<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวา!อหิวาต์ห้ามนำเข้าหมู-หมูป่าจาก&#039;ลาว-เวียดนาม&#039;90วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2562 - นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ออกประกาศกรมปศุสัตว์ 2 ฉบับและประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 มิ.ย.นี้แล้ว โดยประกาศฉบับแรกเป็น เรื่อง ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสุกร หมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่า จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พ.ศ.2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาระบุว่า ด้วยองค์การสุขภาพสัตว์โลก World Organisation for Animal Health : (OIE) ได้รายงานสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever) ในสุกรในหมู่บ้าน ณ แขวงสาละวัน (Saravane) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งโรคระบาดสัตว์ชนิดดังกล่าวสามารถแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวางได้ โดยมีสาเหตุสeคัญมาจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่วยหรือสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคหรือซากของสัตว์ซึ่งป่วยหรือตาย โดยโรคระบาดดังกล่าวไปยังท้องที่ต่าง ๆ และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคระบาดสัตว์ชนิดดังกล่าวมีโอกาส แพร่กระจายเข้ามาในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรและหมูป่าในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 ประกอบกับมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 อธิบดีกรมปศุสัตว์จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ 1.ให้ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสุกร หมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่า ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ 2.ประกาศฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับได้เป็นเวลาเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนฉบับที่ 2 เป็นประกาศกรมปศุสัตว์เรื่อง ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสุกร หมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่าจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พ.ศ.2562 มีเนื้อหาว่า สืบเนื่องจากประกาศกรมปศุสัตว์ เรื่อง ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสุกรหมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่า จากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พ.ศ. 2562 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 นั้นได้สิ้นสุดการบังคับใช้ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีการรายงานการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever) ในหลายพื้นที่ของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เช่น สุกรในหมู่บ้าน ณ จังหวัด Son La จังหวัด Yen Bai และจังหวัด Lao Cai จากองค์การสุขภาพสัตว์โลก World Organisation for Animal Health : (OIE) ซึ่งโรคระบาดสัตว์ชนิดดังกล่าวสามารถแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวางได้ โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่วยหรือสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคหรือซากของสัตว์ซึ่งป่วยหรือตายโดยโรคระบาดดังกล่าวไปยังท้องที่ต่าง ๆ และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โรคระบาดสัตว์ชนิดดังกล่าวมีโอกาสแพร่กระจายเข้ามาในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 ประกอบกับมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 อธิบดีกรมปศุสัตว์จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ 1.ให้ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสุกร หมูป่า หรือซากสุกร ซากหมูป่าที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และ 2.ประกาศฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับได้เป็นเวลาเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39347</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศ, ราชกิจจานุเบกษา, ราชอาณาจักร, สรวิศ ธานีโต, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, สุกร, หมูป่า, อธิบดีกรมปศุสัตว์, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนอย่าวางใจสัตว์เลี้ยงในบ้านไม่ได้ฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักษาการอธิบดี กรมปศุสัตว์ เผยปัจจุบันพบผู้เลี้ยงสุนัขแมวส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่าเลี้ยงสุนัขแมวอยู่ในบ้านไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนเพราะเลี้ยงดูอย่างดี ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด จากการสอบสวนโรคของกรมปศุสัตว์พบว่าสัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ามาจากสัตว์ที่ไม่ได้รับวัคซีนและไม่ทราบประวัติวัคซีนถึงร้อยละ 84.17 &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต &amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม &amp;ndash; 20 พฤษภาคม 2561 พบโรคพิษสุนัขบ้าจำนวน 967 ตัวอย่าง จากตัวอย่างทั้งหมด 5,706 คิดเป็นร้อยละ 16.95จาก 49 จังหวัด พบสูงสุดใน จังหวัด สุรินทร์ จำนวน 124 ตัวอย่างคิดเป็นร้อยละ 12.82 ร้อยเอ็ด 93 สงขลา 64 นครราชสีมา 60 และ ยโสธร 54 ตัวอย่าง ตามลำดับ โดยพบโรคพิษสุนัขบ้า ในสุนัข 853 ตัวอย่าง โค 68 ตัวอย่าง แมว 35 ตัวอย่าง กระบือ 6 ตัวอย่าง และอื่นๆ 5 ตัวอย่าง อัตราการพบโรคพิษสุนัขบ้าเฉลี่ยใน 14 วันที่ผ่านมา พบ 2.6 รายต่อวัน และพบผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า จำนวน 9 ราย &amp;nbsp;สัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า จะมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าเข้าสู่ระบบประสาท ถ้าเป็นสุนัขจะแสดงอาการ ดุร้าย &amp;nbsp;กัดแทะสิ่งของ โดยไม่เจ็บปวด ตัวแข็ง กระวนกระวาย เมื่อเข้าสู่ระยะอัมพาต &amp;nbsp;สุนัขจะลิ้นห้อย น้ำลายไหล &amp;nbsp;คล้ายกับมีของติดคอ ลุกไม่ได้ และตายในที่สุด ส่วนในแมวมักหลบในที่มืด และอาการเช่นเดียวกับสุนัข &amp;nbsp;ซึ่งจะสามารถแพร่เชื้อโรคได้นาน 1-7 วัน ก่อนเริ่มแสดงอาการป่วย และตลอดเวลาที่แสดงอาการ โดยจะขับเชื้อโรคออกมาจากน้ำลายจนถึงตายรวมแล้วประมาณ 10 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์สรวิศ &amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า ในจังหวัดที่พบการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าให้ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าบริเวณจุดเกิดโรคให้ได้คลอบคลุมในสุนัขและแมวทุกตัว และในพื้นที่ห่างจากจุดเกิดโรคให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างน้อย ร้อยละ 80 ของประชากรสุนัขและแมว รวมทั้ง ให้สำรวจและขึ้นทะเบียนสุนัขและแมวทุกตัวในพื้นที่ &amp;nbsp;นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ได้มีข้อสั่งการให้สำนักงานปศุสัตว์ทุกพื้นที่ดำเนินการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนจังหวัดยโสธร ที่พบผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้ารายล่าสุดนั้น ปศุสัตว์จังหวัดได้ดำเนินการ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าสุนัขในรัศมี 5 กิโล (8 หมู่บ้าน) ให้ได้ 100% โดยใช้วัคซีนของกรมปศุสัตว์ และเริ่มฉีดตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2561 นี้ ซึ่งจากการสำรวจ มีสุนัข 861 ตัว และแมว 161 ตัว รวมทั้งหมด 1,022 ตัว ในส่วนของประชนให้ฉีดวัคซีนผู้สัมผัสให้ครบ &amp;nbsp;และให้ฉีดวัคซีนทุกรายที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย ที่มาโรงพยาบาล &amp;nbsp;ให้ อสม.เคาะประตูบ้านเพื่อค้นหา ผู้ที่ถูกสุนัข กัด ข่วน เลีย ให้ได้รับวัคซีนทุกคน &amp;nbsp;นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ขอเตือนประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวัง หากพบสุนัขตายหรือมีอาการสงสัยป่วยด้วยโรคพิษสุนัขบ้า ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์หรือผู้นำชุมชน เพื่อส่งตรวจหาเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าโดยทันที นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวในที่สุด &amp;nbsp;.
////&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9663</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมปศุสัตว์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, พิษนุนัขบ้า, วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า, สรวิศ ธานีโต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b02b155e2a79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2018 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2018 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ออร์แกนิคบูม&#039; จ่อผุด&quot;สถาบันพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ&quot; ดูแลแบบบูรณาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงเกษตรฯลุยส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ให้เป็นรูปธรรม หลังจากสินค้าออร์แกนิคได้รับความสนใจ จนมีพื้นที่เพราะปลูกทะลุ 227,137 ไร่ จ่อผุดสถาบันพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ดูแลแบบบูรณาการ พร้อมต่อยอดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสรวิศ ธานีโต โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ติดตามผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ที่ผ่านมา และวางแนวทางการขับเคลื่อนในระยะต่อไป โดยเน้นย้ำให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ยึดพื้นที่เป็นหลักในการบูรณาการเป็นองค์รวม เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยใช้แนวทางตลาดนำการผลิต พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้บริโภค ถึงประโยชน์และคุณค่าของสินค้าเกษตรอินทรีย์ และให้มีการบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ภายในประเทศเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะนี้มีเกษตรกรผลิตสินค้าอินทรีย์ที่ผ่านการรับรองจากระบบต่าง ๆ จำนวน 141 กลุ่ม รวม 10,895 ราย พื้นที่เกษตรอินทรีย์ประมาณ 227,137 ไร่ โดยกรมพัฒนาที่ดินได้จัดทำแผนที่เกษตรอินทรีย์ (Organic Agri - map) เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงฐานข้อมูลเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าอินทรีย์ สำหรับการสั่งซื้อโดยตรงจากตัวเกษตรกร และเตรียมจัดตั้งสถาบันพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ เพื่อให้เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งผลักดันการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ให้สอดรับโครงการไทยนิยม ยั่งยืน โดยมีรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายธนิตย์ &amp;nbsp;เอนกวิทย์) เป็นประธาน และ สศก. ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนจากกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยภาคเอกชน ภาคเกษตรกร และภาคการศึกษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในส่วนของ สศก. ได้เร่งจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการจัดตั้ง&amp;quot;สถาบันพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ&amp;quot; เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ และแสวงหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการ ด้วยการประสาน ธ.ก.ส. เพื่อสนับสนุนโครงการสินเชื่อสีเขียว (Green Credit) อัตราดอกเบี้ยต่ำ เป้าหมายวงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท (ดำเนินการปี 2561 &amp;ndash; 2564) ตลอดจนเสนอกรมศุลกากร แก้ไขเพิ่มเติมรหัสสถิติต่อท้ายพิกัดอัตราศุลกากร 5 สินค้า คือ ชาใบเขียวอินทรีย์ มะพร้าวอ่อนอินทรีย์ กะทิสำเร็จรูปอินทรีย์ มังคุดอินทรีย์ และทุเรียนอินทรีย์ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บข้อมูลสินค้าอินทรีย์นำเข้าและส่งออก โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สศก. จะประมวลผลภาพรวมของประเทศ เพื่อเตรียมเสนอรัฐมนตรีว่ากากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมเร็วๆ นี้ และเชื่อมั่นว่าการดำเนินโครงการเกษตรอินทรีย์ ซึ่งสอดรับกับโครงการไทยนิยม ยั่งยืน จะสามารถเพิ่มพื้นที่การผลิตเกษตรอินทรีย์ สร้างมูลค่า ขยายช่องทางตลาด และมีการบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศได้เพิ่มขึ้น ตอบสนองต่อเป้าหมายภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ปี 2560 &amp;ndash; 2564 สร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ และผู้บริโภคถึงประโยชน์และคุณค่าของเกษตรอินทรีย์ในระยะยาว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5241</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ธ.ก.ส., พืช, วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข, สรวิศ ธานีโต, สศก., สินค้าอินทรีย์, เกษตร, เกษตรกร, เกษตรอินทรีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aade491dc952.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โคราชตายแล้ว1พิษสุนัขบ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์แพร่ระบาดโรคพิษสุนัขบ้ายังน่าห่วง ที่โคราชตายแล้ว 1 ขณะที่ทางจังหวัดประกาศพื้นที่ควบคุมใน 9 อำเภอ เร่งฉีดวัคซีนสัตว์เลี้ยง สัตว์จรจัด ส่วน กทม.เปิดตัวเลขหมาแมวมีทั้งสิ้นกว่าล้านตัว แต่ฉีดวัคซีนแค่ 5 พัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 มีนาคมนี้ว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้มีรายงานพบผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว จำนวน 1 ราย ขณะที่การแพร่ระบาดครอบคลุมพื้นที่ 9 อำเภอซึ่งได้ประกาศเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดแล้ว จากทั้งหมด 32 อำเภอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ นครราชสีมากล่าวว่า สำหรับพื้นที่ 9 อำเภอที่ประกาศเป็นพื้นที่แพร่ระบาดโรคพิษสุนัขบ้า แบ่งเป็นพื้นที่โซนสีเหลือง 8 อำเภอ และโซนสีแดง 1 อำเภอ คือ อำเภอเสิงสาง เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าจำนวน 1 ราย จากผลตรวจสอบเนื้อเยื่อยืนยัน อีกทั้งได้กำชับให้ทุกอำเภอทั้ง 32 อำเภอ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด เร่งจัดซื้อวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อนำไปฉีดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยสัตว์ที่เป็นพาหะจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนทุกตัวครบ 100% ภายในเดือนเมษายนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สัตว์ที่มีโอกาสติดเชื้อพิษสุนัขบ้ามากที่สุดได้แก่ สัตว์ที่มีเจ้าของ ร้อยละ 60 ส่วนสัตว์จรจัด ร้อยละ 40 เนื่องจากเจ้าของคิดว่าสัตว์ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีไม่ได้ออกไปพื้นที่นอกบ้านจึงไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกัน อย่างไรก็ตามถึงแม้จังหวัดนครราชสีมาจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าแต่ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก แต่อยากให้ตื่นตัวในการป้องกันและเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้าไม่ให้มีการแพร่ระบาดมากขึ้น หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่มีอาการป่วย ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม บุตรหลานอาจจะมีโอกาสใกล้ชิดกับสุนัขและแมวกว่าปกติ หากถูกสุนัขหรือแมวกัดให้รีบพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรวิศ ธานีโต ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และโฆษกกระทรวงเกษตรฯ กล่าวระหว่างลงพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 1 กรุงเทพมหานคร ว่า ผลการติดตาม &amp;ldquo;โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&amp;rdquo; ซึ่งมีประชากรสัตว์ทั้งหมด 1,136,185 ตัว ขึ้นทะเบียนแล้ว 6,233 ตัว ทำหมันแล้ว 1,266 ตัว ฉีดวัคซีนแล้ว 5,193 ตัว มีการเก็บตัวอย่างเพื่อเฝ้าระวังเชิงรุกตามมาตรการของกรมปศุสัตว์ ในส่วนของสุนัขและแมวที่เหลือเป็นภารกิจของ กทม. ที่ได้งบซื้อวัคซีน 4 ล้านบาท ในปีนี้ประมาณ 2.5 แสนโดส สำหรับสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ ในการป้องกันจุดเสี่ยงเกิดโรค โดยสถานการณ์ปัจจุบันพบเชื้อในสุนัข 16 ตัว แมว 1 ตัว รวม 17 ตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรวิศกล่าวว่า สำหรับมาตรการแก้ปัญหาการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าอย่างยั่งยืน คือ การเร่งขึ้นทะเบียนสัตว์เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ และการเลี้ยงสัตว์อย่างมีความรับผิดชอบของประชาชน พาสัตว์ไปฉีดพิษสุนัขบ้าตามช่วงอายุที่กำหนด ฉีดครั้งแรกที่อายุ 2-4 เดือน และฉีดวัคซีนกระตุ้นทุก 1 ปี สร้างการรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าแก่ประชาชน และให้หน่วยงานมีการบูรณาการร่วมกันในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5022</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิษสุนัขบ้า, วิเชียร จันทรโณทัย, สรวิศ ธานีโต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa9345a6755f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
