะช่วยให้คนดูมีความเข้าใจมากขึ้นเวลาฟัง แล้วไม่ต้องกังวลว่าจะชมไม่รู้เรื่องเพราะมีคำแปลภาษาไทยอยู่ข้างเวทีให้ชำเลืองมองดู ถ้าได้สัมผัสการแสดงโอเปร่าจะเข้าถึงเนื้อเรื่องได้อย่างลึกซึ้ง เพราะทั้งการแสดง เสียงขับร้อง และการบรรเลงดนตรีจะผสานกันอย่างงดงามและไพเราะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาสแซนดรา แบล็ค ผู้รับบทเฮเลนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โอเปร่าเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ของคนไทย จึงอยากให้ศึกษามีความเข้าใจแล้วจะเกิดความรู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน ไปกับดนตรี เราเริ่มผลักดันกันมา 20 กว่าปีแล้ว และเฮเลน่า เป็นเรื่องที่ 64 ที่เราพยายามปลุกปั้นศิลปะของฝรั่งว่าเราจะซึมซับกับมันได้ไหมก็มีการล้มลุกคลุกคลานมาตลอด หวังว่าจะทำให้มีคนชอบเพิ่มมากขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟัลคอล์น โฮนิสช์ จากโอเปร่าออสเตรีย รับบทฟรันซ์ วุนซ์ ทหารนาซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแสดงครั้งนี้ถือเป็นการแสดงระดับนานาชาติ โดยมีนักแสดงมาจากหลากหลายประเทศทั้ง สหรัฐอเมริกา เยอรมัน ออสเตเลีย ไทย ฯลฯ สำหรับผู้สนใจชม &amp;ldquo;เฮเลนา ซิโตรโนวา&amp;rdquo; จะเปิดแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (หอประชุมใหญ่) ในวันที่ 16-17 มกราคม 2563 เวลา 20.00 น.สำรองบัตรที่ Ticket Melon หรือ Line@operasiam อีเมลล์ tickets@bangkokopera.com สอบถาม โทร 061 971 6477&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54526</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot; Helena Citronova &quot; รักต้องห้าม&quot;นักโทษหญิงชาวยิว กับทหารนาซี&quot;, Helena Citronova, สมเถาสุจริตกุล, โอเปร่าสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1d6fa42dae9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2019 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2019 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 4 วงออร์เคสตร้าเด็ก 5คอนดักเตอร์ไทย  ฉลอง 250 ปี“เบโธเฟน” คีตกวีเอกโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สมเถา สุจริตกุล วาทยกรชื่อดัง และประธานมูลนิธิมหาอุปรากรกรุงเทพ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คนไทยรู้จักคีตกวี&amp;quot;เบโธเฟน&amp;quot; &amp;nbsp;หรือ&amp;ldquo;ลุดวิก ฟาน เบโธเฟน&amp;rdquo; คีตกวีเอกชื่อดังก้องโลก บทเพลงของเบโธเฟนได้รับยกย่อง และมีผู้ฟังอย่างกว้างขวาง เป็นต้นแบบศิลปินที่มีความอัจฉริยะ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานซิมโฟนีของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งซิมโฟนี หมายเลข 9 และคอนแชร์โตสำหรับเปียโนที่บีโธเฟนประพันธ์ขึ้น เป็นผลงานที่ได้รับความนิยมอย่างมากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้วันที่ 17 ธันวาคม ตรงกับวันคล้ายวันกิดของเบโธเฟน ทั่วโลกมีการเฉลิมฉลองในวาระครบ 250 ปีเบโธเฟน โดยเฉพาะในกรุงบอนน์ ประเทศเยอรมนี บ้านเกิดของคีตกวีเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และเป็นที่น่ายินดีประเทศไทย โดยมูลนิธิมหาอุปรากรกรุงเทพ ได้รับคัดเลือกจากสมาคมบีโธเฟนโลกร่วมฉลองวาระประวัติศาสตร์เช่นกันด้วยโครงการใหม่แกะกล่อง&amp;rdquo;เบโธเฟน X &amp;ldquo; ความโดดเด่นของโครงการนี้มูลนิธิประสานความร่วมมือกันของออร์เคสตร้าเยาวชนไทยถึง 4 วงได้แก่สยามซินโฟนิเอตต้า วงดุริยางค์เยาวชนไทย อิมมานูแอล ออร์เคสตรา และอิสานดุริยางค์ ซึ่งเยาวชนทุกวงเคยสัมผัสมรดกด้านคีตศิลป์สุดอมตะของคีตกวีผู้นี้ พวกเขาและเธอพร้อมวาทยากรชื่อดังจะบรรเลงซิมโฟนีทุกบทของเบโธเฟนตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วรปราชญ์ วงศ์สถาพรพัฒน์ วาทยกรหนุ่มไฟแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กิจกรรมคิกออฟเมื่อวันเกิดเบโธเฟนที่ผ่านมาด้วยเพลง &amp;quot;Ode to Joy &amp;ldquo; ของเบโธเฟน &amp;nbsp;จัดแสดงยิ่งใหญ่ในรูปแบบแฟลชม็อบที่ไม่เหมือนใคร ภายใต้ชื่อ&amp;quot;บิ๊กแบงเบโธเฟน X&amp;quot; เริ่มด้วยเชลโลและเบสส์จากชั้นล่าง ก่อนที่นักดนตรีอื่นๆ เข้าร่วมจากมุมอื่นๆ ตามแต่ละชั้น &amp;nbsp;ช่วงท้ายอลังการที่สุดนักร้องประสานเสียงขับร้องจากเฉลียงชั้นบนสุดเปล่งพลังพร้อมดนตรีจาก 4 วงดังกระหึ่มหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;กิจกรรมได้รับความสนใจจากชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมาก ตะโกนขออังกอร์ ทำให้ออกมาเล่นบทเพลงอีกครั้ง รายการแสดงจะมีจนถึงเดือนธันวาคม 2563 ในรูปแบบแตกต่างกันไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดตัวโครงการ&amp;rdquo;เบโธเฟน X&amp;rdquo;ฉลอง 250 ปี เบโธเฟน โดย รมช.วัฒนธรรม เป็นประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สมเถา สุจริตกุล ประธานมูลนิธิมหาอุปรากรกรุงเทพและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของโอเปร่าสยามอินเตอร์เนชันแนลกล่าวว่า มูลนิธิเริ่มโครงการด้วยแฟลชม็อบได้ความคิดนี้จากโครงสร้างซิมโฟนีหมายเลข 9 ของเบโธเฟน แสดงถึงเมล็ดพันธุ์แห่งอัจฉริยภาพของมหาคีตกวีเบโธเฟน ซึ่งเจริญเติบโตตามกาลเวลามันคือการเริ่มต้นของจุดเล็กๆ ก่อนขยายตัวเป็นดนตรีเข้าถึงคนทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ไทย เกาหลี และจีน เป็น 3 ประเทศเอเซียได้รับคัดเลือกเฉลิมฉลอง 250 ปีเบโธเฟน เราเลือกเพลง&amp;quot;Ode to Joy &amp;ldquo; มาแสดงครั้งแรก เพลงนี้เป็นซิมโฟนีบทสุดท้ายที่เบโธเฟนไม่ได้ฟัง เพราะบั้นปลายป่วยเป็นโรคหูหนวก แต่เขาก็แต่งเพลงมีเอกลักษณ์ &amp;nbsp;เป็นสิ่งที่อยู่ในจิตวิญญาณและสมอง นี่เป็นศิลปะ ตลอดปีจะเล่นซิมโฟนีทั้ง 9 หมายเลข กลางปีจะเล่นเพลงที่ยากคือ missa solemnis คอนเสิร์ตสุดท้ายในวันครบรอบวันเกิดจะแสดงซิมโฟนี หมายเลข 9 นักดนตรี200 ชีวิต เบโธเฟนเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ชีวิต พ่อสอนดนตรีให้แต่เด็ก สอนแบบเข้มงวดเพราะอยากให้เป็นนักดนตรีอัจฉริยะเหมือนโมสาร์ท &amp;nbsp;หลายครั้งถูกทำโทษอย่างทารุณ ต้องเล่นดนตรีหาเงินเลี้ยงครอบครัว สอนดนตรี จนกระทั่งประสบความสำเร็จมีชื่อเสียง ถือเป็นแบบอย่างให้นักดนตรีและเยาวชนไทย ส่วนตัวแล้วซิมโฟนี หมายเลข2 ของเบโธเฟนทำให้ตัดสินใจก้าวสู่โลกดนตรี&amp;rdquo; สมเถากล่าวด้วยความซาบซึ้งในชีวิตและผลงานคีตกวีเอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทฤษฎี&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ พัทลุง ร่วมโครงการ&amp;rdquo;เบโธเฟน X&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวงดุริยางค์เยาวชน 4 วงร่วมสร้างปรากฏการณ์สำคัญ เริ่มจากสยามซินโฟนิเอตต้า เป็นออร์เคสตร้าเยาวชนระดับบุกเบิก ก่อตั้งโดยสมเถา สุจริตกุล ใช้วิธีการสอนแบบสมเถา เป็นนวัตกรรมการสอนคนดีที่คิดค้นขึ้นใหม่ วงนี้คว้ารางวัลชนะเลิศบนเวทีโลกมากมาย รวมทั้งคาร์เนกีฮอลล์ในมหานครนิวยอร์กถึง3 ครั้ง วงออกเดินทางบรรเลงดนตรีทั่วยุโรป อมริกา และตะวันออกกลาง ได้ชื่อว่ามีความสามารถบรรเลงคีตนิพนธ์ที่ยาก เช่นซิมโฟนีของมาห์เลอร์ สตราวินสกี้ และบาร์ทอค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถัดมาวงดุริยางค์เยาวชนไทยเป็นออร์เคสตร้าเยาวชนในสังกัดกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้การอำนวยการของ เป้- อัครวัฒน์ ศรีณรงค์ ทายาทของครอบครัวนักดนตรีชั้นนำแห่งวงการคลาสสิก ถือเป็นวงที่สองที่ได้รับรางวัล Summa Cum Laude จากการแข่งขันมูสิคเฟราย(Musikverein) ณกรุงเวียนนาหลังจากที่สยามซินโฟนิเอตต้าได้วงแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอิมมานูเอลเป็นออร์เคสตร้าเยาวชนของมูลนิธิดนตรีเพื่อชีวิตที่ฝีไม้ลายมือน่าติดตาม &amp;nbsp;วงสุดท้ายอิสานดุริยางค์น้องใหม่จาก จ.นครราชสีมา ก่อตั้งเมื่อปี2561 มีเป้าหมายให้เด็กๆ แดนอีสานเข้าถึงดนตรีคลาสสิกมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายการแสดง&amp;rdquo;เบโธเฟนX&amp;rdquo; ตลอดปีหน้ามีวาทยกรชื่อดัง นำทีมโดยสมเถาสุจริตกุล,อัครวัฒน์ ศรีณรงค์ และทฤษฎี ณ พัทลุง พร้อมด้วยวาทยกรชาวเวลล์ โจนาธาน แมนน์ แห่งอิมมานูเอลออร์เคสตร้าและวรปราชญ์ วงศ์สถาพรพัฒน์ วาทยากรที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาสดๆร้อนๆ จากมหาวิทยาลัยเคมบริดดจ์ร่วมนำเสนอกิจกรรมครั้งสำคัญนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทฤษฎี ณ พัทลุง กล่าวว่า เบโธเฟนมีความหมายกับตนในฐานะนักดนตรีและคนๆหนึ่ง ตนเรียนดนตรีเมื่ออายุ 12 ปีสมัยเด็กไม่ได้ฟังดนตรีคลาสสิกจนกระทั่งพ่อซื้อซีดีซิมโฟนี หมายเลข 9 ของเบโธเฟน &amp;nbsp;ฟังแล้วชอบทันที ตัดสินใจเรียนเปียโน เพลงคีตกวีที่เลือกเล่นเพลงแรก คือmoonlight sonata ของเบโธเฟน เขาแต่งเพลงได้กินใจและแสดงความรู้สึกความหมายอย่างลึกซึ้ง ภูมิใจที่ได้ร่วมฉลองโอกาสสำคัญ กิจกรรมดึงวงเยาวชนเข้าร่วม นี่คืออนาคตดนตรีของไทย ประเทศเรามีนักดนตรีเยาวชนจำนวนมาก แต่ละคนเหมือนใบหน้าที่สดใสของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยาวชนไทยร่วมบรรเลงดนตรีคลาสสิคบทเพลงของคีตกวี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เป้-อัครวัฒน์ ศรีณรงค์ วาทยกรและนักไวโอลินระดับโลก กล่าวว่า หลายคนคิดว่า วงดุริยางค์แบ่งเป็นค่ายแต่ความจริงเรารักกันมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและพร้อมสร้างชัยชนะด้วยกัน กิจกรรมครั้งนี้นำผลงานเบโธเฟนเป็นสื่อกลาง เพราะงานของเขามากมาย ทุกคนได้สัมผัสแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะคอเพลงคลาสสิก ป๊อป ร็อค ตั้งแต่ยุค 60 อยากชวนทุกคนมาร่วมกิจกรรมรับรองสนุกและตื่นเต้นมาก วาทยกร 5 คนรวมตัวกันไม่ธรรมดา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; เพลงของเบโธเฟนเป็นพลังงานที่มีอยู่จริงไม่ใช่สัมผัสแค่หู เห็นด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยใจและจิตวิญญาณ พลังเยาวชนดนตรีจาก4 วงจะส่งต่อความเป็นสากลของไทยที่มีเอกลักษณ์ &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป้-อัครวัฒน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักดนตรีคลาสสิกไฟแรงวรปราชญ์วงศ์สถาพรพัฒน์ วาทยกร &amp;nbsp;บอกว่า เบโธเฟนเป็นหนึ่งในศิลปินและคอมโพสเซอร์คนสำคัญ ทำให้ตนสนใจพลังการสื่อสารของดนตรี ตอนอายุ9 ขวบได้เล่นเพลงของเขา เป็นเพลงที่ทรงพลังที่สุดจากนั้นตนหันมาแต่งเพลงและทำงานวาทยกร อยากให้เยาวชนซึมซับงานเบโธเฟนยิ่งพัฒนาความเข้าใจของตัวเองมากแค่ไหนจะทำให้สร้างผลงานมีผลสะเทือนสังคมมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยาวชนเล่นเครื่องเป่าถ่ายทอดเพลง&amp;quot;Ode to Joy &amp;ldquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหนุ่มน้อยวัย 14 ปี ร่วมวงอิสานดุริยางค์ เด็กชายมรรค ศรลัมพ์ นำไวโอลินคู่ใจมาร่วมบรรเลงในวันเกิดเบโธเฟนที่หอศิลป์ กทม. เผยว่า ครั้งแรกที่ได้มาแสดงดนตรีที่กรุงเทพฯ ตื่นเต้นมาก คนสนใจชมการแสดงเยอะมาก เสียงปรบมือดังเมื่อเล่นจบ ภูมิใจได้เป็น 1 ใน 4 วงเล่นฉลอง 250 ปี เบโธเฟน อย่างยิ่งใหญ่อลังการ ส่วนเพลง &amp;quot;Ode to Joy &amp;ldquo; เล่นแล้วสนุกมาก รู้สึกอยากเล่นเพลงอื่นๆ ด้วย ปกติเล่นเพลงโมสาร์ท จากนี้จะฝึกซ้อมทุกวันทั้งที่บ้านและซ้อมรวมวง เพื่อพัฒนาทักษะและการอ่านโน้ต เพื่อให้การแสดงกิจกรรมตลอดทั้งปีดีที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จัดแสดงยิ่งใหญ่ในรูปแบบแฟลชม็อบภายใต้ชื่อ&amp;quot;บิ๊กแบงเบโธเฟนX&amp;quot; ณ หอศิลป์กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53326</URL_LINK>
                <HASHTAG>250ปีเบโธเฟ่น, 4 วงออร์เคสตร้าเด็ก 5คอนดักเตอร์ไทย  ฉลอง 250 ปี“เบโธเฟน”, ทฤษฎี ณ พัทลุง, สมเถาสุจริตกุล, อัครวัฒน์ ศรีณรงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191224/image_big_5e01cb31b89d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร็อกโอเปร่าครั้งแรกในไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ้นสุดการรอคอยสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและหลงรักในเสียงร้องและดนตรีอันทรงพลังของโอเปร่า ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย นำทัพโดย โอเปร่าสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล เตรียมพร้อมที่จะจัดการโชว์สุดอลังการแบบเต็มอิ่มในการแสดงสุดพิเศษทั้ง 9 ชุดการแสดง ได้แก่&amp;nbsp; The Princess Concert, Jesus Christ Superstar, Gianni Schicchi, Siam Sinfonietta &amp;amp; Beethoven&amp;rsquo;s Pastoral, Star Wars Concert, พระมโหสถ อดีตชาติที่ 5 ของพระพุทธเจ้า, เทศกาลนักร้องประสานเสียงโลก และ Tosca ที่จะนำความสนุกสนานเพลิดเพลินในการชมและฟังเสียงของการขับร้องและการบรรเลงดนตรีอันยิ่งใหญ่และคุ้มค่า โดยจะเริ่มการแสดงตั้งแต่ 16 ธันวาคม 2561-7 สิงหาคม 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมเถา สุจริตกุล ประธานมูลนิธิมหาอุปรากรกรุงเทพ และผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของโอเปร่าสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า โอเปร่าสยาม ในฤดูกาลนี้ได้ตั้งเป้าหมายที่จะขยายฐานคนดูให้กว้างขึ้น ทั้งในเยาวชน และกลุ่มคนที่หลากหลายทุกเพศทุกวัย และต้องการให้คนได้รับรู้มากขึ้นว่าโอเปร่าของประเทศไทยไม่แพ้ชาติใด ทั้งคุณภาพและฝีมือที่ดีที่สุดในเซาท์อีสต์เอเชียด้วย ซึ่งชาวต่างชาติต่างให้การยอมรับ เห็นได้จากรีวิวตามสื่อต่างๆ ในต่างประเทศ แต่การรับรู้ของคนในประเทศยังไม่มากนัก ยังคงมีความคิดที่ว่าถ้าอยากจะดูโอเปร่าต้องไปต่างประเทศ จึงประเดิมเปิดฤดูกาลด้วยชุดการแสดงแรก คอนเสิร์ตเจ้าหญิง The Princess Concert สุดพิเศษ จากค่ายดิสนีย์ในเวอร์ชั่นภาษาไทย จากนักแสดงผู้พากษ์เสียงมาร่วมขับร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน ให้คนได้เข้าถึงง่ายและรู้สึกสนุก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญนับเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่โอเปร่าสยามจัดการแสดงโอเปร่าสไตล์ร็อก โดยเป็นเจ้าแรกที่ได้รับลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการจากบริษัทของแอนดูรว์ ลอยด์ เพื่อสร้างสรรค์การแสดงชุด Jesus Christ Superstar ซึ่งเป็นผลงานที่ติดอันดับ 1 ในโลกในปี 2514 และติดอันดับ 2 ในการจัดอันดับเพลงมิวสิคัลยอดฮิตตลอดกาลของโรลลิง สโตน (Rolling Stone) จากบทประพันธ์ชื่อดังของแอนดูรว์ ลอยด์ ความน่าสนใจ ก็คือนักแสดงนำทั้ง 3 คนในเรื่องนี้ที่นับถือศาสนาต่างกัน คืออิสลาม คริสต์ และพุทธ จึงทำให้การแสดงนี้มีความเป็นเอกลักษณ์ท่ามกลางความแตกต่างในโลกปัจจุบัน และทำหน้าที่เสมือนคำมั่นสัญญาจากประเทศเล็กๆ อย่างประเทศไทยที่พร้อมแสดงเจตนารมณ์อันยิ่งใหญ่ในการร่วมสร้างสรรค์โลกแห่งความรักและการเข้าใจซึ่งกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แอธาลี เดอ คอนิ่ง&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักร้องแจ๊สชื่อดัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแสดงโอเปร่าสยามทั้ง 9 ชุด มีวาทยากรชื่อดัง ชุดที่ 1 The Princess Concert โดยออร์เคสตราเยาวชน สยามซินโฟนิเอตต้า กับมีสองวาทยากรคือ สมเถา สุจริตกุล และทฤษฎี ณ พัทลุง ที่จะพาผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการในวัยเยาว์ด้วยบทเพลงจากการ์ตูนเจ้าหญิงดิสนีย์ The Frozen สโนไวท์ แอเรียล มู่หลาน เบล ราพันเซล โมอานา ฯลฯ ที่จะขับร้องโดยศิลปินระดับ DIVA แก้ม วิชญาณี, กิ่ง เหมือนแพร ร่วมกับอาร์ม กรกันต์ และคชา นนทนันท์ ที่จะเริ่มการแสดงในวันที่ 16 ธันวาคม 2561 เวลา 16.00 น. และวันที่ 17 ธันวาคม 2561 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุดที่ 2 Jesus Christ Superstar ร็อกโอเปร่า เรื่องแรกของโลก ผลงานปี 2514 ซึ่งสร้างชื่อเสียงอันลือลั่นให้แอนดรูว์ ลอยด์ เวบเบอร์ ที่จะได้รับชมเวอร์ชั่นใหญ่สุด ในรูปแบบซิมโฟนีออร์เคสตราเต็มวง อำนวยดนตรีโดยทฤษฎี ณ พัทลุง วาทยกรดัง สมเถา สุจริตกุล กำกับการแสดงจากจินตนาการในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 บรรเลงโดยวงดุริยางค์ประกอบด้วยเครื่องดนตรี 60 ชิ้น เสริมพลังด้วยนักร้อง 60 ชีวิต นำโดยเพียว เอกพันธ์ (The Voice) ในบท จูดาส์ ผู้ทรยศ, ป๊อบ ชัยพร รับบท พระเยซู และแอธาลี เดอ โคนิ่ง ในบท แมรี แมคดาเลน อดีตนางบาปผู้กลายเป็นนักบุญ โดยจะแสดงในวันที่ 29-30 ธันวาคม 2561 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ศิโยน ดาวรัตนหงษ์ ร่วมขับร้องโอเปรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุดที่ 3 Salome เรื่องดังระดับตำนานของริชาร์ด สเทราส์ (Richard Strauss) กับนักแสดงระดับนานาชาติ อาทิ คาสแซนดรา แบล็ก จากสหรัฐอเมริกาที่มารับบทเป็นเจ้าหญิงที่เปี่ยมเสน่ห์ที่ดึงดูดให้พระราชามาสนใจและทำลายผู้เผยพระวจนะ เรื่องนี้จัดแสดงครั้งแรกในโลกเมื่อมากกว่า 100 ปีที่แล้ว ซาโลเม (Salome) ได้รับการยอมรับว่าเป็นผลงานทางจิตวิทยาชั้นครู พร้อมสุดยอดดนตรีที่มีอรรถรสและสีสัน โดยจะแสดงในวันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ 2562 ในส่วนชุดที่ 4 Gianni Schicchi โอเปร่าแนวตลกของพุชชินี (Puccini) ซึ่งมีเพลง O mio babbino caro ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีเป็นอย่างดี ที่จะแสดงโดยโครงการศิลปินเดี่ยวระดับเยาวชน (Young Soloists) ของโอเปร่าสยาม โดยจะทำการแสดงในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุดที่ 5 Siam Sinfonietta &amp;amp; Beethoven&amp;rsquo;s Pastoral ที่จะนำเสนอซิมโฟนีหมายเลข 6 (Symphony No.6 in F major) ของลูทวิช ฟัน เบทโฮเฟิน รู้จักกันในชื่อเดอะพาสโทรัล (The Pastoral) หรือพาสโทรัล ซิมโฟนี (Pastoral Symphony) เป็นผลงานที่เบทโฮเฟินเริ่มแต่งเมื่อราว ค.ศ.1802 แล้วเสร็จเมื่อ ค.ศ.1808 ในแค็ตตาล็อกผลงานของเบทโฮเฟิน ระบุหมายเลขโอปุส 68 (Opus 68) เป็นผลงานของเบทโฮเฟินที่แต่งโดยอ้างอิงความงดงามของธรรมชาติในชนบท บรรยายทัศนียภาพทุ่งหญ้าป่าเขา มีเสียงนกร้อง จากนั้นได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และเมื่อฝนหยุดตกก็มีแดดออก ท้องฟ้าสดใส บรรยากาศอบอุ่น ภายใต้การอำนวยเพลงของทฤษฎี ณ พัทลุง วงสยามซินโฟนิเอตต้า โดยจะแสดงในวันที่ 31 มีนาคม 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุดที่ 6 Star Wars Concert ที่จะพาทุกคนไปพบกับ Imperial March, Duel of the Fates,The Jedi Steps, Luke and Leia, Cantina Band ฯลฯ จากภาพยนตร์สตาร์วอร์สทุกภาค กับเพลงเอกจาก Rogue One โดย Siam Sinfonietta วงดุริยางค์เยาวชนของเราจะมอบความบันเทิงให้แก่ท่านด้วยดนตรีดั้งเดิมจากภาพยนตร์ถึง 2 ชั่วโมงเต็ม บรรเลงโดยซิมโฟนีออร์เคสตราวงใหญ่ ประกอบด้วยเครื่องดนตรี 80 ชิ้น และนักร้องประสานเสียงคณะใหญ่ นอกจากนั้น ท่านจะได้พบสมาชิกสตาร์วอร์สกลุ่มที่ 501 ประเทศไทย ซึ่งจะมาร่วมขบวน Storm Troppers โดยจะทำการแสดงในวันที่ 6 พฤษภาคม 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุดที่ 7 โอเปร่าเรื่องพระมโหสถ จากทศชาดก ด้วยแรงบันดาลจากพระมโหสถ อดีตชาติที่ 5 ของพระพุทธเจ้า โอเปร่าสยามนำเสนอเรื่องราวของเด็กมหัศจรรย์ผ่านดนตรี โดย Siam Sinfonietta ด้วยการประพันธ์ดนตรีและกำกับการแสดงโดย สมเถา สุจริตกุล และมีทฤษฎี ณ พัทลุง อำนวยเพลง โอเปร่าเรื่องพระมโหสถเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทศชาติ ด้วยวัตถุประสงค์ในการเผยแผ่พุทธศาสนาด้วยดนตรีคลาสสิก โดยจะทำการแสดงในวันที่ 9 มิถุนายน 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุดที่ 8 International Choir Festival หรือเทศกาลนักร้องประสานเสียงโลก เกิดจากความร่วมมือในการจัดแข่งขันคณะนักร้องประสานเสียงในงาน Grand Prix ภายใต้การจัดของ Festa Musicale ซึ่งได้ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และเนื่องจากวันแสดงคอนเสิร์ตอยู่ในเดือนแห่งการเฉลิมพระชนมพรรษาของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 จึงนับเป็นโอกาสอันดี โดยจะทำการแสดงในวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 และชุดที่ 9 โอเปร่าเรื่อง Tosca ถือเป็นการแสดงเรื่องที่ 3 ในโครงการ Puccini ของโอเปร่าสยาม อำนวยดนตรีโดยทฤษฎี ณ พัทลุง และกำกับโดย สมเถา สุจริตกุล ซึ่งเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สมัยใหม่ พร้อมฉากของประเทศในอินโดจีนในจินตนาการในยุคล่าอาณานิคม โดยจะทำการแสดงในวันที่ 6-7 สิงหาคม 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านนักแสดงชาย ชัยพร พวงมาลี นักแสดงผู้รับบท พระเยซู ในเรื่อง Jesus Christ Superstar เล่าว่า เป็นความท้าทายอย่างมากในการมารับบทเรื่องนี้ เพราะตนเองนับถือศาสนาอิสลาม แต่เมื่อได้มารับบทนำหลักที่เกี่ยวคริสต์ศาสนา ก็ถือว่าต้องทำการบ้านในการศึกษาเรื่องราวต่างๆ ซึ่งทุกอย่างจะอิงเรื่องจริงมาจากคัมภีร์ไบเบิล แต่ความเป็นพระเยซูที่สุขุมในคัมภีร์อาจจะแตกต่างจากการแสดงตรงที่จะมีความเป็นร็อกสตาร์มากๆ และด้วยเทคนิคการร้องที่แตกต่างจากเดิม เพราะจะมีแนวดนตรีทั้งเป็นแจ๊ส โซล และร็อกผสมผสานกัน ทำให้มีเสน่ห์และสนุก ซึ่งนักแสดงทุกคนก็ฝึกซ้อมกันอย่างหนัก เพื่อให้โชว์ออกมาดีให้ทุกคนได้ชมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของนักแสดงหญิง อธลี เดอ คอนิง นักร้องแจ๊สชื่อดัง ที่จะมารับบท แมรี แมคดาเลน อดีตนางบาปผู้กลายเป็นนักบุญ ในเรื่อง Jesus Christ Superstar ได้เล่าความรู้สึกว่า นับว่าเป็นเกียรติที่อาจารย์สมเถาได้เลือกตนให้รับบทตัวแสดงนี้ เพราะตนเองก็นับว่าคุ้นเคยกับเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น ซึ่งตนเองก็ต้องฝึกซ้อมเพื่อที่สื่อสารในบทของแมรี ที่ตกหลุมรักพระเยซู ซึ่งแน่นอนว่าเป็นความรักที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นจึงมีความดรามา และความรู้สึกที่อาจจะส่งผลต่อใครหลายๆ คนที่กำลังมองหาการแสดงแนวนี้ก็ไม่ควรพลาดมาชม เพราะจะไม่ผิดหวังแน่นอน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจรับชมโอเปร่าสยามฤดูกาลที่ 18 ที่จะเริ่มการแสดงตั้งแต่ 16 ธันวาคม 2561-7 สิงหาคม 2562 สามารถติดตามสถานที่จัดแสดงและราคาบัตรเพิ่มเติมได้ที่ https://web.facebook.com/OperaSiam/.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22777</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร็อกโอเปร่า, สมเถาสุจริตกุล, โอเปร่าสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181126/image_big_5bfb73392319b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
