<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “อุบลราชธานี”เมืองดอกบัวงาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;เชื่อว่าหลายคนคงมีโอกาสได้ยินชื่อของ &amp;ldquo;ผาชะนะได อำเภอโขงเจียม&amp;rdquo; ที่มักได้รับการกล่าวถึงในการรายงานเวลาพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า ขณะที่แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต เป็นเรื่องของพระอาทิตย์ตก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผาชะนะได&amp;rdquo; ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าดงนาทาม เขตอุทยานผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นภูเขาที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 450 เมตร ส่วนของหน้าผาตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกสุดของประเทศไทย เป็นจุดเริ่มต้นคำนวณเวลาพระอาทิตย์ขึ้น และสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเป็นจุดแรกของประเทศไทย ซึ่งหลายคนอยากจะได้มาเห็นกับตาตัวเองสักครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดอุบลราชธานี ถือเป็นจังหวัดขนาดใหญ่ อยู่ในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสานตอนล่างของประเทศไทย มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีรูปลักษณ์และเรื่องราวน่าสนใจ ทั้งแก่งหิน หน้าผา ผืนป่า น้ำตก รวมทั้งเป็นเมืองทางศาสนา ด้วยว่ามีครูบาอาจารย์ทางสายกรรมฐานซึ่งเป็นนักปฏิบัติอันเลื่องชื่อและเป็นที่เคารพของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ขณะที่วัดวาอารามแต่ละแห่งสวยงาม ยิ่งใหญ่อลังการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเชิงประเพณีวัฒนธรรม อุบลราชธานีเป็นจังหวัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา มีประเพณีแห่เทียนพรรษาที่มีการสร้างสรรค์งานแกะสลักบนแท่งเทียน มีงานทอผ้า อย่างผ้าลายกาบบัว ที่โด่งดังระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่อาหารการกิน มีหลากรูปแบบ ทั้งอาหารถิ่นอย่างหมูยออุบล ไข่กระทะ หรือร้านกาแฟทันสมัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเดินทางไปอุบลราชธานีก็มีความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเดินทางโดยรถยนต์ หรือการเดินทางโดยเครื่องบิน รวมทั้งมีสถานที่พัก ทั้งโรงแรมขนาดใหญ่ รีสอร์ต หรือที่พักแนวโมเดิร์นแบบเก๋ไก๋ไว้คอยรองรับผู้มาเยือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานีที่น่าสนใจมีหลายแห่งดังนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผาชะนะได&amp;rdquo; อำเภอโขงเจียม ซึ่งนอกจากจะมองเห็นแสงแรกของดวงอาทิตย์ยามเช้าเป็นจุดแรกของประเทศไทยแล้ว จากจุดที่ยืนอยู่มองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างจะเป็นแม่น้ำโขงกั้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทยและลาว มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ถ้ามาในช่วงฤดูหนาวจะได้ชมความงดงามของทะเลหมอกเหนือลำน้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใกล้ๆ กันคือ &amp;ldquo;ผาแต้ม&amp;rdquo; ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เรียงรายอยู่บริเวณด้านล่างของหน้าผา มีอายุไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000 ปี เป็นภาพเขียนสีที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ความยาวทั้งหมดประมาณ 1,600 เมตร แบ่งออกเป็น 4 จุด คืออยู่ที่ ผาขาม ผาแต้ม ผาหมอนน้อย และผาหมอน ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติผาแต้มทำทางเดินจากหน้าผาด้านบนลงไปชมภาพเขียนสีเหล่านี้ มีทั้งภาพคน สัตว์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัญลักษณ์ ลวดลายเรขาคณิต ฯลฯ ซึ่งบอกเล่าถึงพิธีกรรม ความเชื่อ และวิถีชีวิตของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สามพันโบก&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;แกรนด์แคนยอนเมืองไทย&amp;rdquo; แหล่งท่องเที่ยวที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเป็นกลุ่มหินทรายแนวเทือกเขาภูพานตอนปลาย ที่ทอดตัวยาวริมฝั่งโขงไทยและลาว เรียงตัวทอดยาวเป็นสันดอนขนาดใหญ่ มีขนาดพื้นที่ 10 ตารางกิโลเมตร ความงดงามอลังการของสามพันโบก ถือเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ หินแต่ละก้อนที่ถูกกัดเซาะเว้าแหว่ง บางแห่งเกิดเป็นโพรงขนาดใหญ่จนสามารถแทรกตัวเข้าไปอยู่ได้เหมือนภาพศิลปะ ไฮไลต์ก็คือการได้ไปถ่ายภาพโบกที่มีชื่อว่า &amp;ldquo;มิกกี้เม้าส์&amp;rdquo; ล่องเรือชมความงามของทิวทัศน์แม่น้ำโขง และรับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นบ้าน เช่น ลาบปลา ต้มปลา ที่ร้านอาหารบริเวณสามพันโบก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;แม่น้ำสองสี&amp;rdquo; ที่โขงเจียม เป็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติที่แม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน มีความแตกต่างระหว่างสีของแม่น้ำทั้งสองสาย คือ แม่น้ำมูลที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;โขงสีปูน มูลสีคราม&amp;rdquo; มีจุดชมแม่น้ำสองสีอยู่ริมตลิ่งหน้าวัดโขงเจียม และที่หมู่บ้านห้วยหมาก และสามารถนั่งเรือไปชมทัศนียภาพริมฝั่งโขงได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับคนชอบป่า &amp;ldquo;อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย&amp;rdquo; ครอบคลุมพื้นที่อำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศลาวและประเทศกัมพูชา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาในเทือกเขาพนมดงรัก ป่าจึงมีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์มากๆ ภายในเขตอุทยานฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย โดยมีไฮไลต์ที่ &amp;ldquo;น้ำตกห้วยหลวง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;น้ำตกบักเตว&amp;rdquo; อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สูงประมาณ 30 เมตร สวยงามอลังการมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถ้าเป็นวัด แนะนำ &amp;ldquo;วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว&amp;rdquo; หรือที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;วัดเรืองแสง&amp;rdquo; ตั้งอยู่ที่อำเภอสิรินธร เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงโดยจำลองสภาพแวดล้อมของวัดป่าหิมพานต์ หรือเขาไกรลาศ มาไว้ที่นี่ บริเวณยอดเขาจะมองเห็นพระอุโบสถสีทอง จุดเด่นของวัดคือการได้มาชมจิตรกรรมบนผนังด้านหลังของอุโบสถในยามค่ำคืน เป็นภาพเรืองแสงสีเขียวของต้นกัลปพฤกษ์ที่แสนงดงาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;วัดทุ่งศรีเมือง&amp;rdquo; ตั้งอยู่ในเขตกลางใจตัวเมืองอุบลฯ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี มีสถาปัตยกรรมอันงดงามมากมาย เริ่มต้นกันด้วย &amp;ldquo;หอไตรกลางน้ำ&amp;rdquo; เป็นหอพระไตรปิฎกที่สร้างด้วยไม้ตั้งอยู่กลางสระน้ำ มีลักษณะผสมผสานกันระหว่างศิลปะของไทย ลาว และพม่า นั่นคือตัวอาคารเป็นแบบเรือนไทยภาคกลางลักษณะเรือนยกพื้นสูง ผนังเป็นแป้นฝาไม้แบบเรียบ ภายในมีตู้เก็บพระธรรมลงรักปิดทอง บริเวณหลังคาเป็นทรงจั่วศิลปะไทยผสมพม่า คล้ายสถาปัตยกรรมแบบเชียงรุ้ง มีช่อฟ้าใบระกา นาคสะดุ้งและหางหงส์ ส่วนบนของหลังคาเป็นแบบ 2 ชั้น ส่วนลวดลายแกะสลักบนหน้าบันทั้ง 2 ด้านนั้นเป็นศิลปะแบบลาว บริเวณเรือนฝาปะกนด้านล่างมีลวดลายแกะสลักเป็นรูปสัตว์ประจำราศีต่างๆ ส่วนคันทวยหรือไม้ค้ำยันหลังคาสลักเป็นรูปเทพนมที่บริเวณด้านหน้าประตู นอกนั้นเป็นรูปพญานาคโดยรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยังมีวัดของครูบาอาจารย์สายวัดป่าที่สำคัญ คือ &amp;quot;วัดหนองป่าพง&amp;quot; ตั้งอยู่ที่บ้านพงสว่าง หมู่ที่ 10 ตำบลโนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี แวดล้อมด้วยธรรมชาติอันสงบเงียบ มีบรรยากาศอันร่มรื่น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมหรือการมาศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในสายปฏิบัติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2497 โดยพระโพธิญาณเถร หรือที่รู้จักกันในนาม หลวงพ่อชา สุภัทโท เป็นสถานที่ที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่สนใจพุทธศาสนาเดินทางมาเยือนปีละจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;วัดสระประสานสุข&amp;rdquo; หรือวัดบ้านนาเมือง อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีชื่อเสียง ทั้งในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง มีพุทธศาสนิกชนเลื่อมใสจำนวนมาก ด้วยบารมีของหลวงปู่บุญซึ่งเคร่งครัดในพระวินัยตามสายพระธรรมยุตรวมทั้งมีสถาปัตยกรรมสวยงาม มีพระอุโบสถแปลกตา สร้างเป็นรูปเรือสุพรรณหงส์ประดับตกแต่งด้วยเซรามิก ทำให้มีคนเดินทางมาชมและมาทำบุญจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;วัดถ้ำคูหาสวรรค์&amp;rdquo; จุดเด่นของวัดนี้คือมี พระเจดีย์ยอดสีทอง ชื่อว่าพระธรรม เจดีย์ศรีไตรภูมิ โดยมียอดเจดีย์ใหญ่ 1 ยอด ตรงกลางล้อมรอบด้วยยอดเล็กๆ อีก 8 ยอดที่มีความสวยงามมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ตั้งอยู่ที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ติดแม่น้ำโขง บริเวณวัดเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่ได้รับความนิยมจุดหนึ่ง ใครที่ไปเที่ยวอุบลฯ แล้วมีโปรแกรมที่จะไปผาแต้ม มักไม่ยอมพลาดวัดนี้&amp;nbsp; บริเวณด้านในถ้ำยังเป็นที่ประดิษฐานร่างของหลวงปู่คำคนิง จุลมณี ซึ่งมรณภาพแล้วแต่สังขารไม่เน่าเปื่อย แต่ละวันมีลูกศิษย์ลูกหาและผู้ศรัทธาแวะกราบนมัสการจากทั่วสารทิศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;วัดมหาวนาราม&amp;rdquo; หมายถึง &amp;ldquo;วัดป่าใหญ่&amp;rdquo; เดิมชาวอุบลเรียกวัดนี้ว่า &amp;ldquo;วัดป่าหลวง&amp;rdquo; ซึ่งหลวงในภาษาอีสานและเหนือก็หมายถึง ใหญ่ นั่นเอง ถือเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี สร้างด้วยศิลปะแบบล้านนา ที่ตัวพระอุโบสถไม่สูงมาก มีหลังคาจั่วหลายชั้น ตั้งอยู่กลางเมืองบริเวณ ถนนหลวง ตำบลในเมือง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีวัดอื่นๆ อีกหลายวัดตั้งเรียงรายตั้งอยู่ติดกัน วัดนี้ยังมีคนในพื้นที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า &amp;ldquo;วัดพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง&amp;rdquo; ตามชื่อพระประธานที่ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เดินสายท่องเที่ยวและทำบุญกันมาหลายจุดแล้ว เมื่อมาอุบลราชธานี ไม่ควรพลาดอาหารประจำถิ่นที่หารับประทานได้ง่ายๆ เช่น ในตัวเมืองอุบลฯ มีอาหารเช้ารสเลิศคือ ไข่กระทะ หมูยอ และกวยจั๊บญวน หาชิมได้จากร้านทั่วไปและร้านยอดนิยมอย่าง &amp;ldquo;สามชัยกาแฟ (ข้างจวนผู้ว่าฯ)&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;99 ก๋วยจั๊บรสแซบ&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนคออาหารอีสานขนานแท้มาแล้วรับรองไม่ผิดหวังกับส้มตำรสแซบนัวให้ชิมกัน เช่น&amp;nbsp; &amp;ldquo;ร้านส้มตำ ทบ.&amp;rdquo; ส่วนร้านอื่นๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน แต่มาถิ่นนี้แล้วต้องสั่งแนว ตำปู ตำลาว ตำซั่ว ตำสายบัว ตำโคราช ตำป่า ตำแตง พร้อมปลาเผา ปีกไก่ทอด หมูทอด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนของฝากเมืองจากเมืองอุบลราชธานี มีทั้งหมวดอาหารอย่างหมูยอ หรือเส้นกวยจั๊บเมืองอุบลมีหลายแบรนด์ ทุกร้านรับประกันคุณภาพสินค้าไม่ใส่สารกันบูด กินแล้วสบายใจ เช่น ร้านหมูยอกิมลั้ง หมูยอ ณ อุบล หรือร้านดาวทอง ร้านหมูยอตองหนึ่ง ฯลฯ เป็นต้น คนชอบผักแหนมเนืองเมืองนี้ขึ้นชื่อเช่นกัน ส่วนของที่ระลึกประเภทผ้า ผ้ากาบบัวที่โด่งดังระดับโลก เลือกเป็นของขวัญของฝาก รับประกันคนรับปลื้มใจสุดๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้สนใจ หากมีโอกาสเดินสายไปถึงถิ่นเมืองดอกบัวงาม นามอุบลราชธานีแล้ว ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี (รับผิดชอบในพื้นที่อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร) โทร. 0-4524-3770 หรือติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook :Tat Ubonratchathani &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สรณะ รายงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60458</URL_LINK>
                <HASHTAG>Tat Ubonratchathani, การท่องเที่ยว, ท่องเที่ยว, สรณะ รายงาน, อุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200321/image_big_5e76048445872.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(พลุสว่างไสวสวยงามตระการตาในงานบุญผะเหวด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาคอีสาน หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพื้นที่ที่มีเสน่ห์ ทางด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะงานประเพณีที่เกี่ยวกับความเชื่อ ความศรัทธาทางพระพุทธศาสนา ซึ่งสะท้อนเรื่องราวของการดำเนินชีวิตของผู้คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด จังหวัดร้อยเอ็ดกำหนดจัดงาน &amp;ldquo;มหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด&amp;rdquo; ประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคม 2563 บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด และเกาะกลางบึงพลาญชัย อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่มีความสำคัญยิ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นางสาวศิริวรรณ สีหาราช ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานขอนแก่น (รับผิดชอบพื้นที่ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดการจัดงานประเพณีบุญผะเหวดว่า เป็นประเพณีที่คนไทยในภาคอื่นๆ รู้จักกันในนาม &amp;ldquo;เทศน์มหาชาติ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;เทศน์พระเวสสันดร&amp;rdquo; ซึ่งในภาษาอีสานเรียกว่า &amp;ldquo;เทศน์ผะเหวด&amp;rdquo; เป็นงานบุญเดือน 4 และเป็นหนึ่งในฮีต 12 ตามวิถีวัฒนธรรมของชาวอีสาน ถือเป็นประเพณีสำคัญยิ่งในพระพุทธศาสนา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(ขบวนแห่พระอุปคุตพระราชทาน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จังหวัดร้อยเอ็ด โดยคณะสงฆ์ ส่วนราชการหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp; ภาคเอกชน และประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ด จึงได้ร่วมใจกันจัดงานประเพณีบุญผะเหวดขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 เพื่อเป็นการส่งเสริมพระพุทธศาสนา และให้ประชาชนสำนึกในคุณงามความดีขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกำหนดให้การจัดงานประเพณีบุญผะเหวดเป็นงานประจำปีของจังหวัดร้อยเอ็ดสืบเนื่องติดต่อกันมาทุกปี โดยในปี 2563 นี้ นับเป็นปีที่ 30 ของการจัดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(พระอุปคุต)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายในงาน มีกิจกรรมที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2563 ชมขบวนแห่พระอุปคุตพระราชทาน ส่วนช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป มีการแสดงแสง สี เสียงให้ชม ไฮไลต์ของการจัดงานคือ ขบวนแห่&amp;nbsp; &amp;ldquo;มหาทานบารมี ตำนาน พระเวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์ ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม เวลาประมาณ 09.30 น.เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(พิธีแห่ข้าวพันก้อนหนึ่งในกิจกรรมงานบุญผะเหวด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2563 มีพิธีแห่ข้าวพันก้อน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมได้ จากนั้นตั้งแต่ 08.30 น.เป็นต้นไป ฟังเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ พร้อมพบกับขบวนแห่กัณฑ์จอบกัณฑ์หลอน ซึ่งเป็นลักษณะคล้ายๆ การแห่ต้นผ้าป่าเพื่อนำไปถวายให้ที่วัด และการออกซุ้มข้าวปุ้น หรือขนมจีน ให้กินฟรีทั่วเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากมาร่วมงานบุญอันเป็นมหากุศลแล้ว จังหวัดร้อยเอ็ดยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ซึ่งเหมาะกับนักท่องเที่ยวสายบุญ อีกหลายแห่ง เช่น พระมหาเจดีย์ชัยมงคล วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์ ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เกิดจากแรงศรัทธาในพระพุทธศาสนาของประชาชนและหลวงปู่ศรี มหาวีโร พระเถระฝ่ายวิปัสสนา ลูกศิษย์พระอาจารย์มั่นเป็นผู้สร้าง มีลักษณะเป็นพระมหาเจดีย์สีขาวขนาดใหญ่ ด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างแบบขององค์พระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม สูง 6 ชั้น ยอดฉัตรทองคำ มีความกว้าง ยาว และสูงอย่างละ 101 เมตร รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็ก 8 ทิศ สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่บนยอดภูเขาเขียว แนวเทือกเขาภูพาน สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงาม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แต่ละชั้นของพระมหาเจดีย์ ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม ประดิษฐานรูปเหมือนสลักหินทรายของพระคณาจารย์ ปราชญ์อีสานในอดีตและหุ่นรูปเหมือนพระสุปฏิปันโนในจำนวน 101 องค์ รวมทั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานซึ่งเก็บรวบรวมอัฏฐะบริขารของหลวงปู่ศรี มหาวีโร ผู้ดำเนินการสร้างพระมหาเจดีย์อีกด้วย ชั้นบนสูงสุด เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รวมยอดทองคำเป็น 109เมตร ใช้ทองคำหนัก 4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากนี้ยังเป็นพระมหาเจดีย์ 1 ใน 5 ตามเส้นทางไหว้พระธาตุอีสาน 4 เมืองรุ่งเรืองตลอดชีวิต ซึ่งว่ากันว่า อานิสงส์ที่ได้รับจากการสักการะพระมหาเจดีย์ชัยมงคล จะช่วยเสริมส่งมงคลทางด้านการมีชัยชนะเหนือผู้อื่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(วัดป่ากุง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับผู้ที่มีศรัทธาต่อหลวงปู่ศรี มหาวีโร หรือพระเทพวิสุทธิมงคล สามารถไปที่ วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ ภายในมีเจดีย์หินทรายแห่งแรกของประเทศไทย จำลองแบบการก่อสร้างจากบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย สร้างลดหลั่นกัน 7 ชั้น ผนังด้านนอกแกะสลักหินบอกเล่าเรื่องราวพุทธศาสนา ภายในเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และบอกเล่าประวัติของหลวงปู่ศรีไว้โดยละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(เจดีย์มหามงคลบัว)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หากมีเวลาและยังอยากเดินสายไปไหว้พระที่วัดในสถานที่อื่นๆ ต่อ แนะนำให้ไปที่ วัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด มีพระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อใหญ่ สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวร้อยเอ็ดเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยังมี พระเจดีย์มหามงคลบัว จังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองแวง จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นพระเจดีย์สีทองโดดเด่นกลางสวน สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระธรรมวิสุทธิมงคล หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี ด้านหน้ามีสระน้ำกว้าง บริเวณโดยรอบร่มรื่น นับเป็นเจดีย์เดียวที่ได้รับอนุญาตจากท่านหลวงตามหาบัวให้สร้างขึ้นในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้วางศิลาฤกษ์และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุด้วยตัวท่านเอง เป็นศูนย์รวมของพุทธศาสนิกชนผู้เลื่อมใสศรัทธาในหลวงตามหาบัว ทั้งยังเป็นที่เผยแผ่ธรรมะและใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมของชาวพุทธ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(หอโหวด และบึงพลาญชัย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทำบุญกันมาพอสมควรแล้ว แนะนำให้มาปิดท้ายกันที่ บึงพลาญชัย และหอโหวด จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เมื่อมาเยือนจังหวัดร้อยเอ็ดแล้วไม่ควรพลาด ตัวบึงพลาญชัยเป็นเกาะกลางบึงน้ำขนาดใหญ่ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวร้อยเอ็ด บนพื้นที่ 2 แสนตารางเมตร และมีหอชมเมืองรูปโหวด คนจึงนิยมเรียกกันว่า &amp;ldquo;หอโหวด&amp;rdquo; เป็นแลนด์มาร์คใจกลางเมืองร้อยเอ็ด ความสูงกว่า 101 เมตร สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองร้อยเอ็ดได้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สุดท้ายแนะนำให้ไปชม Street Art 101 จังหวัดร้อยเอ็ด &amp;nbsp;พื้นที่แนวอาร์ตสุดฮิปของจังหวัดร้อยเอ็ด พบกับกราฟฟิตี้สีสันสดใสบนกำแพงยาว 200 เมตร ยาวที่สุดของภาคอีสานบริเวณถนนคูเมืองทิศตะวันตกติดกับสวนเฉลิมพระเกียรติภูมิพลมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยกลุ่มศิลปินได้สร้างสรรค์ผลงานตามหัวข้อ &amp;ldquo;ร้อยเอ็ดในมุมมองของคุณ&amp;rdquo; ภาพที่ออกมาจึงมีความหลากหลายแล้วแต่ความคิดและจินตนาการของศิลปิน กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ใครๆ มาเมืองร้อยเอ็ดก็อยากมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(วัดบูรพาภิราม)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้สนใจร่วมกิจกรรมงานประเพณีบุญผะเหวดและเดินสายทำบุญที่จังหวัดร้อยเอ็ด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานขอนแก่น (รับผิดชอบพื้นที่ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม) โทร. 0-4322-7714-6 หรือติดตามข้อมูลได้ที่ Facebook : TAT Khonkaen&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58514</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดร้อยเอ็ด, ททท., มองเมือง, ศิริวรรณ สีหาราช, สรณะ รายงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200229/image_big_5e5a664d6bd93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัมผัสบรรยากาศสุดประทับใจ หนาวนี้ใครๆก็ไปเที่ยวเชียงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมื่อถึงฤดูหนาวหลายคนก็อยากจะเดินทางไปสัมผัสความประทับใจและสวยงามของทะเลหมอกบนยอดภู รวมทั้งความงดงามของธรรมชาติ ทั้งไม้ดอกไม้ประดับและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว อย่างเช่นเมืองเชียงใหม่ ถือเป็นหมุดหมายแรกๆ ที่ใครๆ นึกถึง และอยากไปสัมผัสบรรยากาศหนาวเย็น จึงถือโอกาสแนะนำสถานที่ต่างๆ เป็นทางเลือกของนักเดินทางช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เริ่มที่ &amp;ldquo;สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง&amp;rdquo; สถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชประสงค์ให้ชาวไทยภูเขาที่พักอาศัยอยู่ตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือเลิกปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย และต่อมาได้แปรสภาพเป็นขุนเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้ผลกว่า 12 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และดอกไม้เมืองหนาวกว่า 20 ชนิด เปิดให้นักท่องเที่ยวไปชมพืชและผลเมืองหนาว ได้แก่ ท้อ บ๊วย พลัม สตรอเบอร์รี่ สาลี่ ราสเบอร์รี่ พลับ กีวี แครอต ผักสลัดต่างๆ รวมทั้งแปลงไม้ดอก เช่น คาร์เนชั่น กุหลาบ แอสเตอร์ เบญจมาศ ฯลฯ และสามารถซื้อผลิตผลของทางสถานีได้อีกด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ต่อด้วย &amp;ldquo;ดอยอินทนนท์&amp;rdquo; ดินแดนสูงสุดแดนสยามแห่งนี้ให้ท่านได้เที่ยวรับลมหนาวแบบเต็มๆ แบบสุดขั้ว พร้อมแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ มากมายให้เลือก อาทิ น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ พระมหาธาตุเจดีย์ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา โครงการหลวงอินทนนท์ และจุดชมทิวทัศน์ กม.41 เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ถัดมาคือ &amp;ldquo;ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง&amp;rdquo; มีกิจกรรมท่องเที่ยวคือ ชมโรงเรือนปลูกดอกเบญจมาศหลากสีสัน ทั้งแบบดอกเดี่ยว ดอกช่อ และดอกลิเซียนทัส คาร์เนชั่น ลิลลี่ ชมแปลงปลูกชาจีนเบอร์ 12 พันธุ์หยวนจืออู่หลง ดูขั้นตอนการผลิตชาพร้อมชิมชา &amp;nbsp;ชมแปลงไม้ผล เช่น องุ่นไร้เมล็ด กีวีฟรุต พีช พลับ เครปกูสเบอร์รี่ เสาวรสหวาน สตรอเบอร์รี่ และบ๊วย ชมแปลงปลูกผักเมืองหนาว เช่น มะเขือเทศดอยคำ บร็อกโคโลนี ถั่วหวาน ผักกาดหวาน บร็อกโคลี หอมญี่ปุ่น ฯลฯ ชมโรงเรือนสาธิตการปลูกวานิลลา ออกฝักพร้อมเก็บเกี่ยวเดือนมีนาคม โรงเรือนเห็ดเมืองหนาว เช่น เห็ดพอร์โตเบลโล เห็ดแชมปิญอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;แม่กำปอง&amp;rdquo; แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ และชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสอากาศเย็นสบาย มาผ่อนคลายและใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพ อาทิ อบสมุนไพรจากเตาถ่าน ย่างแคร่ นวดผ่อนคลาย และทำกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ เช่น การปลูกป่า โดยมีโฮมสเตย์หรือบ้านพักบริการแบบส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;มอนแจ่ม&amp;quot; ชวนมาสัมผัสอากาศเย็นสบายตลอดปี มีหมอกยามเช้า นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์โดยรอบ รวมทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก อีกด้านก็จะเป็นไร่ปลูกพืชต่างๆ ของโครงการหลวง นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงบริเวณม่อนแจ่ม ในลักษณะของแคมปิ้งรีสอร์ตให้นักท่องเที่ยวมาพักค้างคืนกินหมูกระทะสัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ใครชอบแสงสีความคึกคักต้องมา &amp;ldquo;นิมมานเหมินทร์&amp;rdquo; ถนนสายสำคัญที่เป็นแหล่งรวมความทันสมัย ร้านอาหาร ความบันเทิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านกาแฟและร้านเบเกอรี่ต่างๆ ที่มีมากมายจนบางท่านเรียกว่าถนนสายกาแฟ การตกแต่งร้านต่างๆ บนถนนเส้นนี้บอกได้คำเดียวครับ &amp;ldquo;สุดยอดมาก&amp;rdquo; ทั้งสวย เก๋ แนว ไอเดียสร้างสรรค์ต่างๆ นี้ทำให้ถนนนิมมานฯ มากี่ทีก็ประทับใจ ไม่ว่าจะมาตอนกลางวันหรือมาตอนกลางคืน สมกับเป็นถนนยอดฮิตแห่งเมืองเชียงใหม่ สะท้อนความเป็นเมืองเชียงใหม่ได้อย่างแท้จริง นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดมาเดินเล่นบนถนนนิมมานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปิดท้ายด้วยสถานที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเชียงใหม่ คือ &amp;ldquo;วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร&amp;rdquo; ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพ เป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ก่อสร้างตามแบบศิลปะล้านนา มีเจดีย์ทรงเชียงแสน สีทองสวยงามอร่ามตา และลานเจดีย์ที่เป็นจุดชมทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่อีกด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ด้วยธรรมชาติที่สวยงามผสมผสานอัตลักษณ์ต่างๆ ผ่านวัดวาอารามและชุมชน และสีสันความร่วมสมัยของเมืองเชียงใหม่ ถือเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดในฤดูหนาวนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์: 0-5324 8604-5 โทรสาร: 0-5324-8606 อีเมล: tatchmai@tat.or.th และเว็บไซต์: http://www.tourismchiangmai.org&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51468</URL_LINK>
                <HASHTAG>มองเมือง, สรณะ รายงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191130/image_big_5de2592b06d45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
