<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพสามิต การันตี 15 วันรู้ผลสอบเจ้าหน้าที่ล่อซื้อน้ำส้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 มิ.ย. 64 - จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่ง ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต เข้าทำการจับกุมผู้ขายน้ำส้ม จำนวน 500 ขวด และมีการเรียกค่าปรับเป็นเงินจำนวน 12,000 บาท จนมีคนวิพากษ์วิจารณ์วิจารณ์ความเหมาะสมในการทำงานของกรมสรรพมิต อย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา กรมสรรพสามิตได้ออกมาชี้แจง ยืนยันว่า ไม่ได้มีการเรียกค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 12,000 บาท ทุกอย่างมีหลักฐาน กล้องวงจรปิดของร้าน ยืนยันข้อเท็จจริงได้ทั้งหมด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันที่ 17 มิ.ย.2564 รายงานข่าวแจ้งว่า นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต ได้เซ็นคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ จำนวน 5 นาย จากสรรพสามิตเขต 5 และคนรถ 1 นาย รวมทั้งหมดเป็น 6 นาย มาปฏิบัติงานที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 10 พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อจริงเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริง กรอบระยะเวลาการสืบสวน 15 วัน เพื่อสรุปกรณีดังกล่าว หากพบว่ามีความผิด ไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบราชการจริง ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระหว่างนี้ให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิตทั้ง 6 ราย มาปฏิบัติหน้าที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 10 &amp;nbsp;เพื่อสร้างความเป็นธรรมของทั้ง 2 ฝ่าย โดยจะยึดหลักความถูกต้องและข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยจะแถลงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นนี้ เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยังไม่ได้มีการยืนยันความผิด ซึ่งเมื่อครบ 15 วัน กรมฯ จะชี้แจงผลการสืบสวนต่อสาธารณชนอีกครั้ง&amp;quot; นายณัฐกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมสรรพสามิต ระบุว่า การให้ 6 เจ้าหน้าที่ มาปฏิบัติหน้าที่ที่สรรพสามิตภาค 10 เป็นกรณีชั่วคราว หากผลการสอบสวนพบว่า ไม่มีความผิด หรือ ขัดต่อระเบียบราชการ ก็กลับไปทำงานปกติที่สรรพสามิตเขต 5 ได้ ยืนยันว่า คำสั่ง ไม่ได้เป็นการเด้งพ้นจากตำแหน่ง หรือ คำสั่งย้าย แต่ต้องดำเนินการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106674</URL_LINK>
                <HASHTAG>ล่อซื้อน้ำส้ม, สรรพสามิต, สอบเจ้าหน้าที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_607065cd47071.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับไพ่เถื่อนล็อตใหญ่3.38หมื่นสำรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สรรพสามิต&amp;quot; ลุยจับไพ่เถื่อนลักลอบนำเข้าหนีภาษีจากชายแดนล็อตใหญ่ 3.38 หมื่นสำรับ คิดเป็นมูลค่า 1.6 ล้านบาท พร้อมตั้งศูนย์ออนไลน์ไล่บี้ปราบสินค้าผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 เม.ย. นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต แถลงข่าวกรมสรรพสามิตจับกุมการลักลอบนำไพ่หนีภาษีจากชายแดน พร้อมบุกทลายสถานที่จัดเก็บไพ่ผิดกฎหมาย ที่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด โดยพบไพ่หนีภาษี จำนวน 3.38 หมื่นสำรับ คิดเป็นมูลค่า 1.6 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าภาษี 5.27 แสนบาท และค่าปรับ 7.91 ล้านบาท ถือเป็นการจับไพ่หนีภาษีครั้งใหญ่ที่สุดของปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณกล่าวว่า ปัจจุบันกรมสรรพสามิตได้ตรวจพบการจำหน่ายไพ่ผิดกฎหมายทางช่องทางออนไลน์จำนวนมาก จึงมอบหมายให้สำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปรามสืบสวนหาข่าว ล่อซื้อจากช่องทางผิดกฎหมายทางออนไลน์หลายครั้ง จนทราบแหล่งที่มาในการจับกุมครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไพ่ของจริงกับของลักลอบผลิตนั้นจะมีข้อแตกต่างกันชัดเจนในเรื่องของยี่ห้อ โดยในของจริงจะใช้ชื่อ V.G. GOLD 111 มีการติดซีลพลาสติกเรียบ ตึง ชัดเจน สำรับแบบใส ขณะที่ของลักลอบผลิตก็ทำออกมาใกล้เคียงกัน มีการปลอมแสตมป์สรรพสามิต และมีการขายราคาต่ำกว่ามาก โดยราคาขายปลีกอยู่ที่สำรับละ 100 บาท ขณะที่หากเป็นราคาขายส่งอยู่ที่สำรับละ 60-80 บาท ส่วนไพ่ของจริงอยู่ที่สำรับละ 495 บาท ทำให้คนนิยมซื้อไพ่ลักลอบผลิตเป็นจำนวนมาก&amp;quot; อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับผลการปราบปรามในปี 2564 ในรอบ 6 เดือน (ต.ค.63-เม.ย.64) มีการกระทำผิด จำนวน 1.49 หมื่นคดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 270 ล้านบาท แยกเป็น สุรา จำนวน 8.45 พันคดี ค่าปรับ 74 ล้านบาท, ยาสูบ จำนวน 4.39 พันคดี ค่าปรับ 96 ล้านบาท, ไพ่ จำนวน 334 คดี ค่าปรับ 4.41 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2564-2565 กรมสรรพสามิตได้รับงบประมาณ จำนวน 100 ล้านบาท สำหรับใช้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามออนไลน์ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มเครื่องมือการติดตามสินค้าสรรพสามิตที่ผิดกฎหมาย เช่น สุรา ยาสูบ ไพ่ โดยมีซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยที่สุด ทำให้เห็นเครือข่ายผู้หนีภาษีทั้งหมด สามารถเชื่อมโยงผู้กระทำความผิดและสามารถเข้าทำการจับกุม โดยจะทำการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการในปีนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98442</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์ออนไลน์, สรรพสามิต, สินค้าผิดกฎหมาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไพ่เถื่อนลักลอบนำเข้าหนีภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606b0b083ca44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพสามิตพร้อมเป็นจุดลงทะเบียน&#039;เราชนะ&#039; กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน เริ่มวันที่ 22 ก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.2564 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา &amp;nbsp;นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมแนวทางการให้ความช่วยเหลือในการลงทะเบียนโครงการเราชนะเพิ่มเติม แก่กลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่น ไม่สามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต ไม่มีสมาร์ทโฟน ทำให้ไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชั่น &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ได้ ผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง (ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ทุพพลภาพ ผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเดินทางไปลงทะเบียนเอง หรือเดินทางไปใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ที่ได้รับผ่านแอปพลิเคชั่น &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ได้) &amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางเพิ่มจุดรับลงทะเบียนโครงการฯ เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับประชาชนกลุ่มดังกล่าว นอกเหนือจากการลงทะเบียนที่สาขาและจุดบริการเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) ให้สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่สาขาหรือจุดบริการของธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานคลังจังหวัด สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ และสำนักงานสรรพากรพื้นที่ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงมหาดไทย จัดหน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนกลุ่มดังกล่าวที่ไม่สามารถเดินทางไปจุดบริการลงทะเบียนได้ ซึ่งดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน หรือ ธ.ก.ส. ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ &amp;ndash; 5 มีนาคม 2564 ทำให้มีจุดรับบริการลงทะเบียนโครงการฯ รวมอย่างน้อย 3,500 แห่ง สำหรับการให้บริการประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93763</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน, ลงทะเบียน, สรรพสามิต, เราชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210221/image_big_60322fa29b27e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทลายรง.ยาดอง ส่งขายทั่วโคราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรรพสามิตบุกทลายโรงงานผลิตยาดองเถื่อนกลางเมืองโคราช เช่าห้องทำกันโจ๋งครึ่ม พบโอ่งมังกรหมักเหล้าเรียงเป็นตับ 29 ใบ อุปกรณ์ครบครัน จับ 2 ลูกจ้าง ส่วนนายทุนยังลอยนวล เผยส่งขายทั่วจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเช้าวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ นายพีรดล จงเจริญรัตน์ ผู้อำนวยการสรรพสามิตภาคที่ 3 พร้อมด้วยนายอภิวัชร์ มีเสือ สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา นำกำลังเจ้าหน้าที่สรรพสามิต รวมกว่า 10 นาย เข้าตรวจค้นโรงงานผลิตเหล้ายาดองเถื่อนภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หนองบัวศาลา อ.เมืองนครราชสีมา โดยเมื่อเข้าไปในห้องก็ได้กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จับกุมคนงานชายได้ 2 คน ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิต และผสมเหล้ายาดอง พร้อมยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก อาทิ โอ่งมังกรขนาดใหญ่ที่ใช้ในการผสมยาดอง ภายในบรรจุยาดองเต็มโอ่งจำนวน 29 ใบ สุราขาวเถื่อน 14 แกลลอน กระสอบสมุนไพร 4 กระสอบ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต และบรรจุยาดองอีกจำนวนมาก รวมสุราขาวและสุรายาดองที่เจ้าหน้าที่ยึดได้มากกว่า 3,000 ลิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรดลเปิดเผยว่า การจับกุมแหล่งผลิตสุรายาดองเถื่อนรายใหญ่ในครั้งนี้ เป็นผลจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่สรรพสามิตมานานนับเดือน ซึ่งกลุ่มผู้กระทำความผิดเป็นลูกจ้างทำหน้าที่เป็นผู้ผลิต ให้การรับสารภาพว่าเช่าห้องพักดังกล่าวผลิตสุรายาดองเถื่อนมานานกว่า 6 เดือน โดยมีนายทุนคนหนึ่งนำสุราขาวเถื่อน สมุนไพร และอุปกรณ์ผลิตยาดองต่างๆ มาให้ใช้ในการผลิต กรรมวิธีในการผลิต จะนำสุรากลั่น (เหล้าขาวเถื่อน) ไปผสมหมักกับสมุนไพรต่างๆ กว่า 10 ชนิด อาทิ ม้ากระทืบโรง กระชาย แก่นขี้เหล็ก และไพล เป็นต้น โดยสุรายาดองที่ผลิตจะถูกส่งไปขายตามร้านขายยาดองต่างๆ ในพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัดนครราชสีมา สร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้กระทำผิดเดือนละหลายแสนบาท ขณะที่ทำให้รัฐต้องสูญเสียภาษีไปเป็นเงินจำนวนมากเช่นเดียวกัน ซึ่งสถานที่แห่งนี้ถือเป็นแหล่งผลิตยาดองเถื่อนรายใหญ่แห่งหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาลูกจ้างทั้งสอง ผลิตสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหามีไว้เพื่อขายซึ่งสุราที่ผลิต ก่อนจะส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่จะสืบสวนขยายผลหาตัวนายทุนที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28571</URL_LINK>
                <HASHTAG>พีรดล จงเจริญรัตน์, สรรพสามิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190207/image_big_5c5c304e82bd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สรรพสามิต&quot; การันตีปีหน้ารีดภาษีบุหรี่ตามสูตรไม่มีขยายเวลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สรรพสามิต&amp;quot; การันตีปีหน้ารีดภาษีบุหรี่ตามมูลค่าที่ 40% ไม่มีขยายเวลาแน่นอน พร้อมแจงรอจังหวะเหมาะลุยขยับขึ้นภาษียาเส้นมวนเอง หลังจัดเก็บอัตราต่ำเพียง 0.15% มานาน โยนสาธารณสุขเคาะกฎหมายรีดเงินสมทุบจากบุหรี่เพิ่ม 2 บาท รับมองไม่เป็นธรรมเว้นจัดเก็บจากสุรา-เบียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การเก็บภาษียาสูบในอัตราใหม่ยังคงเดินหน้าตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่ 16 ก.ย. 2560 โดยอัตราภาษียาสูบ จะเก็บตามปริมาณที่ 1.20 บาทต่อมวน และตามมูลค่าที่ 20% สำหรับบุหรี่ที่ราคาไม่เกินซองละ 60 บาท และเก็บตามมูลค่า 40% สำหรับบุหรี่ที่ราคาเกินซองละ 60 บาท
ทั้งนี้ในวันที่ 1 ต.ค. 2562 การเก็บภาษีบุหรี่ตามมูลค่าจะปรับเป็นอัตราเดียวกันทั้งหมดทุกราคาที่ 40% ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือขยายเวลาออกไปตามที่ผู้บริหารของการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ระบุว่าได้หารือกับกระทรวงการคลังและได้ข้อสรุปว่าจะขยายเวลาการขึ้นภาษีไปอีก 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเก็บภาษียาสูบยังยึดตามที่กฎหมายกำหมดไว้ทุกอย่าง ซึ่งมีการระบุไว้ชัดเจน ทั้งการแบ่งราคาเป็น 2 กลุ่ม และอัตราภาษีที่ในปีหน้าจะต้องเก็บภาษีตามมูลค่าเป็นอัตราเดียวกันที่ 40%&amp;quot; นายพชร กล่าว
นายพชร กล่าวอีกว่า สำหรับการขึ้นอัตราภาษียาเส้นมวนเองนั้น ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาอัตราที่เหมาะสม เพราะปัจจุบันอัตราภาษีดังกล่าวต่ำมาก โดยเก็บอยู่ที่ 0.15% เท่านั้น ซึ่งในปีหน้าเมื่ออัตราภาษียาสูบเพิ่มขึ้นอีก ก็จะทำให้มีระยะห่างของภาษียาสูบกับยาเส้นมวนเองมากขึ้นไปอีก ซึ่งอาจทำให้คนหันไปบริโภคยาเส้นมากขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายมากกว่าการสูบบุหรี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการขึ้นอัตราภาษียาเส้นนั้น จะต้องอยู่บนหลักการที่ว่าไม่ส่งผลกระทบกับเกษตรกรที่เป็นผู้ปลูกใบยา ส่วนช่วงเวลาการปรับขึ้นภาษียาเส้นที่เหมาะสม เบื้องต้นมองว่าน่าจะเป็นช่วงเดียวกันที่มีการปรับขึ้นภาษีบุหรี่ในปีหน้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับร่าง พ.ร.บ. จัดเก็บเงินสมทบสนับสนุนบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการภาครัฐในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) โดยให้เก็บเงินจากบุหรี่อีกซองละ 2 บาท เข้ากองทุนฯ ซึ่งกระทรวงสาธารณะเป็นหน่วยงานที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ในส่วนของกรมสรรพสามิตต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของกระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมสรรพสามิตเห็นว่า การเก็บเงินสมทบจากสินค้าบุหรี่เพียงอย่างเดียว โดยไม่เก็บเงินจากสุราและเบียร์ด้วย จะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับผู้เสียภาษี&amp;quot; นายพชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงสาธาณสุขได้พยายามเสนอ พ.ร.บ.จัดเก็บเงินสมทุนฯ ดังกล่าว ให้ ครม. เห็นชอบตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. แต่ไม่ได้พิจารณา และการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ได้เสนอร่าง พ.ร.บ. ให้ ครม. พิจารณาอีกครั้งแต่ไม่ผ่าน โดย ครม. ได้ให้ไปขอความเห็นเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประเด็นจะขัดกับ พ.ร.บ.วินัยการคลังภาครัฐหรือไม่ โดยการดำเนินการเรื่องนี้เงียบลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21783</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเก็บภาษียาสูบ 40%, พชร อนันตศิลป์, ภาษียาเส้นมวนเอง, สรรพสามิต, ไม่ขยายเวลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8f3e213d95a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขี้ยากระอักซ้ำขึ้นภาษียาเส้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขี้ยากระอักอีก &amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;rdquo; จ่อทบทวนภาษียาเส้นใหม่ อ้างอัตราต่ำกว่าบุหรี่ซอง แต่หวั่นกระทบชาวบ้านต้องรอบคอบ &amp;ldquo;เอ็นจีโอ&amp;rdquo; ข้องใจไม่แตะน้ำเมา ซัด 2 มาตรฐานเอื้อทุนประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ยังคงมีความต่อเนื่องกรณีกระทรวงการคลังเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยงานบริการภาครัฐในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่จะเรียกเก็บเงินจากการขายบุหรี่เพิ่มซองละ 2 บาท เพื่อมาสมทบในกองทุนบัตรทอง โดยรอเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัตินั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า กรมอยู่ระหว่างการทบทวนโครงสร้างภาษีสูบในภาพรวม โดยเฉพาะภาษียาเส้น ซึ่งปัจจุบันมีการจัดเก็บในอัตราที่ต่ำมาก แม้ว่าจะปรับอัตราใหม่ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2560 โดยทำให้ราคายาเส้นต่ำกว่าบุหรี่แบบซอง ผู้บริโภคจึงหันไปสูบยาเส้นมากขึ้น แม้ว่ายาเส้นทำลายสุขภาพมากกว่า แต่การขึ้นภาษียาเส้นต้องคิดให้รอบคอบ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่น อาจกระทบกับชาวบ้านได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภาษียาเส้นเคยปรับอัตรามาแล้ว ซึ่งตอนนั้นมีการคิดแบบ 2 เทียร์ แต่โครงสร้างใหม่เหลือเทียร์เดียว เช่น ยาเส้นปรุงเก็บ 10% ของมูลค่า และกรัมละ 1.20 บาท ซึ่งต่ำกว่าการเก็บภาษีบุหรี่ที่ 20-40% ตามมูลค่าและมวนละ 1.20 บาท ทำให้คนไปสูบยาเส้นมากขึ้น ซึ่งกรมอยู่ระหว่างพิจารณาในภาพรวม&amp;rdquo; นายพชรย้ำ และว่า ส่วนกรณีการเก็บเงินเพิ่มบุหรี่ซองละ 2 บาทนั้น ยังไม่ได้มีการเสนอเรื่องนี้มาที่กรม แต่หากเป็นนโยบายรัฐบาล กรมก็พร้อมดำเนินการเรียกเก็บเงินเพื่อสมทบเข้ากองทุนดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวถึงกฎหมายเก็บเงินสมทบจากบุหรี่ 2 บาทเข้ากองทุนบัตรทองว่าเหตุใดจึงเลือกปฏิบัติ 2 มาตรฐาน เก็บเฉพาะบุหรี่ประเภทเดียว แต่ไม่รวมสินค้าบาป สุรา เบียร์ และยาเส้น เหมือนการเก็บเงินภาษีเข้ากองทุนอื่นที่ตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ทั้งๆ ที่น้ำเมาสร้างปัญหาให้สังคมในหลากหลายมิติมากกว่าบุหรี่ด้วยซ้ำ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ถ้ารัฐบาลอยากเพิ่มงบประมาณเพื่อการรักษาโรคของประชาชน ก็ไม่ควรละเว้นการเก็บภาษีเพิ่มจากน้ำเมาด้วย ได้ทั้งภาษี และลดปัญหาจากน้ำเมาตามแนวทางองค์การอนามัยโลกด้วย&amp;rdquo; ภก.สงกรานต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา มองเช่นกันว่า การเสนอจัดเก็บภาษีเพิ่มจากบุหรี่ซองเพียงอย่างเดียว ทำให้ข้อครหาที่ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยว่ารัฐบาลเกรงใจนายทุนน้ำเมาใกล้ความจริงมากขึ้นทุกที โดยเฉพาะการที่ทุนเข้าไปแทรกซึมอยู่ในทุกกลไกรัฐในนามประชารัฐ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าจะเก็บภาษีบุหรี่ ก็ไม่ควรเว้นการเก็บภาษีเครื่องดื่มแฮลกอฮอล์ เนื่องจากสุราเป็นสินค้าที่ทำลายสุขภาพเหมือนบุหรี่ หากเก็บเฉพาะบุหรี่ก็เท่ากับหาความชอบธรรมใดๆ ไม่ได้เลย&amp;rdquo; นายคำรณกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ศรัณญา เบญจกุล อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบที่ดีที่สุดที่องค์การอนามัยโลกแนะนำคือ มาตรการภาษี ซึ่งจำเป็นต้องขึ้นภาษีต่อเนื่องตามอัตราเงินเฟ้อ เพราะหากปล่อยให้ราคาคงเดิมจะเท่ากับราคาบุหรี่ลดลงทุกปี หรือหมายถึงบุหรี่มีราคาถูกลง เมื่อเปรียบเทียบกับอำนาจซื้อ ทั้งนี้ มาตรการภาษีไม่สามารถใช้เพียงลำพังได้ เพราะเมื่อบุหรี่ราคาแพงขึ้นคนจะชะงัก และมองหาบุหรี่ที่ราคาถูกกว่ามาสูบแทน จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมายควบคุม อาทิ ควบคุมไม่ให้มีการแบ่งมวนขาย หรือควบคุมไม่ให้มีบุหรี่เถื่อน โดยเฉพาะการแบ่งมวนขายจะทำให้คนไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการสูบ เพราะยังสามารถหาบุหรี่ราคาถูกได้
&amp;ldquo;ภาษีถือเป็นมาตรการที่ได้ผลที่สุดในการควบคุมการบริโภคยาสูบ เพราะจะทำให้นักสูบเปลี่ยนพฤติกรรมทันที แต่หากจะทำให้การควบคุมยาสูบได้ผลดียิ่งขึ้น ต้องทำควบคู่กับมาตรการอื่นๆ โดยเฉพาะ 1-2 เดือนแรก หลังใช้มาตรการทางภาษีต้องเร่งให้ความรู้ประชาชนถึงพิษภัยของบุหรี่ สนับสนุนการช่วยเลิกบุหรี่ และเฝ้าระวังการโฆษณาและส่งเสริมการขายบุหรี่ เพื่อให้สามารถเลิกบุหรี่ได้อย่างถาวร&amp;rdquo; ดร.ศรัณญากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การควบคุมยาสูบของไทย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนนั้น ดร.ศรัณญากล่าวว่า จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและเยาวชนสูบบุหรี่ในปี 2560 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าผลจากทำงานป้องกันนักสูบหน้าใหม่ของภาคส่วนต่างๆ สามารถลดสัดส่วนการสูบบุหรี่ของเด็กและเยาวชนลง เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2557 โดยเด็กที่เริ่มสูบบุหรี่อายุต่ำกว่า 12 ปีลดลงได้ครึ่งหนึ่ง นักสูบอายุ 13-15 ปี ลดลงได้ 10% ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี นอกจากนี้ยังพบว่าอายุเฉลี่ยของเยาวชนที่เริ่มสูบบุหรี่ครั้งแรก เพิ่มสูงขึ้นจากเดิมเฉลี่ยที่ 18.03 ปี เพิ่มเป็นอายุเฉลี่ย 18.14 ปี ในปี 2560 ส่วนจำนวนเยาวชนอายุ 15-19 ปีที่สูบบุหรี่ ก็ลดลงเช่นกัน จากปี 2557 จำนวน 5.48 แสนคน ลดลงเหลือ 4.47 แสนคน ในปี 2660
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.ลักขณา เติมศิริกุลชัย ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาศักยภาพภาคีด้านการสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า มาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบที่ไทยใช้ ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบของ WHO อย่างครอบคลุม คือใช้ทั้งมาตรการทางภาษี มาตรการบังคับใช้กฎหมาย และมาตรการการรณรงค์เพื่อให้ความรู้ประชาชน ซึ่งพบว่าประชากรในเขตเมืองเริ่มมีอัตราการสูบบุหรี่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องกระจายมาตรการเหล่านี้ไม่ให้กระจุกตัวในเมือง เพื่อทำให้เกิดการเลิกบุหรี่อย่างครอบคลุม ทำให้มาตรการควบคุมยาสูบมีความเข้มข้นและได้ผลดียิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19045</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำรณ ชูเดชา, ดร.ศรัณญา เบญจกุล, ผศ.ดร.ลักขณา เติมศิริกุลชัย, พชร อนันตศิลป์, สรรพสามิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb4d38f4f1e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หืดจับ! รีดภาษีสรรพสามิต 11 เดือนยังอืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;rdquo; หืดจับรีดภาษี 11 เดือน ปีงบประมาณ 2561 อยู่ที่ 5.17 แสนล้านบาท ยังอืดกว่าเป้าหมาย 1.18 หมื่นล้านบาท หลังเข้าช่วงโลว์ซีซั่นฉุดผลงานรีดภาษีน้ำมัน-สุรา-เบียร์แป๊ก ส่วนภาษีรถยนต์ - ยาสูบ ยังแจ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเดือน ส.ค. 2561 ซึ่งเป็นเดือนที่ 11 ของปีงบประมาณ 2561 สามารถเก็บภาษีได้ 4.87 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.25 พันล้านบาท หรือ 4.4% และต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ จำนวน 3.41 พันล้านบาท คิดเป็น 6.6%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาษีที่เก็บได้สูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ ภาษีน้ำมัน จัดเก็บได้ 1.96 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการณ์ตามเอกสารงงประมาณ 0.3% และภาษีรถยนต์ จัดเก็บได้ 1.08 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 17.9% ขณะที่ภาษีเบียร์ เก็บได้ต่ำกว่าประมาณการณ์ 1.81 พันล้านบาท หรือ 22.7%, ภาษีสุรา เก็บได้ต่ำกว่าประมาณการณ์ 1.3 พันล้านบาท หรือ 22.8% และภาษียาสูบ จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการถึง 2.1 พันล้านบาท หรือ 28.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผลการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิตของสินค้าทุกประเภทในช่วง 11 เดือน ปีงบประมาณ 2561 (ต.ค. 60- ส.ค. 61) จัดเก็บได้ทั้งสิ้น 5.17 แสนล้านบาท สูงกว่าปีก่อนเล็กน้อย ประมาณ 360 ล้านบาท หรือ 0.07% แต่ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ จำนวน 1.18 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 2.23% โดยมีภาษีน้ำมัน เบียร์ และสุรา เป็นสินค้าหลักที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการเนื่องจากแนวโน้มการบริโภคสุราอยูในช่วงโลว์ซีซั่นของภาคการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาษีรถยนต์และยาสูบจัดเก็บได้สูงว่าประมาณการ โดยในส่วนของภาษีรถยนต์นั่น เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกทางด้านพืชผลทางการเกษตรที่มีราคาสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น อีกทั้ง ผู้ประกอบการรถยนต์มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดและการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่าย รวมถึงสถาบันการเงินเข้ามาสนับสนุนในด้านดอกเบี้ย และการผ่อนชำระทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายขึ้น ส่วนภาษียาสูบที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มอัตราภาษีบุหรี่ที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่ายอดขายโดยรวมจะลดลงก็ตาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17736</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจัดเก็บรายได้, ภาษีน้ำมัน, ภาษีสรรพสามิต, ภาษีสุรา, ภาษีเบียร์, สรรพสามิต, เก็บภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab467c85bed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
