<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพากรยกเครื่องยื่นแบบและชำระภาษีออนไลน์ ล็อกอิน ครั้งเดียวยื่นได้ทุกแบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค. 2564 นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน)&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า &amp;ldquo;กรมสรรพากรได้ปรับปรุงระบบยื่นแบบและชำระภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ (New e - Filing) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและอำนวยความสะดวกให้ผู้เสียภาษียื่นแบบและชำระภาษีออนไลน์ รวมทั้งเข้าใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ได้สะดวก รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้นระบบใหม่นี้ยังเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับระบบงานอื่น ๆ ภายในกรมสรรพากรและหน่วยงานภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถจัดการบัญชีผู้ใช้งาน (Profile) รวมทั้งมีฟังก์ชันการทำงานที่อำนวยความสะดวกมากขึ้น เช่น การ save การกรอกรายการในแบบแสดงรายการภาษี เพื่อมาดําเนินการต่อในภายหลังได้ยื่นแบบได้ทุกประเภทแบบภาษี (ยกเว้น ภ.ง.ด.93 และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม) รองรับการใช้งานกับ Browser ที่หลากหลายมากขึ้นสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้ทันที (Real Time) และมีบริการส่งอีเมลแจ้งให้ทราบหลังจากยื่นแบบและชําระภาษีสําเร็จ ระบบใหม่นี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน)&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;เพื่อให้ผู้เสียภาษีสามารถเข้าใช้บริการระบบยื่นแบบ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และชำระภาษีออนไลน์ใหม่ (New e - Filing) ได้อย่างต่อเนื่อง จึงขอแนะนำให้ผู้เสียภาษีเข้าไปที่ www.rd.go.th เพื่อดำเนินการ 1.&amp;nbsp; ดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม&amp;nbsp; RD Prep&amp;nbsp; (ใช้บันทึก/โอนย้ายใบแนบแบบภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย หรือแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม/ภาษีธุรกิจเฉพาะกรณีได้รับอนุมัติยื่นรวม) สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป (โปรแกรมเดิมจะใช้งานในระบบ New e - Filing ไม่ได้แ2. เรียนรู้และทดลองใช้งานระบบ New e - Filingได้ที่ &amp;ldquo;ระบบฝึกทักษะ&amp;rdquo; 3. สร้างหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านใหม่เพื่อเข้าใช้งานระบบ New e - Filing ใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2564&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน)ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร กล่าวสรุปว่า &amp;ldquo;กรมสรรพากรให้ความสำคัญกับการปรับการให้บริการในครั้งนี้และด้วยเหตุผลด้านการพัฒนาและปรับปรุงระบบให้มีความพร้อมให้บริการ จึงจำเป็นต้องปิดระบบการให้บริการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ยื่นแบบและชำระภาษีออนไลน์ (e - Filing) เป็นการชั่วคราว ระหว่างวันศุกร์ที่ 1 ถึงวันอังคารที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;5 ตุลาคม 2564 ในระหว่างนี้ผู้เสียภาษีสามารถใช้บริการยื่นแบบและชำระภาษี ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ซึ่งกรมสรรพากรได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการและให้คำแนะนำอย่างเต็มที่และด้วยความเต็มใจ รวมทั้งได้เตรียมมาตรการในการให้บริการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ตามแนวทางมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มข้นขอให้มั่นใจในหน่วยงานสรรพากรทุกแห่ง&amp;rdquo;ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศหรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118458</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับปรุงระบบยื่นภาษี, ยื่นภาษีออนไลน์, สรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbe2a9aa789.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพากรแจ้งยกเว้นเก็บภาษีเงินได้ค่าเสี่ยงภัยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย. 2564 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า&amp;ldquo;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าตอบแทนเสี่ยงภัยที่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขได้รับจากกระทรวงสาธารณสุขในปีภาษี ๒๕๖๔ เพื่อช่วยบรรเทาภาระภาษี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานสู้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;กระทรวงการคลัง&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยกรมสรรพากรเห็นถึงความสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ มาอย่างต่อเนื่อง จึงได้ออกร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ในการเฝ้าระวัง สอบสวน ป้องกัน ควบคุม และรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) เป็นการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับ (๑) ค่าตอบแทนเสี่ยงภัยในการเฝ้าระวัง สอบสวน ป้องกัน และรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (๒) ค่าตอบแทนในการให้คำปรึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อรับมือกับสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ (๓) ค่าตอบแทนในการให้บริการฉีดวัคซีนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นอกสถานพยาบาล ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จ่ายให้ในปีภาษี ๒๕๖๔ ตามที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวสรุปว่า &amp;ldquo;การยกเว้นภาษีดังกล่าวจะช่วยบรรเทาภาระภาษีและสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) เช่น แพทย์ พยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ เจ้าหน้าที่สืบสวนโรค พนักงานขับรถรับส่งผู้ป่วย รวมทั้งบุคคลที่มิใช่ข้าราชการหรือข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาด้านสาธารณสุข เป็นต้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117399</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกเว้นภาษีเงินได้, สรรพากร, เบี้ยเสี่ยงภัยโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_614995c22e3b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์เตรียมตัว &#039;สรรพากร&#039;พร้อมเก็บภาษี  e - Service  เริ่ม 1 กันยายนนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค. 2564 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามกฎกระทรวงฉบับที่ ๓๗๗ (พ.ศ.๒๕๖๔) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งผู้ประกอบการที่ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มจากต่างประเทศ เพื่อกำหนดวิธีการดำเนินงานในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ (e - Service) ของกรมสรรพากร ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ทางกฎหมายในวันที่ ๑ กันยายนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ภาษี e - Service นี้ มีการดำเนินการในขั้นตอนของกฎหมายมากกว่า ๒ ปี จนได้รับการอนุมัติเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ และให้เริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนหน้านี้ โดยกฎกระทรวงฯ จะกำหนดให้ผู้ประกอบการต่างประเทศที่ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้บริการที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยและมีรายได้จากการให้บริการเกิน ๑.๘ ล้านบาท จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบงานภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ (VAT for Electronic Service : VES) บนเว็บไซต์ของกรมสรรพากร และยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมชำระภาษีเป็นรายเดือน ภายในวันที่ ๒๓ ในเดือนถัดไป โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการต่างประเทศลงทะเบียนเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มบนเว็บไซต์ของกรมสรรพากรแล้วมากกว่า ๕๐ ราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ให้บริการต่างประเทศมีความตื่นตัวและพร้อมจะปฏิบัติตามกฎหมายภาษี e - Service ของไทยด้วยดี โดยไทยเป็นหนึ่งใน ๖๐ กว่าประเทศทั่วโลกที่ได้เริ่มดำเนินการเก็บภาษีประเภทนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับธุรกิจที่ต้องมาจดทะเบียนและดำเนินการทางภาษี แบ่งออกเป็น ๕ กลุ่มหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับขายของออนไลน์ ธุรกิจให้บริการโฆษณาออนไลน์ ธุรกิจให้บริการจองโรงแรม ที่พักและการเดินทาง ธุรกิจให้บริการเป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย ธุรกิจให้บริการสมาชิกดูหนังฟังเพลงออนไลน์ เกมส์ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม ระบุอีกว่า &amp;ldquo;ภาษี e - Service นี้ ช่วยสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างชาติ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจบริการออนไลน์ จะต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ในขณะที่ผู้ประกอบการต่างชาติไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม นอกจากทำให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันแล้ว ภาษี e - Service จะเป็นการเพิ่มรายได้ทางหนึ่งให้กับประเทศ ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5,๐๐๐ ล้านบาทในปีงบประมาณ 2565 และในอนาคตจะทำให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลรายได้ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างชาติ ที่จะสามารถนำไปใช้ในการคำนวณเป็นฐานภาษีใหม่ที่น่าจะเป็นรายได้อีกทางหนึ่งของประเทศไทยในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า &amp;ldquo;กฎกระทรวงฯ ดังกล่าวยังกำหนดวิธีการดำเนินการจัดเก็บภาษี e - Service ตั้งแต่กระบวนการจดทะเบียนในระบบ VES การติดต่อระหว่างกรมสรรพากรและผู้ประกอบการจากต่างประเทศ การจัดทำ ส่ง รับ เก็บรักษาเอกสาร การยื่นแบบและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบ Internet โดยการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการ e - Service จากต่างประเทศ &amp;nbsp; ที่จดทะเบียนตามกฎกระทรวงฯ นี้ จะชำระภาษีมูลค่าเพิ่มจากฐานการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการในไทยที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT (สำหรับผู้ใช้บริการในไทยที่จดทะเบียน VAT อยู่แล้ว ให้ดำเนินการโดยยื่นแบบและชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ. ๓๖ และสามารถนำภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากรมาหักเป็นภาษีซื้อได้เช่นเดิม ) นอกจากนั้น ผู้ประกอบการ e - Service จากต่างประเทศไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีและไม่มีสิทธินำภาษีซื้อมาหักออกจากภาษีขาย ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้เผยแพร่รายชื่อผู้ประกอบการ e - Service จากต่างประเทศที่ได้จดทะเบียนแล้วบนเว็บไซต์ของกรมสรรพากรที่&amp;nbsp;https://eservice.rd.go.th/rd-ves-web/search/company&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115119</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาษี  e - Service, สรรพากร, เก็บภาษีแพลตฟอร์มออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612d9bb2c5429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สรรพากร&#039;แจงผู้ค้าขาย ถ้ารายได้ถึงเกณฑ์ ต้องยื่นแบบเสียเงินภาษี ไม่เกี่ยวกับเข้าร่วม &#039;คนละครึ่ง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ส.ค. 2564 ตามที่มีข่าวในสื่อออนไลน์ว่านายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ระบุมีข้อกังวลเรื่องภาษีของผู้ค้าขาย เนื่องจากกรมสรรพากรส่งแบบประเมินภาษีปี ๒๕๖๓ ให้พ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการ &amp;nbsp; ของรัฐบาล เช่น &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; แต่ได้รับในปี ๒๕๖๔ ทำให้เข้าใจผิดว่าถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง อีกทั้งโครงการประเภทนี้เป็นโครงการระยะสั้น เป้าหมายคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงไม่ควรประเมินรายได้ภาษีในส่วนนี้ นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;1. ในการประกอบกิจการในปี พ.ศ. 2563 ผู้ประกอบกิจการที่เป็นบุคคลธรรมดา ไม่ว่าจะประกอบกิจการที่เข้าร่วมโครงการของรัฐ หรือไม่ หากผู้ประกอบการมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ก็มีหน้าที่ต้องนำรายได้มายื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียเงินได้บุคคลธรรมดาภายในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2564 อย่างไรก็ดี กรมสรรพากรได้ขยายเวลาการยื่นแบบฯ จากวันที่ 31 มีนาคม 2564 &amp;nbsp;ไปเป็นวันที่ 30 มิถุนายน 2564 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2. กรมสรรพากรได้ทำการส่งจดหมายแจ้งเตือนผู้เงินได้ให้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไม่ให้หลงลืม เพื่อผู้ประกอบการจะได้ไม่มีภาระเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม กรณียื่นแบบภาษีเงินได้ล่าช้ากว่ากำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;3. การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นการประเมินตนเองของผู้ประกอบการ ซึ่งมีหน้าที่นำรายได้ที่ได้รับจากการประกอบการกิจการมายื่นเสียภาษีตามข้อเท็จจริง ส่วนพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์การมีรายได้ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของการประกอบกิจการ เช่น ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องมีหลักฐาน &amp;nbsp; &amp;nbsp;การออกใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น สำหรับหลักฐานบัญชีเงินฝากธนาคาร เป็นเพียงข้อเท็จจริงหนึ่งที่จะทำให้ผู้ประกอบการรับรู้ถึงรายได้ของตนเองเท่านั้น นอกจากนั้นกรมสรรพากรได้พัฒนากระบวนการ &amp;nbsp;ทางอิเล็กทรอนิกส์ในการจดทะเบียน ยื่นแบบภาษี ชำระภาษี และคืนภาษี ทุกขั้นตอนผ่านระบบ Tax from Home ซึ่งเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ ผ่านทางเว็บไซด์กรมสรรพากร www.rd.go.th&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4. กรมสรรพากร ขอยืนยันว่า การที่กรมฯ ส่งหนังสือไปแจ้งเตือนผู้ประกอบการ ไม่ได้มีเป้าหมายจะเรียกเก็บภาษีจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลโดยเฉพาะแต่อย่างใด แต่เป็นการแจ้งเตือนผู้ประกอบการว่าท่านมีเงินได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดและมีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ เท่านั้น และไม่ได้เป็นการประเมินภาษีแต่อย่างใด&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114999</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, ผู้ค้าขาย, ยื่นแบบเสียภาษี, สรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dab63dc218f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังจ่อชง ครม. ยืดเก็บ VAT 7% ต่ออีก 2 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค. 64 - แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง &amp;nbsp;เปิดเผยว่า กรมสรรพากรอยู่ระหว่างการเสนอกระทรวงการคลัง เพื่อส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบให้ขยายเวลามาตรการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 10% เหลือ 7% ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2564 ออกไปอีก 1-2 ปี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สถานการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการระบาดโควิด-19 ตอนนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีการขึ้นภาษี VAT ดังนั้นกรมสรรพากรจึงเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาการเก็บภาษี VAT 7% ออกไป 1 หรือ 2 ปี โดยการที่เสนอทางเลือกให้ขยายนานถึง 2 ปีด้วยนั้น เพราะเห็นว่าโควิด-19 ยังกระทบกับเศรษฐกิจอีก 1-2 ปี ถึงจะเริ่มฟื้นตัวได้ และที่ผ่านมาการเสนอคง VAT ก็จะมีทั้ง 1 ปี และขอขยายทีเดียว 2 ปีเลย หากเห็นว่าเศรษฐกิจมีปัญหามาก เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการมีความมั่นใจและวางแผนธุรกิจในระยาวได้&amp;quot; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า การคงเก็บภาษี VAT ที่ 7% จะไม่กระทบกับการเก็บรายได้ของกรมสรรพากรในปีงบประมาณ 2564 และ 2565 เนื่องจากการทำงบประมาณในส่วนของการประมาณการเก็บรายได้มีการประเมินไว้แล้วว่าจะไม่มีการเพิ่มภาษี VATอยู่แล้ว โดยการขึ้นภาษี VATทุก 1% จะทำให้รัฐบาลเก็บรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 7 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คาดว่านายอาคม &amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง จะนำข้อเสนอเรื่องการขยายเวลามาตรการลดการจัดเก็บภาษี VAT จาก 10% เหลือ 7% ออกไปอีก 1 ปี หรือ 2 ปี ให้ ครม. พิจารณาภายในเดือนนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนได้วางแผนในการลงทุนและเกิดความมั่นใจเศรษฐกิจมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การคงภาษี VAT 7% ไม่ได้ขึ้นเป็น 10% ทำให้รัฐบาลเก็บภาษีได้น้อยลง แต่เป็นผลดีกับเศรษฐกิจโดยรวมมากกว่า เพราะในวิกฤตโควิด-19ที่เศรษฐกิจขยายตัวลดลงมาก ประชาชนและผู้ประกอบการมีรายได้ลดลง แต่รายจ่ายยังเท่าเดิม การขึ้น VATตอนนี้จะเป็นการซ้ำเติมให้ประชาชนและผู้ประกอบการมีภาระมากขึ้น จนทำให้มีปัญหาเศรษฐกิจขยายตัวลดลงเพิ่มมากขึ้นไปอีก&amp;quot; แหล่งข่าว ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113936</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, คลังต่ออายุ VAT 7 %, ต่ออายุ VAT, สรรพากร, เก็บ VAT 7%\</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dab63dc218f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สรรพากรยันประชาชนไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเลือกฉีดวัคซีนทางเลือก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค. 2564 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ขอเรียนชี้แจงว่า &amp;ldquo;อาจจะเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดกับสาธารณชน กฎหมายกำหนดไว้ ตามมาตรา๘๑(๑)(ญ) แห่งประมวลรัษฎากร การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้นโรงพยาบาลเอกชน จึงได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม โรงพยาบาลเอกชน จึงไม่สามารถเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากวัคซีนทางเลือก ที่ให้บริการแก่ประชาชนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อมีภาษีซื้อที่เกิดจากต้นทุนการซื้อ สามารถนำมาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามปกติ ซึ่งกรมสรรพากร จะรีบดำเนินการคืนให้โดยรวดเร็ว สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลของโรงพยาบาลเอกชน หากโรงพยาบาลเอกชนมีกำไรจากการประกอบการ ก็เป็นหน้าที่ปกติของผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนที่จะต้องเสียภาษีเงินได้จากกำไรเช่นเดียวกับผู้ประกอบการอื่น ๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109360</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนทางเลือก, ภาษีมูลค่าเพิ่ม, สรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eabb9767cad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้ำอีกครั้ง สรรพากรเตือนยื่นแบบภาษีเงินได้ทางออนไลน์วันนี้วันสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย. 2564 สรรพากรแจ้งให้ผู้มีรายได้ในปีภาษี ๒๕๖๓ ยื่นแบบ ภ.ง.ด.๙๐ หรือ ภ.ง.ด.๙๑ ออนไลน์ภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ขอให้ยื่นแบบแต่อาจไม่ต้องเสียภาษี เพราะทุกคนมีสิทธิ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หักค่าใช้จ่ายจากการประกอบกิจการ และหักค่าลดหย่อนได้อีกหลายรายการ ส่วนการส่งจดหมายเตือนเป็นอีกหนึ่งบริการที่แจ้งให้ผู้เสียภาษีทราบ จะได้มีเวลาเพียงพอในการจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนนำมาใช้ยื่นแบบได้ทันเวลา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า &amp;ldquo;กรมสรรพากรได้ประชาสัมพันธ์แจ้งให้ประชาชนและผู้ประกอบการที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ชำระภาษีที่ยังไม่ได้ยื่นแบบทราบถึงระยะเวลาหมดเขตการยื่นแบบแสดงรายการภาษี ภ.ง.ด.๙๐ และ ภ.ง.ด.๙๑ ทางออนไลน์ ที่ได้มีการขยายเวลาออกไปถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ เพื่อให้ผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่นแบบให้ทัน &amp;nbsp;เนื่องจากหากยื่นแบบล่าช้ากว่าที่กำหนดนั้นจะมีภาระค่าปรับและเงินเพิ่มเกิดขึ้นซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่น้อย กรมสรรพากรจึงได้ดำเนินการจัดส่งเอกสารต่างๆ แจ้งไปถึงผู้ประกอบการล่วงหน้า (notification letter) โดยไม่ได้มีเป้าหมายในการจัดเก็บภาษีเฉพาะรายใดรายหนึ่งหรือโครงการใดโครงการหนึ่ง แต่เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เสียภาษีทุกคนจะได้เตรียมข้อมูลเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน โดยผู้ประกอบการ(คนโสด) ที่มีรายได้ต่อปีถึงเกณฑ์ขั้นต่ำจำนวน ๖๐,๐๐๑ บาท ตามที่กฎหมายกำหนด มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีทุกรายส่วนยื่นแบบฯ แล้วอาจไม่ต้องเสียภาษีเพราะได้สิทธิหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น พ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าออนไลน์หรือสินค้าทั่วไป มีรายได้ทั้งปีไม่เกิน ๕๒๕,๐๔๙ บาท มีหน้าที่ยื่นแบบแต่เมื่อคำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องเสีย เป็นต้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;กรมสรรพากรได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และไม่อยากให้เกิดกรณีที่ประขาชนต้องเสียค่าปรับ เนื่องมาจากยื่นแบบเกินกำหนดเวลา เพราะจะเป็นการซ้ำเติมประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเช่นนี้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Tax Ambassador ณ สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร RD Intelligence Center ๑๑๖๑&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108127</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาษีเงินได้, ยื่นแบบ ภงด., วันสุดท้าย, สมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ, สรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbe2a9aa789.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
