<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พาณิชย์&#039; เร่งสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนสหรัฐ ลุยจีบเข้ามาลงทุนในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 2564 นายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้ประชุมทางไกล กับคณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน (U.S.-ASEAN Business Council: USABC) นำโดยนายไมเคิล มิคาลัค รองประธานกรรมการอาวุโสและกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคของ USABC พร้อมด้วยผู้แทนจาก 12 บริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมสุขภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ขนส่ง การผลิต การเงิน ประกอบด้วย Abbott , Adobe , Amazon , Citi , Facebook , FedEx , Ford , Google , Johnson &amp;amp; Johnson , MSD , UL และ Visa เข้าร่วมการหารือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไทยได้ใช้โอกาสนี้สร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนสหรัฐฯ เกี่ยวกับการดำเนินมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตลอดจนการดำเนินนโยบายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาวบนฐานเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Model และการดึงดูดการลงทุนเข้าสู่อุตสาหกรรมสมัยใหม่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ได้ยืนยันการให้ความสำคัญกับกติกาการค้าโลกที่โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่สร้างภาระแก่ภาคธุรกิจในการทำการค้า การขยายตลาดการค้าใหม่ ๆ ผ่านการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) การค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมด้านทรัพย์สินทางปัญญา และการส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และเศรษฐกิจดิจิทัลในทุกภาคส่วนของสังคม ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันทางเศรษฐกิจของไทยในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาคเอกชนสหรัฐฯ ได้แสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับไทยในการเสริมสร้างความสามารถด้านห่วงโซ่การผลิต การขนส่ง ระบบสาธารณสุข การท่องเที่ยว การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลแก่บุคลากรและผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจจากสถานการณ์โรคโควิด-19 เพื่อให้ไทยและอาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความแข็งแกร่งและพร้อมเข้าสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทย รองจากจีนและญี่ปุ่น โดยในช่วง 8 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ส.ค.) การค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ มีมูลค่า 36,460 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.56% โดยไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่า 26,884 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 20.56% สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เหล็ก และเหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น และไทยนำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 9,576 ล้านเหรียญสหรัฐ ลด 12.79% สินค้านำเข้าที่สำคัญ เช่น น้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120053</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน, ชวนสหรัฐลงทุนในไทย, สรรเสริญ สมะลาภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_61564772d7506.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สรรเสริญ&#039; ชูพาณิชย์ ผลักดันการปฏิรูป WTO การเจรจาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อุดหนุนสินค้าเกษตร และการอุดหนุนประมง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.63 - นายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าได้รับมอบหมายจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลกอย่างไม่เป็นทางการ (Informal WTO Ministerial Gathering: IMG) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การประชุมระดับรัฐมนตรีกลุ่มเครนส์ (Cairns.Group) และกลุ่มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)ที่ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส เพื่อร่วมแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองกับประเทศสมาชิก WTO กว่า 30 ประเทศในการผลักดันการประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลกสมัยสามัญครั้งที่ 12 ที่มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 &amp;ndash; 11 มิถุนายน 2563 ณ กรุงนูร์ &amp;ndash; ซุลตัน สาธารณรัฐคาซัคสถาน ให้สามารถสรุปผลในประเด็นสำคัญได้อย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ในการประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลกนั้น ไทยได้ร่วมผลักดันประเด็นสำคัญที่จะเป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์การประชุม เช่น การปฏิรูปองค์การการค้าโลก (WTO Reform) เพื่อปรับปรุงการทำงานของ WTO ให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น โดยเน้นย้ำให้ประเทศสมาชิก WTO แจ้งการดำเนินการให้เป็นไปตามพันธกรณี (notification) รวมถึงผลักดันการเจรจาเรื่องการอุดหนุนประมงให้สามารถสรุปผลได้ โดยการประมงพื้นบ้านควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนั้นการประมงต้องสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goal) ของสหประชาชาติ และรักษาทรัพยากรประมง โดยเฉพาะการห้ามให้การอุดหนุนประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU Fishing)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น &amp;nbsp;ยังรวมถึงการสร้างกติกาด้านการอุดหนุนประมงที่ทำให้เกิดการอุดหนุนประมงเกินขนาด (overfishing) และเกินศักยภาพ (overcapacity) รวมถึงการทำประมงในพื้นที่ที่มีการทำประมงเกินขนาด (overfished stocks) นอกจากนี้ ไทยได้ร่วมผลักดันการแก้ไขปัญหาการแต่งตั้งสมาชิกองค์กรอุทธรณ์ในตำแหน่งที่ว่างอยู่ ซึ่งส่งผลให้องค์กรอุทธรณ์ต้องหยุดชะงัก ตลอดจนสานต่อการเจรจาเกี่ยวกับสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการอุดหนุนสินค้าเกษตรที่บิดเบือนทางการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสรรเสริญฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;ไทยในฐานะสมาชิกกลุ่มเครนส์ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตร 19 ประเทศ ได้ร่วมผลักดันข้อเสนอให้มีการลดการอุดหนุนสินค้าเกษตรที่บิดเบือนตลาด ซึ่งปัจจุบันสมาชิก WTO มีการให้การอุดหนุนที่บิดเบือนการค้ารวมกันสูงถึง 800,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกตกต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรอย่างไทย โดยกลุ่มเครนส์ได้เสนอให้ประเทศสมาชิก WTO ทั้งหมด 164 ประเทศ ร่วมกันลดการอุดหนุนที่บิดเบือนตลาดร้อยละ 50 ของปริมาณการอุดหนุนสินค้าเกษตรที่บิดเบือนตลาดของประเทศสมาชิก WTO ทั้งหมดภายในปี 2573 ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับไทย ทำให้ไทยสามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้มากขึ้นและสินค้าเกษตรของไทยมีราคาดีขึ้น เนื่องจากประเทศที่มีการอุดหนุนสินค้าเกษตรสูงเป็นลำดับต้นๆ ของโลกจะต้องลดการอุดหนุนตั้งแต่ร้อยละ 47 &amp;ndash; 82 ของการอุดหนุนในปัจจุบัน ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการอุดหนุนของไทย โดยยังสามารถอุดหนุนสินค้าเกษตรได้ไม่น้อยกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ไทยได้ร่วมผลักดันการเจรจาจัดทำกฎระเบียบด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและอำนวยความสะดวกกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนคุ้มครองผู้บริโภคและทำให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยในปี 2562 การค้าผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีมูลค่าประมาณ 3.5 แสนล้านเหรียญ โดยต้องการเห็นความคืบหน้าในการเจรจาอย่างเป็นรูปธรรมภายในการประชุมรัฐมนตรีองค์การการค้าโลกสมัยสามัญครั้งที่ 12 ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55973</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, สรรเสริญ สมะลาภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e33fb3155a49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ “STYLE Bangkok” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ใหญ่สุด ครบสุดในภูมิภาค พณ มั่นใจมูลค่าสั่งซื้อทะลุเป้า หนุนภาพลักษณ์อุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ไทยสู่สากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเป็นประธานพิธีเปิดงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok ตุลาคม 2562 พร้อมด้วยนายสมเด็จ สุสมบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และคณะผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชน สมาคม สมาพันธ์ องค์กรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสื่อมวลชน ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เข้าร่วมงานจำนวนมาก ภายในงาน จัดเต็มทั้งส่วนงานแสดงสินค้า ตลอดจนกิจกรรมและสัมมนาเสริมสร้างพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าสินค้าไลฟ์สไตล์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม ที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นสินค้าส่งออกศักยภาพ ด้วยวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ฝีมือและความสามารถของผู้ผลิต รวมถึงการผสมผสานนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งแม้ว่าเศรษฐกิจทั่วโลกเผชิญต่อความท้าทายและการเปลี่ยนแปลง แต่อุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ของไทยยังคงเข้มแข็ง และสร้างรายได้ส่งออกให้กับประเทศ คิดเป็นสัดส่วนถึงเกือบ 5% ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2561&amp;nbsp; นอกจากนี้ งาน STYLE Bangkok ยังเป็นเวทีในการส่งเสริมอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ของไทย ซึ่งกว่า 90% ของผู้ประกอบการเป็น SMEs และดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่มีฝีมือ พร้อมนำผลงานสร้างสรรค์และ มีนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม ออกนำเสนอสู่ระดับสากล&amp;rdquo; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้านนายสมเด็จ สุสมบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp; รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวเสริมว่า งาน STYLE Bangkok เป็นเครื่องมือการตลาดที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศดำเนินการต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 เพื่อใช้ส่งเสริมผู้ประกอบการสินค้าไลฟ์สไตล์ไทยสู่เวทีการค้าโลก โดยเน้นการดำเนินธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของรัฐบาล ดังจะเห็นจากแนวคิดการจัดงาน &amp;ldquo;Crenovative Origin&amp;rdquo; ซึ่งมาจากการผสานความคิดสร้างสรรค์ (Creative) นวัตกรรม (Innovation) และอัตลักษณ์ไทย (Origin) เข้าไว้ด้วยกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;กรมฯ มุ่งหวังที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีคุณภาพในภูมิภาคอาเซียน และผลักดันให้งานแสดงสินค้า STYLE Bangkok เป็นงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายในอุตสาหกรรมสินค้าไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ โดยเฉพาะการตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจประเภทใหม่ๆ ที่ไม่ได้มุ่งเน้นจำหน่ายสินค้าประเภทเดียวอีกต่อไป แต่รวมหลายผลิตภัณฑ์ไว้ด้วยกันเป็นคอลเล็กชั่นภายใต้กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ ตลอดจนเข้าถึงผู้บริโภคที่มีความต้องการสินค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น&amp;rdquo; นายสมเด็จกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;งาน STYLE Bangkok ตุลาคม 2562 มีผู้เข้าร่วมงาน (Exhibitor) 986 บริษัท 1,841&amp;nbsp; คูหา แบ่งเป็นผู้ประกอบการในประเทศ 859 บริษัท 1,653 คูหา จากต่างประเทศ 127 บริษัท 188 คูหา จากหลากหลายประเทศ อาทิ เวียดนาม ฮ่องกง จีน กานา ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินเดีย มาเลเซีย เกาหลี และ CLMV นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมีโซน &amp;ldquo;The New Faces&amp;rdquo; รวบรวมสินค้าจากผู้ประกอบการท้องถิ่นหน้าใหม่กว่า 100 รายเข้าร่วมงาน เป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการศักยภาพจากภูมิภาคสู่สากลตามนโยบาย Local to Global ของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ภายในงาน &amp;ldquo;STYLE Bangkok เดือนตุลาคม 2562&amp;rdquo; นอกจากผู้ชมงานจะได้พบกับสินค้าไลฟ์สไตล์จาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แบรนด์ไทยและต่างชาติชั้นนำที่น่าสนใจและหลากหลายแล้ว ยังรวบรวมสินค้าสุดสร้างสรรค์ สินค้ารางวัล สินค้านวัตกรรม และสินค้าสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่มอีกมากมาย อาทิ สินค้า Niche Market สำหรับตลาดเฉพาะ ได้แก่ แม่และเด็ก (MOM&amp;amp;KIDS) สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง (PET) สินค้าสำหรับผู้สูงอายุ (60+) สินค้า OTOP ไม่เพียงเท่านั้น ในงาน STYLE Bangkok ตุลาคม 2562 ยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้และอัพเดทเทรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยพร้อมเดินหน้าก้าวสู่ตลาดโลกอย่างแข็งแกร่ง หัวข้อการสัมมนา อาทิ เปิดกลยุทธเคล็ดไม่ลับ เพิ่มยอดขายปังปังสู่ร้อยล้าน โดย บังฮาซัน เจ้าของเพจฮาซัน อาหารทะเลตากแห้ง จ.สตูล, เปลี่ยนมุมมองความคิด พิชิตปารีส ด้วยกระเป๋าผ้าไหมไทย โดย ปวริศา เพ็ญชาติ เจ้าของแบรนด์ CEO PAVA กระเป๋าผ้าไหมไทย, Resort Thai ของตกแต่งสไตล์ไหน โดนใจนักท่องเที่ยว โดย อัครพงษ์ ตั้งตรงจิตร เจ้าของ เฌอ รีสอร์ต หัวหิน, Packaging ใครว่าไม่สำคัญ เปลี่ยนแล้วรวย โดย สมชนะ กังวารจิตต์ Executive Creative Director บริษัท พร้อมดีไซน์ จำกัด (Prompt design) นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับโลก, การอบรมสัมมนาการเตรียมตัวร่วมโครงการ TOPTHAI Flagship Store บนเว็บไซต์ Tmall Global - แพลตฟอร์ม B2C ในเครืออาลีบาบาที่มียอดขายอันดับ 1 ของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;STYLE Bangkok ตุลาคม 2562 เปิดเป็นวันเจรจาธุรกิจ ระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคม เวลา 10.00-18.00 น. และเปิดสำหรับประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 20-21 ตุลาคม เวลา 10.00-21.00 น. ณ ฮอลล์ 98-104 ไบเทค บางนา ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48336</URL_LINK>
                <HASHTAG>STYLE Bangkok, กระทรวงพาณิชย์, สรรเสริญ สมะลาภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da976cce1242.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สรรเสริญ&#039;ยันประชาธิปัตย์ยุบ&#039;นิวเดม&#039;ต่อจากนี้จะไม่มีการใช้ชื่อนี้อีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.62- นายสรรเสริญ สมะลาภา รองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานกิจการเยาวชนประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวจะยุบกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรค หรือ นิวเดม (New Dam) ว่า มีการยุบจริง และได้โทรศัพท์สอบถามความเห็นสมาชิกกลุ่มเกือบทุกคน ส่วนใหญ่ประสงค์ทำงานกับพรรคต่อ แต่มี6-7 คนที่แสดงเจตจำนงจะยุติบทบาท แต่ยังไม่เห็นว่ามีใครมาลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่านิวเดมถือเป็นส่วนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ ต่อจากนี้ก็จะมีอนาคตกับพรรคยกเว้นคนที่ออกไปแล้ว จากนี้ไปจะทำงานร่วมกันในโครงการยุวประชาธิปัตย์(Young Demoncrat) ซึ่งเป็นโครงการที่พรรคทำมานานและยังมีฐานสมาชิก ต่อจากนี้ก็จะไม่มีการใช้ชื่อนิวเดมอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38822</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาธิปัตย์, ยุบนิวเดม, สรรเสริญ สมะลาภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d0874320ae11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาร์คขอเสียงนำ&#039;ปชป.&#039;สร้างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกชิงหัวหน้า ปชป.ฝุ่นตลบ! 3 ผู้สมัครเริ่มเคลื่อนไหวคึกคัก ผุด 5 กกต.พรรค &amp;quot;ชุมพล&amp;quot; เป็นประธาน คุมหยั่งเสียง &amp;ldquo;มาร์ค&amp;rdquo; ชู ปชป.ต้องเป็นพรรคหลักไม่ใช่อะไหล่ เคยเป็นรัฐบาลได้แต่กู้วิกฤติ รอบนี้ขอโอกาสสร้างประเทศโดยไม่ต้องเกรงใจใคร ขณะที่อดีต ส.ส.กทม.แห่ให้กำลังใจ ด้าน &amp;ldquo;หมอวรงค์&amp;rdquo; ลั่นเปลี่ยนเป็นพรรคที่ทำมากกว่าพูด ลุยเปิดกิจกรรมติดบ้านติดดิน พบเครือข่ายแท็กซี่ &amp;ldquo;เสี่ยจ้อน&amp;rdquo; จ่อเปิดวิสัยทัศน์ 10 ต.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร บรรยากาศที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในการแข่งขันชิงหัวหน้าพรรคเริ่มมีความเคลื่อนไหวของผู้สมัครทั้ง 3 หมายเลขอย่างคึกคัก โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครหมายเลข 1 โพสต์ในเฟซบุ๊กและแอปพลิเคชันไลน์ ที่ชื่อ &amp;ldquo;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;rdquo; ว่า เชื่อว่าคนไทยวันนี้มีความคาดหวังว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า จะนำพาประเทศไทยไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเดินไปข้างหน้าและประชาชนมีความอยู่ดีกินดี ทุกคนต้องการที่จะหลุดพ้นปัญหาความยากจนในปัจจุบัน แต่ไม่ต้องการหวนคืนสู่ความขัดแย้งภายใต้รัฐบาลที่มีแต่การทุจริตคอร์รัปชัน ตนอาสานำพรรค ปชป.เป็นพรรคทางเลือกหลักให้ประเทศไทยก้าวไปสู่จุดนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วันนี้ทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สร้างผม สร้างพรรค สร้างประเทศ เพื่อเข้าสู่ยุคใหม่สำหรับคนไทยทุกคน ผมขอความสนับสนุนจากเพื่อนๆ ทุกคนครับ มุ่งมั่นอุดมการณ์ &amp;nbsp;มุ่งหน้าอนาคตไทย #MakeMyMark #ร่วมสร้างใหม่ไปกับมาร์ค #ประชาธิปัตย์ยุคใหม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังได้เปิดตัวคลิปวิดีโอ &amp;ldquo;เขาว่าคุณอภิสิทธิ์ไม่ &amp;lsquo;ใหม่&amp;rsquo;&amp;rdquo; ซึ่งมีเนื้อหาเป็นการยืนยันว่าตนเองยังมีความสดใหม่ ทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ในฐานะผู้สมัครหมายเลข 2 โพสต์ถึงนโยบาย &amp;quot;กล้าเปลี่ยน เพื่อประชาชน&amp;quot; ว่า &amp;ldquo;สิ่งที่ผมจะเปลี่ยน 1.เปลี่ยนพรรคประชาธิปัตย์ เปลี่ยนเป็นพรรคที่ทำมากกว่าพูด เปลี่ยนเป็นพรรคที่เป็นทีมเวิร์ก เปลี่ยนเป็นกระจายอำนาจ สร้างบทบาทประธานสาขา 2.เปลี่ยนการเมืองให้เป็นที่พึ่ง พรรคประชาธิปัตย์จะต้องเปลี่ยนจากฝ่ายค้านผูกขาด เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ลดทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งแยกประชาชน 3.เปลี่ยนประเทศ เป็นประเทศชั้นนำของโลก เริ่มต้นด้วยการปราบโกง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้เปิดกิจกรรมติดบ้านติดดินชุมชนแท็กซี่ โดย นพ.วรงค์ และนายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นรถแท็กซี่ไปพบกลุ่มผู้ขับรถแท็กซี่ ที่ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี 44 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครหมายเลข 3 แจ้งว่า จะมีการเปิดตัวและวิสัยทัศน์ในการพัฒนาพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 10 ต.ค. เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถนนรัชดาภิเษก จากนั้นก็จะเริ่มลงพื้นที่เพื่อขอเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรคที่จังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 11 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ทำการพรรค ปชป. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กทม. นำคณะอดีต ส.ส.กรุงเทพฯ, สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) พรรค ปชป.อาทิ นายชนินทร์ รุ่งแสง, ม.ล.อภิมงคล โสณกุล, นายสรรเสริญ สมะลาภา, นายกรณ์ จาติกวณิช, น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส.กทม. เป็นต้น มามอบช่อดอกไม้และดอกกุหลาบสนับสนุนให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ โดยนายองอาจกล่าวว่า &amp;nbsp;อดีต ส.ส.กทม.ทั้ง 23 คนจะสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ให้ได้รับชัยชนะเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.อีกสมัย และเชื่อว่านายอภิสิทธิ์จะสามารถนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่พรรคได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการทำรณรงค์หาเสียงแคมเปญด้วยแฮชแท็ก #MakeMyMark ในโซเชียลมีเดียว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ร่วมงานกับพรรคสนับสนุนแนวคิดนี้ขึ้นมา โดยจัดทำคลิปวิดีโอที่แสดงออกถึงการสนับสนุนตน คำว่า &amp;ldquo;MakeMyMark&amp;rdquo; มีหลายความหมาย ไม่เกี่ยวกับชื่อตน แต่เป็นการได้แสดงออก มีส่วนร่วมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหมายถึงการให้สนับสนุนตนให้มาทำหน้าที่การเปลี่ยนแปลงทั้งหลายที่คนในประเทศรอคอย ถ้าเล่นคำว่า Mark มาเป็นชื่อตน ก็จะสื่อสารว่ากระบวนการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้เป็นการสร้างหัวหน้าพรรคด้วยตัวเขาเอง สำหรับตนอาสานำพรรคไปในสถานการณ์ที่ประชาชนต้องการที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยที่ใหญ่ที่สุด ให้หลุดพ้นจากปัญหาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ระบุว่า &amp;ldquo;อายุ 54 ปีแล้ว ไม่เกรงใจใคร&amp;rdquo; ระหว่างลงพื้นที่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หมายความว่าอย่างไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า &amp;quot;หมายความอย่างที่พูด&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่า ที่ผ่านมาเกรงใจอะไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เมื่อตนเข้ามาสู่การเมือง และทำงานการเมืองมาตั้งแต่อายุ 27 ปี การที่จะเดินหน้าทำอะไรเราต้องระมัดระวัง คิดว่าไม่ใช่เรื่องแปลก การที่เคยได้รับโอกาสมาครั้งหนึ่ง ตนก็ยังมีความเชื่อ อุดมการณ์และความฝัน ความฝันหลายเรื่องก็ยังทำไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนที่เป็นนายกฯ ครั้งแรกก็เป็นในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจของโลก พร้อมสถานการณ์บ้านเมืองปั่นป่วน ผมก็กอบกู้วิกฤติได้ เริ่มต้นบางอย่างได้ แค่ไม่เคยมีโอกาสได้สร้าง วันนี้ผมอาสาตัวเอง เพราะรู้ว่าอายุเท่านี้แล้ว เข้ามาเล่นการเมืองต้องการสร้างฝันให้เป็นจริง ผมไม่มีเวลาอีกมาแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่เล็กเกินไปแล้ว อยากให้อะไรเกิดขึ้นผมต้องทำ ไม่มีอะไรลังเลใจอีกต่อไป และไม่ต้องเกรงใจใคร เพราะนี่คือโอกาสใหม่ เป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้ผมผลักดันสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นให้ได้&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการวิเคราะห์ถึงการเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของอุดมการณ์ด้วย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องถามผู้สมัครท่านอื่นว่ามีแนวทางการเมืองของพรรคอย่างไร แต่ตนชัดเจนว่าอุดมการณ์ของพรรคที่ผู้ก่อตั้งประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2489 จะปฏิบัติอย่างจริงจัง และเดินหน้าประเทศไปให้ได้ ส่วนจะชี้ชะตาว่าพรรค ปชป.จะร่วมกับ คสช.หรือไม่นั้น คงต้องไปถามผู้สมัครท่านอื่น สำหรับตนคำถามแบบนี้ไม่ควรมาถามพรรค ปชป. แต่ควรจะไปถามคนอื่นว่าจะมาร่วมกับพรรค ปชป.สร้างบ้านเมืองหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเกิดใครยังคิดว่าหน้าที่พรรคประชาธิปัตย์คือจะไปช่วยใคร หรือไปร่วมกับใคร จะไปเป็นรัฐบาล แต่ไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าที่จะไปร่วม ที่จะไปเป็นรัฐบาลจะไปทำอะไร และความคิดความเชื่อ อุดมการณ์คืออะไร ก็ไม่เป็นประโยชน์กับพรรคและประเทศ ผมยืนยันว่าการเป็นทางหลักคือเราเป็นตัวของตัวเอง มีความชัดเจนในจุดยืน ยืนยันว่าเราไม่ใช่พรรคอะไหล่ให้ใครทั้งนั้น แต่พรรคประชาธิปัตย์จะต้องเป็นพรรคการเมืองหลัก มีความตรงไปตรงมา มีความก้าวหน้าในระบบพรรคการเมืองมากกว่าพรรคอื่น&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคปชป. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของพรรค จำนวน 5 คน คือ 1.นายชุมพล กาญจนะ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานกรรมการ 2.นายธนา ชีรวินิจ อดีต ส.ส.กทม. 3.นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อดีต ส.ส.สงขลา 4.นายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด 5.นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ อดีต ส.ส.กทม. เป็นเลขานุการกรรมการ เพื่อมาดำเนินการหยั่งเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรค และสามารถออกข้อบังคับหรือข้อกำหนดต่างๆ ได้ รวมถึงถ้าผู้สมัครคนใดร้องขอให้เพิ่มจุดลงคะแนน จากเดิมที่ให้มีจุดลงคะแนนทุกจังหวัดที่มีสมาชิกพรรค จังหวัดละ 1 จุด กกต.พรรคสามารถยื่นเรื่องขอการอนุมัติจากนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค เพื่อดำเนินการดังกล่าว ซึ่งการขอเพิ่มจุดดังกล่าว กกต.พรรคต้องดำเนินการไม่เกินวันที่ 15 ต.ค.นี้ ทั้งนี้ เมื่อการหยั่งเสียงเสร็จสิ้นในเวลา 17.00 น. วันที่ 5 พ.ย. กกต.พรรคจะรวบรวมคะแนนหยั่งเสียงเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริหารพรรคในทันที และมีการประกาศผลต่อไป ทำให้ กกต.พรรคหมดหน้าที่ทันทีด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19505</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ชนินทร์ รุ่งแสง, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, พรรคประชาธิปัตย์, ม.ล.อภิมงคล โสณกุล, รัชดา ธนาดิเรก, สรรเสริญ สมะลาภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์, อลงกรณ์ พลบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbcc5b9eb0bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุน&#039;มาร์ค&#039;สู้ศึกโวทักษิณกลัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาร์ค&amp;quot; ถก กก.บห.เตรียมจัดประชุมใหญ่ ปชป. 26 ก.ย.นี้ เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรคก่อนเปิดหยั่งเสียงเลือกหัวหน้า &amp;quot;จุติ&amp;quot; โวชิงหัวหน้าพรรคหลายคนเป็นเรื่องดี ไม่มีใครเป็นเจ้าของหรือสั่งใครได้ มั่นใจสมาชิกที่ยังอยู่เป็นของจริงไม่มีใครทิ้งพรรค &amp;quot;บุญยอด&amp;quot; ยก &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; เป็นบุคคลที่ระบอบทักษิณกลัว ต้องหนุนสู้ศึกเลือกตั้งอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เวลา 11.30 น. วันที่ 17 กันยายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดปัจจุบัน โดยมีกรรมการเข้าประชุมอย่างพร้อมหน้าขาดเพียง 7 คนที่แจ้งลาเนื่องจากติดภารกิจ อาทิ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, นายสรรเสริญ สมะลาภา เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขั้นตอนที่พรรคจะต้องดำเนินการทั้งทุนประเดิมและจำนวนสมาชิกพรรคได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการแก้ไขข้อบังคับพรรคเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการ เหรัญญิก &amp;nbsp;นายทะเบียน และกรรมการบริหาร รวมทั้งการจัดตั้งสาขาพรรค การเปิดรับสมาชิกใหม่ ซึ่งทุกอย่างต้องผ่านการพิจารณาของที่ประชุมใหญ่พรรค โดยจะต้องทำหนังสือแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ทราบล่วงหน้า 5 วัน ตนจึงต้องขอมติจากที่ประชุม ซึ่งจะส่งหนังสือให้ กกต.ทราบภายในวันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.50 น. นายอภิสิทธิ์แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติให้มีการจัดประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรคให้สอดคล้องกับกฎหมายในวันที่ 26 ก.ย. เวลา 13.00 น. ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ โดยในวันนี้จะลงนามหนังสือเพื่อขอดำเนินการต่อ กกต. อย่างไรก็ตาม ร่างข้อบังคับขณะนี้เรียบร้อย โดยมีอุดมการณ์ของพรรคซึ่งยืนหยัดตั้งแต่ปี 2489 และนโยบายพรรคซึ่งจะเป็นฉบับย่อ เพราะต้องรอให้ กก.บห.ชุดใหม่มาปรับปรุงอีกครั้ง เบื้องต้นประกอบด้วยความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การศึกษา การกระจายอำนาจ การเมืองที่สุจริต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่จะยังไม่ทำในการประชุมวันดังกล่าว คือการเลือกหัวหน้าพรรคและ กก.บห. เพราะเราต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วม เราถึงออกรูปแบบการหยั่งเสียงเพื่อให้มีความเที่ยงธรรมมากที่สุด ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการออกระเบียบว่ารูปแบบหยั่งเสียงจะเป็นอย่างไร คาดว่าเรื่องดังกล่าวจะชัดเจนหลังที่ประชุมใหญ่มีมติเห็นชอบข้อบังคับพรรค ส่วนการหยั่งเสียงตัวผู้สมัคร ส.ส.จะมีหรือไม่นั้นต้องดูกรอบระยะเวลา เพราะขณะนี้ทำได้แค่งานด้านธุรการเท่านั้น เพราะหากพูดไปแล้วก็ต้องทำ&amp;quot; นายอภิสิทธิ์ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ปชป.ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม กก.บห.ว่า เป็นการประชุมแก้ไขข้อบังคับพรรคเพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และเรื่องงบการเงินของพรรคที่ไม่เคยได้มีการพูดคุยกันในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงเรื่องการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี และกฎระเบียบการเลือกหัวหน้าพรรค ซึ่งมีความชัดเจนว่าจะมีการหยั่งเสียงเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรค ปชป.กล่าวว่า กรณีที่จะมีสมาชิกพรรคประกาศเข้าร่วมลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป.นั้น ถือเป็นเรื่องดีเพราะพรรคไม่มีใครเป็นเจ้าของ ไม่มีใครสั่งใครได้ แต่ละคนน่าจะมีความคิดที่อยากปฏิรูปพรรค รวมถึงเสนอวิธีทำงานเพื่อแก้ปัญหาประเทศชาติ ถ้าหากคนนั้นมีความซื่อสัตย์สุจริตก็สามารถลงสมัครได้ สำหรับการประกาศชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคของนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป. เราไม่ขัดข้องและไม่เกี่ยวกับการที่นายอลงกรณ์เคยอยู่ใน สปท. หากเป็นเรื่องที่กฎหมายสามารถกระทำได้ ทางพรรคก็ไม่มีอะไรติดใจ ส่วนกรณีผู้ไม่ได้เป็น ส.ส.จะสามารถดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคได้หรือไม่นั้น อย่าเพิ่งไปกีดกันใคร เพราะเชื่อว่าสมาชิกทุกคนมีวิจารณญาณที่ดีในการเลือกหัวหน้าพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่คิดว่าเรื่องการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะเป็นการต่อสู้ภายในพรรค แม้แต่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก และนายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรค ก็มาพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ &amp;nbsp;เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคแล้ว ซึ่งจะมีการแข่งขันกันอย่างตรงไปตรงมา แบบพี่แบบน้อง หากใครแพ้ก็จะช่วยงานในพรรคต่อ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าหากท้ายที่สุดมีการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคจะกระทบกับจำนวน ส.ส หรือไม่ นายจุติกล่าวว่า เชื่อว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังอยู่ในขณะนี้คือของจริง เพราะเราได้คัดกรองคนมาระดับหนึ่งและเชื่อว่าคงไม่มีใครทิ้งพรรค หากจะทิ้งก็คงทิ้งไปนานแล้ว เพราะที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ก็เป็นฝ่ายค้านมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.กล่าวถึงกระแสการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า ตนยืนยันที่จะสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไปเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์เป็นผู้นำพรรคในการสู้กับระบอบทักษิณมานาน แต่จนถึงตอนนี้ระบอบทักษิณยังคงอยู่ จึงสมควรให้นายอภิสิทธิ์ทำหน้าที่ต่อไป เพราะเป็นบุคคลที่ระบอบทักษิณกลัวมากที่สุด และนายอภิสิทธิ์ควรมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศ เนื่องจากการเป็นนายกฯ ในสมัยที่ผ่านมาไม่ได้มีโอกาสทำงานเต็มที่ เพราะบ้านเมืองมีความขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;อีกเหตุผลสำคัญที่นายอภิสิทธิ์ควรเป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป เพราะเป็นที่รู้โดยทั่วกันว่านายอภิสิทธิ์เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและทำงานการเมืองเต็มเวลา ก็เป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วที่ทุกคนควรสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำที่มีหัวก้าวหน้า สร้างสรรค์กระบวนการใหม่ภายในพรรค ด้วยการเสนอให้สมาชิกหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคได้โดยตรง&amp;quot; นายบุญยอดกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17820</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, จุติ ไกรฤกษ์, บุญยอด สุขถิ่นไทย, พรรคประชาธิปัตย์, ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร, รัชดา ธนาดิเรก, สรรเสริญ สมะลาภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิรักษ์ โกษะโยธิน, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9fb4ffd4f49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
