<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2020 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไก่อู&#039;ตรวจความพร้อมอู่ตะเภาต้อนรับบิ๊กตู่พร้อมเยี่ยมชมศูนย์ฉุกเฉินโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.63- &amp;nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และกรมประชาสัมพันธ์ นำโดย พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมคณะได้เดินทางมายัง อาคารที่พักผู้โดยสาร แห่งที่ 2 การท่าอากาศยานอู่ตะเภา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยมี พลเรือโท กฤชพล เรียงเล็กจำนงค์ ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา พร้อมด้วย นาวาเอก อคเรศ ยิ้มมาก และคณะทำงาน ให้การต้อนรับ พร้อมนำคณะตรวจความพร้อมของสถานที่ เพื่อต้อนรับ ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่ร่วมเดินทางมาในวันที่ 24 ส.ค.63 เวลา 12.45 น. ตามกำหนดการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ การเดินทางของคณะ นายกรัฐมนตรี โดยเครื่องบินลำเลียง SUKHOI SUPER JET &amp;nbsp;100 ออกจากท่าอากาศยานที่ 2 กองบิน 6 (บน.6) กองทัพอากาศ ในเวลา 11.45 น. มาถึงการท่าอากาศยานอู่ตะเภา เวลา 12.45 น. โดย นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะจะเข้าตรวจชมความพร้อมของ ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และจุดคัดกรองผู้โดยสารทั้งขาเข้า-ออก เพื่อสร้างมั่นใจให้กับผู้มาใช้บริการ ถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีมาตรฐานสากล และมีประสิทธิภาพสูง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75325</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมประชาสัมพันธ์, สนามบินอู่ตะเภา, สรรเสริญ แก้วกำเนิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f4261374313a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบหลักการร่าง พ.ร.บ.ยืนยันตัวตนทางดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.เห็นชอบหลักการร่าง พ.ร.บ. การพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล &amp;nbsp;เพื่อยกระดับการให้บริการหน่วยงานของรัฐ ใช้กำกับดูแลสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการ ร่าง พ.ร.บ.การพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ตลอดจนการกำหนดแนวทางการคุ้มครองประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลและผู้ใช้บริการระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันการทำนิติกรรมสัญญาหลายประเภท จะต้องมีการพิสูจน์ตัวตนก่อนที่จะใช้บริการได้ ซึ่งที่ผ่านมา การพิสูจน์ตัวตนจะต้องให้ผู้ใช้บริการไปแสดงตัวตนต่อผู้ให้บริการ มีการยื่นเอกสารหลายอย่าง สำหรับร่างกฎหมายดังกล่าว จะทำให้การทำนิติกรรมสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งหากสามารถพิสูจน์ตัวตนในแบบดิจิทัลได้ ก็จะเกิดประโยชน์ต่อทั้งตัวผู้ใช้บริการ และผู้ให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้กำหนดให้ต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมกำกับดูแลการพิสูจน์และยืนยันตัวตน โดยมี รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นประธานกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลโครงข่ายระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเป็นการทั่วไป, ออกประกาศ คำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.นี้, กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการของบริษัทผู้ให้บริการระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล รวมทั้งการกำหนดค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; การให้บริการระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับการจัดตั้งในรูปแบบบริษัท และได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี นอกจากนี้บริษัทผู้ให้บริการจะต้องกำหนดมาตรฐานในการรักษาความลับ และความปลอดภัยของข้อมูลในโครงข่ายระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล โดยมีมาตรฐานการเข้ารหัสหรือดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการกำหนด ขณะเดียวกันได้กำหนดบทลงโทษแก่บริษัทผู้ให้บริการที่จงใจหรือประมาทเลินเล่อในการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ถูกต้องให้แก่ผู้อื่น หรือไม่ใช่วัตถุประสงค์ที่เป็นไปตาม พ.ร.บ.นี้จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใช้บริการหรือเจ้าของข้อมูล บริษัทผู้ให้บริการจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นด้วย&amp;quot;พล.ท.สรรเสริญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล พ.ศ. .... (ร่าง พ.ร.บ. ดิจิทัลไอดี) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่&amp;nbsp; 1. พัฒนาโครงข่ายระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (โครงข่ายฯ) ที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp; 2. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล รวมทั้งกำกับดูแลผู้ให้บริการ และ&amp;nbsp; 3. ยกระดับการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ โดยหน่วยงานของรัฐสามารถใช้ประโยชน์จากโครงข่ายฯ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลสำคัญ ที่ต้องมี พ.ร.บ. ดิจิทัลไอดี&amp;nbsp; เนื่องจากการทำธุรกรรมหรือการทำนิติกรรมสัญญาหลายประเภทในระบบเศรษฐกิจจำเป็นต้องมีการพิสูจน์ตัวตน การให้ความยินยอม การลงลายมือชื่อ หรือการแสดงเจตนาของผู้ทำธุรกรรมดังกล่าวและในอดีตที่ผ่านมา การพิสูจน์ตัวตนมักจะให้ผู้ใช้บริการ (ผู้ทำธุรกรรม) ต้องไปแสดงตนต่อผู้ให้บริการ เช่น หน่วยงานราชการ ธนาคารพาณิชย์ โรงพยาบาล เป็นต้น พร้อมส่งเอกสารหลักฐานในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน จึงก่อให้เกิดความไม่สะดวก และเป็นภาระต่อผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคอิเล็กทรอนิกส์โดยที่มีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างแพร่หลาย ดังนั้น หากการพิสูจน์และยืนยันตัวตนสามารถกระทำในรูปแบบดิจิทัลได้ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ ซึ่งจะเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ร่าง พ.ร.บ. ดิจิทัลไอดี เป็นกฎหมายเชิงกำกับดูแล โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อกำกับดูแลโครงข่ายฯ เพื่อให้กระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเป็นไปอย่างถูกต้องครบถ้วน และผู้ใช้บริการซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17361</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, ดิจิทัลไอดี, ร่าง พ.ร.บ.การพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล, สรรเสริญ แก้วกำเนิด, เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba0d12eb3a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2018 23:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.ข้ามแม้ว ปชป.ถล่มยับ ‘นคร มาชิน’!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รัฐบาล คสช.ไม่สนใจเสียงนักโทษหนีคุก &amp;nbsp;&amp;quot;ไก่อู&amp;quot; ยันก้าวข้ามทักษิณไปแล้ว เอาสมาธิไปทำงานดีกว่า ยันรัฐประหาร 2557 ต้องทำเพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นง่อย ส่วนประชาธิปัตย์ดาหน้าถล่ม &amp;quot;นคร มาฉิม&amp;quot; เละ &amp;nbsp; อย่าหลงไปยกย่องทรราชที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ อย่าเห็นแก่เงินของคนชั่ว ชี้แค่หวังตำแหน่งทางการเมือง ขณะที่ นปช.ป้อง เชื่อเป็นทฤษฎีสมคบคิดระหว่าง ปชป.กับทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวในงานเลี้ยงวันเกิดว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลมาจากการรัฐประหารที่ไม่เป็นสุภาพบุรุษ พยายามเลื่อนการเลือกตั้งออกไปว่า ก้าวข้ามนายทักษิณไปแล้ว จึงไม่สนใจสิ่งที่นายทักษิณพูด ถ้าเราไปให้ความสนใจคำพูดมากนัก ก็จะเสียสมาธิการทำงาน เอาสมาธิมาทำงานดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ว่าถ่วงเวลาเลือกตั้งขณะนี้ก็มีโรดแมปเลือกตั้งชัดเจน นายกฯ ก็บอกแล้วว่าจะมีขึ้นหลังพระราชพิธีสำคัญ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การที่บอกว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารนั้น การรัฐประหารเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2557 เป็นเรื่องเก่า เชื่อว่าทุกคนเข้าใจว่าทำไมต้องมีการรัฐประหาร การรัฐประหารไม่ได้เกิดขึ้นปุ๊บปั๊บ แต่เป็นเพราะขณะนั้นรัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้เป็นเวลานาน และไม่มีทางออก ถ้าสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยวิธีอื่น เวลานั้นผู้ที่เกี่ยวข้องคงแก้ไปแล้ว ส่วนเรื่องการตามตัวนายทักษิณ ก็ถือเป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลยังกล่าวถึงกรณีที่นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กแฉกระบวนการสมคบคิดล้มรัฐบาลของนายทักษิณ &amp;nbsp;และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีทหารเข้าร่วมว่า ตนไม่ทราบ และไม่รู้จักนายนครเป็นการส่วนตัว ที่เขามาพูดเช่นนี้ไม่รู้ว่าต้องการอะไร และไม่รู้สึกว่ามีกระบวนการตามที่นายนครบอก เพราะเชื่อว่าสังคมเข้าใจเหตุการณ์ก่อนการรัฐประหารที่ทำให้ทหารต้องออกมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่รู้สึกว่าการพูดของนายนครเป็นการดิสเครดิตทหาร เพราะสังคมเข้าใจ วันนี้เราต้องเดินไปข้างหน้าและทำตามโรดแมปที่วางไว้&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ &amp;nbsp;ผบ.มทบ.11 ในฐานะทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า การออกมาวิพากษ์วิจารณ์ของนายทักษิณหรือนักการเมืองต่างๆ เชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนคนไทยสามารถรับฟังวิเคราะห์ได้ ว่าจากคำพูดดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร ซึ่งรัฐบาลและคสช.คงติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆเหล่านี้ แต่จะไม่โต้ตอบ เพราะจะทำให้เสียเวลาการทำงานให้บ้านเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใครจะพูดอะไรอย่างไรไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ คำตอบที่ดีที่สุดคือพี่น้องประชาชนดูจากการทำงานของรัฐบาลได้ว่า 4 ปีที่ผ่านมารัฐบาลและ คสช.ได้ทำอะไรไปบ้าง แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่สะสมมานาน จนทำให้ประเทศเกิดความเข้มแข็งภายใต้ความสงบสุขร่วมกัน มีรากฐานที่มั่นคงเข้มแข็งมากขึ้น&amp;quot;
ไม่มีเวลาตอบโต้ใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า นายทักษิณระบุว่ารัฐบาล-คสช.พยายามถ่วงการเลือกตั้ง พล.ต.ปิยพงศ์ตอบว่า ต้องเข้าใจว่า เวลานี้รัฐบาลไม่สามารถตอบเป็นอย่างอื่นไปได้ รัฐบาลยืนยันตามโรดแมปเดิม ไม่สามารถตอบเป็นอย่างอื่นได้ เพราะไม่มีประเด็นอื่นที่จะมาเป็นปัจจัยในการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ทุกคนในรัฐบาลและ คสช.ต่างทำงานในหน้าที่เต็มขีดความสามารถ เพราะมีงานข้างหน้าที่รออยู่อีกมาก งานใดๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นล้วนเป็นงานสำคัญที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วม ทั้งนี้ เพื่อทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองเกิดความสงบสุขร่มเย็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามการทำงานของรัฐบาลและ คสช. ซึ่งจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เราทุกคนต่างตั้งอกตั้งใจทำงานตอบสนองประชาชน เพราะเราตั้งใจเข้ามาทำงานให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข จึงไม่มีเวลาที่จะไปโต้ตอบใคร เพราะการตอบโต้ใดๆ จะไม่เกิดประโยชน์อะไร เอาเวลามาทำงานให้ประเทศชาติจะดีกว่า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ปิยพงศ์กล่าวว่า ในช่วงเวลามหามงคลนี้ ตนอยากให้พี่น้องประชาชนคนไทยร่วมกันสร้างบุญสร้างกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร่วมใจเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทำบุญในเทศกาลวันเข้าพรรษา ซึ่งจะทำให้เกิดอุ่นไอของความรักชาติรักแผ่นดิน เพราะสภาพโดยรวมขณะนี้ต้องยอมรับความจริงว่าบ้านเมืองปกติสุขสงบเรียบร้อย กิจกรรมต่างๆ ที่รัฐบาลมอบหมายหน่วยงานฝ่ายต่างๆ ได้รับการตอบสนองความร่วมมืออย่างเต็มที่ รัฐบาล-คสช.มีความมุ่งมั่นตอบสนองความต้องการของประชาชนตลอดเวลา มีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในประเทศ จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่ออารยประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาการประมงที่ถูกต้องตามหลักสากล (IUU) การบินพลเรือน (ICAO) การค้ามนุษย์ที่อยู่ในระดับที่ดีขึ้น (TIP Report) รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ รัฐบาลสามารถสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ โดยเฉพาะกรณีการส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือ สปป.ลาวที่เกิดภัยพิบัติเขื่อนแตก สิ่งต่างๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาล-คสช.มีความตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสัมพันธ์ ทองสมัคร อดีต ส.ส.ปชป.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตนเคยไปช่วยนายนครหาเสียงสมัยที่อยู่วัดใกล้ๆ บ้าน คล้ายๆ เป็นเด็กวัด เป็นคนที่มีหน่วยก้านใช้ได้ แต่ตอนหลังได้ข่าวว่าลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว ต้องเข้าใจว่าเรื่องการเมืองนี้ต้องมีจิตใจหนักแน่น อย่าไปหวั่นไหว ถ้าเรามีอุดมการณ์สนับสนุนพรรคการเมืองใด ก็ต้องอยู่ในพรรคนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนที่มีอุดมการณ์ชัดเจนว่าเป็นนักการเมืองแล้วแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเอง เพื่อตระกูล เพื่อครอบครัวแล้ว เราควรที่จะถอยห่าง หากเราไปคลุกคลีกับเขาสักวันหนึ่ง ประชาชนก็จะตัดสินเองว่าคนนี้ดีหรือไม่ดี ฉะนั้นต้องระมัดระวังให้ดีนักการเมืองทั้งหลาย ไม่เฉพาะนายนคร นักการเมืองทุกคนต้องพึงระวัง ถ้าเราเป็นนักการเมือง มีอุดมการณ์เพื่อประชาชนจริง&amp;nbsp;
ต้องเจ็บแค้นแทนประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าลืมว่าเราต้องเจ็บแค้นแทนประชาชน ในเมื่อประชาชนเดือดร้อน เราต้องเดือดร้อนแทนประชาชน นี่คือนักการเมืองของประชาชน ส่วนนักการเมืองพวกแสวงหาผลประโยชน์ ก็เหมือนกับเราเป็นลูกฟุตบอล เขาจะเตะไปเตะมาจนเราน่วม แล้วเขาก็ทิ้ง ต้องระมัดระวังไม่ว่าจะเป็นใคร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัมพันธ์กล่าวว่า มีอยู่ช่วงหนึ่งที่นายนครไปอยู่กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมซึ่งเป็นกิจกรรมเฉพาะกิจ กิจกรรมวันนั้นเป็นกิจกรรมเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหา เพื่อปูทางการเมืองให้จัดสรรคนดีๆ เข้ามาบริหารบ้านเมือง เพราะฉะนั้นกิจกรรมจบไปแล้วก็จบกัน แล้วก็ปูทางได้แค่ไหน สะพานปูนหรือสะพานไม้ ซึ่งสะพานเหล่านั้นอาจจะมีไม้ผุบ้างก็ได้ เราต้องซ่อมแซมต่อไป เพื่อเดินให้ถึงจุดหมายปลายทางของระบอบประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเมืองวันนี้ต้องระวังทุกพรรค มีการถ่ายเทบ่อยๆ อย่างผมอยู่พรรคใดก็มีคนรักทุกพรรค แต่ผมก็อยู่ ประชาธิปัตย์เราต้องพิจารณาว่าออกจากประชาธิปัตย์เพราะอะไร ผมไม่เคยประกาศว่าผมออกจากประชาธิปัตย์หรือทิ้งประชาธิปัตย์ แต่ผมมีเหตุผล ต้องถวายงานในพระราชวัง จึงต้องลาออกจากพรรคการเมือง แต่ใจผมก็ยังอยู่ประชาธิปัตย์เหมือนเดิม ไม่ได้เกี่ยวกับดีหรือไม่ดี หากพรรคไม่ดีผมจะอยู่มาได้อย่างไรตั้งแต่ปี 2512 จนมาถึงปัจจุบันนี้ พรรคดี แต่คนในพรรคอาจจะไม่ดีมันมี ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ศาสนาดีแต่พระบางรูปไม่เข้าท่า ผิดแบบหลักคำสอน&amp;quot; นายสัมพันธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่อยากพูดถึงนายนคร เพราะว่าได้ออกจากพรรคไปนานแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ตนตั้งใจจะเขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวไปถึงนายนคร แต่ขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การที่นายนครออกมาโพสต์เฟซบุ๊กขอโทษนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนก็ไม่รู้ว่านายนครอยากจะไปอยู่พรรคเพื่อไทยหรือพรรคไหน แต่เขากลับมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้แล้ว ถ้ามาก็อยู่ยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่นายทักษิณกล่าวในงานเลี้ยงวันเกิด 69 ปี โดยระบุว่า รัฐบาลเป็นรัฐบาลมาจากการรัฐประหารที่ไม่เป็นสุภาพบุรุษ พยายามเลื่อนการเลือกตั้งออกไปนั้น นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า แน่นอนการพูดดังกล่าวถือเป็นการดิสเครดิตทหาร เพราะว่าเขาเป็นคนที่ยึดอำนาจ ซึ่งเราคงย้อนเวลากลับไปไม่ได้ เพราะเดินกันไปไกลแล้ว
โทษทหารทำเสียของ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ดูเหมือนนายทักษิณยังมั่นใจว่ายังครองหัวใจประชาชนคนไทยได้อยู่ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตอบว่า ตามผลโพลก็เป็นความจริงอย่างนั้น เขาก็ยังมาเป็นที่หนึ่ง เรื่องนี้เป็นความผิดของฝ่ายผู้มีอำนาจที่ไม่แจ้งความจริงขณะนั้นว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมือง รวมถึงนายกฯ ยังพูดว่านักการเมือง จึงทำให้เขารู้จุดอ่อนของรัฐบาล ทั้งที่รัฐบาลยึดอำนาจตั้งใจแก้ปัญหา ซึ่งหากรัฐบาลไม่สืบต่ออำนาจ เชื่อว่านายทักษิณต้องแพ้ แต่พอรัฐบาลคิดจะอยู่ต่อ เขาก็กลับมาชนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องโทษทหารที่ทำเสียของ ฉะนั้นถ้าไม่ระวังตัวคิดจะอยู่ต่อ ความน่าเชื่อถือจะหมดลง เพราะไหนจะเรื่องไปดูดนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทย ก็เกิดความไม่ชอบธรรมแล้ว จึงทำให้ผลสวิงกลับมาสู่ฝ่ายยึดอำนาจ&amp;quot; นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่นายนครเขียนอวยพรนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นสิทธิของนายนคร แต่การใส่ความเท็จพรรคประชาธิปัตย์นานาประการ ไม่แน่ใจว่านายนครมีสติดีหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีการประชุมวางแผนใดๆ ให้ทหารมายึดอำนาจอย่างที่นายนครกล่าวหา หรือจาบจ้วงกล่าวอ้างไปถึงตุลาการระดับสูงบางคน ส่งผลให้สถาบันศาลได้รับความกระทบกระเทือน ซึ่งไม่เคยมามีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในทางการเมืองเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า นายนครเขียนโยงใยไปถึงตุลาการระดับสูงเพื่อผลประโยชน์อะไร เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของตุลาการหรือไม่ นายนครเคยด่าว่าวิพากษ์วิจารณ์นายทักษิณไม่มีชิ้นดีกลางสภา แล้ววันนี้มายกยอปอปั้นสรรเสริญในวันเกิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อนิจจา คนหนอคน ยืนยันว่าสิ่งที่คุณนครเขียนนั้นเป็นเท็จ และกล่าวร้ายให้พรรคประชาธิปัตย์และวงการตุลาการเสียหาย ผมพร้อมเผชิญหน้ากับคุณนครทุกเวลา ให้เอาสัจจะความจริงมาพูดกัน อย่าหลงไปยกย่องทรราชที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ อย่าเห็นแก่เงินของคนชั่ว&amp;quot; นายวัชระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้มองว่าไม่ได้มีเหตุตามที่นายนครอ้าง ตนอยู่พรรคประชาธิปัตย์มานาน ผ่านการเมืองมาตลอด ไม่เคยมีเรื่องนี้ ดังนั้นเรื่องนี้คงจะต้องให้ประชาชนใช้พิจารณาว่าสิ่งที่นายนครพูดออกมาเจตนาพูดเพื่ออะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนราพัฒน์กล่าวอีกว่า อยากจะบอกนายนครว่าอย่ายกเรื่องที่ไม่เป็นความจริงมาพูด เพื่อจะเอาใจ เพื่อทำให้ตัวเองมีบทบาท หรือเอาใจอดีตนายกรัฐมนตรี อยากให้พิจารณาคำพูดของตัวเอง และจะต้องออกมารับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้ทางพรรคเองคงจะต้องให้ทีมฝ่ายกฎหมายดูว่าประเด็นไหนที่นายนครพูดออกมาบิดเบือนความจริง จะต้องมีการฟ้องร้อง เพราะทำให้พรรคเสียหาย ที่ผ่านมาพรรค ปชป.เองไม่ได้ให้ความสำคัญกับนายนครอยู่แล้วหลังจากไปอยู่พรรคอื่น
หวังตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่นายนครออกมาพูดแบบนี้เพื่อหวังตำแหน่งทางการเมือง แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับอำนาจวาสนาว่าจะได้หรือไม่ ผมมองว่าความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย ต้องรอดูกันยาวๆ โดยนายนครเป็นเพียงอดีต ส.ส.ปชป. และออกจากพรรคไปแล้ว เพื่อไปอยู่พรรคชาติไทยพัฒนา หลังจากนั้นนายนครก็ถูกดูดไปอยู่พรรคเพื่อไทย&amp;rdquo; นายนราพัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า หากมองย้อนตั้งแต่ปี 2548 ตอนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเริ่มชุมนุมขับไล่รัฐบาลทักษิณ จนถึงปัจจุบันอย่างยอมรับความจริง จะเห็นว่าสิ่งที่นายนคร พูดคือคำอธิบายที่ตรงไปตรงมาถึงทฤษฎีสมคบคิดทางการเมืองที่ นปช.และอีกหลายคนพูดมาตลอด เมื่อยืนยันโดยอดีต ส.ส.หลายสมัยของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ทำให้เรื่องนี้ชัดเจนมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า บทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ต่อการยึดอำนาจทั้ง 2 ครั้งเป็นแบบเดียวกัน คือร่วมมือกับกลุ่มจัดตั้งเพื่อชุมนุมขับไล่รัฐบาล บอยคอตการเลือกตั้ง เดินเกมเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และรอรับดอกผลจากการเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งด้วยกติกาของฝ่ายยึดอำนาจ เพียงแต่คราวนี้ คสช.บอกว่า คมช.ทำเสียของ จึงกำหนดให้มีนายกฯ คนนอกได้ และมีแนวโน้มว่าผู้มีอำนาจจะไปต่อ สถานะของพรรคประชาธิปัตย์จึงเปลี่ยนจากชิ้นส่วนหลักเป็นเพียงอะไหล่ แกนนำหลักอย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งออกตัวมาไกลจึงต้องแปลงสภาพตัวเองเป็นหุ้นส่วนอำนาจกับคณะรัฐประหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นความอัปยศอย่างยิ่งที่นักการเมืองที่ถือกำเนิดจากวิถีทางประชาธิปไตย เป็นไส้ศึกทำลายประชาธิปไตยเสียเอง&amp;quot;&amp;nbsp;
กูไม่กลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า นอกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว กลุ่มพลังฝ่ายอนุรักษนิยมทั้งหลายที่ถูกพูดถึงก็ควรทบทวนตัวเอง การใช้อำนาจบิดเบือนหลักการต้องยุติ ถ้าวิธีนี้ดีจริงบ้านเมืองคงเจริญไปแล้ว มาตรฐานแบบชื่นชมการเลือกตั้งในมาเลเซีย แต่ประณามคนอยากเลือกตั้งในไทย ไม่ได้อธิบายว่าคนฐานะดี การศึกษาสูง จะมีสำนึกเรื่องประชาธิปไตยมากกว่าชาวบ้านคนธรรมดา ความเชื่อว่าคนเท่ากันและเคารพในความเป็นมนุษย์ต่อกันต่างหาก คืออนาคตที่งดงามของสังคมไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ตนไม่แปลกใจ ฝ่ายประชาธิปไตยเข้าใจเรื่องเหล่านี้มานานแล้ว เพราะการเมืองไทยยิ่งกว่าสิ่งที่เรียกว่ารัฐพันลึก เป็นการเมืองที่ระยะเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยมีความยืดยาว และยังไปไม่ถึงเป้าหมาย จึงทำให้ท่ามกลางความยืดยาวของระยะเปลี่ยนผ่านจะมีเรื่องราวจากคนที่เคยเชื่อแบบหนึ่งอย่างที่นายนครเขียนแทงทะลุออกมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะทัศนะที่ยังไม่ต้องการคืนอำนาจให้ประชาชนของเครือข่ายชนชั้นนำอนุรักษนิยม อำนาจนิยม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาเราจึงเห็นความพยายาม 2 ด้านดำรงอยู่ในสังคมไทย ด้านหนึ่ง ต้องการก้าวไปสู่อำนาจประชาชน กับอีกด้านหนึ่ง ความพยายามที่จะเหนี่ยวรั้งการไปสู่อำนาจประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางธิดาเชื่อว่าคนที่รู้อย่างนายนครมีอีกมาก แต่อาจจะไม่มีฐานะทางการเมือง เป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เหมือนอย่างที่นายนครมี เนื้อหาที่นายนครเขียน จะทำให้มีผลกระทบต่อตัวนายนครมาก โดยมีทั้งชีวิตจริงและชีวิตทางการเมืองเป็นเดิมพัน ดังนั้นคงไม่มีใครทำ ถ้าจะตายด้วยการโกหก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่แสดงว่าจะต้องมีอะไรที่หนักหนาสาหัสทางการเมือง จนกระทั่งต้องออกมาเปิดโปงโดยมีนัยว่ากูไม่กลัว อีกทั้งยังมีนัยขู่นิดๆ ด้วยว่าเขารู้เบื้องหลัง ดังนั้นเรื่องนี้จึงต้องเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องตัดสินว่าคำพูดของใครฟังขึ้นหรือไม่ขึ้น โดยใช้ผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นตัวตั้ง&amp;rdquo; แกนนำ นปช.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14283</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวข้ามทักษิณ, ทักษิณ ชินวัตร, นคร มาฉิม, นคร มาชิน, พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์, สรรเสริญ แก้วกำเนิด, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180728/image_big_5b5c5798721df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยัน‘บิ๊กตู่’สัญจรไม่ดูด พท.ขอเอาแต่พองาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ไก่อู&amp;quot; เผยนายกฯ ยืนยัน ครม.สัญจรอีสานไม่ได้ไปดูด ส.ส. แค่รับฟังปัญหาจากชาวบ้าน จะให้นั่งทำตัวเฉยๆ อยู่ในทำเนียบรัฐบาลได้อย่างไร ขณะที่ฝ่ายการเมืองให้ความเห็นแบ่งขั้วชัดเจน ซีกประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา ภูมิใจไทยชี้ไม่ดูด แต่เพื่อไทยเต้น อ้างยังดูดอยู่เรื่อยๆ เปลี่ยนรูปแบบเพื่อนชวนเพื่อนแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีฝ่ายการเมืองวิพากษ์วิจารณ์การลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่ จ.อุบลราชธานี และ จ.อำนาจเจริญ ว่าฝ่ายการเมืองไม่ได้วิจารณ์การลงพื้นที่ของรัฐบาลเป็นครั้งแรก แต่วิจารณ์การลงพื้นที่ในแต่ละครั้งว่าเป็นการไปดูดอดีตส.ส.มาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าการลงพื้นที่ไม่ได้ไปดูดอดีต ส.ส. เพราะรัฐบาลไหนก็ต้องลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาประชาชน และลงพื้นที่เพื่อไปทำงานอยู่แล้ว จะให้นายกฯ นั่งทำตัวเฉยๆ อยู่แต่ในทำเนียบฯ โดยที่ไม่ไปลงพื้นที่เลยหรืออย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า รัฐบาลต้องการลงพื้นที่ เพื่อไปรับฟังปัญหาของประชาชน และนำมาแก้ไข รวมถึงไปรับฟังหน่วยราชการเขารายงานปัญหาต่างๆ จริงๆ เพื่อให้การแก้ปัญหานั้นตรงจุด ใครจะวิพากษ์วิจารณ์ก็แล้วแต่ แต่คนที่วิพากษ์วิจารณ์ส่วนใหญ่จะอยู่ในแวดวงการเมือง ก็ขอให้เปิดใจให้กว้างหน่อย เพื่อรับฟัง จะได้เข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้ขอเห็นต่างกับคนที่วิจารณ์ เพราะจะว่าไปแล้วจังหวัดแรกที่นายกฯประยุทธ์นำ ครม.ไปสัญจรคือสุพรรณบุรี แล้วก็ยังไม่ได้ดูดไปไหน และในวันนั้นก็มีอดีต ส.ส.จากอ่างทองมารับด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่าพวกเราก็ยังอยู่พรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ได้ถูกดูดไปไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในทางกลับกัน นายกฯ ยิ่งนำ ครม.ไปสัญจรหลายจังหวัดหลายพื้นที่ยิ่งจะเป็นสิ่งที่ดี ไปทุกสัปดาห์เลยได้ก็ยิ่งจะดี เพราะการที่นายกฯ ไปต่างจังหวัด ไปเยี่ยมชาวบ้านถึงพื้นที่นั้น จะทำให้ได้รับข้อมูลที่ละเอียดโดยตรงจากชาวบ้าน และเมื่อประชุม ครม. กันในแต่ละครั้ง พวกเราก็เห็นกันอยู่ว่าหน่วยงานราชการทุกส่วนจะไปร่วมประชุมด้วยทั้งหมด รวมไปถึงจังหวัดโดยรอบก็ยังได้ประโยชน์ด้วยกัน จึงเห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรีไปประชุม ครม.สัญจร เพราะชาวบ้านได้ประโยชน์
สมัยบรรหารก็สัญจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่ของนายกฯ และ ครม. ในแต่ละครั้ง ก็จะมีอดีตนักการเมืองหรือนักการเมืองท้องถิ่นมารอต้อนรับ พูดคุยอยู่แล้ว ย่อมถูกมองไปว่ามีนัยทางการเมือง นายวราวุธตอบว่า เมื่อคนระดับนายกรัฐมนตรีมาถึงพื้นที่ ถ้าใครเป็นเจ้าของพื้นที่ไม่ไปต้อนรับคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องแปลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้ว่าในแต่ละยุคแต่ละสมัยที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีจะไปพื้นที่ไหนก็ตาม ดูอย่างสมัยนายกฯ บรรหาร ถึงแม้จะเป็นพื้นที่ที่ไม่มี ส.ส.สังกัดพรรค เราก็ยังให้การสนับสนุน เพราะชาวบ้านเขามีความเดือดร้อนไม่สามารถแยกแยะได้ ดังนั้นการที่มีนักการเมืองท้องถิ่นหรืออดีตนักการเมืองระดับชาติ จึงเป็นเรื่องที่ดีและเป็นเรื่องปกติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า อาจถูกวิจารณ์ไปได้ว่าเป็นการมาเพื่อมัดจำทางการเมืองไว้ก่อน นายวราวุธตอบว่า เหรียญทุกเหรียญมีสองด้านเสมอ ถ้าจะมองในแง่ดีก็มีประโยชน์ทั้งนั้น แต่ถ้าจะมองในแง่ร้าย จ้องแต่จับผิดกัน คงไม่เกิดประโยชน์อะไรกับสังคม ถามว่าการที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเขาไปลงพื้นที่อย่างนี้ ชาวบ้านได้ประโยชน์หรือไม่ ก็ต้องตอบว่าได้ ดังนั้นประเด็นสำคัญในฝั่งนักการเมืองก็คือต้องทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของประชาชน ตนจึงคิดว่าการที่ ครม.ลงพื้นที่ประชาชนได้ประโยชน์ก็จบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจะไปพูดคุยกันเพื่อให้เกิดการโยกย้ายถ่ายเทของ ส.ส. ก็เป็นเรื่องปกติของทุกๆ การเลือกตั้ง นักการเมืองบางทีอยู่ที่ดีไม่ดีต้องการจะไปอยู่ที่ใหม่เพราะเห็นดีกว่านั้น ก็เป็นสิทธิ์ของนักการเมืองแต่ละคน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีลงไปแต่ละพื้นที่ ประชาชนพื้นที่นั้นได้ประโยชน์ ทั้งเรื่องงบประมาณ การดูแลจากทุกกระทรวง ทบวง กรม คิดว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ประชาชนในพื้นที่ได้มากกว่าเสีย แต่ถ้าจะถูกมองว่าเสีย ก็คงถูกมองจากนักการเมืองบางกลุ่ม แต่โดยภาพรวมแล้วคนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือประชาชนในพื้นที่นั้นๆ จึงควรมองที่ประโยชน์ที่จะได้มากกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า อยากให้นายกฯ นำ ครม.มาสัญจรที่สุพรรณบุรีและอ่างทองอีกสักรอบหนึ่ง อดีต ส.ส. สุพรรณบุรีตอบว่า ถ้าท่านมาตนก็จะรับ เพราะจะได้ขอให้นายกฯ ทำให้ราคาข้าวมันสูงขึ้นกว่านี้ ตอนนี้ราคาข้าวยังไม่ถึงหมื่นเลย ถ้านายกฯ กับ ครม.มาบ่อยๆ ราคาอาจจะถึงหมื่นก็ได้ ถ้าทำให้ชาวบ้านได้ประโยชน์ตนก็ยินดีทั้งนั้น
ปชป.ชี้ไม่ดูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่มีประเด็นเกี่ยวกับการดูดอดีตนักการเมืองในพื้นที่ และส่วนตัวก็จะไม่เดินทางไปต้อนรับ เพราะเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดและข้าราชการ พร้อมแนะรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน และราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ส่วนโครงการอื่นที่เป็นแผนงานระยะยาวนั้น เชื่อว่ารัฐบาลมีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย ศรีหล้า อดีต ส.ส.อุบลราชธานี และอดีตรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยินดีต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์และคณะ ตนมั่นใจว่านายกฯ มารับฟังปัญหาของพี่น้องและมามอบนโยบาย ไม่ได้มาดูดคนเข้าพลังประชารัฐจริงๆ อย่างที่มีกระแสข่าว อย่างไรก็ตาม อุบลราชธานีเป็นราชธานีหนึ่งเดียวของไทย มีรากวัฒนธรรม อยากให้มองเป็นมหานครในอนาคต มีทุกอย่างที่ กทม.มี จุดเด่นสำคัญมีพรมแดนเชื่อมต่อทั้ง สปป.ลาว รวมถึงกัมพูชา นี่เป็นการบ้านที่นายกฯ และ ครม.ต้องมาตอบคำถามชาวบ้านว่าจะทำให้อุบลราชธานีเป็นอนาคตอีสาน เป็นอนาคตอินโดจีนได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เริ่มต้นก็มีปัญหาตั้งแต่แรก พอครั้งต่อๆ มาก็เกิดขึ้นอีก นี่จึงทำให้การลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจรที่กำลังจะมีขึ้นของรัฐบาล คนเลยไม่ค่อยไว้ใจ จึงถูกเคลือบแคลงสงสัยมากเป็นพิเศษ เพราะประวัติศาสตร์มันบอกเช่นนั้น ความน่าจะเป็นทำให้คนสันนิษฐานกันได้ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่านักการเมืองย้ายพรรคเป็นเรื่องปกติ การเมืองไทยเป็นเช่นนี้มาโดยตลอด จึงทำให้การเมืองไทยวนอยู่ที่เดิม ไม่ไปไหน ดังนั้นเรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับประชาชนด้วย หากประชาชนยังสนับสนุน รับได้กับการที่นักการเมืองเวียนเทียนกัน เลือกตั้งทีก็ย้ายพรรคทีเช่นนี้ การเมืองก็ยังอยู่ที่เดิม ที่ผ่านมาจึงมีความพยายามเรียกร้องจากสังคมว่า หากการย้ายพรรคของอดีต ส.ส. มีข้อครหาหรือสงสัยว่าเป็นการย้ายเพราะถูกดูดด้วยตำแหน่งหรือผลประโยชน์ ประชาชนต้องลงโทษนักการเมืองเหล่านี้ ด้วยการไม่ต้องไปลงคะแนนให้
เบื่อข่าวดูด ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตอนนี้พี่น้องประชาชนเบื่อจะฟังข่าวเรื่องพลังดูดทางการเมืองแล้ว และส่วนตัวก็เห็นว่าใครจะย้ายไปไหนก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้กำหนดว่าใครจะได้เป็นผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นอย่าไปให้ความสำคัญมากนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาจเป็นแค่การปั่นราคาสร้างมูลค่าให้กับตัวเองมากกว่า ณ วันนี้เราต้องใช้กลไกการเลือกตั้งแก้ปัญหา รีบเลือกนายกรัฐมนตรีเพื่อให้การเมืองเข้าสู่การเมืองปกติ หลังจากนี้ก็ว่ากันไปตามระบอบรัฐสภา อย่าลากการเมืองออกไปข้างถนนอีกเหมือนที่ผ่านๆ มา&amp;quot; นายศุภชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน ส.ส.ภาคอีสาน กล่าวว่า การลงประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่เป็นเรื่องปกติหากทำแต่พองาม แต่พอมีข่าวว่าจะดึงใครได้แล้วไปพื้นที่นั้นเป็นเหมือนการโชว์ตัว ประชาชนดูออกว่าอะไรเป็นอะไร ที่ถูกวิจารณ์ท่านก็ไม่ควรออกอาการหงุดหงิด ควรเอาความจริงออกมาพูดกันดีกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้การดูดก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ ยังคงมีความพยายามสูงอยู่ แต่ปรับเปลี่ยนวิธีการโดยใช้แบบเพื่อนชวนเพื่อนมากขึ้น แต่หัวขบวนเขากลับออกมาบอกหน้าตาเฉยว่าไม่ได้ทำอะไร ทำท่าไม่รู้ไม่เห็นเป็นเรื่องไม่สมควร เพราะในพื้นที่รู้อยู่ว่าใครทำอะไรอย่างไร ปลดล็อกเมื่อไหร่คงได้รู้ว่าใครเป็นใคร สุดท้ายก็ต้องจำนนต่อหลักฐาน ส่วนการปรับเปลี่ยนท่าทีของพรรคเพื่อไทยไม่โจมตีการดูดรุนแรงเหมือนก่อนหน้านี้ ไม่ได้ส่งผลอะไรกับการตัดสินใจของอดีต ส.ส.ที่จะถูกดูด เพราะเป็นสิทธิของเขา เราเพียงไม่อยากเห็นภาพนักการเมืองโจมตีกันด้วยถ้อยคำรุนแรงจนสังคมเบื่อหน่ายเท่านั้น&amp;quot; นายประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กระแสการดูดอดีต ส.ส. ที่มีการเสนอให้ส่วนราชการทุกระดับให้การช่วยเหลือคนที่ย้ายพรรคไปร่วมกับฝ่ายผู้มีอำนาจระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง แต่อดีต ส.ส.ที่ยึดมั่นอยู่กับพรรคเพื่อไทยไม่หวั่นไหว เพราะเมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ไม่มีอำนาจใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าเสียงของประชาชน ปากกาของประชาชนที่จะใช้ในคูหาเลือกตั้งมีอำนาจสิทธิ์ขาดที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรายังมั่นใจในผลงานที่ผ่านมาและนโยบายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะไม่ทำให้ประชาชนทิ้งพรรคเพื่อไทย และในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ที่พรรคเพื่อไทยเคยได้ ส.ส. 7 เสียง แม้มีกระแสข่าวอดีต ส.ส.ย้ายพรรคบ้าง แต่การเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคเพื่อไทยจะได้เสียง ส.ส.ในอุบลราชธานีไม่น้อยไปกว่าเดิมแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันการลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรไม่มีนัยทางการเมืองนั้น ก็ถือเป็นมุมมองของท่าน แต่ถ้ามีนักการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นไปตั้งแถวรอรับ จะให้ประชาชนคิดอย่างไร ท่านไม่มีสิทธิไปห้ามความคิดประชาชนได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.สัญจร, สรรเสริญ แก้วกำเนิด, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180714/image_big_5b49dc4d882eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งย้ายเจ้าท่าภูเก็ต!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยอมรับนักท่องเที่ยวจีนหนีไทย หลังเหตุเรือล่มภูเก็ต สั่งทีมประเทศไทยในจีนแจงข้อมูลหวังฟื้นฟูความเชื่อมั่น นายกสมาคมโรงแรมภาคใต้เผยแค่ 19 โรงแรมที่ส่งข้อมูลเข้ามาถูกยกเลิกการจองห้องพักล่วงหน้าในช่วง ก.ค.-ส.ค.แล้วกว่า 7,300 ห้อง &amp;quot;โจ๊ก หวานเจี๊ยบ&amp;quot; ขึงขังกวาดล้างทุนข้ามชาติ-นอมินี ผู้ว่าฯ สั่งล้อมคอกก่อนออกเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงกรณีเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต และขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ยังคงปฏิบัติการกู้ภัยให้ภารกิจสำเร็จโดยเร็ว พร้อมทั้งได้กำชับเรื่องการสอบสวนคดีให้ดำเนินการอย่างรัดกุมและครอบคลุมในทุกประเด็น เช่น การออกเรือ มาตรฐานของเรือ การตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ เป็นต้น โดยจะต้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า นายกฯ แสดงความเป็นห่วงเรื่องการทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวจีน เพราะเบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีบางส่วนเริ่มยกเลิกการเดินทางมา จ.ภูเก็ต แล้ว โดยให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และทีมประเทศไทยในจีนร่วมกันชี้แจงข้อมูลเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า มาตรการของรัฐในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีเสียชีวิต บาดเจ็บ และการฟื้นฟูจิตใจ ที่สำคัญคือแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการควบคุมให้เข้มงวดขึ้น โดยจะต้องตรวจเรือท่องเที่ยวเช่นเดียวกับเรือประมง ให้นำต้นแบบศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง (PI-PO) มาใช้กับเรือท่องเที่ยว ซึ่งจะต้องตรวจตั้งแต่ตัวเรือ กัปตันเรือ ลูกเรือ จำนวนนักท่องเที่ยว อุปกรณ์ความปลอดภัย เสื้อชูชีพ เส้นทางการเดินเรือ โปรแกรมท่องเที่ยว ฯลฯ หากมีเรือลำใดออกจากท่าเรือโดยไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด ให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร นายกสมาคมโรงแรมภาคใต้ ยอมรับว่า เบื้องต้นขณะนี้มีโรงแรมที่ส่งข้อมูลเข้ามา 19 แห่ง ได้รับผลกระทบโดยมีการยกเลิกการจองห้องพักล่วงหน้าในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมกว่า 7,300 ห้อง จากจำนวนโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตกว่า 2,000 แห่ง มีห้องพักรวมกว่า 100,000 ห้อง ซึ่งขณะนี้กำลังรอการสรุปและส่งข้อมูลกลับมาของโรงแรมใน จ.ภูเก็ตที่เหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกสมาคมโรงแรมฯ กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นถือว่ามากกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก ซึ่งน่าจะเกิดจากความไม่มั่นใจต่อมาตรการความปลอดภัยการท่องเที่ยวทางทะเลของไทย และยังอยู่ในอารมณ์โกรธเคืองกับคำพูดบางคำพูดที่มีการแชร์ข้อมูลกันในเครือข่ายสังคมออนไลน์จีน จึงยังไม่อยากเดินทางมาท่องเที่ยวที่ภูเก็ตและมีการยกเลิกการจองห้องพัก และคาดว่าผลกระทบจะกินเวลายาวไปจนถึงเดือนกันยายน
&amp;quot;โจ๊ก&amp;quot; กวาดล้างนอมินี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) กล่าวว่า เตรียมกวาดล้างนายทุนต่างชาติจ้างคนไทยเป็นนอมินีทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ทั้งเรือนำเที่ยว รถบัสรับ-ส่งนักท่องเที่ยว ซึ่งทำให้เกิดปัญหาผู้ประกอบการไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรือ ไม่คำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัย คิดแต่เรื่องกำไรเป็นหลัก หากปล่อยไว้ในอนาคตอาจจะทำให้เกิดเรือล่มซ้ำรอยอีก สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทราบว่าอธิบดีกรมเจ้าท่าได้สั่งย้ายเจ้าท่าจังหวัดภูเก็ตออกนอกพื้นที่แล้ว พร้อมทั้งได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่งในส่วนของการดำเนินคดีนั้น แบ่งเป็น 2 ส่วน คือการสอบสวนเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด โดยจะต้องมีการสอบสวนว่าเรือออกได้อย่างไร และเรือสร้างได้อย่างไร มีพิมพ์เขียวกี่ฉบับ เพราะปกติการสร้างต้องมีพิมพ์เขียวอย่างน้อย 60-70 ฉบับ และจากการตรวจสอบเรือคู่แฝดกับเรือฟีนิกซ์ พบมีพิมพ์เขียวเพียง 4 ฉบับ นับตั้งแต่วันนี้ ในเรื่องความปลอดภัย เราจะเริ่มต้นตรวจเรือและบังคับใช้กฎหมายทุกลำ หากลำไหนไม่สมบูรณ์ ก็ต้องทำให้สมบูรณ์ โดยเจ้าท่าต้องตรวจและเซ็นรับรองทุกลำ หากออกทะเลไปแล้วเกิดปัญหา เจ้าท่าจะต้องรับผิดชอบ รวมถึงกรณีที่มีการปล่อยให้มีการบุกรุกที่ดินของรัฐ ก็จะต้องมีการตรวจสอบเพื่อหาผู้ปล่อยปละละเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า คดีเรือล่ม 2 ลำที่ภูเก็ต ศาลจังหวัดภูเก็ตได้อนุมัติออกหมายจับเจ้าของเรือฟีนิกซ์ และช่างเครื่องประจำเรือฟีนิกซ์แล้ว คาดว่าเจ้าของเรือฟีนิกซ์จะเข้ามอบตัวเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้น หจก.ธนวัฒน์เอ็นจิเนียริ่ง ที่ต่อเรือฟีนิกซ์ ตรวจค้นที่คานเรือสิกิจที่ใช้ต่อเรือฟีนิกซ์ ทางอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ตได้แจ้งความต่อธนวัฒน์เอ็นจิเนียริ่ง ข้อหาตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบกิจการต่อและซ่อมแซมเรือโดยไม่ได้รับอนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพลกล่าวว่า การสืบสวนสอบสวนต้องการหาสาเหตุการเกิดเหตุนี้ที่ส่งผลให้เรือล่ม คนที่รับผิดชอบไม่เฉพาะกัปตันเรือ ยังมีผู้ควบคุม บริษัทที่จัดเรือ อุปกรณ์ช่วยชีวิต มีมาตรฐานคุณภาพเพียงพอหรือไม่ มีการซ้อมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในเรือหรือไม่ การช่วยเหลือต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงแจ้งข้อหากัปตันเรือ ผู้จัดการเรือซีเรนาต้า ส่วนเรือฟีนิกซ์เช่นกัน และถ้าพบข้อบกพร่องตรงจุดใด ต้องมีผู้รับผิดชอบ จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าสาเหตุเรือล่ม เกิดจากสภาพอากาศ แต่คนที่ขับเรือ บริษัทเรือมีการจัดการดำเนินการอย่างไร เชื่อว่ากัปตันเรือประมาท บริษัทที่ต้องจัดหาอุปกรณ์การสื่อสารใดๆ ที่ให้เรือหยุด ทางบริษัทต้องรับผิดชอบต่อไป&amp;quot; พล.ต.ต.ธีระพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญทางเรือร่วมตรวจสอบสภาพเรือและอุปกรณ์ภายในเรือได้ สอบสวนพยานแวดล้อมในเหตุการณ์นี้แล้ว ซึ่งการสอบสวนมีกรอบระยะเวลา ขณะนี้เรือฟีนิกซ์รับทราบว่ากู้เรือยาก จึงพยายามหาพยานหลักฐานจากแบบของเรือ บริษัทต่อเรือ ช่างที่ต่อเรือ เพื่อให้ข้อมูลให้มากที่สุด ก่อนทำการฟ้องผู้ต้องหา และจะฟ้องร้องทางแพ่งที่อาจตามมาด้วย&amp;nbsp;
ล้อมคอกขนาดใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า การกู้ร่างผู้เสียชีวิตที่ติดใต้ท้องเรือฟีนิกซ์ กองทัพเรือร่วมกับทูตทหารจีนจัดชุดประดาน้ำจีน เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำทหารเรือไทย และชุดกู้ภัยจากจีน สลับกันดำน้ำลงไปที่บริเวณจุดเรือจม ใช้เครื่องมือดูดทรายออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราใช้เครื่องมือดูดทราย พยายามเอาทรายออกมาด้วยความยากลำบากในความแน่นของทราย กระแสน้ำคลื่นใต้น้ำที่แรง ทำให้ยังไม่สำเร็จ จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพการกู้ร่าง โดยจะเพิ่มเครื่องมือเข้าไปมากขึ้น ทั้งนี้ ขึ้นกับสภาพอากาศด้วย มุ่งมั่นอยากได้ข่าวดีในวันนี้ถ้าสำเร็จ จะทำพิธีอย่างยิ่งใหญ่ ขอฝากทุกกำลังใจด้วย&amp;quot; พล.ร.ท.สมนึกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การควบคุมเรือทุกลำที่ออกให้มีจุดตรวจเรือที่เข้าและออก มีเจ้าหน้าที่ตรวจเรือ เพื่อตรวจสอบผู้ควบคุมเรือ ผู้โดยสาร กัปตันเรือ ลูกเรือ องค์ประกอบต้องครบถ้วน มีความถูกต้องก่อนให้ออกเรือ เป็นจุดเช็กพอยต์ของภูเก็ต ที่ท่าเรืออ่าวปอ ท่าเรือรัษฎา ท่าเรืออ่าวฉลอง ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ที่อ่าวปอ มีริสต์แบนด์ กล้อง CCTV ที่ท่าเรือรัษฎามีกล้องบันทึกทั้งหมด สามารถดึงข้อมูลได้รวดเร็วกับฐานข้อมูลนักท่องเที่ยวมีศูนย์ควบคุมการสัญจรทางทะเลเป็นศูนย์หลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ภูเก็ตกล่าวว่า จังหวัดภูเก็ต ในนามกลุ่มจังหวัดอันดามัน จะขอตั้งเป็นศูนย์ควบคุมทางทะเลที่เกาะยาวจังหวัดพังงา ศูนย์แห่งนี้จะดูถึงกระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง ได้กำหนดแผนไว้แล้ว งบประมาณ 500-600ล้านบาท อยู่ระหว่างเสนอขอรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทางจังหวัดได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาร่วมกันให้ข้อมูลข้อเท็จจริงด้านการท่องเที่ยว กรณีเรือล่ม นักท่องเที่ยวจีนยกเลิกการจองห้องพัก โรงแรม ทัวร์ต่างๆ เพื่อต้องการทราบข้อมูลจริง แก้ปัญหานี้กันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์อำนวยการเหตุการณ์เรือล่มจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp; นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า การจัดการศพจำนวน 46 ราย พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลแล้วครบทั้งหมด สามารถรู้ว่าใครเป็นใคร มียืนยันจากดีเอ็นเอจำนวน 7 ราย ที่เหลือตรวจพิสูจน์จากลายนิ้วมือ ฟัน ตั้งศพไว้ที่วัดโฆษิตวิหาร จำนวน 45 ศพ ส่วนศพที่ 46 ยังเก็บไว้ที่โรงพยาบาล รอการเผา การบริการจัดการศพ ได้บริหารแล้ว 38 ศพ ในจำนวนนี้นำกลับประเทศ 7 ราย เผา 31 ราย วันนี้เผาอีก 7 ราย และยังมีรายที่รอเอกสาร ถ้าเอกสารครบถ้วนมีการเผาเพิ่มอีก 1 ราย&amp;nbsp;
ประกันจ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านตัวแทน คปภ.กล่าวว่า การจ่ายเงินเยียวยาแก่ ผู้ประสบภัย มีการดำเนินการให้เร็วที่สุด กรณีนี้มีผู้เสียชีวิต 47 ราย มาติดต่อที่ศูนย์เยียวยาที่ รพ.วชิระแล้ว 36 ราย ของบริษัทประกันภัยรวม 2 บริษัท ได้แก่ บ.กรุงเทพประกันภัย จำกัด และ บ.ไทยศรีประกันภัย จำกัด จ่ายให้แล้ว 28 ราย โดยกรุงเทพประกันภัย 28 ล้านบาท, บ.ไทยศรีประกันภัย 2 ล้าน 8 แสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผู้ประสบภัยที่ยังไม่ได้ติดต่อเข้ามา 11 &amp;nbsp;ราย ในจำนวนนี้ตรวจสอบพบว่าออกนอกประเทศแล้ว 8 ราย ติดใต้เรือ 1 ราย มีการติดต่อเข้ามารอยื่นเอกสารอีก 1 ราย ไม่ได้ติดต่อเลย 1 ราย ทาง คปภ.ประสานกงสุลจีน &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา ได้ติดต่อกับทั้ง 11 รายแล้ว นัดกันวันที่ 23-24 ก.ค.นี้ ให้มาติดต่อยื่นเอกสารที่ รพ.วชิระภูเก็ตอีกครั้ง เพื่อจ่ายค่าสินไหมที่เหลือทั้งหมดทันที คปภ.ขอยืนยันจะเร่งรัดให้ บ.ประกันภัยจ่ายค่าสินไหมโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมเจ้าท่ารายงานความคืบหน้าสถานการณ์เรือฟีนิกซ์ล่ม โดยล่าสุดการกู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ตรายสุดท้ายที่ติดใต้ท้องเรือฟีนิกซ์ ชุดปฏิบัติการยังคงดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเดิม โดยได้เริ่มปฏิบัติการแล้วเมื่อเวลา 09.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จังหวัดภูเก็ตประกาศปรับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต ที่ท่าเรืออ่าวฉลอง เป็นศูนย์ปฏิบัติการค้นหาส่วนหน้า มอบให้อยู่ภายใต้การกำกับของทัพเรือภาค 3 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับญาติผู้ประสบภัยว่าประเทศไทยจะยังคงปฏิบัติการจนกว่าการพิสูจน์อัตลักษณ์ร่างที่อยู่ใต้ซากเรือฟีนิกซ์จะดำเนินการสำเร็จลุล่วง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการดำเนินการส่งกลับร่างผู้เสียชีวิตและประสานงานอำนวยความสะดวกอื่นๆ ให้กับผู้ประสบภัยและญาติ จังหวัดภูเก็ตทำการเปิดศูนย์อำนวยการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต ที่ศาลากลางจังหวัด โดยกำหนดให้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อที่จะติดตามในภาพรวมในทุกด้าน ทั้งการรักษาพยาบาลเยียวยา การจัดการศพ การส่งกลับ รวมทั้งการรับเรื่องร้องทุกข์กรณีที่ญาติยังมีข้อกังวล ตลอดจนการดูแลประเมินผลการปฏิบัติการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ร่วมกับทัพเรือภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับเพิ่มมาตรการความปลอดภัยการท่องเที่ยว โดยบูรณาการเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในการขึ้นสู่เรือตามท่าต่างๆ โดยเบื้องต้นได้พิจารณาจากเรือที่มีขนาด 60 ตันกรอสขึ้นไป โดยจะดำเนินการในท่าเรือหลัก 4 ท่าเรือก่อน ได้แก่ ท่าเรืออ่าวฉลอง, ท่าเรือรัษฎา, &amp;nbsp;ท่าเรือวิสิษฐ์พันวา และท่าเรืออ่าวปอแกรนด์มารีน่า สลับหมุนเวียนตรวจการณ์ในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13409</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเรือล่ม, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, สรรเสริญ แก้วกำเนิด, สั่งย้ายเจ้าท่าภูเก็ต, หนังสือพิมพ์, เรือนำเที่ยว, เรือฟีนิกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180714/image_big_5b49db4beb595.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทูตจีนขอบคุณไทย สั่งเร่งหาผู้สูญหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; คณะเอกอัครราชทูตจีนลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ค้นหานักท่องเที่ยวจีนที่เสียชีวิตจากเหตุเรือล่มทะเลภูเก็ต ขอบคุณรัฐบาลไทย เผยรัฐบาลจีนพร้อมให้ความช่วยเหลือค้นหาผู้สูญหายเต็มที่ ล่าสุดพบแล้ว 56 ศพ ผอ.รพ.วชิระภูเก็ตขอบริจาคตู้คอนเทนเนอร์เย็นอุณหภูมิลบ 4 องศาเซลเซียส เพราะที่มีอยู่บนเกาะภูเก็ตนั้นไม่พอ ขณะที่มีรายงานพบศพเข้ามาอีกเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เรือล่มกลางทะเลภูเก็ตอย่างสุดซึ้ง โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอย่างดีที่สุด ทั้งการอำนวยความสะดวกแก่ญาติและจัดการเรื่องศพให้เรียบร้อย พร้อมทั้งได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศออกหนังสือแสดงความเสียใจไปยังประเทศบ้านเกิดของผู้เสียชีวิตด้วยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้ดูแลผู้บาดเจ็บทุกราย และระดมสรรพกำลังความร่วมมือทั้งด้านบุคลากรและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อค้นหาผู้สูญหายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยย้ำว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ จึงขอให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุว่าเกิดจากอะไร และใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางการปฏิบัตินับจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้จังหวัดภูเก็ตจัดตั้งศูนย์อำนวยการประสานงานค้นหาผู้สูญหายและประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร โดยขอให้แบ่งสัดส่วนพื้นที่การทำงานของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือสื่อมวลชนให้ชัดเจน และจัดให้มีการแถลงข่าวเป็นวงรอบโดยให้ ผวจ.ภูเก็ตเป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารมีความเป็นเอกภาพ เช่น ตัวเลขผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ หรือสูญหาย และการช่วยเหลือของภาครัฐ และบริษัทนำเที่ยว เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกแขนง ไม่นำเสนอภาพผู้เสียชีวิต เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากลและสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและหน่วยกู้ภัยที่เข้าปฏิบัติงาน งดเว้นการถ่ายรูปผู้เสียชีวิตด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือแล้วส่งให้คนรู้จัก เพราะท้ายที่สุดภาพดังกล่าวอาจหลุดรอดเผยแพร่ออกไปโดยไม่ทันระวัง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศไทย&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญกล่าว
ทูตจีนลงพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกันนี้ นายหลู่ว เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะเดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และประชุมรับฟังบรรยายสรุปการวางแผนค้นหาช่วยเหลือกู้ภัย ร่วมกับนายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเรือล่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายหลู่วกล่าวว่า การค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มครั้งนี้ ทางรัฐบาลไทยให้ความสำคัญการจัดการนี้ ทางประธานาธิบดีจีนขอให้ค้นหาผู้สูญหายให้พบตัวให้ได้อย่างเต็มที่ ให้เยียวยาดูแลให้เต็มที่ ให้ดูแลญาติผู้ประสบภัยที่ตอนนี้ทางญาติเดินทางมาถึงภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทางการจีนทราบว่านายกรัฐมนตรีไทยให้ความสำคัญเช่นเดียวกับผู้นำจีน ในการใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ในการค้นหารอบด้านอย่างเร่งด่วน ทางรัฐบาลจีนได้ส่งทีมงานจากจีนมาที่ภูเก็ตร่วมกับทูตจีน กงสุลใหญ่จีน เพื่อให้การจัดการนี้ให้รอบด้านและราบรื่นทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนต่อไปทางการจีนจะร่วมมือประสานงานร่วมกับไทยทุกด้าน ที่จัดการเหตุครั้งนี้ให้เร็วมากที่สุด ขั้นตอนเร่งด่วนต้องหาทุกวิถีทางในการค้นหาผู้สูญหายในเวลาเร็วมากที่สุด ต้องจัดการและเยียวยาดูแลญาติผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บที่ภูเก็ต ในการเตรียมสถานที่ บุคคล ดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายหลู่วบอกว่า ทางการจีนขอชื่นชมและขอบคุณ ทุกอย่างที่รัฐบาลไทยและจังหวัดภูเก็ตที่ให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจีนที่ประสบเหตุครั้งนี้ ทางการจีนยินดีเสนอความช่วยเหลือทุกด้านในการค้นหาผู้สูญหาย ได้ส่งทีมช่วยเหลือค้นหาผู้ประสบภัยจำนวน 2 ทีมมาถึงภูเก็ตแล้ว ขั้นตอนต่อไปทางทีมงานของทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันประสานงานในทุกด้านที่จะให้คำสั่งของผู้นำจีน &amp;nbsp;ไทย ให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด และจัดการให้ราบรื่นในทุกอย่าง หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้สื่อมวลชนทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนี้จะเดินทางไปตรวจดูจุดเกิดเหตุเรือล่ม ห่างจากท่ารืออ่าวฉลอง &amp;nbsp;7 ไมล์ทะเล, ห่างจากเกาะเฮ 2 ไมล์ทะเล, ห่างจากเกาะราชา 5 ไมล์ทะเล และห่างจากเกาะไข่ 11 ไมล์ทะเล
เร่งค้นหาผู้สูญหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนรภัทรกล่าวว่า เอกอัครราชทูตจีนมีความห่วงใยการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทางจังหวัดได้รายงานความคืบหน้าการค้นหาผู้ที่สูญหายอยู่จำนวน 23 คน ดำเนินการตั้งแต่เช้าที่ผ่านมา ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ระดมกำลังค้นหากู้ชีพภู้ภัย และทางการจีนให้การสนับสนุนส่งหน่วยกู้ภัยมาจำนวน 2 หน่วย ขอขอบคุณทางรัฐบาลจีนเป็นอย่างสูง คาดว่าวันนี้การดำเนินการน่าจะบรรลุเป้าหมาย ทางจังหวัดภูเก็ตขอขอบคุณท่านเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเป็นอย่างสูง อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลจากเรือหลวงเจ้าพระยารายงานว่าพบศพจำนวน 5 รายบริเวณจุดเรือจม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่จะมีการตั้งคณะทำงานฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือญาติ ครอบครัว และผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ประสบภัยเหตุเรือล่ม โดยมีการออกประกาศสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ให้ข้อมูลและช่องทางการติดต่อ รวมถึงสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครเซี่ยงไฮ้ ผ่านเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตได้โดยตรง และยังตั้งหมายเลขโทรศัพท์สายด่วนตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการดำเนินการด้านวีซ่าและการยื่นขอทำวีซ่า เมื่อเดินทางถึงไทยนั้น สถานเอกอัครราชทูตไทยเปิดช่องทางอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าสำหรับญาติและครอบครัวผู้ประสบภัยทุกวัน ไม่เว้นวันเสาร์และอาทิตย์ ซึ่งเป็นวีซ่าประเภทเร่งด่วน สามารถรอรับเพื่อเดินทางได้ทันที &amp;nbsp; มีการประสานกับสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ตไว้แล้ว ที่จะมีการตั้งจุดอำนวยความสะดวกแก่ญาติและครอบครัวผู้ประสบภัยเมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต, &amp;nbsp;สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต, สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ และสมาคมโรงแรมหาดป่าตอง ร่วมมือกันในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจีนและญาติของนักท่องเที่ยวจีนที่ต้องการที่พักก่อนเดินทางกลับในช่วงวันที่ 7-14 กรกฎาคม โดยให้นักท่องเที่ยวหรือญาติของนักท่องเที่ยวสามารถแจ้งความประสงค์ในการพักได้ที่ศูนย์ประสานงาน ดังนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.สถานกงสุลประเทศจีน ประจำจังหวัดภูเก็ต 2. ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ต (เคาน์เตอร์สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ต ในประเทศ) เบอร์โทร. 08-1677-7914, 0-7635-2363
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวและญาติของนักท่องเที่ยวสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ศูนย์ประสานงานดังกล่าว และทางศูนย์ประสานงานจะดำเนินการติดต่อมายังสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เพื่อทำการจัดการที่พักตามลำดับต่อไป
กรมเจ้าท่าห้ามเรือออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุรัฐ ศิริไสยาสน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ออกประกาศสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ฉบับที่ 19/2561 เรื่อง ให้เรือทุกลำงดออกจากท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง โดยเด็ดขาด ในวันที่ 7 กรกฎาคม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศูนย์บัญชาการเหตุช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จังหวัดภูเก็ต
กองพิสูจน์หลักฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิตแล้วเสร็จ 17 ราย พร้อมส่งให้ญาติและครอบครัวรับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี โดยท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตตั้งศูนย์ประสานงาน 2 จุด ที่ฝั่งขาเข้าในประเทศ และขาเข้าต่างประเทศ อำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต โดยจะมีล่ามประกบ 1 ต่อ 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมเจ้าท่ารายงานความคืบหน้ากรณีการกู้เรือทั้งสองลำ ในวันที่ 7 ก.ค.นี้ ดำเนินการลากเรือเซเรนาต้ามาผูกทุ่นไว้เป็นการชั่วคราว บริเวณท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เพื่อรอการเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่เหมาะสมในการยกลำเรือขึ้นพ้นน้ำ โดยมีเรือตรวจการณ์เจ้าท่า 193 คอยอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในระหว่างปฏิบัติการเคลื่อนย้าย ในส่วนเรือฟีนิกซ์ ทัพเรือภาคที่ 3 อยู่ระหว่างลำเลียงอุปกรณ์ในการยกเรือขึ้นสู่ผิวน้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุเรือล่ม จังหวัดภูเก็ต ล่าสุด พบมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 41 ราย และยังไม่พบอีก 15 สำหรับการค้นหาผู้ประสบภัยยังคงดำเนินการค้นหาอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางอากาศ บนผิวน้ำ และใต้น้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจังหวัดภูเก็ต มีแผนการปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยผู้สูญหาย โดยการบูรณการร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน การค้นหาและกู้ภัยใช้เรือจำนวน 17 ลำ, &amp;nbsp;อากาศยาน 6 ลำ และนักประดาน้ำ 70 คน ซึ่งได้เตรียมความพร้อมรถพยาบาลฉุกเฉินและรถเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตบริเวณอ่าวฉลอง และฐานทัพเรือภาคที่ 3 แหลมพันวา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้ประสานคลังน้ำมันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต ขอความร่วมมือสนับสนุนในการเตรียมทุ่นกักน้ำมันและสารลดแรงตึงผิวสำหรับขจัดคราบน้ำมัน เพื่อป้องกันกรณีเกิดคราบน้ำมันที่อาจรั่วไหลจากเรือฟีนิกซ์ &amp;nbsp;และได้ประสานทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง &amp;nbsp; เพื่อดูผลกระทบต่อแนวปะการังและพื้นที่คุ้มครองและอนุรักษ์บริเวณใกล้เคียง
เจ้าของเรือเผยมีประกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทันทีที่เรือทั้งสองลำถูกกู้ขึ้นสู่ผิวน้ำ กรมเจ้าท่าเตรียมส่งทีมตรวจสอบเข้าทำการตรวจสอบตัวเรือเพื่อเก็บข้อมูลหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อสอบสวนการปฏิบัติงานขณะเกิดเหตุของเรือที่เกิดเหตุ และนำมาประกอบการหามาตรการในการป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันต่อไป การปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้มีการบูรณการหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม 26 หน่วยงาน และผู้ปฏิบัติงานมากกว่า 800 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาววรลักษณ์ ฤกษ์ชัยการ เจ้าของเรือฟีนิกซ์ และบริษัท ทีซีบลู ดรีม จำกัด กล่าวในการประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ถึงการดูแลเยียวยานักท่องเที่ยวที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บว่า ทางบริษัทได้ทำประกันไว้ทั้งในส่วนของตัวเรือ นักท่องเที่ยว และ พ.ร.บ. โดยในส่วนตัวเรือได้ทำประกันไว้กับบริษัทกรุงศรีอยุธยาประกันภัย &amp;nbsp;ส่วนประกันนักท่องเที่ยวทำไว้กับบริษัทกรุงเทพประกันภัย ถ้านักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ จะได้รับชดเชยในวงเงินไม่เกินรายละ 5 แสนบาท กรณีเสียชีวิต รายละไม่เกิน 1 ล้าน ซึ่งขณะที่ทางบริษัทประกันกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ และจะจัดส่งเจ้าหน้าที่มาอำนวยความสะดวกทั้ง 2 โรงพยาบาล คือ โรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ทางเจ้าของเรือยังปิดปากเงียบเกี่ยวกับการจัดการเดินเรือ รวมถึงรายละเอียดอื่น และสาเหตุของการเกิดเรือล่ม โดยอ้างว่าไม่พร้อมที่จะคุย แล้วค่อยให้รายละเอียดในภายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต กล่าวว่า ขอบริจาคตู้คอนเทนเนอร์เย็นอุณหภูมิลบ 4 องศาเซลเซียส และขอบริจาคโลงเย็น เนื่องจากตอนนี้ศพที่มาทั้งหมดมี 56 ศพ แต่โลงเย็นจาก รพ.ทั้งหมดที่มีบนเกาะนั้นไม่เพียงพอ และตอนนี้ภารกิจการค้นหาผู้สูญหาย และมีรายงานพบศพเข้ามาอีกเรื่อยๆ และกำลังจะนำร่างผู้เสียชีวิตที่อยู่ตาม รพ.ต่างๆ เข้ามาไว้ที่ รพ.วชิระภูเก็ต เพื่อให้เป็นศูนย์ประสานงานที่เดียว จึงจำเป็นต้องใช้ตู้คอนเทนเนอร์และโลงเพิ่มประมาณ 40 โลง เพราะคาดว่ากว่ากระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์และกระบวนนำศพกลับคืนญาติได้ น่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน โดยจะมีตู้คอนเทนเนอร์เย็นจากผู้มาถึง รพ.ในวันที่ 8 ก.ค. แต่ยังไม่พอ ยังต้องการเพิ่มอีก ซึ่งใครมีความประสงค์ที่จะให้ยืมหรือซื้อบริจาค ให้ประสานได้ที่ศูนย์ประสานงานอุบัติเหตุฉุกเฉิน รพ.วชิระภูเก็ต โทร. 0-7636-1330 หรือ 06-2232-1445
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว หรือหน่วยงานที่ควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยไปอยู่ที่ไหนกันหมด ควรจะต้องรีบออกมาแสดงความรับผิดชอบ และบริหารจัดการในภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ เพราะถือเป็นการปล่อยปละละเลยต่อมาตรฐานความปลอดภัยของการให้บริการการท่องเที่ยว ซึ่งควรจะมีการเตือนภัยที่ดีให้มีมาตรฐานสากลตลอดจนการกู้ภัยให้ทันท่วงที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12951</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะเอกอัครราชทูตจีน, นักท่องเที่ยวจีน, นายหลู่ว เจี้ยน, ภูเก็ต, รพ.วชิระภูเก็ต, รัฐบาลจีน, สรรเสริญ แก้วกำเนิด, หนังสือพิมพ์, เกาะราชา, เกาะเฮ, เกาะไข่, เรือล่ม, เร่งค้นหาผู้สูญหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b40cb18bfd60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’ห่วงเด็ก ผีพนันสิงร่าง! เล็งฟัน‘พริตตี้’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผีพนันบอลโลกอาละวาด นายกฯ ห่วงเยาวชนเป็นพิเศษ หวั่นติดปลายนวมแล้วมือเติบ เตือนผู้ปกครองมีความผิดตามลูกด้วย คุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท เล็งพริตตี้หรือเน็ตไอดอลชวนคนเล่นพนันออนไลน์เจอฟันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยปัญหาการเล่นพนันทายผลฟุตบอลโลก 2018 โดยอยากให้ประชาชนรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันด้วยความพอดี ต้องไม่ให้กระทบต่อสุขภาพหรือประสิทธิภาพในการเรียนและการทำงาน &amp;nbsp;และที่สำคัญ ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนันอย่างเด็ดขาด เพราะอาจเสี่ยงต่ออันตราย หากติดหนี้และไม่สามารถชดใช้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เป็นห่วงเด็กและเยาวชนเป็นพิเศษ เพราะคิดว่าบางคนอาจจะตั้งใจเล่นการพนันกับคนใกล้ชิด เพื่อน หรือคนในชุมชน ซึ่งอาจเล่นแบบติดปลายนวมเพื่อความสนุกสนาน และมือเติบเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ หรือบางคนอาจเล่นแบบหวังได้เงินเป็นกอบเป็นกำในครั้งเดียว ก็ล้วนแล้วแต่ไม่ดีทั้งสิ้น จึงได้กำชับให้กระทรวงศึกษาธิการสร้างความรู้เข้าใจแก่เด็กและเยาวชนทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน และขอความร่วมมือผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานไม่ให้เกี่ยวข้องกับการพนันเป็นอันขาด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ทั้งนี้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กปี 2546 ห้ามเด็กเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนัน หากมีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เล่นการพนัน เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีกับผู้ปกครองของเด็กด้วย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเฝ้าติดตามการเล่นพนันออนไลน์ทุกรูปแบบ ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ จึงขอเตือนไปยังผู้ที่คิดจะเล่นพนันออนไลน์ เพียงแค่สมัครเป็นสมาชิกหรือมีความเคลื่อนไหวทางการเงินผิดปกติ ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายและถูกดำเนินคดีได้ รวมทั้งพริตตี้หรือเน็ตไอดอลที่โฆษณาชักชวนให้คนเข้าไปเล่นการพนัน ก็มีความผิดด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญระบุด้วยว่า นอกจากนี้ สถานบันเทิงและร้านอาหารต่างๆ จะต้องไม่ปล่อยปละละเลยให้มีการเล่นพนัน เพราะอาจจะถูกสั่งปิดและห้ามไม่ให้เปิดสถานบริการเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 46/2559 อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค นำทีมเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ร่วมปฏิบัติการเฉพาะกิจตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 22/2558 ร่วมกับกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พ.ต.อ.สมบัติ หงษ์ทอง รอง ผบก.น.4 พร้อมด้วยนายภูมิพงษ์ ขุนฉนมฉ่ำ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน, &amp;nbsp; นายโกมินทร์ ชินบุตร ผู้อำนวยการเขตวังทองหลาง บูรณาการร่วมกับ ศอ.กต. กรมสรรพสามิต กรมกิจการเด็กและเยาวชน บ้านพักเด็ก กรุงเทพมหานคร สถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง อาสาสมัครรักษาดินแดน สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา ประชาสัมพันธ์กฎหมายพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลบอลโลก 2018 &amp;nbsp; &amp;nbsp;นักดื่มส่วนใหญ่นิยมออกไปดูบอลในสถานบันเทิงที่ให้บริการ ซึ่งสถานประกอบการเหล่านั้นมีการจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสร้างแรงจูงใจ ทั้งยังอาจมีการพนันเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมาย นำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินและการทะเลาะวิวาท หน่วยงานภาครัฐจึงให้ความสำคัญในการป้องปรามกรณีดังกล่าวเพื่อลดผลกระทบความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.นิพนธ์กล่าวว่า ในช่วงฟุตบอลโลกมักพบว่าประชาชนมีพฤติกรรมดูบอลที่ไม่ปลอดภัย ก่อให้เกิดผลกระทบต่างๆ ตามมา ทั้งในเรื่องสุขภาพ เสี่ยงเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจากการตกใจ ดีใจ เสียใจของผลแพ้ชนะ มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงดูบอล และไปดูตามสถานบันเทิงต่างๆ เกิดปัญหาการพนันและความรุนแรงในครอบครัวจากการต้องการนำเงินมาเล่นพนัน ปัญหาทะเลาะวิวาทกับกลุ่มคนที่เชียร์ฝั่งตรงข้าม ทั้งยังเป็นโอกาสให้กับผู้ประกอบธุรกิจสุราใช้เวลาในช่วงนี้แสวงหาผลประโยชน์จากการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสร้างผลกำไรให้เพิ่มมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมโรคจึงขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการ โปรดให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างเคร่งครัด หรือหากพบการกระทำผิดกฎหมาย สามารถร้องเรียนได้ที่โปรแกรม TAS ซึ่งเป็นระบบแจ้งร้องเรียนการกระทำผิดเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ สามารถใช้ได้ทั้งสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) และไอโอเอส (IOS) โดยประชาชนและพนักงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ &amp;ldquo;http://TAS.go.th&amp;rdquo; หรือโทร. 0-2590-3342 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11490</URL_LINK>
                <HASHTAG>1422, ผีพนันบอล, สรรเสริญ แก้วกำเนิด, หนังสือพิมพ์, เทศกาลบอลโลก2018, เล่นพนันทายผลฟุตบอลโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180616/image_big_5b24fe89b1cb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
