<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 23:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระบี่ -Green Season เพิ่มกิจกรรมทางเลือก เพื่อคนรักธรรมชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ททท.สำนักงานกระบี่ จัดกิจกรรมและโปรโมชั่นช่วงฤดูฝน เพิ่มทางเลือกให้นักท่องเที่ยว เน้นกลุ่มเล็ก ไม่แออัด ชอบความสงบและสวยงามของท้องทะเล พร้อมชวนชมสวนผลไม้ ชิมทุเรียนอร่อยแบบเฉพาะถิ่น &amp;nbsp;จิบกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าจากชุมชนบ้านทะเลหอย อำเภอปลายพระยา ภายใต้รูปแบบการท่องเที่ยววิถีใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตนเองเพื่อความปลอดภัยทางด้านสุขภาพตลอดการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุทิศ ลิ่มสกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกระบี่ เปิดเผยว่าภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น จังหวัดกระบี่ ได้ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยและการป้องกันโรคสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าออกอย่างเคร่งครัด ขณะที่ในส่วนของการท่องเที่ยว ก็ออกแบบกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับช่วงฤดูกาล &amp;nbsp;ผ่านการท่องเที่ยววิถีใหม่ หรือ New-Normal ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตนเองเพื่อความปลอดภัยทางด้านสุขภาพตลอดการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงนี้ ถือเป็นช่วงกรีนซีซั่น หรือการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน &amp;nbsp;ททท.สำนักงานกระบี่ได้นำเสนอกิจกรรมหลายรูปแบบ โดยเน้นไปที่นักเดินทางกลุ่มเล็กๆ เพื่อลดความแออัด และเป็นผู้ที่ชื่นชอบความสงบและสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่&amp;nbsp; ทีมีเกาะ &amp;nbsp;หาดทรายขาวสะอาด&amp;nbsp; ทะเลใส ป่าเขา ธารน้ำ วิถีชุมชน อาหารทะเล และ อาหารพื้นบ้านรสเยี่ยม อาทิ &amp;quot;เที่ยวกระบี่&amp;nbsp; กินดี พักโดน&amp;quot;&amp;nbsp; พบกับ โปรโมชั่น ราคาโดนใจ ด้วยห้องพักซื้อ 1 แถม1&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้ง ร้านอาหาร ร้านกาแฟ บริษัททัวร์หลายแห่งพร้อมใจกันมอบส่วนลดพิเศษ 10-15% ให้ผู้ที่มาใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;สัญลักษณ์เครื่องหมายรับรองมาตรฐาน SHA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเอาใจสายกิน&amp;nbsp; &amp;quot;ชวนไปกินทุเรียน ที่&amp;nbsp;บ้านทะเลหอย อำเภอปลายพระยา&amp;quot;โดยทุเรียนที่นี่ มีจุดเด่น คือเนื้อทุเรียน มีสีเหลืองสวยเมล็ดสีแดง ไส้ไม่แฉะ รสชาติหวาน เนื้อกรอบ อร่อย เนื่องจากปลูกบนพื้นที่ดินดี มีแหล่งน้ำดี และสภาพอากาศที่ดี ทำให้ทุเรียนมีคุณภาพดี รสอร่อยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีทั้งสายพันธุ์ก้านยาว หมอนทอง ชะนีพวงมณี และพันธุ์พื้นบ้าน ถือเป็น 1ในผลิตภัณฑ์ที่เป็นของดีของจังหวัดกระบี่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากทุเรียนแล้ว สำหรับคอกาแฟ ขอแนะนำให้ลองแวะจิบกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าบ้านทะเลหอย&amp;nbsp; ซึ่งผ่านการเข้ารอบติดอันดับ 1 ใน 10 การประกวดสุดยอดกาแฟไทย ประจำปี 2564 โดยผู้สนใจจะได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับกาแฟ และกรรมวิธีการผลิตกาแฟ ตั้งแต่ขั้นตอนการทำความสะอาด การตาก การสี การคั่ว กระบวนการชงกาแฟ และถ่ายรูปคู่กับต้นกาแฟและเมล็ดกาแฟแบบใกล้ชิดก็ทำได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp;คนที่สนใจอยากไปลิ้มลองทุเรียนสดๆ จากสวน จิบกาแฟหอมๆ สามารถสอบถามรายละเอียดและนัดหมายเจ้าของสวนก่อนล่วงหน้าเพื่อป้องกันความแออัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยสามารถดูรายชื่อ ทั้งสวนทุเรียน และไร่กาแฟ&amp;nbsp; พร้อมเบอร์โทรศัพท์และช่องทางการติดต่อได้ ที่ Facebook : We are Krabi &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;อาหารทะเลพื้นถิ่นรสชาติเยี่ยมของเมืองกระบี่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ททท.สำนักงานกระบี่ยังทำการประชาสัมพนธ์ให้ผู้ที่ต้องการพักค้างคืนใช้บริการ ผู้ประกอบการที่ได้รับมาตรฐานโครงการ SHA- Amazing Thailand Safety &amp;amp; Health Administration&amp;nbsp; ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ได้รับสัญลักษณ์มาตรฐาน SHA&amp;nbsp; ในจังหวัดกระบี่จำนวน 452 ราย ประกอบด้วย โรงแรมที่พัก สถานที่จัดการประชุม 266 ราย , ภัตตาคาร ร้านอาหาร&amp;nbsp; 61&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp; ,&amp;nbsp; บริษัทนำเที่ยว&amp;nbsp; 58&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp; , ยานพาหนะ 28 ราย ,&amp;nbsp; สุขภาพ และ ความงาม&amp;nbsp; 22 ราย, นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp; 7 ราย&amp;nbsp; ,ร้านค้าของที่ระลึกและ ร้านค้าอื่นๆ 4ราย , ห้างสรรพสินค้า 2 ราย , กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 2 ราย&amp;nbsp; และ จัดกิจกรรม&amp;nbsp; จัดประชุม โรงละคร&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงมหรสพ&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตลอดการเดินทาง เราเน้นให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามมาตรการทางด้านสาธารณสุข ด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย มีการเว้นระยะห่าง ล้างมือ เน้นการท่องเที่ยวแบบกลุ่มเล็กๆ ไม่แออัด ซึ่งเข้ากับบรรยากาศของแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ มีความสงบ และมีความปลอดภัยไปด้วยพร้อมๆ กัน&amp;rdquo; ผู้อำนวยการสำนักงานททท.กระบี่กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจติดต่อสอบถามกิจกรรมและ สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ ได้ที่ ททท.สำนักงานกระบี่ โทร 075 622-163&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และช่องทาง Facebook : We are Krabi &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

ไฮไลต์แหล่งท่องเที่ยว จ.กระบี่

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;หมู่เกาะพีพี&amp;quot; ได้ชื่อว่าเป็นหมู่เกาะที่สวยงามติดอันดับ 1ใน 10&amp;nbsp; ของโลกมาแล้ว หมู่เกาะพีพี ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ คือ เกาะพีพีดอนและเกาะพีพีเล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ เกาะแห่งนี้มีเวิ้งอ่าวสวยงาม อาทิ อ่าวปิเละ อ่าวมาหยา อ่าวโละซามะ การเดินทางใช้เวลาเดินทางราว 2ชั่วโมง มีเรือเฟอร์รี่โดยสารออกจากท่าเรือคลองจิหลาด และท่าเรือหาดนพรัตน์ธาราทุกวัน หรือนักท่องเที่ยวสามารถซื้อแพ็คเกจท่องเที่ยวได้ที่บริษัทนำเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;หาดไร่เลย์ &amp;quot;&amp;nbsp; เป็นชายหาดที่สวยงามและเงียบสงบ ที่อ่าวไร่เลย์มีชายหาดทั้งหมด 3ฝั่ง ได้แก่ หาดไร่เลย์ฝั่งตะวันตก หาดไร่เลย์ฝั่งตะวันออกและถ้ำพระนาง กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปกัน คือ กิจกรรมการปีนผา ซึ่งได้รับการยอมรับจากนักปีนผาทั่วโลก หาดไร่เลย์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะแก่นักท่องเที่ยว ที่ชอบการเดินทางพักผ่อนทางทะเล ใช้เวลาเดินทางจากหาดอ่าวนางประมาณ&amp;nbsp; 20นาที &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;เกาะไหง&amp;quot;&amp;nbsp; มีชายหาดส่วนตัว เงียบสงบ น้ำทะเลเขียวใสจนสามารถสังเกตเห็นพื้นทรายหรือปะการังที่อยู่ข้างล่างได้ เหมาะสำหรับ คนที่มองหาความเงียบและไม่พลุกพล่าน ผ่อนคลายความเคร่งเครียดได้อย่างดี ด้วยความที่เกาะไหงเป็นเกาะขนาดเล็ก จึงมีโรงแรมที่พักเพียงบนเกาะสวรรค์แห่งนี้ไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เปิดให้บริการอยู่ตลอดเวลา ต้องจองล่วงหน้า ยิ่งไปกว่านั้นตรงหน้าหาดในแต่ละรีสอร์ท สามารถทำกิจกรรมดำน้ำสน้อกเกิ้ลได้เลย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกทำได้อีก เช่น การดำน้ำสคูบา, โปรแกรมท่องทะเลบริเวณเกาะใกล้เคียง เกาะกระดาน เกาะเชือก, เกาะมุกเพื่อชมถ้ำมรกต แคนู หรือ คายัก, กิจกรรมตกปลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทะเลแหวก&amp;quot; เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โด่งดังของ จ.กระบี่ ที่ถูกขนานนามให้เป็น Unseen Thailand อันเนื่องมาจากความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ยามระดับน้ำลด เผยให้เห็นส่วนของสันทรายเชื่อมต่อกันถึง 3 เกาะ ได้แก่ เกาะไก่ เกาะทับ เกาะหม้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เกาะห้อง&amp;quot; ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เกาะห้องเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เกาะเหลาบิเละ เป็นเกาะที่มีทัศนียภาพที่สวยงามมาก ถือได้ว่าเป็นเกาะที่สวยงามติดอันดับโลก ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเกาะที่มีชายหาดน่าเที่ยวและสะอาด 1ใน 10 ของโลก เกาะห้องล้อมด้วยทะเลสีคราม หาดทรายขาวละเอียด เหมาะแก่การเดินทางมาสัมผัสธรรมชาติ เล่นน้ำ และดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot; สระมรกต&amp;quot;&amp;nbsp; ตั้งอยู่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครา มีแอ่งน้ำรูปทรงกลมขนาดใหญ่สีเขียวราวกับสีมรกต มีธารน้ำตกเล็กๆ ไหลรินและสามารถลงเล่นน้ำในสระแห่งนี้ได้ และหากเดินไปถึงต้นน้ำของสระมรกตที่อยู่ต่อไปอีกไม่ไกลนักก็จะถึงบ่อน้ำผุด สระน้ำอีกแห่งหนึ่งมีสีฟ้าสดใสอย่างน่าประหลาด หากลองปรบมือหรือให้จังหวะบริเวณสระน้ำ จะมีน้ำผุดขึ้นมาจากใต้ดิน เป็นปริศนาที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;น้ำตกร้อน&amp;quot;&amp;nbsp; ตั้งอยู่ในใจกลางป่าที่ปกคลุมร่มรื่น เป็นแอ่งน้ำน้อยใหญ่หลายแอ่ง มีน้ำร้อนซึมขึ้นมาจากผิวดินมีควันกรุ่นปกคลุมลอยบนผิวน้ำ คล้ายแอ่งน้ำสปาธรรมชาติลาดเอียงเป็นระดับชั้น สายธารน้ำร้อนไหลลงสู่ลำธารคลองท่อมเบื้องล่าง ลดระดับเกิดเป็นลักษณะคล้ายชั้นน้ำตกเล็กๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;น้ำพุร้อนเค็มคลองท่อม&amp;quot;&amp;nbsp; เป็นน้ำพุร้อนเค็มแห่งเดียวในประเทศไทย ที่นี่มีบ่อน้ำผุดจากชั้นใต้ดินธรรมชาติกระจัดกระจายอยู่รายรอบถึง 14 บ่อ อุดมไปด้วยแร่ธาตุในสายธารมากมาย ช่วยเรื่องระบบหมุนเวียนของเลือดในร่างกาย ไว้รอผู้ที่นิยมชอบการอาบน้ำแร่ แช่น้ำอุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชุมชนเกาะกลาง&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกาะเล็กๆ ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชุมชนที่เรียบง่ายและยังคงรักษาเอกลักษณ์ท้องถิ่นไว้ได้อย่างดี เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่กลางแม่น้ำกระบี่ ห้อมล้อมด้วยป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์นับพันไร่ ภายในเกาะจะเป็นชุมชนชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ เกาะแห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ การทำนาข้าวสังข์หยด กลุ่มสาธิตการทำเรือหัวโทงจำลอง กลุ่มการทำผ้าปาเต๊ะ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชุมชนบ้านแหลมสัก ตำบลแหลมสัก&amp;quot;&amp;nbsp; ชุมชน 3 วัฒนธรรม ไทยพุทธ ไทยจีน และไทยมุสลิม การแต่งกายชุดบ่าบ๋ายาหยาล่องเรือหัวโทงชมภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาแห่งท้องทะเลใน และร่องรอยภาพเขียนสีโบราณ และการเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นร่วมคืนกล้วยไม้สู่ถิ่น พร้อมทั้งชมวิวทะเลแบบ 360 องศาได้ทั้งปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(หมายเหตุ ในสถานการณ์โควิด -19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ควรสอบถามข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวเปิดให้บริการหรือไม่ ก่อนการเดินทางได้ที่จังหวัดกระบี่ โทร &amp;nbsp;0-75-612-611 หรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ททท.สำนักงานกระบี่ โทร 0-7562-2163&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ Facebook We are Krabi)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สรณะ&amp;nbsp; รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109288</URL_LINK>
                <HASHTAG>Green Season, กระบี่, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), คนรักธรรมชาติ, ทะเล., สรณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e9add30afcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2020 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับคนที่อยากเดินทางไปทำบุญไหว้พระ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ในช่วงนี้ ระหว่างวันที่ 25 มกราคม-24 มีนาคม 2563 สามารถไปร่วมงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp; ที่ประดิษฐานอยู่บนลานหินกว้างบนยอดเขา บนความสูงจากน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร ท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามของธรรมชาติป่าเขา เพื่อความอิ่มเอมใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจันทบุรี กล่าวว่า ในปีนี้งานประเพณีเปิดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และนักแสวงบุญขึ้นไปกราบไหว้ขอพรรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกูฏขึ้นไปได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 24 มีนาคม 2563 หรือตั้งแต่ขึ้น 1 ค่ำเดือน 3 ไปจนถึงขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามประเพณีที่ถือปฏิบัติมายาวนาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ ประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ เป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติมายาวนาน ตามความเชื่อที่ว่า การได้กราบไหว้ขอพรรอยพระพุทธบาทเหมือนได้เข้าเฝ้าองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งจะสร้างความสุขแก่ครอบครัวและชีวิต และในทุกๆ ปีช่วงเทศกาลปิดป่า เปิดเขา งานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาท (พลวง) เขาคิชฌกูฏ มีระยะเวลารวม 60 วัน จะมีประชาชน พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยวเกือบ 1 ล้านคน หรือบางปีก็เกิน 1 ล้านคนเศษ หลั่งไหลกันมาขึ้นเขาคิชฌกูฏเพื่อเข้าสักการะกราบไหว้ ขอพรรอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐานอยู่บนลานหินกว้าง มีหินลูกบาตรคอยให้ร่มเงาบนยอดเขา ที่ความสูงที่สุดในประเทศไทยจากน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร ท่ามกลางทิวทัศน์ความสมบูรณ์ของธรรมชาติป่าเขา สร้างความอิ่มเอมใจแก่ผู้มาเยือน และเป็นอานิสงส์ต่อภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรีในทุกๆ ด้านที่จะคึกคักตามมา ไม่ว่าโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร สินค้า OTOP ของที่ระลึก สินค้าเกษตรแปรรูป ผลไม้สดแห้งขายดี สร้างรายได้แก่ชาวจังหวัดจันทบุรีอย่างมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ในช่วงเทศกาลมีรถบริการขึ้น-ลง เขาเหมือนเช่นเดิม แต่เน้นรณรงค์ให้ประชาชน พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวร่วมรักษาความสะอาด และตั้งมั่นสำรวมเจริญสมาธิในช่วงของการเดินทางขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับการเดินทางร่วมงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงเขาคิชฌกูฏ วิธีการเดินทางก็ไม่ยาก มีจุดรอคิวรถที่จะขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท มีทั้งหมด 2 จุด สามารถขึ้นได้ที่ 1.วัดกระทิง 2.วัดพลวง ในส่วนของค่าใช้จ่าย ขาไป 100 บาท ขากลับ 100 บาท รวม 200 บาทต่อคน รถจะวิ่งต่อเดียวจากจุดขึ้นรถไปถึงลานพระสิวลี จากนั้นเราจะต้องเดินเท้าขึ้นไปถึงรอยพระพุทธบาท ประมาณ 1.2 กม. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การเตรียมตัวในการขึ้นเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;1.การแต่งกาย ด้วยสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ขอให้แต่งกายมิดชิด สบาย รองเท้าผ้าใบ เดินทางสะดวกๆ หากมาช่วงกลางคืน แนะนำให้ติดเสื้อกันหนาวมาเผื่อด้วย เพราะช่วงกลางคืนจะมีอากาศเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;2.เตรียมอาหารและน้ำมาส่วนตัว ด้านบนไม่มีจำหน่าย และเมื่อนำมาแนะนำให้ทิ้งในจุดที่ทางอุทยานจัดเตรียมเอาไว้ เพื่อช่วยกันรักษาความสะอาด ลด โลก เลอะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;3.หากท่านใดมีโรคประจำตัว แนะนำให้เตรียมยาประจำตัวมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานจันทบุรี โทร. 0-3948-0220 (08.30-16.30 น. ทุกวัน) Facebook: ททท.สำนักงานจันทบรี Fackbook :อุทยานแห่งชาติ เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี Khao Khitchakut National Park&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากไปนมัสการรอยพระพุทธบาทกันแล้ว หากมีเวลา ตัวเมืองจันทบุรียังมีแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง อาทิ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ศาลหลักเมือง&amp;quot; และ &amp;quot;ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;quot; ตั้งอยู่ในตัวเมืองจันทบุรี หน้าค่ายตากสิน กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธินตั้งอยู่ข้างๆ ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนจันทบุรีเคารพบูชาเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่นิยมเข้ามาไหว้ขอพรที่ศาลหลักเมืองจันทบุรี และเมื่อขอพรเสร็จแล้วก็ไปไหว้ขอพรศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัดคาทอลิกจันทบุรี &amp;quot;อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล&amp;quot; เป็นอาสนวิหารประจำมิสซังโรมันคาทอลิกจันทบุรี ตั้งอยู่บริเวณริมคลองจันทบุรี ตรงข้ามชุมชนเก่าแก่จันทบูร ตำบล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จันทนิมิต อำเภอเมืองฯ จังหวัดจันทบุรี มีประวัติการก่อสร้างยาวนานถึง 275 ปี เป็นสถาปัตยกรรม ตะวันตกแบบโกธิค ภายในตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส เป็นภาพนักบุญต่างๆ ซึ่งมีความงดงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และที่สำคัญภายในโบสถ์มีแม่พระประดับพลอย วัสดุที่นำมาสร้างประกอบด้วยทองคำบริสุทธิ์ เงินบริสุทธิ์ และพลอยบริสุทธิ์ ถือได้ว่าเป็นองค์พระแม่ที่ล้ำค่าและสวยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ห่างกันคือ &amp;quot;ชุมชนริมน้ำจันทบูร&amp;quot; เป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวจีนและญวนอพยพตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต่อมาได้พัฒนามาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าของจันทบุรีที่สำคัญแห่งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปมากสักเพียงใด แต่ร่องรอยในอดีตของชุมชนเก่าแห่งนี้ก็ยังไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา จนปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปลี่ยนบรรยากาศเอาใจนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติคือ &amp;quot;อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว&amp;quot; เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัดจันทบุรี มีน้ำตลอดทั้งปี เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความแปลกกว่าน้ำตกอื่น ตรงที่เป็นน้ำตกที่มีเพียงชั้นเดียว มีต้นน้ำมาจากธารน้ำ 2 สาย สายหนึ่งไหลมาจากต้นน้ำ ไหลลอดตามแนวซอกหิน มาบรรจบกับอีกสายหนึ่งที่เล็กกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งยังมีเส้นทางเดินที่ทำไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมธรรมชาติ มีระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นทางเดินสำหรับเดินชมต้นไม้ แมลง นก และสัตว์ป่า ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ริมสองข้างทางเดิน น้ำตกแห่งนี้ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 15 กิโลเมตร ขับรถเส้นสุขุมวิทไปทางจังหวัดตราด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนสถานที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ &amp;quot;ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต&amp;quot; เส้นทางเชื่อมโยงเส้นทางริมฝั่งทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ช่วงจังหวัดระยองจนถึงจันทบุรี เป็นเส้นทางผ่านแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง มีจุดชมวิวที่มีความสวยงาม ได้แก่ จุดชมวิวเนินนางพญา มองเห็นวิวทะเลกับถนนที่คดเคี้ยวสวยงาม รวมทั้งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกสวยที่สุด สิ้นสุดของถนนเส้นนี้ก็จะมีจุดชมวิว ได้แก่ เจดีย์กลางน้ำ มีสะพานทอดยาวไปถึงเจดีย์ที่ตั้งอยู่กลางทะเล ทำให้มองเห็นวิวกลางน้ำทะเลที่สวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมี &amp;quot;ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;quot; บนพื้นที่อำเภอท่าใหม่ เนื้อที่ประมาณ 4,000 ไร่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2525 มีหน้าที่ศึกษาค้นคว้าและวิจัยในเรื่องระบบนิเวศทางธรรมชาติ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ชายฝั่งทะเลจังหวัดจันทบุรี ภายในศูนย์ฯ มีสะพานเดินศึกษาธรรมชาติและป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ระยะทาง 1,600 เมตร เป็นเส้นทางชมป่า พร้อมกับมีศาลาเล็กไว้เป็นระยะแสดงข้อมูลความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลน และข้อมูลพันธุ์ไม้ต่างๆ เช่น โกงกาง แสม ลำพู ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสายกิน มี 2 ร้านแนะนำ ที่ชูอาหารถิ่นพื้นบ้าน เริ่มที่ &amp;quot;ร้านครัวเรือนจันท์&amp;quot; ตั้งอยู่บริเวณถนนท่าแฉลบ ทางเข้าเรือนจำจังหวัดจันทบุรี เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00-15.00 น. ขายข้าวแกงและอาหารพื้นบ้านจังหวัดจันทบุรี ราคาเริ่มต้นที่ 29 บาท และ &amp;quot;ร้านจันทรโภชนา&amp;quot; มีเมนูเด็ดที่หารับประทานจากที่อื่นยาก อาทิ แกงหมูชะมวง, แกงหมูขิงแห้ง, มัสมั่นทุเรียน, แกงเป็ดเงาะ, ส้มตำทุเรียน โดยมีให้บริการสองสาขา คือ สาขาเบญจมราชูทิศ ติดกับโรงแรมเกษมศานติ์ ถนนเบญจมราชูทิศ ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองฯ จังหวัดจันทบุรี เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. และสาขามหาราช ตรงข้ามวัดป่าคลองกุ้ง อำเภอเมืองฯ จังหวัดจันทบุรี เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปว่า ไปจันทบุรีคราวนี้ ทั้งอิ่มบุญ อิ่มท้อง และอิ่มเอมใจไปด้วยพร้อมๆ กัน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรณะ&amp;nbsp; รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56621</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนริมน้ำจันทบูร, ททท., น้ำตกพลิ้ว, วัดคาทอลิกจันทบุรี, ศาลหลักเมือง, สรณะ, เขาคิชฌกูฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200208/image_big_5e3e852396848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยว&quot;เทศกาลพิมาย&quot; รับลมหนาวเมืองโคราช </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากใครเป็นสายประวัติศาสตร์ ชื่มชมอารยธรรมโบราณผ่านโบราณสถาน โบราณวัตถุ และร่องรอยวัฒนธรรมตกทอดมาถึงผู้คนรุ่นหลัง ไม่ควรพลาดไปเที่ยวงาน &amp;quot;เทศกาลเที่ยวพิมายและการแข่งขันเรือยาวชนะเลิศถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2561&amp;quot; บริเวณ&amp;ldquo;อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย&amp;rdquo; ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการ รวมทั้งถือโอกาสท่องเที่ยวรับลมหนาวในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมาก่อนใครอีกด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานนครราชสีมา กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;(ททท.) กรมศิลปากร องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ &amp;nbsp; กำหนดจัดงาน &amp;quot;เทศกาลเที่ยวพิมายและการแข่งขัน เรือยาวชนะเลิศถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2561&amp;quot; &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 7-11 พฤศจิกายน 2561 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย บริเวณลานพรหมทัต และลำน้ำจักราช อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมืองพิมายเป็นเมืองที่มีอารยธรรมสืบสานต่อกันมาอย่างยาวนาน ชุมชนเมืองพิมายในอดีตกาลนั้น ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และรุ่งเรืองถึงขีดสุดในยุคสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จะเห็นได้จากหลักฐานสำคัญอันยิ่งใหญ่ และงดงามเป็นที่สุด นั่นคือ &amp;quot;ปราสาทหินพิมาย&amp;quot; และเพื่อเป็นการสมโภชเมืองในวาระที่เมืองพิมายมีอายุยาวนานนับพันปี จังหวัดนครราชสีมาได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงานเทศกาลเที่ยวพิมาย นครราชสีมา ประจำปี 2561 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อประกาศให้ชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ร่วมรับรู้และร่วมยินดีกับชุมชนดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายในงานดังกล่าวมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้ การแสดงประกอบแสง เสียง ละครเพลงเดอะมิวสิคัล ชื่อตอน &amp;quot;พิมายปุระ พุทธราชันย์&amp;quot; โดยการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของปราสาทหินพิมายกับพระพุทธศาสนา โดยร้อยเรียงเป็นละครเพลง และได้รับเกียรติแสดงนำโดย &amp;quot;เก่ง ธชย&amp;quot; หรือรู้จักกันในชื่อเก่ง เดอะวอยซ์ ตั้งแต่วันที่ 7-11 พฤศจิกายน 2561 เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแข่งขันเรือยาวชนะเลิศถ้วยพระราชทานฯ บริเวณลำน้ำจักราช สนามแข่งขันเรือที่ตรงสวยสมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 10-11 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.00-17.00 น. ร่วมชมและเชียร์การแข่งขันเรือยาวฯ ที่แสนสนุก ทีมเรือชื่อดังจากทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมตลาดโบราณพิมายย้อนยุคจำหน่ายอาหารพื้นบ้านเมืองพิมาย นิทรรศการเทิดพระเกียรติ ภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองพิมาย การแสดงศิลปวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์ชุมชน และผลผลิตทางการเกษตร สินค้า OTOP, ประกวดแมวโคราช (แมวไทย) ชนะเลิศถ้วยพระราชทานฯ เป็นกิจกรรมการประกวดแมวโคราช โดยเน้นที่ &amp;quot;แมวสีสวาด&amp;quot; หรือแมวมาเลศ ตามตำราแมวโบราณ แมวสีสวาดเป็นแมวดั้งเดิม และเป็นเอกลักษณ์ของชาวอำเภอพิมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกวดวงดนตรีลูกทุ่งเยาวชน ชนะเลิศถ้วยพระราชทานฯ / กิจกรรมภาคกลางคืน ซึ่งถือเป็นเวทีที่เยาวชนในเขตภาคอีสานใฝ่ฝันที่จะขึ้นประกวดเพื่อพิสูจน์ความสามารถของตนเอง ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อบัตรเข้าชมการแสดงแสงเสียงได้ที่ ที่ว่าการอำเภอพิมาย โทร. 0-4447-1617, &amp;nbsp;เทศบาลตำบลพิมาย โทร. 0-4447-1121&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานนครราชสีมา กล่าวต่อว่า มาเมืองโคราชทั้งทีไม่ควรพลาดไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เริ่มที่ &amp;ldquo;ไหว้ย่าโม&amp;rdquo; ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี แลนด์มาร์คสำคัญของเมืองนี้ คนส่วนมากมักจะไปขอพรและบนบานศาลกล่าว แล้วจะแก้บนด้วยเพลงพื้นเมืองอย่างเพลงโคราช &amp;nbsp;แต่ที่เด็ดของที่นี่ และต้องลองสักครั้ง คือการลอดซุ้มประตูชุมพล ที่จะต้องวนไปข้างหลังเพื่อลอดซุ้ม เพราะเขามีความเชื่อตกทอดกันมาว่า หากลอด 1 ครั้ง จะได้กลับมาในโคราช หากลอด 2 ครั้ง จะได้มาทำงานหรือมาอยู่ที่โคราช และหากใครลอด 3 ครั้งนั้น จะมีคู่ครองเป็นคนโคราช ผลเป็นยังไงไม่รู้ อยากท้าพิสูจน์ ต้องลองมาลอดซุ้มเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อด้วย &amp;ldquo;วัดบ้านไร่&amp;rdquo; ที่ยิ่งใหญ่อลังการ สวยงามตระการตา เกิดจากความเคารพศรัทธาที่พุทธศาสนิกชนมีต่อ &amp;quot;หลวงพ่อคูณ&amp;quot; จนกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดนครราชสีมาที่นักท่องเที่ยวยังคงแวะไปเยี่ยมชมอยู่เสมอ
โดยมีสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจภายในวัด พระอุโบสถ ตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบ ลวดลายสวยงาม, หอเทพวิทยาคม เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา (อาคารปริสุทธปัญญา) เป็นอาคารประติมากรรมช้าง (Elephant Temple Thailand) สร้างไว้กลางน้ำ ชั้นดาดฟ้ามีรูปปั้นพระพุทธเจ้าปางลีลา และหลวงพ่อคูณ รอบอาคารเป็นภาพเขียนสีบนกระเบื้อง ภายในมีภาพเขียนปริศนาธรรม หอเทพวิทยาคมนี้ประกอบขึ้นด้วยโมเสกมากกว่า 20 ล้านชิ้น, พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ จัดแสดงเรื่องราวชีวประวัติของหลวงพ่อคูณ, พญานาค 7 เศียร อยู่กลางน้ำ ประดับด้วยกระเบื้องโมเสกราว 900,000 ชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในบริเวณใกล้เคียงยังมีทุ่งกังหันลมไฟฟ้าห้วยบง ตั้งอยู่ในอำเภอด่านขุนทด และอำเภอเทพารักษ์ เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย มีกังหันลมทั้งหมด 90 ต้น ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 10,000 ไร่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดนครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปลายฝนต้นหนาวนี้ ก็ควรไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาทิ &amp;ldquo;อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&amp;rdquo; สัมผัสจุดท่องเที่ยวภายใน เช่น น้ำตกเหวสุวัต, น้ำตกเหวนรก, กิจกรรมส่องชีวิตสัตว์ยามค่ำคืน ฯลฯ นอกจากเส้นเขาใหญ่จะมีที่เที่ยวให้เที่ยวมากมายแล้ว ยังมีทั้งร้านอาหารและร้านคาเฟ่ให้เราได้พักผ่อนชิลๆ &amp;nbsp;ระหว่างเดินทางอีกด้วย มีทุกสไตล์ เลือกได้หลากหลาย จะสายถ่ายรูป หรือสายกิน จัดหนักจัดเต็ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือจะเลือกไปรับลมหนาวที่ &amp;ldquo;วังน้ำเขียว&amp;rdquo; ด้วยบรรยากาศที่เย็นสบาย ไม่ต่างจากดินแดนทางภาคเหนือ ที่พร้อมให้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางผืนป่าเขียวขจีได้ตลอดทั้งปี โดดเด่นด้วยสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร หรือถ้าเป็นคนรักสุขภาพต้องถูกใจ เพราะทั้งผักอินทรีย์ รวมถึงผลไม้สดๆ จากไร่ พร้อมเสิร์ฟให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ &amp;quot;เดอะลิตเติ้ลการ์เด้น วังน้ำเขียว&amp;quot; เปิดให้ชมวันที่&amp;nbsp;1 ธันวาคม 2561&amp;nbsp;เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบวิถีชีวิตแบบธรรมชาติ เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และเป็นแหล่งเรียนรู้นวัตกรรมทางการเกษตรสมัยใหม่ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 12 ไร่ มีสวนผัก ผลไม้ต่างๆ เช่น ข้าวโพด น้ำเต้า มะเขือเทศเชอรี่ ฟักทอง สวนไม้ดอกสีรุ้ง สวนอูฐประดับ สวนผีเสื้อประดับ สวนนกกระจอกเทศประดับ และสวนเห็ดประดับ ซึ่งที่นี่ได้นำผลิตภัณฑ์จากสวนมาแปรรูปเป็นอาหารและขนมให้เลือกทาน หรือซื้อกลับไปเป็นของฝากก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พร้อมนวัตกรรมสิ่งปลูกสร้าง เช่น ปราสาทข้าวโพดและดอกไม้ โดยเฉพาะข้าวโพดเป็นพืชไร่เศรษฐกิจอันดับ 1 ของอำเภอวังน้ำเขียว แนะนำให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้กับพืชไร่เศรษฐกิจของชาวบ้านที่นี่อีกทั้งยังมีการจัดแสดงวิธีปลูกมะเขือเทศเชอรี่ในโรงเรือน ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่โดยโซลาร์เซลล์ พลังงานจากธรรมชาติในการให้น้ำและปุ๋ยด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ทางด้านการเกษตร แก่นักเรียนและนักท่องเที่ยวผู้สนใจทั่วไป สำหรับเดอะลิตเติ้ลการ์เด้น วังน้ำเขียว ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงหมายเลข 304 หลักกิโลเมตรที่ 228 อำเภอวังน้ำเขียว โทร. 09 5446 9426&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปิดท้ายด้วย &amp;ldquo;เขายายเที่ยง&amp;rdquo; อำเภอสีคิ้ว เป็นอีกทางเลือก ขับรถจากตัวเมืองแค่นิดเดียวก็ถึงแล้ว ซึ่ง บนเขายายเที่ยงจะมีร้านอาหาร, รีสอร์ตให้นักท่องเที่ยวที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศการท่องเที่ยวใหม่ๆ สามารถชมวิวบนอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าลำตะคอง ชลภาวัฒนา เพราะในช่วงฤดูหนาวหรือในตอนเย็น อากาศด้านบนจะเย็นสบาย ถ้าชอบความสงบ ชมวิวบนเขาแบบชิลๆ ไม่ควรพลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาเที่ยวเมืองโคราชแล้วเรียกว่าคุ้ม นอกจากได้ดื่มด่ำประวัติศาสตร์ผ่านกิจกรรม &amp;quot;เทศกาลเที่ยวพิมาย รวมทั้งสักการะสิ่งศักดิ์อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีเพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต ก่อนเบิกบานใจสัมผัสลมหนาวใกล้ๆ กรุงเทพฯ อีกด้วย&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครราชสีมา กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานนครราชสีมา โทร. 0-4421-3030, 0-4421-3666 &amp;nbsp; Facebook Fanpage : ททท. สำนักงานนครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21278</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครราชสีมา, รุ่งทิพย์ บุกขุนทด, สรณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181103/image_big_5bdd95e0d2045.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2018 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เทศกาลเที่ยวเมืองไทย”ครั้งที่ 38   สง่างาม 5 ภาคยกวิถีชุมชนไว้สวนลุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จากนโยบายของรัฐบาลประกาศให้ปี 2561 เป็น &amp;ldquo;ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;Amazing Thailand Year 2018&amp;rdquo; โดยระดมทุกภาคส่วนนำประเทศไทยไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพที่เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนและเมืองระดับรอง ด้วยเหตุนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 38 &amp;nbsp;โดยนำของดีของเด่นของเมืองไทยยกมาไว้ที่สวนลุมพินี&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวไทยและต่างชาติได้สัมผัส และตอกย้ำเป้าหมายชัดเจนในการท่องเที่ยวเมืองไทยตลอดปีนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า งาน &amp;ldquo;เทศกาลเที่ยวเมืองไทย&amp;rdquo;ครั้งที่ 38 ประจำปี 2561 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 &amp;nbsp;-21 มกราคม 2561 เวลา 12.00-22.00 น. สวนลุมพินี กรุงเทพฯ โดยจะทำพิธีเปิดในเวลา 18.00 น. โดยนำเสนอโซนกิจกรรมท่องเที่ยวจำนวน 10 โซน ที่น่าสนใจได้แก่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โซน 1 เที่ยวตามรอยพระบาท ตามศาสตร์พระราชา การแสดงสาธิตเห่เรือสุพรรณหงส์จำลอง ความยาว 22 เมตร โดยความร่วมมือจากกองทัพเรือ จัดแสดงเห่เรือเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติที่เกี่ยวกับพระราชประเพณีดั้งเดิม ให้คงอยู่และเป็นที่รู้จักแก่คนรุ่นหลัง พร้อมนำเสนอนิทรรศการ &amp;ldquo;ตามรอยพระบาท ตามศาสตร์พระราชา&amp;rdquo; ภายใต้เนื้อหา &amp;ldquo;วิชา ๙ หน้า ศาสตร์พระราชา ตำราของพ่อ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โซน 2 แนะนำโปรแกรมและสินค้าท่องเที่ยวภายในประเทศ ปี 2561 ว่าด้วยโปรแกรมและสินค้าท่องเที่ยวภายในประเทศ ตลอดปี 2561 ของ ททท. เช่น โครงการ 12 เมืองต้องห้ามพลาด...พลัส, โครงการท้าเที่ยวข้ามภาค, โครงการวันธรรมดาน่าเที่ยว, กิจกรรมสำหรับกลุ่มผู้หญิง, กิจกรรมสำหรับผู้สูงวัย รวมถึงโครงการ &amp;ldquo;Go Local - เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต&amp;rdquo; อีกทั้งยังมีสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว 4 สมาคม ได้แก่ สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.), สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.),&amp;nbsp; สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.)&amp;nbsp; และสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) ร่วมให้ข้อมูลแนะนำโปรแกรมท่องเที่ยวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โซน 3 หมู่บ้านท่องเที่ยว 5 ภูมิภาค (กลาง-ตะวันออก-เหนือ-ใต้-อีสาน) นำเสนอหมู่บ้านท่องเที่ยว 5 ภูมิภาค เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศจำลองเสมือนจริง สร้างการรับรู้ความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความต้องการเดินทางไปยังพื้นที่ทั้ง 5 ภูมิภาคเริ่มต้นจาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ภาคกลาง &amp;ldquo;สุขกลางใจใกล้แค่เอื้อม&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;วิถีถิ่น แผ่นดินทอง&amp;rdquo; (วิถีชุมชนในแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา) นำเสนอรูปแบบวิถีความเป็นอยู่ของชุมชนในแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ศิลปวัฒนธรรมที่เคยเป็นที่นิยมในอดีต โดยมีโซนที่น่าสนใจต่างๆ อาทิ บ้านเรือนไทยภาคกลาง &amp;ldquo;บ้านขุนช้าง&amp;rdquo; จังหวัดสุพรรณบุรี, โซน &amp;ldquo;D.I.Y. สไตล์ภาคกลาง&amp;rdquo;, โซนงานวัด, ลิเกโรงใหญ่, โซนตลาดย้อนยุค, โซน 15 ตลาดบก 16 ตลาดน้ำ, โซนชุมชนเด่นภาคกลาง และโซนสาธิตสืบสานงานศิลป์(ช่างสิบหมู่) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ภาคตะวันออก &amp;ldquo;สีสันตะวันออก&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Sea-fruit&amp;rdquo; เติมเต็มประสบการณ์มหัศจรรย์กับ &amp;ldquo;สีสันตะวันออก&amp;rdquo; ด้วยสีสันความอร่อยจากอาหารทะเล ผัก ผลไม้ขึ้นชื่อ และบรรยากาศท้องทะเลตะวันออกที่มีความทันสมัย ผ่านการนำเสนอในโซนต่างๆ อาทิ &amp;ldquo;Sea-fruit&amp;rdquo; ที่เป็นการผสมผสานระหว่างผลไม้และสัตว์จากท้องทะเล, โซน Seafood &amp;amp; Chef ชุมชน, โซน Fruit Market โซนอาหาร (วิถี...การกิน), โซนวิถีชุมชน, โซนวิถี...ฝีมือไทย และโซนวิถีพอเพียง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ภาคเหนือ &amp;ldquo;เหนือฝันล้านแรงบันดาลใจ&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;อลังการล้านนาเรืองรอง&amp;rdquo; นำเสนอความรุ่งเรือง งดงาม สง่างาม ความสวยงามของวัฒนธรรมประเพณีที่โดดเด่นของภาคเหนือ วิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์และความร่วมสมัยของงานหัตถศิลป์ ที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ ผ่านการนำเสนอในโซนต่างๆ อาทิ ปราสาทล้านนาออกแบบจากสถาปัตยกรรมจองพารา, โซนธรรมะสร้างแรงบันดาลใจ, โซนชุมชนชาวเหนือ, โซนโครงการหลวง, โซนสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์, เวทีรำวง เวทีต่อนยอนนำเสนอศิลปะการแสดงทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย, โซนป๊าดโซะ!! ของดี๊ดี๋ (OTOP), โซนฮักคาเฟ่ (กาแฟ) และโซนกาดม่วนใจ๋ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ภาคใต้ &amp;ldquo;ปักษ์ใต้...ปักหมุด หยุดเวลา&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;เที่ยวใต้ ได้อะไรมากกว่าที่คิด&amp;rdquo; นำเสนอมุมมองใหม่ของการเดินทางท่องเที่ยวภาคใต้ ที่นอกจากจะมีทะเลที่สวยงามแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย โดยมีโซนต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ treet Art รูปปั้นนางเงือก ประติมากรรมปลาใบ ตู้ไปรษณีย์สูงใหญ่, โซนตลาดใต้โหนด, โซนนิทรรศการ : ร่วมชมนิทรรศการถ่ายทอดอีกมุมมองของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, โซนกิจกรรมสาธิต ชวนร่วมชมและร่วมลงมือทำกิจกรรมสาธิตที่น่าสนใจและหาดูได้ยาก อาทิ การจักสานจากต้นคลุ้ม จังหวัดสตูล, การร้อยลูกปัดโนราเป็นเครื่องประดับ จังหวัดพัทลุง และโซนเวทีหลัก : จำลองฉากหน้าผาหาดไร่เลย์ ในลักษณะ 3 มิติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ &amp;ldquo;อีสานแซ่บนัว&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Cool Isan (วิถีถิ่น สู่วิถีเทรนด์) นำเสนออัตลักษณ์ตัวตนของชาวอีสาน ผ่านวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม งานประเพณี อาหาร ผ้าพื้นเมืองของชาวอีสาน ในมุมมองใหม่ๆ ที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น อาทิ พญาศรีสัตนาคราช ประเพณีไหลเรือไฟ บายศรีพญานาค, โซน #เที่ยวอีสานเหนือ-&amp;ldquo;เส้นทางท่องเที่ยวตามรอยพญานาค&amp;quot;, โซน #เที่ยวอีสานกลาง-&amp;ldquo;เส้นทางท่องเที่ยวตามรอยไดโนเสาร์&amp;rdquo;, โซน #เที่ยวอีสานใต้-&amp;ldquo;เส้นทางท่องเที่ยวตามรอยอารยธรรมขอม&amp;rdquo;, โซน &amp;ldquo;ธรรมะ ธรรมดา ธรรมชาติ&amp;rdquo;, โซนลานแซ่บนัว &amp;ldquo;ชวนสะเดิด ระเบิดความแซ่บ&amp;rdquo; กับอาหารพื้นบ้านอีสานรสเด็ด, โซน&amp;ldquo;DIY อีสานเฮ็ดมือ&amp;rdquo; และโซนการแสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ ททท.จัดขบวนแห่วัฒนธรรม 5 ภูมิภาคทุกวัน เวลา 17.00 น. ภายในบริเวณสวนลุมพินี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โซน 4 อาหารดัง 50 เขต กทม. พบอาหารเด่น ททท. 5 ภูมิภาค โดยนำเสนอ &amp;ldquo;ปิ่นโต ภาชนะคู่บ้านวิถีไทย&amp;rdquo; วัตถุดิบความอร่อยแบบฉบับ กทม. และอาหารเด่นขึ้นชื่อจาก 5 ภูมิภาค รวม 75 ร้านค้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โซนที่ 5 เวทีกลาง (การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการแสดงร่วมสมัย) จัดพิธีเปิด ต้อนรับบุคคลสำคัญ จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย 5 ภาค การแสดงร่วมสมัยและคอนเสิร์ตจากศิลปินที่ได้รับความนิยม ในทุกวันของการจัดงาน อาทิ ตู่ ภพธร, ป๊อป ปองกูล, นภ พรชำนิ, ก็อต จักรพันธ์, ฝน ธนสุนทร, ก้อง ห้วยไร่, ปู่จ๋าน ลองไมค์, ลำไย ไหทองคำ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โซน 6 TAT STUDIO นำเสนอภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน : Amazing Thailand Tourism Year 2018&amp;rdquo; กิจกรรมภายในโซนนี้จะจำลองรูปแบบ Studio ที่มีกิจกรรมประเภท DJ &amp;amp; VJ ดำเนินรายการถ่ายทอดสด โดยเชื่อมสัญญาณผ่านจอ LED ทั่วบริเวณการจัดงาน ให้นักท่องเที่ยวที่เดินชมงานได้ชมบรรยากาศสดภายในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยครบทุกโซน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โซน 7 กิจกรรมท่องเที่ยว OUTDOOR FEST เป็นโซนกิจกรรมประเภท Outdoor โดยความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตร 12 หน่วยงาน อาทิ 1) โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นำกิจกรรมภายใต้ Theme งานวัด 2) กองทัพเรือ โดยกิจการพลเรือน นำเรือใบ และเรือใบมด มาแสดงโชว์ และ 3) Ride to Khongs ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมแข่งจักรยานเลียบแม่น้ำโขงที่จะจัดขึ้นช่วงต้นเดือนมีนาคม 2561 เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โซน 8 TAT LAB นำเสนอกิจกรรม Workshop รูปแบบต่างๆ เช่น กิจกรรม Workshop เพื่อสุขภาพ ได้แก่ ทำอโรม่า ทำลูกประคบ กิจกรรม Workshop เพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น การทำเครื่องประดับจากกระดาษ จัดสวนในขวดแก้ว กิจกรรม Workshop ด้านอาหาร ได้แก่ อาหารออร์แกนิก ทำพิซซ่า ฯลฯ รวมถึง Special Zone อาหารและเมนูอินเทรนด์มากมายจาก Celeb ได้แก่ แม่น้อย โพธิ์งาม / ขายส้มตำ, ป๋าเทพ / ขายขนมเปี๊ยะ, น้ำฝน พัชรินทร์ / ขายคุกกี้, น็อต วรฤทธิ์ / ขายไก่ปิ้ง เนื้อปิ้ง, นาตาลี / ขายขนมเบเกอรี่, โย ยศวดีและเอ อัญชลี / ขายแซนด์วิชเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมพูดคุย/เสวนา ร่วมกับศิลปิน นักแสดงและผู้มีชื่อเสียงในสาขาต่างๆ เช่น ท็อป พิพัฒน์ (Eco Tourism), โย ยศวดี (เรื่องสุขภาพ/การออกกำลังกาย) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โซน 9 กิจกรรม CSR &amp;ldquo;ขยะให้โชค&amp;rdquo; จัดกิจกรรม &amp;ldquo;ขยะให้โชค&amp;rdquo; สร้างจิตสำนึกใส่ใจในสิ่งแวดล้อม และลดปริมาณขยะในแหล่งท่องเที่ยว พร้อมลุ้นรับรางวัลชิงโชคและของที่ระลึก เพียงนำขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น ขวดน้ำพลาสติก, ขวดแก้ว และกระป๋องต่างๆ มาทิ้งลงในถังขยะที่จัดไว้บริเวณทางออก เพื่อร่วมบริจาคให้กับหน่วยงานเพื่อสิ่งแวดล้อมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โซน 10 ประชารัฐ (หน่วยงานพันธมิตรร่วมจัดกิจกรรม) ความร่วมมือทางธุรกิจท่องเที่ยวจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมออกบูธจัดแสดงนิทรรศการประชาสัมพันธ์หน่วยงาน โดยมีหน่วยงานทั้งสิ้นกว่า 12 หน่วยงาน ได้แก่ กรมทรัพยากรธรณี, องค์การสวนสัตว์,ตำรวจท่องเที่ยว, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)-ประชารัฐรักสามัคคี, ขสมก., ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน), นครชัยแอร์, การท่องเที่ยวกองทัพเรือ, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา, บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และสายการบิน AirAsia &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวในตอนท้ายว่า &amp;ldquo;คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงาน &amp;ldquo;เทศกาลเที่ยวเมืองไทย&amp;rdquo; ครั้งที่ 38 ประจำปี 2561 นี้ ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp; 600,000 คน ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวจริงไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 61 ของผู้เข้าร่วมชมงาน คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้ในระหว่างการจัดงานให้ชุมชน/ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานในทันทีกว่า 420 ล้านบาท และจะส่งผลให้เกิดรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศกว่า 1 ล้านล้านบาท&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ สำหรับผู้เข้าร่วมชมงาน เพื่อความสะดวก&amp;nbsp; สามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะ ผู้เข้าร่วมงานสามารถเดินทางด้วยรถสาธารณะประจำทาง รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสีลม (ประตู 1) รถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สรณะ รายงาน &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1016</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, สรณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a5a05ea2922a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
