<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2019 06:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2019 06:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ใจแข็งยืนเป้าส่งออก 8% ด้านสรท.ให้เต็มที่โต 5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยในงานเสวนา &amp;ldquo;มองโลก มองไทย : ทิศทางส่งออกปี 2562&amp;rdquo; จัดโดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) วันที่ 7 ก.พ.2562 ว่า กรมฯ ยังคงยืนยันเป้าหมายการส่งออกในปี 2562 ขยายตัวที่ 8% หรือคิดมูลค่า 272,685 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าสำนักพยากรณ์เศรษฐกิจขององค์กรต่างๆ จะปรับลดเป้าหมายการส่งออกในปีนี้ลงมา เพราะมองว่าจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และอื่นๆ แต่กรมฯ ต้องการตั้งเป้าไว้เป็นเป้าทำงาน ส่วนจะทำได้หรือไม่ ต้องหารือกับภาคเอกชนอีกครั้ง ตอนนี้ยังคงเป้าไว้ตามเดิมก่อน

&amp;ldquo;ช่วงปลายเดือนก.พ.นี้ กรมฯ จะหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ (สอท.) หอการค้าไทย และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ในการหามาตรการขับเคลื่อนการส่งออกเป็นรายตลาด เพราะแต่ละตลาดมีสินค้าที่มีโอกาสอยู่เป็นจำนวนมาก และยังมีแผนที่จะผลักดันผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ผู้ประกอบการชุมชนให้มีโอกาสส่งออกด้วย รวมถึงการเพิ่มช่องทางการขายออนไลน์&amp;rdquo;

สำหรับเป้าส่งออกเป็นรายตลาด เช่น จีน ตั้งเป้าขยายตัว 12% , ฮ่องกง 12% , รัสเซียและซีไอเอส 10% , ญี่ปุ่น 7% , เกาหลีใต้ 7% , อาเซียน 9 ประเทศ 8.3% , เอเชียใต้ 8% , แอฟริกา 10% , อเมริกาเหนือ 6.1% , ยุโรป 27 ประเทศ 3% และตะวันออกกลาง 3% เป็นต้น

ด้านนางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) สภาผู้ส่งออก เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกในปี 2561 ไทยส่งออกรวมมูลค่า 252,486 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 6.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทที่ 8,093,441 ล้านบาท ขยายตัว 1.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 249,232 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 12.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นมูลค่า 8,098,098 ล้านบาท ขยายตัว 6.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนการส่งออกของไทยในเดือนธันวาคม ปี 2561 ที่ผ่านมามีมูลค่า 19,381 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัว -1.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 633,803 ล้านบาท หดตัว -1.3% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 18,316 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 8.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และการนำเข้าในรูปของเงินบาทมีมูลค่า 606,844 ล้านบาท หดตัว -7.7%

ทั้งนี้การส่งออกในเดือนธันวาคม กลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวที่ -6.6% โดย น้ำตาลทราย ผัก ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป และ ไก่สด แช่แข็งและแปรรูป ยังคงมีการเติบโต แต่ยางพารามีการหดตัว ขณะที่ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม หดตัว -0.8% ส่วนกลุ่มสินค้าที่มีการขยายตัว ได้แก่ สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ และกลุ่มสินค้าที่มีการหดตัวได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์&amp;nbsp; อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ส่งออกในปี 2561 มีการขยายในช่วงครึ่งปีแรก แต่เริ่มมีการหดตัวในช่วงครึ่งปีหลังเนื่องจากผลกระทบของสงครามการค้า การผันผวนของค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ การการระมัดระวังผลกระทบของสงครามการค้าของประเทศต่างๆที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐอเมริกาและจีน และการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของหลายประเทศ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ส่งออกในปี 2562 ยังคงต้องเตรียมรับมือการความผันผวนทั้งนี้ สรท. จึงคาดการณ์การส่งออกปี 2562 จะมีอัตราการขยายตัวได้ที่ประมาณโต 5%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28590</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, สรท., เป้าส่งออกปี 2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c346df7214bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21445</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งออก 9 เดือนยังขยายตัวแตะ 8.1%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรท.โชว์ตัวเลขการส่งออก 9 เดือน มีมูลค่ารวม 189,730 ล้านเหรียญสหรัฐ โต 8.1% เผยสหรัฐตัดสิทธิ์ทางการค้า 11 รายการไม่กระเทือนมาก พร้อมเฝ้าระวังสงครามการค้าอาจกระทบส่วนแบ่งตลาดเกิน 50% ตามเงื่อนไขของจีเอสพี พร้อมคาดการณ์ปี 62 การส่งออกยังขยายตัวได้ที่ประมาณ 5%

06 พ.ย.61 นางสาวกัญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สรท.(สภาส่งออก) เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกของไทยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย.) โดยมีมูลค่าการส่งออกรวมมูลค่า 189,730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 8.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าการส่งออกในรูปแบบเงินบาทที่ 6,057,520 ล้านบาท ขยายตัว 0.9% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 186,891 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 15.2% หรือคิดเป็นมูลค่า 6,048,330 ล้านบาท ขยายตัว 7.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้การส่งออกในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา มีมูลค่าการส่งออก 20,700 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 5.2% ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 20,213 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 9.9% และการนำเข้าในรูปแบบเงินบาทมีมูลค่า 669,280 ล้านบาท ขยายตัว 8.8% สำหรับกลุ่มสินค้าที่มีการหดตัวได้แก่ กลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรลดลง 0.6% ขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมหดตัว 6.7% ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 19 เดือน ทั้งนี้ภาวะการส่งออกในช่วง 9 เดือน ยังคงมีแนวโน้มการขยายตัว แม้จะมีความเสี่ยงของภาวะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ส่วนในเรื่องของการที่ไทยจะถูกตัดสิทธ์ทางการค้า หรือ จีเอสพี จากสหรัฐ จำนวน 11 รายการ ว่า อาจทำให้ไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่งและเป็นสัญญาณว่าตลาดสหรัฐมีความต้องการสินค้าไทย ทั้งนี้จึงจำเป็นที่ไทยจะต้องเฝ้าจับตาช่วงสงครามการค้าสหรัฐ อาจนำสินค้าไทยเพิ่มขึ้นทดแทนสินค้าจีน และอาจกระทบส่วนแบ่งตลาดเกิน 50% ตามเงื่อนไขของ จีเอสพี ทั้งนี้ สรท.จะคอยติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สรท.มีข้อเสนอแนะให้ภาครัฐต้องกำกับดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ สำหรับในปี 2562 สรท.คาดว่าการส่งออกของไทยจะยังมีอัตราการขยายตัวได้ที่ประมาณ 5%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21445</URL_LINK>
                <HASHTAG>การส่งออกของไทย, จีเอสพี, สรท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be14a1e21b36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2018 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2018 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สรท.หวั่นถูกตัดGSPไทยเสียเปรียบคู่แข่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรท. จับตาไทยส่งสินค้าไปสหรัฐ หลังโดนตัดสิทธิจีเอสพี &amp;nbsp;หวั่นส่งผลประเทศคู่แข่งได้เปรียบมากขึ้น ย้ำอนาคตต้องดูแลการส่งออกไม่ให้เกิน 50% หากเกินต้องกระจายสู่ตลาดอื่น ๆ เพื่อลดการถูกตัดสิทธิเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่าจากการที่สหรัฐตัดสิทธิ์โครงการทบทวนพิเศษทางภาษีศุลกากรที่ให้กับประเทศกำลังพัฒนา (จีเอสพี) กับสินค้าไทยในครั้งนี้ จะกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันของสินค้าทั้ง 11 รายการ เพราะประเทศคู่แข่งจะได้เปรียบไทยมากขึ้น แต่จะมากน้อยแค่ไหนจะต้องลงไปดูรายสินค้าว่าจะลดราคาสู้ได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ภาพรวมกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยไม่มาก ขณะนี้สินค้าไทยยังได้สิทธิ์ จีเอสพี จากสหรัฐกว่า 3,000 รายการ ซึ่งในระยะยาวประเทศไทยจะต้องจับตาสินค้าที่ไทยได้สิทธิ์ จีเอสพี ส่งไปยังตลาดสหรัฐอย่างใกล้ชิดทุกเดือน หากสินค้าใดที่ยอดส่งออกมีส่วนแบ่งการตลาดใกล้ 50% ก็จะต้องเตือนไปยังสมาคมผู้ผลิตสินค้าเหล่านี้ให้ปรับฐานตลาดส่งออกกระจายไปยังประเทศอื่นเพิ่ม เพื่อป้องกันไม่ให้มีส่วนแบ่งการตลาดเกิน 50%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทาง สทร. มีความเป็นห่วงว่าสงครามการค้าระหว่างจีน &amp;ndash; สหรัฐ ที่ยืดเยื้อ จะทำให้สหรัฐนำเข้าสินค้าไทยบางชนิดทดแทนจากจีนเพิ่มขึ้น จนอาจจะมีส่วนแบ่งการตลาดเกิน 50% ดังนั้นหลังจากนี้จะต้องจับตายอดการส่งออกสินค้าไปสหรัฐอย่างละเอียดทุกเดือน เพื่อป้องกันการถูกตัดสิทธิ์ จีเอสพี&amp;rdquo;นายวิศิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผู้ผลิตควรจะปรับปรุงสินค้าไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อหลีกหนีการแข่งขันด้านราคา ซึ่งแม้ว่าภาษีจะสูงกว่าคู่แข่งแต่ก็ยังขายสินค้าได้ หรือปรับเปลี่ยนสินค้าไปยังพิกัดภาษีอื่น เพื่อกระจายสินค้าไม่ให้มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 50% เช่น นำสินค้าวัตถุดิบการเกษตร มาแปรรูปเป็นอาหารที่หลากหลาย จะช่วยเปลี่ยนพิกัดทางภาษีได้หลายชนิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21257</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีเอสพี, ตัดสิทธิจีเอสพีสินค้าไทย, ตัดสิทธิ์โครงการทบทวนพิเศษทางภาษีศุลกากร, สรท., ส่งออกไปสหรัฐ, ไทยเสียเปรียบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181103/image_big_5bdd059ff1857.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สรท.คงเป้าส่งออกเติบโตทั้งปี 9% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรท.เผยสถานการณ์ส่งออก เดือน ส.ค.ขยายตัวต่อเนื่องในระดับสูงเป็นเดือนที่ 18 ส่งผลให้การส่งออก 8 เดือน มีมูลค่ารวม 169,030 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 10.% พร้อมคงเป้าส่งออกทั้งปีอยู่ที่ 9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 ต.ค. 61 นางสาว กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยถึงภาพรวมการส่งออกในเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมามีมูลค่า 22,794 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวต่อเนื่องในระดับสูงเป็นเดือนที่ 18 ที่ 6.7% การส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 755,232 ล้านบาท ขยายตัว 6.1%ในขณะที่ การนำเข้ามีมูลค่า 23,383 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 22.8% และการนำเข้าในรูปของเงินบาทมีมูลค่า 784,848 ล้านบาท ขยายตัว 22.2% ส่วนการส่งออกในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ส.ค.) มีการส่งออกรวมมูลค่า 169,030 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 10.0%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
โดยกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัวที่ 4.1% โดย ผัก ผลไม้สด แช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง, เครื่องดื่ม และข้าวที่มีการขยายตัวในหลายตลาด แต่กลุ่มสินค้าที่มีการหดตัวคือ ยางพารา และน้ำตาลทราย ขณะที่ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ยังคงขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ที่ 5.8% กลุ่มสินค้าที่มีการขยายตัวในระดับสูง ได้แก่ สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน, รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และกลุ่มสินค้าที่มีการหดตัวได้แก่ ทองคำ และกลุ่มอุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์ ไดโอด
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามการส่งออกของไทยในเดือนส.ค. ยังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดอาเซียนและ CLMV รวมถึงการส่งออกไปอินเดียและเอเชียใต้ยังขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง ส่วนการส่งออกไปจีนชะลอลงเล็กน้อยที่ 2.3% ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น สหรัฐและสหภาพยุโรป ยังคงขยายตัว 3.2% โดยการส่งออกไปญี่ปุ่นขยายตัวเร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าและสหรัฐฯ กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน อย่างไรก็ตาม สรท.ยังคงคาดการณ์เติบโตทั้งปี 9%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19094</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์, ผลไม้, ผัก, สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย, สรท., สินค้าเกษตร, ส่งออก, แปรรูป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb5c34bed91f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรท.หวังปี 61 ส่งออกโตแตะ 9%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรท.เผยการส่งออกเดือน มิ.ย.มีมูลค่า 21,780 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 8.2% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 ดันส่งออกครึ่งปี มีมูลค่ารวม 125,812 ล้านดอลลาร์เหรียญสหรัฐ ขยายตัว 11% พร้อมลุ้นปี 61 ส่งออกโตแตะ 9%

02 ส.ค. 61 นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สรท.(สภาผู้ส่งออก) เปิดเผยว่าภาพรวมการส่งออกในเดือน มิ.ย. ปี 2561 มีมูลค่า 21,780 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 8.2% ขยายตัวต่อเนื่องในระดับสูงเป็นเดือนที่ 16 การส่งออกในรูปแบบเงินบาทมีมูลค่า 694,113 ล้านบาท ขยายตัว 0.8% ขณะที่การนำเข้าเดือน มิ.ย.มีมูลค่า 20,201 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 10.8% ซึ่งการนำเข้าในรูปแบบของเงินบาทมีมูลค่า 652,583 ล้านบาท ขยายตัว 3.4% ส่งผลให้การส่งออกของไทยในครึ่งปีแรก มีมูลค่ารวม 125,812 ล้านดอลลาร์เหรียญสหรัฐ ขยายตัว 11%

&amp;ldquo;การส่งออกของไทยในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมายังคงสามารถกระจายการขยายตัวได้ดีในเกือบทุกตลาดสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งตลาดหลัก ตลาดรอง และตลาดศักยภาพ เช่น จีน ยุโรป ญี่ปุ่น อินเดีย และ CLMV โดยเฉพาะในสหรัฐที่มีการขยายตัวสูงสุด อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ สรท.ยังคงคาดการณ์การส่งออกของไทยในปีนี้เติบโตได้ที่ 8-9% โดยมีเงือนไขต้องมีการส่งออก21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน จะเติบโตได้ที่ 8% หากให้เติบโตได้ถึง 9% ต้องมีการส่งออกต่อเดือนอยู่ที่ 22,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน&amp;rdquo;นางสาวกัณญภัค กล่าว

ขณะที่ทิศทางการส่งออกของไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 นี้ สรท.มองว่ายังมีอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากเศรษฐกิจคู่คู้าโดยเฉพาะในตลาดที่มีศัยกภาพสูงที่สอดคล้องกับภาวะการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ดัชนีการคคาดการณ์ภาวะธุรกิจการส่งออกในไตรมาส 3 นี้ยังอยู่ที่ระดับ 66.0 ขึ้นจากระดับ 55.5 ในเดือนที่ผ่านมาซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่มีต่อภาคการส่งออก ผลกระทบเชิงบวกจากสงครามการค้าที่ไทยเร่งผลักดันการส่งออกสินค้าไปทดแทนกลุ่มสินค้าที่มีการกีดกันทางการ ส่วนแนวโน้มทิศทางการอ่อนค่าลงของเงินบาทเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14568</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประมาณการส่งออก, ผู้ส่งออก, สรท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b6290cbc1340.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรท.ยันเป้าส่งออกโตไม่ต่ำกว่า 6%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
สรท.เผยสถานการณ์ส่งออก 2 เดือนแรกปี 61 มีมูลค่ากว่า 20,365 ล้านเหรียญสหรัฐ โต 10.3% พร้อมยันเป้าส่งออกทั้งปีโตไม่ต่ำกว่า 6%

03 เม.ย. 61 น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก) หรือ สรท. เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกของไทยในไตรมาสแรกของปี 2561 ยังมีแนวโน้มในการขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลกและความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจ แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากเงินบาทยังคงมีแนวโน้มแข็งค่า ภาวะตลาดหุ้นยังผันผวน ภาวะขาดแคลนอุปทานในภาคสินค้าเกษตรในบางกลุ่มและปัจจัยลบจากนโนบายการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศที่มีความรุนแรงขึ้นซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการค้าในระยะต่อไป

ส่วนสถานการณ์ค่าเงินบาทในเดือนมี.ค. ยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.1-31.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง สรท.คาดการณ์ว่าค่าเงินในปี 2561 นี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 31.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้เป็นการแข็งค่าขึ้นจากช่วงเดือน ก.พ. ปัจจุบัน ณ วันที่ 2 เม.ย. นี้ ส่วนความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 31.17 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นมา 3.4% หรือมากกว่า 12% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินของคู่ค้าและคู่แข่งขันทางการค้าสำคัญของไทย ในขณะที่ค่าเงินสกุลเอเชียส่วนใหญ่แข็งค่าไปในทิศทางทางเดียวกันกับภูมิภาค

สำหรับภาพรวมการส่งออกในช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ปี 2561 ที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเป็นเลขสองหลักที่ประมาณ 10.3% หรือมีมูลค่า 20,365 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน การส่งออกในรูปแบบเงินบาทเท่ากับ 643,706 ล้านบาท ลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยการนำเข้าในเดือน ม.ค. มีมูลค่า 19,557 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 16% การนำเข้าในรูปแบบเงินบาท มีมูลค่า 626,231 ล้านบาท ขยายตัว 4.7% อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ สรท.ยังคงเป้าอัตราการเติบโตการส่งออกอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 6%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6344</URL_LINK>
                <HASHTAG>สรท., ส่งออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac3104f0cd8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2018 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2018 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรท.หวั่นเงินบาทแข็งค่าและปรับค่าแรงกระทบส่งออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรท.เล็งเงินบาทแข็งค่าและการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ฉุดภาคการส่งออกหวั่นสูญเสียรายได้ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แนะภาครัฐเลื่อนการปรับขึ้นค่าแรงออกไป 1 ปี ยันเป้าหมายการส่งออกปี 61 ขยายตัวที่ 5.5% พร้อมโชว์ตัวเลขส่งออกปี 60 มีมูลค่า 236,694 ล้านเหรียญสหรัฐ โต 9.9% สูงสุดในรอบ 6 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;06 ก.พ. 61 นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก เปิดเผยถึงภาพรวมค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา ว่า ยังคงมีอัตราแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบัน ณ วันที่ 5 ก.พ. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.43 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นมา 2.85% หรือแข็งค่ากว่า 11% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินของคู่ค่าและคู่แข่งทางการค้าสำคัญของไทย ขณะที่ค่าเงินสกุลเอเชียส่วนใหญ่แข็งค่าไปในทิศทางเดียวกันกับภูมิภาค อย่างไรก็ตามในปีนี้ สรท.ยังคงยืนยันเป้าหมายการส่งออกในปี 2561 นี้ที่จะมีการขยายตัวได้ที่ระดับ 5.5%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปีนี้ สรท.ยังคงยืนยันเป้าหมายการส่งออกที่ระดับ 5.5% แต่คาดการณ์ว่าผลกระทบจากการแข็งค่าเงินบาทและการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจส่งผลให้สูญเสียรายได้จากการส่งออกประมาณ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 1.5% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ซึ่งอาจทำให้อัตราการเติบโตของการส่งออกลดลงเหลือ 3.5% &amp;rdquo;นางสาวกัณญภัค กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)มีการเห็นชอบปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมที่กระทรวงแรงงานเสนอ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นตั้งแต่ 5-22 บาท หรือเป็นการปรับเพิ่มขึ้น 1.64-7.14% ตามแต่พื้นที่ในแต่ละจังหวัดที่ทุกจังหวัดให้ความเห็นชอบแล้ว โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. นี้ ซึ่ง สรท.มีข้อเสนอแนะต่อการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและอัตราแลกเปลี่ยนผันผวน โดย สรท.ขอเลื่อนการปรับค่าขึ้นค่าแรงขั้นต่ำออกไป 1 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ปรับปรุงประสิทธิภาพและเพิ่มทักษะแรงงานฝีมือขั้นสูง ขั้นกลาง ให้มีความเชี่ยวชาญในการเรียนรู้เครื่องจักรและเทคโนโลยีขั้นสูงจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์การส่งออกในเดือน ธ.ค. ปี 2560 ที่ผ่านมา มีมูลค่ารวม 19,741 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 8.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน การส่งออกในรูปแบบเงินบาทเท่ากับ 642,583 ล้านบาท ขยายตัว 0.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปก่อน ส่งผลให้การส่งออกทั้งปี 2560 มีมูลค่า 236,694 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 9.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงสุดในรอบ 6 ปี ส่วนในรูปแบบเงินบาทมีการส่งออกทั้งปีโดยมีมูลค่า 8,008,374 ล้านบาท เติบโต 6.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2505</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเงินบาท, ค่าแรง, บาทแข็ง, สรท., ส่งออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180206/image_big_5a793b38e1c74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
