<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช้างตายเพิ่ม5ตัว อืดน้ำตกเหวนรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช้างป่า 6 ตัวที่ลอยอืดบริเวณน้ำตกเหวนรกยังกู้ไม่ได้ เจ้าหน้าที่พบตายเพิ่มอีก 5 ตัวหลังส่งโดรนขึ้นบินสำรวจ ส่วนช้างแม่ลูก 2 ตัวซึ่งอยู่ในโขลงเดียวกัน ยืนยันว่ารอดแล้วหลังชาวบ้านถ่ายรูปไว้ขณะแวะกินอาหารที่ร้านในที่ทำการอุทยานฯ เขาใหญ่ &amp;quot;วราวุธ&amp;quot; กำชับทำรั้วกั้นให้แข็งแรง ป้องกันช้างตกเหวอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ตามที่ช้างป่า 6 ตัว พลัดตกผาน้ำตกเหวนรก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งมีการยืนยันพบซากช้างตายรวม 6 ตัว ลอยไปตามกระแสน้ำตกนั้น ล่าสุด จากการบินโดรนสำรวจพบซากช้างตายเพิ่มอีก 5 ตัว รวมเป็นทั้งหมด 11 ตัว โดยซากช้างอีก 5 ตัวที่พบนั้นอยู่ห่างจากธารน้ำตกเหวนรก ที่พบซากลูกช้างจมน้ำตาย 1 ตัว ต่อมาเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ออกเดินสำรวจจากศาลาแปดเหลี่ยมขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นบริเวณชั้น 2 ของน้ำตกเหวนรก พบช้าง 5 ตัว นอนตายอยู่ในลำธาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงสาย ที่บริเวณด่านทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (ด่านเนินหอม) อำเภอเมืองจังหวัดปราจีนบุรี นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก พร้อมด้วยนายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี, นายวิทยา หงส์เวียงจันทร์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี, นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ, นายครรชิต ศรีนพวรรณ หน.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่, นายอัศวิน โรมประเสริฐ นายกสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ (ประเทศไทย) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวพบซากช้างป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเช้ามืดวันที่ 5 ต.ค.62 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประจำจุดบริการน้ำตกเหวนรกได้ยินเสียงโขลงช้างร้องดังที่บริเวณน้ำตกเหวนรก จึงได้นำกำลังเดินทางไปสำรวจที่บริเวณดังกล่าว พบช้าง 2 ตัวยืนอยู่ตรงหน้าผาฝั่งตรงข้ามจุดชมวิว ส่วนที่บริเวณธารน้ำตกเหวนรกพบซากลูกช้างจมน้ำตาย 1 ตัว ต่อมาเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ออกเดินสำรวจจากศาลาแปดเหลี่ยมขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นบริเวณชั้นสองของน้ำตกเหวนรก พบซากช้างป่าจำนวน 5 ตัวอยู่ในลำธาร รวมเป็นช้างตาย 6 ตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 7 ต.ค.62 ท้องฟ้าเปิด ทางสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ (ประเทศไทย) จึงได้ใช้โดรนขึ้นบินสำรวจตั้งแต่ชั้น 2 ถึงชั้น 5 ของน้ำตกเหวนรก เป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร พบซากช้างอยู่ที่บริเวณชั้น 2 จำนวน 2 ตัว ชั้นที่ 3 จำนวน 5 ตัว ชั้นที่ 4 จำนวน 1 ตัว ชั้นที่ 5 จำนวน 3 ตัว รวมทั้งหมด 11 ตัวที่เสียชีวิตในครั้งนี้ ส่วนช้างที่เหลือ 2 ตัวนั้น ทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ยืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่ เนื่องจากเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ช้างทั้ง 2 ตัวได้เข้ามาหาอาหารกินบริเวณร้านอาหารบนที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยมีชาวบ้านพบเห็นและถ่ายรูปนำมาเปรียบเทียบกับรูปที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ มี เพื่อยืนยันว่าเป็นช้างตัวเดียวกัน และได้รับการยืนยันจากสัตวแพทย์ประจำอุทยานฯ ว่าเป็นช้าง 2 ตัวที่รอดชีวิตอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแนวทางการกอบกู้ซากช้างนั้น จากการประชุมได้ข้อสรุปว่า ซากช้างที่อยู่ชั้นที่ 5 สามารถเดินเท้าเข้าไปได้ระยะทาง 2.8 กิโลเมตร จึงจะเร่งรีบดำเนินการเข้าไปก่อนโดยไม่รอให้ซากช้างไหลมาตามน้ำที่ปากคลองต้นไทร พร้อมกันนี้จะใช้ปูนขาวโรยเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อไม่ให้น้ำเน่าเสีย โดยใช้โดรนโรย และจะใช้เรือสปีดโบ๊ตนำเจ้าหน้าที่วิ่งจากฝั่งเข้าไปกู้ซากช้างต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า การป้องกันในระยะสั้นจะมีการซ่อมแซมเพนียดที่ชำรุด ส่วนระยะยาว ทางมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี จะติดตั้งเซ็นเซอร์เพื่อแจ้งเตือนมายังเจ้าหน้าที่เมื่อช้างเดินเข้าใกล้แนวเพนียด รวมทั้งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้สั่งการให้ตั้งจุดสกัด โดยมีเจ้าหน้าที่สแตนด์บาย 24 ชั่วโมง คอยดูแลช้างที่จะเข้ามาใกล้เพนียด ซึ่งเป็นเส้นทางอันตรายที่มีกระแสน้ำเชี่ยวจะพัดตกลงไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยจะล่องเรือจากเขื่อนขุนด่านปราการชลเข้าไปทางคลองต้นไทร เพื่อไปติดตั้งตาข่ายดักซากช้างป่า ซึ่งเป็นตาข่ายที่สามารถรองรับน้ำหนักของช้างได้มากถึง 40 ตัน นอกจากนี้ จะดูพื้นที่ว่าจุดไหนที่จะนำซากช้างที่ชำแหละไปฝังกลบได้ตามหลักวิชาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัตวแพทย์หญิงชนัญญา กาญจนสาขา สัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช แสดงภาพช้างป่าแม่ลูก 2 ตัวที่รอดชีวิตจากการตกผา จากมือถือที่ชาวบ้านถ่ายไว้ เบื้องต้นมั่นใจว่าช้าง 2 ตัวปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่นำโดรนขึ้นบินสำรวจตลอดเส้นทางคลองไทรถึงน้ำตกเหวนรก ย้อนไปมาถึง 3 รอบ พร้อมทั้งออกนั่งเรือสำรวจเส้นทางตั้งแต่เขื่อนขุนด่านปราการชลไปตามคลองไทร พบซากช้างเพิ่มอีก 5 ซาก รวมเป็นช้างตายทั้งหมด 11 ตัว และยืนยันได้ว่าช้างโขลงดังกล่าวมีจำนวนทั้งหมด 13 ตัว รอดชีวิตกลับเข้าป่าได้ 2 ตัว ทั้งนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทำแนวรั้วกั้นให้แข็งแรงมากขึ้น เพื่อขวางไม่ให้ช้างเดินไปในบริเวณที่เสี่ยงจะตกเหวอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อห้าจังหวัด กล่าวถึงกรณีช้างป่าเขาอ่างฤาไนถูกยิงตาย เนื่องจากบุกพื้นที่สวนปาล์มของชาวบ้านที่ จ.ฉะเชิงเทรา ว่าตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อห้าจังหวัดไปดูรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็ได้เกิดเหตุช้างป่าพลัดตกลงไปในน้ำตกเหวนรก โดยเจ้าหน้าที่ต้องพยายามดูแลให้ดีที่สุด เพื่อให้ช้าง คนและป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้ ทั้งนี้มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อห้าจังหวัดได้ประสานงานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งในส่วนของปัญหาช้างป่าเดินตกเหว และช้างป่าบุกรุกเข้าพื้นที่ทำกินของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการทำรั้วขวางกั้นเอาไว้จำนวนมาก แต่ช้างป่าก็มีความพยายามที่จะข้ามไป เนื่องจากประชาชนมีการปลูกพืชไร่ ซึ่งเป็นอาหารของช้าง แต่ทั้งนี้ในป่าก็มีความอุดมสมบูรณ์ที่ช้างสามารถหากินได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ อ.บ่อไร่ จ.ตราด เวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 8 ต.ค. เจ้าหน้าที่ชุดติดตามช้างป่าของ ต.นนทรี อ.บ่อไร่ จ.ตราด ได้รายงาน ร.ต.คมพัชร ทักษิณ นายก อบต.นนทรีทราบว่า มีช้างป่ากำลังตกมันอาละวาดอยู่ที่บริเวณบ้านมะม่วง ติดต่อบ้านสัมรูด ต.สัมรูด อ.สัมรูด จ.พระตะบอง กัมพูชา และกำลังมุ่งไปยังฝั่งกัมพูชา เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินบ้านมะม่วง จึงเข้าสกัดเพื่อไม่ให้เข้าไปยังกัมพูชา แต่ช้างป่ากลับบุกเข้าไปทำลายพื้นที่บริเวณจุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วงของทหารพรานจนได้รับความเสียหาย หลังจากนั้นได้หลบหนีเข้าป่าบริเวณอุทยานน้ำตกคลองแก้วไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.คมพัชรกล่าวว่า นับวันจำนวนช้างป่าในพื้นที่ อ.บ่อไร่จะเพิ่มขึ้น และมักจะบุกเข้ามาในพื้นที่ชุมชนเพื่อหาอาหารในยามค่ำคืนหรือในช่วงเย็น ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน และยังไม่สามารถหาทางแก้ไขได้ ซึ่งในอนาคตช้างป่าเหล่านี้จะสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินของประชาชนมากขึ้น และจะขยายพื้นที่ยังใน อ.เมืองตราด จึงจะร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47622</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้างป่า, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พิบูลย์ หัตถกิจโกศล, วิชัย พรลีแสงสุวรรณ์, วิทยา หงส์เวียงจันทร์, สมโภชน์ มณีรัตน์, สัตวแพทย์หญิงชนัญญา กาญจนสาขา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัศวิน โรมประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191008/image_big_5d9c8d281f767.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าพรานป่าลอบฆ่า วัวแดงห้วยขาแข้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัวแดงป่าห้วยขาแข้งล้มอีกตัว ถูกยิงด้วยลูกโดดเข้าลำคอตายนอกเขตอุทยาน โฆษกกรมอุทยานฯ อดีต หน.อุทยานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งระบุน่าจะเป็นฝีมือพรานที่รับใบสั่งล่าเพื่อตัดหัวไปสตัฟฟ์ประดับบารมี ตำรวจเร่งหาเบาะแสรวบตัวดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กของ &amp;quot;เสกสม แจ้งจิต&amp;quot; ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 61 คณะเจ้าหน้าที่ ขสป. (เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า) ห้วยขาแข้ง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรลานสัก พ.ต.ท.สุเทพ ทองเกล็ด พิสูจน์หลักฐาน จ.อุทัยธานี สัตวแพทย์ สบอ.12 ร่วมกันตรวจพิสูจน์การตายของวัวแดงในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยทับเสลา-ป่าห้วยคอกควาย ท้องที่ ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี โดยมี ร.ต.อ.สุนทร ประดิษฐสันติกุล พนักงานสอบสวนตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยคณะเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.อุทัยธานี โดย พ.ต.ท.สุเทพ ทองเกล็ด และพวก ได้ใช้เครื่องตรวจจับโลหะ ตรวจบริเวณลำตัว บริเวณหัว และบริเวณคอ เครื่องตรวจได้ตรวจพบโลหะบริเวณคอของซากวัวแดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สัตวแพทย์หญิงพิมชนก สรงมงคล ได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์โดยการผ่าซากวัวแดง พบว่าเป็นวัวแดงเพศผู้ น้ำหนักประมาณ 700 กิโลกรัม ภายนอกพบบาดแผลเป็นรูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร บริเวณลำคอ บาดแผลเป็นรูเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5 มิลลิเมตร จำนวน 2 รู ในตำแหน่งใกล้กัน และบาดแผลเป็นรูเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 มิลลิเมตร จำนวน 1 รู บริเวณด้านหลังคอ เมื่อเปิดผ่าซากบริเวณที่พบรูขนาดเส้นผ่านศูนย์ 2 ซม. พบเลือดคั่งในกล้ามเนื้อและก้อนเลือด และพบหัวกะสุนมนกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.9 ซม. จำนวน 1 หัว ฝังอยู่บริเวณในผิวหนังบริเวณลำคอ จึงเป็นสาเหตุให้วัวแดงตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะเจ้าหน้าที่ ขสป.ห้วยขาแข้งได้ทำการเก็บหัวกะสุนจำนวนดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน และเก็บตัวอย่างชิ้นส่วนปลายหูและขน เพื่อตรวจสอบสารพันธุกรรม และได้วัดขนาดรอยเท้าที่ตรวจพบในบริเวณพื้นที่ข้างเคียงที่พบซากวัวแดง รวมทั้งเก็บดินบริเวณรอยเท้าส่งพนักงานสอบสวน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และตามล่าตัวกลุ่มที่ล่าวัวแดงมาดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่พบวัวแดงถูกยิงตาย ใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ว่า เกิดขึ้นได้ 2 กรณี คือ วัวแดงออกมาหากินนอกพื้นที่ ซึ่งเป็นป่ากันชน แล้วอาจเข้าไปกินพืชไร่ชาวบ้าน หรืออาจถูกกลุ่มนายพรานตั้งใจล่า แต่ดูจากหัวกระสุนที่พบเป็นลูกโดด มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดจากฝีมือของพรานล่าสัตว์ เพื่อต้องการหัวของวัวแดงไปประดับ หรือถูกสั่งตามออเดอร์ &amp;nbsp;เนื่องจากเป็นที่น่าสังเกตว่า จุดที่พบนั้นอยู่นอกเขตอุทยานฯ แสดงว่ามีกลุ่มคนที่รู้ว่าวัวแดงนั้นจะออกมาหากินพื้นที่ใด จึงคอยเฝ้าและลงมือยิง ที่สำคัญวัวแดงตัวดังกล่าวน่าจะหนีเอาชีวิตรอดเข้าไปในป่าลึก แต่ตายเสียก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วัวแดงในป่าห้วยขาแข้งตายเพราะถูกยิง เราจะเห็นได้ว่าจำนวนวัวแดงในป่าห้วยขาแข้งเพิ่มขึ้นมากจากแต่ก่อน จากที่เคยสำรวจไว้มีมากกว่า 300 ตัว และขณะนี้มีกลุ่มคนพยายามล่าวัวแดงเพื่อนำเขาไปประดับบ้าน ส่วนเนื้อวัวแดงจะไม่ค่อยนิยมกินมากนัก และหากล่าเอาเนื้อก็เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่คุ้มกับการถูกจับ&amp;quot; นายสมโภชน์ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15249</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.สุเทพ ทองเกล็ด, ร.ต.อ.สุนทร ประดิษฐสันติกุล, วัวแดงป่า, สมโภชน์ มณีรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180812/image_big_5b703a8f9005b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
