<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 20:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกพื้นที่&#039;วันสยาม&#039;วิจัย-รวบรวมข้อมูลปั้นแผนธุรกิจจัดการขยะพลาสติกใช้แล้วครบวงจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 13 ก.ค.บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;สถาบันพลาสติก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;PPP Plastics&amp;nbsp;กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย&amp;nbsp;และเครือข่ายพันธมิตรได้แก่&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และเขตปทุมวัน&amp;nbsp;เดินหน้าโครงการ Siam Pieces&amp;nbsp;(สยาม พีซเซส)&amp;nbsp;เพื่อสร้างต้นแบบการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;นำไปสู่การพัฒนาแบบแผนธุรกิจตลอดห่วงโซ่ธุรกิจผ่านการศึกษาวิจัยพฤติกรรมจากกลุ่มตัวอย่างของผู้บริโภคในพื้นที่เขตปทุมวัน&amp;nbsp;โดยได้รับทุนสนับสนุนโครงการจาก บพข.&amp;nbsp;(หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ) ภายใต้สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ&amp;nbsp;หรือ สอวช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะพัฒนาแบบแผนธุรกิจในการนำพลาสติกใช้แล้วทุกชนิดกลับสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างโมเดลศูนย์คัดแยกที่มีศักยภาพในการจัดเก็บขยะพลาสติกทุกประเภทบนพื้นที่ศูนย์กลางแห่งธุรกิจค้าปลีกของประเทศไทยอย่าง วันสยาม&amp;nbsp;ที่ประกอบด้วย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศูนย์การค้าระดับโลก ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่&amp;nbsp;รวมถึงการคัดแยกประเภทวัสดุที่สามารถนำไปเข้ากระบวนการรีไซเคิลและอื่นๆ&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;ตลอดจนเพื่อส่งต่อแนวคิดในการใช้ชีวิตให้ผู้คนในสังคมร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของวิกฤตขยะพลาสติกในปัจจุบันที่ทุกคนมิอาจมองข้าม&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดวัฏจักรของการบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างยั่งยืนได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์&amp;nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานปฏิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า&amp;nbsp;การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่สยามพิวรรธน์ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ด้วยความมุ่งมั่น
ที่จะขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน เราจึงได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาพัฒนาเป็นหลักการบริหารจัดการขยะ
ในทุกกระบวนการของธุรกิจ ตั้งแต่การรณรงค์ภายในองค์กร ไปจนถึงการสร้างจิตสำนึกให้ลูกค้า ล่าสุด กับการร่วมเปิด&amp;nbsp;Recycle Collection Center&amp;nbsp;จุดรับขยะรีไซเคิลที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถนำมาทิ้งได้&amp;nbsp;โดยสยามพิวรรธน์&amp;nbsp;มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับสถาบันพลาสติก และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;ในการใช้พื้นที่วันสยามในการทำวิจัย&amp;nbsp;รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากพนักงานและลูกค้าวันสยาม&amp;nbsp;เพื่อนำองค์ความรู้มาพัฒนาเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการขยะพลาสติกในสังคมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมต่อยอดไปใช้แก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;ในประเทศไทย&amp;nbsp;ทั้งยังสอดรับกับสถานการณ์โลกปัจจุบันที่ขณะนี้ทางสหภาพยุโรป หรืออียู ต้องการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของโลกในการลดปริมาณขยะพลาสติก และมุ่งมั่นที่จะสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนจึงได้ออกระเบียบว่าด้วยการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวของสหภาพยุโรปที่เริ่มต้นใช้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ก.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน&amp;nbsp;นายวีระ ขวัญเลิศจิตต์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพลาสติก&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ด้วยความร่วมมือขององค์กรภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่ร่วมกันสร้างแนวคิดและแบบแผนเศรษฐกิจหมุนเวียนในปัจจุบัน หรือ&amp;nbsp;Circular Economy&amp;nbsp;ทำให้ในปัจจุบันหลากหลายหน่วยงานเกิดความตระหนักในเรื่องการใส่ใจของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องการจัดการขยะพลาสติก&amp;nbsp;ทางสถาบันพลาสติกเห็นถึงโอกาสที่จะแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก และเพิ่มการรีไซเคิลของขยะพลาสติกเข้าสู่ระบบมากยิ่งขึ้น สถาบันพลาสติกจึงได้รับงบประมาณจาก บพข.เพื่อจัดตั้งโครงการพัฒนาแบบแผนธุรกิจสำหรับการบริหารจัดการขยะพลาสติกหลังการใช้โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่เขตเมืองชั้นใน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; เราเล็งเห็นศักยภาพของพื้นที่เขตปทุมวัน ที่ประกอบด้วยสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล และ ชุมชน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;&amp;ldquo;SIAM PIECES&amp;rdquo; นี้เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาแบบแผนธุรกิจสำหรับการบริหารจัดการขยะพลาสติกหลังการใช้ โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่เขตเมืองชั้นใน ที่ทำการศึกษาตั้งแต่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีผลต่อการคัดแยกและทิ้งขยะพลาสติก เพื่อเข้าใจและหาเครื่องมือที่จะทำให้เกิดแรงจูงใจในการคัดแยกพลาสติกของผู้บริโภคที่มากขึ้น และต่อยอดไปจนถึงการศึกษาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อนำผลการศึกษามาพัฒนาและจัดทำแบบแผนธุรกิจเพื่อลดการเพิ่มขยะพลาสติกสู่สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมให้มีการนำขยะพลาสติกเข้าสู่ระบบรีไซเคิลมากยิ่งขึ้น &amp;quot; นายวีระ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่&amp;nbsp;ศ.ดร. สุพจน์ เตชวรสินสกุล&amp;nbsp;คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;กล่าวว่า ปัจจุบัน
ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม มีการคิดค้นนวัตกรรมในการจัดการวัสดุเหลือใช้ โดยเฉพาะกลุ่มพลาสติก อย่างไรก็ตาม การจัดการปัญหาขยะพลาสติกนั้นไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องมีการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านอื่นมาร่วมด้วย โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้พลาสติกหรือผู้บริโภค และการสร้างกลไกทางเศรษฐกิจที่ทำให้เกิดจัดการพลาสติกที่ครบวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งจะทำให้พลาสติกทั้งที่มีมูลค่าสูงและส่วนที่ยังมีมูลค่าต่ำอยู่ได้กลับเข้าสู่ระบบเพื่อการจัดการอย่างเหมาะสม ซึ่งจำเป็นต้องมีการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อให้สามารถนำผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นไปอ้างอิงและขยายผลสู่พื้นที่อื่นได้ จุฬาฯ ในฐานะสถาบันการศึกษาจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการที่ส่งเสริมให้เกิดการจัดการขยะพลาสติกอย่างครบวงจร เพื่อร่วมขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ดร.วิจารย์ สิมาฉายา&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;PPP Plastics&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;โครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาร่วมให้ทุนสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานโครงการพัฒนาแบบแผนธุรกิจสำหรับการบริหารจัดการขยะพลาสติกหลังการใช้โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่เขตเมืองชั้นใน ปัจจุบันองค์กรภาคธุรกิจได้เข้ามามีบทบาทสำคัญเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก เพื่อร่วมหาทางออกการบริหารจัดการขยะพลาสติก เพื่อสร้างรูปแบบที่สมดุลอันมุ่งไปสู่
เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืนในมิติต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกได้มีการดำเนินงานในบริบทที่มีความสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green:&amp;nbsp;BCG Model) &amp;nbsp;ที่รัฐบาลกำหนดเป็นโมเดลเศรษฐกิจในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและเป็นวาระแห่งชาติ นับได้ว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจดังกล่าวเป็นการตอบสนองนโยบายของภาครัฐในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนในอนาคต &amp;rdquo; ดร.วิจารย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย&amp;nbsp;ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า โครงการนี้สอดคล้องเป็นอย่างยิ่งกับหนึ่งในเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ ดาวได้ประกาศไปเมื่อปีที่แล้วคือ &amp;ldquo;การหยุดขยะพลาสติก&amp;rdquo; โดยเราตั้งเป้าจะผลักดันให้พลาสติกที่ใช้แล้วจำนวน 1 ล้านตันจากทั่วโลกถูกเก็บกลับมาใช้ประโยชน์ หรือ รีไซเคิล ภูมิใจที่ดาวได้ร่วมมือกับพันธมิตรในการก่อตั้งโครงการ&amp;nbsp;Siam Pieces&amp;nbsp;อีกทั้งร่วมผลักดันให้เกิด&amp;nbsp;business model&amp;nbsp;ของการจัดการพลาสติกใช้แล้วที่มีประสิทธิภาพ และช่วยยกระดับผู้ประกอบการรับซื้อของเก่า ซาเล้ง รวมทั้งผู้มีส่วนได้เสียตลอดทั้ง&amp;nbsp;value chain&amp;nbsp;ให้มีรายได้พอเพียงที่จะสามารถดำเนินธุรกิจได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้การจัดการพลาสติกเป็นไปอย่างยั่งยืนในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ภายใต้งานแถลงข่าวโครงการ&amp;nbsp;Siam Pieces&amp;nbsp;ในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ&amp;nbsp;ZOOM&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Facebook Live&amp;nbsp;เพจ สถาบันพลาสติก&amp;nbsp;ยังมีการจัดเสวนาหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;ldquo;Siam Pieces&amp;nbsp;โมเดลเส้นทางการจัดการพลาสติกใช้แล้วครบวงจร&amp;rdquo;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์&amp;nbsp;ผู้บริหารระดับสูงแห่งบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด พร้อมด้วยเหล่าคนดังสายนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและผู้เชี่ยวชาญทางท้องทะเลมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมหาทางออกในการกู้วิกฤตขยะพลาสติก ทั้ง&amp;nbsp;เชอรี่&amp;nbsp;เข็มอัปสร สิริสุขะ&amp;nbsp;นักขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ศ.ดร.&amp;nbsp;พิสุทธิ์ เพียรมนกุล&amp;nbsp;รองคณบดีด้านยุทธศาสตร์นวัตกรรมและความยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผศ.ดร. ธรณ์ ธำรงนาราสวัสดิ์&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้าน​นิเวศทางทะเล&amp;nbsp;และรองคณบดีกิจการพิเศษ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;เปรม พฤกษ์ทยานนท์&amp;nbsp;เจ้าของเพจ&amp;nbsp;&amp;lsquo;ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป&amp;rsquo;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ก้อง-ชณัฐ วุฒิวิกัยการ&amp;nbsp;พิธีกรหนุ่มสายกรีนที่หันมาเอาจริงเอาจังในการสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาการบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างยั่งยืนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาแบบแผนธุรกิจตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ&amp;nbsp;ด้วยการตอบแบบสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อพฤติกรรมการ
คัดแยกขยะได้ในช่องทาง&amp;nbsp;https://bit.ly/3xLS8GG&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Scan&amp;nbsp;QR &amp;nbsp;Code&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109598</URL_LINK>
                <HASHTAG>PPP Plastics, Siam Pieces, สยามพิวรรธน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed968dc658a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สยามพิวรรธน์ดึง &#039;อริยะ พนมยงค์&#039;ลุยธุรกิจค้าปลีก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย. 2563 นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ เปิดเผยว่า การทำธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 คือ การบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในเรื่องความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศ และที่เคยเดินทางมาเยี่ยมเยือนโครงการของบริษัทจากทั่วโลก ขณะเดียวกันยังต้องบริหารความคาดหวังจากบรรดาร้านค้า และพันธมิตรทางธุรกิจที่จะต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความสำเร็จในรูปแบบใหม่ๆร่วมกัน &amp;nbsp;จึงนับเป็นโอกาสที่ทำใหบริษัทฯเร่งปรับและพัฒนาองค์กรให้สำเร็จในปีนี้ ให้บรรดาบุคลากรทั้งหมดสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับท่ามกลางความท้าทายบริษัทฯ ได้พัฒนาโครงสร้างสู่การเป็นองค์กรที่นำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่แตกต่างและไม่เหมือนใครผ่านช่องทางออมนิชาแนล ที่ขยายเครือข่ายบนแพลทฟอร์มต่างๆให้เข้าถึงตัวลูกค้าทั่วประเทศและทั่วโลกแล้วเชื่อมโยงกลับมาที่สินค้าและบริการในศูนย์การค้า &amp;nbsp;รวมทั้งการพัฒนาระบบอัตโนมัติในการบริหารจัดการและการให้บริการ &amp;nbsp;โดยได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลกแห่งหนึ่งมาจัดแผนงานเรื่องนี้โดยเฉพาะ อีกทั้งเสริมทีมงานโดยมีผู้เชี่ยวชาญชั้นแนวหน้าด้านเทคโนโลยี ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย คือ นายอริยะ พนมยงค์ อดีต Head ของ Google ประเทศไทย , อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัท &amp;nbsp;LINE &amp;nbsp;ประเทศไทย และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO และผู้ก่อตั้งบริษัท Transformational &amp;nbsp;ที่จะเข้ามาเป็นผู้นำทัพการเปลี่ยนแปลงด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กับบริษัทฯในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;บริษัทที่ปรึกษาดังกล่าวจะนำความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลออมนิชาแนลและประสบการณ์จากการให้คำแนะนำแก่บริษัท Fortune Global 500 มากมาย มาสนับสนุนให้สยามพิวรรธน์บรรลุเป้าหมายการเป็นผู้นำออมนิชาแนลที่โดดเด่นในประเทศไทย และภูมิภาคในอนาคต และในส่วนของ อริยะ พนมยงค์ ซึ่งเคยเป็นผู้นำในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก รวมทั้งมีประสบการณ์ที่กว้างขวาง เชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและโซเชียล จะมาสนับสนุนสยามพิวรรธน์ในการขับเคลื่อน และสร้างมิติใหม่ในการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ&amp;rdquo; นางชฎาทิพ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอัมพร โชติรัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่าใน 3 ปีที่ผ่านมา สยามพิวรรธน์ ได้ใช้เงินไปประมาณ 900 ล้านบาท ในการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม และระบบบริหารฐานข้อมูลอย่างครบวงจร โดยมีแผนที่จะลงทุนต่อเนื่องในปี 2564 เพื่อพัฒนาระบบอัตโนมัติ 30 โครงการเพื่อลดขั้นตอนการทำงานของพนักงานในการให้บริการเรื่องต่างๆ ลดขั้นตอนการอนุมัติที่ซับซ้อน ผลักดันให้ทุกคนทำงานได้สำเร็จเร็วขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังมีแผนที่จะปรับปรุง 3 ศูนย์การค้าในเครือ ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ในปี 2564-2565 &amp;nbsp;ด้วยการปรับคอนเซ็ปต์การนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัล ที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร ผ่านช่องทางออมนิชาแนลทั่วทุกอาคาร เพื่อสร้างสุดยอดประสบการณ์ และทำให้ผู้คนจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงประสบการณ์ต่างๆได้ตลอดเวลา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84027</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชฎาทิพ จูตระกูล, สยามพิวรรธน์, อริยะ พนมยงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201116/image_big_5fb262344cd1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2018 23:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2018 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ฟิลิเป แพนโตเน&quot;โชว์รหัสลับดิจิตอลผ่านงานศิลป์แปลกใหม่               </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ฟิลิเป แพนโตเน ศิลปินเจ้าของผลงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศิลปินผู้ที่ไม่เคยเผยใบหน้าต่อสาธารณชน ฟิลิเป แพนโตเน (Felipe Pantone) เขาคลุกคลีอยู่ในวงการสตรีทอาร์ตมานาน ผลงานส่วนใหญ่จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แรงบันดาลใจของเขามาจากความเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกวันนี้ที่ถูกครอบงำด้วยอินเทอร์เน็ต กลายเป็นปัจจัยที่ก่อกวนระบบการใช้ชีวิตของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลงานที่สะท้อนแนวคิดของเขาก็คือ The Mesa Contemporary Arts Centre, The Long Beach Museum of Art ในอเมริกา, The Palais de Tokyo ในปารีส และผลงานการพ่นสีข้ามแม่น้ำ Guadalmedina ในช่วงงานเทศกาล 2016 Maus Festival ในเมืองมาลากา ประเทศสเปน และที่คนทั้งโลกจำได้คือการไปสร้างผลงานให้กับรถเชฟโรเลต คอร์เวตต์ ชื่อว่า ULTRADYNAMIC ในไอเดียที่อยากทำให้รถล่องหน และในโอกาสนี้เขาก็จะมารังสรรค์ผลงานที่เมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด สยามเซ็นเตอร์จัดงาน SIAM CENTER PRESENTS FELIPE PANTONE ที่ได้ร่วมมือกับ ฟิลิเป แพนโตเน ศิลปินชาวสเปน หรือที่รู้จักกันในชื่อ Pant 1 นำผลงานมาจัดแสดงครั้งแรกในไทย ในนิทรรศการ &amp;ldquo;เคอร์เร็นต์ เวิร์ก&amp;rdquo; (Current Work) จำนวน 5 ชิ้น ได้แก่ ผลงานภาพ 4 ชิ้น ได้แก่ CHROMADYNAMICA#81, CHROMADYNAMICA#82, OPRICHROMIE#107 และ SUBTRACTIVEVARIABILITY#25 และผลงานประติมากรรมมัลติพาร์ก W3-DIMENSIONAL PARK ที่โดดเด่นด้วยรูปทรงสามมิติ บนพื้นที่เอเทรียม 1 ขนาด 10x10 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ผลงาน W3-Dimensional Park &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟิลิเป ศิลปินเจ้าของผลงานในนิทรรศการเคอร์เร็นต์ เวิร์ก เผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้นำเสนอผลงานสร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ โดยมีแรงบันดาลใจจาก world wide web ทั้งสามสิ่งนี้นำมารวมกันทำให้เกิดอีกมิติหนึ่ง หรืออาจจะเรียกมิตินี้ได้ว่าโลกเห็นข้อมูลซึ่งเต็มไปด้วยชิ้นส่วนประกอบมากมายนับไม่ถ้วน การจัดเรียงข้อมูลในรูปแบบของเครือข่ายข่าวสารที่เหนือการคาดเดา รวมไปถึงการเป็นแหล่งความรู้และข้อมูลที่ไร้ขีดจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;โดยผลงานประติมากรรมเกิดจากจินตนาการถึงวัสดุทรงเรขาคณิตที่หลากหลาย ด้วยการใช้ซอฟต์แวร์สำหรับสร้างโมเดล ผสมผสานการคิดค้นรูปทรงสามมิติแปลกตา ผ่านลวดลายกราฟฟิกอันเป็นซิกเนเจอร์เฉพาะตัว อาทิ รูปสายฟ้า ลวดลายใส่รุ้ง สีขาวดำ 3D ลอยตัว ในสไตล์ไคเนติกอาร์ต หรือศิลปะที่มีความเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงโลกดิจิตอลและการใช้เทคนิคภาพลวงตาในการจัดวางตำแหน่งทับซ้อนให้เข้ากับชิ้นงาน ในส่วนของผลงานภาพเป็นการใช้เทคนิคฉีดพ่นสีสเปย์ไล่เฉดสีเนียนเรียบเสมอกันโดยไร้รอยต่ออย่างประณีต ซึ่งเป็นผลงานทำมือ บนวัสดุแคนวาสเต็มผืน หวังว่าการสร้างผลงานในครั้งนี้จะเป็นการถ่ายทอดให้ผู้สนใจงานศิลป์ได้เรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานอย่างไม่รู้จบ&amp;rdquo; ศิลปินเจ้าของผลงานกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารและศิลปินผู้มาร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน ชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานการตลาดและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า จากจุดประสงค์ที่ต้องการเปิดพื้นที่ให้มีการจัดแสดงศิลปะในทุกแขนง ดิจิตอล อาร์ต และแฟชั่น เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสเสพงานศิลปะดีๆ ในพื้นที่สาธารณะอย่าง ห้างสรรพสินค้า ที่แน่นอนว่าจะต้องมาเที่ยว ช็อป และก็ได้ชมงานศิลปะด้วย ที่จัดต่อเนื่องมากว่า 5 ปี และในครั้งนี้ก็ได้ศิลปินสตรีทอาร์ตอย่าง ฟิลิเป ที่โด่งดังและมีเอกลักษณ์ ยิ่งใกล้เข้าช่วงปีใหม่ก็อยากให้มีอะไรที่แปลกใหม่ จึงได้มีการรังสรรค์ผลงานทั้งภาพ ประติมากรรม และต้นคริสต์มาส ที่จะออกแบบโดยฟิลิเปอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดอนเต แรนเดล ฟลิปส์ แพเรล ตัวแทนผู้จัดการ Felipe Pantone Studio ได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า เพราะฟิลิเปต้องการให้ทุกคนที่ได้รับชมรู้สึกจับต้องได้ในโลกของดิจิตอลหรืออินเทอร์เน็ต สามารถถ่ายรูปได้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว โลกของดิจิตอลใหญ่และคงไม่สามารถจับต้องได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถชมผลงานได้ตั้งวันนี้-31 ธันวาคม 2561 บริเวณเอเทรียม 1 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23322</URL_LINK>
                <HASHTAG>Current Work, Felipe Pantone, ชนิสา แก้วเรือน, ฟิลิเป แพนโตเน, สยามพิวรรธน์, สยามเซ็นเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181202/image_big_5c040462410d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยามพิวรรธน์ เปิดตัวบัตรเครดิตใหม่ ผลักดันเป็นห้างไร้เงินสด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สยามพิวรรธน์ ผนึกกสิกรไทย เปิดตัวบัตรเครดิตน้องใหม่ &amp;ldquo;บัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทย&amp;rdquo; หนุนผู้บริโภคในศูนย์การค้าใช้จ่ายแบบไร้เงินสด อัดสิทธิพิเศษเต็มที่ คาดปีแรกมียอดบัตร 1 แสนใบ และมียอดการใช้จ่ายรวมกว่า 5,700 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาพฤติกรรมการใช้จ่ายลูกค้าภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน,สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ นิยมใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมากกว่า 70% เนื่องจากมีโปรโมชั่นและสิทธิปรโยชน์ที่คุ้มค่า อย่างในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนส่วนมากก็มักใช้จ่ายผ่านอาลิเพลย์กันหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้บริษัทได้ร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย ในการเปิดตัว &amp;ldquo;บัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทย&amp;rdquo; ภายใต้คอนเซปต์ &amp;ldquo;Make Everyday Extraordinary&amp;rdquo; เพื่อมอบสิทธิพิเศษของผู้ใช้จ่ายผ่านบัตรวันสยาม โดยรูปแบบของบัตรประกอบด้วย 1. บัตรอินฟินิท ,บัตรซิกเนเจอร์ และบัตรแพลทินัม มอบสิทธิประโยชน์ด้วยกัน 3 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้จ่าย ที่มอบคะแนนสะสมสูงสุดถึงสามเท่า ขณะที่ด้านสิทธิประโยชน์ รับเมนูอาหารและขนมจากร้านที่ร่วมรายการทุกสัปดาห์ รวมถึงด้านอำนวยความสะดวก ซึ่งสมาชิกบัตรสามารถประทับตราบัตรจอดรถฟรี สูงสุดวันละ 8 ชั่วโมง โดยไม่ต้องมียอดซื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาจับจ่ายภายในศูนย์การค้า แบ่งเป็นสยามพารากอน 2 &amp;ndash; 2.5 แสนคนต่อวัน ส่วนสยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่ วันละประมาณ 8 หมื่น &amp;ndash; 1 แสนคนต่อวัน โดยศูนย์การค้าของบริษัทนับว่าได้รับความนิยมทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติ ถือเป็นสานที่ที่มีคนถ่ายภาพแล้วแชร์บนอินสตาแกรมมากที่สุดในโลกเป็นอันดับหนึ่งในปี 2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า บัตรเครดิตของธนาคารกสิกรไทยเน้นการพัฒนาให้เป็นไลฟ์สไตล์เครดิตการ์ด หรือสร้างประสบการณ์และความประทับใจด้วยการมอบสิทธิประโยชน์สูงสุดที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม รวมถึงการจับมือกับพันธมิตร โดยปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าผู้ใช้บัตรเครดิต 2.6 ล้านบัตร มียอดใช้จ่ายในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา 1.75 แสนล้านบาท หรือเฉลี่ย 21,000 บาท/บัตร/เดือน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความร่วมมือกับบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด นับเป็นการยกระดับมาตรฐานใหม่แห่งวงการบัตรเครดิต ที่เป็นการผสานศักยภาพความเป็นผู้นำของทั่งสองฝ่าย โดยธนาคารกสิกรไทยเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจบัตรเครดิต ส่วนสยามพิวรรธน์เป็นผู้นำแห่งธุรกิจรีเทล ตั้งเป้าจะมีผู้สมัครใช้บัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทยมากกว่า 100,000 ใบ ภายใน 1 ปี และมีมูลค่าการใช้จ่ายรวม 5,700 ล้านบาท ซึ่งลูกค้าสามารถสมัครบัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทยได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้ เป็นต้นไป
นายวีรวัฒน์ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกธุรกิจบัตรเครดิตของธนาคารกสิกรไทยมีจำนวนบัตรเครดิตใหม่เพิ่มขึ้น 200,000 บัตร จากเป้าหมายการเพิ่มบัตรเครดิตใหม่ทั้งปีที่ 350,000 บัตร คาดว่าในปีนี้จำนวนบัตรเครดิตใหม่มีโอกาสเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในครึ่งปีแรกมีการเติบโต 5% หรือคิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายรวม 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งเติบโตได้เท่ากับตลาดที่ 5% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ด้านคุณภาพหนี้ของลูกค้าผู้ใช้บัตรเครดิตมีแนวโน้มที่ดีขึ้น หลังจากที่สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของลูกค้าบัตรเครดิตของธนาคารลดลงมาอยู่ที่ 1.59% จากสิ้นปี 2560 ที่ 1.7% เป็นผลมาจากการที่ลูกค้ามีวินัยในการชำระที่ดี สัดส่วนลูกค้าที่ชำระเต็มที่ 55% ของฐานลูกค้าทั้งหมด และอีก 45% เป็นสัดส่วนลูกค้าที่ชำระขั้นต่ำ โดยการขยายฐานบัตรเครดิตของธนาคารที่เน้นกลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อสูงมากขึ้น รวมไปถึงกฏเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ควบคุมการอนุมัติวงเงินบัตรเครดิต ส่งผลให้ NPL มีการปรับตัวสดลงต่างจากเมื่อหลายปีก่อนที่ NPL ของบัตรเครดิตอยู่ที่ 3-4% ในปีนี้ธนาคารจะควบคุม NPL ของบัตรเครดิตให้ไม่เกิน 2%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14065</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสิกรไทย, บัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทย, สยามพิวรรธน์, ห้างไร้เงินสด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b57e91d3d332.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 23:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 23:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยามพิวรรธน์ จ่อเปิดห้างเอาท์เล็ตชานกรุง เน้นกลุ่มพรีเมี่ยมชูส่วนลด25-70%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค้าปลีกแข่งเปิดเอาท์เล็ต &amp;ldquo;สยามพิวรรธน์&amp;rdquo; ร่วมทุน &amp;quot;ไซม่อน&amp;quot; ทุ่มงบกว่า 1 หมื่นล้านบาท เปิด 3 แห่งในประเทศไทย รองรับลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าสยามพารากอน ,สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้จัดตั้งบริษัท สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จำกัด ทุนจดทะเบียน 130 ล้านบาท เพื่อสร้างลักชัวรี่พรีเมี่ยมเอาท์เล็ตในประเทศไทย เบื้องต้นน่าจะพัฒนาโครงการดังกล่าภายใน 3 ปีจำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย กรุงเทพฯ จังหวัดตอนใต้ และเหนือของไทย ภายใต้เงินลงทุนมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท รองรับความต้องการผู้บริโภคชาวไทย และการขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีมากขึ้นทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทำเลแรกที่หลังจากเซ็นสัญญาร่วมกันจะอยู่ในเขตกรุงเทพฯ โซนภาคตะวันออก เฟสแรกจะใช้พื้นที่ 150 ไร่ ซึ่งจะมีร้านค้าแบรนด์เนมลักชัวรี่ทั่วทุกมุมโลก และพันธมิตร้านอาหารคอยให้บริการกับผู้บริโภค หลังจากนั้นมีแผนจะสร้างส่วนขยายเป็นรูปแบบของเมือง โดยผู้บริโภคนสามารถเข้ามาใช้ชีวิตได้ตลอดทุกวัน ไม่จำเป็นต้องเข้ามาช้อปปิ้งเพียงอย่างเดียว จะเริ่มก่อสร้างในอีก 3 เดือนข้างหน้า และสามารถเปิดให้บริการได้ช่วงปลายปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีความตั้งใจจะสร้างเอาท์เล็ตมานานแล้ว มองว่าตอนนี้ประเทศไทยมีความพร้อม ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ และนักเดินทางที่เข้ามาเที่ยวเมืองไทยกันมากขึ้นทุกปี ขณะเดียวกันยังมีพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีคอนเนคชั่นกับแบรนด์ระดับลักชัวรี่ต่างๆ ทำให้มีความมั่นใจว่าจะผลักดันให้ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางของการช้อปปิ้งอย่างแท้จริง&amp;rdquo; นางชฎาทิพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไซม่อน เป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกอันดับหนึ่งของโลก ครอบคลุมโครงการบันเทิงและมิกซ์ยูส ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รายใหญ่ที่สุดของโลกมีมากกว่า 230 โครงการในพอร์ตโฟลิโอ หรือคิดเป็นพรีเมี่ยมเอาท์เล็ตจำนวน 96 แห่งทั่วโลก โดยสัญญาร่วมทุนกับสยามพิวรรธน์ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกของไซม่อนที่เข้าสู่ประเทศไทย และเป็นประเทศที่ 4 ในเอเชีย ต่อจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เอาท์เล็ตแห่งแรกที่อยู่ในกรุงเทพฯ จะประกอบไปด้วยร้านค้ามากกว่า 200 ร้าน ทั้งร้านค้าลักชัวรี่แบรนด์ รวมถึงแบรนด์ของดีไซเนอร์ที่เป็นที่ชื่นชอบ และได้รับความนิยมมากที่สุด มีสินค้าที่หลากหลายที่มอบส่วนลด 25-70% ทุกวัน ทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจากดีไซเนอร์ต่างๆ รองเท้า แอคเซสเซอรี่แฟชั่น ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง แบรนด์พิเศษต่างๆ ที่ใกล้เคียงกับแบรนด์ที่พบได้ในพรีเมี่ยมเอาท์เล็ตปัจจุบันของไซม่อนในที่ต่างๆ ทั่วโลกอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10782</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชฎาทิพ จูตระกูล, สยามพิวรรธน์, เอาท์เล็ต, แบรนด์เนม, ไซม่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b16bb08de412.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2018 22:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยามพิวรรธน์เชื่อมั่นกำลังซื้อฟื้น ทุ่ม 1,200 ล้าน ดึงนักช้อป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สยามพิวรรธน์ เชื่อมั่นกำลังซื้อฟื้น เผยยอดการใช้จ่ายเพิ่ม 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 เทงบการตลาดเพิ่มเป็น 1,200 ล้านบาท ผนึก 3 ศูนย์การค้า เตรียมอัดแคมเปญใหญ่ ดึงนักช้อปไทยและเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;06 ก.พ. 2561 - &amp;nbsp; นางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน ,สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ เปิดเผยว่า มีความเชื่อมั่นในสถานการณ์กำลังซื้อของผู้บริโภคว่ามีแนวโน้มดีขึ้น เห็นจากภาพรวมการใช้จ่ายของศูนย์การค้าในเครือเติบโต 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดือน ม.ค. ของปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;ทำให้บริษัทเตรียมจัดกิจกรรมและโปรโมชั่นตลอดปี เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงบประมาณของปี 2561 วางไว้ประมาณ 1,200 ล้านบาท นับว่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนใช้ไป 1,000 ล้านบาท โดยมี 6 กิจกรรมขนาดใหญ่ที่จะผนึกกำลังศูนย์การค้าทั้ง 3 แห่ง หรือเรียกว่า &amp;ldquo;วันสยาม&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยเริ่มจากกิจกรรมที่ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีนี้ ภายใต้แคมเปญ &amp;ldquo;สยาม ดีไลท์ฟูล ไชนีส นิวเยียร์&amp;rdquo; มีการตกแต่งสถานกที่ด้วยโคมไฟสัญลักษณ์แห่งความเรืองรองมากกว่า 999 ดวง ส่วนการตลาดจะเป็นปีแรกที่เริ่มแบ่งเป็นกลุ่มอย่างชัดเจน ได้แก่ 1 ระดับบน ที่อาจมีจำนวนคนไม่มากแต่ยอดการใช้จ่ายแต่ละครั้งสูงมาก 2. กลุ่มที่เน้นช้อปปิ้งเกี่ยวกับกลุ่มไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า บริการ และเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และ3. กลุ่มนักช้อปที่ใช้จ่ายตามโปรโมชั่นหรือการลดราคาสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นอกเหนือจากการตกแต่งเพื่อให้เข้ากับเทศกาลแล้ว ยังเตรียมแจกดิจิทัล อั่งเปา ระหว่างวันที่ 11-18 ก.พ. นี้ ขณะที่ลูกค้าบัตรธนาคารกสิกรไทย รับสิทธิพิเศษส่วนลดสูงสุด 50% จากร้านค้าชั้นนำมากมาย รวมถึงบัตรเครดิตพันธมิตรอีก 7 แห่ง ที่สามารถแลกรับเงินคืนสูงสุด 18% อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการแบ่งกลุ่มดังกล่าวทำให้สามารถทำการตลาดได้เฉพาะมากขึ้น เพราะผู้บริโภคมีความต้องการไม่เหมือนกัน ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนศูนย์การค้าฯ ด้วยเช่นกัน โดยที่ผ่านมามีสัดส่วนมากถึง 40% ซึ่งมากกว่า 50% เป็นนักท่องเที่ยวตลาดจีน รองลงมาเป็นฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลเซีย และสิงคโปร์ตามลำดับ บริษัทได้ทำการสื่อสารกิจกรรมและสิทธิประโยชน์ที่นักท่องเที่ยวจะได้รับ เมื่อเข้ามาใช้บริการ อาทิ นักท่องเที่ยวจีนเพียงใช้จ่ายผ่าน WeChat Pay ครบตามเงื่อนไข ลุ้นรับเงินรางวัลสูงสุด 2,018 หยวน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมยุรี กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนเชื่อว่าจะมีผู้เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น 20% เนื่องจากมีกิจกรรมหลากหลายที่ช่วยดึงดูด บวกกับการจัดแคมเปญร่วมกันทั้ง 3 ศูนย์ โดยตลอดปียังเตรียมจัดกิจกรรมสอดรับกับเทศกาลอีกหลายอย่าง อาทิ สงกรานต์ ซัมเมอร์ และงานแฟชั่น เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2483</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าปลีก, ตรุษจีน, วันสยาม, ศูนย์การค้า, สยามดิสคัฟเวอรี่, สยามพารากอน, สยามพิวรรธน์, สยามเซ็นเตอร์, เทศกาลตรุษจีน, โปรโมชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a7875c6a76b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
